Home / รักโบราณ / จอมนางบัลลังก์มังกร / บทที่ 03 ผู้ชายในฝัน

Share

บทที่ 03 ผู้ชายในฝัน

last update publish date: 2026-04-18 11:44:58

ซุนลี่ลืมตาขึ้นมากลางดึกจากความฝันที่วนเวียนซ้ำอยู่เรื่องเดิมมานานหลายปี นางจะข่มตานอนก็นอนไม่หลับ นางจึงก้าวลงจากตั่งเตียงมายังหน้าต่าง เปิดหน้าต่างออกมองดวงจันทร์ที่ทอแสงอยู่บนฟากฟ้าในยามราตรี

“กงจู่เพคะ บรรทมไม่หลับหรือเพคะ หม่อมฉันจะนำชาดอกท้อมาถวายเพคะ” นางกำนัลนามว่าเจาจวินถามเอ่ยซุนลี่ และนำผ้าคลุมไหล่คลุมที่ไหล่ของนางทั้งสองข้าง

“ข้าแค่ฝันซ้ำแต่เรื่องเดิมๆ ตั้งแต่ข้าจำความได้” ซุนลี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และหันกลับมามองนางกำนัลสาว

“กงจู่ไม่ได้ฝันถึงเรื่องนั้นมาสักพักหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือเพคะ”

“ใช่ แต่สามสี่วันนี้มานี่ ข้าฝันถึงผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว แต่เห็นไม่เหมือนทุกครั้ง ในความฝันเขาเดินเข้ามาใกล้ข้า ข้ากลับเห็นใบหน้าของเขาที่เลือนรางไม่ชัดเจน” ซุนลี่เอ่ยบอกและถอนหายใจ

“กงจู่เชื่อในพรหมลิขิตไหมเพคะ” เจาจวินเอ่ยบอกเช่นนี้ ซุนลี่เลิกคิ้วขึ้นมองนางด้วยความสงสัย

“พรหมลิขิตหรือ?” ซุนลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ชายที่กงจู่ฝันถึงตั้งแต่ทรงพระเยาว์ อาจจะเป็นชายที่สวรรค์ส่งมาให้เป็นเนื้อคู่ของกงจู่ก็เป็นได้ ยิ่งเห็นใบหน้าของเขามากขึ้นเท่าไหร่ กงจู่อาจจะได้พบเจอชายผู้นี้ในเร็ววันก็เป็นได้” เจาจวินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม

“เจาจวิน เจ้าจำไว้นะ ข้าจางซุนลี่ผู้นี้จะไม่แต่งงานกับใครหน้าไหนทั้งนั้น” ซุนลี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“หม่อมฉันจะเชื่อ” เจาจวินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม 

“เจ้าจุดกำยานเพิ่มอีก ข้ารู้สึกว่ากลิ่นมันใกล้หมดแล้ว” ซุนลี่เอ่ยบอก แล้วเดินขึ้นตั่งเตียงโดยทันที

“เพคะ”

“มู่เยว่หัวหวางเย่รับราชโองการ”

เสียงของมหาขันทีนามว่าหวังเตอยืนรอมู่เยว่หัวหวางเย่ตรงหน้าประตูเมืองเอ่ยบอก ชายหนุ่มที่อยู่บนหลังมา ด้านหลังของมู่เยว่หัวมีทหารนับหมื่นนับแสนที่อยู่ด้านหลัง พวกเขาที่อยู่บนหลังมาจึงลงมาคุกเข่าเช่นเดียวกับเยว่หัวที่นั่งคุกเข่ารอรับพระราชโองการจากหวังเตอ

“ต้าหวางมีพระราชโองการ มู่เยว่หัวหวางเย่ ฆ่าขุนพล ทลายกองทัพทัพซีเป่ย เอาชนะศัตรูที่อยู่ไกลเป็นหมื่นลี้ ทำลายบารมีกองทัพศัตรูของแคว้นมู่ สร้างสันติสุขให้ใต้หล้า หลังจากศึกครั้งนี้ แผ่นดินเริ่มสงบสุข คุณความดีโดดเด่น บัดนี้ข้าขอแต่งตั้งมู่เยว่หัว ซื่อหวางเย่ เป็นต้าเจียนจวิน ควบคุมกองทหารแสนนายทั้งในเมืองหลวงและนอกเมืองหลวง และมอบตราพยัคฆ์สามารถโยกย้ายกำลังพลโดยไม่ต้องกราบทูล อนุญาตให้พกกระบี่เข้าท้องพระโรง ขุนนางกองพิธีการไม่ขาดชื่อยามเข้าเฝ้า” หวังเตอเอ่ยกล่าวเสียงดังฟังชัด พออ่านจบมอบให้ทหารคนสนิทของเยว่หัว ทหารผู้นั้นรับพระราชโองการทันที (ต้าเจียนจวิน แปลว่า เสนาบดี)

“หม่อมฉันซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ” มู่เยว่หัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และลุกขึ้นยืน หวังเตอเผยรอยยิ้มกว้างก้าวเดินมาหาเยว่หัวทันที พร้อมกับถวายบังคม

“ถวายบังคมซื่อหวางเย่ ต้าหวางรู้ว่าซื่อหวางเย่จะเสด็จกลับมาถึงวันนี้ ต้าหวางบรรทมไม่หลับทั้งคืน แต่เนื่องด้วยกฎมนเทียรบาลที่ให้แม่ทัพนายกองเข้าเฝ้าท้องพระโรง ห้ามออกมารับนอกกำแพงเมือง ต้าหวางจึงรอพระองค์อยู่ในท้องพระโรง” หวังเตอเอ่ยบอกเช่นนี้ (ซื่อหวางเย่ แปลว่า องค์ชายสี่)

เยว่หัวจึงขึ้นม้าเข้าไปในเมืองหลวงพร้อมด้วยเหล่าขุนพลจำนวนนับสิบคน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทพิเศษ 2 บนกำแพงเมือง

    โคมไฟหลายร้อยหลายพันดวงล่องลอยเต็มท้องนภาในเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียง ในเทศกาลซ่างหยวน ภายในเมืองหลวงผู้คนมากมายเดินเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนาน เด็กน้อยชายหญิงถือโคมไฟกระดาษ ผู้คนพากันทายปริศนาที่อยู่บนโคมไฟ เรียกว่า ไชเติงหมี อีกทั้งยังมีการเล่นงิ้วในหอโรงน้ำชา หอคณิกาช่างครึกครื้นยิ่งนัก เหล่าหญิงสาวแรงรุ่นที่ยังไม่ได้แต่งงาน จับจองที่หัวสะพาน เพื่อโยนลูกบอลแพรปักลวดลายงดงามที่พวกนางได้ทำขึ้นมาเอง นำลูกแพรมาโยนเสี่ยงทายหนุ่มที่หมายปอง หากชายหนุ่มคนใดที่ได้รับลูกแพรของนางผู้นั้น หมายความว่านางได้เลือกชายผู้นั้นแล้วเยว่หัวจับมือซุนลี่ก้าวเดินบนกำแพงเมืองทางทิศตะวันออก เป็นประตูก่อนเข้าเมือง ซุนลี่หยุดมองผู้คนมากมายในค่ำคืนนี้ เพราะว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ โคมไฟมากมายลอยขึ้นบนท้องฟ้า เด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ซุนลี่หวนนึกถึงวันแรกที่นางได้พบเจอเยว่หัวในเมืองหลวงแคว้นเยว่ ครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้นางและเขาได้พบพาน ตลอดเพลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เยว่หัวยังคนรักและเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย“เจ้าคิดสิ่งใดอยู่หรือ” เยว่หัวเอ่ยถามนาง ขณะที่นางหยุดเดินมองลงไปเบื้องล่างของกำแพงเมือง“ก่อนท

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทพิเศษ 1 มงกุฎดอกไม้

    เจาจวินและเยี่ยหลินนั่งจัดดอกไม้ในหมิงเยว่กงเช่นทุกวัน เช่นเดียวกับเหล่าข้าหลวงที่ช่วยกันจัดดอกไม้ เพื่อไปไหว้พระพุทธองค์ที่วัดหลวงใกล้พระราชวัง บางครั้งซุนลี่ก็ออกไปเอง บางทีก็ให้เหล่านางกำนัลไปแทน วันนี้กลับแปลกไปกว่าทุกวัน ซุนลี่จัดดอกไม้เสร็จสิ้น นางก็นั่งทำมงกุฎดอกไม้ โดยนำเถาวัลย์มามันรวมกันสี่เส้นประดับด้วยดอกกล้วยไม้ทั้งสีแดง สีชมพู สีขาว และสีส้ม ทำให้ดูแปลกตายิ่งนัก เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นว่าซุนลี่ทำมงกุฎดอกไม้มาก่อน“หวางโฮ่ว พระนางทำอะไรหรือพระเจ้าค่ะ” ฟางเหอเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้“พวกเจ้าว่าข้าทำมงกุฎดอกไม้ออกมาสวยหรือไม่” ซุนลี่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“สวยดีเพคะ ว่าแต่จะทำให้ต้าหวางหรือเพคะ” เจาจวินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ซุนลี่มีท่าทีเขินอายทันทีและเผยรอยยิ้มด้วยเช่นกัน“รู้ดี” เยี่ยหลินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มองไปทางเจาจวินเหมือนพูดแทนความในใจของซุนลี่ ทำให้ซุนลี่หัวเราะออกมาทันที“หวางโฮ่วอย่าหัวเราะเสียงดังเพคะ ไม่งามเพคะ” เจาจวินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“อึบ...ไม่หัวเราะแล้ว พูดถึงสมัยก่อน ครั้งที่ข้าเป็นกงจู่แคว้นเยว่ ข้าได้ทำมงกุฎดอกไม้ให้ฟู่จวินในงานวันเกิดทุกปี พร้อมกับของขวัญ ข้ามาอ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 92 กามราคะ [NC25+] - (จบบริบูรณ์)

    และกงจู่คนสุดท้ายของเยว่หัวและจ่างซุนลี่มีนามว่ามู่หรูอวี้ นางเป็นเด็กสาวร่าเริงชอบอยู่กับตำราท่องเที่ยว และรักสวยรักงามเช่นเดียวกับซุนลี่ อีกทั้งนางยังเป็นสาวแรกรุ่นวัยปักปิ่น เหล่าหวางเย่แคว้นเยว่ บุตรชายเผ่าต่างๆ และบรรดาบุตรขุนนางต่างอยากมาสู่ขอหรูอวี้ไปเป็นฟูเหริน แต่ทว่าบรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นไม่ต้องใจหรูอวี้เมื่อสามวันก่อนเยว่หัวจัดการให้หรูอวี้มั่นหมายกับหม่าฉี บุตรของแม่ทัพหม่าเฉิน ซึ่งเขาสอบจอหงวนอันดับหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองฉางเจิ้น ซึ่งอยู่ชายแดนระหว่างแคว้นเยว่และแคว้นมู่ และเป็นเมืองหน้าด่าน เขาสามารถปราบโจรปล้นสะดมชาวบ้านได้อย่างราบคาบ เขายังมีความยุติธรรมมีการไต่สวนผู้กระทำความผิดให้กับชาวบ้านอย่างเป็นธรรม และเป็นที่รักของชาวเมือง เยว่หัวพึงพอใจในผลงานของเขา จึงเรียกเขาเข้าเมืองหลวงให้กินตำแหน่งเจ้ากรมอาญา อีกทั้งเขายังไม่เคยมีฟูเหริน เยว่หัวจึงทาบทามหม่าเฉินผู้เป็นเตี่ยของเขาให้มั่นหมายกับหรูอวี้กงจู่ครั้งที่หรูอวี้ได้พบเจอหม่าฉีทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวเป็นครั้งแรก ด้วยเกียรติศักดิ์ของเขาเป็นที่เลื่องลือจนถึงเมืองหลวง และเขายังเป็นชายหนุ่มที่รูปงามยิ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 91 สงครามสองแคว้น

    แสงแดดสาดส่องทั่วใต้หล้า เยว่หัวลืมตาขึ้นช้าๆ ปรับสายตาให้มองเห็นแจ่มชัดขึ้น ความเจ็บปวดได้หายไปหัวธนูก็หลุดออกมาที่ข้างตน รอยแผลกลับไม่ปรากฏ มีเพียงรอยเลือดเท่านั้นที่มี เขาจึงทบทวนเรื่องราวเมื่อวันวานเมื่อออกไปลาดตระเวน เขาเห็นต้าหวางแคว้นอัน สู้กันสองคนจนถึงเนินเขา ไม่มีผู้ใดตามมาทัน จิ้นเหอโดนเขาจ้วงแทง และบาดเจ็บสาหัสไม่ใช่น้อย มีทหารกลุ่มหนึ่งพาจิ้นเหอล่าถอย ทหารคนหนึ่งใช้ธนูยิงใส่เขาบาดเจ็บสาหัส เขาเองที่ใช้กระบี่โยนไปปักที่หัวใจของนักแม่นธนู แล้วเขาเองเดินไปเรื่อยๆ จนมาหน้าผาหิน และทรุดลงด้วยความเจ็บปวดหักหัวธนูออก ไม่นานซุนลี่ก็ตามมาเจอแต่บัดนี้เขากลับมานอนในกระโจมกว้าง ไม่รู้ว่ากลับมาได้อย่างไร คิดต่ออีกว่านางคงลากเขากลับมา หรือไม่ทหารก็พบเจอพวกเราทั้งสองคน แต่ทว่าเขากลับไม่เห็นซุนลี่ เขาจึงลุกขึ้นกวาดสายตามองหานาง แต่หาไม่พบ“ลี่เอ๋อร์” หลงหลานมู่มองไปโดยรอบห้องกลับไม่เห็นนาง เขาจึงลุกขึ้นจากตั่งเตียงไปหน้ากระโจม“ต้าหวาง...” จื่อฮั่วเอ่ยบอกด้วยความดีใจ ในตอนนี้เสียงของผู้ใดกลับไม่ได้ยินมีเพียงเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ดวงหทัยร้อนรุ่มดุจเปลวไฟสุมยิ่งนัก“ลี่เอ๋อร์อยู่ไหน”

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 90 เรื่องที่บอกไม่ได้

    “เจ้าว่าอย่างไร เม่ยเมยข้าตายแล้วหรือ ใครสังหารนาง”จิ้นเหอต้าหวางแห่งแคว้นอัน ลุกขึ้นจากที่ประทับด้วยความตกใจและโกรธกริ้ว หลังได้ยินข่าวว่าเหมิงอวี้หรือจิ้นเหยาหยางตายไปทำให้เขานั่งบัลลังก์แทบไม่ติด อีกทั้งจิ้นเหอได้เป็นต้าหวางแค่สองเดือน หลังจากต้าหวางพระองค์ก่อนสวรรคตโดยไม่ทราบสาเหตุ“มู่เยว่หัวต้าหวางเป็นคนประหารกงจู่” ไป๋เซี่ยเอ่ยบอกด้วยเช่นนี้“มู่เยว่หัว...เยว่หัว...ข้าจะเอาเลือดของเจ้ามาสังเวยเม่ยเมยของข้าให้จนได้”เดินทางเรือของกองทัพมู่เนิ่นนานถึงเจ็ดวันต่อด้วยการเดินเท้าไปยังเมืองหลวงของแคว้นอัน จ่างซุนลี่ขี่ม้าคู่กับเยว่หัว เพราะนางไม่ยอมขึ้นรถม้า ตลอดหลายวันมาที่ผ่านป่าเขาและทะเลทรายทุรกันดารเพื่อเป้าหมายเดียวคือ ยึดแคว้นอันให้เป็นส่วนหนึ่งกับแคว้นมู่ โดยจุดประสงค์หลัก เพื่อบุกเบิกถางที่ให้กับราษฎรแคว้นมู่ได้มีที่ทำกินในอนาคต และรวมสามแคว้นเป็นหนึ่งเดียวเยว่หัวมองหญิงสาวที่เหม่อมองพระจันทร์เพียงลำพัง โดยมีฟางเหอ เยี่ยหลิน และเจาจวินยืนอยู่ห่างนางเพียงนิดเดียวหลังจากเขาคุยเรื่องการศึกกับเหล่าแม่ทัพและนายกอง ไปหานางที่กระโจมหลวงกลับไม่พบทำให้ว้าวุ่นใจให้ทหารออกตามหา จนมาเ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 89 หวานแสบไส้

    “จ่างซุนหวางโฮ่วรับราชโองการ”เสียงของจื่อฮั่วเอ่ยบอกซุนลี่ ขณะที่เขาถือราชโองการ ทอดสายตามองซุนลี่ที่นั่งลงคุกเข่าพร้อมกับเหล่าข้าหลวงในหมิงเยว่กง“ข้ามู่เยว่หัว ขอคืนตำแหน่งและฐานันดรศักดิ์ให้กับจ่างซุนลี่หวางโฮ่วกลับมาเป็นประมุขฝ่ายใน มอบมุกราตรีหนึ่งชิ้น มอบผ้าแพรแปดหีบ เครื่องประดับแปดหีบ จบราชโองการ” จื่อฮั่วเอ่ยบอกจบ มอบพระราชโองการส่งให้ซุนลี่ ซุนลี่รับพระราชโองการ ซุนลี่ส่งพระราชโองการให้เจาจวิน เจาจวินรับไว้ ซุนลี่รับตราประทับหงส์ ตราประทับของหวางโฮ่ว ซุนลี่ส่งให้เยี่ยหลินรับไว้“กระหม่อมยินดีด้วยพระเจ้าค่ะ” จื่อฮั่วเอ่ยบอกและถวายบังคมด้วยรอยยิ้ม“อาซือเซี่ยฟูเหริน ซินเหมยเหริน หลิวซีจือ ว่านเหลียงเหริน และเซียวฉางสื่อรับราชโองการ”จื่อฮั่วเอ่ยบอกเช่นนี้ เหล่าผิงเฟยและเหล่านางกำนัลต่างนั่งลงคุกเข่ามือเรียวขวาทับซ้าย“ข้ามู่เยว่หัว ต้าหวางแห่งแคว้นมู่ ข้าขอปลดปล่อยนางสนมทั้งห้าตำหนัก อันได้แก่ อาซือเซี่ยฟูเหริน ซินเหมยเหริน หลิวซีจือ ว่านเหลียงเหริน เซียวฉางสื่อ และผิงเฟยทั้งสามพัน กลับไปอยู่บ้านเกิดให้ชีวิตของตนเองในบั้นปลายชีวิต ข้าขอมอบสิ่งของให้พวกเจ้านั้นก็คือ เงินร้อยชั

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 05 เทียนเฟยเท่านั้นที่เหมะสม

    มู่เยว่หัวทอดมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนท้องฟ้าปลอดโปร่ง เยว่หัวยืนตรงชานพักในหมิงตูกง ทอดสายตามองดาวเหนือสุกสกาวบนฟากฟ้า อีกทั้งยังมีดาวตกลงมาทางทิศเดียวกัน“หวางเย่ยังไม่บรรทมอีกหรือพระเจ้าค่ะ”คนที่พูดขึ้นมาคือจื่อฮั่ว มีหน้าที่ดูแลหมิงตูกง อีกทั้งยังดูแลความเป็นไปในตำหนัก เนื่องด้วยหมิงตูกงมีแต่บ่าวร

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 04 มองครั้งเดียวก็รู้ว่าใช่

    มู่เยว่หัว ซื่อหวางเย่ ทอดสายตามองโคมไฟที่ลอยสู่ท้องฟ้าในยามค่ำคืนนี้ บนกำแพงเมืองตรงประตูฉางเฉิน เป็นประตูหน้าเมือง เป็นภาพที่งดงามยิ่งนักในเทศกาลซ่างหยวน เขายืนกับเหล่าองครักษ์เสื้อแพร พวกเขาเหล่านั้นยืนอารักขาเมื่อเขาไปก็ตาม องครักษ์เสื้อแพรติดตามไปด้วย“อาหรง ทางด้านชายแดนแคว้นเยว่ แม่ทัพหม่าถอ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 02 หน้ากากนางพญา

    กาลเพลาผันเปลี่ยนไปถึงสิบห้าปี ในช่วงฤดูคิมหันต์ของปีนี้พืชผลออกดีนักแล เพราะแคว้นเยว่ไม่หนาวทั้งปีเช่นแคว้นมู่ที่อยู่เหนือแคว้นเยว่ขึ้นไปอีกหลายพันลี้ อีกทั้งแคว้นเยว่ติดทะเลทำให้ข้าขายสะดวกยิ่งนัก จึงมีแคว้นต่างๆ เข้ามารุกรานอยู่เป็นเนืองๆ โดยมีแคว้นที่เป็นศัตรูตัวสำคัญ คือแคว้นมู่ ที่ได้เมืองท่า

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 01 กำเนิดมังกร

    รัชสมัยของมู่อวี้เฉินต้าหวาง บ้านเมืองระส่ำระสายผู้คนล้มตายจากศึกสงครามเป็นจำนวนมาก เพราะทางด้านเหนือของแคว้นมู่ คือแคว้นอัน และทางด้านใต้มีแคว้นเยว่ สองแคว้นนี้เป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทงใจเรื่อยมา ตั้งแต่มู่หมิงตี้ปฐมต้าหวางก็มีสงครามทั้งสามแคว้นอยู่เนืองๆ (ต้าหวาง แปลว่า ฮ่องเต้ / จักรพรรดิ / กษัตริย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status