Share

บทที่ 3

Author: มู่เหลียนชิง
ทันใดนั้น สุยสุยพลันพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เพราะคุณแม่ชอบคุณพ่อมากยังไงล่ะคะ คุณพ่อไม่ชอบสุยสุยไม่เป็นไร แต่ชอบคุณแม่มากกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ?”

“ต่อไปนี้คุณพ่อดีกับคุณแม่ให้มากกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ...”

เสียงของเธอเบามาก ๆ ดวงตากลมโตคมเข้มมองไปยังฟู่เฉิน

แววตาของฟู่เฉินสั่นไหวเล็กน้อย

เป็นไปตามคาด

เขารู้อยู่แล้วว่าจุดประสงค์ของหนิงหนานเสว่ไม่ได้บริสุทธิ์ เพื่อลูกอย่างเดียว

“แม่เป็นคนสอนให้หนูพูดแบบนี้เหรอ?” ฟู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน

“เปล่าค่ะ” ฟู่สุยสุยรีบส่ายหน้า

ฟู่เฉินย่อมไม่เชื่อแน่นอน ดวงตาของเขาเย็นชาลงเล็กน้อย

ฟู่สุยสุยรู้สึกว่าดูเหมือนคำพูดของเธอจะทำให้พ่อไม่พอใจ แต่เธอรู้ว่าจริง ๆ แล้วเธอก็เหมือนกับเจ้าหญิงเงือกที่มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว ถึงแม้ว่าแม่จะบอกว่าอาการป่วยของเธอหายดีแล้ว แต่ความเป็นจริงเธอสามารถรับรู้ได้ว่าอาการป่วยของเธอร้ายแรงมาก ๆ

แต่เธอก็หวังว่าถ้าวันหนึ่งเธอกลายเป็นฟองแล้วกลับคืนสู่ท้องทะเล

ถ้าอย่างนั้น เธอก็หวังจะมีใครสักคนรักแม่ของเธอ

ฟู่สุยสุยลุกขึ้นยืน ย่ำเท้าบนพรมที่นุ่มสบายไปยังชั้นหนังสือเล็ก ๆ แล้วหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมา “คุณพ่อคะ คุณแม่ชอบคุณพ่อมากจริง ๆ ค่ะ คุณพ่อลองดูข้างในได้นะ~”

ฟู่เฉินอึ้งไปชั่วขณะ จ้องมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของฟู่สุยสุย

เขารับสมุดบันทึกที่ห่อด้วยหนังวัวมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเก่ามากแล้ว

“คุณพ่อต้องดูให้ได้นะคะ” ฟู่สุยสุยยิ้มหวาน

แน่นอนว่าฟู่เฉินรู้ว่าหนิงหนานเสว่ชอบเขา ไม่ต้องให้คนอื่นบอก เขาก็เข้าใจ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นดูเลย แต่ก็ตอบว่า “อืม” คำหนึ่งอย่างขอไปที

เมื่อหนิงหนานเสว่ชงนมเสร็จกลับมา ฟู่สุยสุยก็เข้านอนอย่างว่าง่าย

หนิงหนานเสว่พาฟู่เฉินออกจากห้องนอนอย่างระมัดระวัง

พอปิดประตูและเดินห่างออกไปไกล หนิงหนานเสว่ถึงพูดว่า “พรุ่งนี้เช้าคุณไปส่งสุยสุยที่โรงเรียนด้วยตัวเอง คุณไม่ต้องนอนที่ห้องรับแขกหรอก ฉันจะนอนเอง”

เมื่อฟู่เฉินได้ยินดังนั้นก็เผลอแสยะยิ้มโดยไม่รู้ตัว “ทำไมเหรอ อยากจะฉวยโอกาสแอบปีนขึ้นเตียงผมตอนกลางคืนอีกแล้วเหรอ?”

คำดูถูกเหยียดหยามที่บาดหูนั้น ทำให้หนิงหนานเสว่หน้าซีดเผือดในทันที

หนิงหนานเสว่นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

ตอนที่เธอเพิ่งแต่งงานกับเขาใหม่ ๆ

เธอก็เคยทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นจริง ๆ

แม้ว่าคุณปู่จะสั่งให้เธอทำเช่นนั้น แต่เธอเองก็มีส่วนรู้เห็น

หลายปีมานี้เธอก็ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้แล้ว

หนิงหนานเสว่เม้มปาก “สบายใจได้ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

สายตาของฟู่เฉินเย็นชาลง “ขอให้เป็นอย่างนั้น”

หนิงหนานเสว่รู้ว่าเขาไม่เชื่อ และเธอก็ไม่มีหน้าที่ต้องอธิบายอะไร ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาได้จางหายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่รักเขาแล้ว

ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของฟู่เฉินก็ดังขึ้น เมื่อหนิงหนานเสว่เห็นชื่อ ‘จือหรู’ ปรากฏบนหน้าจอ

จึงเบือนหน้าหนีอย่างรู้ความ และได้ยินเสียงที่ทั้งทุ้มต่ำ ดึงดูด และนุ่มนวลของฟู่เฉินดังขึ้นด้านหลัง “หรูหรู...”

“อืม คืนนี้ไม่ไปแล้ว”

“พักผ่อนเยอะ ๆ นะ”

หัวใจของหนิงหนานเสว่สงบราวกับน้ำนิ่ง

....

เช้าวันรุ่งขึ้น หนิงหนานเสว่ทำหน้าที่จัดเสื้อผ้าให้สุยสุย

ส่วนฟู่เฉินยืนมองอยู่ข้าง ๆ

หนิงหนานเสว่ลุกขึ้นแล้วยื่นกระติกน้ำและกระเป๋านักเรียนให้ฟู่เฉินอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟู่เฉินมองกระติกน้ำและกระเป๋านักเรียนสีชมพูแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เลขาจางที่อยู่ข้าง ๆ กำลังจะรับเอา แต่หนิงหนานเสว่ขัดจังหวะเสียก่อน “ฟู่เฉิน ถือไว้”

ฟู่เฉินมีแววตาซับซ้อนมากขึ้นเล็กน้อย แต่แล้วก็รับไว้

เลขาจางมองท่านประธานฟู่ผู้เย็นชาและเคร่งขรึมมาแต่ไหนแต่ไรถือของสีชมพูสดใสสองอย่างนี้ รู้สึกช่างเหมือนคุณพ่อมือใหม่อย่างไงอย่างงั้น และอดหัวเราะไม่ได้ชั่วขณะหนึ่ง

ส่วนสุยสุยเห็นภาพนี้แล้วก็รู้สึกมีความสุขมาก

เมื่อก่อนเธอได้เห็นพ่อแค่ในทีวี

วันนี้แม่อยู่ พ่อก็อยู่ด้วย...

เธอมีความสุขจริง ๆ

หนิงหนานเสว่จูบหน้าผากของสุยสุย “ตั้งใจกินข้าว ตั้งใจเรียนนะ” จากนั้นหันไปพูดกับฟู่เฉินว่า “ฝากคุณดูแลสุยสุยด้วย”

ฟู่เฉินพยักหน้า “เลขาจาง ติดต่อผู้ถือหุ้นใหญ่ อีกครึ่งชั่วโมงมาประชุมที่ฟู่ซื่อกรุ๊ป”

เลขาจางกลับมารับบทบาทในหน้าที่อีกครั้ง “ได้ครับ” เขาพูดไปพลางวิ่งเหยาะ ๆ ไปเปิดประตูรถให้ฟู่สุยสุย

จากนั้นสองพ่อลูกก็เดินตามกันขึ้นรถ

หนิงหนานเสว่มองตามทั้งสองคนจากไป

ภายในรถตกอยู่ความเงียบงันไปชั่วขณะ สองพ่อลูกไม่เคยได้อยู่ด้วยกันมาก่อน แม้แต่เลขาจางที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

แต่สิ่งที่ฟู่เฉินไม่รู้ก็คือ สำหรับสุยสุยในตอนนี้ การได้อยู่กับพ่อของตัวเองก็เป็นเรื่องที่มีความสุขอย่างยิ่ง

เธอเริ่มตั้งตารอคอยวันพรุ่งนี้ วันมะรืน

และอีกมากมาย...

เธอรู้สึกว่าตัวเองโลภไปหน่อยแล้ว

จู่ ๆ สายตาที่คาดหวังของฟู่สุยสุยก็หันไปมองฟู่เฉิน

ฟู่เฉินเงยหน้ามองเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็นธรรมชาติว่า “มีอะไรเหรอ?”

ฟู่สุยสุยไอเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาที่แฝงด้วยความคาดหวังว่า “คุณพ่อคะ วันนี้เลิกเรียน คุณพ่อจะมารับหนูได้ไหมคะ? ถ้าคุณพ่อยุ่งก็ไม่เป็นไรค่ะ...”

พูดไปเสียงของฟู่สุยสุยก็ยิ่งเบาลงเรื่อย ๆ

เพราะเธอไม่มั่นใจ

แววตาของฟู่เฉินลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่อยู่ด้วยกันเมื่อวาน เขาก็พบว่าเขาไม่ถึงกับเกลียดเด็กคนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เขาสัญญากับหนิงหนานเสว่แล้วว่าจะใช้เวลาอยู่เธอในฐานะพ่อ

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ไปรับเธอสักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร

“หนูเลิกเรียนกี่โมง?”

น้ำเสียงของฟู่สุยสุยเปลี่ยนเป็นร่าเริงทันที เอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกายว่า “สี่โมงครึ่งค่ะ”

“อืม” ฟู่เฉินตอบ

ฟู่สุยสุยรู้สึกเหมือนตัวเองนอนอยู่ในกองนุ่นนุ่ม ๆ ถ้าช่วงเวลานี้เป็นความฝัน งั้นเธอก็ไม่อยากตื่น

เธอยิ้มหวานทันที

ดวงตาของฟู่เฉินผุดรอยยิ้มจาง ๆ แต่แววตากลับซับซ้อนขึ้นมาก เด็กใสซื่อ ถ้าไม่ใช่ลูกของหนิงหนานเสว่ บางทีเขาอาจจะชอบเธอมากก็ได้

ฟู่สุยสุยถูกส่งมาถึงโรงเรียนอนุบาล พอถึงห้องเรียนก็อดไม่ได้ที่จะส่งข้อความเสียงไปหาแม่ผ่านสมาร์ทวอทช์

“คุณแม่คะ หนูจะบอกว่าวันนี้คุณพ่อบอกว่าจะมารับหนูด้วยค่ะ!” น้ำเสียงที่น่ารักเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และจงใจพูดเสียงดังจนเด็กคนอื่นที่อยู่ข้าง ๆ ต่างหันมามองเธอ

“ฟู่สุยสุย วันนี้พ่อเธอจะมารับเธอเหรอ?” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงอยากรู้

ฟู่สุยสุยทำเสียงฮึฮึสองครั้ง “แน่นอน”

“ดีจังเลย~” เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ดีใจกับเธอด้วย เพราะคนในห้องเรียนบอกว่าฟู่สุยสุยไม่มีพ่อ เป็นเด็กนอกคอก

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าพูดว่าเธอไม่มีพ่ออีกแล้ว

และในใจของฟู่สุยสุยเองก็กำลังตั้งตารอเวลาเลิกเรียนอย่างใจจดใจจ่อ

...

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของหนิงหนานเสว่เพิ่งเปิดฟังข้อความเสียง “คุณแม่คะ หนูจะบอกว่าวันนี้คุณพ่อบอกว่าจะมารับหนูด้วยค่ะ!”

แววตาของเธออ่อนโยนลงในทันทีอย่างอดไม่ได้ มุมปากก็เผลอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่หัวใจกลับเจ็บปวดลึก ๆ

ในช่วงเวลาสุดท้าย เธอต้องพยายามทำให้สุยสุยมีความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตราบใดที่สุยสุยมีความสุข เธอก็พร้อมที่จะทำทุกสิ่งอย่าง

เธอส่งข้อความเสียงกลับไปเช่นกัน “ถ้าอย่างนั้นวันนี้แม่ก็จะไม่ไปรับหนูนะ สุยสุยสู้ ๆ”

หนิงหนานเสว่เปิดดูหน้าไทม์ไลน์ และโพสต์แรกที่เด้งขึ้นมาคือโพสต์ของเลขาจาง ภาพประกอบเป็นรูปต่างหูเพชรสีชมพูคู่หนึ่ง พร้อมข้อความบรรยายว่า ของประมูลที่ท่านประธานกำชับไว้เป็นพิเศษ! วันนี้เป็นอีกวันที่อิจฉาคุณสวี! เศรษฐีบนโลกนี้มีตั้งมากมาย ทำไมถึงไม่เป็นฉันบ้างล่ะ! T_T
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 420

    ภายนอกของเธอให้อภัยฟู่เฉินแล้ว ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่มีต่อฟู่เฉิน เธอเกลียดที่ฟู่เฉินสงสัย เกลียดฟู่เฉินที่ไร้น้ำใจอาการป่วยของแม่ฟู่แย่ลงอีกครั้ง เธอโวยวายอยากเจอฟู่เฉินทั้งวัน ฟู่เฉินจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลแม่มากขึ้นมีเพียงแกล้งป่วยเท่านั้น ถึงจะสามารถล็อกบุตรชายของตนเองเอาไว้ข้างกายได้ และอยู่ห่างจากนังจิ้งจอกหนิงหนานเสว่วันหนึ่งฟู่เฉินมองเห็นหนิงหนานเสว่อยู่ที่โรงพยาบาล เขามองเห็นใบหน้าที่เย็นชาของหนิงหนานเสว่ ในใจเต็มไปด้วยความโกรธและไม่ยินยอม “หนิงหนานเสว่ เธอมาทำอะไรที่นี่? เธอมาดูเรื่องตลกของฉันเหรอไง?” ฟู่เฉินแผดเสียง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง หนิงหนานเสว่มองฟู่เฉินด้วยสายตาเย็นชา เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มจาง ๆ เท่านั้น“หนิงหนานเสว่ เธอมันผู้หญิงร้ายกาจ เธอทำลายครอบครัวของฉันจนพัง เธอต้องไม่ตายดีแน่!” ฟู่เฉินแผดเสียงต่อไป เสียงของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองหนิงหนานเสว่ยังคงไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่มองฟู่เฉินอย่างเย็นชา ราวกับว่ากำลังมองตัวตลกที่น่าชิงชังเท่านั้น“ฟู่เฉิน คุณคิดว่าตอนนี้คุณน่าสงสารมากหรือเปล่า? ทุกสิ่งทุกอย่างที่

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 419

    ฟู่เฉินมองสวีจือหรู แววตาซับซ้อน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หยิบแก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาเท่านั้น แล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่ตอนนี้สภาพจิตใจของเขาย่ำแย่มาก เขาต้องการระบายอารมณ์ แต่เขากลับไม่คิดที่จะแสดงความอ่อนแอของตนเองต่อหน้าสวีจือหรู“อาเฉิน คุณอย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ มีเรื่องอะไรก็พูดกับฉัน ฉันจะช่วยคุณคิดหาวิธีด้วยกัน” สวีจือหรูเดินไปที่ข้างกายของฟู่เฉิน แล้วโอบกอดเขาอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงของเธออ่อนโยน ราวกับสามารถเยียวยาความเจ็บปวดทั้งหมดของขาได้“จือหรู คุณว่า คนที่อยู่ข้างกายของผม จริงใจกับผมทุกคนหรือเปล่า?” อยู่ ๆ ฟู่เฉินก็เอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความสงสัยที่อยากจะสังเกตร่างกายของจือหรูชะงักเล็กน้อย ทว่าไม่นานเธอก็ฟื้นคืนความสงบอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้าขึ้น มองไปที่ฟู่เฉิน แววตาจริงใจ “อาเฉิน คุณกำลังพูดอะไรอยู่คะ? แน่นอนว่าต้องจริงใจต่อคุณอยู่แล้ว คุณเป็นถึงประธานของฟู่ซื่อกรุ๊ป ใครจะกล้าไม่จริงใจกับคุณล่ะ?”ฟู่เฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กอดสวีจือหรูเอาไว้แน่นเท่านั้น เขาต้องการการปลอบโยนของเธอ ต้องการการสนับสนุนของเธอ ทว่าความกังขาภายในใจของเขากลับไม่สามารถขจัดออกไ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 418

    เขานัดพบกับหนิงหนานเสว่ที่ร้านอาหารหรูหราแห่งหนึ่ง เขานั่งอยู่ตรงนั้น มองหนิงหนานเสว่ค่อย ๆ เดินเข้ามา ในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยินยอมหนิงหนานเสว่สวมชุดราตรีสีแดง แลดูสง่างามและสูงส่ง ใบหน้าของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ“ประธานฟู่ ไม่เจอกันนานนะคะ” หนิงหนานเสว่นั่งลงตรงข้ามกับฟู่เฉิน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความประชดประชัน “ดูท่าช่วงนี้ประธานฟู่จะไม่ค่อยสบายเท่าไรนะคะ”“หนิงหนานเสว่ เธออย่าได้ใจเกินไปนัก!” น้ำเสียงของฟู่เฉินแฝงไปด้วยความขุ่นเคือง “เธอคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ? ฉันจะบอกเธอให้นะ ฉันจะไม่ให้เธอทำสำเร็จอย่างแน่นอน!”“ประธานฟู่ ฉันไม่ได้พูดเลยนะคะว่าฉันชนะ ฉันแค่บอกว่ากำลังทำการค้าเท่านั้นเอง” น้ำเสียงของหนิงหนานเสว่แฝงไปด้วยความขี้เล่น “แต่ท่าทางย่ำแย่ของประธานฟู่ในตอนนี้ ทำให้คนอื่นรู้สึกสงสารจริง ๆ”“เธอ...” ฟู่เฉินถูกคำพูดของหนิงหนานเสว่ทำให้โมโหจนพูดไม่ออก เขากำหมัดแน่น แทบอยากจะฉีกหนิงหนานเสว่ออกเป็นชิ้น ๆ“ประธานฟู่ คุณอย่าโกรธสิคะ ฉันเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง” หนิงหนานเสว่พูดด้วยรอยยิ้ม แววตาของเธอเต็มไปด้วยการ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 417

    อีกด้านหนึ่ง สวีจ้าวเริ่มเร่งรัดสวีจือหรูให้รีบควบคุมฟู่เฉินเอาไว้ให้อยู่หมัด เพื่อที่จะได้ยึดกุมทรัพย์สินของฟู่ซื่อกรุ๊ปได้อย่างสะดวก ภายนอกเธอรับปากสวีจ้าว แต่ในใจกลับมีแผนของตนเองสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่แค่เพียงทรัพย์สินของฟู่ซื่อกรุ๊ป เธอยังต้องการฟู่เฉินด้วย เธอต้องการให้ฟู่เฉินไปจากเธอไม่ได้ราคาหุ้นของฟู่ซื่อกรุ๊ปราวกับว่าวที่สายขาด ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในห้องทำงานอึดอัดจนทำให้หายใจไม่ออกฟู่เฉินจ้องมองดูตัวเลขที่น่าสะเทือนใจบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่ละสายตา คิ้วขมวดมุ่น ขมับเต้นตุบ ๆ เขารู้สึกไร้พลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาณาจักรธุรกิจที่เคยภาคภูมิใจ ตอนนี้กลับสั่นคลอนจนเกือบจะล้ม ราวกับสามารถพังทลายได้ตลอดเวลา ฟู่เฉินกุมมือของสวีจือหรูเอาไว้แน่น รู้สึกถึงความอบอุ่นของฝ่ามือเธอ เขาสูดหายใจลึก พยายามทำให้ตนเองสงบลง “จือหรู ผมรู้ว่าคุณสนับสนุนผมมาตลอด ผมรู้สึกขอบคุณคุณมากจริง ๆ ”สวีจือหรูอิงแอบอยู่ในวงแขนของฟู่เฉิน รอยยิ้มอย่างมีความสุขปรากฏอยู่บนใบหน้า เธอพูดอย่างแผ่วเบาที่ข้างหูของฟู่เฉิน “อาเฉิน คุณเป็นคนที่ฉันรักที่สุดตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็จ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 416

    “เสี่ยวหลี่ ตรวจสอบช่องโหว่ทางการเงินของฟู่ซื่อกรุ๊ปอย่างชัดเจน และตอนนี้พวกเขาก็หมดสภาพเรียบร้อยแล้ว”หนิงหนานเสว่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน พลางมองไปยังรายงานที่อยู่ในมือ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มั่นใจในตนเอง“หนิงหนานเสว่ เธอคิดจะทำยังไง?” ซ่งซือหลี่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหนิงหนานเสว่ หมุนปากกาในมือไปพลาง ถามเธอไปพลาง“ฉันต้องการให้ฟู่เฉินได้ลิ้มรสชาติของความสิ้นหวัง” หนิงหนานเสว่กล่าวอย่างเย็นชา สายตาของเธอฉายแววเย็นเยียบ“ดูเหมือนว่าครั้งนี้เธอคิดจะเอาจริงแล้วสินะ” ซ่งซือหลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “งั้นฉันจะตั้งหน้าตั้งตารอแล้วกัน”ในงานเลี้ยงการกุศล หนิงหนานเสว่ได้พบกับฟู่เฉินอีกครั้งเธอสวมชุดราตรีสีแดง แลดูสง่างามและสูงส่ง เมื่อเทียบกับฟู่เฉินที่อยู่ในชุดสูทรองเท้าหนังทว่าท่าทางเหนื่อยล้ากลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง“ประธานฟู่ ไม่เจอกันนานนะคะ” หนิงหนานเสว่เดินเข้ามาหา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ นำเสียงสงบ ฟู่เฉินมองดูรอยยิ้มที่เชื่อมั่นในตนเองของหนิงหนานเสว่ รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ประธานหนิง ดูเหมือนว่าช่วงนี้เธอจะสุขสบายดีสินะ”“ต้องขอบคุณประธานฟู่ ฉันสุขสบายดี

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 415

    หนิงหนานเสว่กลับมาถึงบ้าน เจียงเหยียนเชินเตรียมอาหารเย็นมากมายไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น หารือแผนการในขั้นต่อไปการยื่นขอสินเชื่อธนาคารของฟู่ซื่อกรุ๊ปถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เหตุผลก็คือสถานการณ์ทางการเงินของฟู่ซื่อกรุ๊ปน่าเป็นห่วง มีความเสี่ยงสูงเกินไปภายในห้องทำงานท่านประธาน ฟู่เฉินโยนเอกสารลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด เกิดเสียงทึบออกมาเขานวดหว่างคิ้ว พยายามคลายความเหนื่อยล้าหลายวันมานี้ แต่กลับพบว่าทุกอย่างไร้ประโยชน์สวีจือหรูยกนมร้อนเดินเข้ามา แธอสวมชุดนอนสีชมพูอ่อน ดูอ่อนโยนและเป็นกันเอง“อาเฉิน อย่าเหนื่อยเกินไปเลยค่ะ ดื่มนมแล้วพักผ่อนสักหน่อยเถอะ” เสียงของเธออ่อนโยน แฝงไปด้วยความเจ็บปวดใจฟู่เฉินรับนมมา แล้วดื่มไปอึกหนึ่ง ความอุ่นของนมเหมือนจะคลายความหงุดหงิดภายในใจของเขาได้เล็กน้อย“จือหรู ตอนนี้สถานการณ์ของบริษัทย่ำแย่มาก ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี” เขาถอนหายใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไร้กำลังสวีจือหรูเดินไปที่ด้านหลังของฟู่เฉิน แล้วนวดไหล่ให้เขาอย่างแผ่วเบา การเคลื่อนไหวของเธอนุ่มนวลและเอาใจใส่“อาเฉิน ไม่ต้องห่วงนะคะ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status