LOGINบ่ายวันรุ่งขึ้น...
โรสมาทำงานตามปกติในตอนเช้า เธอสนใจกับเอกสารตรงหน้ามากกว่าชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ “โรส คืนนี้ผมกับคุณไปปาร์ตี้ที่บ้านไหม ?” สายตามองจอคอมพิวเตอร์มือนั้นจิ้มแป้นตัวอักษรไม่หยุด “ฉันไม่ว่าง” เธอตอบปฏิเสธไปโดยไม่คิดจะมองหน้าของชายหนุ่มที่ขักชวนแม้แต่น้อย ความจริงแล้วเกรทตามจีบตั้งแต่ที่เข้ามาทำงานใหม่ ๆ ทว่าก็ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่เขาตามจีบ เธอก็เป็นเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาอยากเก็บไว้ในสต็อกก็เท่านั้น “แต่งานนี้คุณใกล้เสร็จแล้วนี่ เออ..ผมคิดว่าเราสองคนน่าจะมีเวลาทำความรู้จักกันมากกว่านี้นะ” เกรทพูดขึ้นลึก ๆ ความหมายของเขาคือเชื่อมความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนร่วมงาน โรสถอนหายใจออกมาก่อนที่จะหันมามองชายหนุ่มใบหน้าหล่อ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มผมสีดำน้ำตาล...ใช่แล้วเขาจัดว่าหล่อมากเลยด้วย มีสาว ๆ หลายคนอยากนอนกับเขาสักครั้งหนึ่งด้วยซ้ำไป แต่ไม่ใช่กับเธอ “เลิกคิดซะเกรท ฉันคิดว่าเราสองคนน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน โอเคไหม ?” หญิงสาวยิ้มหวานให้กับเขาก่อนที่จะลุกขึ้นพร้อมกับเอกสารและทรัมไดร์ในมือ “เพื่อน ? แต่เราน่าจะเป็นมากกว่านั้นได้ ผมหมายถึงแฟน...ใช่แฟน !” “บางทีก็น่าจะดีกว่า ถ้าคุณเลิกความคิดที่พยายามต่อความสัมพันธ์กับฉัน เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้” เธอพูดจบแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มว่างสีหน้าและอารมณ์ที่ไม่ถูก หญิงสาวเดินออกมาจากแผนกของตัวเอง เธอส่งแฟ้มเอกสารทั้งหมดให้กับหัวหน้าแผนกอีกทีหนึ่งก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งทำงานต่อ ซึ่งเกรทก็ยังมองและจ้องเธออยู่เช่นเดิม “บางทีคุณอาจจะต้องการผมอยู่ข้าง ๆ หรือไม่ก็...” “เลิกคิดซะเกรท เพราะว่าสิ่งที่คุณคิดมันทุเรศสิ้นดี และถ้ายังไม่อยากตกงานก็ทำงานของคุณซะ...หัวหน้ามองคุณอยู่” โรสทำสีหน้าเมินเฉยต่อชายหนุ่มพร้อมเหล่สายตามองหัวหน้าที่ส่งสายตาจ้องมายังชายหนุ่ม เขาจึงยอมที่หันหน้าเข้าโต๊ะทำงานต่อ โรสส่ายหน้าก่อนที่จะนั่งทำงานของตัวเอง เสียงข้อความที่โทรศัพท์ของเธอสั่นดังขึ้น หญิงสาวจึงเอื้อมมือไปกดรับพร้อมเปิดอ่าน ...วันนี้ป้าจะกลับป้าดึกนะ ถ้าเสร็จธุระเมื่อไหร่ป้าจะรีบกลับทันที... หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ป้าโซเฟียดูแลและห่วงเธอราวกับลูกสาวแท้ ๆ ก็ไม่ปาน เพราะป้าเป็นหมันและไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ ส่วนแม่และพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุตั้งแต่เธอยังจำความได้ เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบหกโมงเย็นกว่าหญิงสาวจึงเริ่มที่จะ เก็บงานและของบนโต๊ะในขณะที่เกรทนั้นลุกขึ้นและเดินเข้ามาหา “โรส คุณอยากไปผ่อนคลายจริงๆ น่ะเหรอ ?” เกรทเอ่ยถามขึ้นหวังเพื่อหญิงสาวจะเปลี่ยนใจตอบตกลง “ไม่ค่ะ” เธอตอบพร้อมกับยิ้มให้ชายหนุ่ม “แต่ผมอยากชวนคุณไปงานปาร์ตี้ที่บ้านผมนะ” ชายหนุ่มวกกลับที่เรื่องเดิมอีกครั้งหนึ่ง เขาอยากสานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับ หญิงสาวแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมเล่นด้วย “ไม่ดีกว่าค่ะ ขอให้คุณสนุกกับปาร์ตี้นะคะ” โรสพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ท่าทางของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนให้เห็น เมื่อเก็บของบนโต๊ะเสร็จ หญิงสาวหยิบกระเป๋าข้างตัวสะพายพร้อมกับเดินออกไปโดยที่เกรทมองอย่างผิดหวัง โรสกำลังยืนรอรถประจำทางที่ป้ายที่อยู่ห่างจากบริษัทไม่มากนัก เมื่อรถหยุดจอดที่ป้ายจึงรีบขึ้นไปในขณะที่สายตามองเห็นอะไรบางอย่างเข้า...ชายชุดดำสองคนที่นั่งอยู่ในรถยนต์ราคาแพง ส่งสายตาจ้องมองเข้ามาในรถประจำทางที่เธอขึ้นเมื่อรถเริ่มออกจากป้ายรถของชายชุดดำก็ขับตามมา ! โรสเริ่มที่จะหายใจไม่ทั่วท้อง ตลอดระยะทางหญิงสาวยังหันไปมอง รถยนต์คันสีสีดำที่ขับตามมาเรื่อย ๆ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกกลัวมากขนาดนี้ ทันทีรถประจำทางหยุดจอดลงที่ป้ายหญิงสาวจึงรีบลงอย่างเร็ว เธอมองซ้ายมองขวาอย่างระแวงก่อนจะเดินเร็วเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอไม่วิ่งเพื่อที่ไม่ให้ผิดสังเกตมากจนเกินไป หญิงสาวกว้างอย่างให้พร้อมกับหันไปมองข้างหลังที่ไม่มีเสียงรถขับตามมา เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนที่จะหันกลับมาเพื่อที่จะเดินเข้าไปในบ้าน แต่ทว่า... ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อมองชายหนุ่มตรงหน้า “กำลังหนีใครอยู่ ?” เสียงเข้มเอ่ยทัก โรสเตรียมหันเดินกลับไปแต่ทว่าบอดี้การ์ดสองคนที่ขับรถตามเธอมานั้นยืนดักอยู่ โรสหันมามองชายหนุ่มที่เคยเจอเมื่อวานคืนในกาสิโน เธอยั่วเขาแต่เขากลับไม่สน แล้วทำไมถึง... “คุณ !” หญิงสาวฝืนยิ้มให้ แต่สีหน้าของอันโตนีโอนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักนิดเขานิ่งเงียบจนเธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ “ดูตกใจขนาดนั้น หรือว่าคุณก็เคยหลอกคนอื่นมานอกจาก วิลเลี่ยม” อันโตนีโอกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกหญิงสาวสะดุ้งตกใจเมื่อเขาเรียกชื่อของเธอ “ว่าไงละ โรส” “หลอกอะไรกันคะ” หญิงสาวพูดติดตลกพร้อมกับยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม “งั้นเหรอ ที่วางยาสลบคนอื่น...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเข้มสีหน้านั้นยังคงนิ่งเช่นเดิม โรสรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยเลยสักนิดอีก จะมาเหมาะอะไรกันขนาดนี้เพราะวันนี้ป้าของเธอก็กลับบ้านดึกด้วย “คุณหมายถึงเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจค่ะ” โรสยังคงทำหน้านิ่งข่มความรู้สึกหวาดหวั่นของเธอเอาไว้ “ที่ผมมาหาคุณ...ผมมีข้อเสนอให้คุณ” ชายหนุ่มพูดขึ้น สายตาคมนิ่งมองหน้าหญิงสาวที่หันมาขมวดคิ้ว “ผมจะจ้างคุณไปทำงานกับผม” หลังจากที่เขาคิดทบทวนอยู่หลายชั่วโมงสุดท้ายก็ตัดสินใจ...มาหาเธอ ไม่รู้ว่าข้ออ้างหรือเปล่าแต่เขาสนใจในตัวเธอจริง ๆ เธอยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าที่อยู่ ๆ พูดขึ้นมา “จ้างฉัน ?” “ใช่ ผมให้คุณเป็นสามเท่าของเงินเดือนที่คุณเคยได้” เมื่อได้ฟังช่างเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจไม่เบาสำหรับโรส แต่... “ไม่ค่ะ ฉันอยู่แบบนี้ดีแล้ว” หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มให้ชายหนุ่ม “แบบนี้ของคุณ...คือการที่เป็นผู้หญิง...” โรสนิ่งเงียบเมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่ม เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะจะยิ้มแล้วตอบเขา “นั่นเป็นทางเลือกของฉันค่ะ” อันโตนีโอมองแววตาของหญิงสาวที่ดูสับสน เขาเองก็รู้ว่ากำลังทำอะไรกับสิ่งที่ไม่ควร “งั้นก็โอเค ตามใจคุณแต่ถ้าคุณเปลี่ยนใจมีเวลาคิดหนึ่งวันเท่านั้นเพราะวันมะรืนนี้ผมจะกลับอิตาลีแล้ว ถ้าคุณตกลงผมจะให้คนมารับคุณอีกครั้งหนึ่ง” อันโตนีโอกล่าวพร้อมกับยืนการ์ดใบเล็กให้กับเธอ “โทรมาได้นะ ถ้าคุณเปลี่ยนใจ ผมจะให้คนมารับคุณ” หญิงสาวมองเขาด้วยความไม่ไว้ใจ เมื่ออยู่ ๆ มีชายแปลกหน้ามาเสนอให้เธอไปทำงานด้วย “อย่ามองผมแบบนั้น ผมไม่พาคุณไปขายหรอก” “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่ต้องการ” หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้สังเกตแววตาและสีหน้าของอันโตนีโอที่ดูผิดหวังเลยแม้แต่น้อยเสียงซุบซิบของนางแบบค่อย ๆ ดังขึ้นไปต่างนานาจนเฮริน่าต้องเอ่ยขึ้น“เงียบ ๆ และทางที่ดีควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”น้ำเสียงของเฮรินน่าดูเครียดไม่แพ้กัน“ฉันหวังว่าพวกเธอคงจะเข้าใจ”อาเซียปรายตามองด้วยความหงุดหงิดใจแม้จะไม่ชอบที่ เฮรินน่าให้ความสนใจในตัวโรสมากกว่ารวมถึงอันโตนีโอด้วยแต่ก็ช่างเถอะยังไงซะก็ไม่มีทางตามไปช่วยหญิงสาวได้ทันอยู่แล้วนางแบบสาวเดินเข้าไปหาเฮรินน่าพลางแสร้งหน้าดูเครียดไม่แพ้กับคนอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ยลองเชิง “แล้วแบบนี้การเดินแบบล่ะจะทำยังไง ถ้าเกิดกลับมาไม่ทันเดินโชว์งาน”คำพูดของอาเซียทำให้เฮรินน่าฉุดคิดขึ้นมา...“ต้องรอซอฟฟ์ตัดสินใจก่อน”อาเซียได้แค่ยิ้มออกมา เพราะยังไงก็มั่นใจว่าถ้าหากไม่มีโรสอยู่แล้วหน้าที่และตำแหน่งเด่นในงานนี้จะต้องเป็นของเธอแน่นอน“ค่ะ ฉันแค่เป็นห่วง” นางแบบสาวพูดก่อนที่จะเดินไปนั่งรอเงียบ ๆ โดยไม่สนใจการหายตัวไปของโรสแต่อย่างใดไม่นานเกินสิบนาทีอันโตนีโอเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งสีหน้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลต่าง ๆ มากมาย
รู้จัก...เวก้าไม่เคยรู้จักหรอกเพียงแต่รู้ว่าคนพวกนี้คือพวกเดียวกับอาเซียที่เคยวางแผนทำร้ายเธอมาก่อนอาเซียรู้ว่าเธอไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ให้อันโตนีโอฟังเด็ดขาดถึงกล้าทำและใช้วิธีสกปรกแบบนี้เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเวก้าโรสจึงไม่คิดที่จะเอ่ยถามต่อ บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากคิดถึงหรือพูดถึงมันอีก“เอ่อ...ฉันออกมานานแล้วคงต้องกลับเข้างานแล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นโชว์” โรสบอกเหตุผลกับเวก้าก่อนที่จะเดินไปเวก้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวพลางถอนหายใจออกมาครั้นเมื่อจะเดินกลับแต่เห็นชายชุดดำที่เป็นคนของโรเรนโซมุ่งตามหลังโรสไปนั่นทำให้รู้ว่าเป้าหมายไม่ใช่เธอควรจะช่วยโรสยังไง !! เวก้ามองอีกครั้งและพยายามหาวิธี ลำพังตัวคนเดียวคงช่วยไม่ได้มีเพียงอันโตนีโอเท่านั้นที่ช่วยได้ ว่าแล้วหญิงสาวรีบหมุนตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสายตาประสานกับชายชุดดำอีกคน ร่างกายของเวก้าสั่นสะท้านด้วยความกลัว พลางก้าวเท้าถอยหลังออกห่างทีล่ะก้าว...ทีล่ะก้าว...แต่ทว่า ตึก !!แผ่นหลังของเธอกลับชนใครอีกคนที่อยู่ทางด้านหลัง เวก้ารู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะหนีรอ
อาเซียใช้เวลาเปลี่ยนชุดไม่นานก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องไป แล้วมานั่งรอเช่นเดิม ไม่นานเท่าไหร่เสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น นางแบบสาวไม่รอช้าที่จะกดอ่านทันที‘ทำตามแผนซะ ฉันรออยู่ข้างนอกนี้แล้ว ระวังอย่าให้มันจับได้สักก่อนล่ะ !’เมื่ออ่านข้อความจบก็รีบลบทันที พลางส่งสายตามองหาโรสที่กำลังเดินมาหยิบชุดไปเปลี่ยนแต่ทว่ามีคนเดินเข้ามาหาคุยบางอย่างพร้อมกับจดหมายในมือก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพอดีจริง !! อาเซียส่งข้อความหาโรเรนโซและเดินตามโรส ออกไปทันทีอาเซียเดินตามมาซึ่งไม่ไกลจากห้องแต่งตัวมากนักแต่ก็เป็นที่ที่คนเดินไปเดินมาน้อยมีแค่พนักงานของโรงแรมที่เดินผ่านเท่านั้น สายตาส่งมองเมื่อเห็นว่าโรสไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวแต่อยู่กับเวก้า อาเซียจึงได้แค่ยืนหลบมุมเพื่อฟังคำสนทนาของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ“มีอะไรหรือเปล่าคะ”เวก้าเดินเข้ามาพร้อมกับจับมือของโรสขึ้น พลางส่งสายตาอ้อนวอนมองเพื่อขอความเห็นใจ“ได้โปรด...ให้ฉันได้พบกับนิกส์อีกสักครั้งนะคะ”โรสมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อเวก้าสามารถที่จะไปหาชายห
เหนื่อย...อันโตนีโอกลับมาที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมานั่งทำงานดูข้อมูลและเอกสารรวมถึงความเคลื่อนไหวทั้งหมดของโรเรนโซที่ชาร์และรอสซีหามาให้ ซึ่งทำให้แทบโมโหระเบิดออกมาเมื่อโรเรนโซพยายามแย่งการค้าไป แน่นอนว่าคงปล่อยไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากงานประมูลเสร็จจะต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย !!อันโตนีโอไม่ได้สนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกต่อไป ในเมื่อจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังขึ้นบัญชีข้อมูลสรุปยอดขายทั้งหมดในกาสิโน ซึ่งเป็นที่พึงพอใจมากกับสถิตจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ล่ะวันและการเล่นพนันเยอะมาขึ้นอีกห้าเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ จริงอยู่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ากาสิโนเพราะกลับทานอาหารค่ำทุกวัน มีชาร์ที่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยแทนในบางครั้ง แค่ไม่มีคนมาก่อความวุ่นวายเหมือนคราวที่แล้วก็พอเกือบสองทุ่ม...โรสยืนอยู่หน้าเตาร้อนที่ส่งไอระเหยออกมา เอื้อมมือปิดเตาก่อนจะหันไปหยิบภาชนะใส่อาหารในขณะที่มาร์ธาเดินเข้ามาพอดี“เจ้านายกลับมาแล้วค่ะ”มาร์ธาบอกในขณะที่ช่วยจัดจานเพื่อนำไปวางบนโต๊ะ“จริงหรือ” โรสกล่าวพลางจัดแต่งจานและเสริ์ฟอาหารอีกหลาย ๆ เมนูก่อ
“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่ม“นั่นเป็นเพราะนายรักเธอ”คำตอบตรง ๆ ทำให้รอสซีถึงกับสะอึก แววตาคมฉายชัดถึงความว้าวุ่นในหัวใจออกมาโดยไม่ปิดบัง “นายคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ได้ นั่นเพราะนายไม่กล้าพอหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถบอกได้”“อืม”“ถ้าความรักของนายมากกว่าเหตุผลก็บอกเธอ...แต่ถ้านายคิดว่าเหตุผลทำให้นายไม่สามารถรักได้ ก็ปล่อยและถอยออกมาซะ”ปล่อย...ถ้าทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้ แน่นอนว่าหัวใจไม่ต้องการทำแบบนั้นและมันจะไม่เกิดขึ้น“ขอบคุณมาก” เมื่อพูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าเครื่องดื่มก่อนจะรีบเดินออกจากบาร์ไปทันทีชายวัยกลางคนมองลูกค้าหนุ่มที่เดินออกไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจออกมาแล้วทำหน้าที่ของตนดั่งเดิมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรอสซีเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในที่ปิดไปมืดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดีกับอาหารมื้อค่ำ ครั้นได้ยินเสียงมาจากข้างในครัวจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปดูไลลาที่กำลังจัดเตรียมอาหารมือค่ำ
รอสซีกลับมาทำงานตามปกติทั้งที่บาดแผลนั้นยังไม่หายสนิทดีมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานมากนัก สาเหตุที่รีบมาทำงานคงไม่ใช่เพราะชาร์จะมีงานเยอะมากขึ้น แต่การที่อยู่บ้านทำให้ต้องพบหน้าไลลาแทบทุกเวลาแล้วปราการหัวใจที่สร้างขึ้นก็ยิ่งสั่นไหวง่าย ๆ ถ้าขืนอยู่พักอีกวันสองวันกำแพงที่กั้นขึ้นคงได้ล้มลงทั้งหมดแน่บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตั้งแต่กลับบ้านมาพักรักษาตัว แม้ในใจอยากจะรั้งเอาไว้เพื่ออยู่ต่อแต่ทว่ากลับไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์อะไร อันที่จริงแล้วมันไม่ควรเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเลย เพราะตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเจ้านาย หากแต่ความรักอาจจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มร้อย...ยิ่งคิดหัวแทบระเบิด ยิ่งรู้ว่าไลลาออกไปหางานทำ หนำซ้ำยังไม่พอยังคิดที่จะย้ายออกด้วยทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดที่จะย้ายออก เป็นเพราะเขางั้นเหรอ ?รอสซีสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวของตัวเองออกและตั้งสมาธิให้สนใจกับเอกสารตรงหน้าที่แทบเป็นลมจับหลังจากหยุดพักตัวไปนานหลายวัน วันนี้คงต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จ แม้จะมีชาร์มาช่วย แต่บางเรื่องที่เคยทำอยู่ก่อนแล้วอีกฝ่ายไ







