All Chapters of จอมนางบัลลังก์มังกร [PWP] + [NC30+]: Chapter 1 - Chapter 10

94 Chapters

บทที่ 01 กำเนิดมังกร

รัชสมัยของมู่อวี้เฉินต้าหวาง บ้านเมืองระส่ำระสายผู้คนล้มตายจากศึกสงครามเป็นจำนวนมาก เพราะทางด้านเหนือของแคว้นมู่ คือแคว้นอัน และทางด้านใต้มีแคว้นเยว่ สองแคว้นนี้เป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทงใจเรื่อยมา ตั้งแต่มู่หมิงตี้ปฐมต้าหวางก็มีสงครามทั้งสามแคว้นอยู่เนืองๆ (ต้าหวาง แปลว่า ฮ่องเต้ / จักรพรรดิ / กษัตริย์)“แม่ทัพหม่าซ่งทางชายแดนได้ความว่าอย่างไร”“ทูลต้าหวาง กระหม่อมแม่ทัพหรงจื่อได้ต้านทัพเยว่ จนแคว้นเยว่ล่าถอยไปแล้วพระเจ้าค่ะ” แม่ทัพหม่าซ่งเอ่ยบอกต่อหน้าต้าหวาง และเหล่าขุนนางในท้องพระโรง“ดี ดีมาก ฉงหลิน นำพระราชโองการของเรา ให้เลื่อนขั้นแม่ทัพนายกองคนละหนึ่งชั้นยศ รวมไปถึงเหล่าทหารที่ไปทำศึกครั้งนี้ และให้เหล่าทหารในกองทัพได้กลับบ้านไปหาลูกและฟูเหรินของพวกเขา ใครไปรบครั้งนี้งดภาษีให้กับครอบครัวนั้นเป็นเวลาสามปี” ต้าหวางเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด (ฟูเหริน แปลว่า ภรรยา)“ขอต้าหวางจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี”เมื่อขุนนางทูลสรรเสริญต้าหวางจบ นางกำนัลของลี่ฮวากงวิ่งเข้ามาทางด้านข้างของตำหนัก เข้ามายังประตูด้านข้าง ก้าวเดินมาหาฉงหลิน ที่ยืนอยู่ด้านข้างต้าหวาง ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ฉงกงกง
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 02 หน้ากากนางพญา

กาลเพลาผันเปลี่ยนไปถึงสิบห้าปี ในช่วงฤดูคิมหันต์ของปีนี้พืชผลออกดีนักแล เพราะแคว้นเยว่ไม่หนาวทั้งปีเช่นแคว้นมู่ที่อยู่เหนือแคว้นเยว่ขึ้นไปอีกหลายพันลี้ อีกทั้งแคว้นเยว่ติดทะเลทำให้ข้าขายสะดวกยิ่งนัก จึงมีแคว้นต่างๆ เข้ามารุกรานอยู่เป็นเนืองๆ โดยมีแคว้นที่เป็นศัตรูตัวสำคัญ คือแคว้นมู่ ที่ได้เมืองท่าของแคว้นเยว่ไปหลายเมืองตลอดสามปีที่ผ่านมา โดยผู้นำทัพมีตำแหน่งเป็นหวางเย่ ควบด้วยตำแหน่งต้าซื่อหม่า เขาเก่งกล้าชำนาญศึกหาตัวจับยากด้วยวัยสิบห้าปีแค่นี้เขากลับยึดแคว้นได้ทั้งสิ้นสามแคว้น และเผ่าอีกสิบสี่เผ่า ทำให้หลายแคว้นต้องยอมสวามิภักดิ์ ทำให้ต้าหวางแคว้นเยว่เริ่มหวั่นใจยิ่งนัก (ต้าซื่อหม่า แปลว่า เสนาบดี)หญิงสาวใบหน้างดงามราวกับเทพธิดามาจุติในร่างของมนุษย์ นางมีใบหน้าเป็นวงกลมดุจพระจันทร์เต็มดวง หน้าผากกว้างได้รูป ดวงตากลมโต นัยน์ตาสีดำเป็นประกาย จมูกโด่งเป็นสัน แก้มทั้งสองข้างเป็นสีชมพูระเรื่อราวกับผลลูกท้อสุกพร้อมกิน ริมฝีปากเป็นกระจับสีกลีบบัวชมพูเหมือนมีใครมาทาเอาไว้ นางเป็นกงจู่พระองค์โตแห่งแคว้นเยว่ สกุลจ่างซุน ฟู่จวินนามว่าจางซุนเค่อ เหนียงชินมีนามว่าหวังอิง มีตำแหน่งเป็นหวางโฮ่ว
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 03 ผู้ชายในฝัน

ซุนลี่ลืมตาขึ้นมากลางดึกจากความฝันที่วนเวียนซ้ำอยู่เรื่องเดิมมานานหลายปี นางจะข่มตานอนก็นอนไม่หลับ นางจึงก้าวลงจากตั่งเตียงมายังหน้าต่าง เปิดหน้าต่างออกมองดวงจันทร์ที่ทอแสงอยู่บนฟากฟ้าในยามราตรี“กงจู่เพคะ บรรทมไม่หลับหรือเพคะ หม่อมฉันจะนำชาดอกท้อมาถวายเพคะ” นางกำนัลนามว่าเจาจวินถามเอ่ยซุนลี่ และนำผ้าคลุมไหล่คลุมที่ไหล่ของนางทั้งสองข้าง“ข้าแค่ฝันซ้ำแต่เรื่องเดิมๆ ตั้งแต่ข้าจำความได้” ซุนลี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และหันกลับมามองนางกำนัลสาว“กงจู่ไม่ได้ฝันถึงเรื่องนั้นมาสักพักหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือเพคะ”“ใช่ แต่สามสี่วันนี้มานี่ ข้าฝันถึงผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว แต่เห็นไม่เหมือนทุกครั้ง ในความฝันเขาเดินเข้ามาใกล้ข้า ข้ากลับเห็นใบหน้าของเขาที่เลือนรางไม่ชัดเจน” ซุนลี่เอ่ยบอกและถอนหายใจ“กงจู่เชื่อในพรหมลิขิตไหมเพคะ” เจาจวินเอ่ยบอกเช่นนี้ ซุนลี่เลิกคิ้วขึ้นมองนางด้วยความสงสัย“พรหมลิขิตหรือ?” ซุนลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ชายที่กงจู่ฝันถึงตั้งแต่ทรงพระเยาว์ อาจจะเป็นชายที่สวรรค์ส่งมาให้เป็นเนื้อคู่ของกงจู่ก็เป็นได้ ยิ่งเห็นใบหน้าของเขามากขึ้นเท่าไหร่ กงจู่อาจจะได้พบเจอชายผู้นี้ในเร็ววันก็เป
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 04 มองครั้งเดียวก็รู้ว่าใช่

มู่เยว่หัว ซื่อหวางเย่ ทอดสายตามองโคมไฟที่ลอยสู่ท้องฟ้าในยามค่ำคืนนี้ บนกำแพงเมืองตรงประตูฉางเฉิน เป็นประตูหน้าเมือง เป็นภาพที่งดงามยิ่งนักในเทศกาลซ่างหยวน เขายืนกับเหล่าองครักษ์เสื้อแพร พวกเขาเหล่านั้นยืนอารักขาเมื่อเขาไปก็ตาม องครักษ์เสื้อแพรติดตามไปด้วย“อาหรง ทางด้านชายแดนแคว้นเยว่ แม่ทัพหม่าถอนทัพกลับมาหรือยัง” เยว่หัวเอ่ยถามเว่ยหรง องครักษ์คนสนิทที่เป็นเพื่อนเรียน โดยเตี่ยของเขาเป็นแม่ทัพเว่ยผู้ล่วงลับ (เตี่ย แปลว่า พ่อ)“ทางชายแดนฝ่ายเราถอนทัพกลับมาแล้วพระเจ้าค่ะ” เว่ยหรงเอ่ยบอกเช่นนี้“อีกสามวันข้าจะนำทัพไปด้วยตัวเอง” เยว่หัวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ซื่อหวางเย่ พระองค์พึ่งเสด็จกลับมา อย่าพึ่งไปออกรบเลยพระเจ้าค่ะ ข้าขออาสาไปทำศึกเอง” หลี่เฉียงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลี่เฉียงก็เป็นสหายของเยว่หัวในวัยเรียนเช่นกัน เตี่ยของเขา คือ เจ้ากรมอาญา“ข้าออกรบตั้งแต่อายุสิบสาม เพื่อต้องรวบรวมแผ่นดินทั้งห้าแคว้นให้เป็นหนึ่งเดียวในเร็ววัน เพื่อใต้หล้าไม่ต้องทำศึกลูกหลานแคว้นมู่จะได้มีที่ทำกิน” เยว่หัวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“รายงาน” เสียงของทหารผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับยื่นม
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 05 เทียนเฟยเท่านั้นที่เหมะสม

มู่เยว่หัวทอดมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนท้องฟ้าปลอดโปร่ง เยว่หัวยืนตรงชานพักในหมิงตูกง ทอดสายตามองดาวเหนือสุกสกาวบนฟากฟ้า อีกทั้งยังมีดาวตกลงมาทางทิศเดียวกัน“หวางเย่ยังไม่บรรทมอีกหรือพระเจ้าค่ะ”คนที่พูดขึ้นมาคือจื่อฮั่ว มีหน้าที่ดูแลหมิงตูกง อีกทั้งยังดูแลความเป็นไปในตำหนัก เนื่องด้วยหมิงตูกงมีแต่บ่าวรับใช้เป็นผู้ชายและขันทีเท่านั้นไม่มีนางกำนัลที่เป็นหญิงแม้แต่คนเดียว“ข้านอนไม่หลับ”“หวางเย่เสวยน้ำโสมหรือน้ำจัณฑ์ร้อนๆ สักถ้วยหรือไม่พระเจ้าค่ะ”“ไม่ ข้าไม่หิว”“กระหม่อมขอล่วงเกินถามหวางเย่สักเรื่องหนึ่งพระเจ้าค่ะ” จื่อฮั่วเอ่ยถามเยว่หัวเช่นนี้ เยว่หัวจึงหันกลับมามองจื่อฮั่วด้วยความสงสัย“ว่ามา” เยว่หัวเอ่ยบอก“เพลาที่หวางเย่บรรทมสนิท กระหม่อมเคยได้ยินเสียงหวางเย่ละเมอ ตั้งแต่กระหม่อมมารับใช้พระองค์ หวางเย่จะละเมอว่า อย่าไปไหน...กลับมาก่อน...กูเหนียง กระหม่อมจะได้ยินซ้ำๆ เรื่อยมา แต่ว่าหลังจากหวางเย่ไปทำศึกพระองค์ก็ไม่เคยละเมอเช่นนี้อีกเลย” จื่อฮั่วเอ่ยบอกเช่นนี้ (กูเหนียง แปลว่า แม่นาง)“ข้าก็ไม่รู้ว่านางในฝันนั้นเป็นใคร ข้าเห็นเพียงด้านหลัง และเสียงหัวเราะของนางเพียงเท่านั้น ข้าเองก็อยา
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 06 พบพาน

“ด้านหน้าพระองค์คือเมืองฉางหยางเมืองหลวงของแคว้นเยว่ มองลงไปในเมืองหลวงมีการตรวจตราแน่นหนา” หลี่เฉียงเอ่ยบอกเยว่หัวที่นั่งอยู่บนหลังม้า ขณะที่ทหารส่วนหนึ่งที่ติดตามมาอยู่บนริมผา มองลงไปเบื้องล่างคือเมืองฉางหยาง“ข้าต้องการเข้าไปในเมืองรู้ใช่ไหมว่าต้องทำเช่นไร” เยว่หัวเอ่ยบอกเช่นนี้“พระเจ้าค่ะ หวางเย่” หลี่เฉียงน้อมรับค่ำสั่ง แล้วขี่ม้าออกไปทันทีเยว่หัวพร้อมด้วยทหารส่วนหนึ่งสวมใส่ชุดของชาวเมืองแคว้นเยว่ เยว่หัวใส่ชุดคุณชายสีขาวสะอาดตา แล้วทำป้ายหยกตระกูลเฉียงอัน ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ของแคว้นเยว่ และเฉียงอันอิ๋งป่ายเป็นต้าซื่อคงมีผู้คนนับหน้าถือตา ทำให้เยว่หัวและทหารเข้ามาในเมืองหลวงปะปนกับเหล่าผู้คนในเมืองอย่างง่ายดาย“พ่อหนุ่มมาทำอะไรแถวนี้ เจ้าคงมาต่างเมืองสินะ” ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา แล้วมายืนต่อหน้าเยว่หัว โดยมีเว่ยหรง หลี่เฉียง และองครักษ์ชุดดำสี่คน และอีกหลายคนที่ปะปนเป็นชาวบ้าน พวกเขาทั้งหมดสวมใส่ชุดของชาวบ้านที่หาซื้อนอกเมืองมาได้ และพวกเขาอยู่เคียงข้างเยว่หัวเพื่อสังเกตการณ์โดยรอบ“ใช่ ข้ามาหาญาติที่ไม่ได้เจอกันมานาน เห็นว่าด่านตรวจก่อนเข้าประตูเมืองไม่ค่อยมีทหารประจำการมา
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 07 เจ้าชื่ออะไร?

“วันนี้โรงเตี๊ยมเรามีแขกเหมาเอาไว้ วันหน้าคุณหนูค่อยมาใหม่นะขอรับ” ชายเจ้าของโรงเตี๊ยมเอ่ยบอก หญิงสาวที่กำลังจะก้าวเดินเข้ามา“ข้าเห็นว่าหน้าโรงเตี๊ยมของท่านไม่มีป้ายปิดเอาไว้ ว่าวันนี้ไม่ขาย ข้าจึงเดินเข้ามา” หญิงสาวเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วทอดสายตามองผู้คนในโรงเตี๊ยมมีแต่ผู้ชาย ทำให้นางรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะพวกเขามองมายังนางเป็นตาเดียวราวกับนางเป็นสิ่งแปลกประหลาด“เช่นนั้นข้ามาวันหลังก็ได้” นางเอ่ยบอกแล้วหันหลังกลับ แต่ทว่านางกลับสะดุดกระโปรงยาวที่สวมใส่ทำให้นางจะล้มลงกับพื้น แต่ทว่ามือหนาของชายผู้หนึ่งโอบเอวของนางเอาไว้ได้ทันนางทอดมองใบหน้างดงามราวกับหยกแกะสลักอย่างประณีต เหมือนกับเทพเซียนปั่นแต่งใบหน้าเช่นนี้ให้หญิงสาวได้หลงใหลได้ไม่ยาก เพราะเขามีใบหน้าเรียวรูปไข่ มีคิ้วที่หนา นัยน์ดำสนิทเล็กกลม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาเป็นกระจับหนาสวยได้รูป ถือว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามเลยทีเดียว“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...” เสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้นหน้าโรงเตี๊ยมทำให้นางคืนสติ นางจึงยืนขึ้น แล้วหันไปมองหญิงสาวผู้หนึ่งที่โดนลากมาหน้าโรงเตี๊ยม โดยมีชายวัยกลางคนใบหน้าโหดเหี้ยมลากนางเข้ามา พร
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 08 ของแทนใจ

จ่างซุนลี่รู้สึกปวดหัวด้วยอาการเมาค้างจากเมื่อคืนวาน อาจเป็นเพราะนางไม่เคยดื่มมันมาก่อน นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เพราะได้กลิ่นน้ำแกงโชยเข้ามาในห้อง นางมองไปยังรอบห้องไม่ใช่ด้านล่างของโรงเตี๊ยม แต่เป็นห้องสีแดงทั้งห้องรวมไปถึงม่านที่อยู่ในห้อง ราวกับห้องของหญิงคณิกาในหอคณิกาของเมืองหลวงนางทอดสายตามองไปยังหน้าต่างเห็นว่ามีชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงริมหน้าต่าง นางจำได้ดีว่าเขาคือหวงเซียะ นางจึงรีบเปิดผ้าห่มดู ดูว่าเสื้อผ้าอยู่ครบไหม ปรากฏว่าเสื้อผ้าของนางอยู่ครบถ้วน ทำให้นางวางใจไปเปลาะหนึ่ง อีกทั้งนางก็ไม่ได้เจ็บที่กลีบร่อง นางจึงสบายใจเปลาะที่สอง“เจ้าตื่นแล้วหรือ ดูท่าเจ้าไม่เคยดื่มสุรามาก่อน ดื่มน้ำแกงสร่างเมาเสียหน่อย” เยว่หัวเอ่ยบอก แล้วยกถ้วยน้ำแกงโสมส่งให้นาง นางจึงรับเอาไว้และดื่มเพียงคำ กลืนด้วยความยากเย็น“ทำไมมันขมแบบนี้” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง และมีสีหน้าขยะแขยงในน้ำแกงถ้วยนี้“ดื่มอีก เดี๋ยวข้าจะให้น้ำตาลปั้น” เยว่หัวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกว้างน้อยคนที่จะเห็นเขายิ้มเช่นนี้ นอกจากหวางโฮ่วที่เคยได้เห็นรอยยิ้มของเขาแต่นั่นก็ก่อนที่เขาออกรบเมื่อสองปีก่อน“ข้าไม่ใช่เด็ก” นางเอ่ยบอก
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 09 ผูกพัน

“กงจู่อย่าทำแบบนี้อีกนะเพคะ หัวของเจาจวินจะหลุดออกจากบ่าไปด้วย”เจาจวินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ซุนลี่นั่งลงที่ตั่งยาวกลางตำหนัก“เจ้าก็พูดเกินไปแล้ว” ซุนลี่เอ่ยบอกแล้วรับน้ำชาจากเจาจวิน“จริงเพคะ ต้าหวางและหวางโฮ่วให้หม่อมฉันหากงจู่แทบพลิกแผ่นดิน” เจาจวินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“แล้วต้าเกอว่าอย่างไงบ้าง” ซุนลี่เอ่ยถามแล้วส่งถ้วยน้ำชาให้เจาจวิน“ไท่จื่อทรงรู้เรื่องนี้ พระองค์ก็เข้าวังมาทันที ถามถึงกงจู่ด้วยความเป็นห่วง ป่านนี้คงกลับตงกงไปแล้วเพคะ”“เจาจวิน ข้าอยากกินขนมดอกท้อ แล้วเจ้านำม้วนตำราพิชัยสงครามที่อยู่บนตั่งเตียงมาด้วย ข้าอ่านถึงบทที่สี่เอง อีกสองวันข้าต้องคืนตำราเล่มนี้ให้ต้าเกอ”“กงจู่ หวางโฮ่วมีรับสั่งให้คัดตำราสอนหญิงให้พระนางทอดพระเนตรตั้งห้าเล่ม กงจู่รีบคัดตำราก่อนเถิดเพคะ”“เจ้าก็คัดให้ข้า ข้าจะอ่านตำรา”“แต่ตำราพิชัยสงครามให้ทหารออกศึกได้ศึกษาเถิดเพคะ”“เจาจวิน” ซุนลี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ แววตาดุดัน ทำให้เจาจวินขนลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปเอามาให้” เจาจวินเอ่ยบอกเช่นนี้“ดีมาก”หลังจากเจาจวินก้าวเดินออกไปจากห้องของนางไปแล
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 10 แผนโจมตี

มู่เยว่หัวควบม้าภายในหนึ่งวันเต็มเข้ามาในเมืองหลวงของแคว้นมู่ ด้วยทหารฝีมือดีร้อยนาย ทำให้ทุกคนในเมืองหลวงต่างงวยงงยิ่งนัก รวมไปถึงเหล่าขุนนางที่อยู่ตามทางที่รู้จักเยว่หัว ต่างแตกตื่นตกใจ เพราะข่าวแจ้งมาว่ามู่เยว่หัวจะกลับมาอีกสองถึงสามวันทหารหลวงเปิดประตูวังทันทีเมื่อม้าของเยว่หัวมาถึง เพราะต้าหวางมีพระกระแสรับสั่งว่า เยว่หัวสามารถถือกระบี่เข้าท้องพระโรงได้ และไม่ต้องขานชื่อในเพลาเข้าเฝ้า เยว่หัวรวมไปถึงเว่ยหรง และหลี่เฉียงเข้าวังเพียงสามคนเท่านั้น นอกนั้นรออยู่ตรงพระราชฐานชั้นนอกเพื่อรอรับคำสั่งเยว่หัวมาถึงตงกง มีทหารล้มตายหลายคนอยู่หน้าตำหนัก ทหารหลายคนยืนอยู่ตามจุด ทหารอีกส่วนขนศพออกไป ส่วนทหารสองคนเปิดประตูตำหนักออก เยว่หัวพร้อมกับองครักษ์ทั้งสองก้าวเดินเข้าไปในตำหนัก กลับเห็นว่ามีทหารหลายสิบคนล้ม และข้าวของกระจัดกระจาย ส่วนไท่จื่อนั่งอยู่ตรงบันไดทางขึ้นไปยังห้องบรรทม แต่ทว่าชุดสีขาวสะอาดตาของไท่จื่อเต็มไปด้วยเลือด ในมือหนามีกระบี่ที่คล้ำบนพื้น“เกิดสิ่งใดขึ้นในตงกงแห่งนี้” เยว่หัวเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ข้าไม่เป็นอะไรซื่อตี้ เดี๋ยวเจ้านอนด้วยกันกับข้าที่นี่ ข้าจะให้อาหู่จัดห้องใ
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status