แชร์

ขึ้นเขาครั้งแรก

ผู้เขียน: ซินเสวี่ย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-05 12:18:16

หลังจากเดินมาได้ซักพักจิวอิงก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยและร้อนจนทั่วทั้งใบหน้าและตัวนั้นเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผมและแผ่นหลังเต็มไปหมด ซึ่งอาการและท่าทางที่หญิงสาวแสดงออกมานั้นล้วนตกอยู่ในสายตาของลู่เฟิงทั้งสิ้นชายหนุ่มจึงได้เอ่ยบอกกับทั้งสามคนทันทีเนื่องจากน้องทั้งสองของตนเองนันก็เริ่มไม่ไหวแล้วเช่นกัน

“ข้างหน้ามีลำธารอยู่พวกเราไปหยุดพักกันที่นั้นก่อนก็แล้วกัน อีกอย่างนี้ก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้วเช่นกัน”

“ขอรับ / เจ้าค่ะ” ทั้งสามคนที่เริ่มจะเดินต่อไปไม่ไหวแล้วจึงได้รีบเอ่ยตอบรับอย่างดีใจ จากนั้นทั้งสี่คนจึงได้เดินต่อไปไม่ไกลเมื่อถึงลำธารจึงได้พากันหยุดพักทานข้าวเที่ยงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ ลำธารทันที

เมื่อจิวอิงทานข้าวเที่ยงซึ่งก็คือแผ่นแป้งแห้งๆ คนละแผ่นเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเธอจึงเดินไปล้างมือที่ลำธารข้างๆ แต่ในระหว่างที่เธอก้มหน้าลงไปมองยังผืนน้ำนั้นก็ถึงกับตกตะลึงกับเงาภาพสะท้อนที่ปรากฏขึ้นมาในน้ำทันที ต้องบอกก่อนว่าตั้งแต่ที่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนี้และรับรู้ความทรงจำต่าง ๆ นั้นเธอล้วนไม่เคยเห็นใบหน้าที่ชัดเจนของร่างนี้เลยจนมาในตอนนี้ภาพที่เธอเห็นก็คือ หญิงสาวร่างบอบบางที่มีใบหน้าเล็กหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมใสกระจ่างสีน้ำตาลเข้ม แผงขนตางอนยาวรับกับดวงตา จมูกเล็กๆ เชิดขึ้นอย่างคนดื้อรั้นรับกับปากกระจับสีแดงแบบผลอิงเถา

ปล่อยผมหน้าม้าและรวบผมขึ้นครึ่งศีรษะก่อนจะปล่อยผมยาวสีดำสลวยที่เหลือทิ้งลงไปตามแผ่นหลังบอบบาง สวมใส่ชุดสีฟ้าอ่อนๆ ที่ตอนนี้สีนั้นซีดเสียจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นสีเดิมนั้นเป็นสีอะไรกันแน่ผิวสีขาวอมชมพูที่มีรอยกระดำกระด่างจากการขาดการดูแลและตากแดด จนเมื่อจิวอิงได้สำรวจตัวเองจนพอใจแล้วนั้นเธอจึงได้กวาดสายตามองไปรอบๆ ลำธารที่น้ำนั้นใสเสียยิ่งกว่าน้ำกรองที่โลกเดิมเสียอีกเพื่อมองหาสิ่งที่คิดว่าสามารถนำมาทำเป็นอาหารประทังชีวิตได้

และก็เหมือนกับว่าท่านเทพจะเมตตาเธอจึงได้มีเหล่าปลาที่ตัวอวบอ้วนกำลังดำผุดดำว่ายไปมาอย่างไม่เกรงกลัวมนุษย์เช่นนี้ เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงได้หันไปถามเอาความจากสามีและน้องสามีที่ได้มาแบบฟรี 1 แถม 2 ทันที

“ท่านพี่เจ้าคะ ทำไมปลาในลำธารถึงมีมากมายเช่นนี้กันละ หรือว่าที่แห่งนี้ไม่ทานปลากันอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

“หืม…ปลาพวกนั้นนะรึ ก็เคยมีคนนำไปทำอาหารอยู่เหมือนกันเพียงแต่ว่าไม่ว่าจะนำไปทำสิ่งใดมันก็ไม่อร่อย แถมยังมีกลิ่นคาวยิ่งนักและบางตัวยังขมอีกต่างหากนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีใครนำมันไปทำอาหาร และอีกเหตุผลก็คือปลาพวกนี้ช่างว่องไวเสียจนพวกชาวบ้านเองก็ยังจับพวกมันไม่ทันน่ะ”

“แต่ที่ภัตตาคารในตัวเมืองก็มีเมนูปลาอยู่บ้างเพียงแต่ก็เป็นเพียงเมนูน้ำแกงปลาเท่านั้น เจ้าถามทำไมรึ” หลังจากที่ลู่เฟิงเอ่ยอธิบายแบบร่ายยาวให้กับภรรยาสาวของเขาฟังจบจึงได้เอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย

“คะ…คือ…จะพูดอย่างไรดีเล่า ถ้าข้าจะบอกว่าข้าสามารถทำอาหารจากปลาพวกนั้นท่านจะเชื่อหรือไม่ แล้วก็ข้ามีอีกเรื่องที่อยากจะบอกกล่าวกับท่านและน้องๆ ด้วย คือว่านะ…..”

“ว่า……..” สามพี่น้องลู่ต่างก็เอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน

“คือว่าในตอนที่ข้าถูกผลักตกน้ำเมื่อวันก่อนนั้นในระหว่างที่ข้าหมดสติไปนั้น ข้าฝันเจ้าค่ะ ข้าฝันว่าได้มีชายชราคนนึงพาข้าไปยังโลกอีกแห่งหนึ่งที่มีทั้งดูแล้วเจริยกว่ายุคที่เราอยู่ตอนนี้มาก ข้าอยู่ที่นั้นได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายและหนึ่งในนั้นก็คือการทำอาหารเจ้าค่ะ ดังนั้นข้าจึงบอกว่าข้าสามารถทำเมนูอาหารปลาออกมาได้หลากหลายเพียงแต่ว่าต้องใช้วัตถุดิบร่วมด้วยเจ้าค่ะ”

“………..” หลังจากที่จิวอิงกล่าวจบก็ได้เกิดความเงียบขึ้นกับทั้งสามพี่น้องแซ่ลู่จนจิวอิงเริ่มรู้สึกใจแกว่งไปเล็กน้อยพร้อมทั้งคิดในใจว่า ‘เอาแล้วไงพวกเขาจะหาว่าเราบ้าหรือว่าผีเข้าไหมว่ะเนี้ย แล้วแบบนี้จะต้องถูกหมอผีมาสาดน้ำไล่ป่าวแว๊ หรือว่าจะจับเราไปเผาทั้งเป็นแบบในนิยายที่เคยอ่านมาป่าวว่ะ แง่งงงงคุณตาคะช่วยนิด้วยยยย’

“อะ….เอ่อคือ..พวกท่านไม่ต้องเชื่อข้าก็ได้นะเจ้าคะเอาไว้รอดูข้าจะทำให้ดูแบบชัดๆ ก็ได้เจ้าค่ะ ตะ..แต่ว่าข้าก็ยังคงเป็นข้านะเจ้าคะไม่ใช่มีภูตผีมาสิงอะไรแบบนั้นนะเจ้าคะ พวกท่านสบายใจได้เจ้าค่ะ” จิวอิงรีบเอ่ยกับทั้งสามคนด้วยความรีบร้อนด้วยเกรงว่าทั้งสามจะคิดไปในทางที่ดูจะอันตรายต่อชีวิตของเธอ

“อะ…อื้มต่อให้เจ้าจะเปลี่ยนไปหรือเป็นเช่นเดิมพวกข้าทั้งสามก็ยังคงพร้อมที่จะยืนเคียงข้างเจ้าเสมอและตลอดไปเพราะพวกเรานั้นตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” ลู่เฟิงเอ่ยขึ้นเมื่อคืนสติมาหลังจากที่เขาตกใจกับสิ่งที่ภรรยาสาวเอ่ยปากเล่าเรื่องเหลือเชื่อให้ตนกับน้องๆ ฟังอย่างจริงใจไม่ปิดบังทั้งที่นางเองก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากบอกเรื่องเหล่านี้เลยก็ย่อมได้ แต่ว่านางกลับเลือกที่จะเอ่ยมันออกมาให้พวกเขาได้รับรู้นั้นจึงยิ่งเพิ่มความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้กับเธอเพิ่มขึ้นไปอีกนิด

“ใช่แล้วขอรับ / เจ้าค่ะ” สองพี่น้องลู่ชิงลู่ฟางเองก็รีบเอ่ยสัมทับพี่ใหญ่ของพวกเขาเช่นกัน

“ขอบคุณท่านพี่แล้วก็พวกเจ้าทั้งสองคนด้วยนะ พี่สัญญาว่าพวกเราจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน” จิวอิงกล่าวกับเด็กทั้งสองด้วยสายตาจริงจัง

“เพียงแต่ว่าตอนนี้ข้าอยากจะได้ปลาพวกนี้กลับไปด้วย ท่านพี่พอจะจับปลาพวกนี้ให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”

“อ่า…เรื่องเพียงแค่นี้เอง เจ้าต้องการกี่ตัวกันเดี๋ยวพี่จับให้”

“ข้าอยากได้สามสี่ตัวเจ้าค่ะ แล้วบนเขานี้มีตะไคร้หรือไม่เจ้าคะ”

“ตะ….อะไรนะเจ้าคะ” ลูฟางเอ่ยถามถึงสิ่งที่ตนเองพึ่งได้ยินชื่อที่แปลกๆ

“อ้อข้าหมายถึง เซียงยู่ น่ะ ที่นี่พอจะมีหรือไม่ แล้วก็ผักพวก ชง ซ้วนโถว ล่าเจียว ที่นี้พอจะมีไหม” จิวอิงเอ่ยถามในสิ่งที่ตามหา

“เซียงยู่กับล่าเจียวคือสิ่งใดกัน พี่ไม่เคยได้ยินแต่ถ้าเป็น ชง ซ้วนโถว นั้นก็มีอยู่มันขึ้นอยู่ข้างๆ ลำธารหลังบ้านของเรา” ลูเฟิงเอ่ยตอบภรรยาสาวของเขา

“อ๋า….เซียงยู่มันจะมีลักษณะเป็นกอๆ ใบเรียวยาวผิวสากๆ เจ้าค่ะและมีกลิ่นหอมสามารถนำมาทำเป็นที่ไล่ยุงได้ ส่วนล่าเจียวนั้นจะเป็นผลสีเขียวและสีแดงมีรสชาติแสบร้อนเจ้าค่ะ” จิวอิงเอ่ยอธิบายลักษณะคร้าวๆ ให้ทั้งสามคนฟังจากนั้นลู่ชิงจึงได้เอ่ยขึ้น

“ข้าเคยพบผักที่มีลักษณะตามที่พี่สะใภ้กล่าวมาเพียงแต่ว่าข้าไม่มั่นใจว่ามันจะใช่อันเดียวกันกับที่ท่านต้องการหรือไม่ขอรับ”

“งั้นเจ้าพาพี่ไปดูได้หรือไม่ชิงเอ๋อร์”

“ได้ขอรับ” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบพี่สะใภ้ของตน

“เช่นนั้นข้ากับชิงเอ๋อร์จะไปดูผักส่วนท่านพี่กับฟางเอ๋อร์ก็อยู่จับปลาที่นี้รอนะเจ้าคะ แยกกันทำงานจะได้เสร็จเร็วๆ พวกเราจะได้กลับบ้านกันไม่มืดค่ำเจ้าค่ะ” กล่าวจบจิวอิงก็เดินไปจูงมือของลู่ชิงแล้วออกเดินไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอคำอนุญาตจากผู้เป็นสามีแม้แต่น้อย

******************************************************************************************************

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   หวังลี่อิง

    จิวอิงใช้เวลาในการทำอาหารทั้งสามอย่างราว ๆ ครึ่งชั่วยามเธอก็บอกให้พนักงานร้านที่ช่วยจัดเตรียมสิ่งของเอาไว้ให้นั้นยกจานอาหารออกมาก่อนที่เธอจะยกถ้วยของหวานตามออกมาอีกที เพียงแต่พนักงานยังเดินมาไม่ถึงโต๊ะที่บุรุษทั้งสามนั่งอยู่กลิ่นหอมของอาหารในจานนั้นก็ลอยมาก่อนแล้ว แถมภายในร้านตอนนี้เองก็มีลูกค้าที่มาทานอาหารกันอยู่มากและเมื่อลูกค้าโต๊ะอื่นได้กลิ่นอาหารที่จิวอิงเป็นคนทำต่างก็รีบมองหาที่มาของกลิ่นหอมไปทั่วทั้งร้านจนสายตาของพวกเขาได้หยุดลงที่พนักงานร้านที่ทำหน้าที่ถือถาดอาหารเดินมุ่งตรงไปยังโต๊ะของบุรุษต่างวัยทั้งสามคนพวกเขาต่างก็นึกสนใจในและจินตนาการถึงรสชาติอาหารภายใต้กลิ่นหอมน่าทานทั้งสามจานนั้นจนน้ำลายแทบจะหกเต็มโต๊ะอยู่แล้วไม่ต่างกันกับที่บุรุษต่างวัยทั้งสามคนเองก็มีอาการคล้ายคลึงกับลูกค้าคนอื่น ๆ ที่พอได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาน้ำย่อยในกระเพาะของพวกเขาก็เริ่มที่จะทำงานทันที และยิ่งพวกเขาได้เห็นหน้าตาของอาหารทั้งสามจานแล้วนั้นท้องของทุกคนต่างก็ส่งเสียงร้องดังแข่งกันอย่างไม่มีใครยอมใคร หลังจากที่อาหารทั้งสามอย่างถูกวางลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่จิวอิงเดินถือถาดข

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   โปรโมชั่น3 แถม 1

    จากนั้นทั้งสองต่างก็พากันทานอาหารไปอย่างเงียบๆ จะมีก็เพียงแต่จิวอิงที่ในระหว่างที่ทานเธอก็จะทำการจดบันทึกข้อเสียของอาหารแต่ละชามไปด้วยอย่างเคยชิน ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยและได้นั่งพักย่อยอาหารไม่นานหญิงสาวก็ได้เรียกให้พนักงานนั้นมาเก็บเงินค่าอาหารของวันนี้ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะจ่ายเงินอยู่นั้นเอง หวังเหล่ยและชายวัยกลางคนอีกหนึ่งคนก็ได้เดินตรงมายังโต๊ะที่ทั้งคู่นั่งอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัวจิวอิงและโจวเฟิงจึงได้ลุกขึ้นเพื่อทำความเคารพคนทั้งคู่“อ่า คารวะท่านลุงหวังเจ้าค่ะ / คารวะท่านลุงหวังขอรับ”“555 ไม่ต้องเกรงใจ ลุกขึ้นเถิดพอดีเมื่อครู่ลุงกำลังจะเดินผ่านชั้นนี้ขึ้นไปเพียงแต่เห็นพวกเจ้าก่อนเลยแวะมาทักทาย อ้อแล้วก็นี้ นายท่านหวังเหว่ยเจ้าของโรงรับจำนำและภัตตาคารหวังหรงแห่งนี้ แล้วก็ยังเป็นพี่ชายของลุงอีกด้วย ส่วนเด็กสองคนนี้คือ จิวอิงกับโจวเฟิงคนที่ข้าเอ่ยให้ท่านฟังอย่างไรเล่า” หวังเหล่ยหันไปกล่าวแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน“คารวะนายท่านหวังเจ้าค่ะ / ขอรับ” จิวอิงและโจวเฟิงเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม“อืม…..พวกเจ้าตามสบายเถิด แล้วนี้ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วรึ”

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ภัตตาคารหวังหรง

    หลังจากที่จิวอิงและโจวเฟิงออกมาจากโรงรับจำนำหวังหรงแล้วนั้นหญิงสาวก็ได้ส่งถุงเงินไปให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันทีพร้อมทั้งเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม“ท่านพี่เก็บไว้ให้ดีนะเจ้าคะนี้คือเงินก้อนของครอบครัวเรา”“อะ…อิงเอ๋อร์เจ้าเก็บเอาไว้เองเถิดนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการขายสมบัติชิ้นสุดท้ายของเจ้า” ชายหนุ่มกล่าวปฏิเสธหญิงสาวอย่างรู้สึกผิดและเกรงใจอีกฝ่าย“เฮ้อ……ท่านพี่เจ้าคะระหว่างเรายังต้องมีสิ่งใดให้คิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้อีกหรือเจ้าคะ หรือว่าท่านเองมองข้าว่าเป็นตนอื่นไม่ใช่ครอบครัวของท่านกัน ชีวิตนี้ของข้าก็มีเพียงแค่ท่านกับน้องๆ เท่านั้นที่ถือว่าเป็นตนในครอบครัวของข้า หรือว่าข้าเพียงคิดแบบนี้อยู่ฝ่ายเดียวกัน” หญิงสาวแสร้งทำเป็นเอ่ยตัดพ้อชายหนุ่มพร้อมทำหน้าเศร้าโศกจนชายหนุ่มทนไม่ไหวรีบเอ่ยกลับภรรยาอย่างขอโทษ“อิงเอ๋อร์ เป็นพี่ที่คิดน้อยเกินไปเจ้าอย่าได้เสียใจไปพี่ขอโทษต่อไปนี้พี่จะไม่ทำเช่นนี้อีก เจ้าว่าดีหรือไม่”“ดียิ่งเจ้าคะเช่นนั้นท่านก็รับเงินนี้ไปเถิดข้าหิวแล้วอยากลองทานอาหารที่เหลาอาหารดูบ้างท่านพอจะรู้จักที่อร่อย ๆ หรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวยิ้มเต็มใบหน้าเอ่ยตอบชายหนุ่มไปพลางเอ่ยบ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   เงินก้อนแรก

    หลังจากที่พนักงานส่งจิวอิงและโจวเฟิงเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นก็ได้เดินออกไปจากห้องปล่อยให้ทั้งสองยืนมองหน้ากันไปมาอย่างมึนงงก่อนที่เสียงของใครคนหนึ่งจะดังขึ้นมา“เข้ามานั่งก่อนสิ” จบคำร่างของชายวัยกลางคนที่อายุน่าจะราว ๆ 45 ปีก็โผล่ขึ้นมาจากใต้โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องจนทำเอาจิวอิงแอบสะดุ้งด้วยความตกใจเล็กน้อย“สวัสดีเจ้าค่ะท่าน…………” จิวอิงกล่าวทักทายชายตรงหน้าพร้อมทั้งคารวะอีกฝ่ายอย่างมีมารยาทหวังเหล่ย ผู้ประเมินราคาประจำโรงรับจำนำแห่งนี้ หรืออีกตำแหน่งก็คือน้องชายของเจ้าของโรงรับจำนำแห่งนี้นั้นเอง ซึ่งเจ้าของโรงรับจำนำแห่งนี้ก็คือ นายท่านหวังเหว่ย คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหวังที่ถือว่าเป็นโรงรับจำนำที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นเยี่ยนแห่งนี้แล้วยังเป็นตระกูลพี่ค้าที่รวยที่สุดในแคว้นและสาขายย่อยเองก็กระจายไปทั่วทั้งในแคว้นและนอกแคว้นดังนั้นนายท่านหวังเหล่ยจึงเป็นบุคคลที่ทั้งขุนนางน้อยใหญ่รวมไปถึงตระกูลพ่อค้าต่างให้ความยำเกรง แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังต้องไว้หน้านายท่านหวังเหว่ยอยู่ไม่น้อยแต่เหตุผลที่คนเหล่านั้นเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่านอกจากนายท่านหวังเหว่ยจะเป็นเจ้าของโรงรับจำนำที่ใหญ่ที่สุดและมีสาข

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   เข้าเมืองครั้งแรก

    ผ่านมาแล้ว 3 วันที่จิวอิงได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านของเธอซึ่งตลอดสามวันที่ผ่านมานั้นเธอได้สำรวจดูที่ดินว่างอยู่ 3 หมู่จนทั่วและได้ให้สามีพร้อมทั้งน้องๆ ช่วยกันพลิกหน้าดินตากแดดเอาไว้ตั้งแต่วันที่สองที่มาอยู่ ส่วนเธอเองก็ยุ่งๆ อยู่กับเรื่องการจัดการบ้านและวางแผนเตรียมตัวเพื่อที่จะเข้าไปในตัวเมืองของวันนี้ซึ่งเธอเองก็ได้ปรึกษากับสามีของเธอจนสามารถเดินทางเข้าเมืองในวันนี้ได้นั้นเองแต่ว่าก่อนหน้านี้หนึ่งวันนั้นเธอได้ทำการเข้าไปภายในมิติเพื่อทำการคัดลอกสูตรการทำอาหารมา 2-3 อย่าง จากนั้นเธอจึงได้ไปยังห้องเก็บสมบัติเพื่อตรวจดูว่ามีของมีค่าชิ้นไหนที่สามารถนำไปขายได้โดยไม่เป็นที่น่าสงสัยจนเกินไป และเธอก็เจอเข้ากับทองคำแท่งที่ดูเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายแต่มูลค่าก็ถือว่าแพงพอตัวอยู่เช่นกันในโลกก่อนเพียงแต่ว่าในโลกนี้เธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันจะมีค่ามากน้อยเพียงใดหลังจากที่จิวอิงเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยดีแล้วนั้นเธอก็ได้เดินออกจากห้องนอนไปยังหน้าบ้านที่ตอนนี้ได้มีร่างหนาของผู้เป็นสามียืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ระยะสายตาของชายหนุ่มก็ได้หันหน้ากลับมามองดูเธอก่อนจะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   บ้านใหม่

    ใช้เวลาไม่นานทั้งสี่คนก็ได้เดินมาถึงบ้านของจิวอิงซึ่งในสายตาของเธอนั้นบ้านหลังนี้ของเธอดูจะน่าอยู่มากกว่าไอ้กระท่อมหลังนั้นเป็นไหนๆ เพราะบ้านของเธอนั้นตอนที่บิดามารดายังมีชีวิตอยู่นั้นครอบครัวของเธอก็ถือว่ามีเงินอยู่บ้างจากการที่ท่านทั้งสองนั้นเคยอาศัยอยู่ในตัวเมืองเพียงแต่พอพวกท่านได้ให้กำเนิดเธอแล้วนั้นก็พากันย้ายมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ดังนั้นบ้านของเธอจึงถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีจากอิฐหลังคามุงกระเบื้องตัวบ้านนั้นเป็นชั้นเดียวภายในมีสามห้องที่สร้างติดกันส่วนตรงกลางนั้นเป็นโถงบ้าน ส่วนครัวกับห้องน้ำนั้นสร้างออกมาตรงด้านข้างฝั่งซ้ายของบ้านและที่ดีสุดก็คือพวกท่านได้สร้างคนมาขุดบ่อน้ำเอาไว้ข้างๆ อีกด้วยเมื่อมองดูแล้วจิวอิงก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ ‘แล้วทำไมไม่มาอยู่ที่นี้ตั้งแต่แรกกันบ้านเธอนั้นดูดีกว่าและเรียกว่าดีมากเลยทำไมต้องไปทนอาศัยอยู่กระท่อมน้อยๆ กันด้วยนะ’ และพอทนความสงสัยของตนเองไม่ไหวเธอจึงได้เอ่ยถามสามีออกไป“ท่านพี่บ้านของข้าออกจะหลังใหญ่และน่าอยู่กว่าเหตุใดท่านไม่พาพวกเรามาอยู่ที่นี้ตั้งแต่แรกกันเจ้าคะ”“อ้อ นั้นก็เพราะว่าพี่ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับเจ้าหรือให้พวกชาวบ้านว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status