تسجيل الدخول“ตอนนี้คุณยังไม่ต้องคิดอะไรนะคะ รักษาตัวเองให้หายดีก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
“คุณพอจะบอกผมได้ไหมครับว่าผมเป็นใคร” เขาเอ่ยถาม
“ฉันก็ไม่รู้ค่ะ” ลินลดาจำต้องพูดโกหกออกไป
“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นใคร”
“คุณโดนแก๊งอิทธิพลมืดตามล่าค่ะ คุณคงทำความผิดอะไรสักอย่าง ทางที่ดี ตอนนี้คุณต้องเก็บตัวให้เงียบที่สุด”
“ผม...”
“เชื่อฉันสิคะ รักษาตัวให้หายเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ฉันจะช่วยคุณเอง คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ทั้งเรื่องที่จะฟื้นฟูความทรงจำของคุณ ทั้งเรื่องที่คุณถูกตามล่า”
“คุณชื่ออะไรครับ ทำไมคุณถึงดีกับผมจัง”
“ฉันชื่อลินลดาค่ะ เรียกดาเฉยๆ ก็ได้”
“ครับคุณดา แล้วผมไม่รู้ว่าตัวเองชื่ออะไร” เขามีสีหน้าเป็นกังวล
“งั้นฉันเรียกคุณว่าพัฒน์ดีไหมคะ”
“ทำไมเรียกชื่อนี้ล่ะคะ”
“คุณหน้าเหมือนเพื่อนคนนึงของฉันน่ะค่ะ โอเคนะคะ ฉันเรียกคุณว่าคุณพัฒน์”
“ครับคุณดา”
“คุณอยากทานอะไรหรือเปล่าคะ ฉันจะจัดการให้”
“ผมไม่ค่อยหิวครับ”
“งั้นคุณคงอยากพักผ่อน นอนเถอะค่ะ ฉันไม่กวนแล้ว ฉันจะนั่งอยู่ด้านโน้น ถ้าคุณมีอะไรก็เรียกฉันแล้วกันนะคะ”
“ขอบคุณครับ” ลินลดาเดินไปนั่งมุมห้อง เธอยิ้มให้เขา ในขณะที่คนความจำเสื่อมเอาแต่นอนมองเพดานด้วยความกังวล เขาจำตัวเองไม่ได้ จำอะไรไม่ได้สักอย่าง จำไม่ได้แม้แต่ชื่อ จิตใจของเขากังวล มึนงงสับสนไปหมด
แพรดาวเผลอหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อได้สบตาคมเข้มของเดรกที่โต๊ะอาหาร เขากำลังนั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว เด็กสาวเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ทำเป็นไม่แคร์กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น คราแรกอยากจะหนีหน้าเขา ไม่ลงมาทานอาหารด้วย แต่ก็กลัวจะโดนหาว่าขี้ขลาดตาขาว เธอเลยต้องเชิดหน้าทำเหมือนไม่แคร์เขา
“ระวังคอเคล็ดนะ” เดรกพูดลอยๆ
“เอ๊ะ!” เธอสะบัดค้อนเมื่อเห็นเขาว่าเธอ
“หิวแล้วนะ ให้ผู้ใหญ่รอไม่ดีนะ”
“อยากรอเอง” เธอทำปากยื่น ก่อนจะนั่งลงใกล้ๆ กับเขา
“ต้องรอสิ เพราะเธอเป็นคนสำคัญนี่นา” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เธอเบี่ยงหลบ แก้มแดง ทำตาดุใส่เขา แต่เดรกไม่มีท่าทีหวาดกลัว แต่แววตาพราวระยับที่ได้แกล้งคน
“หน้าแดงทำไม คิดอะไรกับพี่อยู่หรือเปล่า”
“เปล่าสักหน่อย ชิ! แพรไปสำคัญอะไรกับพี่เดรกตั้งแต่ตอนไหน”
“เธอเป็นว่าที่เจ้าสาวของพี่ ก็ต้องสำคัญสิ”
“ทำเหมือนเค้าอยากจะแต่งงานกับตัวเองงั้นแหละ” เธอเชิดหน้าใส่
“อยากไม่อยากก็ได้แต่งแน่ๆ แหละ มัมหาฤกษ์ให้แล้ว” แม่ของเขาเป็นคนไทย คุณยายก็เป็นคนไทย จึงถือเรื่องฤกษ์ยาม
“มัดมือชกชัดๆ”
“กินเยอะๆ นะ กอดแล้วมีแต่กระดูก”
“ใครอยากให้กอดกันเล่า”
“แต่งงานแล้วได้กอดแน่ๆ”
“อย่าเอาเรื่องแต่งงานมาขู่กันนะ”
“แต่งแล้วก็ได้กอดจริงๆ นี่นา”
“ทำไมต้องแต่งด้วย”
“แต่งงานกับพี่มันลำบากใจนักหรือไง”
“ใช่ค่ะ แต่งงานนะคะ ไม่ใช่เล่นขายของ”
“อย่างที่บอก เธอแต่งงานกับพี่เธอจะปลอดภัย พี่จะปกป้องดูแลเธอเอง และพี่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอได้”
“แค่นี้เองเหรอคะ” แพรดาวเอ่ยถามเสียงจริงจัง
“ใช่ แล้วยังมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม
“ช่างเถอะค่ะ แต่แพรมีเงื่อนไขในการแต่งงานครั้งนี้ ถ้าพี่เดรกไม่รับปาก แพรก็จะไม่แต่งค่ะ” เธอพูดจริงจังกว่าเดิม เดรกพอจะรู้นิสัยของแพรดาวอยู่บ้าง ว่าเธอเป็นคนเด็ดเดี่ยวแค่ไหน
“เงื่อนไขอะไร”
“แพรขอให้การแต่งงานของเราเป็นแค่ในนาม พี่เดรกต้องสัญญาว่าห้ามล่วงเกินแพรเด็ดขาด”
“ก็ได้ ถ้าเธอต้องการแบบนั้น พี่ก็จะไม่บังคับใจเธอ แต่ถ้าเธอสมยอม...”
“ไม่มีทางค่ะ” เธอรีบปฏิเสธทันควัน
“รู้สึกจะมั่นใจเสียจริงนะ” เขาเลิกคิ้วขึ้น
“มั่นใจสิคะ”
“สาวๆ ติดพี่กันทั้งนั้น”
“เสน่ห์แรงจริงๆ นะคะ แต่ไม่ใช่กับแพร” เธอย่นจมูกใส่เขา เดรกบีบจมูกอย่างเอ็นดูแกมหยอกล้อ
“ไม่ต้องมาบีบจมูกแพรเลย” เธอปัดมือเขาออก
“ดูจะมั่นใจเหลือเกินนะ ถ้าหลงเสน่ห์พี่ขึ้นมา อย่ามาร้องไห้แล้วกัน”
“ร้องไห้ทำไมคะ” เธอถามอย่างงุนงง
“ร้องให้พี่ปล้ำทุกคืนไง” พูดแล้วหัวเราะขำหน้าตาแตกตื่นของเธอ
“บ้า!” เธอเหวใส่หน้าแดงจัด
“กินข้าวเถอะ วันนี้พี่ให้เค้าทำอาหารเยอะแยะเลย ปลอบใจที่เพิ่งผ่านเรื่องหน้าสิ่วหน้าขวานมา”
“คุณลุงกับคุณป้าล่ะคะ”
“มัมกับแด๊ดต้องเดินทางต่ออีก จะกลับมาอีกทีอาทิตย์หน้า”
“ได้คุยกันแค่แป๊บเดียวเอง คุณลุงกับคุณป้าดูงานยุ่งนะคะ”
“ไม่ใช่เท่าแต่แด๊ดกับมัมนะที่งานยุ่ง ลูกชายก็งานยุ่งเหมือนกัน อยากหาเมียมาช่วยนวด มาให้กอด ยกน้ำเย็นๆ มาให้ดื่มเหมือนกัน” เดรกอ้อน
“แหวะ! อย่ามาทำเป็นพูดดีไปค่ะ มีสาวๆ นวดตัวให้ ยกน้ำให้ดื่มออกเยอะแยะไป”
“รู้ได้ยังไง”
“พี่เดรกเจ้าชู้จะตายไป”
“ตอนนั้นโสด แต่ถ้ามีเมียจะเลิกเจ้าชู้”
“แพรหิวแล้วค่ะ” พูดไปพูดมาวกกลับมาที่เธอทุกทีเชียว เลยต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง
“กินเยอะๆ นะ จะได้โตเร็วๆ” เขาตักอาหารให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ แต่แพรไม่ใช่เด็กนะคะ จะได้โตเร็วๆ มีแต่ออกข้างค่ะ”
“อะไรคือออกข้าง”
“อ้วนไงคะ พี่เดรกนี่ตามไม่ทันจริงๆ เหรอแกล้งคะ”
“ไม่ทันจริงๆ ศัพท์วัยรุ่นเกินไป”
“อ้อ... ลืมไป พี่เดรกแก่แล้ว”
“อะไรกัน พี่อายุยังไม่ถึงสามสิบนะ มาหาว่าแก่ได้ไง”
“นี่ยังไม่ถึงสามสิบเหรอคะ หน้าตานี่ไปสี่สิบแล้วนะคะ”
“โอ๊ย!” แพรดาวลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ เมื่อโดนดีดหน้าผากเข้าให้
“พูดว่าแก่อีกคำจะจับจูบให้ปากบวม”
“คำก็จูบสองคำก็จูบ ชอบใช้กำลังรังแกผู้หญิง แล้วมาดีดหน้าผากแพรทำไม เดี๋ยวก็เป็นรอยหรอก”
“ดีดหน้าผากยายเด็กปากเสีย หาว่าพี่แก่ พี่อายุห่างกับเธอไม่กี่ปีเอง เดี๋ยวเถอะ” เดรกเข่นเขี้ยว แพรดาวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หันไปตักอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อย
พอทานอาหารเสร็จเธอก็รีบออกมาหาสุนัขตัวโปรดทันที พอเห็นหน้าเจ้าบิวตี้เธอก็นึกถึงพี่ชายขึ้นมา สีหน้ายิ้มแย้มในคราแรกหมองลงถนัดตา ป่านนี้พี่ชายของเธอจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้
“เจ้าบิวตี้ เราต้องตามหาพี่พัฒน์ให้เจอ” เธอลูบศีรษะของมันไปมา อยากพามันขึ้นไปนอนบนห้องด้วย แต่เดรกไม่อนุญาต เธอเลยต้องจำใจให้มันนอนที่พักที่เดรกให้คนจัดหาให้ แต่ดูแล้วเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ที่พักของเจ้าบิวตี้ออกจะดีกว่าที่บ้านตอนอยู่กับเธอด้วยซ้ำ
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดช่วยคุ้มครองพี่พัฒน์ด้วยเถิด” เธอยกมือขึ้นท่วมหัว
“ฉันสัญญาแล้วไงว่าจะช่วยตามหา” เสียงของเดรกทำให้แพรดาวหันกลับไปมอง เขามานั่งลงที่สนามหญ้าใกล้ๆ กับเธอ แพรดาวมองเดรกตรงๆ เมื่อก่อนเธอเกลียดขี้หน้าเขาที่สุด แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนที่คอยช่วยเหลือเธอไปเสียทุกอย่างเช่นนี้
“เดี๋ยวจะพาไปทำเรื่องดรอปเรียน”
“แพรต้องเรียนจบช้าไปอีกเหรอคะนี่” เธอไม่อยากดรอปเรียน แต่อยากเรียนจบเร็วๆ
“มันจำเป็น จัดการเรื่องเรียนเรียบร้อยเธอก็พักกับพี่แบนี้แหละ ปลอดภัยที่สุด”
“แพรอยากไปเรียนจัง”
“อดทนอีกนิด เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ชีวิตสำคัญกว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ยังไงก็ต้องได้เรียนแน่นอน”
“ค่ะ” เธอรับคำอย่างยอมจำนน
การอยู่ร่วมบ้านกับเดรกไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนักหรอก หากเขาจะไม่ยียวนกวนประสาทเธอแบบนี้ ข่าวคราวของพี่ชายเงียบหาย แต่หัวใจของเธอกลับสั่นระรัวไปด้วยความหวั่นไหวกับเพื่อนของพี่ชาย เดรกช่างหยอด ช่างแหย่และช่างแกล้ง แต่ทำไมก็ไม่รู้ ความรู้สึกเมื่อก่อนที่เกลียดขี้หน้าเขาจับใจ เมื่อโดนเขาว่า เขาแดกดัน กลับเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
“ถึงไม่ได้เกียรตินิยม แต่พี่กับพี่พัฒน์ภูมิใจในตัวน้องแพรมากๆ เลยนะคะ” ลินลดาจับมือน้องสามีมากุมเอาไว้“ขอบคุณนะคะพี่ดา” แพรดาวกล่าวขอบคุณพี่สะใภ้คนสวยจากใจจริง เธอดีใจเหลือเกินที่พี่ชายมีผู้หญิงดีๆ เฉลียวฉลาดอย่างลินลดาเคียงข้าง ต่อไปนี้ชีวิตของพี่ชายเธอก็จะมีแต่ความสุข“เดรกอยู่ไหนล่ะนี่ ทำไมมาช้ากว่าคนอื่น” รัชวินทร์เอ่ยขึ้น“นั่นรถใครเหรอคะ สีเหลืองเชียว” แก้วกัลยาหันไปมอง ก่อนที่ร่างสูงของเดรกจะลงมาจากรถสปอร์ตป้ายแดง“พี่เดรก ซื้อรถใหม่เหรอคะ” แพรดาวเอ่ยถาม สงสัยที่มาช้าเพราะอยากจะขับรถคันใหม่มารับเธอแหงๆ สามีของเธอนี่เวอร์ตลอด แพรดาวคิดแล้วยิ้มขำ“ของแพรต่างหากล่ะ เซอร์ไพร้ส์...” เดรกยื่นกุญแจรถให้ภรรยาสาว แพรดาวถึงกับหันไปมองหน้าทุกคน ไม่คิดว่าเดรกจะซื้อของขวัญวันรับปริญญาให้เธอเป็นรถยนต์“รับไปสิครับ”“ขอบคุณมากๆ นะคะ”“วันนี้จะให้แพรขับพาพี่กับลูกๆ ไปฉลองกับคนอื่นๆ”“กล้านั่งรถที่แพรขับเหรอคะ” เธอหัวเราะคิกๆ จำได้ว่าเดรกสอนให้เธอขับรถอยู่ไม่กี่วันก็ตัดใจส่งเธอไปเรียนขับรถที่โรงเรียนสอนขับรถ เพราะเธอขับรถได้หวาดเสียวจนเขาไม่กล้านั่งข้างๆ แต่ตอนไปเรียน เขาก็ไปนั่งอยู่เบาะหลังเป
“แน่ะ! เจ้าลูกชายคนนี้นิ๊” ดวงดาวค้อนให้ลูกชาย“ป้อนหน่อยคนดี” เดรกออดอ้อนภรรยาอยู่บนเตียง“มือกับปากไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ” ลินลดาแหย่“อยากให้เมียป้อนนี่นา” เดรกไม่สน จะให้แพรดาวป้อนท่าเดียว“อ้าปากสิคะ แพรเต็มใจป้อน”“น่ารักจริงๆ” เดรกจับมือภรรยาเอาไว้ ขณะรับแอปเปิ้ลเข้าปาก ได้ยินเสียงแซวของคนรอบข้างแต่เขาไม่สน แพรดาวนั่นแหละเขินอายจนแทบม้วน เอากับเขาสิ ชอบออดอ้อนออกสื่ออยู่เรื่อยเลย แต่เธอก็ชอบให้เขาออดอ้อนแบบนี้มากกว่าหาเรื่องอีกนะ...บทส่งท้าย“แต่งงานกับพี่นะครับ พี่รักแพร”ประโยคสั้นๆ มีความหมายยิ่งใหญ่สำหรับเธอเหลือเกิน เดรกคุกเข่าขอเธอแต่งงานท่ามกลางสวนดอกไม้ส่งกลิ่นหอมละมุนละไม ทั้งๆ ที่แต่งงานกันไปแล้ว แต่ครั้งก่อนโน้นเหมือนตกกะไดพลอยโจนหรือเป็นเพราะทุกอย่างเร่งรีบจนไม่ทันได้ตั้งตัวแต่ครั้งนี้มันอบอุ่นอ่อนหวานและหัวใจสองดวงก็พร้อมแล้วสำหรับการแต่งงานจริงๆ แค่เขาคุกเข่าขอเธอแต่งงาน เธอก็น้ำตาซึมเหมือนเด็กขี้แย เขากอดเธอเอาไว้ และคำมั่นสัญญาที่ซื่อสัตย์มั่นคงงานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่บ้านของคุณตาและคุณยายอีกครั้ง รอบนี้ช่างเป็นงานแต่งงานในฝัน ยังกับเทพนิยาย ดอกกุหลาบสีขาวถ
“ในเมื่อเข้าใจกันแล้วก็อย่างอนมากแล้วกัน” ชัชวินทร์แซวพี่ชาย“งั้นพวกเรากลับก่อนนะ นายคงอยากอยู่กับเมีย” รัชวินทร์เอ่ยขอตัวเพราะคิดว่าพิพัฒน์คงมีเรื่องจะคุยกับเดรกเป็นการส่วนตัว“เออๆๆ” เดรกพยักหน้าให้พี่ชายน้องชายของเขา“ยังไม่กลับหรือไง” เดรกหันไปถามลินลดา“คุณพัฒน์เค้าจะเยี่ยมน้องสาวของเค้า คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาไล่”“นายพัฒน์อยู่ได้ แต่เธอ”“ฉันก็อยู่ได้ จบนะ” เธอสะบัดหน้าพรืด“พอเลยเดรก ชอบหาเรื่องคุณดา”“นายต้องถูกยายแม่มดนี่เป่ามนตร์ใส่แน่นอน”“ถ้ายังดูถูกผู้หญิงที่ฉันรักอีก นายไม่ต้องมายุ่งกับแพร”“เฮ้ย! ฉันล้อเล่นนะโว้ย” เดรกสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะร้องเสียงหลงเพราะยังเจ็บแผลอยู่“โอ๊ย!”“สมน้ำหน้า” ลินลดาเลิกคิ้วใส่อย่างยียวน“ทำไมพี่เดรกต้องมองพี่ดาในแง่ร้ายด้วยคะ” แพรดาวอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้“ก็ยาย เอ้ย! เค้าทำให้น้องชายฉันเสียใจ เค้าทิ้งไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ยายนี่หลายใจ โลเล ขนาดคบกันมาตั้งหลายปี ยังทิ้งไปหาผู้ชายคนอื่นได้ นายชาร์ลไม่ถือโทษโกรธเธอเพราะเคยเป็นเพื่อนกัน แต่ฉันถือ ไม่อยากให้เธอมาหลอกเพื่อนฉันอีก”“ถ้าเรื่องนั้นฉันเคลียร์กับคุณดาเรียบร้อยแล้ว คุณดามีเหตุจำเป็
“ต้องอย่างนี้สิคะ” เธอกุมแก้มของเขาเอาไว้ ก่อนจะจุมพิตเขาอย่างดูดดื่ม“ผมรักคุณนะครับ ขอให้ผมได้ทำอะไรเพื่อผู้หญิงที่ผมรักอีกคนได้ไหม”“ได้ค่ะ ดาก็รักคุณ ดาก็อยากทำอะไรเพื่อเธอเหมือนกัน” เธอกอดเขาตอบ ขอแค่เขามีความสุข เธอก็ยินดีที่จะช่วยเหลือภาพที่พิพัฒน์โอบกอดลินลดาทำให้เดรกทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ“เป็นอะไรของนายวะเดรก”“แฟนเก่าแกยั่วเพื่อนฉันว่ะ”“คิดมากน่า ถึงดาไม่ยั่วพี่พัฒน์ก็รักดา”“ผู้หญิงคนนี้อาจจะทำให้นายพัฒน์เสียใจ”“ไม่หรอก”“เค้าเคยทิ้งนายไปนะ”“ตอนนั้น...” ชัชวินทร์ยังไม่ทันจะตอบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาเลยขอตัวไปคุยกับภรรยาก่อน เดรกเองก็ไม่สนใจเรื่องพิพัฒน์กับลินลดาอีก เขาเข้าไปคุยกับลูกน้องเรื่องสำคัญและปรึกษากับรัชวินทร์อีกครั้งหนึ่งเพื่อความชัวร์การมาแลกตัวประกันดูจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากเหลือเกิน การบอกสถานที่วกไปวนมาจนสุดท้ายก็มาที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลและรกร้างภาพหญิงสาวที่ถูกจับเอาไว้และมีผ้าคลุมหน้าทำให้พิพัฒน์ไม่แน่ใจว่านั่นคือน้องสาวของเขาหรือไม่“ทำไมต้องปิดหน้า” เขาเอ่ยถามขณะที่ยืนประจันหน้ากับพวกมัน โดยที่เขาต้องเข้ามาคนเดียว แต่เดรกและคนอื่นๆ หาทาง
“ตอบดาหน่อยได้ไหมคะ” เธอถามเขาอย่างจริงจัง“ผมขอโทษ”“ขอโทษทำไมคะ คุณผิดอะไร”“ขอโทษที่ทำให้คุณมีมลทิน แต่ผมกลับไม่ได้รับผิดชอบคุณ”เพียะ!!! พิพัฒน์โดนตบจนหน้าหัน เขามองคนตรงหน้าอย่างงุนงง คิดว่าเธอตบเขาก็ถูกแล้ว เพราะเขาเห็นแก่ตัวขนาดนี้ ทำให้เธอเสียหาย เขากลับไม่ได้ทำอะไรที่จะรับผิดชอบเธออย่างจริงจัง เพราะเขามีสิ่งที่ต้องทำและสำคัญมากกับชีวิต“ผมเข้าใจที่คุณตบผม”“เข้าใจว่ายังไงคะ” ลินลดาทำหน้าเมื่อย ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงเข้าใจอะไรยากเย็นนักล่ะ หรือเขาซื่อบื้อเกินไปสำหรับเธอกันนะ แล้วฉลาดๆ อย่างชัชวินทร์ ทำไมเธอถึงได้ไม่นึกเสียดายกันเล่า“ผมทำให้คุณเสียหาย”“เหรอคะ” ลินลดาจ้องมองใบหน้าของคนที่ยืนคอตกอยู่ตรงหน้าเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก“รู้ไหมคะว่าทำไมดาถึงตบคุณ” เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ คนอย่างพิพัฒน์ถ้าไม่พูดก็คงไม่รู้สินะ เอาเถอะ เธอจะพูดกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเขายังไม่เข้าใจอีก ก็สุดแล้วแต่เขาล่ะกัน“ถ้าคุณคิดว่าบนโลกนี้ไม่มีใครให้รักอีกแล้วนอกจาก แพรดาว น้องสาวของคุณ ดาก็จะไม่รักคุณอีก”“คุณดา”“ดาไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบร้องไห้ฟูมฟาย และไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบยึดติดกับอดีต ดาเป็
“แต่ฉันเห็นด้วยกับเดรกนะราร์ด” ชัชวินทร์พูดขึ้น ก่อนจะมองหน้าพี่ชาย“พวกนายสองคนมีแผนอะไร”“ยังไงมันก็แค่สะกดรอยตาม ยังไม่ทำอะไรแน่นอน แค่ให้มันรู้ที่ซ่อนเอกสารสำคัญก่อน มันถึงจะลงมือ” เดรกพูดให้พี่ชายฟัง“เห็นด้วย แล้วคราวนี้ก็ค่อยตลบหลังพวกมัน” ชัชวินทร์พูดสนับสนุนความคิดของพี่ชาย“ฉันว่าเรามีอะไรๆ เล่นสนุกๆ แล้วว่ะ” เดรกดีดนิ้วเสียงดัง ก่อนจะบอกแผนการ รถยนต์ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านสวนของลินลดาขับออกนอกเส้นทางทันที“พวกมันรู้ตัวแล้ว” ลูกน้องของสุริยันต์ที่ขับรถตามมารีบเร่งขับรถตามไป แต่สุดท้ายก็ไม่เจออะไร คนที่กำลังติดตามหายไปจากสายตา แถมยังมีรถบรรทุกขับผ่านมาขวางทางเอาไว้เสียอีก“เจ็บใจจริงโว้ย!”“โดนด่าอีกแล้วพวกเรา” หนึ่งในนั้นบ่นอุบ อีกคนทุบพวงมาลัยไปมา“เยี่ยมว่ะ เหมือนตอนเด็กๆ เวลาซ่อนแอบคนอื่น” รัชวินทร์มองภาพพวกมันหลงทางไปอีกทางหนึ่งแล้วหัวเราะสะใจ“ต้องยกความดีความชอบให้ชาร์ลมัน มันจำทางเข้าบ้านแฟนเก่ามันได้หลายทาง”“จำได้ดีแบบนี้ ถ้ามะปรางรู้จะเป็นยังไงวะ”“รู้แล้วจะเป็นไงล่ะ ก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ถ้าแก้วรู้ว่าเลขาคนใหม่ทอดสะพานให้นาย ฉันไม่รู้ด้วยนะ” ชัชวินทร์โต้กลับพี่ชาย







