مشاركة

บทที่ 5

ช่วงสายภายในวันเดียวกันเสียงเคาะประตูหน้าห้องของสองสาวก็ดังขึ้น เข่อซิงจึงได้เป็นคนเดินไปเปิดประตูเมื่อเธอได้รับข้อความแจ้งเตือนมาจากบุคคลดังกล่าว

“คุณหนูโม่” น้ำเสียงสุภาพดังขึ้นจากหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวในชุดสูททำงานสีเทากางเกงขายาวสีเดียวกันกล่าวทักทายพลางค้อมศีรษะลงเล็กน้อย

รองเท้าส้นสูงสีดำความสูงน่าจะไม่ต่ำกว่าแปดเซนที่เจ้าตัวสวมกอปรกับใบหน้าเรียบเฉยภายใต้แว่นไร้กรอบทำให้เจ้าตัวดูเป็นคนเจ้าระเบียบและน่าเกรงขาม

“พี่จิ้ง” เจ้าของชื่อทักทายตอบกลับหญิงสาวอย่างเป็นกันเองแลดูสนิทสนม ก่อนที่หล่อนจะผายมือเชิญให้หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามาภายในห้อง

ไต้จิ้งอี๋กวาดตามองรอบห้องก่อนจะไปหยุดอยู่บนเตียงนอนที่ดูยับย่นทั้งสองฝั่งด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วเพียงไม่นานเธอก็มองเห็นคนผู้ที่อยู่กับเจ้านายของตนเดินออกมาจากห้องน้ำ

“คุณหนูซู” หญิงสาวเป็นฝ่ายทักทายคนอายุน้อยกว่าออกมาก่อนอย่างสุภาพ

“สวัสดีค่ะพี่จิ้ง” หร่วนซีทักทายหญิงสาวอย่างเป็นกันเองเช่นกันเนื่องจากผู้หญิงตรงหน้าเข้าทำงานกับบริษัทเครือโม่มาตั้งแต่หลังฝึกงานซึ่งค่อนข้างคุ้นเคยกับเธอและเข่อซิง

“เชิญนั่งก่อนสิคะ” ซูหร่วนซีผายมือเชิญผู้ที่มักมีใบหน้าเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจด้วยรอยยิ้ม

“พี่จิ้งอยากดื่มอะไรไหมคะ ฉันจะสั่งให้” เข่อซิงถามผู้มาใหม่หลังจากนั่งลงเรียบร้อย

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการตัวเองเรียบร้อยมาแล้ว ว่าแต่คุณหนูต้องการไปคุยเรื่องสัญญากับทางกองถ่ายเลยหรือไม่คะ” หญิงสาวปฏิเสธก่อนจะเอ่ยเข้าเรื่องงาน

“ไปกันเลยก็ได้ค่ะ ฉันกับซีซีเองก็จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน” คุณหนูโม่พูดขึ้นอย่างตื่นเต้นทั้งนี้เป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะเป็นผู้ประสานงานด้วยตัวเอง

“ใจเย็น ๆ เธอมีคนเก่งอย่างพี่จิ้งอยู่ทั้งคนรับรองทุกอย่างผ่านไปได้ดีแน่” ซูหร่วนซีกระซิบข้างหูเพื่อนสาวเสียงเบา

“อืม แต่มันก็ยังอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้อ่ะ” เข่อซิงพูดเสียงเบาไม่ต่างกัน คุณหนูใหญ่ตระกูลซูจึงบีบมือให้กำลังใจเพื่อน จนกระทั่งลิฟต์โดยสารของหญิงสาวทั้งสามเคลื่อนตัวลงมาจนถึงชั้นหนึ่ง

ในขณะที่ซีซีกำลังจะเดินไปกับเพื่อนเสียงโทรศัพท์เครื่องสวยในกระเป๋าก็ดังขึ้น “เธอไปก่อนนะเดี๋ยวฉันตามไป” สาวงามชูมือถือในขณะกล่าวเพื่อให้เพื่อนของตนรับรู้หลังจากรับโทรศัพท์และแยกตัวออกมาเสียงแหบแห้งของปลายสายก็ดังขึ้น

“เสี่ยวซีหลานอยู่ที่ไหน แม่บ้านบอกว่าหลานออกไปตั้งแต่บ่ายเมื่อวานกับซิงเอ๋อร์” ผู้เป็นปู่ถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

เนื่องจากเขาเพิ่งเห็นข่าวเกี่ยวกับเด็กคนนั้น จึงกลัวว่าหลานของตนจะคิดมากจึงได้โทรมาหาอย่างร้อนใจหลังจากที่ลงมาชั้นล่างแล้วไม่เห็นหน้าค่าตาของคนปลายสาย

“คุณปู่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ตอนนี้หนูอยู่เมืองจีค่ะ ช่วงเย็นหนูก็กลับไปแล้วค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ หนูสบายดี อีกอย่างวันพรุ่งนี้หนูพร้อมจะไปทำงานที่บริษัทตามที่คุณปู่ต้องการด้วย จริงสิคะ เอาไว้พบกันนะคะ สวัสดีค่ะ” หร่วนซีพูดไปยิ้มไปในขณะตอบคำถามของปู่ผู้ชราที่รักและเป็นห่วงตน

โดยไม่รู้ว่าได้มีสายตาคมคู่หนึ่งมองเธอทุกอริยาบทด้วยรอยยิ้มอันหายากที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้เห็นจากชายหนุ่มคนนี้

“เจ้าสามยิ้มอะไร” คำพูดแฝงแววหยอกเย้าพร้อมกับสายตาแสดงความสอดรู้นั้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาผิวขาวริมฝีปากแดงปรายตามองเขาก่อนที่เจ้าตัวจะทำหน้านิ่งตามเดิม

“ไม่มีอะไร พวกเราไปกันเถอะ” เขาปฏิเสธอย่างเย็นชาซึ่งคนที่อยู่ด้วยกันก็คุ้นชินกับนิสัยเช่นนี้ไปนานแล้ว

หลังจากคุยโทรศัพท์กับปู่ผู้เป็นที่รักจบลงหญิงสาวก็เดินไปหาเพื่อนสนิทซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมที่ตนพักอยู่ ในตอนนี้และเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนทำหน้าที่ได้ดี ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้ปลีกตัวออกมาเดินเล่น ซึ่งห่างจากโรงแรมนี้ไปไม่มากเป็นที่ถ่ายทำของกองถ่ายในวันนี้

ซูหร่วนซีเดินทอดน่องไปตามริมทางเท้าอันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองจีอย่างเชื่องช้าด้วยรอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้า ไม่ว่าใครที่ได้เห็นหญิงสาวต่างก็พากันชี้ชวนมองเธออย่างสนใจ แต่เธอก็หาได้สนใจใครไม่จนกระทั่งมาถึงสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์รักย้อนยุคที่กำลังจะโด่งดังเป็นพลุแตกในอนาคต

ในขณะที่หญิงสาวกำลังสอดส่ายสายตามองรอบด้านอย่างให้ความสนใจอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเด็กสาวสองคนกล่าวทักเธอด้วยท่าทางประหม่าอย่างเขินอาย

“ขอโทษนะคะ พี่ได้เป็นดาราหรือเปล่าคะ พี่สวยมากเลย” เด็กหญิงวัยมัธยมปลายถามขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะตื่นเต้น

“ขอโทษนะที่ต้องทำให้น้องผิดหวังแล้ว พี่ไม่ใช่ดาราจ้ะ” ซีซีโบกมือยกยิ้มปฏิเสธออกไปอย่างเขินอายไม่แพ้กันแม้จะรู้ว่าตนสวยมากแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนมาทักตัวเองแบบนี้

“ไม่ผิดหวังหรอกค่ะ เพราะพี่สวยมากเลย หนูขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ” หนึ่งในสองพูดขึ้นโดยมีเด็กหญิงอีกคนพยักหน้ายืนยันอย่างเห็นพ้อง

“ได้สิจ๊ะ” ซีซีพูดขึ้นอย่างเต็มใจ

หลังจากที่เด็กทั้งสองได้รูปจนพอใจแล้วเธอก็หันมาขอบคุณพี่สาวคนสวยผู้ใจดี

“พี่คะ จะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอช่องทางการติดตามด้วย” เด็กหญิงผู้ที่ขอถ่ายรูปพูดขึ้นอย่างคาดหวัง

“ได้สิ เอามือถือของน้องมาสิ พี่จะใส่ไอดีให้” ซูหร่วนซีไม่ปฏิเสธ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะงานที่บริษัทของเจ้าตัวในอนาคตก็จะต้องออกสื่อมากขึ้นอยู่ดี

“ขอบคุณค่ะ เอาไว้ฉันจะทักหานะคะพี่สาว” เด็กสาวใบหน้าน่ารักราวตุ๊กตายิ้มร่าพูดขึ้นอย่างดีใจก่อนจะโบกมือลา ซึ่งซูหร่วนซีเองก็ยิ้มโบกมือลาเธอเช่นกัน คล้อยหลังเด็กสองคนนั้นจากไปซูหร่วนซีก็เดินไปทางด้านหน้าตามเดิม

“ซีซี!” น้ำเสียงหวานใสของคุณหนูโม่ตะโกนเรียกพร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางหล่อน

“เป็นยังไงบ้างมีอะไรติดขัดตรงไหนหรือเปล่า” เจ้าของชื่อถามเพื่อนสาวอย่างเป็นห่วงเกรงว่าเพื่อนจะตื่นเต้นจนเสียเรื่อง

“เรียบร้อยดี จากนี้ฉันจะเป็นผู้เข้ามาดูแลงานตรงนี้เองอย่างเต็มตัว” โม่เข่อซิงยิ้มกว้างบอกเพื่อนสาวจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้างของเจ้าตัว

“ยินดีด้วย ว่าแต่ท่านประธานโม่จะเลี้ยงอาหารอะไรผู้แนะนำคนนี้ดี” ซูหร่วนซีถือโอกาสแสร้งหยอกเย้าเพื่อนสาวผู้น่ารัก

“ฉันยังไม่ได้เป็นประธานเลยนะ ไม่เหมือนคุณหนูใหญ่ตระกูลซูที่อายุยังน้อยก็ได้เป็นรองประธานแล้ว” โม่เข่อซิงสัพยอกกลับก่อนที่ทั้งสองสาวจะส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

หลังจากพักกองพระเอกของเรื่องหรือก็คือเยว่หลวนคุนจึงได้เดินเข้ามาหาหญิงสาวทั้งสามคน

“ซีซี น้องจะกลับเมื่อไหร่หรือว่าจะกลับพร้อมพี่ดี” ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลารูปร่างค่อนข้างผอมกว่าคนปกติเล็กน้อยกระนั้นเขาก็ยังดูดีเอ่ยถามผู้เป็นน้องอย่างเป็นห่วง

“ฉันจะกลับตอนเย็นค่ะ พรุ่งนี้จะต้องเข้าบริษัท รับปากคุณปู่เอาไว้แล้วว่าจะกลับไปทำงาน หากพี่ชายจะทิ้งงานและกลับด้วยกันน้องก็ยินดีนะคะ” น้ำเสียงของเจ้าตัวแฝงไปด้วยความหยอกเย้าต่อผู้เป็นพี่ซึ่งผิดจากซูหร่วนซีคนเดิม

“ทิ้งได้นะ ถ้าหากว่าน้องจะยอมจ่ายค่าเสียหายให้พี่” ผู้เป็นพี่ยอมรับมุกที่คนเป็นน้องส่งมาทำให้ซูหร่วนซีแสดงใบหน้าเหลอหลา

“พี่ทำงานต่อไปเถอะค่ะ เรื่องค่าเสียหายไม่เท่ากับน้องจะโดนคนแถวนี้โกรธ” ซีซีปรายตามองเพื่อนสาวหลังได้ยินคำกล่าวของพี่ชาย

“ฮ่า ๆ พี่ล้อเล่นนะครับ ว่าแต่ซิงเอ๋อร์คิดดีแล้วเหรอที่ยอมลงทุนกับหนังเรื่องนี้เพราะมันค่อนข้างใช้เงินจำนวนมากทีเดียวนะ อีกอย่างพี่เองก็ไม่รู้ว่าผลตอบแทนจะดีหรือเปล่าด้วย”

หลังจากสนทนากับผู้เป็นน้องจบชายหนุ่มผู้รู้เรื่องการลงทุนมาจากผู้กำกับจึงได้เอ่ยถามหญิงสาวข้างกายน้องสาวอย่างเป็นห่วงแม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าภาพยนต์เรื่องนี้จะไม่แย่ก็ตาม

“พี่เยว่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม” เข่อซิงตอบพร้อมกับยืดอกของตนขึ้นสูง

“หากซิงเอ๋อร์มั่นใจแบบนี้พี่จะทำให้เต็มที่จะไม่ทำให้ประธานโม่ต้องผิดหวังอย่างเด็ดขาด” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ทำให้โม่เข่อซิงได้แต่มองเขาจนตาลอยแม้กระทั่งชายหนุ่มเดินจากไปไกลแล้วก็ตาม

“ซิงซิง” ซีซีตะโกนเรียกเพื่อนสาวข้างหูของเจ้าตัวจนเจ้าของชื่อสะดุ้ง “ห๊ะ! มีอะไรเหรอ” ใบหน้าเหลอหลาของคุณหนูโม่ทำให้ซูหร่วนซีได้แต่กลอกตาขาวมองบน

“เป็นเอามากนะเธอ ฉันว่านะบอกออกไปเลยดีไหม ฉันไม่รังเกียจที่จะมีเธอเป็นพี่สะใภ้นะ” ซีซีกล่าวแซวทำให้สองแก้มขาวของเพื่อนสนิทเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ

“ไม่เอา รอให้ถึงวันที่ฉันทนไม่ไหวก่อนก็แล้วกันเมื่อนั้นค่อยบอก” คุณหนูตระกูลโม่บิดมือของตนไปมากล่าวด้วยความอาย

เช้าวันต่อมาซูหร่วนซีตื่นขึ้นตามนาฬิกาชีวิตของตนจากความเคยชินในชาติก่อนเนื่องจากเธอมักจะตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำอาหารให้ชายชั่วคนนั้นอยู่เสมอ

หลังจากหญิงสาวจัดการตนเองเรียบร้อยเธอก็ก้าวเท้าลงมาตามขั้นบันไดเมื่อสายตามองเห็นผู้เป็นปู่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยชุดทำงาน คุณหนูซูจึงเลิกคิ้วเรียวสวยที่ตกแต่งไว้อย่างดีก่อนที่จะเอ่ยปากถามชายชราในขณะเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้าม

“คุณปู่จะไปไหนคะ” คำถามของหลานสาวทำให้ใบหน้าของซูจินกวงเงยหน้าขึ้นมอง

“ก็ไปทำงานกับหลานยังไงล่ะ วันนี้หลานจะเข้าบริษัทปู่จะไม่ไปได้ยังไง” เสียงแหบแห้งของชายชราทำให้ซูหร่วนซีอุ่นวาบขึ้นในอก

“คุณปู่เป็นห่วงฉันหรือคะ”

ชายชรารีบกลบเกลื่อนอาการของตน “รีบกินข้าวเถอะ ไปสายวันแรกจะไม่ดีนะ” เสือเฒ่าแห่งเทียนไห่แสร้งพูดเสียงเข้มพร้อมกับตีหน้าขึงขังทั้งที่ภายในอกรู้สึกพอใจกับสิ่งที่หลานสาวกล่าว

“รับทราบค่ะท่านประธาน” หญิงสาวทำท่าจริงจังจากนั้นเธอก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้าเช่นเดียวกัน

“ไปกับปู่แล้วกันนะ เอาไว้ปู่ค่อยซื้อรถให้ใหม่” ผู้สูงวัยพูดขึ้นเมื่อรถประจำตำแหน่งของตนจอดรออยู่หน้าตึก

“ได้สิคะ ท่านประธานว่ายังไงหนูก็ว่าตามนั้นแหละค่า” ผู้เป็นหลานแสร้งลากเสียงยาวพร้อมกับเดินนำแขนเข้าไปคล้องแขนของผู้เป็นปู่

“ขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวได้สายกันพอดี” เสียงแหบพร่าของชายชราพูดขึ้นเชิงตำหนิ ทว่าแววตาของเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความสุขที่ถูกหลานสาวเอาใจ

เมื่อรถของประธานในเครือเทียนไห่จอดหน้าประตูทางเข้าของบริษัท หลังจากคนขับรถลงมาเปิดประตู สายตาอันเฉียบขาดกับกลิ่นอายอันเข้มงวดก็ฉายออกมาจากชายชราผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของบริษัทแห่งนี้

“สวัสดีครับท่านประธาน” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบเดินเข้ามาประจบประแจงเขาทันที

ซึ่งซูหร่วนซีจำได้ไม่ลืมว่าชายคนนี้น่ารังเกียจมากขนาดไหน อีกทั้งยังทำอะไรลงไปบ้างกับบริษัทอันเป็นชีวิตของปู่ตน

“ทำไมทุกคนไม่ไปทำงานมายืนตรงนี้เพื่ออะไร” น้ำเสียงของชายชรากล่าวตำหนิผู้ที่หวังประจบตนอย่างไม่ไว้หน้า

“เอ่อ..คือเรื่องนี้เป็นความคิดของผมเองครับเมื่อเห็นว่าท่านมาทำงานได้ก็เลยให้ทุกคนออกมาต้อนรับ” ชายวัยกลางคนผู้นั้นกล่าวน้ำเสียงติดขัดใบหน้าเหยเก

“แค่ฉันกับหลานมาทำงานจะมาต้อนรับทำไม รีบกลับไปทำงานกันได้แล้ว ส่วนเสี่ยวชุนอยู่ก่อน” ชายชราโบกมือพลางพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ

ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเขาเคยพูดถึงเรื่องนี้ไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องการให้ใครมาต้อนรับก่อนจะเอ่ยให้เลขาคนสนิทของตนอยู่รอ ทว่าชายวัยกลางคนผู้นี้ก็ยังคงอาศัยความหน้าหนาไม่ยอมเดินจากไป

“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือซูยวี่ ฉันบอกให้ไปทำงาน!” น้ำเสียงของซูจินกวงเข้มขึ้นจนเจ้าของชื่อสะดุ้ง

“ครับ! ผมจะไปเดี๋ยวนี้ ว่าแต่หลานซีซีไม่ไปด้วยอย่างนั้นหรือ” ชายวัยกลางคนผู้นี้พูดพลางหันไปถามหญิงสาวผู้แต่งกายเรียบร้อยที่ยืนอยู่ข้างชายชราซึ่งเป็นญาติสายหลัก

“เรื่องของเสี่ยวซีฉันจะจัดการเอง แกไปทำงานของตัวเองเถอะ” ซูจินกวงบอกปัดพลางเอ่ยปากไล่เขาอีกครั้ง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 170

    ซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 169

    ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 168

    หยูเชาเอนตัวพิงเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “นายพูดเหมือนเขา... แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่”“ถ้าไม่น่าใช่ นายลองถามใจตัวเองดูสิว่าคิดยังไงกับพี่เขา” ฉาจี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีก“บางทีคำตอบมันอาจอยู่ตรงหน้าของนายแล้วก็ได้ แค่นายยังไม่ยอมรับ”หยูเชานิ่งไปนานไม่ตอบอะไร เขายกแ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 167

    เวิ้นจวิ้นชายหนุ่มหน้าหวานที่ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาถูกพ่อแท้ ๆ ไล่ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก เพียงเพราะคนเป็นพ่อไม่อาจยอมรับในตัวตนของลูกชายแบบเขาว่าสนใจเพศเดียวกันการพลัดพรากจากครอบครัวและการต่อสู้กับอคติในสังคมทำให้เวิ้นจวิ้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 166

    หนึ่งปีผ่านไปหลังการจากไปของซูจินกวง เหล่าพี่น้องและพ้องเพื่อนจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบการจากไปของเขาเช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส ซูหร่วนซี จ้าวหลงหยางรวมถึงจ้าวลี่เซียนลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบ พร้อมด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ เดินทางไปยังสุสานของครอบครัวซูกันอย่างพร้อมเพรียงหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 165

    ไม่กี่เดือนหลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัว ซูจินกวงเริ่มล้มป่วยอย่างหนัก สุขภาพของเขาทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นซูจินกวงรู้ดีว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกคนในครอบครัวต่างผลัดกันมาเยี่ยมเยียนดูแล และใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ซ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 83

    “สิบเท่า!” คนที่ได้ยินต่างพากันตกใจกับราคาที่ชายหนุ่มร่างสูงคนนี้เสนอ“ตกลง ฉันขายให้คุณ” ซูหร่วนซีไม่มีท่าทางอิดออดแต่อย่างใดเพราะหล่อนก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเก็บภาพวาดนี้เอาไว้เองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว“คุณผู้หญิง คุณตัดสินใจได้ฉลาดมาก ไม่ทราบว่าคุณจะรับเป็นเช็คหรือว่าเงินสด” วิคเตอร์ถามหล่อนออกมาด้วยรอยย

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 10

    ภายในงานต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้คน “ซีซี ฉันไม่คิดว่าคนจะสนใจที่ดินมากขนาดนี้เลย มองไปทางไหนก็เห็นคนจำนวนมาก” คุณหนูโม่กระซิบกับเพื่อนสาวเสียงเบาสองตาของเธอกวาดมองนักธุรกิจมากหน้าหลายตาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่เจ้าตัวจะอุทานเมื่อเจอคนคุ้นเคย “เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่คุณลุงไป๋หรอกเหรอ พวกเราควรไปทักทายหน่

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 9

    ในขณะที่หลานสาวกับปู่อยู่ภายในห้องทำงานตามลำพัง ซูหร่วนซีไม่คิดเก็บสิ่งที่เธอสงสัยเอาไว้อีก“คุณปู่ มีอะไรจะบอกฉันไหมคะ” ท่าทางของหลานสาวเช่นนี้คล้ายกับภรรยาผู้ล่วงลับของตนไม่มีผิดทำให้ซูจินกวงเผลอยิ้มออกมา“หลานไม่ต้องงอนปู่หรอก ปู่แค่ยังไม่มีโอกาสบอกก็เท่านั้นเอง เอาละปู่จะบอกถึงตัวตนของเขาคนนี้ให

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 8

    ในระหว่างที่ซูหร่วนซีกำลังรอตกแต่งห้องทำงานของตนอยู่นั้น คนเป็นปู่ได้อนุญาตให้หลานสาวสุดที่รักเข้าไปใช้ห้องทำงานของตัวเองได้ซึ่งห้องทำงานของผู้สูงวัยเองก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกันจากชายน่ารังเกียจคนนั้นทำให้ซูหร่วนซีรู้สึกไม่สบายตา“ปู่คะ ฉันว่าห้องทำงานของคุณปู่ก็ควรได้รับการปรับปรุงใหม่นะคะ”“ปู่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status