Share

บทที่ 2 สายฟ้า

last update Date de publication: 2026-02-06 20:05:36

คนขับยกมือขวาขึ้นวาดไปเบื้องหน้า เป็นทำนองบอกให้รู้ว่า ทั้งหมดสามร้อยหกสิบองศาที่ทั้งสองมองเห็น คือ อาณาจักรอลังการของทั้งสองครอบครัว อันเกิดจากการมิตรภาพของพ่อทั้งสองฝ่าย

ก่อนหน้าที่สายฟ้าจะมาถึง พ่อกับแม่ของพฤกษ์ก็เดินทางไปเยี่ยมญาติที่ประเทศนอร์เวย์ได้หลายวันแล้ว และกำหนดจะกลับในเดือนหน้า ถือโอกาสพักผ่อนไปในตัว ทั้งไร่จึงเหลือพฤกษ์เป็นผู้ดูแลหลักเพียงคนเดียว

         “สุดเขตฟ้าจริงๆ ข้าไม่คิดว่า จะยิ่งใหญ่ขนาดนี้”

สายฟ้าชื่นชมจากหัวใจ

“กี่ปีแล้วล่ะ ที่พวกเอ็งไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่”

“นั่นสินะ เปลี่ยนไปมากจนจำไม่ได้”  

“ที่ไร่ก็มีแต่ พ่อแม่ข้ากับคนงานอยู่อาศัย ส่วนธาราก็นอนที่หอโรงบาลซะส่วนใหญ่”

พฤกษ์เคยบอกเขาแล้วว่า ธาราเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด

“ยังจุ้นจ้านอยู่เหมือนเดิมไหม?”

เขานึกถึงยายเด็กผมเปีย ตัวอ้วนในวัยประถมคนนั้นได้เลือนราง

“ตอนทำงานก็ดูจริงจังดี แต่พอเลิกงานก็กลายเป็นจอมจุ้นเหมือนเดิม”

ผู้เป็นพี่ชายทำหน้าเอือมระอา

         สายลมเริ่มแรงลู่ผิวหน้าชายหนุ่มจนชานิดๆ ทิวทัศน์เขียวขจีสุดลูกหูลูกตาสร้างความสดชื่นยิ่งนัก สายฟ้าสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด พฤกษ์บรรยายการเพาะปลูกในไร่ให้เขาฟังอย่างละเอียด ทั้งปลูกต้นสัก สับปะรด ข้าวโพด และทดลองปลูกพืชชนิดใหม่ๆ อีกหลายพันธุ์

         พ่อของพฤกษ์ชอบเพาะพันธุ์พืชชนิดใหม่ๆ ทำให้มีโรงเรือนเพาะชำอยู่มากมาย โดยเฉพาะกล้วยไม้ ที่นี่นับได้ว่า เป็นแหล่งรวมกล้วยไม้หายากแห่งหนึ่ง

         “สดชื่นจริงๆ บรรยากาศที่นี่ น่าอยู่สุดๆ เลยว่ะ”

         “เอ็งอยู่ก็ดีสิ ข้าจะได้มีคู่หู”

         “ขอคิดสักพักล่ะกัน  เน้นเรื่องงานให้ลงตัวก่อน”

         สายฟ้ามุ่งจะหาไอเดียและวัตถุดิบในการทำงานให้ได้อย่างที่หวังเสียก่อน เขายังไม่คิดว่าจะปักหลักที่ใดแน่ชัด

         “ก็คงอยู่สักพักจนกว่าจะมีแรงบันดาลใจใหม่ๆ ล่ะเพื่อน”

         “นี่ขับรถตั้งนานแล้ว ยังไม่ถึงบ้านอีกเหรอวะ เข้าเขตไร่มาตั้งนานแล้วนะ”

สายฟ้าเริ่มนิ่วหน้า เพราะสงสัยตะหงิดๆ ว่า บ้านสุดเขตฟ้าอยู่ตรงไหน

         “เอ็งก็คิดดูสิว่า ไร่ชื่อสุดเขตฟ้า บ้านก็ชื่อสุดเขตฟ้า มันน่าจะอยู่ไกลแค่ไหนล่ะ”

เจ้าบ้านทำน้ำเสียงยียวน

หลังจากเก็บเสื้อผ้าเข้าเรือนพักหลังเล็กแล้ว สายฟ้าก็เดินเล่นไปรอบๆ บ้านสองชั้นหลังใหญ่ด้านหน้า ซึ่งเป็นบ้านที่พ่อกับแม่ และน้องสาวพฤกษ์พักอาศัย พฤกษ์ก็มีเรือนหลังเล็กที่อยู่ถัดมา เยื้องอยู่กับบ้านพักแขกที่สายฟ้าเข้ามาอาศัย 

อาศัยช่วงเวลาก่อนอาหารเย็น สอบถามสารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่าย พฤกษ์รู้จักน้องชายอีกสองคนของสายฟ้าเป็นอย่างดี สายฟ้าจึงเล่าเรื่องราวของพวกเขาให้ฟังคร่าวๆ สุดท้ายก็แวะวนมาเรื่องการเดินทาง 

“อะไรนะ โดนสาวจูบเรอะ”  หนุ่มหน้าคมผิวเข้มอุทานอย่างลืมตัว เพียงชั่วครู่แววตาตระหนกตกใจก็เปลี่ยนไป พฤกษ์หรี่ตาลงเล็กน้อยจับจ้องเพื่อนรัก อีกฝ่ายเลิกคิ้ว เขาเพียงเล่าให้ฟังเพราะคิดว่า มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

         “อะฮ้า!” 

         “อย่า! อย่าคิดแบบนั้น! นี่มันความซวยต่างหาก โดนด่าจนคนมองทั้งโบกี้”  

สายฟ้าโบกมือแสดงอาการยืนยันขันแข็ง อีกฝ่ายยังทำสายตาเขม็งอยู่ไม่เลิก

“พูดมาตรงๆ ว่า เอ็งติดใจอะไรหรือเปล่า?”

“ก็ไม่นะ แต่ลงสถานีเดียวกัน ก็น่าจะเป็นคนแถวนี้”

         “สวยไหม?”

         “น่ารักดี” คนตอบแอบอมยิ้ม

         “นี่เขาเรียก พรหมลิขิต ฮ้า! ไม่แน่นะ อาจจะเป็นเนื้อคู่ก็ได้”

         พฤกษ์ฟังแล้วถึงกับตบอกด้วยความลืมตัว

         “เอางี้ ตอนเย็นมีงานงิ้วพอดี ข้าจะพาเอ็งไปเสี่ยงเซียมซีหาคู่ดูสักหน่อย ศาลเจ้าที่นี่ขึ้นชื่อมากนะโว้ย เรื่องการหาคู่ๆ เอ็งรีบๆ ไปอาบน้ำ เดี๋ยวไปกินข้าวกัน”

         พูดจบ ฝ่ายนั้นก็หัวเราะเริงร่า เดินจากไปด้วยความมาดหมาย เย็นนี้ล่ะ เขาจะพาเพื่อนผู้หล่อเหลาแถมโสดสนิทไปเสี่ยงเซียมซีหากคู่สักหน่อย ส่วนตัวเขาเองนั้น จะต้องจัดการเรื่องตัวเองให้สำเร็จในปีนี้!

         ศาลเจ้าประจำจังหวัดในค่ำคืนนี้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน โคมไฟสีแดงห้อยระย้าเป็นสายยาวตลอดถนน สองข้างทางก่อนเข้าศาลมีคนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเรียงราย

         พฤกษ์เดินนำเพื่อนรัก แม้หวังจะแทรกผู้คนเข้าไปให้ไว แต่คลื่นมนุษย์ที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ทั้งสองหนุ่มทำได้เพียงโดนผลักให้เดินคล้อยไปข้างหน้าเท่านั้น พวกเราค่อยๆ แทรกเข้าไปจนถึงในตัวศาลเจ้า ควันธูปหนาแน่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

         “ไปด้านโน้นเถอะ แสบตา” สายฟ้าเริ่มรู้สึกมึน

         พฤกษ์หันซ้ายหันขวา เอามือปัดควันธูปออก มองหาบริเวณเสี่ยงเซียมซี  

         “นั่นๆ อยู่ด้านนั้น ป่ะ!” พฤกษ์คว้าแขนสายฟ้าเดินลิ่วๆ ไปต่อแถวคนที่กำลังเสี่ยงเซียมซี่

         “ก่อนเสี่ยงเซียมซี เราต้องไหว้เจ้าก่อนนะ”

         “นั่นสินะ เออ ข้าลืมไป งั้นไปทางโน้นก่อน” ทั้งสองเดินย้อนกลับมาจุดธูปไหว้เจ้า ด้านหลังของเขา มีผู้หญิงอีกสองคนเดินคุยกันอยู่ท่ามกลางควันธูป

         “ดาว ควันตรงนี้เยอะไปนะ น้ำตาฉันไหลแล้ว” แป้งเริ่มบ่นเบาๆ

         “เราไหว้เจ้าเสร็จก่อน ค่อยไปเสี่ยงเซียมซี” พันดาวแย้งเบาๆ “อดทนหน่อยนะ”

         แป้งผู้มีความสับสนวุ่นวายใจ อยากจะเสี่ยงเซียมซียิ่งนัก เพราะเธอเคยมาลองเสี่ยงทายสองสามครั้งแล้วเป็นจริง น้ำหนักก็การเสี่ยงเซียมซีที่นี่ในใจเธอมีอยู่เจ็ดถึงแปดส่วน

         แป้งปัดควันธูปที่โหมมาอีกสายเบาๆ ควันเลือนลง เธอเห็นแผ่นหลังข้างหน้าคลับคล้ายคนรู้จัก ‘อ่ะ พี่พฤกษ์นี่นา แย่แล้ว!’

         “ดาว เราหลบไปทางนั้นดีกว่า แถวนี้คนเยอะ”

         “เออ ดีเหมือนกัน”

         แป้งจูงมือดาว หลบออกไปอีกทางหนึ่ง คนมากมายทำให้หลบฉากได้ค่อนข้างสะดวก แป้งแอบถอนหายใจเบาๆ เธอรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ค่อยออกทุกครั้งที่เจอหน้าพฤกษ์ หงุดหงิดที่ต้องคอยปะทะคารมกับเขาบ่อยๆ

         เธอกับเขาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด แต่หลังจากมีเรื่องในครั้งนั้น ทั้งคู่กลับกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดมา ‘ถ้าหากไม่เกิดเรื่องในตอนนั้นก็คงดี’ แป้งทดท้อในใจ

*************

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • จับรักมาขังใจ    บทที่ 31 มิ่งเมือง

    “ไปรอที่ร้านแป้งเลย ดาวจะตามไปเดี๋ยวนี้” เธอกดอารมณ์โมโหที่เริ่มพุ่งขึ้น มือวางปากกาลง พับเก็บสมุดบัญชี “แบงก์ไปเตรียมรถ”“คุยกันแค่สองกันก็พอ” มิ่งเมืองยืนกราน“สาม” เธอเสียงดังขึ้นกว่าเดิมจนเกือบเป็นตวาด“ตกลง งั้นพี่ไปรอที่นั่น”เมื่อลับร่างของคู่อริ หน้าตาของแบงก์ก็เคร่งเครียด “ผมอยากจะต่อยมันสักหมัด”“ใจเย็นๆ เราต้องหาทางเอาคืนแบบเนียนกว่านั้น ตอนนี้ต้องระวังปัญหาหนี้สินก่อน ถ้าเขาบีบพี่ตอนนี้ พี่จะแก้ปัญหายังไง” หนี้สินที่เป็นหนี้นอกระบบก้อนนี้ หากถูกบีบขึ้นมาจริงๆ ก็ย่อมต้องถูกยึดรีสอร์ตไปอย่างไม่ต้องสงสัย“แล้วลุงนินล่ะ แกจะไม่ช่วยอะไรบ้างหรือไง ”“จะหวังอะไรล่ะ แค่ทิ้งหนี้ไว้ไม่เคยถามสักคำ ก็เกินพอแล้ว” พันดาวนึกถึงตอนที่แม่ยังอยู่ ทั้งสองทะเลาะกันเรื่องปัญหาหนี้บ่อยครั้ง และท้ายที่สุด แม่ก็ขออิสรภาพโดยการแลกกับการแบกหนี้ก้อนนี้เอาไว้แม่ของเธอเป็นคนเก่ง หลังจากหย่าสามี ก็มุ่งมั่นทำงานสารพัดอย่าง การเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินหลายผืนในช่วงเวลานั้น ทำกำไรงาม ทำให้การจ่ายหนี้กับเสี่ยมงคลเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ไม่กี่ปีต่อมา แม่เธอล้มป่วย การรักษาตัวทำให้เงินเก็บที่มีเริ่มหมดไป รวม

  • จับรักมาขังใจ    บทที่ 30 ตามตื้อ

    “เห็นพี่ฟ้าบอกว่ามาหาดาว ลืมถามเลยค่ะว่าพี่มีธุระอะไรคะ” ‘อ้อ! งั้นต้องยิ่งรันทดกว่าเดิม’ “ช่วงนี้พี่ตกงาน เลยมาถามดาวว่า มีอะไรให้พี่ทำบ้างไหม”พันดาวอึกอัก เธอนึกถึงตอนที่ปฏิเสธพ่อไปว่า รีสอร์ตปันสุขไม่มีเงินจะช่วยว่าจ้างเขาทำงาน เขามาจนถึงที่นี่แล้ว แต่ไม่มีการว่าจ้าง เธอรู้จากเลขาฯ ของพ่อว่า เขาเป็นพวกรับทำงานอิสระ ที่เขาลำบากเพราะงานที่ถูกปฏิเสธนี้ ทำให้เสียเวลา ส่วนหนึ่งก็ถือเป็นความผิดของเธอด้วยสินะ เพราะพ่อไปเรียกเขามาแล้ว แต่ไม่มีเงินจะว่าจ้าง ทำให้เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แถมเสียเวลามารองานอีก“เอ่อ... ดาวมีแค่กิจการเล็กๆ ไม่มีเงินจ้างพี่ฟ้าทำงานแพงๆ หรอกค่ะ”“พี่รับทำงานเล็กๆ ก็ได้นะ พอได้เงินค่าข้าวค่าน้ำ”“ไหวเหรอคะ ค่าแรงน้อยแล้วจะคุ้มพี่ฟ้าไหมล่ะ ” เธอนึกถึงตัวเองในยามลำบาก เงินน้อยนิดก็ต้องอดทนทำงานเพื่อแลกรายได้ ไม่รู้ว่า เขาพลาดงานนี้ เขาจะลำบากแค่ไหน“เอางี้ดีไหม พี่จะทำเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าออนไลน์ให้ แล้วเรามาพัฒนาสินค้าใหม่ๆ กัน รายได้เพิ่มขึ้น ดาวจะได้มีเงินมาจ้างพี่” ชายหนุ่มที่นอนตะแคงหน้าบนพื้น แหงนขึ้นมาคุยกับเธอด้วยสายตามีความหวังฟัง

  • จับรักมาขังใจ    บทที่ 29 ความเห็นใจ

    ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ดาว เป็นไงบ้าง”“พี่ภาเข้ามาสิคะ” เธอวางผ้าห่อน้ำแข็งลงในชามแก้วใบใหญ่ภาวิณีมองดูสายฟ้าที่นอนหลับตาบนโซฟา ห่มผ้าผืนบางจนถึงหน้าอก“ทำแผลแล้ว แต่มีแผลอีกอันที่ขา แล้วก็หัวโนค่ะ พี่ฟ้าปวดหัว ดาวเลยให้กินยาพาราไป”“ถ้าไม่ไหวก็เรียกพี่นะ เผื่อมีอะไรผิดปกติจะได้รีบไปโรงพยาบาล” ภามองสภาพคนเจ็บ และพยาบาลจำเป็นแล้วก็รู้สึกวางใจ เธอยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มากนัก เลยต้องแวะมาดู เผื่อไม่ชอบมาพากลจะได้ช่วยดาวได้เขาลืมตาขึ้นมองภาวิณี ยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณนะครับคุณภา นอนพักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”เมื่อเห็นท่าทางไม่มีพิษสงของคนรูปหล่ออย่างร้ายตรงหน้า เธอก็อมยิ้ม “ต้องสังเกตการณ์ดีๆ ค่ะ เผื่อเกิดเลือดคั่งหรือแผลอักเสบขึ้นมา ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า”สายตาของญาติผู้น้องและเจ้านายที่มองคนเจ็บ เธอก็รู้สึกตะหงิดๆ ‘อืม! ท่าทางจะเป็นคนของเรานี่ล่ะนะ ที่อยากจะดูแล’“เดี๋ยวพี่ออกไปช่วยเขาจัดการเก็บของก่อนนะ งานเลี้ยงใกล้เลิกแล้ว”“ผมฝากบอกพฤกษ์ด้วยนะครับว่า ผมนอนอยู่ห้องนี้” สายฟ้าเกือบลืมไปเลยว่า เขามากับพฤกษ์“พี่ขอรบกวนนอนสักงีบนะ พอให้หายปวดหัว” เขาส่งสายตารันทดเล็กน้อยให้เจ

  • จับรักมาขังใจ    บทที่ 28 ใจสั่น

    สายฟ้านั่งอยู่บนโซฟามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาวาววับในขณะที่เธอก้มลงทำความสะอาดแผล เขาชะโงกหัวลงมาใกล้เธอ รู้สึกว่าช่องว่างน้อยนิดระหว่างเขากับเธอนั้น มันมีอวลไอความอบอุ่นเจือจางอยู่ ท่าทางแบบนี้ของเธอ ทำให้เขาแอบยิ้มหวานกับตัวเอง“เสร็จแล้วค่ะ” พันดาวเงยหน้าขึ้นโป๊ก!“โอ๊ะ!” คนนั่งอยู่ข้างบนโดนหน้าผากเสยปลายคาง“อู้ย!” เจ้าของหน้าผากเจ็บนิดๆ “ขอโทษคะ” เมื่อเงยหน้าเห็นอีกฝ่ายหน้าหงาย พันดาวละล่ำละลักขอโทษส่วนสายฟ้ามึนไปเล็กน้อย “เออ พี่ดูเพลินไปเองล่ะ” เขาเอื้อมมือมาลูบหน้าฝากพันดาวเบาๆ ไปมา “ไม่โนหรอกใช่ไหม ”ใบหน้าของคมสันของหนุ่มแวมไพร์ที่อยู่ใกล้แค่คืบ ทำเอาหญิงสาวใจกระตุก จังหวะนั้นเธอรู้สึกหัวใจเต้นรัวขึ้น หญิงสาวขยับถอยออกมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ “ไม่เป็นไรค่ะ โดนนิดเดียว”เขาแอบเห็นแวววูบไหวในสายตาเธอ‘อืม! สัญญาณมา’ มีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่เขาคิดจะทำ‘บ้าเอ๊ย นี่เราอาการหนักขนาดต้องใช้แผนนี้เลยนะ’ แผนการที่น้องชายทั้งสองบอกว่า เหมาะกับเราสามคน นั่นคือ แผนชายงามพวกเขาสามพี่น้องโชคดีที่มีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนพ่อ ส่วนผสมบนใบหน้ามาจากพ่อนิดเดียวที่เหลือมาจากแม่ ทำให้คม

  • จับรักมาขังใจ    บทที่ 27 หวงอยู่ใกล้ๆ

    “ก็เห็นท่าทางสนิทสนมขนาดนั้น ใครจะกล้าเสียมารยาทเดินมาขวาง เผื่อคนรักกันชอบกันจะคุยกัน พี่ก็จะกลายเป็นหมาหัวเน่าน่ะสิ” รอยยิ้มที่ยกขึ้นนิดๆ ตรงมุมปาก ชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้ “ใครบอกล่ะค่ะว่า เป็นคนรักกันชอบกัน” “ก็เพราะไม่รู้นี่ล่ะ ถึงไม่กล้าเข้ามา” ฝ่ายยั่วแสร้งทำเสียงอ่อนลง เหมือนกลัวจะผิดมารยาทนักหนา “หรา ” พันดาวเบ้ปากจนตาหยี เธอนึกอยากจะทุบคนที่นั่งข้างๆ “เกรงใจหรือแอบฟังกันแน่” “พี่ยืนสังเกตการณ์อยู่ตั้ง...นาน...นะ” น้ำเสียงยังยั่วเย้าไม่เลิก “อ๋อ...ถ้ารอดูนานขนาดนั้น ทำไมไม่รอให้เขาฉีกเสื้อฉีกผ้าดาวไปเลยล่ะ ค่อยมาช่วย” เสียงเธอสูงขึ้นบอกอารมณ์ที่เริ่มพุ่ง เมื่อเห็นใบหน้ากลมน่ารักนั้น ออกอาการหงุดหงิดเต็มกำลัง สายฟ้ารีบทำท่าเจี๋ยมเจี้ยม “ก็ใครจะไปคิดว่า เขาจะกระโจนเข้าใส่แบบนี้ล่ะ พี่ก็ตกใจเหมือนกัน” “ดาวตกใจแทบตาย ผลักก็ไม่ได้ ถีบออกก็ไม่ได้” พอนึกถึงช่วงฉุกละหุกหน้าเธอก็ซีดลงเล็กน้อย “ตกใจจนลืมร้องเรียกให้คนช่วยแน่ะ” สายฟ้าขยับเก้าอี้เข้ามาชิดเก้าอี้เธอ เอื้อมมือมาตบเบาๆ ที่ต้นแขน แม้ใจเขาอยากจ

  • จับรักมาขังใจ    บทที่ 26 เสี่ยมิ่ง

    จวนจะเที่ยงคืน บริเวณล็อบบี้มีเพียงพนักงานที่เฝ้าเคาน์เตอร์รอต้อนรับแขกเพียงสองคน “พาเสี่ยไปนั่งตรงโซฟานั่นล่ะ แล้วไปเอาน้ำอุ่นมาเสิร์ฟมาสักแก้ว” “ครับ” มิ่งเมืองเริ่มสร่างเมาเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตัวเองตามจีบมาเนิ่นนาน “ดาวเป็นห่วงพี่เหรอ ” “ดาวก็ห่วงทุกคนที่น่าห่วงล่ะค่ะ เดี๋ยวโทร.ตามคนที่บ้านมารับก็แล้วกันนะคะ ส่วนรถทิ้งไว้นี่ก็ได้ ดาวจะดูแลให้ ต้องรอประกันอีกนาน” ชายหนุ่มเริ่มคอพับลงไปอีก เขาเอนตัวลงพิงพนักโซฟาเต็มแรง “พี่มาตั้งนาน ก็ไม่เห็นดาว” “ดาวทำงานค่ะ ต้องดูแลทุกอย่างให้งานเรียบร้อย” จะบอกได้ยังไงล่ะว่า พยายามเดินหลบอีกฝ่ายตลอดเวลา ชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องน้ำด้านหลังล็อบบี้หยุดเท้า เมื่อเห็นเสี้ยวหน้าหญิงสาวที่ชะโงกคุยกับชายหนุ่มที่แทบจะนอนหงายหน้าบนโซฟาเดี่ยวตัวฝั่งตรงข้าม เขามารอรับพฤกษ์กลับ และอยากจะมาคุยธุระส่วนตัวกับเธอด้วย มาถึงได้สักพัก พยายามมองหาก็ไม่เจอ พฤกษ์เองก็กำลังสังสรรค์กับเพื่อนเก่าสมัยมัธยมอย่างสนุกสนาน เขาไม่ได้สนิทสนมกับคนกลุ่มนั้นนัก จึงปลีกออกตัวออกมาเข้าห้อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status