Masukเวลา 09:00 น. ณ ห้องพักผู้ป่วย VVIP ชั้น 120 สยามคอร์ป เมดิคอลเซ็นเตอร์แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกอัจฉริยะ (Smart Glass) ที่ปรับแสงอัตโนมัติให้ละมุนตาที่สุด ภายในห้องพักฟื้นที่หรูหราราวกับเพนต์เฮาส์โรงแรม 7 ดาว ไร้ซึ่งกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ มีเพียงกลิ่นอโรมาเธอราพีที่ถูกคำนวณมาเพื่อฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะบนเตียงผู้ป่วยที่ลอยตัวด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Levitation Bed) เมริน ค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกคือความแห้งผากในลำคอ และความปวดหนึบที่ขมับ เธอกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส ภาพเพดานสีขาวสะอาดตาค่อยๆ ชัดเจนขึ้น"เมริน... คุณฟื้นแล้ว!"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความโล่งอกดังขึ้นข้างเตียง คุณชายพีท ในสภาพที่สูทยับย่น (ซึ่งหาดูได้ยากมากสำหรับผู้ชายที่เพอร์เฟกต์อย่างเขา) รีบโน้มตัวเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเขาอิดโรย ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน พีทรีบรินน้ำแร่อุณหภูมิห้องใส่แก้วคริสตัลแล้วประคองให้เธอดื่มอย่างระมัดระวังเมรินจิบน้ำช้าๆ ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบไหลย้อนกลับมา... ควันสีเขียวมรกต... น้องเต้ที่ล้มลง... และเสียงระเบิดกึกก้อง"เด็ก...
เวลา 16:50 น. น่านฟ้า Neo-Bangkokกลุ่มควันสีเขียวมรกตพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือย่านพระนคร 2.0 ตัดกับแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ยามเย็นอย่างน่าสยดสยองบนดาดฟ้าตึกสูงย่านสุขุมวิท ก้อง ยืนเบิกตากว้าง หัวใจของเขากระตุกวูบและเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก สัญชาตญาณบอกเขาทันทีว่านั่นไม่ใช่ควันไฟธรรมดา แต่มันคือ "Synthetic Sulfide" ก๊าซพิษสังเคราะห์ใต้ดินที่หลงเหลืออยู่ในท่อระบายน้ำเก่า!ก้องล้วงสมาร์ทโฟนออกมาดูหน้าจอที่เพิ่งกดตัดสายไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบเครือข่ายชุมชนเด้งขึ้นมารัวๆ:[ALERT: ท่อก๊าซระเบิดที่ลานฟาร์มนีออน! มีผู้บาดเจ็บ!]"เมริน..." เสียงของก้องสั่นพร่า ใบหน้าที่เคยซีดเซียวจากการอดนอนกลับมาตื่นตัวขีดสุด ขาทั้งสองข้างพุ่งกระโจนไปที่ รถมอเตอร์ไซค์ลอยตัว (Hover-Bike) เก่าๆ ของเขาทันที"พี่ก้อง! จะไปไหน!" มายด์ วิ่งตามมาด้วยความตกใจ"พี่ต้องกลับไปเดี๋ยวนี้! ฝากเก็บเครื่องมือด้วย!"บรื้นนนน!!ก้องบิดคันเร่งจนสุดขีดจำกัด เครื่องยนต์ต้านแรงโน้มถ่วงคำรามลั่น รถมอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานออกไปจากดาดฟ้าตึก ดิ่งลงสู่ช่องว่างระหว่างตึกระฟ้า ก้องขับปาดซ้ายขวาฝ่าการจราจรทางอากาศอย่าง
เวลา 16:00 น. ณ ย่านพระนคร 2.0 (ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดฟาร์มผักนีออน)ฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์แนวตั้ง (Neon Farm) กลายเป็นศูนย์รวมใจแห่งใหม่ของชุมชน แสงไฟ LED สีชมพูอมม่วงสว่างไสวตัดกับความมืดทึบของตึกแถวเก่าๆ เด็กๆ วิ่งเล่นกันรอบๆ ลานกว้างที่เคยเป็นกองขยะ ในขณะที่ป้าชื่นและกลุ่มแม่บ้านกำลังช่วยกันเก็บเกี่ยวผักกาดหอมไร้สารพิษล็อตแรกเพื่อเตรียมส่งเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตของสยามคอร์ปเมริน ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง กำลังนั่งยองๆ สอนเด็กชายตัวเล็กชื่อ "น้องเต้" ดูหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงค่าความชื้นและสารอาหารของแปลงผัก"เห็นกราฟสีฟ้าตรงนี้ไหมเต้? ถ้ามันลดลงแปลว่าผักกำลังหิวน้ำ เราต้องกดปุ่มปล่อยน้ำตรงนี้" เมรินจับมือเล็กๆ ของเด็กชายให้กดปุ่มบนหน้าจอซู่...ระบบสปริงเกลอร์พ่นละอองน้ำออกมา เด็กๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากพากันวิ่งรองรับละอองน้ำเย็นฉ่ำเมรินยิ้มกว้าง... นี่คือสิ่งที่เธอต้องการสร้าง รอยยิ้มที่เกิดจากการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่การเอาเงินฟาดแล้วไล่ที่แต่ท่ามกลางความสดใสนั้น... ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่มุมอับหลังกำแพงฟาร์มฟู่... ฟู่...เสียงลมรั่วเบาๆ ดังมาจาก "ฝาท่อเหล
เวลา 08:30 น. ณ ชั้น 99 อาคารสยามคอร์ป ทาวเวอร์หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติขนาดยักษ์กำลังฉายภาพจำลองของ "Project Blue Sky โซน B" พื้นที่รอยต่อที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยหรู ไร้ที่ติ ต้นไม้สังเคราะห์สีเขียวขจีเรียงรายเป็นระเบียบ... แต่ เมริน กลับมองภาพเหล่านั้นด้วยแววตาว่างเปล่าตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอปล่อยให้พีทจัดการทุกอย่าง โครงการเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว บอร์ดบริหารชื่นชม หุ้นบริษัทพุ่งทะยาน แต่เมื่อคืน... ตอนที่เธอเปิดดูรายงาน "การรื้อถอนแผงลอยสตรีทฟู้ด" ในย่านพระนคร 2.0 เพื่อสร้างทางเดินลอยฟ้า หัวใจของเธอก็กระตุกวูบ‘ป้าชื่น เจ๊เพ็ญ ลุงชู... พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน?’เมรินตระหนักได้ในวินาทีนั้น... การปล่อยให้คนบนหอคอยไปออกแบบชีวิตให้คนบนพื้นดิน ต่อให้หวังดีแค่ไหน มันก็คือการ "ยัดเยียด" ความเจริญที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเธอหนีปัญหา หนีความรู้สึกอึดอัดระหว่างเธอกับก้อง โดยการทิ้งอุดมการณ์ของตัวเอง!"จะบ้าตาย... ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย"เมรินสบถกับตัวเอง เธอกดปิดหน้าจอโฮโลแกรม ลุกขึ้นพรวดจากเก้าอี้ CEO ถอดรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมออก แล้วเอื้อมมือไปหยิบ "รองเท้าผ้าใบและเสื้อแจ็กเก็ตกันลม" ที่ซ่อนอยู
สามวันหลังค่ำคืนงานกาล่า ณ ออฟฟิศ Wanderer Servicesบรรยากาศในออฟฟิศช่างไฟอันดับหนึ่งแห่งพระนคร 2.0 ดูคึกคักเป็นพิเศษ เสียงวิทยุเก่าๆ เปิดเพลงร็อกยุค 90 คลอไปกับเสียงเคาะเหล็กและเสียงหัวเราะก้อง ในชุดเสื้อช็อปตัวเก่งที่ซักจนซีด กำลังนั่งขัดสนิมออกจากมอเตอร์ปั๊มน้ำขนาดใหญ่ รอยคล้ำใต้ตาของเขาจางลงเล็กน้อยเพราะไม่ได้โหมทำโอทีดึกดื่นมาสองคืนติด ตั้งแต่วันที่เขาสะบั้นความสัมพันธ์กับเมริน ก้องเลือกที่จะขังตัวเองไว้ใน "เซฟโซน" เขาเลิกรับงานใน Upper City และกลับมาขลุกอยู่กับงานซ่อมในย่านพระนคร2.0ที่เขาคุ้นเคย"พี่ก้อง! ส่งประแจเบอร์ 14 ให้มายด์หน่อยค่ะ!"มายด์ ตะโกนเรียกมาจากใต้ท้องรถกระบะส่งน้ำแข็งของลุงชู เธอสวมแว่นตากันสะเก็ดไฟและกำลังขันน็อตช่วงล่างอย่างทะมัดทะแมง คราบน้ำมันเลอะเป็นทางยาวบนแก้มใสๆ ของเธอก้องโยนประแจส่งให้มายด์รับได้อย่างแม่นยำ "ระวังจาระบีหยดเข้าตานะมายด์ มุดออกมาได้แล้ว เดี๋ยวพี่มุดเข้าไปย้ำน็อตให้เอง""เสร็จพอดีค่ะบอส!" มายด์สไลด์ตัวออกมาบนกระดานล้อเลื่อน ถอดแว่นตาออกแล้วยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาว "เนี่ย หนูอัดจาระบีใหม่กริ๊บ ลุงชูขับไปส่งน้ำแข็งได้อีกเป็นปีโดยที่ช่วงล่างไม่ด
เวลา 19:30 น. ณ โรงแรมหรูระดับ 8 ดาว Skyline Apex Hotelค่ำคืนนี้ ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมที่หรูหราที่สุดใน Neo-Bangkok ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงาน "Gala Dinner & Charity Auction" (งานเลี้ยงการกุศลและประมูลของล้ำค่า) ซึ่งรวมพลมหาเศรษฐี นักการเมือง และนักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศไว้ในที่เดียวที่ด้านบนสุดของเพดานห้องบอลรูม สูงขึ้นไปเกือบ 15 เมตรจากพื้นปูพรมทอขนแกะ...ก้อง ในชุดช่างสีน้ำเงินเข้มที่เปื้อนคราบน้ำมันและฝุ่น กำลังนั่งยองๆ อยู่บนโครงเหล็กแคบๆ (Catwalk) ของช่องเซอร์วิสใต้ฝ้าเพดาน รอบเอวของเขามีเข็มขัดนิรภัยและสายสลิงเส้นหนายึดติดไว้กับคานเหล็ก"เชี่ยเอ๊ย... สูงชะมัดเลยว่ะก้อง มองลงไปนี่คนตัวเท่ามดเลยนะ" จ็อด ที่โหนสลิงอยู่อีกฝั่งบ่นอุบอิบ มือสั่นระริกขณะส่องไฟฉายให้ก้อง "แอร์ข้างบนนี้ก็โคตรร้อน ฝุ่นก็เยอะ ทำไมพวกคนรวยมันชอบทำโคมไฟระย้าให้มันซับซ้อนนักวะ!""อย่าบ่นน่าจ็อด" ก้องตอบเสียงเรียบ มือถือคีมปอกสายไฟเบอร์ออปติกอย่างระมัดระวัง "ระบบส่งสัญญาณภาพของ โฮโลแกรมแชนเดอเลียร์ (Hologram Chandelier) มันรวน ถ้าเราไม่ซ่อมจุดเชื่อมต่อตรงนี้ โคมไฟหลักของงานคืนนี้ก็จะไม่สว่าง







