Beranda / รักโบราณ / จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ / บทที่8 การฝึกของทั้งคู่

Share

บทที่8 การฝึกของทั้งคู่

Penulis: Piggy-lonely
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-21 02:09:28

คลื่นใต้น้ำเริ่มขยับ

สารลับจากวังหลวงถูกส่งออกไปอย่างเงียบงันในยามค่ำคืน ม้าด่วนวิ่งฝ่าความมืดออกจากประตูเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่จวนตระกูลขุนนางหลายแห่ง — รวมถึงตระกูลของ “นาง” ด้วย

ในจวนหลังหนึ่ง หญิงสาวในชุดเรียบหรูยืนอ่านราชสารในมือ ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเฉียบ

“หลิงอันยังไม่ตายจริงๆ สินะ…”

เสียงหัวเราะเบา ๆ แฝงความสะใจดังขึ้นในห้องนางไม่รู้รายละเอียด ไม่รู้ว่านางเอกอยู่ในฐานะใด ไม่รู้ว่าใกล้ชิดองค์ชายเยี่ยนหยางเพียงไหนรู้เพียงอย่างเดียว—หลิงอันยังมีชีวิตอยู่และนั่นก็เพียงพอจะทำให้ความริษยาในใจปะทุขึ้นอีกครั้ง

“งั้นก็ยิ่งดี…คราวนี้ ข้าจะเหยียบเจ้าให้จมลงไปเอง”

---

ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหลงเยว่

หลิงอันยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองกิ่งเหมยที่ไหวเอนตามแรงลม เช้าวันนี้อากาศเย็นผิดปกติ ทั้งที่ยังไม่ถึงฤดูหนาวเต็มตัว

นางขมวดคิ้วเล็กน้อยหัวใจรู้สึกไม่สบายอย่างประหลาด

“สารไปถึงนางแล้วสินะ…”

หลิงอันพึมพำกับตัวเองเบาๆ แม้ยังไม่มีใครมาบอก แต่นางก็รู้ดีจากนิยาย จากประสบการณ์ชีวิตก่อนช่วงงานเลือกคู่ คือจุดเริ่มต้นของการห้ำหั่นครั้งนี้…ศัตรูไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่คือ “เพื่อนสนิท” ที่เคยยืนมองนางล้มลงโดยไม่ยื่นมือช่วย หลิงอันหลับตาลง สูดลมหายใจลึกจากนั้นลืมตาขึ้นด้วยแววตานิ่งสงบ

“ถ้าเจ้าจะเข้ามาในวังนี้…ข้าก็ต้องพร้อมรับมือ”

แผนการในหัวเริ่มเรียงร้อยอย่างเงียบงันไม่ใช่แผนร้ายแต่เป็นแผน เอาตัวรอด

---

อีกฟากหนึ่งของวัง เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเป็นจังหวะ

ฉับ!

ฉับ!

องค์ชายเยี่ยนหยางอยู่ในลานฝึก ดาบในมือฟาดฟันอย่างแม่นยำ คู่ซ้อมของเขา — ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นทั้งองครักษ์และสหายร่วมรบ — ต้องถอยหลังไปหลายก้าว

“ฝีมือเจ้ายังไม่ตกเลย ทั้งที่ช่วงนี้งานรุมเร้า” คู่หูเอ่ย

เยี่ยนหยางสะบัดดาบเบาๆ ก่อนเก็บเข้าฝักหยาดเหงื่อไหลลงตามขมับ แต่แววตาคมกลับนิ่งสงบ

“ศึกครั้งนี้ ไม่เปิดโอกาสให้พลาด”

เขาพูดเรียบๆ “ถ้าชนะ…ข้าจะได้สิทธิ์เลือก”

คู่หูชะงัก มองหน้าเขาอย่างเข้าใจ

“เลือก…ใครบางคน?”

เยี่ยนหยางไม่ตอบแต่ภาพของหลิงอันในชุดเรียบ นั่งอ่านตำราข้างโคมไฟ กลับผุดขึ้นมาในใจอย่างชัดเจนมือที่เคยจับดาบแน่นกลับอ่อนลงเล็กน้อย

“ข้าจะไม่ให้ใครแตะต้องนาง”

เขาพูดช้าๆ น้ำเสียงเด็ดขาดทั้งในสนามรบและในวังหลัง

---

ในค่ำวันเดียวกัน หลิงอันเดินไปที่ห้องหนังสือของเยี่ยนหยาง เห็นแสงไฟลอดออกมาจากช่องประตู นางชะงักเล็กน้อยก่อนเคาะเบาๆ

“เข้ามา” เสียงทุ้มดังขึ้น

เยี่ยนหยางเงยหน้าจากแผนที่ เห็นหลิงอันยืนอยู่ตรงนั้นก็ผ่อนสีหน้าลงโดยไม่รู้ตัว

“ยังไม่นอนอีกหรือ”

“หม่อมฉัน…รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเจ้าค่ะ” นางเดินเข้ามาใกล้ “เหมือนจะมีเรื่องกำลังจะเกิดขึ้น”

เยี่ยนหยางมองนางนิ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาจับข้อมือเบาๆไม่แรง ไม่รั้งแค่…มั่นคง

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าจะอยู่ตรงนี้”

เขาพูดเสียงต่ำ “จำไว้”

หลิงอันเงยหน้าสบตาเขา หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้คลื่นใต้น้ำเริ่มขยับ ศึกในสนามรบใกล้เข้ามาและศึกในวัง…ก็เริ่มแล้วเช่นกัน

เช้าวันนั้น ประตูวังชั้นในเปิดออกอย่างเป็นทางการ รถม้าจากตระกูลใหญ่เล็กทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย ธงประจำตระกูลสะบัดไหวท่ามกลางเสียงระฆังรับแขกของราชสำนัก บรรยากาศเคร่งขรึมแต่แฝงด้วยการแข่งขันที่มองไม่เห็น บุตรสาวจากหลายตระกูลถูกจัดให้อาศัยรวมกันในตำหนักรับรองฝ่ายใน ทุกคนต่างสวมชุดงดงามที่สุดของตน สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง บ้างแฝงความทะเยอทะยาน บ้างซ่อนความประหม่าไว้ใต้รอยยิ้ม หลิงอันยืนอยู่ท่ามกลางพวกนางอย่างสงบ นางไม่ได้โดดเด่นที่สุด แต่ก็ไม่จมหาย ความนิ่ง สุภาพ และสายตาที่รู้เท่าทัน ทำให้หัวหน้านางกำนัลแอบมองนางอยู่หลายครั้ง

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” เสียงหัวหน้านางกำนัลประกาศ “พวกเจ้าจะต้องเรียนรู้กิริยามารยาทของฝ่ายใน การเดิน การคำนับ การสนทนา การวางตัวต่อเบื้องสูง และการควบคุมอารมณ์ ผู้ใดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย อาจถูกคัดออกได้ทันที”

หลายคนหน้าเสีย บางคนกำมือแน่นการฝึกเริ่มขึ้นอย่างเข้มงวด เดินต้องไม่เร็วไม่ช้า ก้มศีรษะต้องได้องศา นั่งต้องไม่ให้ชายกระโปรงกระเพื่อม แม้แต่การยกถ้วยชา ก็ต้องนิ่งดุจสายน้ำ จักรพรรดินี—มารดาของเยี่ยนหมิง—นั่งอยู่เบื้องบน สีหน้าคมกริบ ดวงตาเย็นชา จับผิดทุกท่าทางอย่างไม่ปรานี

ตรงกันข้ามกับ พระพันปี ซึ่งประทับอยู่ข้างกัน นางทอดพระเนตรด้วยสายตาสงบ สุขุม และเที่ยงธรรม

“เด็กคนนี้…” พระพันปีรับสั่งเบาๆ กับหัวหน้านางกำนัล ขณะสายพระเนตรหยุดที่หลิงอัน “…ท่าทางไม่ใช่แค่ถูกสอนมา แต่เหมือนเคยอยู่กับกฎระเบียบพวกนี้มาก่อน”

หัวหน้านางกำนัลพยักหน้า “เพคะ นางไม่เร่ง ไม่ฝืน แต่ทุกอย่างพอดี”

ระหว่างการทดสอบหนึ่งในบุตรสาวตระกูลใหญ่เผลอแสดงอารมณ์หงุดหงิดออกมาเมื่อถูกตำหนิ เสียงกระซิบซุบซิบเริ่มดังขึ้นหลิงอันกลับนิ่ง นางก้มศีรษะอย่างเหมาะสม รอคำสั่งโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ

ภาพนั้นทำให้พระพันปีแย้มรอยยิ้มจางๆ อย่างพึงพอใจ

“ในวังนี้” พระพันปีรับสั่งเรียบๆ แต่ชัดเจน “ผู้ที่อยู่รอด ไม่ใช่ผู้ที่โดดเด่นที่สุด แต่คือผู้ที่รู้จักประมาณตนและยึดมั่นในความถูกต้อง”

คำรับสั่งนั้นทำให้หลายคนสะดุ้ง แต่หลิงอันกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับคำพูดนั้นมิได้เป็นเพียงการตัดสิน แต่เป็นการปกป้อง นางไม่รู้เลยว่า…ตั้งแต่วินาทีนั้น สายพระเนตรของผู้เป็น “ย่าแห่งแผ่นดิน” ได้เลือกจดจำชื่อ หลิงอัน ไว้แล้ว และการคัดเลือกครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงการเลือกชายาแต่คือการเปิดฉากของศึกในวังหลัง…ที่กำลังจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ลานฝึกด้านในวังหลวงคึกคักกว่าทุกวัน เสียงฝีเท้าของบุตรสาวจากตระกูลต่างๆ ดังสลับกับเสียงนางกำนัลที่คอยกำกับท่วงท่า ทุกคนสวมชุดฝึกสีอ่อนเหมือนกันหมด ทว่าความแตกต่างกลับอยู่ที่แววตา—บางคนเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน บางคนแฝงความกังวล และบางคน…แสร้งสงบเพื่อซ่อนคมมีดในใจ หลิงอันยืนอยู่แถวหน้าอย่างสง่างาม แม้ฐานะของนางจะเป็น “ชายาเงียบ” ขององค์ชายเยี่ยนหยางแล้ว ทว่ากฎของวังหลวงกลับไม่เคยเว้นช่องให้ใคร

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นพร้อมการประกาศของขันที

“พระพันปีเสด็จ— จักรพรรดินีเสด็จ—”

ทุกคนคุกเข่าลงพร้อมกัน พระพันปีประทับนั่งด้วยสีหน้าสงบ ดวงตาเฉียบคมแต่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ข้างกายคือจักรพรรดินี—มารดาของเยี่ยนหมิง—ผู้มีรอยยิ้มบางเบาแต่สายตากลับเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง จักรพรรดินีทอดสายตามองเหล่าสตรีทีละคน ก่อนหยุดอยู่ที่หลิงอัน

“หลิงอัน” พระนางเอ่ยเสียงเรียบ “แม้เจ้าจะเป็นชายาเงียบขององค์ชายเยี่ยนหยาง แต่การคัดเลือกครั้งนี้ เป็นกฎของวัง”

นางกำนัลรอบข้างเงียบกริบ

“เจ้าจะต้องเข้าร่วมการฝึกและการทดสอบเช่นเดียวกับสตรีคนอื่น” จักรพรรดินีตรัสต่อ “เพื่อพิสูจน์ว่า…เจ้าคู่ควรยืนอยู่ข้างองค์ชายหรือไม่”

หลิงอันคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย

“หม่อมฉันน้อมรับเพคะ”

คำตอบหนักแน่นจนพระพันปีเหลือบมองนางอย่างพึงใจเล็ก ๆ รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นที่มุมปากของพระพันปี ราวกับมองเห็นบางสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น

“ดี” พระพันปีตรัสสั้น ๆ “วังหลังไม่ต้องการสตรีที่อาศัยเพียงสถานะ”

ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าอีกชุดหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังแถว

“หม่อมฉัน…มาช้าไปเล็กน้อยเพคะ”

เสียงนั้นทำให้หลิงอันชะงักนางเงยหน้าขึ้น—และหัวใจก็เย็นวาบ

หญิงสาวในชุดฝึกงดงาม ดวงหน้าคุ้นเคยที่นางไม่คิดว่าจะได้เห็นอีก ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มสุภาพ เพื่อนสนิทของนางคนที่ในชาติหนึ่ง…เคยยืนมองนางนอนสลบโดยไม่ช่วยเหลือสายตาของทั้งคู่สบกันเพียงชั่ววินาทีเดียวรอยยิ้มของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความประหลาดใจ—และความสะใจที่ปิดไม่มิด ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ…หลิงอันก้มตาลงอย่างสงบ ซ่อนความเย็นเยียบไว้ใต้ท่าทีอ่อนโยนดี…เช่นนั้นคราวนี้ เรามาดูกันว่า ใครจะยืนอยู่ในวังนี้ได้นานกว่ากันไกลออกไป ณ ตำหนักอีกฟากหนึ่งองค์ชายเยี่ยนหยางหยุดการฝึกชั่วครู่ หัวใจเต้นแรงอย่างไร้สาเหตุ ราวกับมีบางอย่างกำลังเริ่มต้นขึ้น—บางอย่างที่เขาต้องปกป้อง…ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม

ลานฝึกกิริยามารยาทของวังหลังคลาคล่ำไปด้วยสตรีจากตระกูลใหญ่ทั่วแคว้น ทุกคนแต่งกายงดงาม ทว่าดวงตากลับแฝงความระแวดระวัง ไม่มีใครมาที่นี่ด้วยใจบริสุทธิ์นัก—ต่างรู้ดีว่านี่คือสนามรบอีกแบบหนึ่ง หลิงอันยืนอยู่แถวหน้า สีหน้าเรียบนิ่ง กิริยาสงบเสงี่ยมตามแบบชายาเอกที่ได้รับการอบรมมาแล้ว ทว่าภายในกลับตื่นตัวทุกฝีก้าว และแล้ว…รอยยิ้มที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น

“หลิงอัน…ไม่ได้พบกันนานเลยนะ”

เสียงหวานราวน้ำผึ้งทำให้นางหันไปสบตา ไป๋เสวี่ยอัน เพื่อนสนิทในอดีต—คนที่ยืนมองนางล้มลงในชาติก่อน แววตานั้นยังเหมือนเดิมอ่อนโยน…แต่เย็นชา

“ข้าก็ไม่คิดว่าจะได้พบเจ้าในวัง” หลิงอันตอบยิ้มบางอย่างสุภาพ “นึกว่าเจ้าจะไม่สนใจตำแหน่งชายาเสียอีก”

ไป๋เสวี่ยอันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหัวเราะเบา “ตำแหน่งแบบนี้ ใครจะไม่สนใจเล่า”

คำพูดยังไม่ทันจบ เสียงหัวหน้านางกำนัลก็ดังขึ้น เริ่มการฝึกอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่การเดิน การคำนับ การรินชา ไปจนถึงการตอบคำถามเฉพาะหน้า และการกลั่นแกล้งก็เริ่มขึ้นอย่างแนบเนียน ไป๋เสวี่ยอัน “เผลอ” ขยับถาดชาจนชาเกือบหกใส่หลิงอัน หากเป็นคนอื่น คงตื่นตระหนกไปแล้ว แต่หลิงอันเพียงเอียงข้อมือเล็กน้อยถาดชากลับมั่นคงราวถูกฝึกมานับร้อยครั้งหยดชาที่กระเด็น กลับไปเปื้อนแขนเสื้อของไป๋เสวี่ยอันแทน—ต่อหน้าพระพันปีและหัวหน้านางกำนัล

“โอ๊ะ…ขออภัย” หลิงอันเอ่ยเสียงนุ่ม “ข้าเห็นเจ้าดูรีบ จึงคิดจะช่วยรับถาดไว้”

ไป๋เสวี่ยอันหน้าเสีย เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบลานฝึกพระพันปีทอดพระเนตรหลิงอันอย่างสนใจ มุมพระโอษฐ์คล้ายยกขึ้นเล็กน้อย—ถูกชะตาอย่างเห็นได้ชัด

---

อีกฟากหนึ่งของวัง

เสียงดาบกระทบกันดังแกร่งกรังเยี่ยนหยางกำลังฝึกซ้อมกับคู่หูอย่างจริงจัง แววตาเฉียบคม ร่างกายเคลื่อนไหวมั่นคงราวเสือที่ถูกล่ามโซ่ไว้ไม่นานนัก

“องค์ชาย”

ขันทีคนสนิทก้าวเข้ามาใกล้ ก้มลงกระซิบเบาๆ

“ชายาหลิงอัน…ถูกเรียกเข้าร่วมการคัดเลือกชายาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ปลายดาบของเยี่ยนหยางหยุดนิ่งในเสี้ยวลมหายใจ แรงกดในมือเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ใครเป็นผู้สั่ง"

“จักรพรรดินี…กับพระพันปีพ่ะย่ะค่ะ”

ดวงตาเยี่ยนหยางมืดลง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“พอแค่นี้”

เขาวางดาบ หันหลังให้สนามฝึก ไม่มีใครรู้ว่าในเงามืดใต้ชายคาวังหลังนั้น องค์ชายผู้เย็นชากำลังยืนมองใครอยู่ หลิงอัน…ที่ยืนสงบ ท่ามกลางงูพิษในรอยยิ้มและเขาเริ่มแน่ใจขึ้นทุกที—วังหลังแห่งนี้อันตรายเกินกว่าจะปล่อยนางไว้เพียงลำพัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่18 ชีวิตนี้ข้าจะมีชายาเพียงคนเดียว

    ตำหนักของจักรพรรดินีในยามค่ำยังคงเงียบสงบ แต่ความเงียบนี้กลับกดดันราวกับมีเงามืดแผ่ปกคลุม จักรพรรดินีนั่งอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังลานพิธีที่กำลังจัดเตรียมอยู่ไกลลิบ แสงโคมแขวนเรียงรายเป็นแนวยาว ผืนพรมพิธีถูกปูอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…มากเกินไป“องค์ชายจันทราเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นจริง ๆ”นางกล่าวขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันกลับมา หัวหน้านางกำนัลก้มศีรษะ“เพคะ ทั้งในวังหน้าและวังหลังต่างเริ่มเอ่ยถึงพระองค์มากขึ้นโดยเฉพาะหลังศึกครั้งล่าสุด”ปลายนิ้วจักรพรรดินีขยับช้า ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก แต่ดวงตาเย็นเยียบ“ลูกของสนมผู้นั้น…”นางเอ่ยเสียงแผ่ว“จะหน้าตาอัปลักษณ์เพียงใดกัน”ความทรงจำเก่า ๆ ที่ควรถูกฝังเริ่มขยับตัวอีกครั้ง“วันเลือกคู่ใกล้เข้ามาแล้ว”จักรพรรดินีกล่าวต่อ“พิธีนี้จะเป็นเครื่องเตือนว่า ใครควรอยู่ตรงไหนของวังนี้”---เช้าวันถัดมา ลานพิธีเลือกคู่หลวงถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ เสาแดงสูงเรียงราย ม่านไหมสีทองพลิ้วไหวตามสายลม เสียงระฆังจากวัดหลวงดังเป็นจังหวะ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ คือ วันเลือกคู่ ขุนนางชั้นสูงและตระกูลใหญ่ทยอยเข้าประจำที่ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นตั้งแ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่17 ปมในวังหลัง

    ค่ำคืนในตำหนักเงียบสงบตะเกียงน้ำมันส่องแสงอุ่นอ่อน ทอดเงาไหวบนผนัง หลิงอันนั่งพิงโต๊ะเตี้ย มือกุมถ้วยชาร้อน ส่วนเยี่ยนหยางยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองแสงไฟในวังหลวงที่เรียงรายราวหมู่ดาว“จากนี้เราไม่ควรปล่อยให้เรื่องมันไหลไปเองแล้ว”เยี่ยนหยางพูดขึ้น เสียงเรียบ แต่ชัดเจน หลิงอันพยักหน้า“ใช่ ถ้าเราไม่เดินก่อน คนอื่นจะเดินแทนเรา”ทั้งสองไม่ใช้คำราชาศัพท์ไม่ใช้ตำแหน่งในยามที่อยู่กันสองคน พวกเขาคือ “ฉัน” กับ “เธอ” เหมือนโลกเดิมเยี่ยนหยางหันกลับมาสายตาไม่ใช่ขององค์ชายผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็นชายคนหนึ่งที่กำลังคิดถึงอนาคต“จุดสำคัญมีสามคน”เขาพูดต่อ“พระพันปี จักรพรรดิ และจักรพรรดินี”หลิงอันยิ้มบาง“พระพันปีคือคนตัดสินบรรยากาศจักรพรรดิคือคนให้ผลลัพธ์จักรพรรดินี…คือคนพยายามบิดเกม”เยี่ยนหยางหัวเราะเบา ๆ“เธอสรุปได้ตรงมาก”เขานั่งลงตรงข้ามหลิงอัน วางมือบนโต๊ะสีหน้าจริงจังขึ้น“เราต้องทำให้ทั้งสามคน ‘เห็นภาพเดียวกัน’ไม่ใช่เชื่อใครแต่รู้สึกว่า…ทางนี้คือทางที่ปลอดภัยที่สุด”หลิงอันมองเขานิ่ง ๆ“งั้นเริ่มจากพระพันปี ฉันจะดูแลตรงนั้นเองส่วนจักรพรรดิ…นาย”เยี่ยนหยางพยักหน้า“จักรพรรดินี ปล่อยให้เวลาเป็นคนกั

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่16 เริ่มเดินหมากในวังหลัง

    ยามค่ำคืนในตำหนักเงียบสงัด แสงตะเกียงน้ำมันส่องวาบไหวสะท้อนม่านโปร่ง สีทองนวลละมุนไปทั่วห้อง หลิงอันนั่งขัดสมาธิบนเตียง มือกุมถ้วยชาร้อน ขณะที่เยี่ยนหยาง—หรือ เฟิงเหยา ในเวลาที่มีเพียงสองคน—เอนหลังพิงโต๊ะเตี้ย ปลดเสื้อคลุมออกอย่างสบายอารมณ์“ไป๋เสวี่ยอันเริ่มขยับแล้ว”หลิงอันพูดขึ้นเสียงเบา แต่แววตานิ่งจนผิดปกติ เฟิงเหยาชะงักเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเธอ“เธอแน่ใจ?”“แน่ใจ”หลิงอันวางถ้วยชาลง “นิยายช่วงนี้…ควรจะเป็นช่วงที่ฉันถูกกดหัวซ้ำ ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว”เฟิงเหยาหรี่ตา“เธอหมายความว่า…เธอก็เหมือนเธอ?”หลิงอันสูดลมหายใจลึก ก่อนพยักหน้า“ไป๋เสวี่ยอัน ‘หลุดเข้ามา’ เหมือนฉัน แต่ต่างกันตรงที่—นางเชื่อว่านางยังเป็นตัวเอก”ความเงียบปกคลุมชั่วครู่มีเพียงเสียงตะเกียงแตกเปาะเบาๆ เฟิงเหยาลุกขึ้น เดินมานั่งตรงข้ามหลิงอัน ระยะห่างใกล้พอจะสัมผัสลมหายใจของกันและกัน“แล้วเธอแน่ใจไหม ว่าเธอไม่อยากปล่อยให้นางพลาดเอง?”หลิงอันส่ายหน้า“ไม่ได้…เฟิงเหยา ในชาติก่อนฉันตายเพราะความประมาท คิดว่าคนที่รู้เนื้อเรื่องจะไม่กล้าทำเกินบท”เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาจริงจัง“แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่รอให้นางลงมือก่อน”เฟิงเห

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่15 ดอกเหมยที่ผลิบานกลางหัวใจ

    ยามบ่ายคล้อย แสงอาทิตย์อ่อนรำไรส่องผ่านบานหน้าต่างกระทบโต๊ะไม้ในห้องทรงงานเยี่ยนหยางนั่งอ่านฎีกาอยู่เงียบ ๆ ปลายนิ้วพลิกกระดาษไปทีละแผ่น ทว่าใจกลับไม่อยู่กับตัวอักษรตรงหน้าสายตาของเขาเผลอเงยขึ้นนอกหน้าต่าง…กิ่งเหมยกิ่งหนึ่งกำลังผลิดอกสีขาวอมชมพูอ่อนสะท้อนแสงแดดอ่อนราวกับจะเตือนความทรงจำบางอย่างเขานิ่งไปครู่หนึ่งภาพหนึ่งผุดขึ้นมา—ภูเขาลูกเล็กทางทิศตะวันออก นอกเขตวังหลวง ครั้งหนึ่งเขาเคยไปสำรวจพื้นที่แถบนั้น ดอกเหมยบานสะพรั่งเต็มไหล่เขา เงียบสงบจนเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน“เหมยบานแล้ว…”เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากเขาปิดหนังสือลงช้า ๆความคิดเดียวชัดเจนขึ้นมาในใจ—เขาอยากให้หลิงอันเห็น—ยามเย็น หลิงอันกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ในห้อง ชายตามองตามตัวอักษรแต่หัวใจกลับว่างเปล่า จนกระทั่งบานประตูถูกเปิดออกโดยไม่ทันตั้งตัว“เยี่ยนหยาง?”นางเงยหน้าขึ้นอย่างแปลกใจ เขาเดินเข้ามาใกล้ สีหน้าดูอ่อนโยนกว่าทุกวัน“เปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ” เขาพูดเสียงต่ำ “ข้าจะพาเจ้าไปที่หนึ่ง”ยังไม่ทันที่หลิงอันจะได้ถามอะไร ร่างสูงก็โน้มลงมา อุ้มนางขึ้นอย่างมั่นคง หลิงอันร้องอุทานเบา ๆ ก่อนจะเผลอคว้าแขนเสื้อเขาไว้

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่14 เพราะข้าคิดถึงเจ้า

    เสียงกลองชัยจากหน้าประตูวังยังไม่ทันจาง ข่าวการกลับมาของกองทัพองค์ชายเยี่ยนหยางก็แพร่กระจายไปทั่วราวกับสายลมต้นเหมยในฤดูใบไม้ผลิ เร็วกว่ากำหนด…เร็วกว่าที่ใครคาดคิด ในตำหนักหลงเยว่ หลิงอันเพิ่งออกจากการคัดเลือกรอบสุดท้าย สีหน้าสงบนิ่งแม้ฝ่ามือจะเย็นเฉียบ นางรู้ผลแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ นางตั้งใจจะกลับตำหนัก ทว่าร่างหนึ่งกลับก้าวขวางทางไว้เสียก่อนไป๋เสวี่ยอัน“ได้ยินข่าวหรือยัง” เสียงนั้นแฝงรอยยิ้มเย็น “องค์ชายเยี่ยนหยางกลับมาแล้ว”หลิงอันชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเงยหน้าขึ้น ดวงตานิ่งสนิท “แล้วอย่างไร”ไป๋เสวี่ยอันหัวเราะเบา ๆ “ข้าแค่สงสัย… เมื่อองค์ชายกลับมา เห็นทีบางคนอาจจะหมดประโยชน์ ชายาที่ไม่ได้รับเลือกอย่างเป็นทางการ จะยืนอยู่ตรงไหนกันนะ”ถ้อยคำเสียดแทง แต่หลิงอันกลับยืนนิ่ง ไม่ถอย ไม่โต้ เพียงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่สงบเกินคาด“ข้าอยู่ตรงไหน ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าตัดสิน”ไป๋เสวี่ยอันกำลังจะเอ่ยต่อ ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง ความกดดันแผ่ซ่านโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด หลิงอันหันกลับไปก่อน และหัวใจก็เต้นแรงในทันที ชุดเกราะยังไม่ถอดหมด ผ้าคลุมทัพสีเข้มพาดบ่า ร่างส

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่13 ศึกตัดสินชะตาชีวิต

    ยามสนธยา แสงอาทิตย์ยามใกล้ลับขอบฟ้าสาดลงบนค่ายทหารเป็นสีส้มหม่น เยี่ยนหยางนั่งอยู่ภายในกระโจมหลัก แผนที่สงครามกางอยู่ตรงหน้า ทว่าดวงตาคมกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับเส้นทางหรือกำลังพล มือแกร่งคลี่ ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมย ออกมาอย่างทะนุถนอม ด้ายปักยังแน่น เรียงลวดลายไม่สม่ำเสมอนัก ราวกับมือที่ปักยังไม่ชำนาญ แต่กลับทำให้หัวใจเขาอ่อนยวบลงทุกครั้งที่มอง“…อันอัน…”เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัวข้างผ้าเช็ดหน้า คือ ปิ่นปักผมของเขาเอง ที่หลิงอันรับไว้ในวันออกศึก นางคงยังเก็บมันไว้ใกล้ตัว เช่นเดียวกับที่เขาเก็บของของนางไม่ห่างกาย“รายงาน!”เสียงทหารหน้ากระโจมดังขึ้น ทำให้เยี่ยนหยางเก็บของทั้งสองชิ้นใส่อกเสื้อก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม“เข้ามา”ทหารสารวัตรคุกเข่าลง สีหน้าตึงเครียด“ข่าวจากแนวรบองค์ชายเยี่ยนหมิงพ่ะย่ะค่ะ… สถานการณ์ไม่สู้ดี ศัตรูตีโอบสองด้าน กองกำลังเริ่มแตก ขวัญทหารตกต่ำ”เยี่ยนหยางกำหมัดแน่น ภาพในความทรงจำเก่าๆ ซ้อนทับขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม อุบัติเหตุ เลือด เสียงกรีดร้อง… และการสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืน เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเด็ดขาด“สั่งเคลื่อนทัพ”เสียงของเขานิ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status