INICIAR SESIÓN
เสียงหยาดฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ในชุดสีขาว ถือร่มสีเทาเดินผ่านตรอกเล็กในเมืองเวนิชแห่งอิตาลี ท่อนแขนข้างหนึ่งกอดกระหวัดเพื่อคลายความหนาวเย็นของอากาศ ก่อนก้าวเดินอย่างเร่งรีบกลับห้องพักตนเอง ทว่าสองเท้ากลับต้องชะงัก เมื่อเห็นน้ำไหลมาตามพื้นบาทวิถี ด้วยความเชี่ยวชาญในการทำงาน ทำให้อรุณลักษณ์รู้ดีว่าสิ่งที่เห็นไม่ปกติ
สอดส่ายสายตามองด้านในตรอก มันมืดค่อนข้างมืด มีเพียงแค่ไฟดวงเล็กส่องสว่างเท่านั้น ดวงตาเรียวสวยหรี่มอง ระแวดระวังภัย เพราะเกรงแก๊งมิจฉาชีพอาจแอบซ่อนได้ ทว่าเมื่อเดินลึกเข้าไป กลับต้องตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า
ร่างสูงโปร่งรีบทรุดกาย เห็นชายในชุดสีดำสนิท มีเลือดไหลออกมาโทรมกาย สีผมดำสนิท คิ้วเข้มหนา จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตาปิดสนิท ร่างกายเปียกปอนไปด้วยน้ำ มือบางเอื้อมจับไหล่
หมับ!
อรุณลักษณ์สะดุ้งเมื่อถูกมือคนเจ็บคว้าไว้ก่อนถึงตัว ดวงตาคู่นั้นเปิดออก เรือนผมสีดำสนิทเปียกลู่หน้าผากแยงเข้าดวงตา สีนัยน์ตาแดงเข้มกำลังจ้องมองมา คนตัวเล็กผงะถอยหลังสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนตั้งสติ
“คะ...คุณ เป็นยังไงบ้าง เลือดคุณไหลออกมากเลย ฉันจะเรียกรถพยาบาลให้นะคะ!” อรุณลักษณ์ละล่ำละลัก
“ปล่อยผม อย่ามายุ่งกับผม รีบออกไปจากตรงนี้....” เสียงแหบพร่าบอก ก่อนดวงตาคู่นั้นจะปิดลงตามเดิม
เอื้อมมือแตะไหล่แล้วเขย่าเบาๆ เห็นเลือดทะลักออกมาจากหน้าอก ใจเธอยิ่งเต้นแรง อาการหนักขนาดนี้ยังพูดคุยได้เสียอีก แต่ดูท่าแล้วคงไม่น่ารอด เธอเป็นพยาบาลมาสามปี บาดเจ็บมากแบบนี้ถึงโรงพยาบาลไม่นานก็จากไป อรุณลักษณ์รีบกดเบอร์เรียกรถพยาบาลในทันที
หญิงสาวลุกยืน แล้วใช้ร่มกางไม่ให้ร่างกายชายแปลกหน้าเปียกหนักกว่าเก่า จังหวะนั้นเธอพิศมองใบหน้า น่าสงสารหน้าตาหล่อเหลาเพียงนี้ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องราวเลวร้าย ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริงๆ
เสียงไซเรนรถพยาบาล มันจอดเทียบตรงถนนข้างตรอก ร่างคนเจ็บถูกยกขึ้นสู่เตียงแล้วเข็นร่างไร้สติไว้ในรถ อรุณลักษณ์รีบขึ้นนั่งด้านหลัง เจ้าหน้าที่ช่วยกันเปิดเสื้อดูแผลภายใน อรุณลักษณ์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยเป็นรูตรงหน้าอก
รอยกระสุน...
เธอเห็นมาเยอะมาก แต่กระสุนเม็ดนี้ใหญ่มาก คนยิงคงกะเอาให้ตายเลย ชายคนนี้มีชีวิตอยู่มาได้ยังไง ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
“ไม่มีชีพจรค่ะ” พยาบาลในรถบอก อรุณลักษณ์หน้าซีดเผือดลง
บุรุษพยาบาลรีบปั้มหัวใจในทันที กระทั่งรถจอดเทียบ ประตูเปิดออกเตียงถูกเข็นเข้าห้องไอซียูทันที อรุณลักษณ์ทำได้แค่เพียงยืนรอเท่านั้น หากชายคนนี้ต้องจบชีวิตลง เธอก็อยากบอกญาติเขาให้ได้รับรู้ ระบายลมหายใจ ทำไมถึงรู้สึกสงสารเขามากขนาดนี้
ครึ่งชั่วโมง บนเตียงมีร่างชายที่เธอช่วยนอนอยู่ อรุณลักษณ์ตะลึกงัน ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะรอดมาได้ ทั้งที่ถูกทำร้ายขนาดนั้น
“ปลอดภัยดีแล้วเหรอคะ” เธอถามสีหน้าสับสน
“ปลอดภัยดีแล้วครับ เหลือแค่ดูอาการ”
อรุณลักษณ์งุนงง ทว่ากลับไม่พยายามคิดมาก การที่เขารอดพ้นจากอันตรายมาได้นับว่าดีมากแล้ว เมื่อเห็นเตียงถูกเข็นเข้าห้องหญิงสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วตัดสินใจเดินทางกลับห้องพัก
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้น ร่างสูงโปร่งในชุดพยาบาลเปิดประตูห้องพักฟื้น เพราะยุ่งมากจนไม่มีเวลามาดูชายแปลกหน้า จนตอนนี้เวลาล่วงเลยเกือบสามทุ่ม อรุณลักษณ์เห็นเจ้าหน้าที่กำลังจัดผ้าปูเตียงอยู่
“คนไข้ไปไหนเหรอคะ” หญิงสาวถาม คิ้วบ้างขมวด
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะคุณอรุณ อยู่ดีๆ ก็หายตัวไป”
“หายไปนานหรือยังคะ” สีหน้าคนถามเริ่มเคร่งเครียด
“ประมานทุ่มหนึ่งค่ะ หมอจะเข้ามาฉีดยาระงับปวดให้ก็หายไปแล้ว ตามหากันไม่เจอ”
อรุณลักษณ์ปิดประตูลงตามเดิม แล้วออกตามหา ในเมื่อช่วยแล้วก็อยากช่วยให้ถึงที่สุด หรือเขามีปัญหาเรื่องเงินเลยหนีไป ถ้าไม่มีเธอพร้อมช่วยอยู่แล้ว โรงพยาบาลกว้างขนาดนี้ควรหาที่ไหนดี ก่อนตัดสินใจไปพบพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด
เธอเห็นเขาเดินออกจากห้อง มองกล้องอื่นจะเห็นว่าชายคนนี้เดินทางไปด้านหลัง ซึ่งมีสวนสาธารณะอยู่ โดนยิงมาแบบนั้นเอาเรี่ยวแรงที่ไหนหนีออกจากโรงพยาบาล น่าเหลือเชื่อจริง
“ขอบคุณมากค่ะ” เธอกล่าวเบาๆ แล้วเดินออกมาจากห้อง
เป้าหมายอรุณลักษณ์คือสวนสาธารณะ เธอกวาดตามองหารอบๆ ทันทีที่มาถึง ผู้คนเริ่มหายไปทีละคนสองคนจนไม่เหลือใคร เพราะเวลาล่วงเลยเกือบสี่ทุ่มแล้ว พยาบาลสาวยังคงวาดหวังให้เจอเขาคนนั้น
แค่ก
เสียงไอแผ่วเบา มันเบามากทว่าหูของเธอกลับได้ยิน ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าหาต้นตอ เห็นร่างสูงใหญ่เอนกายพิงต้นไม้หน้าซีดเผือด หญิงสาวทรุดกายลงข้างๆ ด้วยความเป็นห่วง ชายแปลกหน้าสบตาด้วยความไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงตามหาและคอยช่วยเหลือเขาทั้งๆ ที่ไม่ต้องการเลย
“คุณหนีมาทำไม คุณยังไม่หายดี หนีมาแบบนี้รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงมากแค่ไหน!” เธอพ่นคำพูดใส่เป็นชุดไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายอธิบาย
มือจับท่อนแขน เพื่อช่วยพยุง เพิ่งผ่านพ้นวิกฤติมาร่างกายของคนเจ็บต้องทรมาน ทว่าคนถูกช่วยกลับผลักดันเธอออก
“อย่ายุ่งกับผมดีกว่า ไม่อย่างนั้นคุณอาจเดือดร้อน” เขาบอก แล้วกวาดตามองรอบๆ ร่างกายเริ่มดีขึ้น พยายามผ่อนลมหายใจเข้าออก
“ฉันเป็นพยาบาล ไม่ให้ยุ่งกับผู้ป่วยได้ยังไง ฉันช่วยคุณมาก็หวังให้คุณหาย ถ้าไม่มีเงินบอกฉัน ฉันจะช่วยคุณเอง!”
จังหวะนั้นดวงตาคมจ้องมองใบหน้าของพยาบาลสาว เธอผิวขาว ดวงตาเรียวสวย ริมฝีปากอวบอิ่ม จมูกโด่งรับกับใบหน้า เขาพลาดไปได้ยังไง ถึงปล่อยความงดงามนี้ผ่านเลยเสียนาน ทว่ามนุษย์ผู้หญิงมักมีความยุ่งยากพ่วงท้ายมาด้วยเสมอ คนอย่างลูเซียส เดฟ่านติโน่ ไม่ค่อยชอบให้ชีวิตตนเองวุ่นวายเท่าใดนัก
อยู่มาสามพันปี เจอหญิงสาวหลายเผ่าพันธุ์ แน่ใจว่ามนุษย์นั้นยุ่งยากที่สุด โชคดีหน่อยที่อายุขัยพวกนางช่างน้อยนัก ทำให้เขาไม่ต้องมีภาระพันธะเนิ่นนาน
“กลับไปเถอะ ผมดูแลตัวเองได้” ลูเซียสตัดบท ตอนนี้ร่างกายเขามันอ่อนแรงไม่ฟื้นตัว หากพวกมันตามมา ผู้หญิงคนนี้ได้ซวยแน่
“ไม่ได้หรอกนะคะ ฉันเป็นห่วงคุณ กลับไปพักที่ห้องดีกว่าค่ะ” เธอเข้าพยุงอีกครั้ง
ตุบ!
เสียงเหมือนอะไรบางอย่างหล่น อรุณลักษณ์หันมอง เห็นเท้าหลายคู่กำลังก้าวเข้ามา ลุกยืนเต็มความสูงเผชิญหน้ากับคนพวกนั้น พวกเขาเป็นชายฉกรรจ์มีนับยี่สิบคนได้ น่าแปลกเข้ามาได้ยังไงท่าทางไม่น่าไว้ใจ พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่เห็นหรือไง
“ขอโทษนะคะ พวกคุณมาทำอะไร!” เธอถาม ขนในกายลุกชัน รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมา
ดวงตาคนพวกนั้นวาววับ มันแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว น่าหวาดหวั่น พอเห็นสายตาพวกมันจึงเข้าใจได้ลางๆ พวกมันคงเป็นคนที่ทำร้ายผู้ชายแปลกหน้าคนนี้แน่
“ได้ยินไหมคะ ฉันถามว่ามาทำอะไร สวนที่นี่ปิดแล้ว!”
พวกมันไม่ตอบ กระตุกยิ้มมุมปาก แล้วก้าวเข้ามา
“ไปให้พ้น!” เสียงตะโกนแทรกเข้ามา ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ พยุงร่างกายยืน
เมื่อถูกตวาด ชายฉกรรจ์แปลกหน้าสะดุ้งผงะถอยหลัง แต่ไม่นานมีชายรูปร่างสูง ผิวคล้ำแหวกพวกมันมาเผชิญหน้า
“หมดเรี่ยว หมดแรงขนาดนี้ ยังกล้าวางอำนาจอีกเหรอลูเซียส” มันยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ
ลูเซียสขบกราม แววตาวาวโรจน์
“อย่าลบหลู่เกียรติข้าไปมากกว่านี้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าจะได้เสียใจ”
มันหัวเราะลั่น ลูกน้องเลยพากันเย้ยหยันตาม แววตาลูเซียสนิ่งสนิท ดูเยือกเย็นชวนให้หนาวสะท้าน อรุณลักษณ์ไม่อยากให้คนที่ตนช่วยต้องบาดเจ็บอีก เธอต้องหาทางรอดจากเรื่องนี้ให้ได้ โดยที่ไม่มีใครต้องเจ็บตัว
กางเกงถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว ลูเซียสรั้งร่างบางเข้าหาตนเอง เขาเงยหน้าผ่อนลมหายใจออกมา เพื่อไม่ให้ตนเองเผลอฆ่ามนุษย์ผู้หญิงคนนี้ไปเสียก่อน อรุณลักษณ์ไร้การต่อสู้ดิ้นรน เธอไม่อาจเอาตัวรอดได้อีกแล้วก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้อง ลูเซียสไม่ตอบยังคงสนใจคนใต้ร่าง เวลานี้เขากำลังต้องการปลดปล่อย“เจ้านาย หากท่านจะทำอะไรนางโปรดคิดให้ดีก่อนนะครับ เพราะเจ้านายไม่อาจปล่อยให้มนุษย์มีเชื้อสายของเราได้เด็ดขาด ท่านเข้าใจในข้อนี้ใช่ไหมครับ!”ลูเซียสขบกรามแน่น มือสั่นเทา หลับตาลงแล้วกัดฟัน ปล่อยร่างบางเป็นอิสระ แล้วกระชากประตูเปิดออกเดินหนีออกมาทันทีอรุณลักษณ์รีบกระถดกายชิดหัวเตียง น้ำตาอาบแก้ม หัวใจเต้นกระหน่ำแทบไม่หยุด ถ้าเมื่อสักครู่ แค่นิดเดียวเท่านั้น เธอคงได้กลายเป็นของเขาแล้วจริงๆ ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องมาเกิดกับเธอด้วย ทำไม...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแว่ว ลูเซียสไม่ได้สนใจ ยังคงทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงแล้วระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง“บอกให้แม่บ้านเอาเสื้อผ้าไปให้นางเปลี่ยน แล้วก็จัดอาหารให้นางด้วย”“ได้ครับ” เรวิโอ้รับคำ แล้วเดินหันหลังเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เสียงนกร้อง ปลุกให้คนบนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตา อรุณลักษณ์ผุดลุกนั่งมือกุมขมับ ร่างกายปวดเมื่อยราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก คิ้วบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย กวาดตามองรอบๆ ภายในมืดสนิท ราวกับกลางคืน เห็นแสงร่ำไรรอดเข้ามา ยิ่งทำให้เธอตระหนก ที่นี่มัน...ร่างกายเธอสั่นสะท้าย เพราะผิวกายสัมผัสอากาศเย็นภายในห้อง เมื่อก้มมองตนเองกลับพบร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงชั้นในปิดกาย เธอชะงักรีบหยิบผ้าห่มมาปกปิด ก่อนทอดสายตามองไปยังอีกฝั่งของเตียง เธอดึงผ้าห่มพบกับเรือนกายแกร่งที่สวมเพียงกางเกงเท่านั้น คนตัวเล็กกายสั่นสะท้าน“กรี๊ด!” หญิงสาวกรีดร้อง แล้วรั้งผ้าห่มมาพันกายไว้แนบแน่นลงจากเตียงสีหน้าสับสน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำได้ว่าตนเองอยู่กับครีส แล้วทำไมถึงมาอยู่บนเตียงของชายคนนี้อีกเล่าลูเซียสลุกนั่ง แล้วตวัดสายตามอง เห็นมนุษย์ผู้หญิงกำลังกรีดร้อง มองมาทางเขาสีหน้าแววตาตื่นตระหนก“คุณเป็นอะไร” เขาถามเสียงหนัก แล้วสบตา“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทำไม!”“คุณไม่สบาย ผมเลยให้คนพามาที่นี่” เขาอธิบายชัดถ้อยชัดคำ“ไม่สบายงั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันจะโง่เชื่อหรือไง ฉันเป็นพยาบาลจะไม่รู้เลยหรือว่าตัว
แอด...ประตูห้องเปิดออก เจ้าของใจระทึก เห็นแฟนหนุ่มถือขวดไวน์พร้อมด้วยอาหารมา เธอปิดประตูลงเมื่อเข้าก้าวเข้ามาด้านใน ไวน์ถูกแช่เย็น อรุณลักษณ์จัดอาหารใส่จาน ไม่ทันไรร่างบางถูกโอบกอดจากด้านหลัง หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว เธอหันมาเผชิญหน้ายิ้มเจือนๆ“ทานอาหารก่อนสิคะ” หญิงสาวพยายามหาทางทำความสนิทสนม อย่างน้อยก็ขอให้ได้รับแอลกอฮอลล์สักนิดก็ยังดี เธอไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนเลย เพราะมัวแต่เรื่องมาก จนอายุล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังบริสุทธิ์อยู่เขายอมปล่อยร่างบางเป็นอิสระแล้วนั่งบนเก้าอี้ สักพักอรุณลักษณ์ยกอาหารออกมาวางไว้ พาสต้าร้อนๆ มีควันพวยพุ่งน่าทาน เธอเปิดตู้เย็นหยิบไวน์เมื่อครู่มารินใส่แก้วสองใบ“ชนกันหน่อยค่ะ” เธอชวนแกร๊งไวน์รสหวานปนขมลงคอลื่นไหลดีเสียจริง ใบหน้าขาวนวลเริมแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ คุณหมอหนุ่มทอดสายตามองเลือดในกายร้อนขึ้นมา วงหน้าของแฟนสาวช่างงดงามจับใจ มือใหญ่เอื้อมมาลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบา โน้มมาใกล้แล้วแนบริมฝีปาก“อืม..” อรุณลักษณ์ครางแผ่ว เมื่อถูกควานหาความหวานอย่างละมุนละไมมือเขาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกายอย่างบางเบา แต่เรียกความหวาดหวั่นวิตกให้แก่ห
รถจอดเทียบหน้าห้องพัก อรุณลักษณ์เปิดประตูลงมา แล้วเข้าข้างในปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา หัวใจยังสั่นระรัวไม่หาย ไม่คิดว่าตนเองจะไปนอนบนเตียงชายแปลกหน้าอีกครั้ง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปอยู่ที่นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก๊อก ก๊อกหญิงสาวสะดุ้ง แล้วค่อยๆ ก้าวมายืนตรงประตู ส่องตาแมว เห็นร่างสูงยืนอยู่ด้านนอก ตัดสินใจเปิดประตู ครีสยิ้มกว้างยกถุงขนมให้ดู แล้วเดินเข้ามาข้างในวางมันไว้บนโต๊ะ“ผมมาเยี่ยมครับ หายดีหรือยัง”หญิงสาวยิ้มเจือนๆ “ดีขึ้นแล้วค่ะ”“ผมเป็นห่วงนะครับ” เขาบอก แล้วสบตาคนสวยอรุณลักษณ์เม้มริมฝีปาก ครุ่นคิด ชายผู้มีปริศนามากมาย กับชายที่อ่อนโยนและให้เกียรติเธอเสมอ ถึงเขาไม่ได้มีเสน่ห์เหลือล้น แต่อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่า ครีสนั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง และหวังดีต่อตนมาตลอด“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ที่เป็นห่วงฉัน”ครีสยิ้มอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ แล้วสบตา ทำอีกฝ่ายแก้มแดง“คุณหมอรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่คะ” อรุณลักษณ์ถามตรงประเด็น แล้วจ้องมองเพื่อรอคำตอบคนถูกถามอึกอัก ทำหน้าไม่ถูก“เอ่อ...”“ฉันอยากรู้ว่าคุณหมอคิดยังไงกับฉันกันแน่ ถึงมาห่วงใย ทำดีด้วยแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณหม
ตุบ!ร่างบางถูกโยนลงบนเตียง เจ้าของร่างลืมตา ในกายกำลังร้อนราวกับมีไฟแผดเผา เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มใบหน้าและลำตัว เธอหยัดกายนั่งอย่างรวดเร็ว นัยน์ตากรอกไปมาอย่างสับสน ยกมือกุมขมับด้วยความปวดร้าว เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรู้สึกเหมือนคนจับไข้ ผสมด้วยความต้องการบางอย่างพวยพุ่งไม่หยุดหย่อนอรุณลักษณ์ปรับสายตาเข้ากับความมืด จดจ้องบรรยากาศรอบๆ หัวใจเต้นหนักขึ้นทุกขณะ เมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตนเอง แต่เป็นสถานที่ที่เคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง เธอรีบหย่อนเท้าลงจากเตียง แล้วเดินมาตรงประตู แต่ไม่ทันได้เปิด เมื่อมันอ้าออกเสียก่อนเธอผงะ ถอยหลังออกมา จ้องมองผู้มาเยือนแววตาตื่นตระหนก ทำไมเป็นเขาอีกแล้ว หมายความว่ายังไงกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร“คุณ!” หญิงสาวร้องลูเซียสก้าวเข้ามา แล้วปิดประตูห้องลงตามเดิม เดินตรงไปยังหน้าต่างเปิดออก แสงจันทร์กำลังสาดส่องเข้ามา ดวงจันทร์จวนเจียนเต็มดวงทุกขณะตึก ตึกมือบางยกจับหน้าอก ร่างกายร้อนผ่าว ดวงตาฉ่ำปรือจ้องมองไปยังร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาแดงก่ำมองมา“ผมพูดอะไรไปคุณคงไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ร่างกายคุณกำลังร้อนราวกับถูกไฟเผา” เขาบอกเสียงเบา แล้วก้าวเข้ามาใกล้สติ
อรุณลักษณ์บิดกายบนเตียงหลังจากผ่านค่ำคืนอันยาวนาน นึกภาพใบหน้าชายที่ช่วยเอาไว้แล้วรู้สึกผ่าวร้อน เขาช่างหล่อเหลามีแววตาชวนหลงใหล แต่เธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาคงมีศัตรูมากมาย และไม่พ้นมีหญิงสาวมาติดเช่นเดียวกัน คนตัวเล็กถอนหายใจสะบัดผ้าห่มออกจากกาย แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับตนเองเธอหยิบชุดพยาบาลมาสวมใส่ แล้วสำรวจตนเองอีกครั้งในกระจก ผ่านเรื่องร้ายๆ มา พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ มันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ป่านนี้ชายคนนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง รีบสะบัดไล่ความคิด ไม่ควรนึกถึงเขาอีกแล้ว คฤหาสน์หลังนั้นก็น่ากลัวเกินไปมาถึงโรงพยาบาล เธอเข้าห้องพักแล้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ออกมาทำหน้าที่ตนเองตรงเคาท์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน“หายไปไหนมาเหรออรุณ ผมเป็นห่วงรู้ไหม” คุณหมอครีสเอ่ยทัก แล้วยิ้มกว้างเธอยิ้มตอบ “ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”“ไม่สบายแล้วไม่มาหาผมล่ะ ผมรักษาได้”“แหม... อรุณเขินคุณหมอนี่คะ” เธอแสร้งเย้าทว่าคนฟังกลับหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก แหงนหน้ามองเพดานกลบเกลื่อนความรู้สึกภายใน จนเพื่อนพยาบาลต้องสะกิด แล้วกระซิบ“หมอครีสชอบอรุณจริงๆนะ”คนฟังชะงัก แล้วยิ้มบางๆ“ฉันรู้แล้วล่ะ ก็แค่อยากแกล







