تسجيل الدخولรวมถึงเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็มากมายเต็มโต๊ะเครื่องแป้ง เธอไปหยิบขึ้นมาดูเห็นราคาแล้วยังตกใจ
“คุณถอดเสื้อผ้ามาลงอ่างสิคะ พี่จะอาบน้ำให้”
“อาบน้ำให้!!!” แพรดาวถึงกับอุทานอย่างตกใจ
“ใช่ค่ะ เดี๋ยวพี่ถูหลังขัดตัวให้”
“เจ้านายของพี่เพ็ญสั่งเหรอคะ” เธอถามแล้วหน้าแดง จะบ้าเหรอไง ให้คนมาอาบน้ำให้ เธอไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ อายตายเลย
“ใช่ค่ะ คุณเดรกบอกว่าให้ดูแลคุณให้ดี”
“ไม่เอาหรอกพี่เพ็ญ แพรไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ นะคะ อายตายเลยให้คนมาอาบน้ำให้ แบบนั้นก็โป๊เห็นหมดสิคะ”
“ไม่นี่คะ ในอ่างอาบน้ำมีสบู่ พี่ก็แค่ถูหลังขัดตัวให้ คุณอยู่ใต้ฟองสบู่ไม่เห็นหรอกค่ะ อีกอย่างพี่ก็เป็นผู้หญิงนะคะ ไม่เห็นต้องอาบเลย” เพ็ญศิริพูดอย่างกระตือรือร้น
“ไม่เอาหรอกค่ะ พี่เพ็ญออกไปได้แล้วค่ะ” แพรดาวรีบดันแผ่นหลังของเพ็ญศิริออกไปโดยเร็ว ก่อนจะปิดประตูทันที
“อาบน้ำให้ เห็นเราเป็นเด็กหรือไง” แพรดาวทำปากยื่น เธอจัดการถอดเสื้อผ้าและนำไปวางไว้ในตะกร้า ก่อนจะเข้าห้องน้ำ พอนอนลงในอ่าง ทั้งกลิ่นหอม ทั้งอุณหภูมิของน้ำ ทำให้เธอรู้สึกสบาย เผลอหลับไปไม่รู้ตัว
เดรกไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าเดินเข้าห้องว่าที่เจ้าสาวมาได้ยังไง เขากวาดสายตามองไปรอบห้องก็ไม่เห็นใครอยู่ ก่อนจะลองเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดูเพราะอยากตามหาให้เจอ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาเผลอยิ้มละไล
สาวน้อยของเขากำลังนอนหลับปุ๋ยคาอ่างอาบน้ำ ภายใต้ฟองสบู่มากมายเขารู้ว่าเธอต้องเปลือยเปล่าอย่างแน่นอน เดรกนั่งยองๆ ลงข้างอ่าง เขามองใบหน้าเล็กน่ารักด้วยความเสน่หา รู้ดีว่าเธอเกลียดขี้หน้าเขาขนาดไหน แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกทั้งรักทั้งเอ็นดูและหวงเธอมากมายขนาดนี้
เดรกใช้หลังมือลูบไล้พวงแก้มสาวเบาๆ อย่างอ่อนโยน เธออาจจะเกลียดขี้หน้าเขา เขารู้ดี เพราะเขาเองก็ไม่ชอบให้เธอไปสนิทชิดเชื้อกับผู้ชายคนไหนเหมือนกัน
“อือ...” สาวน้อยค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างง่วงงุน ก่อนจะกะพริบตาซ้ำๆ หันซ้ายแลขวา
“กรี๊ด....” แพรดาวกรีดร้องอย่างตกใจ
“อือๆๆ” เดรกรีบปิดปากสาวน้อยเอาไว้ เธอยิ่งดิ้นตกใจเขาเข้าไปใหญ่ มองเขาตาค้าง
“อย่าดิ้นสิ ห้ามกรี๊ดด้วย พี่จะเข้ามาดูว่าเธอเป็นยังไงบ้าง เห็นหายเงียบไปเลย” เขารีบบอกเมื่อเห็นอาการของสาวน้อยตรงหน้า
“เอาเป็นว่าห้ามกรี๊ด แล้วจะปล่อยโอเคไหม” เดรกรีบบอกคนที่เขาปิดปากเอาไว้ แพรดาวรีบพยักหน้าทันที
“พี่เดรกเข้ามาทำไม ลามก ออกไปเลยนะ” พอปากเป็นอิสระเธอก็ต่อว่าเขาทันที แขนเรียวเสลารีบยกขึ้นปิดอกของตัวเองเอาไว้ แล้วตีฟองมาปิดอกอวบๆ ด้วยความอาย
“ก็เป็นห่วง เลยเข้ามาดู” ปากตอบแต่สายตาอดจะเหลือบมองต่ำกว่าหน้าไม่ได้
“เป็นห่วงแพรเหรอ” เธอมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อถือนัก
“ทำไม คนจะเป็นห่วงไม่ได้หรือไง” เดรกหน้าแดงเล็กน้อย
“คิดอะไรกับแพรรึเปล่า” เธอเย้าเขาเล่นเมื่อเห็นเขาหน้าแดง
“ยายเด็กแก่แดด ไม่ได้คิดสักหน่อย” เดรกอยากจะเขกหัวตัวเองนัก นี่เขาเป็นบ้าอะไร อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ จะมาเขินอะไรกับแค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแซวแค่นี้
“เชอะ! ไม่คิดก็ไม่คิด ออกไปจากห้องน้ำของเค้าได้แล้ว”
“ห้องน้ำของใครกันห๊ะ นี่มันห้องน้ำของพี่ บ้านของพี่”
“ถ้าจะมาพูดแบบนี้ แพรไปอยู่ที่อื่นก็ได้” เธอทำปากยื่น
“อวดดี”
“เกลียดคนแถวนี้ ไม่อยากอยู่ด้วย ชอบพูดจาวางก้าม”
“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” เดรกอยากสั่งสอนยายเด็กอวดดีนัก ประกาศออกมาได้อย่างไรว่าเกลียดเขา
“บอกว่าเกลียดคนแถวนี้ อื้อ...” เธอหันมาพูดยังไม่ทันขาดคำก็ต้องตาโตเมื่อโดนเขาจู่โจมเข้าหาและบดจูบเต็มๆ มือทั้งสองข้างบีบแก้มเธอเอาไว้ไม่ให้เธอขัดขืนหนีได้
“อื้อ...” เธอสะบัดหน้าหนีมองเขาตาเขียวอย่างหอบๆ
“กล้าดียังไงมาจูบเค้า”
“ทำไมจะจูบไม่ได้ เรากำลังจะแต่งงานกัน”
“ไม่แต่ง”
“อื้อ...” แพรดาวถูกจูบอีกครั้ง รอบนี้เขาจูบจนเธอแทบหายใจหายคอไม่ทัน
“เป็นไง คิดจะต่อต้านพี่เหรอ”
“ไอ้บ้า อื้อ...”
“ด่าเลย ด่าอีกจูบอีก”
“ไอ้ๆๆ”
“ดูทำท่าเข้า เห็นไปถึงไหนแล้วนั่น” เขาแกล้งก้มมองอกอิ่มของเธอ เมื่อเด็กสาวอาละวาดจะตีเขาให้ได้ จนปัดน้ำกระเด็นไปหมด
“ไปให้พ้น” เธอกอดอกตัวเอง หน้าแดง อยากทิ่มตาเขาให้ทะลุนัก มองอยู่ได้
“พี่จะรอกินข้าวด้านล่างนะ แต่งตัวสวยๆ ล่ะ” เดรกผิวปากเดินออกจากห้องน้ำไป แพรดาวปัดน้ำใส่เขาด้วยความโมโห แต่ทำอะไรเขาไม่ได้
“รู้จักแพรดาวน้อยไปซะแล้ว ชอบแกล้งกันดีนักนะ” เธอจำได้ว่าเดรกชอบแกล้งเธอเสมอ ตอนเธอไว้ผมเปียเขาก็ชอบดึงผมเธอเล่น พอเธอโกรธเขาก็หัวเราะชอบใจ แถมยังชอบหาว่าเธอยั่วผู้ชาย แค่มีเพื่อนผู้ชายเข้าหน่อยก็หาว่าเธออ่อยผู้ชาย ริจะมีแฟนตั้งแต่เรียนไม่จบ เธอล่ะเกลียดขี้หน้าเขาที่สุด แต่ไม่รู้ทำไม บิดามารดาของเขาถึงได้เอ็นดูเธอนัก
ลินลดามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง อาการของเขาดูหนักหนาเอาการ เธอให้เพื่อนที่เป็นหมอมาตรวจดูอาการพบว่าเขาบาดเจ็บสาหัส ช้ำใน สมองได้รับการกระทบกระเทือนและถูกยิง แต่โชคดีที่เขารอดมาได้ เธอให้คนไปสืบประวัติเขาและได้ข้อมูลมาอย่างคร่าวๆ และด้วยความที่สนิทกับเจ้าของโรงพยาบาลที่นี่เธอจึงให้ปิดข้อมูลการพักรักษาตัวเป็นความลับ ถ้าใครมาถามก็ให้บอกว่าไม่มี
ตอนแรกก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน สุดท้ายก็จำได้เมื่อคนตรงหน้าคือเพื่อนคนหนึ่งของเดรก พี่ชายอดีตคนรักเก่าที่เลิกรากันไปนานแล้ว แถมยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอเสียด้วย
เธอเจอเขาตรงท่าน้ำที่บ้านสวน พบว่าเขาอาการสาหัสจึงได้ช่วยเหลือเอาไว้ นอนพักอยู่หลายวันเขาก็ยังไม่ฟื้น ซึ่งเพื่อนของเธอที่รักษาพิพัฒน์บอกว่าต้องรอไปก่อน เพราะศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน น่าจะฟาดกับของแข็งหรืออะไรสักอย่างจนต้องเย็บไปหลายเข็มและพันผ้าเอาไว้อย่างแน่นหนา
“โอ๊ย!” เสียงร้องของคนป่วยทำให้ลินลดารีบเข้าไปยืนข้างเตียงทันที
“อย่าเพิ่งขยับแรงนะคะ คุณบาดเจ็บหลายจุด”
“ผะ... ผมเป็นใคร แล้วนี่ที่ไหน” พิพัฒน์ขมวดคิ้วยุ่ง เขารู้สึกว่าปวดหัวอย่างรุนแรง
“คุณรู้สึกยังไงบ้างคะ”
“ปวดหัว ปวดหัวจนแทบระเบิดเลย ผมเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“คุณได้รับบาดเจ็บ ฉันไปพบคุณเข้าเลยพามาส่งโรงพยาบาลค่ะ”
“โอ๊ย!”
“อย่าเพิ่งขยับนะคะ ยังไม่ต้องคิดอะไรด้วย เดี๋ยวฉันจะตามหมอมาดูอาการของคุณ” ลินลดารีบกดกริ่งเรียกหมอกับพยาบาล เธอคอยดูเขาอยู่ห่างๆ เขาโดนทำร้ายบาดเจ็บขนาดนี้ต้องมีเรื่องร้ายแรงแน่ๆ ดังนั้นเธอต้องค่อยๆ คิดว่าจะทำยังไงต่อไปดี เพราะเขาเองก็ความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ ถ้าเปิดเผยออกไปว่าเขาอยู่ที่นี่ อาจเป็นอันตรายได้
อาการของพิพัฒน์สงบลงอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา ลินลดาคอยเฝ้าเขาอยู่ตลอดเวลา เธอมีลูกน้องของอดีตสามีที่เสียชีวิตไปแล้วคอยตามดูแลอยู่
พูดถึงอดีตสามีอย่างวินเซนโซ ทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก หากไม่เพราะความจำเป็นบางอย่างที่เธอต้องตัดสินใจแต่งงานกับเขา และการจากไปกะทันหันนั้นก็ทำให้เธอเศร้าใจอยู่ไม่น้อย จริงๆ แล้วการเป็นสามีภรรยาของเธอกับอดีตสามี มีความลึกลับซับซ้อนกว่าที่ใครจะคาดเดาได้
พิพัฒน์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในสภาพจำอะไรไม่ได้แม้แต่ตัวเอง การจะฟื้นฟูความทรงจำของเขาต้องพาเขากลับไปยังสถานที่เดิมๆ ทำอะไรเดิมๆ ซึ่งตอนนี้อาจจะไม่ปลอดภัยนัก
ข้อมูลสำคัญจากลูกน้องที่ส่งมาให้เธอคือพิพัฒน์เข้าไปพัวพันกับแก๊งอิทธิพลมืด ซึ่งหากเดาไม่ผิดคนที่ตามล่าเขาน่าจะเป็นคนของแก๊งนั้น
“ถึงไม่ได้เกียรตินิยม แต่พี่กับพี่พัฒน์ภูมิใจในตัวน้องแพรมากๆ เลยนะคะ” ลินลดาจับมือน้องสามีมากุมเอาไว้“ขอบคุณนะคะพี่ดา” แพรดาวกล่าวขอบคุณพี่สะใภ้คนสวยจากใจจริง เธอดีใจเหลือเกินที่พี่ชายมีผู้หญิงดีๆ เฉลียวฉลาดอย่างลินลดาเคียงข้าง ต่อไปนี้ชีวิตของพี่ชายเธอก็จะมีแต่ความสุข“เดรกอยู่ไหนล่ะนี่ ทำไมมาช้ากว่าคนอื่น” รัชวินทร์เอ่ยขึ้น“นั่นรถใครเหรอคะ สีเหลืองเชียว” แก้วกัลยาหันไปมอง ก่อนที่ร่างสูงของเดรกจะลงมาจากรถสปอร์ตป้ายแดง“พี่เดรก ซื้อรถใหม่เหรอคะ” แพรดาวเอ่ยถาม สงสัยที่มาช้าเพราะอยากจะขับรถคันใหม่มารับเธอแหงๆ สามีของเธอนี่เวอร์ตลอด แพรดาวคิดแล้วยิ้มขำ“ของแพรต่างหากล่ะ เซอร์ไพร้ส์...” เดรกยื่นกุญแจรถให้ภรรยาสาว แพรดาวถึงกับหันไปมองหน้าทุกคน ไม่คิดว่าเดรกจะซื้อของขวัญวันรับปริญญาให้เธอเป็นรถยนต์“รับไปสิครับ”“ขอบคุณมากๆ นะคะ”“วันนี้จะให้แพรขับพาพี่กับลูกๆ ไปฉลองกับคนอื่นๆ”“กล้านั่งรถที่แพรขับเหรอคะ” เธอหัวเราะคิกๆ จำได้ว่าเดรกสอนให้เธอขับรถอยู่ไม่กี่วันก็ตัดใจส่งเธอไปเรียนขับรถที่โรงเรียนสอนขับรถ เพราะเธอขับรถได้หวาดเสียวจนเขาไม่กล้านั่งข้างๆ แต่ตอนไปเรียน เขาก็ไปนั่งอยู่เบาะหลังเป
“แน่ะ! เจ้าลูกชายคนนี้นิ๊” ดวงดาวค้อนให้ลูกชาย“ป้อนหน่อยคนดี” เดรกออดอ้อนภรรยาอยู่บนเตียง“มือกับปากไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ” ลินลดาแหย่“อยากให้เมียป้อนนี่นา” เดรกไม่สน จะให้แพรดาวป้อนท่าเดียว“อ้าปากสิคะ แพรเต็มใจป้อน”“น่ารักจริงๆ” เดรกจับมือภรรยาเอาไว้ ขณะรับแอปเปิ้ลเข้าปาก ได้ยินเสียงแซวของคนรอบข้างแต่เขาไม่สน แพรดาวนั่นแหละเขินอายจนแทบม้วน เอากับเขาสิ ชอบออดอ้อนออกสื่ออยู่เรื่อยเลย แต่เธอก็ชอบให้เขาออดอ้อนแบบนี้มากกว่าหาเรื่องอีกนะ...บทส่งท้าย“แต่งงานกับพี่นะครับ พี่รักแพร”ประโยคสั้นๆ มีความหมายยิ่งใหญ่สำหรับเธอเหลือเกิน เดรกคุกเข่าขอเธอแต่งงานท่ามกลางสวนดอกไม้ส่งกลิ่นหอมละมุนละไม ทั้งๆ ที่แต่งงานกันไปแล้ว แต่ครั้งก่อนโน้นเหมือนตกกะไดพลอยโจนหรือเป็นเพราะทุกอย่างเร่งรีบจนไม่ทันได้ตั้งตัวแต่ครั้งนี้มันอบอุ่นอ่อนหวานและหัวใจสองดวงก็พร้อมแล้วสำหรับการแต่งงานจริงๆ แค่เขาคุกเข่าขอเธอแต่งงาน เธอก็น้ำตาซึมเหมือนเด็กขี้แย เขากอดเธอเอาไว้ และคำมั่นสัญญาที่ซื่อสัตย์มั่นคงงานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่บ้านของคุณตาและคุณยายอีกครั้ง รอบนี้ช่างเป็นงานแต่งงานในฝัน ยังกับเทพนิยาย ดอกกุหลาบสีขาวถ
“ในเมื่อเข้าใจกันแล้วก็อย่างอนมากแล้วกัน” ชัชวินทร์แซวพี่ชาย“งั้นพวกเรากลับก่อนนะ นายคงอยากอยู่กับเมีย” รัชวินทร์เอ่ยขอตัวเพราะคิดว่าพิพัฒน์คงมีเรื่องจะคุยกับเดรกเป็นการส่วนตัว“เออๆๆ” เดรกพยักหน้าให้พี่ชายน้องชายของเขา“ยังไม่กลับหรือไง” เดรกหันไปถามลินลดา“คุณพัฒน์เค้าจะเยี่ยมน้องสาวของเค้า คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาไล่”“นายพัฒน์อยู่ได้ แต่เธอ”“ฉันก็อยู่ได้ จบนะ” เธอสะบัดหน้าพรืด“พอเลยเดรก ชอบหาเรื่องคุณดา”“นายต้องถูกยายแม่มดนี่เป่ามนตร์ใส่แน่นอน”“ถ้ายังดูถูกผู้หญิงที่ฉันรักอีก นายไม่ต้องมายุ่งกับแพร”“เฮ้ย! ฉันล้อเล่นนะโว้ย” เดรกสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะร้องเสียงหลงเพราะยังเจ็บแผลอยู่“โอ๊ย!”“สมน้ำหน้า” ลินลดาเลิกคิ้วใส่อย่างยียวน“ทำไมพี่เดรกต้องมองพี่ดาในแง่ร้ายด้วยคะ” แพรดาวอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้“ก็ยาย เอ้ย! เค้าทำให้น้องชายฉันเสียใจ เค้าทิ้งไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ยายนี่หลายใจ โลเล ขนาดคบกันมาตั้งหลายปี ยังทิ้งไปหาผู้ชายคนอื่นได้ นายชาร์ลไม่ถือโทษโกรธเธอเพราะเคยเป็นเพื่อนกัน แต่ฉันถือ ไม่อยากให้เธอมาหลอกเพื่อนฉันอีก”“ถ้าเรื่องนั้นฉันเคลียร์กับคุณดาเรียบร้อยแล้ว คุณดามีเหตุจำเป็
“ต้องอย่างนี้สิคะ” เธอกุมแก้มของเขาเอาไว้ ก่อนจะจุมพิตเขาอย่างดูดดื่ม“ผมรักคุณนะครับ ขอให้ผมได้ทำอะไรเพื่อผู้หญิงที่ผมรักอีกคนได้ไหม”“ได้ค่ะ ดาก็รักคุณ ดาก็อยากทำอะไรเพื่อเธอเหมือนกัน” เธอกอดเขาตอบ ขอแค่เขามีความสุข เธอก็ยินดีที่จะช่วยเหลือภาพที่พิพัฒน์โอบกอดลินลดาทำให้เดรกทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ“เป็นอะไรของนายวะเดรก”“แฟนเก่าแกยั่วเพื่อนฉันว่ะ”“คิดมากน่า ถึงดาไม่ยั่วพี่พัฒน์ก็รักดา”“ผู้หญิงคนนี้อาจจะทำให้นายพัฒน์เสียใจ”“ไม่หรอก”“เค้าเคยทิ้งนายไปนะ”“ตอนนั้น...” ชัชวินทร์ยังไม่ทันจะตอบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาเลยขอตัวไปคุยกับภรรยาก่อน เดรกเองก็ไม่สนใจเรื่องพิพัฒน์กับลินลดาอีก เขาเข้าไปคุยกับลูกน้องเรื่องสำคัญและปรึกษากับรัชวินทร์อีกครั้งหนึ่งเพื่อความชัวร์การมาแลกตัวประกันดูจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากเหลือเกิน การบอกสถานที่วกไปวนมาจนสุดท้ายก็มาที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลและรกร้างภาพหญิงสาวที่ถูกจับเอาไว้และมีผ้าคลุมหน้าทำให้พิพัฒน์ไม่แน่ใจว่านั่นคือน้องสาวของเขาหรือไม่“ทำไมต้องปิดหน้า” เขาเอ่ยถามขณะที่ยืนประจันหน้ากับพวกมัน โดยที่เขาต้องเข้ามาคนเดียว แต่เดรกและคนอื่นๆ หาทาง
“ตอบดาหน่อยได้ไหมคะ” เธอถามเขาอย่างจริงจัง“ผมขอโทษ”“ขอโทษทำไมคะ คุณผิดอะไร”“ขอโทษที่ทำให้คุณมีมลทิน แต่ผมกลับไม่ได้รับผิดชอบคุณ”เพียะ!!! พิพัฒน์โดนตบจนหน้าหัน เขามองคนตรงหน้าอย่างงุนงง คิดว่าเธอตบเขาก็ถูกแล้ว เพราะเขาเห็นแก่ตัวขนาดนี้ ทำให้เธอเสียหาย เขากลับไม่ได้ทำอะไรที่จะรับผิดชอบเธออย่างจริงจัง เพราะเขามีสิ่งที่ต้องทำและสำคัญมากกับชีวิต“ผมเข้าใจที่คุณตบผม”“เข้าใจว่ายังไงคะ” ลินลดาทำหน้าเมื่อย ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงเข้าใจอะไรยากเย็นนักล่ะ หรือเขาซื่อบื้อเกินไปสำหรับเธอกันนะ แล้วฉลาดๆ อย่างชัชวินทร์ ทำไมเธอถึงได้ไม่นึกเสียดายกันเล่า“ผมทำให้คุณเสียหาย”“เหรอคะ” ลินลดาจ้องมองใบหน้าของคนที่ยืนคอตกอยู่ตรงหน้าเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก“รู้ไหมคะว่าทำไมดาถึงตบคุณ” เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ คนอย่างพิพัฒน์ถ้าไม่พูดก็คงไม่รู้สินะ เอาเถอะ เธอจะพูดกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเขายังไม่เข้าใจอีก ก็สุดแล้วแต่เขาล่ะกัน“ถ้าคุณคิดว่าบนโลกนี้ไม่มีใครให้รักอีกแล้วนอกจาก แพรดาว น้องสาวของคุณ ดาก็จะไม่รักคุณอีก”“คุณดา”“ดาไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบร้องไห้ฟูมฟาย และไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบยึดติดกับอดีต ดาเป็
“แต่ฉันเห็นด้วยกับเดรกนะราร์ด” ชัชวินทร์พูดขึ้น ก่อนจะมองหน้าพี่ชาย“พวกนายสองคนมีแผนอะไร”“ยังไงมันก็แค่สะกดรอยตาม ยังไม่ทำอะไรแน่นอน แค่ให้มันรู้ที่ซ่อนเอกสารสำคัญก่อน มันถึงจะลงมือ” เดรกพูดให้พี่ชายฟัง“เห็นด้วย แล้วคราวนี้ก็ค่อยตลบหลังพวกมัน” ชัชวินทร์พูดสนับสนุนความคิดของพี่ชาย“ฉันว่าเรามีอะไรๆ เล่นสนุกๆ แล้วว่ะ” เดรกดีดนิ้วเสียงดัง ก่อนจะบอกแผนการ รถยนต์ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านสวนของลินลดาขับออกนอกเส้นทางทันที“พวกมันรู้ตัวแล้ว” ลูกน้องของสุริยันต์ที่ขับรถตามมารีบเร่งขับรถตามไป แต่สุดท้ายก็ไม่เจออะไร คนที่กำลังติดตามหายไปจากสายตา แถมยังมีรถบรรทุกขับผ่านมาขวางทางเอาไว้เสียอีก“เจ็บใจจริงโว้ย!”“โดนด่าอีกแล้วพวกเรา” หนึ่งในนั้นบ่นอุบ อีกคนทุบพวงมาลัยไปมา“เยี่ยมว่ะ เหมือนตอนเด็กๆ เวลาซ่อนแอบคนอื่น” รัชวินทร์มองภาพพวกมันหลงทางไปอีกทางหนึ่งแล้วหัวเราะสะใจ“ต้องยกความดีความชอบให้ชาร์ลมัน มันจำทางเข้าบ้านแฟนเก่ามันได้หลายทาง”“จำได้ดีแบบนี้ ถ้ามะปรางรู้จะเป็นยังไงวะ”“รู้แล้วจะเป็นไงล่ะ ก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ถ้าแก้วรู้ว่าเลขาคนใหม่ทอดสะพานให้นาย ฉันไม่รู้ด้วยนะ” ชัชวินทร์โต้กลับพี่ชาย







