Partager

ล่า ตอนที่ 2

last update Date de publication: 2026-01-07 18:46:25

“กรี๊ด!” เสียงแหลมกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ก็เกิดอาการจุกเจ็บกะทันหัน เธอตื่นจากนิทรากลางคัน ลืมตามองไปรอบๆ อย่างหวาดผวา

ร่างของเธอลงมานอนกองอยู่บนพื้นในสภาพมีผ้าห่มห่อพันรอบกาย สายตาสาดมองไปรอบๆ ก็เห็นร่างใหญ่ในฝันร้ายยืนเท้าสะเอวอยู่บนกระท่อมไม้ไผ่ เหนือศีรษะของเธอ

“ตื่นได้แล้ว อย่ามาทำตัวขี้เกียจสันหลังยาวที่นี่ เธอมีงานต้องทำ”

“...” มาเรียมเริ่มคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ดวงตาแดงก่ำกลอกกลิ้งคลอหน่วยสติเต็มไปด้วยความสับสน เธอไม่ได้ฝันไป...ความเลวร้ายที่เกิดขึ้น ก่อนทุกอย่างจะดับวูบมันคือความจริง

เธอได้ถูกพรากเอาความสาวที่ควรหวงแหนไปเสียแล้วด้วยความโหดร้ายทารุณ...

 “ไปอาบน้ำ...นี่เสื้อผ้าของเธอ!”

“โอ๊ย!” ยังไม่ทันขาดคำ เสื้อผ้าสีมอซอก็ถูกปาใส่หน้าจนหญิงสาวต้องหันหน้าหลบอัตโนมัติ แต่มันก็ยังโดนอยู่ดี เธอไม่มีเวลาในการตั้งสตินานนัก ร่างเล็กสั่นเทาค่อยๆ คลายผ้าห่มออกแล้วรวบเก็บเสื้อผ้าที่เขาโยนให้มากอดเอาไว้ เหลือบมองผู้ชายที่ทำร้ายเธอซึ่งกำลังก้าวเท้าเหยียบบันไดลงมา

เขาเดินผ่านตัวเธอไปแล้วส่งสัญญาณมือให้เดินตาม มาเรียมรู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่นให้เธอเลย รอบๆ นี้คงมีคนอื่นๆ ที่เธอพบเจอก่อนหน้าคอยควบคุม

ไม่มีทางที่เธอจะหาทางหนีได้ง่ายๆ เลย หญิงสาวสำรวจพบว่าเธอไม่ได้สวมเสื้อผ้าของตัวเองแล้ว และความรู้สึกก็บอกให้รู้ว่าภายในร่มผ้านั้นไม่มีชุดชั้นในสวมทับแม้แต่ชิ้นเดียว พอจะนึกออกว่ามันถูกเขาทำลายไม่เหลือชิ้นดีตั้งแต่ตอนนั้น ยับเยิน...ไปพร้อมๆ กับชีวิตทั้งชีวิตของเธอ

                “เร็วสิ...” ชายหนุ่มหันมาตะคอกเสียงเข้ม ใบหน้ารกครึ้มเต็มไปด้วยหนวดเคราของเขาหันมองด้วยสายตาดุดัน

มาเรียมรีบก้าวเท้าตามทันที ความรู้สึกร้าวระบมไปทั้งสรรพางค์กาย ทำให้เธอไม่อาจเร่งฝีเท้าได้เร็วนัก

แดนสรวงพาเธอลัดเลาะห่างจากที่ตั้งฐานมาพอสมควร หญิงสาวพอจะจำได้ว่ากระท่อมตรงนั้นไม่ใช่ที่ที่เธอถูกนำมาขังเอาไว้ในตอนแรก                                                                                                      ตรงนี้มีเนื้อที่กว้างกว่าและมีกระท่อมอยู่มากกว่า เหมือนจะเป็นที่อยู่อาศัยถาวร ส่วนกระท่อมแรกนั้นเหมือนจะเป็นที่พักชั่วคราวความเย็นยะเยือกทำให้เธอกอดตัวแน่น

แม้ตะวันจะแผดแสงจ้าทำให้รู้ว่าเวลานี้คงสายมากแล้ว แต่ในป่าในดงกลับยังคงสภาพอากาศชื้นเอาไว้ได้อย่างดี ยิ่งเสียงน้ำดังใกล้เข้ามา อุณหภูมิก็เหมือนจะยิ่งต่ำลงทุกทีๆ

“ถึงแล้ว...เราจะอาบน้ำที่นี่กัน”

“เรา...” หญิงสาวถามย้ำ มองไปรอบๆ พงไพรที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกชัฏ เบื้องหน้าเป็นธารน้ำที่เธอไม่แน่ใจนักว่าใช่ที่เกี่ยวกับเมื่อวานหรือเปล่า

แต่ตรงนี้มีน้ำตกตื้นๆ อยู่ด้วย ถัดลงมาก็เป็นแอ่งคล้ายสระมีก้อนหินน้อยใหญ่กั้นเป็นทำนบคล้ายเป็นฝีมือคนเสียมากกว่า แต่มันคงถูกสร้างไว้นานมากจนตะไคร่จับดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ

“ใช่...” ตอบพลางหันมาแสยะยิ้มแล้วถอดเสื้อตามด้วยกางเกงขายาวกองไว้ข้างๆ ตัวทันที มาเรียมยืนอึ้งอ้าปากค้างกับร่างใหญ่เปลือยเปล่าตรงหน้า

“นี่จะบ้าเหรอ...ถอดผ้าทำไม” เธอเอามือปิดตาแล้วหันหลังให้เขาทันที หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายกำลังเกินเข้ามาใกล้และใช้กำลังถอดเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ให้กลายสภาพเป็นเช่นเดียวกับเขา

“กรี๊ด!!”

“อย่ากระแดะไปหน่อยเลยน่า...มีซอกไหนมุมไหนบ้างที่ฉันยังไม่เห็น รีบๆ อาบน้ำจะได้ไปทำกับข้าวให้ทุกคนกิน”

“ฉันไม่ได้ไร้จิตสำนึกไร้ยางอายเหมือนกับแกนี่...ออกไปเลยนะอย่ามาแตะตัวฉัน” มาเรียมเต้นเร่าด้วยความอับอาย แม้เธอจะเติบโตในต่างแดนแต่เธอก็ถูกเลี้ยงดูอย่างคนไทยคนหนึ่ง อีกประการต่อให้เป็นผู้หญิงไทยหรือผู้หญิงชาติไหนๆ ก็คงไม่รู้สึกเฉยกับการเปลือยกายของเพศตรงข้ามซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่างแน่นอน

“เสียเวลา...มานี่!”

“ว้าย!” เธอถูกกระชากเข้าหาตัวเขา หญิงสาวดิ้นขลุกขลักขัดขืนเมื่อชายหนุ่มพยายามถอดเสื้อผ้าของเธอทิ้ง มันง่ายดายนักเพราะมีเพียงเสื้อม่อฮ่อมตัวใหญ่กับกางเกงขาก๊วยตัวโคร่ง ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีร่างเล็กก็เปลือยเปล่าหลงเหลือแต่เนื้อแท้

“ก็แค่นี้แหละ หึ...”

            “ไอ้...ไอ้บ้า!” มาเรียมกอดกายย่อตัวลงนั่ง ไม่อยากมองเขา ไม่อยากให้เขามอง ไม่รู้ว่าจะต้องทนกับความอัปยศไปถึงเมื่อไหร่

ร่างกายของเธอปวดระบมไปหมด ตามแขนตามขาก็มองเห็นรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ชัดเจน ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ชายตัวโตๆ ที่ควรปกป้องเพศแม่กลับมาทำย่ำยีโดยไม่นึกละแก่อายใจ

 อะไรคือฉนวนความแค้นให้เขาคิดเอาคืนให้เธอเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้...

“ยังไม่รีบลุกอีก หรืออยากเล่นอะไรสนุกๆ ตรงนี้กันก่อน”

“...” เธอเงยหน้าจ้องเขม็ง ลืมไปสนิทว่าร่างบึกบึนนั้นอยู่ในสภาพไหน เธอหันหน้าหลบทันควันริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ปลายหางตาแลเห็นชายหนุ่มเดินลงลำธารไปตรงบริเวณที่เป็นน้ำตกซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย                                                                                   ชายหนุ่มวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าและชำระตามตัวพลางตะโกนขู่เรียกให้เธอรีบตามเขาไป                                                                      มาเรียมรู้ว่าเธอคงไม่มีทางเลือกมากนัก...นอกจากตามใจเขาและฆ่าตัวตายไปเสียซึ่งอย่างหลังเธอยังทำใจไม่เข้มแข็งให้กล้าพอ แต่หากถูกกดดันทำร้ายมากเข้ามันก็ไม่แน่เหมือนกัน

หญิงสาวหันซ้ายหันขวามองให้มั่นใจว่าบริเวณนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเธอกับเขาที่กำลังหันหลังให้ เธอจึงลุกขึ้นอย่างช้าๆ ยังคงงอตัวเพราะความอายแล้วรีบก้าวลงน้ำเพื่อให้สายธารช่วยปกปิดกลืนกายที่เปลือยเปล่า

เมื่อน้ำปริ่มสะเอวเธอก็หย่อนตัวลงนั่ง น้ำเย็นยะเยือกท่วมร่างทีละน้อยจนสั่นสะท้าน บาดแผลที่ถูกกิ่งไม้ใบหญ้าขีดข่วนเริ่มแสบแปลบ

บางทีไม่ต้องฆ่าตัวตาย เธอก็อาจจะถูกทรมานจนสิ้นใจในเร็วๆ นี้

“นี่เธอ...น้ำตื้นขนาดนั้น วันนี้จะอาบสะอาดไหม” เสียงห้าวทุ้มตะโกนฝ่าเสียงน้ำที่กระเซ็นแซ็งแซ่ ในน้ำเสียงบ่งบอกถึงความรำคาญใจ

“จะให้สะอาดยังไง ครีมอาบน้ำก็ไม่มี อะไรก็ไม่มีสักอย่าง”         “ยังจะเถียง! แผลทั้งตัวแบบนั้น แค่น้ำเย็นๆ ก็จะตายแล้วมั้ง” เขากล่าวเหมือนล่วงรู้ถึงอาการของเธอ แล้วหันหลังให้เพื่อที่มาเรียมจะได้ไม่ต้องอิดออดขัดเขินมากนักเมื่อสัดส่วนสล้างของเธอโผล่พ้นจากผิวน้ำ

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ...เขาได้ยินเสียงบางอย่างกระทบผิวน้ำแล้วลากใกล้เข้ามา และหยุดอยู่ห่างพอประมาณ สัญชาตญาณป่าของแดนสรวงไม่แพ้พรานเจ้าถิ่น

เขาใช้ชีวิตบนผืนป่าแห่งนี้มาแสนนานเสียจนป่าเปรียบเสมือนจิตวิญญาณไปแล้ว แม้เพียงใบไม้ไหวหนักเบาก็ยังรู้ถึงความแตกต่างและลางบอกเหตุ จึงไม่ได้นึกกลัวการถูกประทุษร้ายเอาคืนจากหญิงสาวแม้แต่น้อย

“กรี๊ด!!” มาเรียมกรีดร้องลั่นแล้วน้ำเสียงของเธอก็หายจมหายไปในน้ำเมื่อร่างถูกเหวี่ยงเต็มแรงจนเสียการทรงตัวและล้มลงในสระ ก้อนหินขนาดพอเหมาะหลุดหล่นจากมือเธอตะเกียกตะกายผุดโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อหายใจ มือเล็กปัดป่ายผมที่สยายปิดใบหน้าพลางสำลักน้ำเนื่องจากน้ำเข้าปากโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว

“คิดว่าฉันโง่ให้ตีหัวได้ง่ายๆ งั้นเหรอ หึ...เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะมาเรียม อันดับแรก”

“ว้าย! ฉันเจ็บ!” มือเรียวที่เต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วนถูกดึงกระชากเข้าหาเขา เธอไม่กล้าสบตาเข้มขรึมนั่นมากนัก เพราะแววตาดุดันของเขาไม่เหมือนแววตาของคนแม้แต่น้อย แต่เหมือนสัตว์ร้ายเสียมากกว่า

“เธอต้องรู้ว่าที่นี่ฉันเป็นใหญ่ และฉัน...เป็นผัวเธอ...”                  “แกทำลายฉัน...แกมันเลว” ดวงตากลมมนของมาเรียมแดงก่ำคลอหน่วยหยาดน้ำ เธออยากฆ่าผู้ชายตรงหน้านี้ให้ตายคามือเสียเหลือเกิน การไม่มีเขาอยู่ร่วมลมหายใจคงเป็นความสุขที่สุดในชีวิต        “งั้นก็ยินดีด้วยนะที่ได้ผัวคนแรกก็สารเลวขนาดนี้ น้อยคนจะซวยอย่างเธอ”

“อย่ามาพูดพล่อยๆ!”

“อะไรคือพูดพล่อยๆ ที่ว่าฉันเป็นผัวเธอน่ะเหรอ” เขาถาม ใบหน้ายังแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มแสยะร้ายกาจ

“ใช่...”

“สงสัยตอนสลบจะลืมไปแล้วว่าถูกเอายังไง ไม่เป็นไร...ฉันจะทบทวนใหม่ให้ก็ได้ ครั้งนี้จะไม่ให้สลบจะได้จำทุกวินาที”

“อื้อ!!” มาเรียมออกแรงดิ้นจนน้ำกระเซ็นกระจายเมื่อชายหนุ่มใช้มืออีกข้างจับบีบปลายคางของเธอแล้วโน้มใบหน้าคมกร้านเข้าหา ริมฝีปากซีดสั่นประกบถูกบดขยี้จนเจ็บแปลบ

แดนสรวงรุกจุมพิตร้ายหนักหน่วง ดันให้ร่างเล็กเซไปถอยหลังไปพิงก้อนหินใหญ่ซึ่งถูกนำมาวางเรียงเป็นทำนบกั้นน้ำเพื่อเอาไว้ใช้อาบ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความปรารถนาในตัวเขามันกำลังเรียกร้องมาเรียมให้เข้ามาเติมเต็ม                                                   รสชาติความสุขแทบสำลักที่ยังไม่รู้จักอิ่มเอมมันแล่นพล่านอยู่ในตัวตลอดเวลาตั้งแต่เขาใช้กำลังข่มเหงเธอจนสำเร็จเมื่อวาน กระหายหิว...เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกขังให้อดอาหารมาแรมปี

“เธอทำให้ฉันต้องเปลี่ยนแผน...มาเรียม” เขาผละจากริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยแล้วกระซิบอ้อยอิ่งใช้ลมหายใจอุ่นๆ ร่วมกัน หญิงสาวน้ำตาคลออยู่ในดวงตาแดงก่ำ พยายามหลบหน้าอยู่ตลอดเวลาแต่นิ้วใหญ่ที่ล็อกปลายคางมนอยู่ ทำให้เธอไม่อาจขยับได้ดั่งใจเพราะความเจ็บ

“ไหนลองพูดดีๆ กับผัวหน่อยสิ”

“ฆ่าฉันซะ...” น้ำเสียงสั่นพร่ากลั่นกรองออกมาด้วยความเจ็บแค้นใจ

“ไม่...ถ้าเธอตายมันง่ายไป เธอต้องอยู่ชดใช้สิ่งที่พี่ชายเธอทำกับครอบครัวฉันมาเรียม ไอ้พจน์...มันคงจะอกแตกตายถ้าได้น้องสาวที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันติดตัวไปด้วย”

“แก! อุ้ย!” เพียงขบถคำหยาบหญิงสาวก็ถูกเขาดันตัวเต็มแรงจนแผ่นหลังชนก้อนหินอีกครั้ง เธอหลับตากลั้นหายใจผ่อนคลายความเจ็บจุก แววตาของแดนสรวงวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้ง

“ตอนแรกฉันก็คิดจะทำตามใจเธอนั่นแหละ อืม...” ใบหน้าคมสันโน้มซุกตรงซอกคอขาว แลบลิ้นเลียตรงเส้นชีพจรที่เต้นผิดจังหวะของเธอไปพลาง

กลิ่นสาวหอมหวนดึงดูดใจเสียยิ่งกว่าดอกไม้ทั้งดงดอย ลึกๆ แล้วชายหนุ่มก็นึกฉงนใจตัวเองที่นึกเปลี่ยนแผนขึ้นมากะทันหันเพียงแค่ได้เสพสมร่างงามนี้แค่ครั้งเดียว แต่ก็อาจเป็นเพราะว่าเขาร้างราจากเรือนกายของผู้หญิงมาแสนนานจึงติดใจ

แต่มัน...ก็แค่สัญชาตญาณของเพศรสเท่านั้นเอง

“ก็ทำสิ ทำเลย...เพราะถ้าฉันไม่ตายสักวันแกก็ต้องตาย”

“ดูเหมือนหมา...จนตรอก”

“โอ๊ย!!” มาเรียมห่อไหล่อัตโนมัติเมื่อต้นคอระหงของเธอถูกคมฟันขบกัดจนเจ็บระบม มือไม้พยายามปัดป่ายป้องกันตัวเองแต่ก็ถูกแดนสรวงกดตรึงร่างเอาไว้จนแนบติดโขดหิน

เขารุกแรงนัวเนียไม่คิดถนอมเธอแม้แต่น้อย ความปวดร้าวที่กำเริบอยู่ก่อนหน้าบวกกับความหนาวเย็นจากสายน้ำทำให้หญิงสาวนึกกระหยิ่มใจว่าความทรมานคงครอบงำเธอได้อีกไม่นานนักหรอก เพราะหากถูกกระทำป่าเถื่อนดั่งเช่นเมื่อวานอีกเธอคงสิ้นลมหายใจในไม่ช้า

“เจ็บใช่ไหม...หนาวใช่ไหมมาเรียม อา...เธอเหมือนกำลังจะตาย”

“...” แม้จะไม่มีคำตอบ แต่ร่างกายของเธอมันก็ฟ้องทุกอาการโดยไม่อาจปิดบัง

“ขอร้องสิแล้วฉันจะหยุด...” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอเสียงสั่นพร่าด้วย อารมณ์กระเจิดกระเจิงจนมือเกร็งเห็นเส้นเลือดปูดโปน เขาภาวนาให้เธอทำตามคำสั่งก่อนที่ถูกขย้ำบอบช้ำไปมากกว่านี้               ต่อให้ความเจ็บปวดของเธอคือความสุขมากแค่ไหนแต่กมลสันดานฝ่ายดีที่พยายามสะกดเอาไว้มันก็ตะโกนตอกย้ำถึงความผิดชอบชั่วดีอยู่เนืองๆ

บางครั้งเขาจึงเหมือนคุ้มดีคุ้มร้าย หรืออาจจะเป็นบ้าไปเลยก็ได้เพราะความขัดแย้งในตัวเอง...

“แกจะหยุด...จริงๆ ใช่ไหม”

“ฉันชื่อแดน...แดนสรวง”

“แดน...อย่าทำฉัน ฉันเจ็บ...” มาเรียมยอมศิโรราบแต่โดยดี เธอไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ถึงจะอยากตายมากกว่าอยู่ แต่ชายหนุ่มคงไม่ยอมปล่อยให้เธอไปสู่สุคติโดยง่ายอยู่แล้ว

“เอาดีๆ...” เสียงทุ้มก่นขู่เบาๆ กระซิบกระซาบใกล้ใบหูของเธอ

“...” หญิงสาวกำหมัดแน่นตัวสั่นเทาทั้งเพราะความกลัวและความหนาว แต่เธอก็ตัดสินใจเอื้อมมือไปกอดร่างของเขาเอาไว้ กลั้นใจซบใบหน้าแนบอกพอจะเอาออกว่าแดนสรวงอยากให้เธออ่อนข้อกับเขา

“ดีมาก หึ หึ...”

“ปล่อยฉันได้หรือยัง” เธอท้วง

“อาบน้ำซะ...อย่าช้า” กลายเป็นเขาที่ผละตัวเธอออกห่างแล้วหันหลังให้ทันที ร่างใหญ่เดินเร็วผ่าน้ำขึ้นฝั่งไปไม่เหลียวแลกลับมาอีกเลย                                                                                                           

มาเรียมหลับตาหนีเรือนกายเปลือยเปล่าของเขาแล้วย่อตัวต่ำให้น้ำท่วมจนถึงหัวไหล่ด้วยความอับอาย ไอร้อนวูบวาบลามเลียผิวหน้าจนเธอรู้สึกได้ทั้งที่สภาพอากาศและในน้ำนี้เย็นยะเยือกเหลือเกิน                                                                                      

  เมื่อหญิงสาวลืมตาอีกทีก็พบว่าแดนสรวงสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขานั่งอยู่บนก้อนหินที่โยนเสื้อผ้าของเธอวางเอาไว้สองมือกอดอกและจ้องมายังเธอเขม็งไม่ยอมให้คลาดสายตา

ร่างเล็กพยายามหันหลบและรีบล้างเนื้อล้างตัวเพื่อจะได้ไปจากลำธารนี้เสียที

เธอหนาว...และรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จอมใจมหาโจร    รักสุดท้าย (อวสาน)

    “สองคนจะคุยดีกันไม่ได้เลยจริงๆ เหรอคะ” มาเรียมกอดอกรั้งผ้าคลุมไหล่สีขาวเอาไว้แล้วก้าวเข้ามายืนข้างๆ เขา แดนสรวงยิ้มให้แล้วประคองเธอกอดพาหันไปทางด้านทะเล เดินไปจนชิดติดรั้วไม้ “เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว” “พี่พจน์ดูจะรักคุณริกามากนะคะ ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาเอาใจใครเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน” “ผู้ชายแบบมันก็ปากหวานก้นเปรี้ยวไปทั่ว” “นั่นพี่ชายฉันนะแดน แล้วฉันก็มั่นใจว่ารักครั้งนี้ของพี่พจน์เป็นรักที่จริงจัง คุณริกาน้ำใจงามน่านับถือมาก ถ้าพี่พจน์เสียเธอไปฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน” มาเรียมเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ตรงผืนทะเลที่ดวงอาทิตย์กำลังจมลับลงไปทีละน้อย แสงสีแดงสีส้มระบายฝืนฟ้าและฝืนน้ำเป็นปรากฏการทางธรรมชาติที่ชวนมองจนไม่อยากละสายตา “ที่ฉันปล่อยให้มันคบกับริกาก็เพราะน้องฉันโตแล้ว คิดเองเลือกเองดูแลตัวเองได้แล้ว เราถูกเลี้ยงมาแบบให้อิสระในการตัดสินใจกัน แต่ถ้ามันทิ้งริกาไปอีกคน มันได้ตายด้วยมือฉันแน่ๆ” “ค่ะ...พ่อคนเก่ง พ่อคนโหด พ่อจอมโจร” หญิงสาวล้อเลียน เขาจึงรั้งเธอมากอดเอาไว้เต็มอ้อมแขน ให้ร่างเล็กพิงพักแผ่นหลังของเธอลง

  • จอมใจมหาโจร    ความสุขที่กลับคืน ตอนที่ 3

    “พี่เรียม!!” ร่างเล็กในชุดใหม่ที่เธอไม่เคยมีวิ่งตัวลิ่วพร้อมตะโกนเรียกมาเรียมเสียงดัง เธอจำได้แม้จะเห็นเพียงด้านหลังในขณะที่หญิงสาวกำลังปิ้งบาบีคิวอยู่ริมสระว่ายน้ำ “อูซา...อูซาจริงๆ ด้วย มาได้ยังไงเนี่ย” มาเรียมหันกลับไปอ้าแขนรับอูซาเข้ามากอดด้วยความคิดถึงและแปลกใจปนเปกัน เด็กสาวดูซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม “นายแดนให้ลุงแสงพามาส่งค่ะ หนูคิดถึงพี่เรียมมากๆ ร้องไห้ทุกวันเลย” “พี่ก็คิดถึงอูซาที่สุด พี่ตั้งใจว่าจะให้แดนไปรับอูซามาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ ไม่คิดว่าเขาจะรู้ใจพี่ขนาดนี้” “คงเหลือแต่เดือนกับดาวแล้วล่ะค่ะ ที่พี่เรียมยังไม่ได้” เด็กสาวเอ่ยปากหยอกล้อ จนอีกฝ่ายหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “เด็กแก่แดดนี่...ออ กินอะไรมาหรือยัง อูซามากับใคร แล้วลุงแสงล่ะ” “ลุงแสงพามาส่งขึ้นเครื่องบินที่เชียงใหม่ค่ะ หนูกลัวเกือบตายแล้วนายแดนก็ให้คนไปรับมาจากสนามบินดอนเมืองพามาส่งที่นี่แหละ” เด็กสาวผละออกจากร

  • จอมใจมหาโจร    ความสุขที่กลับคืน ตอนที่ 2

    “แดน...นายกลับมาแล้ว ฉันรอนายทุกวัน” มาเรียมโผเข้ามากอดเขาหลังจากหมอและพยาบาลตรวจอะไรต่อมิอะไรเสร็จแล้วในวันที่ตื่นขึ้นมาครั้งแรก เธอร้องไห้ตัวโยนซบอยู่บนแผงอกเขาจนน้ำตาเปียกชื้นเสื้อที่สวมอยู่ เขายังขยับตัวไม่ได้มาก ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทั้งร่างปวดระบมไปหมด เขาดีใจ...ที่สัมผัสแรกเป็นของเธอ อยากกอดอยากปลอบโยนเธอบางแต่ก็ทำไม่ได้ นึกย้อนถึงความฝันประหลาดได้พบกับวาเลนเซียร์ ไม่แน่ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่งเขาอาจจะตายไปแล้วจริง แต่เพราะสำนึกฝังใจเรื่องลูกนี่แหละที่ผลักดันให้เขาไม่ยอมแพ้... “นายต้องปลอดภัยนะ...ลูกกับฉันจะไม่ไปไหนจนกว่านายจะหายดี” เธอกล่าวย้ำ และผละห่างเล็กน้อยดึงมือเขาไปกุมเอาไว้ ในขณะที่เขาพยายามเหลือบมองไปที่หน้าท้องของเธอและกระตุกมืออยากไปจับตรงส่วนนั้นด้วยความเป็นห่วง มาเรียมจึงวางมือของเขาแนบทาบไปที่ท้องน้อย “ลูกของเรา...” มาเรียมเอยได้เพียงเท่านั้น เธอยิ้มให้กับเขา “...” มันคือความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก ชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของมาเรียมคือโลกทั้งใบของเขา น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อล้นออกมาเองโด

  • จอมใจมหาโจร    ความสุขที่กลับคืน ตอนที่ 1

    สองเท้าก้าวเหยียบลงบนความว่างเปล่า...รอบตัวขาวโพลนไปหมดไม่มีจุดสิ้นสุด ชายหนุ่มก้มมองตัวเองในชุดสีขาวสะอาดตาแล้วลูบแรงๆ ไปตามหน้าท้อง แขนและส่วนต่างๆ...ไม่เจ็บ ไม่ปวด บาดแผลที่มีอยู่เต็มตัวก็หายไปเขาตายแล้วใช่ไหม...ความงุนงงปนเปเข้ามาในสภาวะที่ไม่คุ้นเคย เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าที่นี่คือที่ไหนถ้าหากว่าเขาหมดลมหายใจไปแล้วจริงๆ นี่ควรจะเป็นสวรรค์หรือนรกดีล่ะ “พี่แดน...” “มาลัย!” เขาหันรอบตัวทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคย แต่ไม่เห็นใคร ชายหนุ่มขมวดคิ้วสงสัยว่าใยเขายังได้ยินเสียงเรียกที่เคยฝันถึงทุกๆ คืนหากว่าเขาตายไปแล้ว “!!” แดนสรวงผงะเมื่อร่างบางในชุดขาวฟูฟ่องมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วค่อยๆ เลือนรางหายไปปรากฏอยู่ห่างกันเล็กน้อย หญิงสาวในชุดสีขาวยิ้มเศร้าให้กับเขาชายกระโปรงของเธอยาวระพื้นจนปิดเท้า สองมือขนาบข้างลำตัว รอบๆ ตัวเธอมีหมอกจางๆ ลอยฟุ้งจนมองเห็นได้ไม่ชัดเจน “พี่แดน...” เธอเรียกเขา แต่แดนสรวงไม่เห็นริมฝีปากบางนั้นขยับ “มาลัย...มาลัยมาทำอะไรที่นี่ พี่ตายไปแล้วใช่ไหม” เขาถาม...และพยายามเดินไปหาร่างแบบบางระหง ทว่า...เธอกลับห่าง

  • จอมใจมหาโจร    ฟ้าหลังฝน ตอนที่ 4

    คมพจน์นึกย้อนกลับไป สมัยที่เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งประธานบริษัทใหม่ๆ แทนบิดาซึ่งโรคภัยรุมเร้าและกลับไปปักหลักที่ต่างประเทศบ้านเกิดอย่างเป็นทางการ เหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือบิดาอยากมีเวลาดูแลมารดากับน้องสาวของเขาอย่างเต็มที่ด้วย หลังจากปล่อยให้สองคนนั้นอยู่กันตามลำพังเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเขาและบิดาก็บินไปบินมาสลับกันด้วยเพราะต่างก็มีภาระหน้าที่เขารู้สึกกับพอวา...ในตอนที่ยังเป็นผู้ช่วยแพทย์ เธอทั้งสวยทั้งเก่ง ดูเป็นผู้หญิงทันสมัยมีความมั่นใจสูง ด้วยความเป็นนักรักผู้ช่ำชอง และบริษัทของเขาได้ทำสัญญาประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลที่พอวาทำงานอยู่ในตอนนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเมื่อต้องการจะเข้าถึงตัวคุณหมอสาวการที่พอวานิสัยไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านมา มันดึงดูดให้เขาหลงใหลในตัวเธอมาก ถึงกับถอดเขี้ยวเล็บและคบหากันอย่างจริงจังอยู่นานแต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป...ความหลง ความแปลกใหม่ก็เริ่มชาชิน พอวาจริงจังกับหน้าที่การงานมากจนเขาแทบไม่มีตัวตน เธอเป็นสาวมั่นที่ตัดสินใจเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเองทุกอย่างจนเหมือนเขาไม่ได้มีความหมายเขาเป็นผู้ชาย...ในขณะที่เธอเป็นผู้หญิงแต่กลับมีภาวะความเ

  • จอมใจมหาโจร    ฟ้าหลังฝน ตอนที่ 3

    “คุณไม่ควรพาเด็กมาในที่แบบนี้...”“...” ชายหนุ่มวางเด็กชายในอ้อมให้ยืนลงบนพื้น ละสายตาจากภาพทิวทัศน์ตรงหน้าจากหน้าผาสูงสู่เบื้องล่างอันเวิ้งว้าง เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เขาหันกลับไปมองเจ้าของเสียงเรียกทัก ที่ในอดีต...เขาคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้เป็นอย่างดี“ผมไม่อยากห่างกับเขา...แล้วริกาก็ต้องดูแลมาเรียม”“บนดอยยังอันตราย เรายังฟื้นฟูพื้นที่ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ” เธอกล่าว...สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเหลือบมองเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ยืนเกาะขาของเขาไว้แน่นแม้ว่าคมพจน์จะมีเงินสร้างที่อยู่ชั่วคราวได้อย่างสะดวกสบายในระดับหนึ่ง แต่บนดอยที่เพิ่งถูกภัยธรรมชาติกระหน่ำไปหมาดๆ แห่งนี้ก็ไม่ได้เหมาะสมกับเด็กเล็กๆ อยู่ดี“ผมกับลูกไม่ได้ทำตัวเป็นภาระใคร แล้วก็ไม่ได้ขัดขวางการทำงานของคุณด้วย เจอตัวไอ้แดนเมื่อไหร่เราก็จะกลับกันทันที”“ตามใจ...ฉันเตือนด้วยความหวังดี เพราะถ้าเด็กมันป่วยขึ้นมามันจะลำบาก บุคลากรเราไม่พอ การเดินทางก็ลำบากแสนเข็ญ” เธอถอนหายใจแล้วส่ายหน้า พร้อมกับหันหลังกลับ เพื่อจะไปทำงานของตัวเองต่

  • จอมใจมหาโจร    ฟ้าหลังฝน ตอนที่ 2

    “หลังจากพี่แดนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หมอพอวากับมาลัยแทบไม่มองหน้ากันเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังต้องพักอยู่ในบ้านเดียวกันเพราะพวกเขาไม่อยากให้ฉันรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ฉันก็คิดว่าเป็นแค่เรื่องเพื่อนผิดใจกันธรรมดา จนกระทั่ง วันหนึ่ง...ฉันตื่นมาตอนเช้าและได้ยินพวกเขาทะเลาะกันเรื่องที่มาลัยแอบไปมีอะไรกับแ

  • จอมใจมหาโจร    พายุร้าย ตอนที่ 3

    “อูซา! อูซาได้ยินพี่ไหม!” ร่างเล็กเดินลุยในน้ำที่ไหลท่วมจนถึงเข่าในเวลาอันรวดเร็ว กระแสน้ำที่ไหลมากจาที่สูงลงที่ต่ำซัดแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่เธอมองรอบด้านคอยระวังสิ่งแปลกปลอมที่สายน้ำข้นคลั่กพัดพามาด้วย ภาวนาขอให้เจอตัวเด็กสาวก่อนที่น้ำใหญ่จะหนุนหลากมามากกว่านี้“มาเรียม! มันอันตรายเรา

  • จอมใจมหาโจร    พายุร้าย ตอนที่ 1

    “คุณแดน!” “ไอ้แดน!!!”สิ้นเสียงของลุงแสงและเสียงของความชุลมุนวุ่นวายแดนสรวงยังไม่ทันตั้งตัวเขาก็ถูกซัดด้วยหมัดลุ่นๆ จนหน้าหงาย ถึงกับเซถอยหลัง“!” ทุกอย่างเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่ลุงแสงถึงตัวชายหนุ่มกันผู้บุกรุกไม่ให้เข้าไปซ้ำ ต่างฝ่ายต่างมีคนคุมเชิงพร้อมอาวุธในมือ“มึงนี่เอง...”“เออ! กู

  • จอมใจมหาโจร    สิ้นสุดหรือแค่จุดเริ่มต้น ตอนที่ 3

    แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านม่านเมฆหนาให้แสงรำไรยามเช้า ฝนหยุดแล้ว...แต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม อากาศยังเย็นชื้นน้ำฝนตามใบไม้พร่างพราวหล่นร่วงลงบนหลังคาในยามที่ลมหนาวพัดเป็นระลอกมาเรียมลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะที่ดังอยู่รอบๆ บ้านพักของเธอ แต่ไม่มีวี่แววของแดนสรวงแล้ว เหมือนกับทุกๆ วันที่เขามักตื่นก่อนเธอแ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status