Share

บทที่ 6

ชายวัยกลางคนจำต้องหมุนกายเดินกลับไปยังประตูทางเข้าบริษัทด้วยความอับอาย

ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้แก่ เมื่อไหร่ที่บริษัทนี้เป็นของฉันคอยดูสิว่าแกจะเป็นยังไง เขาลอบกำมือแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธเคือง

ซูหร่วนซีได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายร่างท้วมอย่างชิงชัง (รอก่อนเถอะ ฉันจะจัดการแกทั้งครอบครัวให้สิ้นซาก)

“ซีซี” น้ำเสียงอ่อนโยนของคนเป็นปู่ขัดความคิดของหญิงสาวทำให้เธอละความสนใจจากชายคนนั้นซึ่งมีสถานะเป็นเพียงญาติสายรอง

“ค่ะ”

“หลานจำเสี่ยวชุนได้ไหม” จบคำของชายชรา ซูหร่วนซีจึงได้พิจารณาชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนผิวขาวดวงตาของเขาทอแววอ่อนโยนคล้ายคนในความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว

“พี่ชุน” เจ้าตัวส่งยิ้มเอ่ยทักออกมาอย่างสนิทสนม

“ครับ พี่นึกว่าน้องจะจำพี่ไม่ได้เสียแล้ว” ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้ม

“ฉันก็เกือบจำพี่ไม่ได้จริงนั่นแหละค่ะ ได้ข่าวล่าสุดก็ตอนที่พี่ไปเรียนต่อเมืองนอก ว่าแต่พี่กลับมานานหรือยังคะ คุณปู่ก็จริง ๆ เลย ไม่เห็นบอกหนูบ้างว่าพี่ชายกลับมาแล้ว” หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยกระเง้ากระงอดไปทางชายสูงวัยที่มองเธอสลับกับชายหนุ่มผู้เป็นลูกของทนายประจำตระกูลด้วยสายตาแห่งความสุข

“ไม่ใช่ว่าปู่บอกไปแล้วหรอกหรือ” คนเป็นปู่แก้ต่างให้ตัวเอง

“เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นคงเป็นเพราะฉันเองที่จำไม่ได้ ว่าแต่พี่ชุนกลับมาครั้งนี้ได้พาพี่สะใภ้มาให้ฉันด้วยหรือเปล่า” ใบหน้าของซูหร่วนซียังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“พี่กำลังจะแต่งในเดือนหน้านี่แล้วครับ” คำตอบของเขาทำให้ซูหร่วนซีห่อปากตาโต

“ฉันยังไม่ทันเห็นพี่สะใภ้เลย ทำไมพี่ไม่พาไปที่บ้านบ้างล่ะคะ” คนทั้งสามเดินไปพลางสนทนากันไปทำให้คนในตึกมองพวกเขาอย่างสนใจใคร่รู้

“พี่สาวรั่วนั่นคุณหนูใหญ่ซูเหรอคะ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย หล่อนสวยมากเลยนะ ว่าแต่ทำไมถึงดูสนิทสนมกับนายน้อยฝานจัง” หญิงสาวแผนกต้อนรับกระซิบกับเพื่อนสาวรุ่นพี่พร้อมตั้งข้อสังเกต

“ใช่แล้วละ และการที่คุณหนูกับนายน้อยฝานจะสนิทกันนั้นก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลก ทั้งนี้เป็นเพราะครอบครัวของคุณฝานกับท่านประธานสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ดังนั้นการที่ลูกหลานของสองครอบครัวสนิทกันจึงนับว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอ” ผู้หญิงอีกคนที่ทำงานมานานตอบ

“เอ๋! ถ้าอย่างนี้จะเรียกได้ว่าคุณหนูใหญ่กับนายน้อยฝานเป็นคู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่[1]ได้ไหมคะ” หล่อนพูดไปพลางหัวเราะคิกคัก

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่คู่ในชีวิตจริงฉันว่าทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันดีนะคะ” เสียงการสนทนาของประชาสัมพันธ์สาวทั้งสองหาได้เข้าหูของคนทั้งสามแต่อย่างใด

ภายในลิฟท์ส่วนตัวเฉพาะผู้นำ “ซีซี อยากเลือกเลขาด้วยตัวเองหรือครับ” ฝานชุนเฟิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“ค่ะ ฉันอยากลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง อย่างแรกก็เริ่มจากการเลือกคนนี่แหละ” เมื่อหญิงสาวยืนยันเช่นนี้ชายต่างวัยทั้งคู่ก็ไม่คิดค้านอันใดดังนั้นพวกเขาจึงพาหญิงสาวมายังห้องทำงานส่วนกลางแทนที่จะไปฝ่ายบุคคลโดยตรง

“แก ช่วยตั้งใจทำงานหน่อยไม่ได้เหรอ วัน ๆ จะเอาแต่นั่งหลับอย่างเดียวไม่ได้นะอาเย่” เสียงพูดอย่างเอือมระอาดังขึ้นจากแผนกไอที

“หัวหน้า ผมทำงานที่รับผิดชอบเสร็จแล้วนะครับ และเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า ที่สำคัญหัวหน้าก็ไม่ให้ผมหยุด หัวหน้าไม่รู้หรอกว่าผมได้นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องฝ่ารถติดเพื่อมาทำงานอีก แล้วอย่างนี้จะให้ผมงีบสักหน่อยไม่ได้หรือครับ” ชายหนุ่มผมเผ้าฟูฟ่องเอ่ยร้องขอความเป็นธรรมให้ตนเองพลางอ้าปากหาวทำให้คนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าแสดงความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

“แก ช่วยรักษาหน้าตาแผนกของเราหน่อยไม่ได้เหรอ หากว่าแกทำงานไม่ดีฉันคงเฉดหัวแกออกไปนานแล้ว” น้ำเสียงของชายร่างท้วมบ่งบอกถึงความหงุดหงิด

โดยไม่รู้ว่าได้มีคนกำลังยืนฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่อย่างสนใจ และพอซูหร่วนซีเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังควานหาแว่นตามาสวมเธอก็รู้สึกประหลาดใจระคนสงสัย

(ชายคนนี้ไม่ใช่สวี่เย่หานหรอกหรือ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่บริษัทของฉันล่ะ จำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้จากนี้อีกสามปีจะต้องเสียชีวิตจากโรงแรมประเทศเอ็มถล่ม และเขาไม่ใช่เป็นหนึ่งในสามเสือแห่งหลงเทียนกรุ๊ปหรอกหรือ)

หากถามว่าทำไมเธอถึงจำเรื่องของชายหนุ่มคนนั้นได้ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพราะวันนั้นเฉินมู่เจ๋อก็เดินทางไปประเทศเอ็มกับชู้ของเขา เมื่อมีข่าวโรงแรมดังของประเทศเอ็มถล่มเธอจึงวิ่งหาข่าวของเขาให้พล่านราวกับมดในกระทะร้อน ซึ่งในตอนนั้นเธอทั้งติดตามข่าวและสอบถามคนไปทั่วราวคนบ้าจึงสามารถพอจดจำได้บ้างถึงรายชื่อของคนเสียชีวิตและสูญหาย

“พี่ชุนคะ ฉันอยากให้คนนั้นมาทำงานด้วย” นิ้วเรียวสวยของซูหร่วนซีระบุไปทางชายหนุ่มผมเผ้ายุ่งเหยิงโดยตรง

“น้องแน่ใจนะ แม้ว่าสวี่เย่หานจะเก่งมาก ทว่าเขามักจะทำงานตามอำเภอใจ บางทีหากไม่ถูกใจใครหมอนี่ก็ไม่ทำเสีย ดื้อ ๆ เพียงแต่ข้อเสียของเขามักมีน้อยกว่าข้อดีดังนั้นทางฝ่ายบุคคลจึงได้ทำเพียงตักเตือนเพียงเล็กน้อย”

“คนอย่างนี้หลานอยากได้จริงหรือ”

“ค่ะ” เมื่อคนเป็นหลานยืนยันเช่นนี้ซูจินกวงก็ไม่พูดอะไรอีก

“เสี่ยวชุนรบกวนเธอไปจัดการด้วยนะ”

“ครับ”

“ปู่คิดว่าหลานหาผู้ช่วยอีกสักคนเถอะ” คนเป็นปู่ไม่อยากให้หลานสาวมีคนสนิทเป็นชายหนุ่มเพราะอาจจะทำให้เกิดข้อครหา ดังนั้นจึงได้ถามออกมาซึ่งซูหร่วนซีเองก็เข้าใจเจตนานี้เป็นอย่างดีเช่นกัน

“ฉันเองก็คิดเหมือนคุณปู่ค่ะ” หล่อนตอบรับอย่างเชื่อฟังดังนั้นพวกเขาจึงได้เดินไปยังแผนกอื่น ๆ เป็นลำดับถัดไป

“ทำไมหลานไม่เลือกคนจบเลขานุการโดยตรงเลยล่ะ” ชายชราถามเมื่อหลานสาวหยุดยืนที่ฝ่ายวางแผนของบริษัท

“ปู่ก็รู้ว่าหนูชอบคิดไม่เหมือนใครนี่คะ อย่างพี่ชายชุนเองก็ไม่ได้จบเลขานุการเหมือนกันเขายังมาทำหน้าที่เลขาให้ปู่เลยดังนั้นปู่ไม่คิดว่าหนูเหมือนปู่หรอกหรือในเรื่องนี้” เมื่อถูกหลานสาวอ้อนเช่นนี้มีหรือซูจินกวงจะไม่คล้อยตาม

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจหลาน ว่าแต่หลานต้องการใครล่ะ”

“เธอคนนั้นค่ะ” นิ้วของซูหร่วนซีชี้ไปทางหญิงสาวผู้มีดวงตากลมโต

ผมยาวของหล่อนถูกมัดไว้หลวม ๆ การแต่งกายค่อนข้างเรียบง่ายทว่าใบหน้านั้นกลับชวนมองอยู่ในบางที ถึงกระนั้นก็ยังไม่สะดุดตา

“มีเหตุผลหรือเปล่า” คำถามของชายชราทำให้ได้รับรอยยิ้มบางเบาฉายชัดบนใบหน้าหลานสาวคนสวยเพียงเท่านั้น เมื่อหญิงสาวได้คนที่ตัวเองต้องการเธอก็เข้าลิฟท์ไปยังห้องทำงานของตนซึ่งอยู่ชั้นบนสุดชั้นเดียวกับคนเป็นปู่

ทันทีเมื่อประตูลิฟท์เปิดออกเธอก็เดินแยกไปทางขวา ทว่าซูหร่วนซีไม่คาดคิดว่าการมาเริ่มงานวันแรกจะเจอเข้ากับปัญหา เมื่อหน้าห้องของเธอมีเลขาสาวของญาติผู้พี่ซูเหวินบุตรชายของซูยวี่ผู้น่ารังเกียจ

“คุณหนูซู” แม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะยืนกล่าวทักทายเธอ แต่ด้วยท่าทางปากยิ้มตาไม่ยิ้มของหล่อนทำให้ซูหร่วนซีรู้สึกขัดตาขึ้นมาครามครัน

“ไม่มีใครบอกเจ้านายเธอเหรอว่าฉันจะมาทำงานวันนี้ แล้วนี่คือห้องตำแหน่งของรองประธาน เจ้านายของเธอกล้ามานั่งได้ยังไง” พอหญิงสาวกล่าวจบเธอก็ก้าวเท้าเดินตรงไปใช้มือผลักประตูห้องบานใหญ่ทันที

การกระทำของหญิงสาวผู้มีสิทธิ์อันชอบธรรมทำให้เลขาสาวหน้าห้องใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นซีดเผือด คนภายในห้องที่กำลังนัวเนียกันอยู่อย่างน่าไม่อายถึงกับผงะด้วยความตกใจ

“ที่นี่ห้องทำงานไม่ใช่โรงแรม” ซูหร่วนซีตวาดเสียงดัง

“เธอเข้ามาได้ยังไง” ชายหนุ่มในห้องเค้นเสียงถามพลางติดกระดุมเสื้อด้วยความรีบร้อน

“ที่นี่คือห้องทำงานของฉัน ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้” หญิงสาวนั่งเก้าอี้ไขว่ห้างอย่างถือตัว

“เหอะ! คนอย่างเธอที่วัน ๆ เอาแต่ไลล่าจับผู้ชายรู้จักทำงานด้วยอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากริมฝีปากของญาติสายรองทำให้ซูหร่วนซีพยายามข่มกลั้นโทสะอย่างหนัก

“คุณเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันนี่คะ ถึงขนาดเปลี่ยนห้องทำงานเป็นโรงแรมได้ ไม่รู้ว่าหากคุณปู่รู้เรื่องนี้จะว่ายังไงบ้าง” ซูหร่วนซีพูดไปพลางเล่นนิ้วของตนไปมาอย่างไม่ใส่ใจท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า

“เธอขู่ฉันเหรอ ไม่แน่ว่าบางทีปู่ของเธออาจจะลุกจากเตียงไม่ได้ใครจะรู้” คำพูดของชายคนนี้ได้ดังเข้าหูซูจินกวงที่กำลังเดินมาหาหลานสาวพอดิบพอดี

“นี่คือลูกชายของนายที่บอกว่าตลอดมาทุ่มเทให้กับบริษัทอย่างนั้นหรือซูยวี่” คำพูดของบุคคลที่สามทางด้านหลังทำให้ซูเหวินหันกลับไปมอง เข่าของเขาอ่อนนุ่มผิดกับท่าทางแข็งกระด้างเมื่อครู่ราวพลิกฝ่ามือ

“ไอ้ลูกเวร เมื่อคืนพ่อบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้แกยกห้องนี้ให้กับน้องสาว แล้วแกมาทำอะไรที่นี่อีกทั้งยังพูดจาไร้สาระอีก” ชายวัยกลางคนร่างท้วมปรี่เข้ามาหาคนเป็นลูกพร้อมกับลงมือทุบตีเขาอย่างไม่ไว้หน้า

“พ่อ ๆ เมื่อคืนผมเมาใครจะไปรู้เรื่องกันล่ะ อย่าตีผมเลย ผมเจ็บ”

เสียงปรบมือดังขึ้นจากหญิงสาวหนึ่งเดียวภายในนี้ “เลิกแสดงละครเถอะค่ะ แล้วอีกอย่างห้องนี้เป็นห้องทำงานของฉันอยู่ก่อนแล้ว และก็จำไม่ได้ว่าเคยอนุญาตให้ใครเข้ามานั่ง” คำพูดของซูหร่วนซีทำให้สองพ่อลูกหยุดการกระทำของตน

“หลานของฉันพูดถูกนะ ฉันเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าเคยอนุญาตให้นายกับลูกขึ้นมาถึงชั้นนี้” คำพูดของซูหร่วนซียังไม่มีน้ำหนักเท่าคำพูดของซูจินกวงจึงทำให้สองพ่อลูกหลั่งเหงื่อเย็น
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 170

    หนึ่งปีผ่านไปหลังการจากไปของซูจินกวง เหล่าพี่น้องและพ้องเพื่อนจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบการจากไปของเขาเช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส ซูหร่วนซี จ้าวหลงหยางรวมถึงจ้าวลี่เซียนลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบ พร้อมด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ เดินทางไปยังสุสานของครอบครัวซูกันอย่างพร้อมเพรียงหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 169

    ไม่กี่เดือนหลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัว ซูจินกวงเริ่มล้มป่วยอย่างหนัก สุขภาพของเขาทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นซูจินกวงรู้ดีว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกคนในครอบครัวต่างผลัดกันมาเยี่ยมเยียนดูแล และใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ซ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 168

    “ปู่เชื่อว่าสักวันหลานจะต้องได้ยินเสียงหัวเราะของลูกหลานในบ้านหลังนี้เหมือนคนอื่น ๆ”ซูหร่วนซีตอบรับเขาด้วยรอยยิ้ม “ค่ะปู่ ฉันก็เชื่อเหมือนกัน แต่ฉันในตอนนี้ก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่นะคะ”ส่วนจ้าวหลงหยางเขามักจะเข้ามาร่วมสนทนากับปู่รวมถึงภรรยาในช่วงเย็นหลังจากเลิกงาน ชายหนุ่มมักจะช่วยพยุงชายชราใ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 167

    หลังพิธีแต่งงานที่แสนงดงาม จ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความสุขที่เรียบง่าย บ้านของพวกเขาถูกตกแต่งอย่างอบอุ่นในสไตล์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของทั้งสองคนทุกเช้าซูหร่วนซีมักจะตื่นก่อนเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้สามี โดยจ้าวหลงหยางมักจะมาช่วยเธอในครัวพร้อมรอยยิ้มและคำแซวที่ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 166

    ซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 165

    ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status