Mag-log in“ค่ะ ฉันต้องขอโทษแทนนุด้วย” อรรัมภาพนมมือไหว้อีกครั้ง พอเข้าใจได้ในสิ่งที่เขาไม่พอใจ
“ต่อไปฉันจะพยายามทำให้คุณไม่พอใจอีก”
“ไม่ใช่พยายามแต่ควรเรียนรู้ เธอพูดเองนี่ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะให้รู้เรื่องของอีกฝ่ายทุกเรื่องทันทีเป็นไปไม่ได้ เพราะงั้นเธอเรียนรู้ และฉันก็จะเรียนรู้ด้วย” เขาสบตาสาวน้อยที่สีหน้าเริ่มจะผ่อนคลายความกังวลลงได้
“ตกลงค่ะ เรียนรู้” อรรัมภายอมรับ
“ที่นี่ก็มาพูดเรื่องข้อตกลงของเราจริงๆ เสียที” เมฆินทร์วกมาประเด็นสำคัญที่ทำให้ใจจี๊ดทุกครั้งที่ได้ยิน
“ห้ามพูดเรื่องหย่า ใบหย่าอีก”
ท่าทางที่จริงจัง น้ำเสียงที่ชัดเจน แววตาที่มุ่งมั่นของเมฆินทร์ บ่งบอกให้รู้ว่าเอาจริงกับสิ่งที่พูด
อรรัมภาทำได้แค่พยักหน้าเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ในใจมีความสงสัยผุดขึ้นมาหลายอย่าง
‘หรือเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีพันธะทางกฎหมายกับเธอ’
‘เขาจะไม่หย่าให้ และใช้เรื่องนี้บังคับให้เธออยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะพอใจงั้นหรือ’
ก่อนที่ความสงสัยของอรรัมภาจะมากมายในหัว เมฆินทร์ก็เป็นผู้เฉลยเสียเองว่า เหตุใดเขาจึงไม่ต้องการพูดเรื่องหย่าอีก
“ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ตอนไหน เมื่อไร อย่างไร ไม่ต้องให้ใครพูดซ้ำ”
อรรัมภานิ่งก้มหน้าเล็กน้อย แน่ล่ะ เขาก็เป็นผู้ใหญ่ ผู้รู้เรื่องทุกอย่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
สิ่งที่พี่ชายเธอคล้ายกับเพื่อนรักในวัยเด็กเหลือเกินก็คือเรื่องนี้ เพียงแต่อำพลไม่เผด็จการหรือใช้อำนาจข่มใครเหมือนเขา
“อีกอย่าง ถ้าใจคิดแต่เรื่องจะหย่า ก็จะไม่มีวันได้เรียนรู้คนที่อยู่ตรงหน้าอย่างแท้จริง”
อรรัมภาบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับคำพูดมีนัยยะของเขา ชีวิตเธอกับเมฆินทร์ควรสิ้นสุดลงด้วยการคืนอิสรภาพให้อีกฝ่ายเสียมากกว่าการเรียนรู้
แต่เมื่อตกลงรับปากว่าจะอยู่ที่นี่และไม่ทำให้เจ้าบ้านรู้สึกไม่พอใจ เขาต้องการอะไร เธอก็ทำตามแค่นั้น ห้ามพูดก็คือไม่พูด
“ถ้าเข้าใจแล้ว ที่นี่ก็ทำหน้าที่ตามที่ควรทำซะ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับฉัน เธอต้องเป็นคนจัดการ เข้าใจไหม”
มีหลายอย่างที่อรรัมภายังไม่เข้าใจ แต่ไม่รู้อะไรนำทางให้เธอพยักหน้ารับคำเหมือนว่าเข้าใจ
เท่านั้นแหล่ะ สีหน้าที่บึ้งตึงท่าทีเย็นชาของพ่อคนพูดก็หายเป็นปลิดทิ้ง กลับมาเป็นคนใจดีในทันที
“คืนนี้จะกลับไปนอนบ้าน” เขาเอ่ยลอยๆ แล้วลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป
“เดี๋ยวค่ะ” อรรัมรีบเรียกไว้พร้อมเอ่ยว่า
“ฉันอยากมีงานทำ”
เมฆินทร์หันมาสบสายตาที่จ้องมองด้วยความแปลกใจ ท่าทางหญิงสาวเหมือนจะบอกว่าพูดจริงทำจริงแน่ๆ เกิดอะไรขึ้นอีก
“ฉันแค่เบื่ออยู่บ้านค่ะ ฉันไม่คิดเงินเดือนอะไรทั้งนั้น แค่ไม่อยากทิ้งเวลาไปวันๆ เอาเป็นว่าฉันจะดูแลทำความสะอาดบ้านให้คุณอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง อาหารสามมื้อ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ ฉันจะจัดการทั้งหมด แต่ฉันขอทำอย่างอื่นบ้างจะได้ไม่เหงา”
“แน่ใจเหรอว่าอยากทำอย่างอื่นด้วย” เมฆินทร์ก้าวเข้ามาหาคนที่พูด อรรัมภาหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อเขาเข้ามาใกล้
“เดี๋ยวจะดูให้แล้วกันว่าตำแหน่งไหนว่าง อ้อ ผมไม่เอาเปรียบนะ ถ้าคุณช่วยงานผมก็มีค่าตอบแทนให้” เขาถอยหลังกลับมายืน ทิ้งระยะห่างให้คนถูกประชิดตัวได้โล่งอกขึ้น
“ถ้างั้นมาเป็นผู้ช่วยผมแล้วกัน คำว่าผู้ช่วยก็คือห้ามห่างจากเจ้านาย เข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ ห้ามห่างจากเจ้านาย” อรรัมภารับคำหนักแน่น
แบบนี้ค่อยรู้สึกว่ามีอะไรทำ ดีกว่าการอยู่โยงเฝ้าบ้านไปวันๆ อรรัมภาเริ่มทำหน้าที่ผู้ช่วยเดินตามเจ้านายไปติดๆ
หลังเลิกงานเมฆินทร์กลับมาที่บ้านเหมือนเคย สีหน้าของคนงานในไร่รวมถึงนางแช่มแสดงให้เห็นว่าโล่งอก เพราะท่าทีเคร่งเครียดที่ขวางหูขวางตาทุกคนไปหมดแทบไม่หลงเหลือให้เห็น
โดยเฉพาะยามที่อยู่ใกล้อรรัมภาด้วยแล้ว เห็นได้ชัดว่าใบหน้าเคร่งขรึมมีรอยยิ้มและแววตาที่สดใสเปล่งประกาย
“เย็นนี้คุณจะกินอะไร” อรรัมภาถามคำแรกเมื่อเขาจอดรถยนต์ที่หน้าบ้าน
“มีอะไรกิน” เมฆินทร์ย้อนถาม
หลายวันมานี้เขากินนอนเหมือนคนอดอยาก จะกินก็กินไม่อิ่ม ของกินที่ป้าแช่มเตรียมมารสชาติก็ไม่อร่อย จะนอนก็นอนไม่หลับ ที่นอนมันดูแข็งกระด้าง อากาศก็เย็นเกินไปไม่ว่าจะปรับอุณหภูมิเท่าไรก็ดูจะไม่พอดีเอาเสียเลย
“ตอนนี้มีแค่ไข่ค่ะ” หญิงสาวบอกตามตรง
“ทำไมอย่างนั้น ป้าแช่มไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้คุณกินเหรอ” เขาถามด้วยความแปลกใจ
“เตรียมค่ะ แต่เตรียมไว้ให้ฉันคนเดียว คุณไม่กลับมาหลายวันก็เลยไม่ได้เผื่อ” อรรัมภาพูดตามความจริง พลางคิดเมนูในหัวว่าจะดัดแปลงอย่างไรให้พอกินได้สองคน
“งั้น ไม่ต้อง” เขาคว้าแขนคนที่กำลังเปิดประตูรถเข้าบ้านไว้ อรรัมภาชะงักหันหน้ามามองด้วยความสงสัย
“ออกไปกินข้างนอก เดี๋ยวพาไปกินข้าวร้านอร่อยแล้วจะพาไปซื้อของสดมาเก็บไว้ด้วย ต่อไปต้องทำเผื่อด้วย ไม่ว่ายังไงผมก็จะกลับมากินข้าวบ้านทุกมื้อ” เขาเน้นย้ำแล้วสตาร์ทรถพาอรรัมภาออกไปนอกไร่ด้วยเป็นครั้งแรก
ดูเหมือนคำว่า ห้ามห่างจากเจ้านาย จะกลายเป็นปัญหาสำหรับอรรัมภาเสียแล้ว เพราะเมื่อเมฆดำอย่างเมฆินทร์สลายกลายเป็นฟ้าใส ให้คนทั้งไร่รวมถึงป้าแช่มหายใจหายคอทั่วท้องแล้ว เมฆินทร์ก็กลับมานอนบ้านในคืนนั้น เพียงแต่ …
“ค่ะ ฉันต้องขอโทษแทนนุด้วย” อรรัมภาพนมมือไหว้อีกครั้ง พอเข้าใจได้ในสิ่งที่เขาไม่พอใจ“ต่อไปฉันจะพยายามทำให้คุณไม่พอใจอีก”“ไม่ใช่พยายามแต่ควรเรียนรู้ เธอพูดเองนี่ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะให้รู้เรื่องของอีกฝ่ายทุกเรื่องทันทีเป็นไปไม่ได้ เพราะงั้นเธอเรียนรู้ และฉันก็จะเรียนรู้ด้วย” เขาสบตาสาวน้อยที่สีหน้าเริ่มจะผ่อนคลายความกังวลลงได้“ตกลงค่ะ เรียนรู้” อรรัมภายอมรับ“ที่นี่ก็มาพูดเรื่องข้อตกลงของเราจริงๆ เสียที” เมฆินทร์วกมาประเด็นสำคัญที่ทำให้ใจจี๊ดทุกครั้งที่ได้ยิน“ห้ามพูดเรื่องหย่า ใบหย่าอีก”ท่าทางที่จริงจัง น้ำเสียงที่ชัดเจน แววตาที่มุ่งมั่นของเมฆินทร์ บ่งบอกให้รู้ว่าเอาจริงกับสิ่งที่พูดอรรัมภาทำได้แค่พยักหน้าเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ในใจมีความสงสัยผุดขึ้นมาหลายอย่าง‘หรือเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีพันธะทางกฎหมายกับเธอ’‘เขาจะไม่หย่าให้ และใช้เรื่องนี้บังคับให้เธออยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะพอใจงั้นหรือ’ก่อนที่ความสงสัยของอรรัมภาจะมากมายในหัว เมฆินทร์ก็เป็นผู้เฉลยเสียเองว่า เหตุใดเขาจึงไม่ต้องการพูดเรื่องหย่าอีก“ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ตอนไหน เมื่อไร อย่างไร ไม่ต้องให้ใครพูดซ้ำ”อรรัมภานิ่
“นั่นซิคะ นายยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย กินก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวราดหน้าเย็นหมด ไปค่ะ เข้าข้างในกัน มาค่ะ คุณอร” นางแช่มกระวีกระวาดพาอรรัมภาเดินเข้าไปด้านในเมฆินทร์มองหน้าลูกน้องที่ยืนไม่พูดไม่จา เขารู้ว่าไม่ควรเอาความหงุดหงิดมาลงกับใคร แต่มันก็ห้ามใจไม่อยู่เพราะตอนที่เดินออกมาเห็นอรรัมภาและเหล่าลูกน้อง ดูสนิทสนมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันโดยมีนางแช่มเป็นตัวประสาน“อยากพักก็ไปพักให้สบายใจ แล้วอย่าลืมตามงานที่สั่งให้เรียบร้อย”แค่นี้แหล่ะ คนฟังก็โล่งอก หายใจคล่องขึ้นมาทันทีส่วนเมฆินทร์เดินกลับเข้าไปในออฟฟิศหมายจะจัดการกับคนมาใหม่ที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์หงุดหงิดให้สาแก่ใจราดหน้าร้อนๆ ในจานเติมเครื่องปรุงนิดหน่อยมาพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นชื่นใจ เมฆินทร์แสร้งทำว่าไม่เห็นสิ่งที่วางตรงหน้า สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างไม่ลดละ ทั้งที่กลิ่นหอมนั้นเร่งให้เสียงร้องของกระเพาะดังขึ้นเป็นระยะ“กินข้าวก่อนค่อยทำงานก็ได้ค่า คุณเมฆ”นางแช่มที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรก เดินเข้ามาเพื่อเชื้อเชิญให้เจ้านายหนุ่มกินข้าว แต่เมฆินทร์ยังเฉย ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอรรัมภาที่พอจะมองบรรยากาศในเวลานี้ออกก็รู้ว่าควรทำเช่นไร
“แล้วนายของป้าแช่มล่ะคะ” อรรัมภาอยากรู้ว่าคนอยู่ไหนมากกว่า“อยู่ในไร่ค่ะ ตอนนี้กำลังยุ่ง” หญิงวัยกลางคนถือของเข้ามาในครัวแล้วเอ่ยต่อว่า“ป้าซื้อของสดมาให้คุณทำกินคนเดียว ช่วงนี้นายไม่ได้มาที่นี่ ปิดบ้านให้ดีนะคะ ถ้ามีอะไรก็โทร.หาป้าได้ค่ะ” นางแช่มเขียนหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของตนให้“นายของป้าแช่มนี่มีหลายบ้านซินะคะ” อรรัมภารับกระดาษมาถือไว้ในมือพร้อมกับคิดในใจว่า หรือว่าที่นี่จะเป็นที่อยู่ที่จัดไว้ให้เธอเฉพาะ“ปกติก็เห็นอยู่แต่ที่นี่นะคะ นอกจากถ้ามีใครมาก็อาจจะพาไปนั่งกินนั่งคุยชมดาวที่ท้ายไร่บ้าง”“แล้วตอนนี้ไปอยู่บ้านใครล่ะคะ ถ้ามีบ้านแค่สองที่”“นอนออฟฟิศค่ะ”นางแช่มเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่เมฆินทร์ถึงได้ให้ตนจัดหาที่นอนมาไว้ในห้องทำงาน เท่าที่สังเกตหลายวันนี้เขาแทบไม่กลับมาที่นี่เลย เมื่อเช้าก็แค่สั่งให้จัดการเรื่องอาหารการกินให้หญิงสาว“ก็ดีค่ะ งานยุ่งไม่ใช่เหรอ เขาอาจจะอยากทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาหาได้บ่อย สะดวกขึ้นมั้งคะ” อรรัมภาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดไปแบบนั้นตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่เคยย่างกรายไปไหน วันๆ วนอยู่แต่ในบ้านนอกบ้านเท่านั้น ตั้งแต่เขาไม่กลับมาสายสวาทก็
“ปกติคุณเมฆไม่ปรุง กินรสอร่อย ราดหน้าเธอทำ ก็ต้องรู้ซิ อ่อนอะไร” สายสวาทเอ่ยต่อไปอีกว่า“ถ้ามาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานบ้านให้คุณเมฆ ก็ควรต้องรู้ว่าเจ้านายกินอยู่อย่างไร เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันจะบอกให้ คุณเมฆชอบ...”“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก คนที่อยู่ต้องหันมอง หันสนใจ” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนจานราดหน้าไปทางอรรัมภา“ถ้างั้นลองชิมรสที่ฉันกินไหมคะ” อรรัมภาตักราดหน้าในจานตัวเองแบ่งให้เมฆินทร์ชิมคำแรก“ชอบไหมคะ ถ้าชอบ ฉันจะได้ปรุงรสนี้ให้”เมฆินทร์มองแล้วตักชิมคำแรก ความจริงรสชาติราดหน้าที่อรรัมภาทำอร่อยถูกปากเขามาก เพียงแต่มันไม่อร่อยลิ้นก็ตรงที่เห็นภานุอยู่ที่นี่ และสายสวาทที่ไม่ยอมกลับไปดึงดันจะตามมาให้ได้นี่แหล่ะแต่เมื่อได้ชิมราดหน้าจากจานของอรรัมภาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าการไม่ปรุงเสียอีกมิน่าเล่า ภานุถึงได้กินไม่พูดไม่จา“เผ็ดไปหน่อย แต่ก็พอกินได้”ราดหน้าในจานค่อยน่ากินขึ้นมา เมื่ออรรัมภาใส่ใจปรุงให้โดยไม่ใส่พริก แม้จะไม่เหมือนจานที่เจ้าตัวกิน แต่เมฆินทร์ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากหญิงสาวบรรยากาศที่ขมุขมัวเริ่มสว่างขึ้น เมื่อภานุที่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานขอตัวกลับหลังกิน
พอใกล้เที่ยงก็ลงมือเข้าครัวทำสิ่งที่เตรียมไว้เรียบร้อย เหลือเพียงรอให้คนอยากกินกลับมาเท่านั้น“คุณอร” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้อรรัมภาแปลกใจที่เห็นภานุอีกครั้ง“เมื่อวานเจอฝนไหม” หญิงสาวถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจอ วันนี้ตั้งใจมาหาคุณอร” ภานุเอ่ยตามจริงวันนี้ไม่มีคำสั่งของใคร แต่เป็นเพราะเห็นท่าทีของเมฆินทร์เมื่อวานทำให้เขาไม่วางใจเท่าไรนัก วันนี้จึงตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง“นุ มีอะไรหรือเปล่า” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย“เปล่า เมื่อวานไม่มีเวลาได้คุย วันนี้ผมว่างก็เลยแวะมาเพื่อจะถามว่า คุณอรขาดเหลืออะไรไหม ต้องการอะไรอีกหรือเปล่า ผมจะพาไปจัดการวันนี้ครับ อ้อ คุณอรชาร์ตแบตโทรศัพท์หรือยัง ผมเอาที่ชาร์ตมาให้แล้วนะ ยังไม่ชาร์ตอีกเหรอ เมื่อกี้โทร.มาติดต่อไม่ได้”“ที่พี่อำพลเตรียมมาให้ก็พอแล้ว อีกอย่างอรอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก ขอบคุณนุมากนะที่เป็นห่วง โทรศัพท์เดี๋ยวเอ่อ ค่อยชาร์ตก็ได้”อรรัมภาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ขืนพูดมากไปจะทำให้พี่ชายเป็นห่วง อีกอย่างถ้ามีเรื่องด่วนอะไร พี่ชายคงติดต่อมาทางเมฆินทร์เอง“แล้ว เขาทำอะไรไม่ดีกับคุณอรหรือเปล่า”จะว่าไปเรื่องนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่เขาห่วงที่สุด ท
ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดกลิ่นกายสาวหอมละมุนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที คนใต้ร่างคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมานานถึงแปดปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้“คุณเมฆินทร์ ปล่อยนะ ฉันอึดอัด”อรรัมภาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ให้นิยามว่ามันคือความอึดอัด เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องวางตัว วางสีหน้าหรือวางใจอย่างไรก็ในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้แน่นทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้สึกร้อนเท่านั้นแต่เนื้อตัวเธอดูจะนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปเสียทุกส่วน ถึงได้ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระชับเรือนร่างให้แนบแน่น ตามอ้อมแขนของเมฆินทร์ลมหายใจร้อนที่รดผ่าวลงมาที่บ่าสาว เฉียดไปเฉียดมาใกล้ข้างแก้มหรือใบหู แม้เพียงผ่านไปมาเหมือนไม่จงใจ แต่ทุกครั้งที่มันสัมผัสก็สร้างความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยิ่งนานเข้าก็ดูเหมือนว่า อรรัมภาจะรู้สึกดีกับการตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยซ้ำ“จะนอนดีๆ ได้หรือยัง” เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหูถ้าประสาทสัมผัสของอรรัมภาไม่ผิด ริมฝีปากที่เอ่ยถามเมื่อครู่เพิ่งสัมผัสผิวแก้วสาวไปหมาดๆ ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันทีท







