Masukนิชมลหน้าเจื่อนและออกอาการงงๆ เล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าเลิศภพจะรู้จักกับอรนิดา ซึ่งดูท่าทางที่อรนิดาแสดงออกมานั้นก็พอเดาออกว่าคนทั้งคู่น่าจะมีความสัมพันธ์เกินกว่าคนรู้จักกันฉันมิตร
“อ้าว...อรมาได้ไง” เลิศภพเอ่ยถามแฟนสาว
“คิดถึง...ก็เลยแวะมาหาน่ะค่ะ อรกะว่าจะชวนพี่ภพไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน”
“พี่กำลังจะออกไปพอดีเลย อืม...อรครับ นี่นิชมลเป็นพยาบาลที่ทำงานอยู่ตึกเดียวกับพี่” เลิศภพเอ่ยแนะนำให้แฟนสาวรู้จักกับคนที่ตัวเองพามาตามประสาซื่อ โดยไม่รู้ว่าทั้งสองรู้จักกันมาก่อน
อรนิดาหันไปมองคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างอีกครั้ง ยิ่งได้มาเห็นด้วยตาตัวเองว่าผู้หญิงที่มาติดพันแฟนหนุ่มคือผู้หญิงที่เคยทำงานกลางคืนและเคยมีเรื่องกับเธอมาก่อนอย่างนิชมล หัวใจของคุณหนูไฮโซก็ยิ่งร้อนรุ่มดั่งมีไฟสุมอยู่ข้างในขึ้นอีกเป็นทวีคูณ
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะคุณ-อร-นิ-ดา” นิชมลเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อนด้วยการเน้นชื่ออย่างช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ
“อ้าว นี่รู้จักกันมาก่อนแล้วเหรอ?” เลิศภพเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
“รู้จักสิคะพี่ภพ” พยาบาลสาวจงใจปรายหางตาไปยั่วยุให้อรนิดาโกรธ เพราะดูออกว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังหึงหวงตนกับเลิศภพจนแทบคลั่ง “มลกับคุณอรนิดาเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันมาก่อน และเราเกือบจะเคยทำกิจกรรมร่วมกันด้วยนะคะ แต่พอดีมลขอถอนตัวมาก่อน เพราะรู้ว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับกิจกรรมอันทรงเกียรตินั้น”
“งั้นดีเลย...พี่จะได้ไม่ต้องแนะนำอะไรมาก ไปทานข้าวด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ”
อรนิดาทำหน้าง้ำงอเป็นจวักตักแกง เมื่อแฟนหนุ่มออกปากเช่นนั้น แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกอะไรมากเพราะกลัวเขาจะมองว่าตนใจแคบ
เลิศภพพาสองสาวไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวตามที่ได้ตกลงกับนิชมลไว้แต่แรก อรนิดานั่งข้างๆ เลิศภพเพื่อคอยเอาอกเอาใจแฟนหนุ่ม ส่วนนิชมลได้แต่นั่งรับประทานตามปกติในแบบฉบับของเธอ
“เดี๋ยวมลขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะพี่ภพ” นิชมลเอ่ยขึ้นเมื่อทานก๋วยเตี๋ยวหมดชาม
“ครับ”
“อรก็ขอตัวเหมือนกันนะคะ” อรนิดารีบหันไปบอกแฟนหนุ่ม พลางลุกเดินตามนิชมลไปยังห้องน้ำทันที
ขณะที่นิชมลกำลังยืนล้างมืออยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ อรนิดาก็ก้าวตามเข้ามา โดยที่มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกไว้แน่น พร้อมๆ กับมองสบตาอันมีลักษณะยากแก่การคาดเดาผ่านกระจกบานนั้นอย่างไม่เป็นมิตร
“เธอต้องการเท่าไหร่?”
“คุณกำลังจะซื้ออะไรจากดิฉันเหรอคะ...” นิชมลหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนถาม
“ฉันต้องการให้เธอเลิกยุ่งกับพี่ภพ” อรนิดาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาโทนต่ำ “ต้องการเท่าไหร่ก็ว่ามาเลย”
“อ๋อ...คุณกำลังจะใช้เงินซื้อพี่ภพนี่เอง” นิชมลยิ้มเยือนเมื่อเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายแจ่มแจ้งในตอนนั้น
“ฉันไม่ต้องการให้เธอยุ่งเกี่ยวกับคนรักของฉัน”
“แต่ฉันอยากยุ่งค่ะ และก็ไม่ต้องการเงินของคุณด้วย พี่ภพก็มีเงินเหมือนกัน ฉันขอจากพี่ภพเรื่อยๆ จะไม่ดีกว่าเหรอ” หญิงสาวแกล้งพูดไปอย่างนั้นเพราะต้องการยั่วยุให้อรนิดาได้โกรธ
“นี่เธอ!”
“จำได้ไหมคะที่ฉันเคยบอกว่าถ้ามีโอกาส ฉันจะเอาคืนคุณแน่ ตอนนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว ฉันคงไม่โง่ทิ้งมันไปง่ายๆ หรอกนะคะ มิหนำซ้ำยังได้ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างพี่ภพมาเป็นของแถมอีกด้วย งานนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ใครยอมรับเงินของคุณก็เสียสติเต็มทน”
นิชมลยักคิ้วเป็นเชิงยวนอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“หน้าด้านที่สุด!”
“ขอบคุณที่ชมค่ะ ขอตัวก่อนนะ ไม่อยากให้พี่ภพนั่งรอนาน”
พยาบาลสาวกระดกมุมปาก ยิ้มเรียบๆ ดุจนางพญา ก่อนจะเดินเฉิดฉายนวยนาดออกไปจากห้องน้ำ ในขณะที่อรนิดาแทบจะกรี๊ดออกมาด้วยความเจ็บใจเหลือแสน!
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หัวใจของอรนิดาก็ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุมอยู่ในอกเพราะกลัวจะถูกแย่งคนรัก ความคิดของเธอมักหมกมุ่นอยู่กับการกีดกันให้ผู้หญิงร้ายกาจอย่างนิชมลออกไปจากชีวิตของเลิศภพ
ในยามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ทั่วอาณาเขตของกรุงเทพมหานครถูกความมืดโรยตัวเข้ามาปกคลุม แต่ทว่าแสงสว่างจากไฟบนท้องถนนและตึกรามบ้านช่อง ก็ทำให้เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยความสว่างไสว สมกับเป็นนครราตรีที่ไม่เคยหลับใหล
รถเมอร์ซิเดสเบนซ์สปอร์ตสีแดงเพลิง วิ่งฉิวจากสนามบินมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังงาม บุรุษที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยของรถราคาหลายสิบล้านคันนั้นก็คือ ‘นายหัวอัคนี’ มหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มมุก และธุรกิจอัญมณีส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์
เขาเพิ่งกลับมาจากเกาะฟ้าพร่างดาว ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวเพื่อมาฉลองวันเกิดให้กับหลานรัก มือที่บังคับพวงมาลัยทำงานประสานกับเท้าที่เหยียบคันเร่งและแตะเบรกในขณะควบคุมรถ ดวงตาสีบรั่นดีซึ่งบดบังด้วยแว่นกันแดดสีชา เหลือบมองกล่องของขวัญบนเบาะข้างๆ พลางอมยิ้มเล็กน้อย เมื่อคิดว่าถ้าหลานสาวเปิดกล่องของขวัญแล้วเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน คงจะยิ้มร่าอย่างถูกใจเป็นแน่
อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา อัคนีก็หักพวงมาลัย นำพาหนะเข้าไปจอดยังโรงจอดรถภายในคฤหาสน์หรูโอ่อ่าซึ่งตั้งอยู่ในย่านใจกลางกรุง บ่งบอกถึงราคาอันแพงลิบลิ่วที่ใช้ในการก่อสร้าง ทัศนียภาพรอบๆ ถูกรายล้อมด้วยสวนหย่อมและลานน้ำพุ รวมถึงไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์
“คุณเพลิงมาแล้ว”
นมจิตซึ่งเป็นแม่นมวัยชราที่เลี้ยงดูอรนิดาตั้งแต่ยังแบเบาะ รีบเดินต้วมเตี้ยมออกมาต้อนรับผู้เป็นเจ้านายทันที
“แล้วอรล่ะครับนม”
“เก็บตัวอยู่ในห้องตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วค่ะ นมไปเรียกก็ไม่ยอมออกมา นี่ถ้ารู้ว่าคุณเพลิงมาถึงแล้วคงจะดีใจน่าดู”
“ปล่อยเขาพักผ่อนไปก่อนเถอะครับนม” อัคนีพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ “งานเลี้ยงคืนนี้จัดเตรียมเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหมครับ” เขาเอ่ยถามถึงงานวันเกิดของหลานสาวตนเองซึ่งตรงกับวันนี้
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวถ้าคุณหนูลงมาก็เริ่มงานได้เลย”
“ขอบคุณมากนะครับนม” อัคนีพูดแค่นั้นก็ก้าวขึ้นไปยังชั้นสองของตัวคฤหาสน์เพื่ออาบน้ำแต่งตัวใหม่ และรอที่จะเซอร์ไพรส์หลานสาวตามที่นัดไว้กับนมจิต
ภายในห้องนอนหรูหราซึ่งถูกตกแต่งด้วยโทนหวาน เต็มไปด้วยตุ๊กตายี่ห้อดังและของกุ๊กกิ๊กน่ารักที่ราคาแพงลิบลิ่วทุกชิ้น หากตอนนี้สีหน้าของผู้เป็นเจ้าของห้องกลับไม่ได้ร่าเริงเลยสักนิด อรนิดาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนฝาผนังครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมๆ กับที่กดโทรศัพท์หาเลิศภพหลายต่อหลายครั้ง แต่ปลายสายก็ไม่กดรับเลยสักที
“พี่ภพนะพี่ภพ...ทำไมไม่รับสายอร หรือมัวแต่ขลุกตัวอยู่กับยัยนิชมลจนลืมว่าวันนี้เป็นวันเกิดของอร พี่ภพใจร้าย ไม่รักอรแล้วหรือไง”
คุณหนูแห่งคฤหาสน์หลังงามพึมพำอย่างเสียใจระคนน้อยใจ หลังจากคิดว่าแฟนหนุ่มอาจจะกำลังระเริงรักอยู่กับพยาบาลสาวจนลืมวันเกิดของตน ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดจนน้ำตาไหลรินออกมาเต็มสองแก้ม
เพราะรักมากก็หวงมากและไม่อยากสูญเสียดังเช่นเหมือนครั้งยังเด็ก จึงใจจะขาดรอนๆ เมื่อรู้สึกว่ากำลังจะถูกแย่งคนรักไป...
งานแต่งงานระหว่าง ‘อัคนี’ และ ‘นิชมล’ ถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา คนที่มาร่วมงานเป็นเพียงคนในครอบครัวและคนสนิทเท่านั้นบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความเป็นกันเองและความชื่นมื่น เดวิดกับซาร่าบินตรงจากประเทศอังกฤษเพื่อมาร่วมงานของลูกสาวบุญธรรม เช่นเดียวกับพ่อและแม่ของนิชมลที่มาร่วมงานนี้ด้วย“แด๊ดกับมัมขอให้ลูกมีความสุขมากๆ นะแนนซี่” ซาร่ากล่าวอวยพร“ขอบคุณค่ะ มัมไม่โกรธใช่ไหมคะ ที่แนนซี่ไม่ได้อยู่ดูแลมัมแล้ว”“จะโกรธทำไมล่ะลูก ความสุขของแนนซี่กับพอลสำคัญที่สุด” ซาร่าตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง “เขาหล่อมากเลยนะแนนซี่”นิชมลยิ้มเขินๆ “ค่ะมัม”“ฉันฝากแนนซี่กับพอลด้วยนะคุณอัคนี” ซาร่าหันไปทางเจ้าบ่าว“ผมสัญญาด้วยชีวิตครับว่าจะดูแลทั้งสองคนให้ดีที่สุด” ชายหนุ่มยืนยันด้วยน้ำเสียงและแววตาที่หนักแน่น“ขอบคุณมากๆ”“ผมต่างหากที่ต้องพูดคำนี้ เพราะคุณซาร่ากับคุณเดวิดช่วยดูแลภรรยาและลูกชายของผมเป็นอย่างดี...” อัคนียกมือขึ้นไหว้สองสามีภรรยาชาวอังกฤษ“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เพราะแนนซี่คือลูกสาวของเราเหมือนกัน”การอวยพรของเดวิดและซาร่าจบลงด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็เป็นแขก
คืนนี้พระจันทร์ทรงกลดทอแสงอร่ามเรืองอยู่เหนือยอดมะพร้าวที่ไหวไปมาน้อยๆ ช่างแลดูงดงามยิ่งนัก ก่อนเข้านอนบรรยากาศนั้นเงียบสงบจนได้ยินเสียงร้องของหัวใจบอกว่ามีความสุขได้อย่างชัดเจนพอลหลับไปแล้วเพราะเหนื่อยล้าจากการเล่นสนุกสนานมาตลอดทั้งวัน นิชมลก้มลงจูบที่หน้าผากเล็กนั้นเบาๆ แล้วจึงเดินไปยืนชื่นชมความงามของธรรมชาติในยามค่ำคืนที่ริมหน้าต่างในขณะที่ร่างอรชรกำลังทอดมองอยู่นั้น ไออุ่นหวามๆ ของกายแกร่งก็ลอยล่องมาพร่างพรมเบียดแนบจากด้านหลัง ก่อนที่ลำแขนแข็งแรงจะสอดเข้ารวบเอวบาง พร้อมๆ กับปลายจมูกโด่งเป็นสันฝังลงที่ต้นคอขาวละมุน“อุ๊ย...” หญิงสาวอุทานเบาๆ เพราะไม่คิดว่าอัคนีจะเข้ามาในนี้“ทำไมยังไม่นอน หือ...” เสียงทุ้มกระซิบถามในขณะที่ยังคลอเคลียดอมดมอยู่กับพวงแก้มขาวอมชมพู“แล้วคุณล่ะคะ” เธอหันหน้ากลับมาถามเขาบ้าง “ทำไมถึงยังไม่นอน”“นอนไม่หลับ” เขาทำสายตาเจ้าชู้หรี่มอง “หาคนกล่อมนอนอยู่”“สงสัยจะชินกับการมีคนกล่อมนอนล่ะสิคะ”หญิงสาวมีอาการคอแข็งขึ้นมาฉับพลัน“ไม่เคยมีใครกล่อมสักที”“เชื่อได้แน่เหรอคะ ว่านายหัวอัคนีผู้ยิ่งใหญ่จะไม่เคยมีใครกล่อมนอน”“เชื่อได้สิครับ รักเมียคนเดียว ไม่เคยไปทำเ
อัคนีก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลในอีกสองสัปดาห์ต่อมา โดยมีวีไปรับแต่เช้ามืด ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับพระอาทิตย์ดวงโตกำลังจะโผล่พ้นขอบน้ำทะเลอันกว้างใหญ่ ขึ้นมาทักทายทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้เฉกเช่นเดียวกับทุกๆ วัน บรรยากาศธรรมชาติในตอนเช้านั้นช่างแลดูสดใสบริสุทธิ์ โอบล้อมด้วยสายลมแสงแดดและท้องทะเลสีคราม ทำให้ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดด้วยความดีใจ ที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งพร้อมกับคนที่เขารักทั้งสองคนเมื่อสองวันก่อน นิชมลได้สั่งให้ป้าแจ๋วจัดห้องให้อัคนีบนเรือนหลังใหญ่เช่นเดิม ส่วนเธอย้ายไปอยู่อีกห้องกับลูกชาย“คุณพักห้องนี้เหมือนเดิมนะคะ…” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยเมื่อประคองเขาขึ้นมาถึงห้อง แล้วพาไปนั่งลงบนเตียงกว้างซึ่งเคยเป็นเตียงของเขา“แล้วคุณล่ะมล”“มลก็กลับไปอยู่ห้องเดิมของมลสิคะ”“ทำไมไม่อยู่ห้องเดียวกันล่ะครับ” เสียงทุ้มถามอ้อนๆ ด้วยแววตากรุ้มกริ่ม“ได้ไงกันคะ” หญิงสาวค้อนอย่างน่ารัก “มลก็ขาดทุนแย่สิแบบนั้น”“ถ้างั้นเรารีบแต่งงานกันเถอะนะมล ผมเหงา ไม่อยากอยู่คนเดียว”นิชมลเบ้ปากคล้ายกับจะยิ้ม “เมื่อก่อนก็อยู่ได้นี่นา ไม่เห็นจะบ่นแบบนี้เลย”“อยู่ได้แต่ทรมานน่าดู...” สีหน้าเขาเคร่งเ
ไพลิณีย์มาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมอาการของอัคนี ครั้นพอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นนิชมลยืนอยู่ข้างๆ เตียงชายหนุ่ม ไพลิณีย์จึงมีสีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย“คุณนิชมล...”“สวัสดีค่ะคุณลิน” นิชมลเอ่ยทักทายพร้อมกับยิ้มให้ราวกับไม่ได้โกรธเคืองกันมาก่อน“คุณสบายดีนะคะ”“มลสบายดีค่ะ และก็อยากจะขอโทษคุณลินเรื่องที่...” นิชมลกำลังจะขยับปากพูด“อย่าพูดถึงมันเลยค่ะคุณนิชมล เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว เอาเป็นว่าลินให้อภัยค่ะ จากนี้ไปเรามาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดีกว่านะคะ ความจริงที่เรื่องเป็นแบบนี้ก็เพราะเพลิงไม่เคยรักลินเลยต่างหากล่ะคะ”“ขอบคุณมากนะคะคุณลิน”ไพลิณีย์ยิ้มละไม ก่อนจะเข้าไปกอดนิชมลอย่างอบอุ่น อัคนีมองภาพนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เขาดีใจที่คนที่เขารักทุกคนต่างให้อภัยซึ่งกันและกัน“ว่าแต่จะแต่งงานกันเมื่อไรเหรอคะ ลินจะได้เตรียมตัดชุด” ไพลิณีย์หันไปถามคนป่วยบ้าง“แล้วแต่มลเขาน่ะครับลิน” นายหัวหนุ่มยื่นมือของตัวเองไปจับมือเรียวเล็กของนิชมลแบบเอาใจ พร้อมทั้งขยิบตาข้างเดียวยิบๆ อย่างยวนยั่ว“ว่าไงคะคุณมล”“มลขอตัวไปดูพอลก่อนนะคะ ไม่รู้ไปเล่นซนอยู่ที่ไหน” นิชมลเดินหนีอย่างเขินๆ ปล่อยให้ไพลิณีย์และอัคนีมองตาม
จากนั้นสารวัตรสัญญาและตำรวจร้อยเวรอีกนายก็ลากลับ บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง นิชมลกำลังจะขยับหนีไปนั่งที่โซฟาตัวยาว แต่กลับถูกมือหนารั้งไว้เสียก่อน“จะไปไหนครับที่รัก”“มลจะไปนั่งตรงโน้นค่ะ” หญิงสาวบุ้ยปากไปที่โซฟาตัวยาว“นั่งนี่ก็ได้” คนป่วยออดอ้อน ทำตาวิบวับ“มลไม่ได้ไปไหนนี่คะ”“อยากให้อยู่ใกล้ๆ ขอกอดหน่อยนะ ไม่ได้กอดตั้งนาน”“ไหนว่าไม่อยากแตะต้องมลไงคะ” เธอแขวะให้จนได้“ก็ตอนนั้นคนมันหึงนี่ คิดว่ามลมีคนอื่น แล้วยังทำท่ารังเกียจผมอีกต่างหาก”“แล้วรู้ได้ยังไงว่ามลไม่มีคนอื่น”“รู้สิ...เพราะมลตัวสั่นมากตอนที่ถูกผมเมกเลิฟ...” ชายหนุ่มกระเซ้าเสียงแหบพร่า พลางมองหน้าคนถามด้วยแววตากรุ้มกริ่มนิชมลหน้าแดงแปร๊ดอีกระลอก เผลอใช้กำปั้นทุบที่หน้าอกเขาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อัคนีรู้สึกเจ็บปวดอะไร ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างแสนรักใคร่ โดยนึกอยากจะหายไวๆ และพาเธอกระโจนขึ้นเตียงให้สมกับที่โหยหามานานแสนนาน“มลจ๋า...”“ขา...” หญิงสาวขานรับเสียงหวาน“คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนผมนะ”“ถ้ามลอยู่กับคุณแล้วลูกล่ะคะ” นิชมลตกอยู่ในสภาวะของคนที่ห่วงหน้าพะวงหลัง“อืม...นั่นสิ”ในขณะที่ทั้งสองกำลังขบคิดอยู่น
“บางทีมลอาจจะต้องขอบคุณคุณอรนะคะ เพราะการจากไปครั้งนั้นทำให้มลได้เจอสิ่งดีๆ ในชีวิตหลายอย่าง” นิชมลบอกยิ้มๆ“หลานของอรชื่ออะไรคะ” อรนิดาถามต่อ ความหนักอึ้งที่แบกอยู่ในใจมานานตอนนี้เบาโหวงเมื่อได้รับการให้อภัยจากหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า“ชื่อพอลค่ะ”“พอล...” หญิงสาวบุ้ยปาก ทำท่าครุ่นคิด “คล้องจองกับเพลิงจังเลย”“เอ่อ...” นิชมลอึกอักด้วยความขัดเขิน เพราะไม่คิดว่าอรนิดาจะทันสังเกตว่าเธอจงใจตั้งชื่อนี้ให้ลูกก็เพราะคิดถึงเขา...นายหัวอัคนีที่รัก“ให้อภัยอาเพลิงได้ไหมมล ความจริงแล้วอาเพลิงรักมลมากและไม่รู้เรื่องใดๆ ด้วยเลย อาเพลิงอาจจะผิดที่จับมลมาทารุณ แต่อาเพลิงก็หลงรักมลเข้าจริงๆ ตั้งแต่ที่มลจากไป อาเพลิงก็เศร้ามาก ไม่เป็นอันทำการทำงานจนทุกอย่างพังทลายลงเหมือนอย่างที่มลเห็นนี่แหละ” อรนิดาง้อนิชมลแทนอาของตนอีกแรง โดยไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งนิชมลและอัคนีปรับความเข้าใจกันแล้วหรือยัง...นิชมลไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มอย่างเดียว แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้อรนิดายิ้มออกมาได้บ้าง อรนิดาสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้เธอจะรักคนรอบข้างให้มากกว่าที่รักตัวเอง“อรอยากเห็นหน้าพอลจัง”“ตอนนี้พอลอยู่ที่โรงแรม







