Beranda / รักโบราณ / จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ / บทที่9 ค่ำคืนนี้หนักหน่วงใจข้าเหลือเกิน

Share

บทที่9 ค่ำคืนนี้หนักหน่วงใจข้าเหลือเกิน

Penulis: Piggy-lonely
last update Tanggal publikasi: 2025-12-22 01:59:02

ลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านลานฝึกในวังหลวง กลีบดอกเหมยที่หลงฤดูร่วงโปรยบางเบา เหล่าบุตรสาวจากตระกูลต่างๆ ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ เสื้อผ้าสีอ่อนสะท้อนแสงแดดยามสาย ทุกคนล้วนแต่งกายงดงามไร้ที่ติ หลิงอันยืนอยู่ในแถวกลาง ใบหน้าเรียบสงบ ดวงตานิ่งราวสายน้ำลึก แม้จะรู้ว่าตนเป็น “ชายาเงียบ” ขององค์ชายเยี่ยนหยางแล้ว แต่คำพูดของจักรพรรดินีก่อนหน้านี้ยังดังก้องในหู

— “อยู่ในวังหลัง ไม่มีใครเป็นข้อยกเว้น”

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ไป๋เสวี่ยอันเพื่อนสนิทในอดีต…ที่ไม่เหลือคำว่าสนิทอีกต่อไป

นางยืนอยู่ไม่ไกล สายตามองหลิงอันอย่างประเมินค่า ปากยิ้มแต่แววตาเต็มไปด้วยความพึงใจแปลกประหลาด ราวกับกำลังคิดว่า ในที่สุด เจ้าก็กลับมาอยู่ตรงหน้าข้าอีกครั้ง แต่หลิงอันไม่หันไปมองนางรู้ดีว่าในวังแห่งนี้การนิ่งเฉย…คือการตอบโต้ที่คมที่สุด

---

ในเวลาเดียวกันบนเนินหินสูงใกล้ลานฝึก เงาร่างสูงในชุดสีเข้มยืนทอดสายตามองลงมา หน้ากากเงินเรียบเย็นปิดบังใบหน้า แต่เสียงลมหายใจที่นิ่งหนักแน่นนั้น ไม่อาจปิดบังรัศมีได้ องค์ชายเยี่ยนหยางเขามาถึงที่นี่อย่างเงียบงัน ตั้งแต่ขันทีกระซิบรายงานว่า “ชายาเงียบถูกเรียกเข้าร่วมการคัดเลือก” ดวงตาคมกริบจับจ้องร่างบอบบางในชุดสีอ่อนที่ยืนอย่างสง่างามท่ามกลางสตรีนับสิบ หัวใจเขากระตุกเบาๆ นางไม่ควรต้องอยู่ตรงนั้น

เสียงหัวหน้าฝึกดังขึ้น

“เริ่มการทดสอบ—อ่านกิริยามารยาทและการเจรจา”

หญิงสาวหลายคนเริ่มออกมาแสดงตัว เสียงอ่อนหวาน กิริยาสุภาพ แต่ไม่นาน…เสียงซุบซิบก็ค่อย ๆ ดังขึ้น

“ได้ยินไหม…องค์ชายผู้สวมหน้ากากนั่นน่ะ”

“เสียงเพราะมาก…ราวกับน้ำผึ้งเลย”

“แต่ข้าได้ยินมาว่า หน้าตาอัปลักษณ์มาก ถึงต้องปิดหน้า”

เสียงหัวเราะคิกคักปะปนกับความลังเล บางคนเชื่อบางคนกลับแอบมองด้วยดวงตาเป็นประกาย เยี่ยนหยางหลุบตาลงเล็กน้อยข่าวลือยังคงเป็นอาวุธที่ง่ายที่สุด แต่แล้ว—หลิงอันถูกเรียกชื่อนางก้าวออกมาช้าๆ ท่วงท่าสงบ นุ่มนวล แต่มั่นคงคำพูดที่หลุดจากริมฝีปากนั้น ไม่หวานเกิน ไม่แข็งกระด้าง แต่ชัดเจน สุภาพ และมีเหตุมีผล เยี่ยนหยางกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เสียงนั้น…ภาพบางอย่างซ้อนทับในหัวเสียงเรียกแผ่วเบาในความทรงจำ

“หลิงอัน…”

หลิงอันไม่รู้เลยว่าบนที่สูงนั้น มีสายตาหนึ่งกำลังมองนางราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงนางผู้เดียว และในหมู่ผู้ฟังไป๋เสวี่ยอันเม้มปากแน่น รอยยิ้มบนใบหน้าฝืนกลั้นไว้ ทำไม…เจ้ายังยืนอยู่ได้สง่างามเช่นนี้ ขณะเดียวกันเงาร่างในหน้ากากก็หันหลังเตรียมจากไป อีกไม่นาน…สนามรบจะรอเขาอยู่แต่ก่อนถึงวันนั้น เยี่ยนหยางรู้แน่ชัดแล้วว่าไม่ว่าใครจะวางแผนในวังหลัง ไม่ว่าใครจะเป็นศัตรู เขาจะไม่ปล่อยให้ “อันอัน”ต้องยืนเพียงลำพัง ค่ำคืนคลี่ตัวลงช้าๆ เหนือวังหลวง แสงโคมเรียงรายส่องทางเดินยาว เงาร่างในชุดคลุมสีเข้มยืนอยู่หลังแนวฉากไม้ไผ่ห่างจากลานฝึกกิริยามารยาทไม่ไกล หน้ากากสีเงินปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตาคมลึกนั้นไม่อาจปิดบังความรู้สึกที่สั่นไหวได้ เยี่ยนหยางยืนมองอยู่เงียบๆ เสียงซุบซิบของเหล่าหญิงสาวลอยมาเป็นระยะ

“เสียงหวานขนาดนี้ เชื่อจริงหรือว่าหน้าตาอัปลักษณ์”

“ข้าว่าข่าวลือเกินจริง…ดูรูปร่างแล้วคงไม่ธรรมดา”

เขาไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้นเลย สายตาของเขาจับจ้องอยู่เพียงร่างบางที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มสตรีนางหนึ่งเท่านั้น หลิงอันนางยืนหลังตรง สายตานิ่งสงบ กิริยาทุกท่วงท่าถูกต้องราวกับเคยผ่านสิ่งเหล่านี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ท่ามกลางสายตาจับผิดและความตั้งใจกลั่นแกล้งจากไป๋เสวี่ยอัน นางกลับรับมือด้วยความสุขุมจนอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายเสียหน้าอย่างแนบเนียน เยี่ยนหยางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ในสนามรบ เขาไม่เคยลังเล แต่ในวังหลัง…เขากลับรู้สึกว่าตนเองกำลังแพ้อย่างเงียบงัน

คืนนั้น หลังการฝึกสิ้นสุด หลิงอันเดินกลับตำหนักหลงเยว่ตามลำพัง แสงจันทร์ทอดยาวบนพื้นหิน นางถอนหายใจเบา ๆ เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ

“อันอัน”

เสียงเรียกนั้นทำให้นางชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงก่อนจะหันกลับไป เยี่ยนหยางยืนอยู่ใต้ต้นเหมย ชุดคลุมสีเข้มพริ้วตามแรงลม หน้ากากถูกถอดออกแล้ว สายตาที่มองมานั้นอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง

“องค์ชาย…” นางเอ่ยเสียงแผ่ว “ไม่ควรมาแถวนี้นะเจ้าคะ หากมีใครเห็น—”

“ข้ารู้” เขาตอบทันที “แต่ข้าอดไม่ได้”

คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้หลิงอันเงียบไป เยี่ยนหยางก้าวเข้ามาใกล้ จนระยะห่างเหลือเพียงเอื้อมมือถึง

“พวกเขาบังคับเจ้าเข้าร่วมการคัดเลือก” เสียงเขาต่ำ “ข้าไม่ชอบ”

หลิงอันยิ้มบางๆ “หม่อมฉันรับมือได้ค่ะ อย่ากังวลไปเลย”

“ข้ากำลังจะออกศึก” เขาพูดช้าๆ “และสิ่งเดียวที่ทำให้ข้าไม่มั่นใจ…คือการทิ้งเจ้าไว้ที่นี่”

ลมพัดดอกเหมยร่วงหนึ่งกลีบ หลิงอันเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะยกมือแตะชายแขนเสื้อของเขาเบาๆ

“องค์ชายเคยสอนหม่อมฉันว่า ในวังหลังต้องยิ้มและเก็บมีดไว้ในใจ”

นางสบตาเขา “หม่อมฉันจะไม่เป็นฝ่ายแพ้แน่นอน”

เยี่ยนหยางหัวเราะเบาๆ แต่แววตากลับร้าวลึก เขายื่นมือไปแตะศีรษะนางอย่างแผ่วเบา คล้ายกลัวว่าภาพตรงหน้าจะหายไป

“หากข้ากลับมา”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่ออย่างหนักแน่น

“ข้าจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องเจ้าอีก”

หลิงอันไม่ได้ตอบ นางเพียงพยักหน้าเบาๆ แต่หัวใจกลับหน่วงแน่นราวกับรู้ดีว่า ศึกครั้งนี้จะเปลี่ยนทุกอย่าง ทั้งสองยืนอยู่ใต้แสงจันทร์โดยไม่พูดอะไรอีก ความเงียบกลับอบอุ่นและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ก่อนจะแยกจากกัน เยี่ยนหยางเอื้อมมือไปทัดดอกเหมยเล็กๆ ไว้ข้างหูนางอย่างแผ่วเบา

“รอข้า” เขาพูดเพียงคำเดียว

หลิงอันยืนมองแผ่นหลังนั้นจนลับตาลมศึกยังไม่มาแต่หัวใจ…กลับเริ่มบาดเจ็บไปแล้ว

ค่ำคืนค่อยๆ กลืนกินตำหนักหลงเยว่ เงาโคมไฟทอดยาวบนพื้นหินเย็น หลิงอันกลับมาถึงห้องของตน นางถอดเครื่องประดับออกช้าๆ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียง ใจยังไม่ยอมสงบภาพในหัวไม่ใช่ฉากคัดเลือก ไม่ใช่เสียงซุบซิบของหญิงสาวอื่น แต่เป็นเสียงหนึ่ง…ที่ดังขึ้นเบาๆ ใกล้หูในตอนบ่าย

“อันอัน”

หลิงอันหลับตา หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว ปกติองค์ชายเยี่ยนหยางไม่เคยเรียกนางเช่นนั้นไม่เคย…แม้แต่ครั้งเดียว มันไม่ใช่คำเรียกที่เหมาะสมในฐานะชายากับองค์ชายแต่มันกลับอบอุ่น ราวกับเรียกชื่อที่คุ้นเคยมานานแสนนาน

“ทำไม…ถึงเรียกแบบนั้น” นางพึมพำกับตัวเอง

ในหัวผุดภาพเขาในวันนี้—ร่างสูงในชุดคลุมสีเข้ม หน้ากากบดบังใบหน้า แต่ดวงตาคู่นั้น…มองมาที่นางเพียงคนเดียว สายตาที่ไม่ได้มองในฐานะชายาขององค์ชาย แต่มองเหมือน…กลัวจะเสียไป หลิงอันกอดหมอนแน่นความรู้สึกแปลกประหลาดเอ่อขึ้นในอกทั้งหวาน ทั้งหน่วง และทั้งไม่เข้าใจ

---

ในเวลาเดียวกัน

อีกฟากหนึ่งของตำหนักหลงเยว่ เยี่ยนหยางนั่งอยู่ในห้องหนังสือ แผนที่การรบยังวางเปิดอยู่ตรงหน้า แต่สายตาของเขาไม่ได้จดจ่อกับเส้นทางหรือกำลังพล ภาพของหลิงอันในชุดเรียบง่ายระหว่างการคัดเลือก ใบหน้าสงบนิ่งแต่แววตาไม่เคยยอมแพ้ วนเวียนในหัวไม่หยุด เขาเผลอเรียกชื่อนั้นออกไป…โดยไม่รู้ตัว

“อันอัน…”

เยี่ยนหยางชะงัก มือที่ถือพู่กันค้างกลางอากาศ หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เขาไม่ควรจำได้ ไม่ควรรู้สึก ไม่ควรผูกพันลึกขนาดนี้ แต่ภาพหนึ่งก็แทรกเข้ามาในความคิด—หญิงสาวคนหนึ่งยืนหันหลังให้ ก่อนจะหันมายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนเสียงในความฝันกระซิบเรียกชื่อเขา…เฟิงเหยา…เยี่ยนหยางกำหมัดแน่นเขาลุกขึ้นยืน เดินไปเปิดหน้าต่างลมกลางคืนพัดผ่าน แต่ไม่อาจดับความร้อนในอกได้

“ข้าจะปกป้องเจ้า” เขาพูดกับความว่างเปล่า

น้ำเสียงต่ำ หนักแน่น และเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นในสนามรบหรือในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม

---

คืนเดียวกัน

สองหัวใจต่างนอนไม่หลับ ต่างคิดถึงชื่อเดียวกัน โดยไม่รู้ว่า…ความทรงจำที่เชื่อมโยงกันนั้นกำลังจะถูกปลุกขึ้นทีละนิด ก่อนเสียงกลองศึกจะดังขึ้นจริงๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่23 คืนเข้าหอ

    เสียงกลองพิธีดังขึ้นก้องวังหลวง เช้าวันนี้ ลานพิธีแน่นขนัดไปด้วยขุนนาง ราชวงศ์ และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วแคว้น นี่คือวันอภิเษกขององค์ชายทั้งสองก่อนพิธี — คู่เยี่ยนหมิงไป๋เสวี่ยอันยืนอยู่ข้างเยี่ยนหมิง นางแต่งกายสมฐานะพระชายา สีหน้าเรียบแต่แววตามั่นใจ“อีกไม่นาน หม่อมฉันก็จะเป็นชายาของพระองค์อย่างเป็นทางการแล้ว”นางเอ่ยเสียงต่ำ แฝงความหมาย“ต่อไป เราควรช่วยกันวางแผนเรื่องในวังหลังบ้างนะเพคะ”เยี่ยนหมิงปรายตามองนางแววตานั้นเย็นจัด…และคมกริบ“เจ้าอย่าคิดไกลเกินฐานะ”ไป๋เสวี่ยอันชะงัก “หม่อมฉันหมายความว่า—”“เจ้าคือผู้ถูกเลือกเพราะ เหมาะสม ไม่ใช่เพราะข้าต้องการ”เสียงเขาเรียบ แต่คำพูดกลับร้ายกาจ“อย่าสำคัญตัวผิด”ใบหน้าของไป๋เสวี่ยอันซีดลงทันที มือที่ซ่อนในแขนเสื้อกำแน่น“พระองค์ตรัสเช่นนี้…หมายความว่าอย่างไร”เยี่ยนหมิงก้มลงเล็กน้อย กระซิบใกล้หูอย่างไม่เกรงใจ“หมายความว่า ต่อให้เจ้าเป็นชายาของข้า ก็อย่าคิดว่าข้าจะปฏิบัติกับเจ้าเหมือนหญิงที่ข้ารัก”ดวงตาของไป๋เสวี่ยอันสั่นไหว ความไม่พอใจแล่นวาบขึ้นมาทันที“หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่า”เสียงนางแข็งขึ้น“พระองค์อย่าลืมว่า หากไม่มีหม่อมฉัน

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่22 ความทรงจำวันวาน

    องค์ชายจันทราก้าวเข้าสู่ห้องทรงงานของจักรพรรดิในยามสาย แสงอาทิตย์ลอดผ่านฉากไม้แกะสลัก สาดลงบนโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีกา“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรชายคนรอง“เข้ามานั่งเถิด วันนี้ไม่มีเรื่องสำคัญ แค่อยากคุยสัพเพเหระ”เยี่ยนหยางรับคำ ก่อนจะนั่งลงอย่างสำรวม บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป—การจัดงานเลือกคู่ ความเรียบร้อยในวัง การศึกชายแดนที่สงบลง เขาตอบไปตามมารยาท แต่สายตากลับเผลอเหลือบไปยังชั้นวางด้านหลังจักรพรรดิ ตรงนั้น…มีกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่งเปิดแง้มอยู่และในกล่องนั้น—มี ปิ่นปักผมสีเงินเรียบ ๆ ลายดอกเหมย หัวใจของเยี่ยนหยางกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล จักรพรรดิที่สังเกตเห็นสายตานั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ“เจ้าเห็นมันแล้วสินะ”เยี่ยนหยางชะงัก “ปิ่นนั่นคือ…”จักรพรรดิเอื้อมมือไปหยิบปิ่นปักผมนั้นขึ้นมาปลายนิ้วที่เคยเด็ดขาดในสนามการเมือง กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด“ของมารดาเจ้า”คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเยี่ยนหยางไม่เคยเห็นสิ่งของของมารดามาก่อน ในความทรงจำของตัวละครนี้—นางจากไปเร็วเกินไปไร้คำอธิบาย ไร้พิธีใหญ่โต จักรพรรดิหัวเราะเบา ๆ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่21 องค์ชายผู้ถูกเลื่องลือ

    ค่ำคืนนั้นลมหนาวพัดแรงกว่าทุกคืน บ้านดินเผาหลังเล็กนอกเมืองหลวง ไฟในเตาหลอมยังไม่ดับช่างหลิวนั่งก้มหน้า ปั้นดินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ดีเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเสียง แกรก เบา ๆ ดังจากหลังคามช่างหลิวเงยหน้าหัวใจหล่นวูบมเงาดำร่อนลงอย่างเงียบเชียบมือหนึ่งจับมีด อีกมือกดผ้าปิดหน้า “ถึงเวลาแล้ว”เสียงแหบต่ำดังขึ้น “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้”ช่างหลิวถอยหลัง ชนชั้นวางเครื่องปั้นแตกกระจาย“ข้า—ข้าไม่ได้ทำอะไร!”เขาร้องเสียงสั่น “ข้าแค่ช่างปั้นธรรมดา!”เงาดำไม่ตอบมีดสะท้อนแสงไฟวาบเดียวแต่ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะฟาดลง—ฉึก! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นประกายไฟกระเด็นเงาดำชะงัก ร่างหนึ่งโผล่จากเงามืดด้านข้างสวมเสื้อผ้าธรรมดา หน้าปิดครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตา… เย็นและคมราวจันทราในคืนมืด“ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือในพื้นที่ของข้า”มือสังหารถอยเปลี่ยนท่าจู่โจมทันทีการต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แคบเสียงดินแตก ไม้หัก ลมหายใจหนักหน่วงปะทะกันมือสังหารฝีมือดีแต่คนตรงหน้าดีกว่า รวดเร็วกว่าเด็ดขาดกว่าและ…ไม่ลังเล ฉึก! มีดปักเข้าลำคอ เลือดสาดเปื้อนพื้นดินเผาร่างเงาดำทรุดลงไร้เสียงสุดท้าย ช่างหลิวนั

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่20 ความจริงที่ปิดบังมานาน

    ลมยามสายพัดผ่านสวนดอกเหมย กลีบสีขาวอมชมพูปลิวโปรยลงมาตามทางเดินหิน เยี่ยนหยางเดินเคียงหลิงอันจังหวะก้าวไม่เร็วไม่ช้า มือหนึ่งถือแขนเสื้อนางไว้เบา ๆ ตามธรรมเนียม เป็นท่าทีที่ไม่ล้ำเส้น แต่ก็ไม่เปิดช่องให้ใครอื่น ขันทีและนางกำนัลที่เดินตามหลัง ต่างลดสายตาลงอย่างรู้หน้าที่ แต่แววตาที่แอบเหลือบมองมาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“ดอกเหมยปีนี้งามมาก”หลิงอันเอ่ยเสียงเบาเยี่ยนหยางยิ้มจาง ๆ “เพราะมีคนชมมันอยู่ข้าง ๆ กระมัง”นางเงียบไปเล็กน้อยแก้มขึ้นสีอ่อน ๆ ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มก็ดังขึ้นจากทางแยกด้านหน้า องค์ชายตะวัน เยี่ยนหมิง เดินเคียงข้างไป๋เสวี่ยอัน สีหน้าทั้งคู่เรียบเฉยตามมารยาท แต่แววตาไม่เป็นมิตรนัก“องค์ชายจันทรา”เยี่ยนหมิงเอ่ยทักก่อน “บังเอิญนัก”เยี่ยนหยางหยุดยืน โค้งคำนับเล็กน้อยอย่างถูกต้องตามฐานันดร“องค์ชายตะวัน”หลิงอันทำความเคารพตามธรรมเนียม ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร—เยี่ยนหมิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ สายตามองตรงมาที่หลิงอัน“ชายาหลิงอัน หลังพิธีเมื่อวาน ข้ายังไม่ได้กล่าวแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ”เขายื่นมือออกมาเล็กน้อย ท่าทางคล้ายจะเชื้อเชิญให้เข้าใกล้ แต่ในจังหวะนั้น—เยี่

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่19 คืนแรกหลังพิธีเลือกชายา

    หัวค่ำของวังหลวงเงียบสงบกว่าที่คิด แสงโคมไฟถูกจุดเรียงรายตลอดทางเดิน กลิ่นธูปหอมจาง ๆ ยังหลงเหลือจากพิธีเลือกคู่ที่เพิ่งจบลงไม่นาน หลิงอันเพิ่งกลับมาถึงตำหนักของตน ยังไม่ทันได้ถอดเครื่องประดับ ปิ่นปักผมรูปจันทราที่ปักอยู่บนเส้นผมก็สะท้อนแสงโคมวับไหว เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน—ช่วงเวลาที่ทั้งลานพิธีเงียบงัน ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้นเมื่อองค์ชายจันทราเดินมาหยุดตรงหน้านาง“ยังไม่ถอดอีกหรือ”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง หลิงอันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเห็นเยี่ยนหยางยืนพิงกรอบประตู สีหน้าผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในลานพิธีมาก หน้ากากถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงใบหน้าคมงามที่ทำให้นางใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่มอง เมื่อประตูตำหนักปิดลง เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ โลกทั้งใบเหมือนเปลี่ยนไป หลิงอันเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เฟิงเหยา… นายมาได้ยังไง”เขาเดินเข้ามาใกล้ ชะลอฝีเท้าราวกับตั้งใจให้ระยะห่างค่อย ๆ หายไป“ก็อยากมาดูแฟนตัวเองไง”คำว่า แฟน ทำเอาหลิงอันหน้าแดงวูบ“อย่าพูดแบบนี้สิ ยังอยู่ในวังนะ”เยี่ยนหยางเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างคนรู้ทัน“ตอนนี้มีแค่ฉันกับเธอ ไม่ต้องก

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่18 ชีวิตนี้ข้าจะมีชายาเพียงคนเดียว

    ตำหนักของจักรพรรดินีในยามค่ำยังคงเงียบสงบ แต่ความเงียบนี้กลับกดดันราวกับมีเงามืดแผ่ปกคลุม จักรพรรดินีนั่งอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังลานพิธีที่กำลังจัดเตรียมอยู่ไกลลิบ แสงโคมแขวนเรียงรายเป็นแนวยาว ผืนพรมพิธีถูกปูอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…มากเกินไป“องค์ชายจันทราเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นจริง ๆ”นางกล่าวขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันกลับมา หัวหน้านางกำนัลก้มศีรษะ“เพคะ ทั้งในวังหน้าและวังหลังต่างเริ่มเอ่ยถึงพระองค์มากขึ้นโดยเฉพาะหลังศึกครั้งล่าสุด”ปลายนิ้วจักรพรรดินีขยับช้า ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก แต่ดวงตาเย็นเยียบ“ลูกของสนมผู้นั้น…”นางเอ่ยเสียงแผ่ว“จะหน้าตาอัปลักษณ์เพียงใดกัน”ความทรงจำเก่า ๆ ที่ควรถูกฝังเริ่มขยับตัวอีกครั้ง“วันเลือกคู่ใกล้เข้ามาแล้ว”จักรพรรดินีกล่าวต่อ“พิธีนี้จะเป็นเครื่องเตือนว่า ใครควรอยู่ตรงไหนของวังนี้”---เช้าวันถัดมา ลานพิธีเลือกคู่หลวงถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ เสาแดงสูงเรียงราย ม่านไหมสีทองพลิ้วไหวตามสายลม เสียงระฆังจากวัดหลวงดังเป็นจังหวะ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ คือ วันเลือกคู่ ขุนนางชั้นสูงและตระกูลใหญ่ทยอยเข้าประจำที่ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นตั้งแ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่12 ข้าจะรอท่านกลับมา

    หลังขบวนทัพเคลื่อนลับสายตา เสียงเกราะ เสียงม้าค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงลานหน้าวังที่เงียบงันหลิงอันยืนมองอยู่อีกครู่ “หึ…”เสียงหัวเราะเบาๆ แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลังหลิงอันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ไป๋เสวี่ยอันก้าวเข้ามา ชายตาเหลือบมองทางที่กองทัพจากไป ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนแสร้

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่8 การฝึกของทั้งคู่

    คลื่นใต้น้ำเริ่มขยับสารลับจากวังหลวงถูกส่งออกไปอย่างเงียบงันในยามค่ำคืน ม้าด่วนวิ่งฝ่าความมืดออกจากประตูเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่จวนตระกูลขุนนางหลายแห่ง — รวมถึงตระกูลของ “นาง” ด้วยในจวนหลังหนึ่ง หญิงสาวในชุดเรียบหรูยืนอ่านราชสารในมือ ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเฉียบ“หลิงอันยังไม่ตายจริงๆ สินะ…”

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่7 แผนรบแคว้นเหนือ

    ในตำหนักขององค์ชายตะวัน—เยี่ยนหมิงบรรยากาศยามค่ำคืนกลับตึงเครียดยิ่งกว่ากลางวัน ถ้วยชาถูกวางทิ้งไว้จนเย็นชืด เยี่ยนหมิงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปยังความมืดด้านนอก ดวงตาแข็งกร้าวฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด“ทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นใจเสียจริง…”ตั้งแต่ข่าวลือเรื่องหลิงอันยังมีชีวิตอยู่แพร่ออกมา ตั้

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่6 ข้าจะรอ

    ข่าวลือเรื่ององค์ชายจันทราเดินเคียงหลิงอันในสวนดอกเหมยยังไม่ทันจาง เช้าวันถัดมา องค์ชายเยี่ยนหมิง ก็เสด็จเข้าเฝ้าในตำหนักบรรทมของจักรพรรดิ ภายในห้องเงียบสงัด กลิ่นกำยานอ่อนลอยคลุ้ง จักรพรรดิประทับอยู่หลังโต๊ะทรงงาน ทอดพระเนตรเอกสารโดยไม่เงยพระพักตร์ “เสด็จพ่อ” เยี่ยนหมิงคุกเข่าลง น้ำเสียงสุภาพแต่แ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status