Beranda / รักโบราณ / จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย / บทที่ 8 พระชายาเอกของรุ่ยอ๋อง

Share

บทที่ 8 พระชายาเอกของรุ่ยอ๋อง

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2026-04-08 17:54:16

เฝิงหมิงเยวี่ยกอดคอของรุ่ยอ๋องเอาไว้อย่างแนบแน่น นางกำลังคำนวณว่าตอนที่เขาโยนนางลงไปบนพื้นนางจะตกลงไปด้วยท่วงท่าไหนจึงจะเจ็บตัวน้อยที่สุด แต่ตอนที่เขาอุ้มนางเดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านประตูวงเดือนของเรือนชั้นในจนกระทั่งถูกพาเข้าไปในเรือนหลังหนึ่งที่น่าจะตั้งอยู่ใจกลางของตำหนักนางก็เริ่มมีความกังวลอีกอย่างขึ้นมา

“ท่านอ๋อง” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยถามขึ้นมาท่ามกลางความหวาดหวั่น ในใจก็เริ่มมีความกังวลว่ารุ่ยอ๋องกำลังคิดจะทำอย่างไรกับนาง ตอนนี้นางไม่กลัวว่าเขาจะโยนร่างของนางลงไปบนพื้นแล้ว แต่นางกำลังกังวลถึงความบริสุทธิ์ของตนเองมากกว่า ยิ่งพอเขาพานางเดินเข้าไปในห้องนอนนางก็พลันดิ้นรนเพื่อจะให้หลุดพ้นจากการโอบอุ้มของเขาในทันที

“ท่านอ๋อง ทำเช่นนี้ไม่เหมาะนะเพคะ” นางเอ่ยพลางถลึงตาใส่เขาในใจลอบคิดว่านางควรจะใช้ฝ่ามือสับต้นคอของเขาให้หลับไปเลยจะดีไหม แต่หลังจากนั้นนางจะรับโทสะจากเขาได้หรือเปล่าเฝิงหมิงเยวี่ยได้แต่ครุ่นคิดด้วยความกังวล ช่วงนี้นางมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดอยู่หลายเรื่อง ความสับสนวุ่นวายในหัวทำให้ในหัวของนางใกล้จะระเบิดออกมาเต็มทีแล้ว

“ในเมื่อตัดสินใจว่าจะแต่งกับข้าแล้ว ความบริสุทธิ์ของเจ้าก็คงจะเก็บเอาไว้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นตาแก่ในวังผู้นั้นไม่มีทางยอมให้เจ้าแต่งงานกับข้าแน่” เมื่อรุ่ยอ๋องตรัสเช่นนี้อาการต่อต้านของเฝิงหมิงเยวี่ยก็พลันลดลง นางปล่อยให้เขาวางนางลงบนเตียงตอนที่ร่างของเขาทาบทับลงมานางก็พลันหลับตาแน่นและบอกกับตนเองว่าที่เขาพูดมาล้วนถูกต้อง ตอนนี้นางเลือกเขาเป็นคู่ค้าแล้วนางจะต้องเชื่อใจเขานี่คือหลักการเบื้องต้นของคนทำการค้าเช่นนาง

“...” รุ่ยอ๋องจ้องมองคนงามที่หลับตาแน่นอยู่บนเตียงใหญ่ของตนเอง ดวงหน้างามแม้ว่าจะหลับตาลงร่างกายไร้การต่อต้านแล้ว แต่ว่าน้ำตาเม็ดโตที่ไหลรินลงมาของนางทำให้เขาที่เดิมทีตั้งใจว่าจะกลั่นแกล้งนาง ตอนนี้กลับทำใจกลั่นแกล้งนางไม่ลงไปเสียแล้ว

“ข้าน่ารังเกียจจนถึงขั้นที่ทำให้เจ้าต้องร้องไห้ออกมาเชียวหรือ” รุ่ยอ๋องเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เขาขยับตัวลุกขึ้นมานั่งดึงสาบเสื้อให้เข้าที่แล้วหันหลังให้นาง

“...” เฝิงหมิงเยวี่ยที่พึงจะรู้ตัวว่าเมื่อครู่นี้นางหลั่งน้ำตาออกมา นางขยับตัวลุกขึ้นมานั่งยื่นมือไปดึงชายแขนเสื้อของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“หม่อมฉันหาได้รังเกียจท่านอ๋อง ก็แค่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็เลยทั้งหวาดกลัวและทำตัวไม่ถูก ขอท่านอ๋องอย่าได้ทรงกริ้วหม่อมฉันเลยนะเพคะ” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมาเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็หันร่างมาทางนาง ดวงหน้าอันงดงามของนางมีร่องรอยของการหวาดหวั่นออกมาให้เห็นบนสีหน้าอย่างชัดเจน นางกัดริมฝีปากแน่นแล้วเอ่ยกับเขาออกมาตามตรง

“เรื่องนั้น...มามาในวังเคยอบรมหม่อมฉันมาบ้างแล้ว หม่อมฉันจะพยายามไม่ทำให้ท่านอ๋องต้องเสียอารมณ์” นางพึมพำออกมาด้วยความเขินอายแล้วยื่นใบหน้ามาหาเขาตั้งใจว่าจะจุมพิตที่ริมฝีปากของเขาเพื่อทำสิ่งที่นางคิดว่ารุ่ยอ๋องตั้งใจจะทำกับนางให้เสร็จสิ้น แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือรุ่ยอ๋องดันใบหน้าของนางเอาไว้แล้วพูดกับนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าจะให้พ่อบ้านจัดเรือนให้เจ้า เจ้าและสาวใช้จงย้ายไปอยู่ที่เรือนแห่งนั้น น้องรองของข้าแม้ภายนอกจะสุภาพอ่อนโยนแต่กลับเห็นแก่ตัวและหวงแหนทุกสิ่งที่ควรจะเป็นของตนเอง ข้าเกรงว่าทันทีที่เจ้ากลับไปที่จวนเก่าหลังนั้น เจ้าคงจะต้องถูกจับตัวไปตำหนักบูรพาแน่” เมื่อเอ่ยจบรุ่ยอ๋องก็ขยับกายลุกขึ้น เขาดึงชายแขนเสื้อของตนเองออกจากมือของนางแล้วเอ่ยกับนางอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าจะขอรับเงินหนึ่งแสนตำลึงของเจ้าเอาไว้ วันนี้ข้าจะเข้าวังไปทูลเสด็จพ่อเรื่องที่จะแต่งกับเจ้า พิธีแต่งงานของพวกเราอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างของเจ้ารอง แต่เจ้าวางใจได้ข้าจะพยายามชดเชยเรื่องนี้ให้เจ้าในภายหลัง” เมื่อเอ่ยจบเขาก็รีบร้อนเดินออกจากห้องไปในทันที ทิ้งให้เฝิงหมิงเยวี่ยนั่งมึนงงอยู่บนเตียงใหญ่ของเขาตามลำพัง

เมื่อพบหน้าพ่อบ้านใหญ่สิ่งแรกที่รุ่ยอ๋องทำก็คือสั่งให้พ่อบ้านไปจัดเรือนให้เฝิงหมิงเยวี่ย “เจ้าไปจัดเรือนให้คุณหนูเฝิงและคนของนางเข้าพัก”

“บ่าวจัดเตรียมเรือนให้คุณหนูเฝิงแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้คนของนางกำลังช่วยกันขนย้ายข้าวของไปที่เรือนแล้ว” เมื่อพ่อบ้านเอ่ยเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็พลันหรี่ตาลงแล้วเอ่ยถามพ่อบ้านด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้ายังไม่ทันสั่งเจ้าก็ลงมือจัดเตรียมเรือนแล้วหรือ รู้ได้อย่างไรว่าจะช่วยเหลือนาง”

“ท่านอ๋อง มีสตรีนางใดบ้างที่ท่านอ๋องทนโอบกอดได้นานถึงเพียงนี้โดยไม่รังเกียจ ยังไม่นับว่านางเป็นคนมีเงิน แต่ท่านอ๋องขาดแคลนเงิน เพียงเท่านี้บ่าวก็รู้แล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะว่าท่านอ๋องต้องตอบตกลงรับข้อเสนอของนาง” เมื่อเอ่ยจบพ่อบ้านก็เดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยกับรุ่ยอ๋องด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

“คุณหนูเฝิงและคนของนางล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ พวกนางเก็บงำฝีมือเอาไว้เช่นนี้ท่านอ๋องต้องระวังให้ดีนะพ่ะย่ะค่ะ หากวันหน้าท่านอ๋องทำผิดต่อนางขึ้นมาบ่าวเกรงว่าจะไม่ใช่แค่การทอดทิ้งไปแต่งกับผู้อื่นอย่างที่นางทำกับองค์รัชทายาท แต่อาจจะ...” พ่อบ้านเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาทำท่าปาดคอให้รุ่ยอ๋องดู แล้วจึงได้หัวเราะ หึหึ แล้วเดินจากไปทิ้งให้รุ่ยอ๋องยืนทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่เพียงลำพัง

“ผู้ใดจะกล้าทำผิดต่อนางกัน ข้าไม่ใช่คนโง่เหมือนน้องรองเสียหน่อย” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยจบก็ยกฝ่ามือขึ้นมาดู เขามั่นใจว่ากลิ่นหอมจากร่างกายของนางน่าจะยังคงติดตัวเขาอยู่ ยังมีความอ่อนนุ่มที่เมื่อครู่นี้ฝ่ามือของเขาได้สัมผัสอีก เขาไม่ได้รู้สึกว่าน่ารังเกียจเลยสักนิด ที่สำคัญเขารู้สึกว่าสตรีผู้นี้ทำให้เขาอยากจะลิ้มลองจนแทบจะห้ามใจเอาไว้ไม่อยู่แล้ว...

“ไม่ได้การข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อก่อนน้องรองเสียแล้ว” เมื่อเอ่ยจบรุ่ยอ๋องก็รีบเดินทางเข้าวังหลวงในทันที

ทันทีที่รุ่ยอ๋องไปขอเข้าเฝ้าหลี่เสวียนฮ่องเต้ก็รีบมีรับสั่งให้เขาเข้าเฝ้าในทันที ห้องทรงพระอักษรเต็มไปด้วยความกดดันล่องลอยอยู่ในอากาศ พอหลี่เสวียนฮ่องเต้หันมา พระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ทำให้รุ่ยอ๋องรีบก้มหน้าลงเพื่อเก็บงำรอยยิ้มของตนเอง

“เสด็จพ่อคงจะทรงทราบแล้ว ลูกถูกใจคุณหนูสกุลเฝิงตั้งใจจะรับนางเป็นพระชายาเอกของลูก” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้หลี่เสวียนฮ่องเต้ก็ปัดกองฎีกาลงไปบนพื้น

“ทำไมจึงต้องเป็นนาง บิดาของนางคือผู้ใดเจ้าไม่รู้หรือ” เมื่อหลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงตรัสเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็เงยใบหน้าขึ้นแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“กระหม่อมรู้ดีว่าบิดาของนางคือผู้ใด และกระหม่อมก็ไม่เชื่อด้วยว่าเจิ้งกั๋วกงคิดจะลอบสังหารเสด็จพ่อ กระหม่อมไม่รู้หรอกว่าเสด็จพ่อกับเจิ้งกั๋วกงกำลังวางแผนการใดกันอยู่ แต่เฝิงหมิงเยวี่ยไม่ควรจะต้องเผชิญหน้ากับการถูกผู้อื่นดูถูกและเหยียบย่ำเช่นนี้” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้หลี่เสวียนฮ่องเต้ก็พลันนิ่งงันไปครู่หนึ่งรุ่ยอ๋องจึงได้เอ่ยออกมาตามตรง

“เสด็จพ่อจะไม่ทรงช่วยเหลือลูกก็ได้ ความแล้งพระทัยของเสด็จพ่อลูกพอจะคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่เรื่องพระชายาของลูก ลูกขอยืนยันว่าจะต้องเป็นนางเพียงเท่านั้น ที่สำคัญลูกกับนางมีอะไรกันไปแล้วและยามนี้นางก็พักอยู่ที่จวนของลูก หากเสด็จพ่อไม่รีบพระราชทานสมรสให้ลูก เกรงว่าวันหน้าหลานคนแรกที่เกิดจากพระโอรสองค์โตของเสด็จพ่ออาจจะกลายเป็นลูกนอกสมรสก็เป็นไปได้” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้ก็มีเสียงสิ่งของตกลงไปบนพื้นทางด้านหลังฉากกั้นทำให้หลี่เสวียนฮ่องเต้ขว้างปาข้าวของลงไปบนพื้นและระเบิดโทสะออกมาในทันที

“ไอ้ลูกไม่รักดี! สักวันข้าคงจะต้องตายด้วยมือเจ้า” เมื่อเอ่ยจบก็ทรงหันพระพักตร์ไปทางต่งกงกงแล้วตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอพระทัย

“ประกาศราชโองการออกไป เฝิงหมิงเยวี่ยเพียบพร้อมทั้งคุณธรรมและจริยธรรมข้าขอแต่งตั้งนางให้เป็นพระชายาเอกของรุ่ยอ๋อง อีกสองวันวังหลวงจะจัดพิธีอภิเษกให้รุ่ยอ๋อง ขอเชิญข้าราชบริพารมาร่วมฉลองในวังหลวงด้วย” ต่งกงกงรีบขานรับแล้วออกไปประกาศราชโองการในทันที...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   ตอนพิเศษที่4 : ตำหนักองค์หญิง

    ภัตตาคารฝูไหลคือภัตตาคารเลื่องชื่อในเมืองหลง ไม่ใช่แค่เพียงผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงที่มาดื่มกินที่นี่แม้แต่เชื้อพระวงศ์อันสูงศักดิ์ก็ยังมาที่ภัตตาคารแห่งนี้เป็นประจำ หยวนเฟยหยางเองก็มักจะมาสังสรรค์กับสหายที่ล้วนเป็นคุณชายใหญ่ในเมืองหลวงที่นี่ ห้องรับรองที่เขาจองเป็นประจำอยู่บนชั้นสองของร้าน นับเป็นห้องรับรองที่ดีมากที่สุดของภัตตาคารมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วภัตตาคารแห่งนี้เป็นกิจการขององค์หญิงใหญ่หลี่เลี่ยงเฟิ่ง นอกจากห้องรับรองพิเศษสำหรับแขกผู้สูงศักดิ์ที่ยินดีจะจ่ายเงินมากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้นั่งดื่มกินในห้องรับรองอันหรูหราและมีความเป็นส่วนตัว ภัตตาคารแห่งนี้ยังมีห้องรับรองที่มีความพิเศษมากขึ้นไปอีกนั่นก็คือห้องรับรองส่วนตัวของเจ้าของกิจการอย่างองค์หญิงใหญ่หลี่เลี่ยงเฟิ่งองค์หญิงใหญ่และหยวนเฟยหยางเคยขัดแย้งกันมาหลายครั้ง แม้ว่าเขาจะมีอายุมากกว่านางและองค์รัชทายาทแค่เพียงห้าปี แต่เขากลับเป็นอาจารย์ที่หลี่ไท่หลงเชื้อเชิญมาสอนพระโอรสและพระธิดา องค์ชายทั้งสามทั้งเคารพและเชื่อฟังอาจารย์ผู้นี้แถมยังยกย่องว่าเขาไม่เพียงสอนให้เข้าใจง่ายกว่าอาจารย์คนก่อนๆ ที่แก่ชรา แต่ยังมักจะทำตัวเป็น

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   ตอนพิเศษที่3 : พระราชทานสมรส

    นิ่งซูชิงจ้องมององค์รัชทายาทด้วยสายตาอันแน่วแน่แล้วจึงได้เอ่ยถามองค์รัชทายาทออกมาตามตรง“อ้อ! ทรงเคยตรัสออกมาเช่นนี้เลยหรือเพคะ” คำถามของนิ่งซูชิงทำให้องค์รัชทายาทรีบดึงร่างของนางมาโอบกอดเอาไว้ในทันที“ข้าเคยพูดเช่นนั้นจริงๆ แต่ความรู้สึกของข้าทั้งจริงจังและซื่อตรงมากกว่านั้น ข้ารักเจ้ามาก รักมาตั้งแต่เริ่มจะเรียนรู้เรื่องความรักฉันท์หนุ่มสาว ข้าทำใจไม่ได้หากตนเองจะไม่ได้ครองคู่กับเจ้า ดังนั้นจึงสามารถทำทุกวิธีเพื่อที่จะได้เจ้ามาครอบครอง” คำพูดขององค์รัชทายาททำให้นิ่งซูชิงยิ้มออกมา นางเอนกายซบร่างของเขาแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ“เช่นนั้นก็ทรงประกาศออกไปตามตรงเถิดเพคะ ว่าทรงตั้งพระทัยว่าจะไม่รับพระชายารองและอนุแล้ว สตรีเหล่านั้นจะได้ไม่ต้องหาเรื่องตายให้ตนเอง ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันเป็นห่วงพวกนางหรอกนะเพคะ พวกนางกล้าคิดจะแย่งชิงองค์รัชทายาทกับหม่อมฉัน หม่อมฉันย่อมไม่คิดจะปรานีพวกนางอยู่แล้ว หม่อมฉันแค่เพียงเป็นห่วงชื่อเสียงอันดีงามขององค์รัชทายาท ทรงเข่นฆ่าได้ก็แค่คนชั่วในราชสำนักและข้าศึกในชายแดนเพียงเท่านั้น อย่าทำให้ต้องแปดเปื้อนเพราะสตรีโง่เขลาเหล่านั้นอีกเลย” เมื่อนิ่งซูชิงเอ่ยออกมาเช่นนี้องค์ร

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   ตอนพิเศษที่2 : ตำหนักบูรพา

    แม้ว่าพระชายาองค์รัชทายาทจะไม่ใช่คุณหนูสกุลใหญ่ในเมืองหลวงแต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน ทุกคนต่างรู้ดีว่านิ่งซูชิงคือสตรีที่องค์รัชทายาททรงหมายปองมาตั้งแต่นางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น นางเป็นหลานสาวต่างสกุลของเฉินไทเฮา บิดาของนางคือสหายสนิทของหลี่ไท่หลงฮ่องเต้ นางเป็นพระสุณิสาที่ทั้งหลี่ไท่หลงฮ่องเต้และเฝิงฮองเฮาทรงโปรดปราน จึงไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินพระชายาองค์รัชทายาทผู้นี้ แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดล่วงเกินแต่ก็มีหลายคนที่อยากจะยัดเยียดตนเองเข้าตำหนักบูรพา องค์รัชทายาททั้งรูปงามและมีความสามารถโดดเด่น สตรีบางคนก็คิดว่าคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงยัดเยียดตนเองเข้าบูรพาแม้ว่าผลสุดท้ายอาจจะต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองก็ตาม“สตรีพวกนั้นช่างไม่รู้จักดูเงาหัวของตัวเองเสียบ้างเลย คนอย่างเสด็จพี่ของข้ามีหรือที่จะยอมให้พวกนางใช้เล่ห์กลกับเขาได้” องค์หญิงใหญ่หลี่เลี่ยงเฟิ่งตรัสออกมาพลางจ้องมองพระชายาองค์รัชทายาทที่ในยามนี้ยังคงนั่งดื่มชาอย่างสบายอกสบายใจ“เพียงแต่ชิงชิง เจ้าไม่กลัวหรือว่าสักวันเสด็จพี่ของข้าจะพลาดท่าหลงกลพวกนางเข้าสักวัน” คำถามขององค์หญิงใหญ่ทำให้นิ่งซูชิงยิ้มออกมา ส่วนคนที่เดินมาทางด้านหลังกลับเป็นคนตอบ

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   ตอนพิเศษที่ 1 ป้อมสกุลนิ่ง

    นิ่งซีเจ๋อคือนายท่านใหญ่สกุลนิ่งผู้นำสกุลคนปัจจุบัน เขามีบุตรชายและบุตรสาวรวมกันถึงห้าคน เฉินซูเมี่ยวผู้เป็นนายหญิงสกุลนิ่งตั้งครรภ์แค่เพียงสองครั้งแต่กลับคลอดลูกแฝดทั้งสองครั้ง ครั้งแรกเป็นแฝดสามชายสองหญิงหนึ่ง ครั้งที่สองเป็นแฝดหงส์คู่มังกร ชายหนึ่ง หญิงหนึ่งเฉินซูเมี่ยวคือนายหญิงของป้อมสกุลนิ่ง แม้ว่าป้อมสกุลนิ่งจะเคยประกาศว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับราชสำนักและจะไม่เลือกสวามิภักดิ์ฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่ยามนี้นายหญิงของป้อมกลับเป็นหญิงสาวที่มาจากสกุลขององค์ไทเฮา บรรดาผู้อาวุโสจึงไม่ค่อยจะยอมรับสถานะของนางเท่าใดนัก แต่เพราะท้องของนางทำงานได้ดี คลอดสองครั้งมีบุตรชายออกมาถึงสามคน บุตรสาวอีกสองคน สถานะนายหญิงของนางจึงไม่มีผู้ใดกล้าไม่ยอมรับอีกเมื่อหลายปีก่อนอยู่ๆ นายท่านใหญ่ก็รับบุตรชายของสหายมาเป็นบุตรบุญธรรม ทั้งหน้าตาและความสามารถของบุตรบุญธรรมผู้นั้นทำให้เกิดกระแสข่าวลือขึ้นมาว่าแท้จริงแล้วคุณชายสามที่รับเลี้ยงดูคือบุตรนอกสมรสของนายท่านใหญ่ที่แอบเลี้ยงดูอยู่นอกจวน และข่าวลือนี้ทำให้ฮูหยินใหญ่ของจวนอย่างเฉินซูเมี่ยวอดรู้สึกไม่พอใจไม่ได้“เจ้าสามบ้านข้ายิ่งโตก็ยิ่งมีใบหน้าเหมือนสามีของข้าจริง

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   บทที่ 65 ความสุขที่เกินจะคาดฝัน (ตอนจบ)

    ใช้ชีวิตอยู่แดนเหนือได้สิบห้าปีเฝิงหมิงเยวี่ยก็ต้องติดตามสวามีเข้าเมืองหลวง หลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงประกาศสละราชสมบัติเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ องค์รัชทายาทหลี่ไท่หลงจึงก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์แทน แล้วแต่งตั้งหลี่เสวียนฮ่องเต้ขึ้นเป็นไท่ซ่างหวงพระราชทานตำหนักสี่ฤดูให้เป็นที่ประทับของไท่ซ่างหวงพระชายาองค์รัชทายาทอย่างเฝิงหมิงเยวี่ยจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮา หลี่เลี่ยงหวงได้รับแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาท หลี่เลี่ยงเฟิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้น หลี่เลี่ยงหรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นฉู่อ๋อง หลี่เลี่ยงรุ่ยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรุ่ยอ๋อง เนื่องจากท่านอ๋องทั้งสองพระองค์ยังทรงพระเยาว์จึงได้รับพระราชทานอนุญาตให้รั้งอยู่ในวังหลวงจนกว่าจะเติบใหญ่แล้วจึงค่อยย้ายออกไปยังดินแดนบรรดาศักดิ์ของตนเองตามธรรมเนียม“ปีนี้องค์รัชทายาทมีอายุย่างสิบสี่แล้ว ทางราชสำนักถวายฎีกาเรื่องตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทแล้ว” เมื่อหลี่ไท่หลงฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็ทอดถอนใจออกมาในทันที“เรื่องนี้ทางไท่ซ่างหวงทรงตรัสอย่างไรบ้างเพคะ” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสบายใจน

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   บทที่ 64 สายลมแห่งความอบอุ่น

    แม้ว่าจะเคยประกาศเอาไว้ว่าจะไม่ให้นางคลอดทายาทให้อีกแล้ว แต่มีหรือที่คนอย่างองค์รัชทายาทจะละทิ้งเรื่องบนเตียงได้ อีกทั้งยังไม่อยากให้นางต้องดื่มยาห้ามครรภ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผลสุดท้ายเฝิงหมิงเยวี่ยก็ตั้งครรภ์ติดต่อกันถึงสามครั้ง จวบจนนางคลอดพระราชนัดดาองค์ที่สี่ออกมาองค์รัชทายาทจึงทรงออกคำสั่งให้ไป๋เฟิงเขียนเทียบยาให้เขา เพื่อที่วันหน้าเขาจะได้ไม่ต้องให้กำเนิดบุตรธิดาได้อีก“เจ้าแน่ใจนะว่าดื่มยาชามนี้เข้าไปแล้วจะแค่มีลูกไม่ได้ ไม่ใช่ทำอย่างอื่นไม่ได้ด้วยใช่ไหม” คำถามขององค์รัชทายาททำให้ไป๋เฟิงหัวเราะออกมา ส่วนเฝิงหมิงเยวี่ยที่เดินเข้าห้องหนังสือมาแล้วบังเอิญได้ยินคำถามประโยคนี้ขององค์รัชทายาทเข้าก็เลยอดถามเขามาตามตรงไม่ได้“อย่างอื่นที่ว่าหมายถึงเรื่องใดเพคะ” นางเอ่ยพลางเดินไปจ้องมองยาชามใหญ่ที่มีน้ำยาสีดำขุ่นข้นอยู่ภายใน กลิ่นที่ล่องลอยออกมาแม้ว่าจะอยู่ไกลถึงเพียงนี้ก็ยังรับรู้ได้ว่ายาชามนี้ไม่น่าจะดื่มลงไปสักเท่าใดนัก“ข้าก็แค่ไม่อยากมีลูกแล้ว แต่ก็ยังอยากร่วมหอกับเจ้าอยู่นะ หากสิ่งนั้นของข้ามันฝ่อไปเพราะยาของไป๋เฟิงเล่า” ถ้อยคำขององค์รัชทายาททำให้เฝิงหมิงเยวี่ยนิ่งงันไปอย่างคา

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   บทที่ 27 หาวิธีบีบบังคับ

    เช้าวันรุ่งขึ้นเฝิงหมิงเยวี่ยลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เมื่อคืนนี้พี่ชายและพี่สะใภ้ของนางถูกคนวางแผนลอบทำร้าย โชคดีที่มีคนของรุ่ยอ๋องคอยช่วยเหลือทำให้นางสามารถติดตามมาช่วยเหลือพี่ชายและพี่สะใภ้ของนางได้ทัน ความช่วยเหลือของรุ่ยอ๋องทำให้นางยิ้มออกมาพลางคิดในใจว่า ‘ดีเหลือเกินที่ข้าเลือกแต่งงานกับเข

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   บทที่ 24 ไปช่วยคน

    เฝิงหมิงเยวี่ยจ้องมองรุ่ยอ๋องยกโถน้ำแกงขึ้นมาดื่มอย่างระมัดระวังด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ชอบทำสีหน้าเย็นชาอยู่ตลอดเวลาอย่างรุ่ยอ๋องจะมีช่วงเวลาที่แสดงความอ่อนโยนออกมาได้เช่นนี้ เมื่อก่อนนางเคยคิดว่าเขาเป็นคนที่ชอบแก้ปัญหาด้วยการฆ่าฟัน แต่ยามนี้นางเริ่มจะเข้าใจแล้วว่า หา

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   บทที่ 17 ปล่อยวาง

    กู้ชิงหรานยิ้มออกมาเมื่อได้เห็นว่ารุ่ยอ๋องปฏิบัติต่อเฝิงหมิงเยวี่ยอย่างเอาใจใส่ นางรู้เรื่องเงินหนึ่งแสนตำลึงดียามนี้จึงได้พยายามจับตามองท่าทีของรุ่ยอ๋องเป็นพิเศษ ยามที่ได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของเขาวนเวียนไปที่รถม้าที่อยู่ทางด้านหลังทำให้นางที่เคยเห็นเรื่องราวการแย่งชิงของสตรีในเรือนหลัง

  • จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย   บทที่ 9 หลี่เสวียนฮ่องเต้

    หลังจากเขียนราชโองการประทับตราพระราชลัญจกรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลี่เสวียนฮ่องเต้จึงได้พระราชทานม้วนราชโองการที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลงอย่างเป็นทางการ หลี่ไท่หลงคุกเข่าลงรับราชโองการแล้วคำนับอย่างเต็มพิธีการ“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”“แม่ของเจ้าน่าจะอยากได้ยินเรื่องนี้จากปากเจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status