LOGINสายฟ้า นักออกแบบผลิตภัณฑ์สุดหล่อ ผู้ต้องเดินทางกลับไปดูแลไร่สุดเขตฟ้า ทรัพย์สินที่พ่อลงทุนไว้ในต่างจังหวัด เขาเป็นคนชอบจดบัญชีบุญคุณและความแค้นกับคนรอบข้างไว้ในใจ ด้วยยึดถือคติ "บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ" เมื่อพบกับคู่อริในวัยเด็ก พันดาว ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะและขี้งก เรื่องเงินสำหรับเธอเป็นเรื่องใหญ่ เพราะรับภาระหนี้สินต่อจากแม่ผู้จากไปพร้อมกับตำนานการเสียสละเพื่อความรัก เขาได้เข้าไปช่วยเธอแก้ปัญหาหลายครั้ง จนกามเทพเริ่มทำงาน เมื่อพบว่า มีทั้งคุณหมอหนุ่มสุดหล่อมาแสดงตัวเป็นผู้ปกครอง แล้วยังมีเสี่ยหนุ่มที่เกาะแกะเธอมาหลายปีคอยเข้ามาเสนอฐานะภรรยาให้ เขาเห็นว่า เธอทำข้อตกลงกับเขาตั้งหลายอย่างแล้ว จะให้คนอื่นเข้ามาคุ้มครองดูแลได้อย่างไร เสียศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง และนี่ก็เป็นสาเหตุให้ เขาตัดสินใจจัดการกับเธอขั้นเด็ดขาด!
View Moreสายลมเยือกเย็นที่เล็ดลอดช่องว่างลดเลี้ยวระหว่างผู้คนที่ยืนเบียดเสียดบนรถไฟพอจะช่วยให้ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าคมเข้มที่ยืนสะพายเป้ขนาดใหญ่พอได้หายใจออกบ้าง เขาขยับตัวและหันหน้าไปทางหน้าต่างเพื่อหวังจะได้อากาศจากภายนอกมาช่วยอีกสักเล็กน้อย
เขายืนกระสับกระส่ายเพราะความแออัด และเมื่อยล้าจากการยืนมาเป็นเวลานาน กว่าสองชั่วโมง จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากทุกสถานีที่ผ่านโดยไม่มีทีท่าว่าจะบางตาลงเมื่อใด
‘เฮ้อ! ไม่น่าดันทุรังเล้ย ขับรถมาเองก็สิ้นเรื่อง’
เขารำพึงอย่างอ่อนล้า ความปวดเมื่อยค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาจากปลายเท้าจนถึงไหล่ทั้งสอง
ไม่ถึงอึดใจต่อมาผู้คนรอบข้างเริ่มขยับตัวกันทั่วหน้า เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า สถานีข้างหน้าต้องเป็นสถานีหลักสักแห่ง แต่ก็ช่างเถอะ เขาเองก็ไม่มีแก่ใจจะคิดแล้วว่าถึงที่ไหน ขอแค่ให้มีที่นั่งเหลือบ้างก็พอ
รถเทียบชานชลาสถานีใหญ่ประจำจังหวัด คนกว่าครึ่งทยอยเดินลงบันไดเล็กๆ ข้างโบกี้เป็นแถวยาว ชายหนุ่มขยับตัวไปใกล้หน้าต่าง เขารีบหย่อนตัวลงนั่ง ก่อนจะสังเกตคนตรงหน้า
ที่นั่งบนรถไฟเป็นเก้าอี้ยาวสองตัวหันหน้าเข้าหากัน มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ต้องเปิดโดยดันกรอบกระจกลงด้านล่าง
เขาเริ่มสังเกตเพื่อนร่วมทางตรงหน้า เสื้อยาวตัวใหญ่มีฮู้ดช่วยปกปิดให้เจ้าตัวหลบพ้นจากความสนใจของคนรอบข้างได้ดี กางเกงยีนส์ที่เข้มทรงกระบอกกับรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินดูทะมัดทะแมง ท่านั่งกอดเป้ขนาดใหญ่ทำให้เดายากนักหนาว่าหญิงหรือชาย ถัดจากหนุ่มเสื้อฮู้ดเป็นหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีน้ำตาล กางเกงผ้าสีดำทรงสุภาพ
‘เอาน่า คนนั่งใกล้ก็ดูท่าจะไว้ใจได้ ค่อยกล้านอนหน่อย’
เขาเลียนแบบท่าทางของหนุ่มฝั่งตรงข้าม เอาหัวพิงกรอบหน้าต่างกระจก สายตาทอดยาวทะลุกระจกบานกว้างที่เปิดไว้เพียงครึ่งออกไป
เปลือกตาที่แข็งขืนเริ่มจะทนการรุกรานของความปวดเมื่อยไม่ไหว เขาหลับตาลงช้าๆ ในขณะที่รถไฟเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง เสียงฉึกฉักค่อยๆ แผ่วเบาลง ผสานกับลมที่พัดแรงผ่านเข้ามาทางช่องแคบยาวของหน้าต่างบานกว้าง ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มไป
“เอี๊ยด! ตึ้ง!”
แรงกระแทกจากสิ่งที่มาปะทะอย่างแรง ทำให้คางของเขาถึงทำชาไป เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็พบว่ามีใบหน้าของใครอีกคนจ่ออยู่ตรงหน้า ร่างนั้นคร่อมร่างของเขาอยู่ ปากต่อปากทาบทับกันในท่าเฉียงเล็กน้อย ดวงตากลมโตของฝ่ายตรงข้ามเบิกกว้างอย่างตกใจสุดขีด
“โอ๊ะ!”
เธอผงะออกแต่ฮู้ดเสื้อตัวใหญ่ครอบหัวเขาอยู่ ทำให้หน้าของเธอเขากับยังอยู่แนบชิดกัน ปลายจมูกรั้นๆ ของเธอเบียดแนบอยู่กับจมูกโด่งคมสันของเขา ลมหายใจรดกันเบา
เขาสูดหายใจเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวตรงหน้าเข้าไปเต็มปอด กลิ่นจางของแป้งเด็กผสมกับกลิ่นผิวของเธอ ทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์
เธอดิ้นอยู่สักครู่ จึงเอามือสองข้างดึงฮู้ดที่คลุมหัวเขาอยู่ออก แต่กลับทำให้หน้าอกของเธอเบียดเข้ากับหน้าอกของเขา ด้วยความตกใจที่ร่างของเธอทับลงมือ สายฟ้าจึงอยู่ในท่าที่กอดเธอไว้
“อึ๊ยย....”
สิ้นเสียง ร่างเล็กนั้นผลักอกเขาเต็มแรง
“อ้าวคุณ คุณล้มทับผมเองนะ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
อีกฝ่ายถลึงตาขึ้น ดวงตากลมโตมีประกายวาววามอย่างเอาเรื่อง
“คุณน่าจะระวังกว่านี้นะ”
“เหตุสุดวิสัยนะครับคุณ”
‘เขา’ แม้จะทำหน้าตาซื่อปนเย้าในที คิ้วหนาสั้นตัดเฉียงลงเท่าหางตา จมูกโด่งสวยได้รูป ริมฝีปากสีชมพูมีรอยหยักมุมปากดูราวกำลังยิ้มเยาะ
ผิวขาวจัดเกือบซีด ทำให้เขาดูแตกต่างจากคนรอบข้างอย่างชัดเจน แถมยังแขนขาที่ยาวเกะกะนี่เอง ประเมินได้ว่า เขาคงจะมีความสูงมากกว่ามาตรฐานชายไทยอยู่ไม่น้อย
แก้มขาวใสอมชมพูนั้นจึงยิ่งเพิ่มความเข้มขึ้นเป็นลำดับ เธอเสก้มลงเก็บเป้ที่ตกอยู่บนพื้น แล้วรีบก้มหน้างุดเดินหนีออกจากโบกี้ไป
“เฮ้! เดี๋ยวสิคุณ” เขาร้องตาม แต่ไม่ทันเสียแล้ว
หญิงสาวเอาฮู้ดขึ้นปิดศีรษะ เร่งจากไปด้วยความอาย
‘โอ๊ย! นี่มันจูบแรกของฉันเลยนะ’
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้ามาถูริมฝีปากไปมา ไออุ่นจากริมฝีปากของเขายังติดตรึง กลิ่นโคโลญจ์อ่อนๆ จากผิวกายเขาที่เธอเผลอสูดเข้าไป
ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบหนี!
ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่กวักมือเรียกญาติพี่น้อง หรือคนที่มารอรับ เสียงตะโกนโหวกเหวกดังสลับ ชายหนุ่มเห็นหลังไวๆ ของสาวสวยตากลมโตเดินเคียงคู่ไปกับชายวัยกลางคนในชุดซาฟารีสีน้ำเงินเข้ม
‘เออแหะ ลงสถานีเดียวกันซะด้วย สักวันเราคงมีโอกาสพบกัน’
เขาแอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่เธอก็ลงสถานีนี้ โอกาสที่จะได้เจอกันก็คงมี นี่เขาหวังจะได้เจอเธออีกอย่างนั้นหรือ?
“ไอ้ฟ้า! ทางนี้โว้ย!” เสียงตะโกนจากข้างบันไดหน้าสถานีดังขึ้น
“เออ!” คนมาเยือนโบกมือตอบ
“สนุกไหมล่ะ นั่งรถไฟ ข้าบอกเอ็งแล้วว่าให้ขับรถมาเองก็ไม่เชื่อ สมัยนี้ถนนสะดวกสบายไม่มีหลุมมีบ่อหรอกน่า”
สายฟ้าหยักไหล่เล็กน้อยแทนคำตอบด้วยความเคยชิน
“ก็พอได้ แค่ยืนจนขาแข็งมาครึ่งทางล่ะ”
“เอาน่า ถือว่าเป็นประสบการณ์”
ปลัดพฤกษ์ตบไหล่เพื่อนเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ
นับตั้งแต่จบมัธยมปลาย สายฟ้าไปเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่อังกฤษ ในขณะที่เมษเข้าเรียนรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศ
ทั้งคู่ยังคงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะสายใยอันแน่นเหนียวระหว่างผู้เป็นพ่อที่เป็นเกลอแก้ว คบหากันมาตั้งแต่เยาว์วัย อีกทั้งยังเป็นหุ้นส่วนกันอีกด้วย
รถกระบะสี่ประตูเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่มีป้ายไม้ขนาดใหญ่บอกชื่อไร่สุดเขตฟ้า ผู้มาเยือนกดกระจกไฟฟ้า กวาดสายตามองทิวทัศน์โดยรอบ ท้องทุ่งเขียวขจีต่อเนื่องไปกับทิวไม้เบื้องหลังกว้างไกลไปจนจรดทิวเขายาวเหยียด
สายฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อากาศสดชื่นจนหัวใจสดใส
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะเพื่อน”
*****************
“ไปรอที่ร้านแป้งเลย ดาวจะตามไปเดี๋ยวนี้” เธอกดอารมณ์โมโหที่เริ่มพุ่งขึ้น มือวางปากกาลง พับเก็บสมุดบัญชี “แบงก์ไปเตรียมรถ”“คุยกันแค่สองกันก็พอ” มิ่งเมืองยืนกราน“สาม” เธอเสียงดังขึ้นกว่าเดิมจนเกือบเป็นตวาด“ตกลง งั้นพี่ไปรอที่นั่น”เมื่อลับร่างของคู่อริ หน้าตาของแบงก์ก็เคร่งเครียด “ผมอยากจะต่อยมันสักหมัด”“ใจเย็นๆ เราต้องหาทางเอาคืนแบบเนียนกว่านั้น ตอนนี้ต้องระวังปัญหาหนี้สินก่อน ถ้าเขาบีบพี่ตอนนี้ พี่จะแก้ปัญหายังไง” หนี้สินที่เป็นหนี้นอกระบบก้อนนี้ หากถูกบีบขึ้นมาจริงๆ ก็ย่อมต้องถูกยึดรีสอร์ตไปอย่างไม่ต้องสงสัย“แล้วลุงนินล่ะ แกจะไม่ช่วยอะไรบ้างหรือไง ”“จะหวังอะไรล่ะ แค่ทิ้งหนี้ไว้ไม่เคยถามสักคำ ก็เกินพอแล้ว” พันดาวนึกถึงตอนที่แม่ยังอยู่ ทั้งสองทะเลาะกันเรื่องปัญหาหนี้บ่อยครั้ง และท้ายที่สุด แม่ก็ขออิสรภาพโดยการแลกกับการแบกหนี้ก้อนนี้เอาไว้แม่ของเธอเป็นคนเก่ง หลังจากหย่าสามี ก็มุ่งมั่นทำงานสารพัดอย่าง การเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินหลายผืนในช่วงเวลานั้น ทำกำไรงาม ทำให้การจ่ายหนี้กับเสี่ยมงคลเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ไม่กี่ปีต่อมา แม่เธอล้มป่วย การรักษาตัวทำให้เงินเก็บที่มีเริ่มหมดไป รวม
“เห็นพี่ฟ้าบอกว่ามาหาดาว ลืมถามเลยค่ะว่าพี่มีธุระอะไรคะ” ‘อ้อ! งั้นต้องยิ่งรันทดกว่าเดิม’ “ช่วงนี้พี่ตกงาน เลยมาถามดาวว่า มีอะไรให้พี่ทำบ้างไหม”พันดาวอึกอัก เธอนึกถึงตอนที่ปฏิเสธพ่อไปว่า รีสอร์ตปันสุขไม่มีเงินจะช่วยว่าจ้างเขาทำงาน เขามาจนถึงที่นี่แล้ว แต่ไม่มีการว่าจ้าง เธอรู้จากเลขาฯ ของพ่อว่า เขาเป็นพวกรับทำงานอิสระ ที่เขาลำบากเพราะงานที่ถูกปฏิเสธนี้ ทำให้เสียเวลา ส่วนหนึ่งก็ถือเป็นความผิดของเธอด้วยสินะ เพราะพ่อไปเรียกเขามาแล้ว แต่ไม่มีเงินจะว่าจ้าง ทำให้เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แถมเสียเวลามารองานอีก“เอ่อ... ดาวมีแค่กิจการเล็กๆ ไม่มีเงินจ้างพี่ฟ้าทำงานแพงๆ หรอกค่ะ”“พี่รับทำงานเล็กๆ ก็ได้นะ พอได้เงินค่าข้าวค่าน้ำ”“ไหวเหรอคะ ค่าแรงน้อยแล้วจะคุ้มพี่ฟ้าไหมล่ะ ” เธอนึกถึงตัวเองในยามลำบาก เงินน้อยนิดก็ต้องอดทนทำงานเพื่อแลกรายได้ ไม่รู้ว่า เขาพลาดงานนี้ เขาจะลำบากแค่ไหน“เอางี้ดีไหม พี่จะทำเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าออนไลน์ให้ แล้วเรามาพัฒนาสินค้าใหม่ๆ กัน รายได้เพิ่มขึ้น ดาวจะได้มีเงินมาจ้างพี่” ชายหนุ่มที่นอนตะแคงหน้าบนพื้น แหงนขึ้นมาคุยกับเธอด้วยสายตามีความหวังฟัง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ดาว เป็นไงบ้าง”“พี่ภาเข้ามาสิคะ” เธอวางผ้าห่อน้ำแข็งลงในชามแก้วใบใหญ่ภาวิณีมองดูสายฟ้าที่นอนหลับตาบนโซฟา ห่มผ้าผืนบางจนถึงหน้าอก“ทำแผลแล้ว แต่มีแผลอีกอันที่ขา แล้วก็หัวโนค่ะ พี่ฟ้าปวดหัว ดาวเลยให้กินยาพาราไป”“ถ้าไม่ไหวก็เรียกพี่นะ เผื่อมีอะไรผิดปกติจะได้รีบไปโรงพยาบาล” ภามองสภาพคนเจ็บ และพยาบาลจำเป็นแล้วก็รู้สึกวางใจ เธอยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มากนัก เลยต้องแวะมาดู เผื่อไม่ชอบมาพากลจะได้ช่วยดาวได้เขาลืมตาขึ้นมองภาวิณี ยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณนะครับคุณภา นอนพักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”เมื่อเห็นท่าทางไม่มีพิษสงของคนรูปหล่ออย่างร้ายตรงหน้า เธอก็อมยิ้ม “ต้องสังเกตการณ์ดีๆ ค่ะ เผื่อเกิดเลือดคั่งหรือแผลอักเสบขึ้นมา ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า”สายตาของญาติผู้น้องและเจ้านายที่มองคนเจ็บ เธอก็รู้สึกตะหงิดๆ ‘อืม! ท่าทางจะเป็นคนของเรานี่ล่ะนะ ที่อยากจะดูแล’“เดี๋ยวพี่ออกไปช่วยเขาจัดการเก็บของก่อนนะ งานเลี้ยงใกล้เลิกแล้ว”“ผมฝากบอกพฤกษ์ด้วยนะครับว่า ผมนอนอยู่ห้องนี้” สายฟ้าเกือบลืมไปเลยว่า เขามากับพฤกษ์“พี่ขอรบกวนนอนสักงีบนะ พอให้หายปวดหัว” เขาส่งสายตารันทดเล็กน้อยให้เจ
สายฟ้านั่งอยู่บนโซฟามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาวาววับในขณะที่เธอก้มลงทำความสะอาดแผล เขาชะโงกหัวลงมาใกล้เธอ รู้สึกว่าช่องว่างน้อยนิดระหว่างเขากับเธอนั้น มันมีอวลไอความอบอุ่นเจือจางอยู่ ท่าทางแบบนี้ของเธอ ทำให้เขาแอบยิ้มหวานกับตัวเอง“เสร็จแล้วค่ะ” พันดาวเงยหน้าขึ้นโป๊ก!“โอ๊ะ!” คนนั่งอยู่ข้างบนโดนหน้าผากเสยปลายคาง“อู้ย!” เจ้าของหน้าผากเจ็บนิดๆ “ขอโทษคะ” เมื่อเงยหน้าเห็นอีกฝ่ายหน้าหงาย พันดาวละล่ำละลักขอโทษส่วนสายฟ้ามึนไปเล็กน้อย “เออ พี่ดูเพลินไปเองล่ะ” เขาเอื้อมมือมาลูบหน้าฝากพันดาวเบาๆ ไปมา “ไม่โนหรอกใช่ไหม ”ใบหน้าของคมสันของหนุ่มแวมไพร์ที่อยู่ใกล้แค่คืบ ทำเอาหญิงสาวใจกระตุก จังหวะนั้นเธอรู้สึกหัวใจเต้นรัวขึ้น หญิงสาวขยับถอยออกมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ “ไม่เป็นไรค่ะ โดนนิดเดียว”เขาแอบเห็นแวววูบไหวในสายตาเธอ‘อืม! สัญญาณมา’ มีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่เขาคิดจะทำ‘บ้าเอ๊ย นี่เราอาการหนักขนาดต้องใช้แผนนี้เลยนะ’ แผนการที่น้องชายทั้งสองบอกว่า เหมาะกับเราสามคน นั่นคือ แผนชายงามพวกเขาสามพี่น้องโชคดีที่มีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนพ่อ ส่วนผสมบนใบหน้ามาจากพ่อนิดเดียวที่เหลือมาจากแม่ ทำให้คม





