Share

บทที่7 แผนรบแคว้นเหนือ

Penulis: Piggy-lonely
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-20 02:19:07

ในตำหนักขององค์ชายตะวัน—เยี่ยนหมิงบรรยากาศยามค่ำคืนกลับตึงเครียดยิ่งกว่ากลางวัน ถ้วยชาถูกวางทิ้งไว้จนเย็นชืด เยี่ยนหมิงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปยังความมืดด้านนอก ดวงตาแข็งกร้าวฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด

“ทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นใจเสียจริง…”

ตั้งแต่ข่าวลือเรื่องหลิงอันยังมีชีวิตอยู่แพร่ออกมา ตั้งแต่เยี่ยนหยางเริ่มปรากฏตัวต่อหน้าขุนนางอย่างเปิดเผยตั้งแต่เสด็จพ่อเอ่ยถึง “ศึก” และ “ผลงาน” เป็นเงื่อนไขเลือกคู่ แผนที่เคยคิดว่าคุมได้…กลับเริ่มหลุดมือทีละน้อย

“ฝ่าบาทเริ่มมองเยี่ยนหยางต่างไป” เยี่ยนหมิงกำหมัดแน่น “หากปล่อยไว้อย่างนี้…ข้าจะเสียทุกอย่าง”

เงาร่างของเขาถูกแสงโคมสะท้อนยาวเหยียด ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานแต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร—คืนนี้ยังไม่มีคำตอบ

---

ขณะเดียวกัน ที่ ตำหนักหลงเยว่

แสงโคมในห้องหนังสือยังสว่างอยู่แม้ยามดึก เยี่ยนหยาง นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ เต็มไปด้วยแผนที่ เส้นทางเดินทัพ และบันทึกการศึกจากอดีต เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ศึกยังมาไม่ถึง…แต่เขารู้ดีว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรบเพื่อแผ่นดิน หากเป็นการรบเพื่อ “อนาคต” เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นหน้าประตู

“องค์ชาย…ยังไม่นอนหรือเจ้าคะ”

เยี่ยนหยางเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเห็น หลิงอัน ยืนอยู่ในชุดนอนเรียบง่าย ผมยาวปล่อยสยาย ดวงตาฉายแววเป็นห่วง

“ข้ารบกวนเจ้าหรือไม่” นางถามเบา ๆ

“ไม่เลย” น้ำเสียงเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “เข้ามาเถิด”

หลิงอันก้าวเข้าไปใกล้ สายตาเธอเหลือบมองแผนที่บนโต๊ะอย่างเคยชินภาพเช่นนี้…ชวนให้หัวใจเธอสั่นไหว

—ชาติก่อน

เธออ่านนิยายสงคราม นิยายการเมืองมากมายรู้ดีว่าเส้นทางแบบใดคือกับดักรู้ว่าศึกใด “ชนะด้วยแผน” ไม่ใช่ด้วยกำลัง

“องค์ชายกำลังคิดเรื่องศึกใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“อืม” เขาพยักหน้า “เส้นทางนี้ดูเหมือนปลอดภัย แต่ข้ากลับรู้สึกไม่สบายใจ”

หลิงอันลังเลเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปชี้จุดหนึ่งบนแผนที่

“ถ้าเป็นหม่อมฉัน…จะไม่เลือกเส้นนี้ค่ะ”

เยี่ยนหยางชะงักดวงตาคมหันมามองนางอย่างประเมิน

“เพราะเหตุใด”

“เพราะเส้นทางนี้เหมาะแก่การซุ่มโจมตี แม้ดูโล่ง แต่ถ้าอีกฝ่ายรู้ก่อน…” นางเว้นคำเล็กน้อย “จะกลายเป็นกับดักทันที”

ความเงียบปกคลุมเยี่ยนหยางมองนางนิ่ง…นานกว่าปกติ

“เจ้า…รู้เรื่องการศึกมากกว่าที่ควรจะรู้”

น้ำเสียงเขาไม่แข็ง แต่แฝงความสงสัย

หลิงอันยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบอย่างสุขุม

“หม่อมฉันเป็นบุตรขุนนาง แม้ยศไม่สูง แต่ก็เคยอ่านตำรามาบ้างเจ้าค่ะ ได้ยินผู้ใหญ่สนทนากันเสมอ”

คำตอบนั้น “พอรับได้” แต่ดวงตาของเยี่ยนหยางกลับจับจ้องนางราวกับจะมองทะลุถึงใจ

เขาเอื้อมมือไปดึงนางให้นั่งลงข้างๆ อย่างเป็นธรรมชาติ

“ไม่ว่าเจ้าจะรู้จากที่ใด…ข้าดีใจที่เจ้าคิดเพื่อข้า”

หลิงอันใจเต้นแรงใกล้เกินไป…ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

“องค์ชายไม่กลัวหรือเจ้าคะ” นางถามเสียงแผ่ว “ว่าหม่อมฉันจะคิดผิด”

“หากเป็นเจ้า…” เขายิ้มอ่อน “ข้ายอมเสี่ยง”

คำพูดนั้นทำให้นางเผลอก้มหน้าแต่เยี่ยนหยางกลับเอื้อมมือมาแตะปลายนิ้วเธอเบา ๆ

“ไปพักเถิด” เขาพูดอย่างอ่อนโยน “ข้าจะไม่โหมงานคืนนี้แล้ว”

หลิงอันพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นแต่ก่อนออกจากห้อง—เธอหันกลับมา

“องค์ชาย…”

“อืม?”

“ไม่ว่าจะเป็นศึกหรือวังหลัง…หม่อมฉันจะอยู่ข้างท่าน”

เยี่ยนหยางมองตามแผ่นหลังนั้นหัวใจอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนใต้แสงโคมยามดึกแผนการศึกยังไม่เสร็จแต่ในใจเขา—มีคำตอบหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นทุกที

ยามเช้า หมอกบางยังคลออยู่เหนือหลังคาตำหนักหลงเยว่ เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากหน้าประตู ก่อนขันทีคนสนิทของเยี่ยนหยางจะโค้งคำนับต่ำ

“ทูลองค์ชาย มีสารจากวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”

เยี่ยนหยางเงยหน้าจากโต๊ะ เขารับแผ่นสารมาเปิดอ่านเพียงครู่เดียว แววตาที่เคยสงบนิ่งกลับเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด หลิงอันซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล สังเกตสีหน้าเขาได้ทันที

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”

เยี่ยนหยางวางสารลงช้า ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“จักรพรรดิ…และมเหสี”

คำว่า มเหสี ถูกเน้นเสียงอย่างจงใจ “ส่งสารไปยังตระกูลขุนนางที่มีบุตรสาว ให้เตรียมส่งเข้าวัง เพื่อคัดเลือกชายาให้ข้าและเยี่ยนหมิง”

หลิงอันนิ่งไปชั่วครู่ หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“แล้ว…มีตระกูลใดบ้างเจ้าคะ”

“หลายตระกูล” เขาตอบ ก่อนเงยตามองนางตรง ๆ “หนึ่งในนั้น คือตระกูลของเพื่อนสนิทเจ้า”

คำพูดนั้นทำให้หลิงอันมือเย็นวาบนางรู้ดี…รู้ดีเกินไปว่าเพื่อนผู้นั้นคิดอะไรอยู่

“เดิมที” เยี่ยนหยางพูดต่อ น้ำเสียงต่ำลง “ตามแผนของวังหลัง คนที่ควรถูกส่งมาเป็นชายาของข้า…ไม่ใช่เจ้า”

หลิงอันเงยหน้าขึ้นทันที

“หมายความว่า…ท่านรู้...”

“หมายความว่า” เขามองนางไม่กะพริบตา “ข้ารู้ตั้งแต่แรกตระกูลนั้นควรเป็นฝ่ายส่งบุตรสาวมา แต่สุดท้ายกลับเปลี่ยนเป็นเจ้า”

ความเงียบปกคลุมระหว่างทั้งสองหลิงอันเข้าใจในวินาทีนั้น—ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแต่เป็น การแทนที่

“องค์ชาย…คิดว่าพวกเขาจะทำอะไรต่อไป” นางถามเสียงเบา

เยี่ยนหยางยื่นมือมาวางทับหลังมือของนางบนโต๊ะ การกระทำเรียบง่าย แต่หนักแน่น

“ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอะไร ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าโดนดึงเข้าไปเป็นหมากอีก”

หลิงอันสบตาเขา ใจเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม

“แต่ถ้ามีงานเลือกคู่จริง ๆ …องค์ชายก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”

“ใช่” เขายอมรับตรง ๆ “แต่การเลือก…อยู่ที่ข้า”

นิ้วหัวแม่มือของเยี่ยนหยางขยับลูบหลังมือนางแผ่วเบา ราวกับปลอบใจโดยไม่ต้องใช้คำพูดหลิงอันหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย นางรีบก้มหน้าหลบสายตา

“องค์ชายไม่กลัวหรือเจ้าคะ”

“กลัวอะไร”

“กลัวว่าหม่อมฉัน…จะกลายเป็นจุดอ่อน”

เยี่ยนหยางยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่หลิงอันไม่ค่อยได้เห็น

“ข้าไม่เคยคิดว่าจุดอ่อนคือสิ่งที่ต้องตัดทิ้ง”

เขาโน้มตัวเข้าใกล้อีกนิด เสียงต่ำลงจนมีเพียงนางได้ยิน

“บางครั้ง จุดอ่อน…คือเหตุผลที่ทำให้เราชนะ”

หลิงอันหัวใจสั่นไหว นางไม่รู้ตัวเลยว่าเยี่ยนหยางมองนางด้วยสายตาเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดไม่ใช่แค่ชายาที่ถูกส่งมาแต่เป็น คนที่เขาเลือกจะปกป้อง

นอกตำหนัก แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลงบนสวนดอกเหมยอย่างเงียบงันขณะที่ในวังหลัง—กระแสเลือกคู่เริ่มขยับและชื่อของ “หลิงอัน” ก็กำลังจะถูกพูดถึงอีกครั้ง…ในฐานะผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

ท้องพระโรงยามสายเงียบสงัด เสียงฝีเท้าขันทีสะท้อนบนพื้นหินอ่อนเมื่อองค์ชายทั้งสองก้าวเข้าไปพร้อมกัน

เยี่ยนหยางอยู่ด้านซ้าย สีหน้าเรียบนิ่ง สุขุมดังเดิม

ส่วนเยี่ยนหมิงยืนอยู่ด้านขวา แววตาฉาบด้วยความไม่พอใจและตึงเครียดที่ปิดไม่มิด จักรพรรดิประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร สายพระเนตรกวาดมองบุตรชายทั้งสอง ก่อนจะตรัสเสียงหนัก

“เรียกพวกเจ้ามาในวันนี้ เพราะอยากฟังความคืบหน้าเรื่องการวางแผนศึกกับแคว้นเหนือ”

เยี่ยนหมิงเป็นฝ่ายก้าวออกมาก่อน เขาคำนับแล้วเริ่มกราบทูล แต่คำพูดกลับติดขัด รายละเอียดคลุมเครือ แผนการยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนัก

จักรพรรดิขมวดพระขนง สีพระพักตร์เคร่งเครียดขึ้นทุกขณะ

“พอแล้ว” เสียงตรัสตัดบทอย่างไม่พอพระทัย

“ช่วงหลังเจ้าดูจะวอกแวกมากเกินไป แผนรบเช่นนี้ หากออกศึกจริงจะเอาชีวิตทหารไปทิ้งเปล่า ๆ”

เยี่ยนหมิงหน้าซีด ริมฝีปากเม้มแน่น แต่ไม่กล้าโต้แย้ง

จักรพรรดิหันพระเนตรไปทางเยี่ยนหยาง

“แล้วเจ้าเล่า มีความเห็นอย่างไร”

เยี่ยนหยางก้าวออกมาอย่างสงบ คุกเข่าคำนับ ก่อนกราบทูลด้วยน้ำเสียงมั่นคง เขาอธิบายภาพรวมของเส้นทางลำเลียง เสบียง จุดตั้งค่าย และการรับมือศัตรูอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ชัดเจนและรัดกุม

จักรพรรดิฟังเงียบ ๆ ก่อนจะพยักพระพักตร์ช้า ๆ

“อย่างน้อย…เจ้าก็ยังไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”

คำตรัสนั้นเหมือนมีดบาง ๆ กรีดลงกลางใจเยี่ยนหมิง เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

“กลับไปปรับแผนให้ดีกว่านี้” จักรพรรดิตรัสสั่งเสียงเย็น

“หากใครทำผลงานไม่ได้ ก็อย่าหวังจะได้สิทธิ์เลือกก่อน”

สิ้นรับสั่ง ทั้งสององค์ชายคำนับแล้วถอยออกจากท้องพระโรง

---

เมื่อกลับถึงตำหนักหลงเยว่ เยี่ยนหยางเพิ่งจะถอดเสื้อคลุมออก ก็เห็นหลิงอันยืนรออยู่ด้านใน สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวล

“เข้าเฝ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” นางถามเสียงเบา

เยี่ยนหยางมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“ยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย แต่จากนี้…คงไม่อาจประมาทได้”

หลิงอันพยักหน้า นางเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว “หม่อมฉันคิดว่าองค์ชายทำได้ดีแล้วนะเจ้าคะ”

คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้เยี่ยนหยางชะงัก เขามองนางด้วยสายตานิ่งลึก ราวกับพยายามจดจำความรู้สึกนี้เอาไว้

“หลิงอัน” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “หากวันหนึ่งข้าต้องออกศึกจริง…เจ้าจะกลัวหรือไม่”

นางส่ายหน้าเบา ๆ แต่ดวงตากลับจริงจัง

“กลัวเจ้าค่ะ…แต่หม่อมฉันเชื่อในองค์ชาย”

เยี่ยนหยางยื่นมือออกมา ลูบศีรษะนางอย่างแผ่วเบา การกระทำนั้นอ่อนโยนเกินกว่าจะเป็นของผู้ที่คนทั้งวังกล่าวขานว่าเย็นชา

“ข้าจะกลับมา” เขาพูดชัดเจน “ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะกลับมาหาเจ้า”

หลิงอันยิ้ม ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย แต่หัวใจกลับอุ่นอย่างประหลาด ภายนอกตำหนัก ท้องฟ้าเริ่มครึ้มราวกับลางบอกเหตุ ขณะเดียวกัน ในเงามืดของวังหลวง แผนการบางอย่างก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง—ทั้งเรื่องศึก…และเรื่องการเลือกคู่ ที่จะเปลี่ยนชะตาของทุกคนไปตลอดกาล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่23 คืนเข้าหอ

    เสียงกลองพิธีดังขึ้นก้องวังหลวง เช้าวันนี้ ลานพิธีแน่นขนัดไปด้วยขุนนาง ราชวงศ์ และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วแคว้น นี่คือวันอภิเษกขององค์ชายทั้งสองก่อนพิธี — คู่เยี่ยนหมิงไป๋เสวี่ยอันยืนอยู่ข้างเยี่ยนหมิง นางแต่งกายสมฐานะพระชายา สีหน้าเรียบแต่แววตามั่นใจ“อีกไม่นาน หม่อมฉันก็จะเป็นชายาของพระองค์อย่างเป็นทางการแล้ว”นางเอ่ยเสียงต่ำ แฝงความหมาย“ต่อไป เราควรช่วยกันวางแผนเรื่องในวังหลังบ้างนะเพคะ”เยี่ยนหมิงปรายตามองนางแววตานั้นเย็นจัด…และคมกริบ“เจ้าอย่าคิดไกลเกินฐานะ”ไป๋เสวี่ยอันชะงัก “หม่อมฉันหมายความว่า—”“เจ้าคือผู้ถูกเลือกเพราะ เหมาะสม ไม่ใช่เพราะข้าต้องการ”เสียงเขาเรียบ แต่คำพูดกลับร้ายกาจ“อย่าสำคัญตัวผิด”ใบหน้าของไป๋เสวี่ยอันซีดลงทันที มือที่ซ่อนในแขนเสื้อกำแน่น“พระองค์ตรัสเช่นนี้…หมายความว่าอย่างไร”เยี่ยนหมิงก้มลงเล็กน้อย กระซิบใกล้หูอย่างไม่เกรงใจ“หมายความว่า ต่อให้เจ้าเป็นชายาของข้า ก็อย่าคิดว่าข้าจะปฏิบัติกับเจ้าเหมือนหญิงที่ข้ารัก”ดวงตาของไป๋เสวี่ยอันสั่นไหว ความไม่พอใจแล่นวาบขึ้นมาทันที“หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่า”เสียงนางแข็งขึ้น“พระองค์อย่าลืมว่า หากไม่มีหม่อมฉัน

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่22 ความทรงจำวันวาน

    องค์ชายจันทราก้าวเข้าสู่ห้องทรงงานของจักรพรรดิในยามสาย แสงอาทิตย์ลอดผ่านฉากไม้แกะสลัก สาดลงบนโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีกา“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรชายคนรอง“เข้ามานั่งเถิด วันนี้ไม่มีเรื่องสำคัญ แค่อยากคุยสัพเพเหระ”เยี่ยนหยางรับคำ ก่อนจะนั่งลงอย่างสำรวม บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป—การจัดงานเลือกคู่ ความเรียบร้อยในวัง การศึกชายแดนที่สงบลง เขาตอบไปตามมารยาท แต่สายตากลับเผลอเหลือบไปยังชั้นวางด้านหลังจักรพรรดิ ตรงนั้น…มีกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่งเปิดแง้มอยู่และในกล่องนั้น—มี ปิ่นปักผมสีเงินเรียบ ๆ ลายดอกเหมย หัวใจของเยี่ยนหยางกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล จักรพรรดิที่สังเกตเห็นสายตานั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ“เจ้าเห็นมันแล้วสินะ”เยี่ยนหยางชะงัก “ปิ่นนั่นคือ…”จักรพรรดิเอื้อมมือไปหยิบปิ่นปักผมนั้นขึ้นมาปลายนิ้วที่เคยเด็ดขาดในสนามการเมือง กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด“ของมารดาเจ้า”คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเยี่ยนหยางไม่เคยเห็นสิ่งของของมารดามาก่อน ในความทรงจำของตัวละครนี้—นางจากไปเร็วเกินไปไร้คำอธิบาย ไร้พิธีใหญ่โต จักรพรรดิหัวเราะเบา ๆ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่21 องค์ชายผู้ถูกเลื่องลือ

    ค่ำคืนนั้นลมหนาวพัดแรงกว่าทุกคืน บ้านดินเผาหลังเล็กนอกเมืองหลวง ไฟในเตาหลอมยังไม่ดับช่างหลิวนั่งก้มหน้า ปั้นดินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ดีเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเสียง แกรก เบา ๆ ดังจากหลังคามช่างหลิวเงยหน้าหัวใจหล่นวูบมเงาดำร่อนลงอย่างเงียบเชียบมือหนึ่งจับมีด อีกมือกดผ้าปิดหน้า “ถึงเวลาแล้ว”เสียงแหบต่ำดังขึ้น “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้”ช่างหลิวถอยหลัง ชนชั้นวางเครื่องปั้นแตกกระจาย“ข้า—ข้าไม่ได้ทำอะไร!”เขาร้องเสียงสั่น “ข้าแค่ช่างปั้นธรรมดา!”เงาดำไม่ตอบมีดสะท้อนแสงไฟวาบเดียวแต่ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะฟาดลง—ฉึก! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นประกายไฟกระเด็นเงาดำชะงัก ร่างหนึ่งโผล่จากเงามืดด้านข้างสวมเสื้อผ้าธรรมดา หน้าปิดครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตา… เย็นและคมราวจันทราในคืนมืด“ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือในพื้นที่ของข้า”มือสังหารถอยเปลี่ยนท่าจู่โจมทันทีการต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แคบเสียงดินแตก ไม้หัก ลมหายใจหนักหน่วงปะทะกันมือสังหารฝีมือดีแต่คนตรงหน้าดีกว่า รวดเร็วกว่าเด็ดขาดกว่าและ…ไม่ลังเล ฉึก! มีดปักเข้าลำคอ เลือดสาดเปื้อนพื้นดินเผาร่างเงาดำทรุดลงไร้เสียงสุดท้าย ช่างหลิวนั

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่20 ความจริงที่ปิดบังมานาน

    ลมยามสายพัดผ่านสวนดอกเหมย กลีบสีขาวอมชมพูปลิวโปรยลงมาตามทางเดินหิน เยี่ยนหยางเดินเคียงหลิงอันจังหวะก้าวไม่เร็วไม่ช้า มือหนึ่งถือแขนเสื้อนางไว้เบา ๆ ตามธรรมเนียม เป็นท่าทีที่ไม่ล้ำเส้น แต่ก็ไม่เปิดช่องให้ใครอื่น ขันทีและนางกำนัลที่เดินตามหลัง ต่างลดสายตาลงอย่างรู้หน้าที่ แต่แววตาที่แอบเหลือบมองมาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“ดอกเหมยปีนี้งามมาก”หลิงอันเอ่ยเสียงเบาเยี่ยนหยางยิ้มจาง ๆ “เพราะมีคนชมมันอยู่ข้าง ๆ กระมัง”นางเงียบไปเล็กน้อยแก้มขึ้นสีอ่อน ๆ ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มก็ดังขึ้นจากทางแยกด้านหน้า องค์ชายตะวัน เยี่ยนหมิง เดินเคียงข้างไป๋เสวี่ยอัน สีหน้าทั้งคู่เรียบเฉยตามมารยาท แต่แววตาไม่เป็นมิตรนัก“องค์ชายจันทรา”เยี่ยนหมิงเอ่ยทักก่อน “บังเอิญนัก”เยี่ยนหยางหยุดยืน โค้งคำนับเล็กน้อยอย่างถูกต้องตามฐานันดร“องค์ชายตะวัน”หลิงอันทำความเคารพตามธรรมเนียม ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร—เยี่ยนหมิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ สายตามองตรงมาที่หลิงอัน“ชายาหลิงอัน หลังพิธีเมื่อวาน ข้ายังไม่ได้กล่าวแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ”เขายื่นมือออกมาเล็กน้อย ท่าทางคล้ายจะเชื้อเชิญให้เข้าใกล้ แต่ในจังหวะนั้น—เยี่

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่19 คืนแรกหลังพิธีเลือกชายา

    หัวค่ำของวังหลวงเงียบสงบกว่าที่คิด แสงโคมไฟถูกจุดเรียงรายตลอดทางเดิน กลิ่นธูปหอมจาง ๆ ยังหลงเหลือจากพิธีเลือกคู่ที่เพิ่งจบลงไม่นาน หลิงอันเพิ่งกลับมาถึงตำหนักของตน ยังไม่ทันได้ถอดเครื่องประดับ ปิ่นปักผมรูปจันทราที่ปักอยู่บนเส้นผมก็สะท้อนแสงโคมวับไหว เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน—ช่วงเวลาที่ทั้งลานพิธีเงียบงัน ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้นเมื่อองค์ชายจันทราเดินมาหยุดตรงหน้านาง“ยังไม่ถอดอีกหรือ”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง หลิงอันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเห็นเยี่ยนหยางยืนพิงกรอบประตู สีหน้าผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในลานพิธีมาก หน้ากากถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงใบหน้าคมงามที่ทำให้นางใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่มอง เมื่อประตูตำหนักปิดลง เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ โลกทั้งใบเหมือนเปลี่ยนไป หลิงอันเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เฟิงเหยา… นายมาได้ยังไง”เขาเดินเข้ามาใกล้ ชะลอฝีเท้าราวกับตั้งใจให้ระยะห่างค่อย ๆ หายไป“ก็อยากมาดูแฟนตัวเองไง”คำว่า แฟน ทำเอาหลิงอันหน้าแดงวูบ“อย่าพูดแบบนี้สิ ยังอยู่ในวังนะ”เยี่ยนหยางเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างคนรู้ทัน“ตอนนี้มีแค่ฉันกับเธอ ไม่ต้องก

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่18 ชีวิตนี้ข้าจะมีชายาเพียงคนเดียว

    ตำหนักของจักรพรรดินีในยามค่ำยังคงเงียบสงบ แต่ความเงียบนี้กลับกดดันราวกับมีเงามืดแผ่ปกคลุม จักรพรรดินีนั่งอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังลานพิธีที่กำลังจัดเตรียมอยู่ไกลลิบ แสงโคมแขวนเรียงรายเป็นแนวยาว ผืนพรมพิธีถูกปูอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…มากเกินไป“องค์ชายจันทราเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นจริง ๆ”นางกล่าวขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันกลับมา หัวหน้านางกำนัลก้มศีรษะ“เพคะ ทั้งในวังหน้าและวังหลังต่างเริ่มเอ่ยถึงพระองค์มากขึ้นโดยเฉพาะหลังศึกครั้งล่าสุด”ปลายนิ้วจักรพรรดินีขยับช้า ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก แต่ดวงตาเย็นเยียบ“ลูกของสนมผู้นั้น…”นางเอ่ยเสียงแผ่ว“จะหน้าตาอัปลักษณ์เพียงใดกัน”ความทรงจำเก่า ๆ ที่ควรถูกฝังเริ่มขยับตัวอีกครั้ง“วันเลือกคู่ใกล้เข้ามาแล้ว”จักรพรรดินีกล่าวต่อ“พิธีนี้จะเป็นเครื่องเตือนว่า ใครควรอยู่ตรงไหนของวังนี้”---เช้าวันถัดมา ลานพิธีเลือกคู่หลวงถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ เสาแดงสูงเรียงราย ม่านไหมสีทองพลิ้วไหวตามสายลม เสียงระฆังจากวัดหลวงดังเป็นจังหวะ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ คือ วันเลือกคู่ ขุนนางชั้นสูงและตระกูลใหญ่ทยอยเข้าประจำที่ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นตั้งแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status