Share

บทที่ 4

Author: มู่เหลียนชิง
เห็นได้ชัดว่าโพสต์นี้ลืมบล็อคเธอ

แววตาของเธอลึกซึ้ง ไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่น

สร้อยคอเพชรที่ส่งไปเมื่อวาน วันนี้ก็มือของสวีจือหรูแล้ว ประสิทธิภาพสูงจนน่าทึ่งจริง ๆ

แต่ก็จริง เพราะสวีจือหรูคือคนที่ฟู่เฉินให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

หนิงหนานเสว่หัวเราะเบา ๆ ขณะที่เธอกำลังจะปิดโทรศัพท์

ก็มีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นว่า

[หนานเสว่ อีกสิบวันผมจะกลับประเทศแล้วนะ]

รูปโปรไฟล์สีดำ

ตัวย่อคือ jyc

บุคคลนี้ติดอยู่ในรายชื่อติดต่อของเธอมาเป็นเวลานานแล้ว

นับ ๆ ดูแล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้ติดต่อกันมาหกปีแล้ว

ลมหายใจของหนิงหนานเสว่หนักอึ้ง แต่ไม่พูดอะไรสักคำ

ตอนเวลาสี่โมงยี่สิบ ฟู่เฉินเพิ่งจะปลีกตัวจากการประชุมที่หนักหน่วง จนกระทั่งเลขาจางเตือน เขาถึงจำเรื่องที่จะไปรับฟู่สุยสุยได้

ครั้นแล้วก็เขาจึงนั่งรถตู้ธุรกิจแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอนุบาล

ฟู่เฉินนวดขมับที่เหนื่อยล้าพลางเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำเล็กน้อย “เร็วหน่อย”

คนขับได้ยินดังนั้นก็ตอบรับเสียงเบา “ครับ”

ฟู่เฉินตั้งใจว่าจะไปรับลูกมาแล้วส่งให้หนิงหนานเสว่ จากนั้นค่อยไปบ้านของสวีจือหรู

และในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของฟู่เฉินก็ทำลายความเงียบ หน้าจอปรากฏชื่อ ‘สวีจือหรู’ ขึ้นอย่างชัดเจน

ฟู่เฉินกระพริบตาเบา ๆ ก่อนกดรับสาย

เสียงสั่นเครือของสวีจือหรูดังจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นปนไปด้วยเสียงสะอื้น “ฟู่เฉิน หนั่วหมี่แย่แล้ว ตอนนี้มันมีฟองออกปาก หมอบอกว่ามันเป็นโรคชราหนักมาก คราวนี้มีโอกาสสูงมากที่จะไม่รอด...”

หนั่วหมี่เป็นสุนัขที่สวีจือหรูเลี้ยงไว้ เป็นของขวัญวันเกิดที่ฟู่เฉินเคยให้เธอ

ในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนแยกจากกัน หนั่วหมี่อยู่เป็นเพื่อนเธอตลอดเวลา ช่วยรักษาอาการซึมเศร้าของเธอ

สำหรับสวีจือหรู สุนัขตัวนี้ก็เหมือนลูกของพวกเขา

แววตาของฟู่เฉินหม่นหมองลงเล็กน้อย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจเย็นว่า “ไม่ต้องกลัว อีกเดี๋ยวผมจะไป”

“ไม่... คุณต้องรีบมา” เสียงของสวีจือหรูเริ่มสั่น เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังร้องไห้ “ฉันกลัวมันจะไม่รอด...”

พูดถึงตรงนี้เธอก็เกือบจะพังทลาย

แววตาของฟู่เฉินจดจ่อเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของสวีจือหรู ในหัวของเขาก็ผุดภาพดวงตาที่คาดหวังคู่นั้นอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับเสียงที่เธอบอกว่าอยากให้เขามารับเธอ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ

สุดท้าย ความห่วงใยที่มีต่อสวีจือหรูก็มีมากกว่าฟู่สุยสุย

สวีจือหรูขาดเขาไม่ได้

“ได้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

หลังจากวางสาย ฟู่เฉินก็สั่งคนขับว่า “กลับรถ ไปโรงพยาบาลสัตว์ซาง”

คนขับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบรับ “ได้ครับ ท่านประธานฟู่”

ฟู่เฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเลขาจาง บอกให้เขาไปรับฟู่สุยสุยแทน

จากนั้นวางโทรศัพท์ลง แล้วมองไปที่เค้กสตรอว์เบอร์รีชิ้นเล็กที่เลขาจางเตรียมไว้เป็นพิเศษด้วยสายตาที่หมองหม่นมาก เขาหลับตาลง ไม่อยากจะมองอีก

...

ฟู่สุยสุยมองดูท้องฟ้าที่เริ่มมีฝนตกปรอย ๆ ลมหนาวที่เย็นถึงกระดูกพัดเข้ามาหาเธอไม่หยุด ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอซีดขาวด้วยความหนาว เด็ก ๆ ในห้องเดียวกันกับเธอก็ถูกรับกลับไปหมดแล้ว

แม้แต่เด็กผู้หญิงคนสุดท้ายที่เดินออกไปก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัยว่า “สุยสุย เธอบอกว่าวันนี้พ่อเธอจะมารับไม่ใช่เหรอ...”

ในขณะนั้นเอง เด็กผู้ชายอีกคนก็หัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า “เธอมันคนโกหก พ่อที่ไหนกัน เธอหลอกก็เชื่อ!”

ดวงตาของฟู่สุยสุยเปลี่ยนเป็นไม่มั่นใจ หน้าอกเล็ก ๆ ก็รู้สึกแน่นขึ้นมา

แต่เธอพูดปฏิเสธไม่ได้ เพราะเธอไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเธอมีพ่อจริง ๆ...

เพราะพ่อคนอื่นจะมาร่วมงานเลี้ยงผู้ปกครอง มาร่วมงานประชุมผู้ปกครอง แต่พ่อของเธอไม่เคยปรากฏตัวเลยสักครั้ง

พูดประโยคนั้นจบ พ่อของเด็กผู้ชายก็ตบหัวเขาเบา ๆ “พูดอะไรไร้สาระ? ขอโทษนะครับคุณครู”

พูดจบ พ่อของเด็กผู้ชายก็ดึงเขาไป

ส่วนคุณครูโน้มตัวลงถามว่า “สุยสุย วันนี้พ่อหนูไม่มารับเหรอจ๊ะ?”

ฟู่สุยสุยอยากจะบอกว่าวันนี้พ่อจะมารับเธอ แต่บางทีเธออาจจะทำให้พ่อลำบากใจ เธอไม่ควรจะรบกวนพ่อ...

ฟู่สุยสุยยิ้มจาง ๆ “คุณครูคะ คุณแม่มารับค่ะ”

“งั้นก็ดี ครูจะลองโทรหาคุณแม่หนูนะ” คุณครูเอ่ยอย่างอ่อนโยน

ฟู่สุยสุยกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจไว้ แล้วพูดว่า “รบกวนคุณครูด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

ตอนหนิงหนานเสว่ได้รับโทรศัพท์และรีบไปโรงเรียนอนุบาล ฝนก็กำลังตกหนักพอดี ลมหนาวจัด และฝนที่ตกกระหน่ำ ทำให้เธอแทบลืมตาไม่ขึ้น

เมื่อเธอมาถึงอย่างเหนื่อยหอบก็เห็นฟู่สุยสุยตัวเล็กจิ๋วหดตัวอยู่ในมุมหนึ่ง หนาวจนสั่นไปทั้งตัว

วินาทีนั้น หนิงหนานเสว่รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดด้วยมีดอย่างแรง จนเลือดไหลกระฉูด

น้ำเสียงที่สุยสุยพูดอย่างมีความสุขว่าวันนี้พ่อจะมารับดูเหมือนยังคงก้องอยู่ในหู

หนิงหนานเสว่รู้สึกเลือดลมขึ้นหน้าในชั่วพริบตา และรสคาวหวานก็พุ่งขึ้นมาถึงลำคอ

เธอเช็ดน้ำตาที่หางตาแล้วเชิดรอยยิ้มขึ้นมา “สุยสุย—”

ฟู่สุยสุยเงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้น วินาทีที่เห็นหนิงหนานเสว่ ความน้อยใจ ความน่าสงสารทั้งหมดที่มีก็กลายเป็นเสียงเรียกอันแผ่วเบา “คุณแม่คะ”

เด็กน้อยตัวแค่นี้ เธอไม่พูดอะไรเลย และไม่บ่นสักคำ

เพียงเรียกแม่อย่างว่าง่าย

หนิงหนานเสว่รู้สึกเสียใจชั่วขณะหนึ่ง ถ้าตอนนั้นเธอไม่ยืนกรานที่จะอยู่กับฟู่เฉิน บางทีสุยสุยอาจจะเกิดมาในครอบครัวที่รักเธอ มีพ่อที่รักเธอ และแม่ที่ห่วงใยเธอ

เธอเดินเข้าไปกอดฟู่สุยสุย “แม่มาแล้วนะ แม่จะพาหนูกลับบ้าน ไม่ร้องนะลูกรัก”

ฟู่สุยสุยพยักหน้า น้ำตาไหลลงมาอย่างเงียบ ๆ

จากนั้นหนิงหนานเสว่ก็พาลูกกลับบ้าน

ร่างกายของฟู่สุยสุยอ่อนแอมาก พอถึงบ้านก็มีไข้สูงทันที

หนิงหนานเสว่สัมผัสใบหน้าเล็ก ๆ ที่ร้อนจัดของเธอ หัวใจเจ็บปวดจนชาไปหมด

ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของหนิงหนานเสว่ก็ดังขึ้น

คนที่โทรมาคือเลขาจาง

หนิงหนานเสว่คลุมผ้าห่มให้ฟู่สุยสุยดีแล้วก็เดินออกจากห้อง

ทันทีที่รับสาย เสียงขอโทษของเลขาจางก็ดังมาจากปลายสาย “ขอโทษนะครับคุณหนิง วันนี้ท่านประธานฟู่มีธุระด่วนกะทันหัน เลยให้ผมไปรับคุณสุยสุย แต่ผมมัวยุ่งอยู่กับการจัดการเอกสาร เลยไม่ทันได้ดูข้อความ เมื่อกี้ผมเพิ่งมาถึงโรงเรียนอนุบาล ได้ยินว่าคุณรับคุณหนูกลับไปแล้ว...”

หนิงหนานเสว่ไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้ สายตาของเธอเย็นชาจนน่ากลัว “เขาไปไหน?”

น้ำเสียงที่สงบอย่างยิ่งนั้นแฝงด้วยความเย็นชาเล็กน้อย

ทางฝั่งเลขาจางชะงักไปชั่วขณะอย่างเห็นได้ชัด

หนิงหนานเสว่เอ่ยเสียงเรียบว่า “เลขาจาง ฉันคิดว่า ฉันในฐานะภรรยาของท่านประธานฟู่ซื่อกรุ๊ป ฉันมีสิทธิ์ที่จะถามว่าสามีของฉันไปไหน”

ในที่สุดเลขาจางก็เม้มปาก “สุนัขของคุณสวีป่วยครับ เธอร้องไห้ขอให้ท่านประธานไปดู ดังนั้นท่านประธานก็เลย...”

ดวงตาของหนิงหนานเสว่ไม่มีระลอกคลื่นใด ๆ

ลูกของเธอยังเทียบกับสุนัขของสวีจือหรูไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

น่าตลกอะไรขนาดนี้!

รสคาวหวานพุ่งขึ้นมาถึงลำคอของหนิงหนานเสว่

“คุณแม่คะ…”

เมื่อหนิงหนานเสว่หันกลับมาก็เห็นฟู่สุยสุยเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้อง ใบหน้าซีดเซียวเล็ก ๆ ฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่คะ คุณแม่อย่าโกรธคุณพ่อเลยนะคะ...”

“หนูรู้ว่าคุณพ่อไม่ได้ตั้งใจ”

“คุณพ่อมีธุระต้องทำเยอะแยะ หนูรู้ค่ะ!”

วินาทีนั้น สำหรับหนิงหนานเสว่แล้ว มันไม่ต่างอะไรกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายเลย

ฟู่สุยสุยไอหนัก ๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นเดินเข้าไปกอดหนิงหนานเสว่ “คุณแม่คะ หนูอยากให้คุณแม่มีความสุขค่ะ”

ทันใดนั้น หนิงหนานเสว่พลันเจ็บจมูกอย่างมาก
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 420

    ภายนอกของเธอให้อภัยฟู่เฉินแล้ว ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่มีต่อฟู่เฉิน เธอเกลียดที่ฟู่เฉินสงสัย เกลียดฟู่เฉินที่ไร้น้ำใจอาการป่วยของแม่ฟู่แย่ลงอีกครั้ง เธอโวยวายอยากเจอฟู่เฉินทั้งวัน ฟู่เฉินจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลแม่มากขึ้นมีเพียงแกล้งป่วยเท่านั้น ถึงจะสามารถล็อกบุตรชายของตนเองเอาไว้ข้างกายได้ และอยู่ห่างจากนังจิ้งจอกหนิงหนานเสว่วันหนึ่งฟู่เฉินมองเห็นหนิงหนานเสว่อยู่ที่โรงพยาบาล เขามองเห็นใบหน้าที่เย็นชาของหนิงหนานเสว่ ในใจเต็มไปด้วยความโกรธและไม่ยินยอม “หนิงหนานเสว่ เธอมาทำอะไรที่นี่? เธอมาดูเรื่องตลกของฉันเหรอไง?” ฟู่เฉินแผดเสียง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง หนิงหนานเสว่มองฟู่เฉินด้วยสายตาเย็นชา เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มจาง ๆ เท่านั้น“หนิงหนานเสว่ เธอมันผู้หญิงร้ายกาจ เธอทำลายครอบครัวของฉันจนพัง เธอต้องไม่ตายดีแน่!” ฟู่เฉินแผดเสียงต่อไป เสียงของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองหนิงหนานเสว่ยังคงไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่มองฟู่เฉินอย่างเย็นชา ราวกับว่ากำลังมองตัวตลกที่น่าชิงชังเท่านั้น“ฟู่เฉิน คุณคิดว่าตอนนี้คุณน่าสงสารมากหรือเปล่า? ทุกสิ่งทุกอย่างที่

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 419

    ฟู่เฉินมองสวีจือหรู แววตาซับซ้อน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หยิบแก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาเท่านั้น แล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่ตอนนี้สภาพจิตใจของเขาย่ำแย่มาก เขาต้องการระบายอารมณ์ แต่เขากลับไม่คิดที่จะแสดงความอ่อนแอของตนเองต่อหน้าสวีจือหรู“อาเฉิน คุณอย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ มีเรื่องอะไรก็พูดกับฉัน ฉันจะช่วยคุณคิดหาวิธีด้วยกัน” สวีจือหรูเดินไปที่ข้างกายของฟู่เฉิน แล้วโอบกอดเขาอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงของเธออ่อนโยน ราวกับสามารถเยียวยาความเจ็บปวดทั้งหมดของขาได้“จือหรู คุณว่า คนที่อยู่ข้างกายของผม จริงใจกับผมทุกคนหรือเปล่า?” อยู่ ๆ ฟู่เฉินก็เอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความสงสัยที่อยากจะสังเกตร่างกายของจือหรูชะงักเล็กน้อย ทว่าไม่นานเธอก็ฟื้นคืนความสงบอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้าขึ้น มองไปที่ฟู่เฉิน แววตาจริงใจ “อาเฉิน คุณกำลังพูดอะไรอยู่คะ? แน่นอนว่าต้องจริงใจต่อคุณอยู่แล้ว คุณเป็นถึงประธานของฟู่ซื่อกรุ๊ป ใครจะกล้าไม่จริงใจกับคุณล่ะ?”ฟู่เฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กอดสวีจือหรูเอาไว้แน่นเท่านั้น เขาต้องการการปลอบโยนของเธอ ต้องการการสนับสนุนของเธอ ทว่าความกังขาภายในใจของเขากลับไม่สามารถขจัดออกไ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 418

    เขานัดพบกับหนิงหนานเสว่ที่ร้านอาหารหรูหราแห่งหนึ่ง เขานั่งอยู่ตรงนั้น มองหนิงหนานเสว่ค่อย ๆ เดินเข้ามา ในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยินยอมหนิงหนานเสว่สวมชุดราตรีสีแดง แลดูสง่างามและสูงส่ง ใบหน้าของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ“ประธานฟู่ ไม่เจอกันนานนะคะ” หนิงหนานเสว่นั่งลงตรงข้ามกับฟู่เฉิน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความประชดประชัน “ดูท่าช่วงนี้ประธานฟู่จะไม่ค่อยสบายเท่าไรนะคะ”“หนิงหนานเสว่ เธออย่าได้ใจเกินไปนัก!” น้ำเสียงของฟู่เฉินแฝงไปด้วยความขุ่นเคือง “เธอคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ? ฉันจะบอกเธอให้นะ ฉันจะไม่ให้เธอทำสำเร็จอย่างแน่นอน!”“ประธานฟู่ ฉันไม่ได้พูดเลยนะคะว่าฉันชนะ ฉันแค่บอกว่ากำลังทำการค้าเท่านั้นเอง” น้ำเสียงของหนิงหนานเสว่แฝงไปด้วยความขี้เล่น “แต่ท่าทางย่ำแย่ของประธานฟู่ในตอนนี้ ทำให้คนอื่นรู้สึกสงสารจริง ๆ”“เธอ...” ฟู่เฉินถูกคำพูดของหนิงหนานเสว่ทำให้โมโหจนพูดไม่ออก เขากำหมัดแน่น แทบอยากจะฉีกหนิงหนานเสว่ออกเป็นชิ้น ๆ“ประธานฟู่ คุณอย่าโกรธสิคะ ฉันเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง” หนิงหนานเสว่พูดด้วยรอยยิ้ม แววตาของเธอเต็มไปด้วยการ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 417

    อีกด้านหนึ่ง สวีจ้าวเริ่มเร่งรัดสวีจือหรูให้รีบควบคุมฟู่เฉินเอาไว้ให้อยู่หมัด เพื่อที่จะได้ยึดกุมทรัพย์สินของฟู่ซื่อกรุ๊ปได้อย่างสะดวก ภายนอกเธอรับปากสวีจ้าว แต่ในใจกลับมีแผนของตนเองสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่แค่เพียงทรัพย์สินของฟู่ซื่อกรุ๊ป เธอยังต้องการฟู่เฉินด้วย เธอต้องการให้ฟู่เฉินไปจากเธอไม่ได้ราคาหุ้นของฟู่ซื่อกรุ๊ปราวกับว่าวที่สายขาด ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในห้องทำงานอึดอัดจนทำให้หายใจไม่ออกฟู่เฉินจ้องมองดูตัวเลขที่น่าสะเทือนใจบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่ละสายตา คิ้วขมวดมุ่น ขมับเต้นตุบ ๆ เขารู้สึกไร้พลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาณาจักรธุรกิจที่เคยภาคภูมิใจ ตอนนี้กลับสั่นคลอนจนเกือบจะล้ม ราวกับสามารถพังทลายได้ตลอดเวลา ฟู่เฉินกุมมือของสวีจือหรูเอาไว้แน่น รู้สึกถึงความอบอุ่นของฝ่ามือเธอ เขาสูดหายใจลึก พยายามทำให้ตนเองสงบลง “จือหรู ผมรู้ว่าคุณสนับสนุนผมมาตลอด ผมรู้สึกขอบคุณคุณมากจริง ๆ ”สวีจือหรูอิงแอบอยู่ในวงแขนของฟู่เฉิน รอยยิ้มอย่างมีความสุขปรากฏอยู่บนใบหน้า เธอพูดอย่างแผ่วเบาที่ข้างหูของฟู่เฉิน “อาเฉิน คุณเป็นคนที่ฉันรักที่สุดตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็จ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 416

    “เสี่ยวหลี่ ตรวจสอบช่องโหว่ทางการเงินของฟู่ซื่อกรุ๊ปอย่างชัดเจน และตอนนี้พวกเขาก็หมดสภาพเรียบร้อยแล้ว”หนิงหนานเสว่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน พลางมองไปยังรายงานที่อยู่ในมือ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มั่นใจในตนเอง“หนิงหนานเสว่ เธอคิดจะทำยังไง?” ซ่งซือหลี่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหนิงหนานเสว่ หมุนปากกาในมือไปพลาง ถามเธอไปพลาง“ฉันต้องการให้ฟู่เฉินได้ลิ้มรสชาติของความสิ้นหวัง” หนิงหนานเสว่กล่าวอย่างเย็นชา สายตาของเธอฉายแววเย็นเยียบ“ดูเหมือนว่าครั้งนี้เธอคิดจะเอาจริงแล้วสินะ” ซ่งซือหลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “งั้นฉันจะตั้งหน้าตั้งตารอแล้วกัน”ในงานเลี้ยงการกุศล หนิงหนานเสว่ได้พบกับฟู่เฉินอีกครั้งเธอสวมชุดราตรีสีแดง แลดูสง่างามและสูงส่ง เมื่อเทียบกับฟู่เฉินที่อยู่ในชุดสูทรองเท้าหนังทว่าท่าทางเหนื่อยล้ากลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง“ประธานฟู่ ไม่เจอกันนานนะคะ” หนิงหนานเสว่เดินเข้ามาหา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ นำเสียงสงบ ฟู่เฉินมองดูรอยยิ้มที่เชื่อมั่นในตนเองของหนิงหนานเสว่ รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ประธานหนิง ดูเหมือนว่าช่วงนี้เธอจะสุขสบายดีสินะ”“ต้องขอบคุณประธานฟู่ ฉันสุขสบายดี

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 415

    หนิงหนานเสว่กลับมาถึงบ้าน เจียงเหยียนเชินเตรียมอาหารเย็นมากมายไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น หารือแผนการในขั้นต่อไปการยื่นขอสินเชื่อธนาคารของฟู่ซื่อกรุ๊ปถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เหตุผลก็คือสถานการณ์ทางการเงินของฟู่ซื่อกรุ๊ปน่าเป็นห่วง มีความเสี่ยงสูงเกินไปภายในห้องทำงานท่านประธาน ฟู่เฉินโยนเอกสารลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด เกิดเสียงทึบออกมาเขานวดหว่างคิ้ว พยายามคลายความเหนื่อยล้าหลายวันมานี้ แต่กลับพบว่าทุกอย่างไร้ประโยชน์สวีจือหรูยกนมร้อนเดินเข้ามา แธอสวมชุดนอนสีชมพูอ่อน ดูอ่อนโยนและเป็นกันเอง“อาเฉิน อย่าเหนื่อยเกินไปเลยค่ะ ดื่มนมแล้วพักผ่อนสักหน่อยเถอะ” เสียงของเธออ่อนโยน แฝงไปด้วยความเจ็บปวดใจฟู่เฉินรับนมมา แล้วดื่มไปอึกหนึ่ง ความอุ่นของนมเหมือนจะคลายความหงุดหงิดภายในใจของเขาได้เล็กน้อย“จือหรู ตอนนี้สถานการณ์ของบริษัทย่ำแย่มาก ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี” เขาถอนหายใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไร้กำลังสวีจือหรูเดินไปที่ด้านหลังของฟู่เฉิน แล้วนวดไหล่ให้เขาอย่างแผ่วเบา การเคลื่อนไหวของเธอนุ่มนวลและเอาใจใส่“อาเฉิน ไม่ต้องห่วงนะคะ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status