Home / รักโบราณ / จิวอิงภรรยาพลิกชะตา / ภรรยาผู้เปลี่ยนไป

Share

ภรรยาผู้เปลี่ยนไป

last update publish date: 2026-09-05 12:17:02

“จริงหรือเจ้าคะ! ฟางเอ๋อร์เข้าใจแล้วเจ้าค่ะต่อไปนี้ฟางเอ๋อร์จะไม่สงสัยในความรักของท่านแม่อีกต่อไปแล้ว” เด็กน้อยลู่ฟางเอ่ยกับพี่สะใภ้ของตนอย่างสดใสพร้อมทั้งเผยรอยยิ้มน่ารักออกมา

“แต่ว่านะ นอกจากท่านแม่ของเจ้าแล้วก็ยังคงมี่อีกสามคนที่รักและห่วงใยเจ้าอยู่เสมอมาเจ้ารู้หรือไม่”

“หือ….พี่ใหญ่กับพี่รองใช่หรือไม่เจ้าคะ” เด็กน้อยลู่ฟางเอ่ยตอบ

“ใช่แล้วจ๊ะ เพียงแต่ว่าเจ้านั้นกลับลืมพี่สะใภ้คนสวยผู้นี้ไปเสียแล้วถึงได้ไม่เอ่ยถึงเช่นนี้ เฮ้ออช่างน่าน้อยใจยิ่ง” จิวอิงแกล้งทำสีหน้าเสียอกเสียใจส่งไปให้กับเด็กสาวตรงหน้าพร้อมทั้งมองพิจารณาร่างเล็กตรงหน้าไปด้วย เดิมทีเด็กสาวลู่ฟางนั้นควรที่จะมีร่างกายที่โตตามอายุ 12 หนาว

แต่ว่าเนื่องจากเด็กสาวนั้นถูกเลี้ยงดูมาให้อดมื้อกินมื้อแถมยังถูกใช้งานมาตั้งแต่เด็กๆ จึงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจนน่าจะกลายเป็นโรคขาดสารอาหารไปแล้วร่างกายถึงได้ผอมแห้งจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกเช่นนี้ ไหนจะผิวที่แห้งกร้านกับเส้นผมชี้ฟูอย่างไร้การดูแลเช่นนี้ ยิ่งมองเธอก็ยิ่งรู้สึกสงสารและเจ็บปวดใจไปด้วยจนต้องเมินหน้าไปมองด้านข้างเพื่อซ้อนแววตาวูบไหวเอาไว้ก่อนที่จะสัญญากับตนเองในใจว่า ‘ข้าจะต้องขุนฟางเอ๋อร์ให้กลายเป็นเด็กสาวอวบอ้วนให้จงได้’

“นี้ก็ยามยามซื่อแล้วพวกเราก็กลับกันเถิด ส่วนเรื่องเสื้อผ้าพวกนั้นในเมื่อบุตรสาวของนางเป็นคนทำลายก็ปล่อยให้นางรับผิดชอบเอาเองเถิด พวกเรากลับไปทานอาหารกันดีกว่า เสร็จแล้วพี่สะใภ้จะพาเจ้าขึ้นเขาไปหาผักป่าดีหรือไม่” จิวอิงกล่าวกับน้องสามีของตนก่อนที่จะเอื้อมมือบางไปกอบกุมมือเล็กจากนั้นจึงได้ออกเดินนำไปด้านหน้าทันที

“ตะ..แต่ว่า….” ลู่ฟางที่กำลังจะเอ่ยขัดก็เป็นอันต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงท้องไปหลังจากที่ร่างงามด้านหน้าได้หยุดเดินแล้วหันกลับมาส่งสายตายิ้มๆ ที่มองแล้วช่างน่ากลัวยิ่งนักมาให้ และเมื่อจิวอิงเห็นว่าฟางเอ๋อร์น้อยเลิกเอ่ยขัดตนเองแล้วนั้นก็หันกลับไปออกเดินต่ออีกครั้ง

ทางด้านลู่เฟิงและลู่ชิงเองในตอนนี้ต่างก็ร้อนใจเมื่อภรรยาและน้องน้อยของตนหายออกไปจากบ้านนานแล้วแถมยังไร้วี่แววว่าจะกลับมาอีกจึงได้คิดที่จะออกไปตามหาทั้งสองแต่เพียงแค่เปิดประตูบ้านออกก็พบเข้ากับเงาร่างของคนทั้งสองที่พวกเขากำลังเป็นห่วงจับจูงกันเดินเข้ามาก่อนจะหยุดลงที่หน้าของชายหนุ่มจากนั้นภรรยาคนงามของเขาก็เอ่ยถามขึ้น

“ท่านพี่กับชิงเอ๋อร์จะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ”

“ขะ..พี่เพียงกลับมาบ้านแล้วไม่เจอพวกเจ้าทั้งสองอีกทั้งพวกเจ้าก็หายปนานจึงได้เป็นห่วงก็เลยว่าจะออกไปตามหาแต่ว่าพวกเจ้าก็กลับมาพอดีหน่ะ” ลู่เฟิงกล่าวอธิบายให้กับภรรยาของตนฟังด้วยท่าทางเก้อเขินเล็กน้อย

“อ่า….ทำให้ท่านพี่เป็นห่วงแล้ว ข้าต้องขอโทษท่านพี่ด้วยนะเจ้าคะ” จิวอิงเอ่ยขอโทษแก่สามีของเธอพร้อมทั้งเผยรอยยิ้มสดใสไปให้อีกฝ่าย จนลู่เฟิงที่ไม่ทันตั้งตัวนั้นถูกรอยยิ้มสดใสของผู้เป็นภรรยากระแทกเข้าอย่างจังถึงกับมึนงงกันไปเลยทีเดียว หลังจากตั้งสติได้เขาจึงรีบเอ่ยกับทุกคนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า

“อะ..อืม พวกเจ้ากลับมาก็ดีแล้วนี้ก็สายมากแล้วรีบไปทานข้าวกันเถิด หลังจากทานข้าวเสร็จพี่กับชิงเอ๋อร์จะขึ้นเขาไปหาของป่าเสียหน่อย ถ้าเกิดโชคเข้าข้างเราก็อาจจะได้สมุนไพรหรือผักป่าไปขายก็เป็นได้”

“เจ้าค่ะ เพียงแต่ว่าข้ากับฟางเอ๋อร์ขอไปกับพวกท่านด้วยนะเจ้าคะ” จิวอิงเอ่ยบอกกับสามีของตน

“หืม…..พวกเจ้าอยากจะไปด้วยรึ แต่ว่าในป่านั้นช่างอันตรายยิ่งนัก พี่ว่าพวกเจ้าอยู่ที่บ้านรอพวกพี่ไม่ดีกว่าหรือ”

“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะไปด้วยถ้าท่านพี่ไม่ให้ข้าไปกับท่านเช่นนั้นข้าจะไปเองก็แล้วกันเจ้าค่ะ” จิวอิงเอ่ยอย่างดื้อรั้น

“จะ..เจ้า! เฮ้ออเช่นนั้นก็ตามใจเจ้า” ลู่เฟิงกล่าวกับภรรยาที่แสนดื้อรั้นของตนอย่างยอมแพ้

“เย้ ~ ท่านพี่น่ารักที่สุดเลยยย” จิวอิงเอ่ยกับชายหนุ่มพร้อมทั้งลืมตัวสวมกอดและจุ๊บที่แก้มสากของชายหนุ่มไปทีนึงก่อนที่จะผละออกมาแล้วเดินจากไปโดยไม่ได้สนใจอีกสามชีวิตที่ตอนนี้ทั้งสามคนต่างก็มีสีหน้าตื่นตะลึงไปกับการกระทำของเธอเมื่อครู่ ยิ่งกับชายหนุ่มที่ตอนนี้นั้นใบหน้าของเขานั้นได้เปลี่ยนเป็นสีแดงไปทั้งหน้าแล้ว

“O.O!!”

“นะ..นี้พี่สะใภ้ช่างเป็นคนที่น่าเลื่อมใสยิ่งนัก พี่ใหญ่เห็นด้วยหรือไม่ขอรับ 555” ลู่ชิงกล่าวทิ้งทายกับพี่ชายของตนก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่สวนหลังบ้านทันที

“ชะ…ช่างเป็นสตรีที่น่าตายยิ่งนัก!” ลู่เฟิงกล่าวอย่างทำสิ่งใดไม่ได้จากนั้นจึงได้เดินไปที่หลังบ้านเพื่อเตรียมข้าวของเช่นกัน

หลังจากที่ทุกคนเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นก็ได้พากันออกเดินทางไปยังภูเขาหลังบ้านทันทีและเนื่องจากบ้านของพวกเขาทั้งสี่นั้นอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควรแถมหลังบ้านยังติดกับตีนเขาด้วยแล้วนั้นใช้เวลาเดินทางไม่นานทั้งสี่คนก็มาถึงตีนเขาที่จะไปเก็บของป่าแล้ว จากนั้นทั้งสี่ก็พากันเดินขึ้นเขาด้วยท่าทีสบายๆ

ซึ่งตลอดเวลาที่เดินขึ้นเขามานั้นจิวอิงก็ได้มองสำรวจไปรอบๆ เพื่อมองหาสิ่งที่คิดว่าสามารถนำมาทำอาหารได้ตามความรู้ที่เธอเคยไปศึกษามาบ้างที่โลกเดิมนั้นเอง ซึ่งตอนที่เธอยังมีชีวิตที่โลกก่อนนั้นคุณตาของเธอชอบทานอาหารเป็นอย่างมากเธอจึงได้ไปลงเรียนด้านอาหารมาแทบจะทุกประเทศ ทั้งอาหารไทย จีน เกาหลีและญี่ปุ่น

เพื่อที่จะทำให้คุณตาของเธอได้ทานรวมถึงด้านต่าง ๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นด้านการต่อสู้ ด้านวิชาการ และด้านที่เธอชอบและถนัดที่สุดคือด้านการบริหารงานนั้นเอง แต่เมื่อคุณตาของเธอเสียไปแล้วนั้นเธอจึงได้แยกตัวออกมาสร้างบ้านเป็นของตนเองและใช้ชีวิตตามแบบที่เธอต้องการ ส่วนอีกด้านที่เธอถนัดที่สุดก็เห็นจะเป็นการวาดภาพที่เธอนั้นชอบที่สุดแต่พอมาอยู่ที่แห่งนี้แล้วนั้นเกรงว่าคงจะไม่มีโอกาสได้วาดอีกแล้วเป็นแน่

******************************************************************************************************

> ยามซื่อ คือ 09.00 – 10.59 น.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ใกล้ชิด

    ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ของวันต่อมาพวกจิวอิงก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทางเข้าเมือง โดยวันนี้พวกเขาทั้งสี่คนนั้นต่างก็สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่พึ่งได้รับมาใหม่ที่ตัดจากผ้าไหมชั้นดีโดยที่จิวอิงกับโจวฟางมาในชุดสีชมพูไล่สีจากอ่อนลงไปจนเข้ม ส่วนโจวเฟิงและโจวชิงเองก็มาในชุดสีน้ำเงินเข้มทั้งชุดเช่นกัน ช่างเป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ในสายตาของเหล่าชาวบ้านที่พบเห็นยิ่งนักโดยในวันนี้จิวอิงเลือกที่จะพาพวกเด็กๆ นั่งเกวียนวัวเข้าไปภายในตัวเมืองตงหลิงซึ่งเด็กทั้งสองคนเองก็ดูจะตื่นเต้นกับวันนี้เป็นอย่างมากและเมื่อเกวียนวัวจอดลงที่หน้าประตูเมืองนั้นคนทั้งหมดก็ได้ลงจากเกวียนก่อนที่จิวอิงจะจ่ายค่าเกวียนให้กับคนขับไป 8 อีแปะเพราะค่าเกวียนนั้นหัวละ 2 อีแปะต่อคนหลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังโรงรับจำนำหวังหรงทันทีและเมื่อทั้งสี่คนมาถึงหน้าโรงรับจำนำกลับพบว่ามีชายชราท่านหนึ่งกำลังยืนรอพวกเธออยู่ที่หน้าร้านอยู่ก่อนแล้ว เมื่อชายชราเห็นทั้งสี่คนเดินใกล้เข้ามาแล้วนั้นเขาก็รีบเดินออกไปต้อนรับคนทั้งสี่ตามคำสั่งของนายท่านรองทันที“สวัสดีทุกท่านขอรับ ข้าน้อยเยว่เฉินเป็นข้ารับใช้คนสนิทของนายท่านรองหวังเหล่

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ของขวัญ

    หลังจากที่จิวอิงพูดคุยธุระกับท่านตาหยางจงเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเธอก็ได้เดินกลับไปยังบ้านของตนเองเพื่อจะปรึกษากับโจวเฟิงถึงเรื่องที่เธอจะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองเพื่อสำรวจดูที่ดินและความเป็นอยู่ของชาวเมืองตงหลิงแห่งนี้ ซึ่งเมื่อหญิงสาวนั้นเดินมาถึงหน้าบ้านของเธอก็พบเข้ากับหวงหนิงที่เดินถือห่อผ้าขนาดใหญ่สามห่อมาเต็มไม้เต็มมือจนแทบจะมองทางไม่เห็นเลยก็ว่าได้เมื่อหญิงสาวเห็นแบบนั้นเธอจึงรีบเดินเข้าไปหยิบห่อผ้าใบที่ใหญ่ที่สุดนั้นมาถือเอาไว้เองพร้อมทั้งทักทายอีกฝ่ายไป“หนิงเอ๋อร์สวัสดีจ๊ะ วันนี้ท่านป้าให้นำผ้ามาส่งให้พี่สาวเช่นนั้นรึ”“ใช่แล้วเจ้าค่ะพี่สาวอิงอิง แล้วนี้ท่านพึ่งจะกลับมาหรือเจ้าคะ” เด็กสาวเอ่ยตอบอย่างอ่อนหวาน“ใช่จ๊ะพอดีพี่ออกไปตรวจดูงานก่อสร้างบ้านหลังใหม่ตรงที่ดินตรงหน้าหมู่บ้านน่ะ”“อ๋า……..ที่ดินตรงที่มีกำแพงสูงนั้นเป็นของพี่สาวหรอกหรือเจ้าคะ”“จ๊ะ เอ้าอย่ามัวแต่ยืนตากแดดอยู่ตรงนี้เลยพวกเราเข้าบ้านกันก่อนเถิด เดี๋ยวพี่ให้ขนมทาน” หญิงสาวเอ่ยบอกกับเด็กสาวก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปภายในบ้านเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาถึงโถงรับรองของบ้านจิวอิงก็บอกให้หวงหนิงนั่งรอตรงนี้สักครู่จากนั้นจ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   อดีต

    ตั้งแต่ที่จิวอิงนั้นได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้ก็มีเรื่องราวมากมายเข้ามาให้เธอต้องจัดการไม่หยุดหย่อนจนในที่สุดวันที่แสนสงบสุขของเธอก็ได้สัมผัสกับมันแล้ว ซึ่งวันนี้หญิงสาวนั้นขอตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้านโดยที่ทั้งสามคนพี่น้องนั้นต่างก็ออกไปดูงานก่อสร้างบ้านใหม่ตรงหน้าหมู่บ้าน เธอจึงมีเวลาอยู่กับตนเองมากขึ้นดังนั้นในตอนนี้เธอจึงกำลังนอนใช้ความคิดนึกถึงเรื่องราวความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างคนเดิมโดยเริ่มเรียบเรียงตั้งแต่ที่เธอเห็นความทรงจำที่จิวอิงคนเดิมนั้นอายุได้ 8 หนาวเธอก็ถูกบิดาและมารดาพาออกเดินทางรอนแรมมาจนถึงหมู่บ้านป่าไผ่แห่งนี้ก่อนที่ท่านทั้งสองจะตัดสินใจลงหลักปักฐาน ณ หมู่บ้านป่าไผ่ พวกท่านพ่อท่านแม่ก็เริ่มซื้อที่ดินพร้อมทั้งปลูกบ้านแห่งนี้ขึ้นมาด้วยเงินก้อนสุดท้ายและหลังจากนั้นพวกท่านทั้งสองต่างก็พากันออกไปหางานทำในเมืองจนได้งานรายได้ของครอบครัวจึงได้เริ่มดีขึ้นเนื่องจากทั้งสองนั้นต่างก็เป็นคนรู้หนังสือจึงหางานทำไม่ยากมาก ทั้งสามคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตกันมาอย่างเรียบง่ายมาโดยตลอดจนจิวอิงอายุได้ 14 หนาวนั้นเองในเย็นวันนั้นระหว่างที่เธอกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าบ้านเพื่อรอบิดามารดากลับมาจากทำงานแ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ลุงหลานพร้อมหน้า

    คล้อยหลังจากที่พวกจิวอิงกลับไปแล้วนั้น พวกชาวบ้านเองต่างก็แยกย้ายกันไปแต่กลับมีร่างบางของเซียนเยว่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมทั้งมือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นด้วยไฟอิจฉาริษยาและเคียดแค้นชิงชังที่คนที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มนั้นมันควรจะเป็นเธอไม่ใช่หญิงแพศยาที่กำพร้าพ่อแม่อย่างนังจิวอิงนั้น ยิ่งในตอนนี้ชายหนุ่มนั้นได้กลายเป็นหลานชายคนโตของคนตระกูลใหญ่แล้วนั้น เซียนเยว่ก็ยิ่งโกรธแค้นจิวอิงมากขึ้นไปอีกจนเธอนั้นแทบอยากจะทำลายหญิงสาวให้ย่อยยับและให้เป็นที่อับอายของคนทั่วทั้งเมืองไปเลยยิ่งดี และเมื่อคิดมาถึงตรงนี้จากใบหน้าที่บิดเบี้ยวก็กลายเป็นรอยยิ้มหวานที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาปรากฏขึ้นมาแทนที่โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่อาจนึกได้ว่าภาพลักษณ์ของตนในตอนนี้นั้นคล้ายกับนางปีศาจที่กำลังจะล่าเหยื่อไม่มีผิดก่อนที่หญิงสาวจะหมุนกายเดินกลับไปยังบ้านของตนเองทันทีส่วนทางด้านของจิวอิงเองจู่ๆ ตัวเธอก็รู้สึกหนาวๆ เย็นๆ บริเวณด้านหลังอย่างไม่ทราบสาเหตุเพียงแต่เธอก็รีบส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านของตนเองทิ้งไปแล้วหันไปมองหน้าโจวเฟิงที่เดินเคียงข้างมาด้วยกันอย่างพิจารณา ซึ่งชายหนุ่มเองเมื่อสัมผัสได้ถ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ชาติกำเนิดที่แท้จริง

    “เจ้า! ที่เจ้าพูดมาเมื่อครู่นี้หมายความว่าเช่นไรกัน” นางหม่าซือเอ่ยถามอย่างมึนงง รวมไปถึงเหล่าชาวบ้านเองก็เช่นกัน“ข้าก็หมายความตามที่พูด ท่านพ่อของข้านั้นได้ตายจากใจของข้าไปตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไปแล้ว ส่วนชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของข้าก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าเพียงเท่านั้น” โจวเฟิงกล่าวอย่างเย็นชา“หึ! ข้าไม่น่าเลี้ยงดูพวกตัวซวยอย่างพวกเจ้าสามพี่น้องให้เติบโตมาเลยจริงๆ ถ้าข้ารู้ว่าโตมาพวกเจ้าจะเณรคุณเช่นนี้ข้าคงเอาขี้เถ้ายัดปากพวกเจ้าให้ตายไปตั้งแต่เกิดแล้ว” ลู่หมิงเองหลังจากที่ได้ฟังคำของอดีตบุตรชายก็เกิดไฟโทสะขึ้นจนเอ่ยคำพวกนั้นออกไป“ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านก็ควรจะคิดได้ตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะไปล่อลวงท่านแม่นะขอรับ ท่านควรจะมีจิตสำนึกและซื่อสัตย์ต่อนางหม่าซือภรรยาคนแรกของท่าน มิใช่ยังไปทำนิสัยมักมากกับหญิงสาวที่แสนดีอย่างท่านแม่ของข้าจนทำให้ข้าต้องเกิดมาแค่นั้นยังไม่พอท่านยังหลอกให้ท่านแม่หนีตามท่านมาแล้วตัดขาดจากบ้านเดิมเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ท่านแม่นั้นทั้งรัก ซื่อสัตย์ เอาใจใส่ดูแลท่านเป็นอย่างดีแต่สิ่งที่ท่านตอบแทนท่านแม่ก็คือความจริงที่แสนจะเจ็บปวดอย่างนั้นรึขอรับ”“ท่านคงคิดสินะว่าไม่มีใครรู้ถึงคว

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ความจริง

    “นะ…..นั้นเจ้าเอ่ยวาจาเหลวไหลอันใดกันอีก พวกชาวบ้านต่างก็เห็นกันไปทั่วว่าลูกทั้งสองของข้านั้นต่างก็มีสภาพเช่นใดตอนกลับมาจากบ้านของเจ้า” นางหม่าซือเอ่ยขัดจิวอิงด้วยเสียงตะกุกตะกัก“หึ! พูดมาแบบนี้ก็แสดงว่าท่านยอมรับแล้วงั้นสิว่าลูกทั้งสองของท่านไปที่บ้านของข้าจริง งั้นท่านช่วยอธิบายให้ข้ากับพวกท่านลุงท่านป้าทั้งหลายฟังหน่อยเถิดว่าไปที่บ้านของข้าทำไมกัน ในเมื่อพวกเราก็แยกบ้านกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่น่าจะมีสิ่งใดให้ต้องไปมาหาสู่กันเลยมิใช่รึ” หญิงสาวเอ่ยถามยาวเหยียดโดยไม่ให้สองแม่ลูกสามารถเอ่ยโต้แย้งสิ่งใดได้“กะ..ก็…..”“ก็อะไร ท่านจะบอกว่าอย่างน้อยๆ พวกเราก็เคยเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างนั้นรึ ช่างน่าขันสิ้นดีคนในหมู่บ้านแห่งนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่ท่านปฏิบัติต่อพวกเราทั้งสี่คนกันเช่นไร แล้วอีกอย่างพวกท่านจะเชื่อเพียงสิ่งที่ท่านเห็นเช่นนั้นรึแล้วสิ่งที่ท่านไม่เห็นแต่มันคือความจริงเล่าพวกท่านจะทำเช่นใด” จิวอิงเอ่ยขัดนางหม่าซือก่อนที่นางจะได้เอ่ยตอบพร้อมทั้งหันไปเอ่ยถามกับเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ในตอนนี้อย่างต้องการชี้แจง“แล้วตกลงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมันคืออย่างไรกันแน่ เจ้าก็พ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status