ANMELDENแม้ว่าเฝิงหมิงเยวี่ยจะรู้สึกตกใจที่อยู่ๆ ก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องรัดร่างของนางทำให้นางเสียหลักนั่งลงไปบนตักของเขา แต่เมื่อนางได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะและความหวาดหวั่นขององค์รัชทายาทก็ทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยยังคงนั่งอยู่บนหน้าตักของรุ่ยอ๋องอย่างไร้ซึ่งความละอาย
“หมิงเยวี่ย! เจ้าลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางตรัสออกมาพลางรีบเดินตรงมาหาร่างของเฝิงหมิงเยวี่ย ตั้งพระทัยว่าจะดึงร่างของนางให้ลงมาจากตักของรุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลง แต่ทันทีที่องค์รัชทายาทยื่นพระหัตถ์มาที่ร่างของนางก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องสะบัดมาตีที่หลังพระหัตถ์ทำให้องค์รัชทายาทรีบเก็บงำพระหัตถ์คืนกลับไปในทันที
“เสด็จพี่พวกท่านทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หมิงเยวี่ยคือว่าที่พระชายารองของข้า ดังนั้นขอเสด็จพี่ได้โปรดเว้นระยะห่างจากนางด้วย” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสออกมาเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็เงยหน้าขึ้นไปมองสีหน้าของหลี่ไท่หลง พอเห็นว่าเขาไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจสัมผัสจากนาง นางก็ตัดสินใจยกท่อนแขนอันขาวผ่องทั้งสองข้างของตนเองขึ้นไปคล้องคอของหลี่ไท่หลงเอาไว้
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ใช่ว่าที่พระชายารองขององค์รัชทายาท ขอท่านอ๋องได้โปรดทรงเห็นใจหม่อมฉันและอย่าเข้าใจหม่อมฉันผิดนะเพคะ” เมื่อเอ่ยจบเฝิงหมิงเยวี่ยก็เอนร่างของตนเองไปซบลงบนหน้าอกของหลี่ไท่หลง ร่างกายอันอบอุ่นของเขาอยู่ๆ ก็พลันแข็งเกร็งขึ้นมา นางได้แต่หลับตาลงแล้วคิดในใจว่า
‘ห้ามผลักข้าลงจากตักของท่านตอนนี้นะ ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เงินหนึ่งแสนตำลึงเลยสักเหวินเดียวข้าก็จะไม่ให้ท่าน’ เฝิงหมิงเยวี่ยเคยได้ยินมาว่าองค์ชายใหญ่รังเกียจสตรี แค่ถูกสตรีแตะตัวเพียงนิดเดียว เขาก็ใช้คมดาบคร่าชีวิตของสตรีผู้นั้นแล้ว ยามนี้นางจึงกังวลว่าโรคเก่าของเขาจะกำเริบขึ้นมาตอนนี้แล้วทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าพระพักตร์ขององค์รัชทายาท
“เฝิงหมิงเยวี่ยเจ้ามีความละอายบ้างหรือไม่ รีบลงจากร่างของเสด็จพี่ของข้าเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางทรงตรัสออกมาด้วยโทสะ แม้ว่าจะหวั่นเกรงอำนาจการทำลายล้างของรุ่ยอ๋องมากเพียงใดแต่การที่ได้เห็นร่างของเฝิงหมิงเยวี่ยเอนซบอยู่บนกายของบุรุษอื่นเช่นนี้ก็ทำให้องค์รัชทายาทไม่อาจจะระงับโทสะของตนเองได้อีกต่อไป
“น้องรอง ที่นี่คือจวนของข้า คนที่พากองกำลังของตนเองบุกเข้ามาแถมยังมายืนจ้องมองพวกข้าทำเรื่องส่วนตัวกันเช่นเจ้าควรจะเป็นฝ่ายละอายมิใช่หรือ” คำพูดของรุ่ยอ๋องทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยลอบยิ้มออกมาในใจก็คิดว่านางคิดถูกแล้วที่เลือกใช้เงินกับคนเช่นเขา
“เสด็จพี่ นางคือว่าที่พระชายาของข้า” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสเช่นนี้ฝ่ามืออันอบอุ่นของรุ่ยอ๋องก็โอบประคองร่างของเฝิงหมิงเยวี่ยเอาไว้แล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตักเตือน
“หากข้าจำไม่ผิดพระชายาของเจ้าอยู่ที่ตำหนักบูรพามิใช่หรือ เจ้าพึ่งจะอภิเษกกับนางเมื่อวานนี้ เหตุใดวันนี้จึงไม่ใช้เวลาร่วมกันกับนางเล่า วิ่งมาที่จวนของข้าด้วยเรื่องใด”
“เสด็จพี่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเสด็จพี่จะไม่รู้ว่าข้ากับหมิงเยวี่ยคือคู่รักกัน นางมาหาเสด็จพี่ก็แค่เพียงเพราะอยากจะยั่วโทสะของข้าเพียงเท่านั้น ดังนั้นขอเสด็จพี่ได้โปรดปล่อยนางด้วย”
“...” เฝิงหมิงเยวี่ยนั่งฟังสองพี่น้องสกุลหลี่ทุ่มเถียงกันแล้วก็พลันรู้สึกว่ายืดเยื้อจนเกินไป นางเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองสีหน้าของรุ่ยอ๋องแล้วจึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง
“ท่านอ๋องเหตุใดท่านจึงไม่แจ้งให้องค์รัชทายาททรงทราบเล่าเพคะ ว่าท่านอ๋องกำลังจะแต่งหม่อมฉันเป็นพระชายาเอกของท่านอ๋อง” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็ก้มหน้าลงมาจ้องมองนางด้วยสายตารู้ทัน เขาเหลือบตาไปมองหีบใส่ตั๋วเงินแวบหนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“น้องรอง นางกำลังจะเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า ดังนั้นขอให้เจ้าให้เกียรตินางด้วย ทางที่ดีก็ไม่ควรจะเอ่ยถึงเรื่องเก่าเหล่านั้นเพราะจะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง ยิ่งเรื่องว่าที่พระชายารองของเจ้าอย่าได้เอ่ยออกมาจะยิ่งดีต่อนาง เฝิงหมิงเยวี่ยคือว่าที่พระชายาเอกของข้า นางไปเป็นพระชายารองของเจ้าไม่ได้หรอก” คำพูดของรุ่ยอ๋องทำให้องค์รัชทายาทสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เขาจ้องมองร่างบางของนางที่เอนซบอยู่บนหน้าตักของรุ่ยอ๋องอย่างไม่อยากจะเชื่อแล้วจึงได้เอ่ยถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หมิงเยวี่ยเจ้าจะแต่งกับเสด็จพี่จริงๆ หรือ เจ้าตัดใจจากข้าได้จริงๆ หรือ ที่ผ่านมาข้าจริงใจต่อเจ้ามาโดยตลอด ทะนุถนอมเจ้าดุจไข่มุกในฝ่ามือ เฝ้าตามอกตามใจเจ้าแทบจะทุกอย่าง แค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียวที่ข้าขัดใจเจ้า เจ้าก็จะทอดทิ้งข้าไปเป็นพระชายาของเสด็จพี่เลยเชียวหรือ” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็คลายท่อนแขนที่คล้องคอของรุ่ยอ๋องออกแล้วหันหน้าไปเอ่ยกับองค์รัชทายาทด้วยถ้อยคำเรียกขานที่นางเคยใช้กับเขาในกาลก่อนตอนที่จวนเจิ้งกั๋วกงยังไม่เกิดเรื่อง
“เสด็จพี่ไท่หยาง มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ ในกาลก่อนท่านทะนุถนอมข้าดุจไข่มุกในฝ่ามือ แต่เมื่ออำนาจบารมีท่านพ่อของข้าหมดสิ้นแล้ว ฐานะของข้าในใจท่านก็ลดลง ในเมื่อใจท่านไม่เหมือนเดิมแล้วเหตุใดข้าจึงจะเหมือนเดิมได้อีก” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยจบก็หันไปมองรุ่ยอ๋องยามนี้ฝ่ามือของเขายังโอบประคองร่างของนางอยู่ทำให้นางมั่นใจว่าเขาจะไม่โยนร่างของนางลงไปบนพื้นแล้ว
“ข้ากับรุ่ยอ๋องไม่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อนก็จริง แต่เขาคือคนที่กล้าทูลขอพระเมตตาจากฝ่าบาทให้แก่ท่านพ่อของข้า ส่วนท่านนอกจากไม่คิดจะช่วยแล้วยังใช้โอกาสนี้ซ้ำเติมข้าทำให้ข้าถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมจากผู้คน ท่านทำกับข้าถึงขั้นนี้ยังคิดว่าข้าจะตัดใจจากท่านไม่ได้อีกหรือ หลังจากวันนี้ไปหากท่านไม่อยากให้ข้ารู้สึกเกลียดชังท่านมากไปกว่านี้ ได้โปรดอยู่ให้ห่างจากข้า อย่าได้มาข้องเกี่ยวกับข้าอีก” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยจบร่างของนางก็ถูกรุ่ยอ๋องอุ้มขึ้นมานางกลัวว่าตนเองจะหล่นลงไปบนพื้นจึงใช้ท่อนแขนโอบรอบคอของรุ่ยอ๋องอีกครั้ง
“พูดจาร่ำลาตัดขาดกันจบแล้วใช่ไหม ต่อไปอย่าให้ข้าเห็นพวกเจ้าพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเช่นนี้อีกนะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยจบก็อุ้มเฝิงหมิงเยวี่ยเข้าไปยังเขตเรือนชั้นในของจวนอ๋อง องค์รัชทายาทตั้งพระทัยว่าจะติดตามไปแต่กลับถูกพ่อบ้านของจวนรุ่ยอ๋องใช้กระบี่อันเย็นเฉียบพาดที่พระศอ
“กระหม่อมเป็นแค่พ่อบ้านที่ไม่มีครอบครัวให้ห่วงหา หากเผลอทำกระบี่บาดพระศอขององค์รัชทายาทขึ้นมา กระหม่อมก็แค่ถูกคร่าชีวิตเพื่อชดใช้ความผิด องค์รัชทายาททรงมั่นพระทัยแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะว่าจะทรงยินดีแลกชีวิตกับกระหม่อม” ถ้อยคำข่มขู่ของพ่อบ้านของจวนอ๋องทำให้องค์รัชทายาทเม้มพระโอษฐ์แน่น รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลงกล้าได้กล้าเสีย คนของรุ่ยอ๋องก็เช่นกัน การที่ต้องสูญเสียเฝิงหมิงเยวี่ยไปในยามนี้ดีกว่าต้องสูญเสียชีวิตไปตลอดกาล เมื่อคิดได้ดังนั้นองค์รัชทายาทจึงจำต้องจากไปด้วยพระทัยที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
ภัตตาคารฝูไหลคือภัตตาคารเลื่องชื่อในเมืองหลง ไม่ใช่แค่เพียงผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงที่มาดื่มกินที่นี่แม้แต่เชื้อพระวงศ์อันสูงศักดิ์ก็ยังมาที่ภัตตาคารแห่งนี้เป็นประจำ หยวนเฟยหยางเองก็มักจะมาสังสรรค์กับสหายที่ล้วนเป็นคุณชายใหญ่ในเมืองหลวงที่นี่ ห้องรับรองที่เขาจองเป็นประจำอยู่บนชั้นสองของร้าน นับเป็นห้องรับรองที่ดีมากที่สุดของภัตตาคารมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วภัตตาคารแห่งนี้เป็นกิจการขององค์หญิงใหญ่หลี่เลี่ยงเฟิ่ง นอกจากห้องรับรองพิเศษสำหรับแขกผู้สูงศักดิ์ที่ยินดีจะจ่ายเงินมากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้นั่งดื่มกินในห้องรับรองอันหรูหราและมีความเป็นส่วนตัว ภัตตาคารแห่งนี้ยังมีห้องรับรองที่มีความพิเศษมากขึ้นไปอีกนั่นก็คือห้องรับรองส่วนตัวของเจ้าของกิจการอย่างองค์หญิงใหญ่หลี่เลี่ยงเฟิ่งองค์หญิงใหญ่และหยวนเฟยหยางเคยขัดแย้งกันมาหลายครั้ง แม้ว่าเขาจะมีอายุมากกว่านางและองค์รัชทายาทแค่เพียงห้าปี แต่เขากลับเป็นอาจารย์ที่หลี่ไท่หลงเชื้อเชิญมาสอนพระโอรสและพระธิดา องค์ชายทั้งสามทั้งเคารพและเชื่อฟังอาจารย์ผู้นี้แถมยังยกย่องว่าเขาไม่เพียงสอนให้เข้าใจง่ายกว่าอาจารย์คนก่อนๆ ที่แก่ชรา แต่ยังมักจะทำตัวเป็น
นิ่งซูชิงจ้องมององค์รัชทายาทด้วยสายตาอันแน่วแน่แล้วจึงได้เอ่ยถามองค์รัชทายาทออกมาตามตรง“อ้อ! ทรงเคยตรัสออกมาเช่นนี้เลยหรือเพคะ” คำถามของนิ่งซูชิงทำให้องค์รัชทายาทรีบดึงร่างของนางมาโอบกอดเอาไว้ในทันที“ข้าเคยพูดเช่นนั้นจริงๆ แต่ความรู้สึกของข้าทั้งจริงจังและซื่อตรงมากกว่านั้น ข้ารักเจ้ามาก รักมาตั้งแต่เริ่มจะเรียนรู้เรื่องความรักฉันท์หนุ่มสาว ข้าทำใจไม่ได้หากตนเองจะไม่ได้ครองคู่กับเจ้า ดังนั้นจึงสามารถทำทุกวิธีเพื่อที่จะได้เจ้ามาครอบครอง” คำพูดขององค์รัชทายาททำให้นิ่งซูชิงยิ้มออกมา นางเอนกายซบร่างของเขาแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ“เช่นนั้นก็ทรงประกาศออกไปตามตรงเถิดเพคะ ว่าทรงตั้งพระทัยว่าจะไม่รับพระชายารองและอนุแล้ว สตรีเหล่านั้นจะได้ไม่ต้องหาเรื่องตายให้ตนเอง ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันเป็นห่วงพวกนางหรอกนะเพคะ พวกนางกล้าคิดจะแย่งชิงองค์รัชทายาทกับหม่อมฉัน หม่อมฉันย่อมไม่คิดจะปรานีพวกนางอยู่แล้ว หม่อมฉันแค่เพียงเป็นห่วงชื่อเสียงอันดีงามขององค์รัชทายาท ทรงเข่นฆ่าได้ก็แค่คนชั่วในราชสำนักและข้าศึกในชายแดนเพียงเท่านั้น อย่าทำให้ต้องแปดเปื้อนเพราะสตรีโง่เขลาเหล่านั้นอีกเลย” เมื่อนิ่งซูชิงเอ่ยออกมาเช่นนี้องค์ร
แม้ว่าพระชายาองค์รัชทายาทจะไม่ใช่คุณหนูสกุลใหญ่ในเมืองหลวงแต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน ทุกคนต่างรู้ดีว่านิ่งซูชิงคือสตรีที่องค์รัชทายาททรงหมายปองมาตั้งแต่นางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น นางเป็นหลานสาวต่างสกุลของเฉินไทเฮา บิดาของนางคือสหายสนิทของหลี่ไท่หลงฮ่องเต้ นางเป็นพระสุณิสาที่ทั้งหลี่ไท่หลงฮ่องเต้และเฝิงฮองเฮาทรงโปรดปราน จึงไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินพระชายาองค์รัชทายาทผู้นี้ แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดล่วงเกินแต่ก็มีหลายคนที่อยากจะยัดเยียดตนเองเข้าตำหนักบูรพา องค์รัชทายาททั้งรูปงามและมีความสามารถโดดเด่น สตรีบางคนก็คิดว่าคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงยัดเยียดตนเองเข้าบูรพาแม้ว่าผลสุดท้ายอาจจะต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองก็ตาม“สตรีพวกนั้นช่างไม่รู้จักดูเงาหัวของตัวเองเสียบ้างเลย คนอย่างเสด็จพี่ของข้ามีหรือที่จะยอมให้พวกนางใช้เล่ห์กลกับเขาได้” องค์หญิงใหญ่หลี่เลี่ยงเฟิ่งตรัสออกมาพลางจ้องมองพระชายาองค์รัชทายาทที่ในยามนี้ยังคงนั่งดื่มชาอย่างสบายอกสบายใจ“เพียงแต่ชิงชิง เจ้าไม่กลัวหรือว่าสักวันเสด็จพี่ของข้าจะพลาดท่าหลงกลพวกนางเข้าสักวัน” คำถามขององค์หญิงใหญ่ทำให้นิ่งซูชิงยิ้มออกมา ส่วนคนที่เดินมาทางด้านหลังกลับเป็นคนตอบ
นิ่งซีเจ๋อคือนายท่านใหญ่สกุลนิ่งผู้นำสกุลคนปัจจุบัน เขามีบุตรชายและบุตรสาวรวมกันถึงห้าคน เฉินซูเมี่ยวผู้เป็นนายหญิงสกุลนิ่งตั้งครรภ์แค่เพียงสองครั้งแต่กลับคลอดลูกแฝดทั้งสองครั้ง ครั้งแรกเป็นแฝดสามชายสองหญิงหนึ่ง ครั้งที่สองเป็นแฝดหงส์คู่มังกร ชายหนึ่ง หญิงหนึ่งเฉินซูเมี่ยวคือนายหญิงของป้อมสกุลนิ่ง แม้ว่าป้อมสกุลนิ่งจะเคยประกาศว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับราชสำนักและจะไม่เลือกสวามิภักดิ์ฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่ยามนี้นายหญิงของป้อมกลับเป็นหญิงสาวที่มาจากสกุลขององค์ไทเฮา บรรดาผู้อาวุโสจึงไม่ค่อยจะยอมรับสถานะของนางเท่าใดนัก แต่เพราะท้องของนางทำงานได้ดี คลอดสองครั้งมีบุตรชายออกมาถึงสามคน บุตรสาวอีกสองคน สถานะนายหญิงของนางจึงไม่มีผู้ใดกล้าไม่ยอมรับอีกเมื่อหลายปีก่อนอยู่ๆ นายท่านใหญ่ก็รับบุตรชายของสหายมาเป็นบุตรบุญธรรม ทั้งหน้าตาและความสามารถของบุตรบุญธรรมผู้นั้นทำให้เกิดกระแสข่าวลือขึ้นมาว่าแท้จริงแล้วคุณชายสามที่รับเลี้ยงดูคือบุตรนอกสมรสของนายท่านใหญ่ที่แอบเลี้ยงดูอยู่นอกจวน และข่าวลือนี้ทำให้ฮูหยินใหญ่ของจวนอย่างเฉินซูเมี่ยวอดรู้สึกไม่พอใจไม่ได้“เจ้าสามบ้านข้ายิ่งโตก็ยิ่งมีใบหน้าเหมือนสามีของข้าจริง
ใช้ชีวิตอยู่แดนเหนือได้สิบห้าปีเฝิงหมิงเยวี่ยก็ต้องติดตามสวามีเข้าเมืองหลวง หลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงประกาศสละราชสมบัติเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ องค์รัชทายาทหลี่ไท่หลงจึงก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์แทน แล้วแต่งตั้งหลี่เสวียนฮ่องเต้ขึ้นเป็นไท่ซ่างหวงพระราชทานตำหนักสี่ฤดูให้เป็นที่ประทับของไท่ซ่างหวงพระชายาองค์รัชทายาทอย่างเฝิงหมิงเยวี่ยจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮา หลี่เลี่ยงหวงได้รับแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาท หลี่เลี่ยงเฟิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้น หลี่เลี่ยงหรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นฉู่อ๋อง หลี่เลี่ยงรุ่ยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรุ่ยอ๋อง เนื่องจากท่านอ๋องทั้งสองพระองค์ยังทรงพระเยาว์จึงได้รับพระราชทานอนุญาตให้รั้งอยู่ในวังหลวงจนกว่าจะเติบใหญ่แล้วจึงค่อยย้ายออกไปยังดินแดนบรรดาศักดิ์ของตนเองตามธรรมเนียม“ปีนี้องค์รัชทายาทมีอายุย่างสิบสี่แล้ว ทางราชสำนักถวายฎีกาเรื่องตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทแล้ว” เมื่อหลี่ไท่หลงฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็ทอดถอนใจออกมาในทันที“เรื่องนี้ทางไท่ซ่างหวงทรงตรัสอย่างไรบ้างเพคะ” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสบายใจน
แม้ว่าจะเคยประกาศเอาไว้ว่าจะไม่ให้นางคลอดทายาทให้อีกแล้ว แต่มีหรือที่คนอย่างองค์รัชทายาทจะละทิ้งเรื่องบนเตียงได้ อีกทั้งยังไม่อยากให้นางต้องดื่มยาห้ามครรภ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผลสุดท้ายเฝิงหมิงเยวี่ยก็ตั้งครรภ์ติดต่อกันถึงสามครั้ง จวบจนนางคลอดพระราชนัดดาองค์ที่สี่ออกมาองค์รัชทายาทจึงทรงออกคำสั่งให้ไป๋เฟิงเขียนเทียบยาให้เขา เพื่อที่วันหน้าเขาจะได้ไม่ต้องให้กำเนิดบุตรธิดาได้อีก“เจ้าแน่ใจนะว่าดื่มยาชามนี้เข้าไปแล้วจะแค่มีลูกไม่ได้ ไม่ใช่ทำอย่างอื่นไม่ได้ด้วยใช่ไหม” คำถามขององค์รัชทายาททำให้ไป๋เฟิงหัวเราะออกมา ส่วนเฝิงหมิงเยวี่ยที่เดินเข้าห้องหนังสือมาแล้วบังเอิญได้ยินคำถามประโยคนี้ขององค์รัชทายาทเข้าก็เลยอดถามเขามาตามตรงไม่ได้“อย่างอื่นที่ว่าหมายถึงเรื่องใดเพคะ” นางเอ่ยพลางเดินไปจ้องมองยาชามใหญ่ที่มีน้ำยาสีดำขุ่นข้นอยู่ภายใน กลิ่นที่ล่องลอยออกมาแม้ว่าจะอยู่ไกลถึงเพียงนี้ก็ยังรับรู้ได้ว่ายาชามนี้ไม่น่าจะดื่มลงไปสักเท่าใดนัก“ข้าก็แค่ไม่อยากมีลูกแล้ว แต่ก็ยังอยากร่วมหอกับเจ้าอยู่นะ หากสิ่งนั้นของข้ามันฝ่อไปเพราะยาของไป๋เฟิงเล่า” ถ้อยคำขององค์รัชทายาททำให้เฝิงหมิงเยวี่ยนิ่งงันไปอย่างคา
เฝิงหมิงเยวี่ยกอดคอของรุ่ยอ๋องเอาไว้อย่างแนบแน่น นางกำลังคำนวณว่าตอนที่เขาโยนนางลงไปบนพื้นนางจะตกลงไปด้วยท่วงท่าไหนจึงจะเจ็บตัวน้อยที่สุด แต่ตอนที่เขาอุ้มนางเดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านประตูวงเดือนของเรือนชั้นในจนกระทั่งถูกพาเข้าไปในเรือนหลังหนึ่งที่น่าจะตั้งอยู่ใจกลางของตำหนักนางก็เริ่มมีความกังวลอีกอย่า
จวนรุ่ยอ๋องในเมืองหลวงแม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตแต่กลับได้รับการดูแลอย่างดี เฉินกุ้ยเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุด เห็นได้จากยามที่รุ่ยอ๋องได้รับพระราชทานที่ดินบรรดาศักดิ์ หลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงพระราชทานดินแดนทางเหนือทั้งหมดให้เป็นที่ดินศักดินาของรุ่ยอ๋อง กองกำลังพิทักษ์อุดร
เช้าวันรุ่งขึ้นเฝิงหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าสดใส วันนี้นางตั้งใจว่าจะนั่งสำรวจบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของตนเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดต้องใช้เงิน แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้นางมีเงินไม่ขาดมือ แต่ก็ต้องจัดสรรปันส่วนให้ดีและนำมาใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการนำเงินมาละลายเล่นอย่างน่าเสียดาย
พิธีอภิเษกขององค์รัชทายาทและคุณหนูใหญ่จวนอัครมหาเสนาบดีจางถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ข่าวการจับกุมเจิ้งกั๋วกงที่พึ่งจะผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ผู้คนต่างจับตามองและพากันพูดถึงงานพิธีอภิเษกในครั้งนี้มากเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างรู้กันดีว่า เดิมทีว่าที่พระชายาที่จะเข้าพิธีอภิเษกในวันนี้คือท่านหญ







