تسجيل الدخولเกือบเที่ยงคืนกว่า ๆ แต่โรสก็ยังข่มตานอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งร้องโวยวายอยู่เพียงลำพัง สุดท้าย หญิงสาวเบื่อจึงเดินออกจากห้องลงมาอยู่ข้างล่าง เสียงร้องสะอื้นเบาๆ ดังมาจากภายในห้องครัว เธอเอื้อมมือไปเปิดไฟก่อนที่มองเห็นป้าโซเฟียนั่งขดตัวอยู่ข้าง ๆ มุมฝั่งหนึ่งของห้อง
“ป้าคะ” เสียงสั่นของหญิงสาวมองผู้เป็นป้าด้วยความตกใจ หญิงสาวย่อตัวนั่งลงข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปหาโซเฟีย “ป้าเป็นอะไร...” “โรส...” นางโซเฟียส่ายหน้าไม่ตอบ เพราะไม่มีใครทำอะไรหล่อนมันเป็นกรรมเสียมากกว่า “ป้าคะมีเรื่องอะไรที่ทำให้ป้า...” โซเฟียเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะมองหลานสาวเพียงคนเดียวด้วยความรักและห่วงใย “โรส ป้าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดร้ายแรง...หมอบอกว่าป้าต้องเขารับการปลูกถ่ายไขกระดูกให้เร็วที่สุด...ป้าขอโทษที่ปิดบังเรา ป้าคิดว่าเงินแค่นี้ที่มีจะสามารถรักษาพอ แต่ป้า...” “ไม่จริงใช่ไหมคะ ?” โรสถาม เธอไม่คิดว่าป้าที่เลี้ยงดูแลเธอมาแต่เด็กจะมาป่วยเป็นโรคร้ายทั้งที่ผ่านมาสุขภาพของป้าเธอแข็งแรงดีมาตลอด “ป้าคะ ป้าจะต้องหายนะคะ หนูจะดูแลและออกค่ารักษาทั้งหมดให้ป้าเอง” หญิงสาวขยับตัวเข้าไปกอดนางโซเฟีย เธอเหลือเพียงป้าคนเดียวเท่านั้นที่เป็นญาติของเธอ “โรส ป้าไม่ต้องการจะรักษา เงินที่มีโรสต้องเก็บเอาไว้ เพียงแต่ป้าโทษตัวเองที่พระเจ้าไม่ยุติธรรม...ฮือ ๆ” โซเฟียพูดกับหลานสาว เพราะนางก็อายุมากแล้วอีกอย่างถึงเวลาที่นางจะต้องไปอยู่กับสามีแล้วก็ได้ “ป้าคะ ป้าจะต้องหายนะคะ ป้าอย่าทิ้งหนูไปไหนนะคะ” หญิงสาวร้องสะอื้นบอกผู้เป็นป้า “โรส...” “ป้าคะ ยังไงเรื่องเงินหนูจะเป็นคนจัดการเองค่ะ ป้าเข้ารับรักษาเถอะนะคะ” หญิงสาวพูดขึ้นซึ่งทำให้นางโซเฟียนั้นดูเครียดยิ่งกว่าเดิมเข้าไปอีก ค่ารักษาใช้ว่าจะน้อย ๆ สักที่ไหน ลำพังเงินที่หลานสาวหามาใช้ในแต่ละเดือนยังไม่พอเลย โรสรู้ว่ามีเงินก้อนอยู่จากที่เธอนำสร้อยของวิวเลี่ยมไปขายเงินส่วนนั้นที่สามารถใช้พักรักษาตัวของป้าเธอได้สักระยะหนึ่งแต่มันไม่ใช่ทั้งหมดเพราะต้องมีค่าหมอและค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ อีกมากมาย “โรสยังไงเงินที่มีก็ไม่พอหรอกนะ ป้าอยากให้โรสเก็บเอาไว้” “ไม่ค่ะ หนูหาได้ ป้าแค่เข้ารับการรักษาก็พอค่ะ” หญิงสาวพูด พร้อมกับกอดผู้เป็นป้าแน่นไม่ยอมปล่อย โซเฟียเอื้อมมือไปลูบเส้นผมของหลานสาวที่รักอย่างแผ่วเบา “โรส..แต่...” “หนูว่าดึกแล้ว คุณป้าไปพักผ่อนนะคะ” หญิงสาวตัดบทพูดพร้อมกับช่วยพยุงป้าโซเฟียขึ้นเดินไปส่งที่ห้องนอนแล้วกลับมายังห้องของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง โรสไม่รอช้าที่จะเดินตรงไปยังถังขยะเมื่อตอนหัวค่ำเพิ่งปาการ์ดของเขาทิ้งลงไป เธอหยิบขึ้นมาอ่าน อันโตนีโอ ซอฟฟ์ “คงเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วสินะ” โรสพึมพำเบา ๆ เพราะเงินจากการที่เธอไปลวงหนุ่ม ๆ มานั้นไม่พอต่อค่ารักษาแน่ เมื่อคิดได้เช่นนั้นหญิงสาวจึงวางการ์ดไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือก่อนที่จะเดินกลับมานอนเช่นเดิม แม้พยายามข่มตาหลับเท่าไหร่เรื่องมากมายทำให้เธอไม่สามารถนอนหลับได้ลงจริง ๆ แสงแดดผลัดขึ้นบอกวันใหม่ หญิงสาวแต่งตัวเรียบร้อยไปทำงานในตอนเช้าตามเวลาปกติหลังจากที่โทรนัดเพื่อคุยกับ ชายหนุ่มเรื่องข้อเสนอที่เขายื่นให้เธอเมื่อวาน โรสเลิกงานเร็วหนึ่งชั่วโมงเพื่อกลับมาที่บ้านเปลี่ยนชุด ที่แรกว่าจะใส่ธรรมดา แต่เปลี่ยนใจ...เธอแต่งตัวในชุดเดรสสีเลือดหมูเกาะอกสั้นเหนือเข่า พร้อมแต่งหน้าทาปาก เธอสำรวจตัวเองแล้วเดินออกจากห้องไป สายตามองป้าโซเฟียที่นอนหลับอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ก่อนที่จะก้าวเดินออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว หญิงสาวใช้เวลาไม่นานในการเดินทางไปหาชายหนุ่มที่โรงแรมตามที่เขานัดเอาไว้ เธอเดินเข้ามาข้างในล็อบบี้พลางส่งสายตามองหาไม่นานสักพักมีชายชุดสูทสวมสองคนสวมแว่นดำเดินเข้ามาหาเธอ “คุณโรสครับ” หญิงสาวมองชายสองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ “เจ้านายผมให้ผมมารับคุณขึ้นไปพบที่ห้องเพื่อคุยเป็นการส่วนตัวครับ” โรสคิ้วขมวดมองอย่างไม่พอใจ ทำไมต้องให้ขึ้นไปพบบนห้องด้วย ตรงนี้คุยไม่ได้หรือไงกัน “เจ้านายสั่งไว้ครับ” เธอถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพยักหน้ารับ “งั้นก็โอเคค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนที่จะเดินตามชายชุดสูทสองคนไปอย่างเงียบๆ ใจของเธอแอบกลัวเขาขึ้นมาเพราะว่าอยู่สองต่อสองด้วยแล้ว...ไม่อยากจะคิดเลย เมื่อก้าวออกจากลิฟต์ขาก็เริ่มสั่นเพราะกำลังจะเข้าปากเสือ เธอเดินมาจนถึงหน้าประตูห้องพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดก่อนที่ประตูจะเปิดออก สองเท้าก้าวเข้าไปในห้องอย่างกล้า ๆ ประตูห้องปิดลง สายตากวาดมองไปยังห้องหรูขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง หญิงสาวสะดุ้งขึ้นเมื่อมีเสียงของชายหนุ่มกล่าวทักทายเธอ “ผมนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วไม่มาหาผม” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟาเดินเข้ามาหาหญิงสาว สายตาคมสำรวจมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แทบทำให้เขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย “ฉันจำเป็น ถึงต้องมาค่ะ” โรสพูดมองเขาเหมือนไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่าไหร่ หรือว่าเธอควรจะกลับดี กลับไปตั้งหลักใหม่ก่อนดีไหม “หมายความว่าคุณตัดสินใจจะมาทำงานกับผม ?” “แต่งานของคุณคง ไม่ใช่...” โรสถามขึ้นทันทีเพราะเธอกลัวงานที่ว่าของเขาคือขายตัวนั่นเอง ขนาดแค่วิลเลี่ยมคนเดียวทำให้เธอขยะแขยงได้มากขนาดนี้ ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ เธอขอลาดีกว่า อันโตนีโอหัวเราะออกมาก่อนที่จะรีบหุบยิ้มคืนเหมือนเดิม “คุณคิดว่าผมจะให้คุณทำงานอะไร ?” “ฉันไม่รู้ และตอนนี้กำลังรอคำตอบจากคุณค่ะ” เธอกล่าวขึ้นสบสายตาคมที่เริ่มจ้องมองเธอ ไม่แปลกใจเลยที่มาเฟียหนุ่มหัวใจน้ำแข็งเช่นเขาจะหัวใจกระตุกสั่นหวั่นไหวอีกครั้งหนึ่ง นานมากเท่าไหร่แล้วที่ความรู้สึกแบบนี้หายไปจนบางครั้งเขาคิดว่ามันไม่เคยจะเกิดขึ้นแล้วอีกครั้งด้วยซ้ำไป “งั้นหรือ เอาเป็นว่าผมค่อยบอกแล้วกัน” มาเฟียหนุ่มพูดขึ้นแต่ดูท่าสีหน้าของคนฟังจะไม่พอใจ “ไม่ค่ะ คุณต้องบอกก่อน ไม่อย่างงั้นฉันก็ไม่ทำงานกับคุณ”เสียงซุบซิบของนางแบบค่อย ๆ ดังขึ้นไปต่างนานาจนเฮริน่าต้องเอ่ยขึ้น“เงียบ ๆ และทางที่ดีควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”น้ำเสียงของเฮรินน่าดูเครียดไม่แพ้กัน“ฉันหวังว่าพวกเธอคงจะเข้าใจ”อาเซียปรายตามองด้วยความหงุดหงิดใจแม้จะไม่ชอบที่ เฮรินน่าให้ความสนใจในตัวโรสมากกว่ารวมถึงอันโตนีโอด้วยแต่ก็ช่างเถอะยังไงซะก็ไม่มีทางตามไปช่วยหญิงสาวได้ทันอยู่แล้วนางแบบสาวเดินเข้าไปหาเฮรินน่าพลางแสร้งหน้าดูเครียดไม่แพ้กับคนอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ยลองเชิง “แล้วแบบนี้การเดินแบบล่ะจะทำยังไง ถ้าเกิดกลับมาไม่ทันเดินโชว์งาน”คำพูดของอาเซียทำให้เฮรินน่าฉุดคิดขึ้นมา...“ต้องรอซอฟฟ์ตัดสินใจก่อน”อาเซียได้แค่ยิ้มออกมา เพราะยังไงก็มั่นใจว่าถ้าหากไม่มีโรสอยู่แล้วหน้าที่และตำแหน่งเด่นในงานนี้จะต้องเป็นของเธอแน่นอน“ค่ะ ฉันแค่เป็นห่วง” นางแบบสาวพูดก่อนที่จะเดินไปนั่งรอเงียบ ๆ โดยไม่สนใจการหายตัวไปของโรสแต่อย่างใดไม่นานเกินสิบนาทีอันโตนีโอเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งสีหน้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลต่าง ๆ มากมาย
รู้จัก...เวก้าไม่เคยรู้จักหรอกเพียงแต่รู้ว่าคนพวกนี้คือพวกเดียวกับอาเซียที่เคยวางแผนทำร้ายเธอมาก่อนอาเซียรู้ว่าเธอไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ให้อันโตนีโอฟังเด็ดขาดถึงกล้าทำและใช้วิธีสกปรกแบบนี้เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเวก้าโรสจึงไม่คิดที่จะเอ่ยถามต่อ บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากคิดถึงหรือพูดถึงมันอีก“เอ่อ...ฉันออกมานานแล้วคงต้องกลับเข้างานแล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นโชว์” โรสบอกเหตุผลกับเวก้าก่อนที่จะเดินไปเวก้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวพลางถอนหายใจออกมาครั้นเมื่อจะเดินกลับแต่เห็นชายชุดดำที่เป็นคนของโรเรนโซมุ่งตามหลังโรสไปนั่นทำให้รู้ว่าเป้าหมายไม่ใช่เธอควรจะช่วยโรสยังไง !! เวก้ามองอีกครั้งและพยายามหาวิธี ลำพังตัวคนเดียวคงช่วยไม่ได้มีเพียงอันโตนีโอเท่านั้นที่ช่วยได้ ว่าแล้วหญิงสาวรีบหมุนตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสายตาประสานกับชายชุดดำอีกคน ร่างกายของเวก้าสั่นสะท้านด้วยความกลัว พลางก้าวเท้าถอยหลังออกห่างทีล่ะก้าว...ทีล่ะก้าว...แต่ทว่า ตึก !!แผ่นหลังของเธอกลับชนใครอีกคนที่อยู่ทางด้านหลัง เวก้ารู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะหนีรอ
อาเซียใช้เวลาเปลี่ยนชุดไม่นานก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องไป แล้วมานั่งรอเช่นเดิม ไม่นานเท่าไหร่เสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น นางแบบสาวไม่รอช้าที่จะกดอ่านทันที‘ทำตามแผนซะ ฉันรออยู่ข้างนอกนี้แล้ว ระวังอย่าให้มันจับได้สักก่อนล่ะ !’เมื่ออ่านข้อความจบก็รีบลบทันที พลางส่งสายตามองหาโรสที่กำลังเดินมาหยิบชุดไปเปลี่ยนแต่ทว่ามีคนเดินเข้ามาหาคุยบางอย่างพร้อมกับจดหมายในมือก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพอดีจริง !! อาเซียส่งข้อความหาโรเรนโซและเดินตามโรส ออกไปทันทีอาเซียเดินตามมาซึ่งไม่ไกลจากห้องแต่งตัวมากนักแต่ก็เป็นที่ที่คนเดินไปเดินมาน้อยมีแค่พนักงานของโรงแรมที่เดินผ่านเท่านั้น สายตาส่งมองเมื่อเห็นว่าโรสไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวแต่อยู่กับเวก้า อาเซียจึงได้แค่ยืนหลบมุมเพื่อฟังคำสนทนาของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ“มีอะไรหรือเปล่าคะ”เวก้าเดินเข้ามาพร้อมกับจับมือของโรสขึ้น พลางส่งสายตาอ้อนวอนมองเพื่อขอความเห็นใจ“ได้โปรด...ให้ฉันได้พบกับนิกส์อีกสักครั้งนะคะ”โรสมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อเวก้าสามารถที่จะไปหาชายห
เหนื่อย...อันโตนีโอกลับมาที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมานั่งทำงานดูข้อมูลและเอกสารรวมถึงความเคลื่อนไหวทั้งหมดของโรเรนโซที่ชาร์และรอสซีหามาให้ ซึ่งทำให้แทบโมโหระเบิดออกมาเมื่อโรเรนโซพยายามแย่งการค้าไป แน่นอนว่าคงปล่อยไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากงานประมูลเสร็จจะต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย !!อันโตนีโอไม่ได้สนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกต่อไป ในเมื่อจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังขึ้นบัญชีข้อมูลสรุปยอดขายทั้งหมดในกาสิโน ซึ่งเป็นที่พึงพอใจมากกับสถิตจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ล่ะวันและการเล่นพนันเยอะมาขึ้นอีกห้าเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ จริงอยู่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ากาสิโนเพราะกลับทานอาหารค่ำทุกวัน มีชาร์ที่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยแทนในบางครั้ง แค่ไม่มีคนมาก่อความวุ่นวายเหมือนคราวที่แล้วก็พอเกือบสองทุ่ม...โรสยืนอยู่หน้าเตาร้อนที่ส่งไอระเหยออกมา เอื้อมมือปิดเตาก่อนจะหันไปหยิบภาชนะใส่อาหารในขณะที่มาร์ธาเดินเข้ามาพอดี“เจ้านายกลับมาแล้วค่ะ”มาร์ธาบอกในขณะที่ช่วยจัดจานเพื่อนำไปวางบนโต๊ะ“จริงหรือ” โรสกล่าวพลางจัดแต่งจานและเสริ์ฟอาหารอีกหลาย ๆ เมนูก่อ
“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่ม“นั่นเป็นเพราะนายรักเธอ”คำตอบตรง ๆ ทำให้รอสซีถึงกับสะอึก แววตาคมฉายชัดถึงความว้าวุ่นในหัวใจออกมาโดยไม่ปิดบัง “นายคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ได้ นั่นเพราะนายไม่กล้าพอหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถบอกได้”“อืม”“ถ้าความรักของนายมากกว่าเหตุผลก็บอกเธอ...แต่ถ้านายคิดว่าเหตุผลทำให้นายไม่สามารถรักได้ ก็ปล่อยและถอยออกมาซะ”ปล่อย...ถ้าทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้ แน่นอนว่าหัวใจไม่ต้องการทำแบบนั้นและมันจะไม่เกิดขึ้น“ขอบคุณมาก” เมื่อพูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าเครื่องดื่มก่อนจะรีบเดินออกจากบาร์ไปทันทีชายวัยกลางคนมองลูกค้าหนุ่มที่เดินออกไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจออกมาแล้วทำหน้าที่ของตนดั่งเดิมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรอสซีเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในที่ปิดไปมืดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดีกับอาหารมื้อค่ำ ครั้นได้ยินเสียงมาจากข้างในครัวจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปดูไลลาที่กำลังจัดเตรียมอาหารมือค่ำ
รอสซีกลับมาทำงานตามปกติทั้งที่บาดแผลนั้นยังไม่หายสนิทดีมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานมากนัก สาเหตุที่รีบมาทำงานคงไม่ใช่เพราะชาร์จะมีงานเยอะมากขึ้น แต่การที่อยู่บ้านทำให้ต้องพบหน้าไลลาแทบทุกเวลาแล้วปราการหัวใจที่สร้างขึ้นก็ยิ่งสั่นไหวง่าย ๆ ถ้าขืนอยู่พักอีกวันสองวันกำแพงที่กั้นขึ้นคงได้ล้มลงทั้งหมดแน่บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตั้งแต่กลับบ้านมาพักรักษาตัว แม้ในใจอยากจะรั้งเอาไว้เพื่ออยู่ต่อแต่ทว่ากลับไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์อะไร อันที่จริงแล้วมันไม่ควรเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเลย เพราะตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเจ้านาย หากแต่ความรักอาจจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มร้อย...ยิ่งคิดหัวแทบระเบิด ยิ่งรู้ว่าไลลาออกไปหางานทำ หนำซ้ำยังไม่พอยังคิดที่จะย้ายออกด้วยทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดที่จะย้ายออก เป็นเพราะเขางั้นเหรอ ?รอสซีสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวของตัวเองออกและตั้งสมาธิให้สนใจกับเอกสารตรงหน้าที่แทบเป็นลมจับหลังจากหยุดพักตัวไปนานหลายวัน วันนี้คงต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จ แม้จะมีชาร์มาช่วย แต่บางเรื่องที่เคยทำอยู่ก่อนแล้วอีกฝ่ายไ







