Share

บทที่ 7

“คุณลุง พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ” น้ำเสียงแหลมสูงจากผู้มาใหม่ทำให้คนภายในห้องพากันมองหล่อนเป็นทางเดียว

“ที่รัก คุณอย่ามาทำให้เสียเรื่อง หากลุงกวงเกิดเข้าใจผิดผมขึ้นมาจะทำยังไง” ซูยวี่รีบเดินเข้าไปจับมือภรรยาของตนแสร้งห้ามปราม

“คุณก็เป็นแบบนี้ทุกที มีใครในเทียนไห่ไม่รู้บ้างว่าคุณทำงานหนักขนาดไหนตลอดเวลาสามปีนับตั้งแต่คุณลุงป่วย” หญิงวัยกลางคนกล่าวเจือเสียงสะอื้นพลางบีบน้ำตา

แปะ ๆ เสียงปรบมือดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงวัยกลางคน

“อาสะใภ้นี่น่าจะไปเล่นละครนะคะ ไม่สิ พวกคุณทั้งครอบครัวนี่แหละ ฉันคิดว่าหากเปลี่ยนอาชีพรับรองว่ารางวัลการแสดงดีเด่นย่อมไม่หนีไปไหน”

“มันจะมากไปแล้วนะ ซูหร่วนซีเธอพูดแบบนี้กับแม่ฉันหมายความว่ายังไง” เสียงตวาดแหวดังขึ้นจากหญิงสาวรูปร่างเล็กใบหน้าราวตุ๊กตาทว่าก็ยังด้อยกว่าหญิงสาวเจ้าของชื่อที่เธอตวาดทำให้ทุกคนหันไปตามต้นเสียง

“เสี่ยวฮวา อย่าว่าพี่สาว” คนเป็นแม่รีบเอ่ยห้ามทั้งน้ำตายังคลอหน่วย “แต่แม่คะ หล่อนไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่คนอย่างนี้หนูนับเป็นพี่ไม่ลงหรอก”

ซูหร่วนซีอยากกรอกตามองบน และก่อนที่หล่อนจะตอบโต้คำพูดของญาติผู้น้อง “ที่นี่คึกคักดีนะครับ” เสียงพูดไม่รู้สึกรู้สาดังขึ้นจากผู้มาใหม่ได้เรียกสายตาของคนภายในห้องอีกครั้ง

“แกเป็นใคร” เสียงแหวของหญิงสาวผู้ไม่สมกับหน้าตาทำให้สวี่เย่หานขยับขาแว่นมองหล่อนอย่างไม่อยากเชื่อหู

“น้องเล็กพูดไว้ไม่มีผิด คนเราจะดูแต่เปลือกไม่ได้จริง ๆ”

“กรี๊ด! แกหมายความว่ายังไง”

สวี่เย่หานรีบยกมืออุดหูของตนทั้งสองข้างทันที

“หยุด!! ที่นี่ไม่ใช่ตลาดสดนะ ซูยวี่นี่คือลูกสาวที่แกบอกว่าภูมิใจนักภูมิใจหนาอย่างนั้นหรือ” ซูจินกวงเริ่มหมดความอดทนตวาดเสียงดัง

“ลุงกวง เสี่ยวเหลียนเป็นเด็กดีจริง ๆ นะครับ เพียงแต่หล่อนถูกคนชั้นต่ำนี่ดูถูกก่อน” ซูยวี่รีบเข้าข้างคนเป็นลูก อีกทั้งยังยกนิ้วชี้หน้าชายหนุ่มสวมแว่นด้วยแววตาแห่งความโกรธ

“ฉันยังไม่ได้ยินว่าคนของฉันจะพูดอะไรไม่ดีเลย คุณปู่ล่ะคะได้ยินอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องเริ่มรู้สึกหมดความอดทนกอดอกพูดขึ้นเสียงเรียบดวงตาของหล่อนมองครอบครัวสายรองราวมดปลวก

“คนของเธอ ถึงว่านายเป็นยังไงลูกน้องก็เป็นอย่างนั้นถึงได้ไร้มารยาทพอกัน” ซูเหวินกล่าวเสียงเยาะ

“โอ๊ะ! ตายจริง คุณหมายถึงตัวเองหรือคะ เพราะคนมีมารยาทเขาจะต้องรู้ว่าที่ไหนคือที่ของตนไม่ใช่ว่าจะถือโอกาสชุบมือเปิบหยิบฉวยของคนอื่นเอาหน้าด้าน ๆ” ซูหร่วนซียกมือปิดปากกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มหยัน

“แก!! ว่าใคร ฉันชุบมือเปิบอะไรของใครเมื่อไร ใคร ๆ ในเทียนไห่ต่างก็รู้ว่าฉันซูเหวินกับครอบครัวต่างทุ่มเททำงานมากขนาดไหน ดีกว่าแกที่วัน ๆ จ้องจะจับแต่ผู้ชาย” เสียงเผี๊ยะ! ดังขึ้น ทำให้คนที่ได้ยินอดจะสูดปากไม่ได้ด้วยรู้สึกเจ็บใบหน้าแทนชายหนุ่มปากไม่มีหูรูด

“คุณลุง! จำเป็นต้องลงมือกับลูกชายของผมเลยหรือครับ” ซูยวี่โกรธจนใบหน้าแดงก่ำถามเสียงกร้าว

“ใครใช้ให้ลูกของนายมาดูถูกหลานสาวของฉัน แล้วอีกอย่างพวกนายเพิ่งจะเข้ามาดูบริษัทได้เพียงสามปีจะนับประสาอะไรกับฉันที่เป็นผู้ก่อตั้งเทียนไห่กับพ่อของซีซี

หากว่าลูกชายของฉันไม่ตายนายกับลูกจะได้มีวันนี้ยังนั้นเหรอ ซูยวี่ฉันขอเตือนนายเอาไว้นะ เรื่องของนายมีความเป็นมาอย่างไรตัวเองย่อมรู้ดีที่สุด

และนับจากวันนี้ไปหากพวกเธอพ่อแม่ลูกยังไม่อยู่ในที่ของตัวเองอีกก็อย่าหาว่าฉันซูจินกวงโหดเหี้ยม” ชายชรากล่าวเสียงดังอย่างไม่ไว้หน้าครอบครัวของน้องชายตามสายเลือดผู้มักจะสร้างปัญหาอยู่เป็นนิจ

ซูหร่วนซีรู้สึกตื่นตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อเห็นการกระทำของคนเป็นปู่ ทั้งนี้เป็นเพราะชาติที่แล้วหากจำไม่ผิดปู่มักจะไว้ใจและให้การช่วยเหลือครอบครัวของซูยวี่เป็นอย่างมาก

(ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นหรือว่าเป็นเพราะฉันได้ย้อนกลับมาจึงทำให้เกิดผลกระทบแบบนี้ เอาเถอะแต่ถึงยังไงก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะในชาตินี้คุณปู่จะได้ระมัดระวังตัวจากครอบครัวนี้)

ในขณะที่ซูหร่วนซีกำลังครุ่นคิด เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนที่กำลังมองหล่อนอย่างพินิจพิเคราะห์

ในตอนนี้ครอบครัวสายรองไม่อาจจะทนอยู่ภายในห้องนี้ได้อีก ดังนั้นทั้งสี่คนจึงกำลังจะล่าถอยออกไปเพื่อตั้งหลักกลับมาใหม่ทว่าดูเหมือนโชคจะยังเข้าข้างพวกเขาอยู่

ใบหน้าของซูยวี่แปรเปลี่ยนหลังจากรับโทรศัพท์มือถือของตน “คุณลุง ขอยินดีด้วยนะครับ หลานสาวคนดีของคุณกำลังสร้างเรื่องใหญ่ให้กับบริษัทเราแล้ว”

ไม่ต้องรอให้ซูจินกวงรู้สึกสงสัยนานโทรศัพท์มือถือของฝานชุนเฟิงก็ดังขึ้น “ได้ ฉันจะรีบบอกนายท่านเดี๋ยวนี้” ใบหน้าและน้ำเสียงของชายหนุ่มก็หาได้สู้ดีเช่นกัน

“เกิดอะไรขึ้น”

“นายก็บอกไปสิว่ากลุ่มของฮัวกรุ๊ปขอถอนหุ้นจากกิจการเดินเรือของพวกเรา”

ร่างกายของซูจินกวงซวนเซ “คุณปู่” ซูหร่วนซีรีบเข้าไปประคองชายชราทันทีด้วยความตกใจ เมื่อซูจินกวงนั่งลงเรียบร้อยเจ้าตัวก็พึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“เป็นไปไม่ได้”

“จะยังมีอะไรเป็นไปไม่ได้อีกล่ะครับ จะว่าไปแม้ว่าฮัวกรุ๊ปจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าเทียนไห่ แต่ถ้าหากว่าเฉินกรุ๊ปยื่นมือเข้าไปข้องเกี่ยวก็ไม่แน่ว่าอาจจะผงาดขึ้นมาเทียบเราก็ได้” น้ำเสียงของคนพูดแฝงไว้ด้วยความสะใจ

“แกพูดแบบนี้ ดูเหมือนว่าแกจะดีใจที่เห็นเทียนไห่เกิดปัญหา”

ซูยวี่ผงะไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวของชายชรา “ผมจะคิดยังงั้นได้ยังไงล่ะครับ เรื่องนี้ทำไมคุณลุงไม่โทษหลานสาวคนโปรดล่ะครับ”

“ซีซีเกี่ยวอะไรด้วย”

ซูหร่วนซีรู้สึกซาบซึ้งระคนรู้สึกผิดที่เธอเคยหลงผิด “คุณปู่คะ เรื่องนี้ฉันจะแก้ปัญหาเอง”

“ซีซีเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของหลาน” ชายชรายังกล่าวไม่ทันจบประโยคก็ถูกเสียงหนึ่งกล่าวแทรกขึ้น

“หล่อนจะไม่ผิดได้ยังไงล่ะครับ เพราะถ้าหากน้องสาวแต่งงานกับนายน้อยตระกูลเฉินพวกเราคงไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์นี้หรอก” ซูเหวินอดจะโพล่งออกมาไม่ได้

“แกอย่าพูดมาก” ซูจินกวงตวาดใส่หลานชายสายรองทันที

“คุณลุงก็เข้าข้างหล่อนตลอด ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าฮัวกรุ๊ปเป็นอะไรกับแม่ของนายน้อยเฉินในตอนนั้น หากว่าซีซีไม่ยื่นข้อเสนอแบบนั้นออกไปก่อน คุณลุงไม่คิดเหรอคะว่าฮัวกรุ๊ปอาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือญาติผู้น้องของตนไปแล้ว” หญิงวัยกลางคนกอดอกกล่าวออกมาอย่างถือไพ่เหนือกว่า

“คุณอาสะใภ้นี่รู้ดีจังเลยนะคะ ฉันจะบอกอะไรให้แม้ว่าฮัวกรุ๊ปจะมีหุ้นส่วนในบริษัทเรา ทว่าเขาก็ไม่ได้มีเงินหมุนเวียนมากขนาดถึงห้าพันล้านหรอกนะคะ ไม่อย่างนั้นเฉินกรุ๊ปจะปล่อยให้ตัวเองจนตรอกจนต้องขายตัวเองหรอกหรือ”

“ซูหร่วนซี เธอว่าใครขายตัวเอง” น้ำเสียงของคนที่ซูหร่วนซีไม่เคยลืมดังกึกก้องดวงตาของเขาคล้ายมีเปลวเพลิงกองเล็กสุมอยู่ด้านใน

มือของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลากำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนก่อนจะชี้นิ้วตรงไปทางหญิงสาวที่เคยวิ่งตามตัวเองมานานหลายปี

“คุณมาที่นี่ทำไม” ซูหร่วนซีเค้นเสียงถามสายตาของหล่อนจ้องกลับเขาอย่างแค้นเคืองไม่ต่างกัน

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เขาตอบก่อนจะเดินเข้ามาทำความเคารพซูจินกวงทั้งที่ไม่อยากทำก่อนจะหันไปกล่าวทักทายกับซูยวี่และครอบครัวด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง

หลังจากเฉินมู่เจ๋อทักทายครอบครัวสายรองเจ้าตัวก็เอ่ยเข้าวัตถุประสงค์ของตนที่เหยียบย่างเข้ามายังบริษัทแห่งนี้ และเขาก็ต้องรู้สึกผิดหวังที่ไม่เห็นปฏิกิริยาของชายชราเป็นอย่างที่ตนคิด

“เสี่ยวฝานทำตามที่เขาต้องการจากนั้นก็หาน้ำใส่เกลือมาราดหน้าบริษัทของเราด้วย” คำพูดไม่ไว้หน้าของชายชราทำให้ใบหน้าของผู้มาเยือนแสดงออกมาไม่น่ามอง

“ทำไม แปลกใจหรือ พวกเธอคิดว่าเทียนไห่ของฉันเป็นอะไร นึกหรือว่าเพียงแค่ถอนหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์จะทำให้ฉันสะเทือนได้”

“ปู่ใหญ่ ผมว่าปู่เลิกเสแสร้งเถอะครับ เมื่อสักครู่ไม่ใช่คุณปู่แทบจะยืนไม่อยู่หรอกหรือ” ซูจินกวงหรี่ตามองใบหน้าของคนพูดราวกับว่าเจ้าของประโยคนี้เป็นเพียงหมู่โง่ตัวหนึ่ง

“ฉันจะเสแสร้งหรือไม่ เกี่ยวอะไรกับแก อีกอย่างเมื่อไหร่พวกแกจะไปให้พ้น ๆ หน้าของฉัน” ซูจินกวงโบกมือพลางเอ่ยไล่คนทั้งครอบครัวสายรองนี้อีกครั้ง

“ได้ ผมจะรอดูว่าคุณลุงจะให้คำตอบกับคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นคนอื่นยังไง” หลังกล่าวจบซูยวี่ก็พาครอบครัวของตนหมุนกายเดินออกจากห้องแห่งนี้อย่างอารมณ์ดี

“ผู้ช่วยสวี่ ผู้ช่วยตง ฉันรบกวนคุณทั้งสองช่วยจัดการเปลี่ยนของในห้องทำงานให้ฉันใหม่ทั้งหมดด้วยนะคะ ฉันรู้สึกว่าห้องนี้สกปรกเกินไป”

เมื่อหัวเรือใหญ่อย่างปู่ของตนยังไม่สะทกสะท้าน ซูหร่วนซีจึงคิดว่าชายชราย่อมมีวิธีรับมือ ดังนั้นก่อนที่คนพวกนั้นจะจากไปหญิงสาวจึงได้จงใจตะโกนออกมาเสียงดัง

“ครับ/ค่ะ คุณหนูใหญ่” คล้อยหลังผู้ช่วยหนุ่มสาวของซูหร่วนซีเดินจากไป ฝานชุนเฟิงก็ได้นำเอกสารที่คนเป็นนายต้องการเข้ามา

“พวกเราจะจัดการให้เร็วที่สุดและฉันหวังว่าต่อไปนี้นายอย่าได้มาตอแยกับหลานสาวของฉันอีก และการที่หลานของฉันพูดว่านายขายตัวเองนั้นฉันว่าประโยคนี้ก็ไม่ผิดนะ”

“ผมขอตัว” เฉินมู่เจ๋อกำมัดของตนแน่นผุดลุกจากเก้าอี้หันหลังเดินจากไปพร้อมเลขาของตนทันที

ในที่สุดความเงียบก็ได้กลับคืนสู่ห้องทำงานของหญิงสาวอีกครั้ง “ซีซี หลานสามารถรับมือได้ไหม” คำถามของชายชราที่กำลังเอามือไพล่หลัง ใบหน้ามองออกไปนอกกระจกสูงถามหลานสาวอย่างอ่อนโยน

“ไหวค่ะ คุณปู่ไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะนำพาเทียนไห่ไปสู่ความรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน”

ซูจินกวงหมุนกายกลับมาสายตาของเขาฉายแววอ่อนโยนยามมองหลานสาวเพียงคนเดียว

“ปู่จะรอวันนั้น”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 170

    หนึ่งปีผ่านไปหลังการจากไปของซูจินกวง เหล่าพี่น้องและพ้องเพื่อนจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบการจากไปของเขาเช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส ซูหร่วนซี จ้าวหลงหยางรวมถึงจ้าวลี่เซียนลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบ พร้อมด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ เดินทางไปยังสุสานของครอบครัวซูกันอย่างพร้อมเพรียงหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 169

    ไม่กี่เดือนหลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัว ซูจินกวงเริ่มล้มป่วยอย่างหนัก สุขภาพของเขาทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นซูจินกวงรู้ดีว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกคนในครอบครัวต่างผลัดกันมาเยี่ยมเยียนดูแล และใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ซ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 168

    “ปู่เชื่อว่าสักวันหลานจะต้องได้ยินเสียงหัวเราะของลูกหลานในบ้านหลังนี้เหมือนคนอื่น ๆ”ซูหร่วนซีตอบรับเขาด้วยรอยยิ้ม “ค่ะปู่ ฉันก็เชื่อเหมือนกัน แต่ฉันในตอนนี้ก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่นะคะ”ส่วนจ้าวหลงหยางเขามักจะเข้ามาร่วมสนทนากับปู่รวมถึงภรรยาในช่วงเย็นหลังจากเลิกงาน ชายหนุ่มมักจะช่วยพยุงชายชราใ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 167

    หลังพิธีแต่งงานที่แสนงดงาม จ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความสุขที่เรียบง่าย บ้านของพวกเขาถูกตกแต่งอย่างอบอุ่นในสไตล์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของทั้งสองคนทุกเช้าซูหร่วนซีมักจะตื่นก่อนเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้สามี โดยจ้าวหลงหยางมักจะมาช่วยเธอในครัวพร้อมรอยยิ้มและคำแซวที่ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 166

    ซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 165

    ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status