Partager

บทที่ 10

“ย่าจ๋า เอาข้าวไปให้พ่อกับแม่กันเถอะ“ ปากเล็ก ๆ ของเด็กน้อยในห่อผ้าขมุบขมิบ

“ย่าเข้าใจแล้วลูก” เมิ่งหลิงที่ยังคงคิดไม่ตกกับสิ่งที่เพิ่งเจอตอบรับหลานสาวเสียงแผ่ว

เจ้านาย ผมรู้สึกว่าย่าดูอารมณ์ไม่ดีนะ

อืม ฉันเองก็รู้ แต่เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้เธอค่อย ๆ คิด

ผมอยากสั่งสอนหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นเหลือเกิน เป๋าเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

นายมีวิธี หรูฟู่ซิงรู้สึกสนใจขึ้นครามครัน

ผมจะส่งคลื่นเข้าไปในสมองของเขา และทำให้เขาฝันร้ายดีไหม

ดี แต่ฉันคิดว่านายควรเล่นงานหัวหน้าหมู่บ้าน และสองแม่ลูกมหาภัยนั่นด้วย หรูฟู่ซิงไม่อยากพลาดจึงได้เสนอออกมาแบบนี้

ไม่ต้องรอให้เจ้านายบอก ผมก็ต้องการทำอย่างนั้นอยู่แล้ว หึหึ! เสียงหัวเราะของเป๋าเอ๋อร์ทำให้หรูฟู่ซิงรู้สึกขนลุกอย่างไรชอบกล

ในระหว่างที่นางเมิ่งกำลังเตรียมอาหารให้ลูกชายลูกสะใภ้ เจ้าตัวก็ไม่ลืมหลานสาวหลานชาย

“เสี่ยวเฉินหิวไหมลูก อ้ายอ้ายล่ะหิวหรือเปล่า”

“หิว/แอ๊” สองพี่น้องตอบออกมาพร้อมกัน

ดังนั้นนางเมิ่งจึงได้เดินไปต้มน้ำเพื่อชงนมให้หลานสาวก่อน และในขณะรอน้ำเดือดหล่อนก็มาทำแผ่นแป้งทอดให้หลานชาย

‘ย่าไม่หุงข้าวเหรอคะ’ หรูฟู่ซิงที่ได้ยินว่าพี่ชายกินแป้งทอดกับผักป่าเธอจึงได้ถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ย่าก็อยากหุงข้าวหรอกลูก แต่ข้าวราคาแพงอีกทั้งหากเรากินกันบ่อย ๆ คนในหมู่บ้านจะคิดว่าพวกเรามีเงิน”

คำตอบของหญิงวัยกลางคนทำให้หรูฟู่ซิงเข้าใจได้ในทันทีเพราะข้าวเป็นของควบคุมเนื่องจากหากจะซื้อไม่เพียงแต่มีเงินจะต้องมีคูปองด้วย

‘ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรหุงกินกันตอนเย็นดีไหมคะ ไม่อย่างนั้นข้าวที่หนูเอาออกมาน่าเสียดายแย่’ เจ้าตัวเล็กลองเสนอออกไปก่อนที่เธอจะส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ

“ได้สิลูก หนูเป็นอะไรฉี่หรือว่าปวดหนัก” เมิ่งหลิงตอบพลางเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กในห่อผ้าและเมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลานสาวบัดเดี๋ยวดำบัดเดี๋ยวแดงหล่อนก็เข้าใจ

“ถ่ายให้สุดนะลูก เดี๋ยวย่าจะเช็ดตัวเปลี่ยนผ้าให้” นางเมิ่งพูดขึ้นอย่างเอ็นดูซึ่งผิดกับคนฟังที่เธออยากจะเอาหน้ามุดดินให้รู้แล้วรู้รอด

เป๋าเอ๋อร์เมื่อไหร่ฉันจะโต อย่างน้อยให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก็ยังดี

ตามธรรมชาติของเด็กทารกกว่าเจ้านายจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ผมว่าอย่างน้อยก็น่าจะสิบแปดถึงยี่สิบสี่เดือนแต่ทว่าเจ้านายค่อนข้างพิเศษกว่าคนอื่นรออีกหน่อยเถอะนะครับ

ไม่ใช่ว่าหรูฟู่ซิงจะไม่เข้าใจ เพียงแต่หล่อนแค่อยากไปทำธุระส่วนตัวด้วยตนเองก็เท่านั้น

เจ้านาย ผมมีเรื่องจะบอกคุณอีกเรื่องละ นอกจากเรื่องบ้านที่อยู่ตอนนี้แล้วก็มีเรื่องห้องสุขานี่แหละ

ห้องน้ำทำไมเหรอ เด็กหญิงถามขึ้นหลังจากเธอได้ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่

ในหมู่บ้านแห่งนี้ต้องไปใช้ห้องสุขารวมกลางหมู่บ้านครับ อีกทั้งน้ำยังต้องหาบเอาจากแม่น้ำด้วย ดังนั้นผู้คนจึงไม่ค่อยนิยมอาบน้ำ โชคดีที่ว่าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ทางเหนือไม่เช่นนั้นเห็นทีว่าเจ้านายคงจะได้กลิ่นแปลก ๆ ไปนานแล้ว

คำกล่าวของระบบทำให้หรูฟู่ชิงไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ “แง ๆ (เอาชีวิตเก่าของฉันคืนมา)” เธอระบายออกมาอย่างอัดอั้น

“น้องสาว! อย่าร้องนะ! ย่า!” ถ้อยคำไม่ประติดประต่อของหลานชายทำให้เมิ่งหลิงที่กำลังตากผ้าของหลานสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาดู

“อ้ายอ้าย เป็นอะไร หลานร้องไห้ทำไม” หญิงวัยกลางคนพูดไปพลางยกห่อผ้าที่เปลี่ยนใหม่ให้หลานขึ้นมาอุ้ม

หรูฟู่ซิงรู้สึกผิดยามเมื่อมองเห็นใบหน้าที่เป็นกังวลของคนที่อุ้มตนโยกไปมา

‘ย่าจ๋า หนูขอโทษ หนูจะไม่ร้องไห้โดยไร้เหตุผลแบบนี้อีกแล้ว’ คำพูดเจือเสียงสะอื้นของเธอกอปรกับจมูกแดง ๆ ทำให้เมิ่งหลิงรู้สึกสงสารจับใจ

“ไม่ต้องขอโทษ แค่หลานไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนจนทำให้เด็กหญิงอดจะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้

‘ย่าจ๋า หนูรักย่าที่สุดเลย’ เจ้าตัวจู่ ๆ ก็เอ่ยคำหวานนี้ออกมา เมิ่งหลิงที่ถูกบอกรักอย่างไม่ทันตั้งตัวพลันหัวใจอุ่นวาบขึ้นในอก

“เด็กดีของย่า ย่าก็รักหนูนะลูก รักเสี่ยวเฉินด้วย”

เจ้าของชื่อยิ้มจนตาหยีแม้จะยังไม่เข้าใจคำนี้ก็ตามแต่เมื่อเจ้าตัวเห็นว่าย่ามีความสุขน้องน้อยมีความสุขเจ้าตัวก็มีความสุข ความคิดของเด็กมักเรียบง่ายไม่ซับซ้อน

บริเวณคอกเลี้ยงสัตว์กลิ่นค่อนข้างแรงแต่ก็นับว่าน้อยมากหากเทียบกับที่อื่นทั้งนี้เพราะการเอาใจใส่อย่างดีของหรูจื่อและจ้าวเหยา

“พวกเธอมากินข้าวกันก่อนเถอะ” นางเมิ่งเอ่ยเรียกลูกชายลูกสะใภ้โดยมีเจ้าตัวเล็กอ้ายอ้ายอยู่ในอ้อมแขน

“แม่! ทำไมไม่ให้เด็ก ๆ อยู่บ้านกันล่ะครับ ที่นี่กลิ่นแรงอีกทั้งยังสกปรก” หยูจื่อเดินโขยกเขยกมาทางมารดาเอ่ย

“แม่ไม่วางใจ” คำตอบของหล่อนทำให้ทั้งบุตรชายและลูกสะใภ้เกิดความสงสัย

“มีอะไรหรือครับ เกิดอะไรขึ้น” หรูจื่อรีบถาม

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้” เมิ่งหลิงจึงได้เล่าเรื่องของเช้าวันนี้ออกมาตามตรง

“พวกเราควรทำยังไงดีคะ” จ้าวเหยาเกิดความหวาดวิตก เธอรู้ดีว่าคนในหมู่บ้านแห่งนี้ปฏิบัติต่อครอบครัวตนเช่นไร

“มันคงไม่กล้าแล้วละ อีกอย่างพวกเราก็แค่ต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก แม่จะบอกความลับอีกอย่างหนึ่งให้พวกลูกรู้” นางเมิ่งแลซ้ายแลขวาแม้ว่าคอกสัตว์แห่งนี้จะมีแต่พวกเธอก็ตาม

“จริงหรือครับ ถ้าเป็นอย่างที่อ้ายอ้ายบอกก็เยี่ยมเลย ภรรยาคุณมีทางจะตามหาครอบครัวแล้ว” หรูจื่อพูดขึ้นด้วยความดีใจก่อนจะนำมือของหญิงสาวข้างกายมาจับ

“เรื่องครอบครัวของฉันยังจะมีความหวังอยู่อีกหรือคะ หากว่าบัตรประจำตัวของฉันไม่ถูกซ่อนเอาไว้ป่านนี้ฉันก็คงไม่รู้ว่าตัวเองแซ่อะไร” หญิงสาวระบายลมหายใจออกมากล่าวเสียงหม่น

เป๋าเอ๋อร์ ทำไมแม่ของฉันถึงจำอะไรไม่ได้ นายรู้ไหม

ผมคิดว่าน่าจะเป็นผลทางจิตใจ โรคนี้คงต้องอาศัยเวลาครับ แต่เรื่องการตามหาครอบครัวของแม่ผมมีทางช่วยได้นะ เพียงแต่ตอนนี้พวกเรายังทำอะไรได้ไม่สะดวก

ฉันรู้ ไม่เป็นไร ระหว่างนี้พวกเราก็ช่วยกันหาของล้ำค่ามาแลกเพื่อรวบรวมเงินทองเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เวลาหกปีจะนับว่าช้าก็ไม่เชิงเร็วก็ไม่ใช่ ดังนั้นต้องรีบเตรียมพร้อมเอาไว้ดีที่สุด

ผมฟังเจ้านาย เป๋าเอ๋อร์เงียบเสียงไปชั่วครู่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเปิดคลื่นสัมผัสอย่างไม่คาดหวังแต่แล้ว…

เจ้านาย!! น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นจนทำให้อ้ายอ้ายที่กำลังตาปรือพลันตกใจ

“แอ๊! (อะไร)”

“ลูกสาวแม่เป็นอะไรหรือจ๊ะ” จ้าวเหยามองใบหน้ากลมขาวราวกับซาลาเปาของเด็กหญิงถามขึ้นเสียงหวาน

“แอ๊ แอ๊ (ไม่เป็นอะไรค่ะ)” เสี่ยวเฉินที่ได้ยินจึงได้บอกแม่ของตนตามนี้

ส่วนระบบหลังรู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป เจ้าตัวก็เอ่ยเสียงอ่อย เจ้านาย ผมไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ผมไม่คิดว่าจะพบของล้ำค่าที่นี่

ห๊ะ! นายว่าอะไรนะ คอกหมู คอกวัวจะมีอะไรล้ำค่าได้ หรือว่านายต้องการมูลของมันเพราะฉันเคยได้ยินมาว่ามูลสัตว์ในยุคนี้ล้ำค่ามากเลยนะ นำไปขายได้ด้วย หากว่าไม่มีคนกลัวถูกจับฉันคิดว่ามูลพวกนี้คงไม่เหลือทำเป็นปุ๋ย

หรูฟู่ซิงพูดไปเรื่อยโดยที่ไม่มีช่องว่างให้เป๋าเอ๋อร์แทรกได้เลย เจ้านายหยุดก่อน ที่ผมพูดไม่ใช่มูลพวกนี้แต่เป็นชามต่างหาก

ชาม! ชามอะไร หล่อนทวนสีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 177

    เพียงไม่นานหลังจากนั้นซุนชิงก็จากไปอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่รักเธอและเธอเองก็รักทุกคนมากที่สุด ซึ่งในตอนนี้ผู้อาวุโสที่สุดทั้งบ้านเหลือเพียงเมิ่งหลิงคนเดียวหญิงชราผมขาวโพลนดวงตาเริ่มขุ่นมัวตามวัยแต่กระนั้นใบหน้าของเธอก็ยังคงสดใสอิ่มเอิบ เมิ่งหลิงเป็นคนโชคดีมากเธอไม่ได้มีโรคประจำตัวเฉกเช่นคนวัยเด

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 176

    เสียงหัวเราะของทารกตัวน้อยยังคงดังก้องไปทั่วบ้านตระกูลจ้าว ความสดใสของชีวิตใหม่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวัง แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศในบ้านกลับแฝงด้วยความเศร้าจากการที่หยูเทียนเจี๋ยชายชราผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในตระกูลหรู กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตหยูเทียนเจี๋ยเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายเดือน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 175

    “ย่ารู้อะไรเกี่ยวกับพี่ทุกอย่างนั่นแหละค่ะ” อ้ายอ้ายหัวเราะในช่วงเวลานั้นเหมียวเหมี่ยวที่ต้องเข้ามาวัดไข้ของเขาเธอชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวของย่า ครอบครัวนี้ช่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก ต่างจากชีวิตเธอที่ต้องย้ายมาอยู่ในที่ใหม่และไม่มีใครให้ปรึกษาสายตาของเธอเหลือบมองไปยังต้าโถวที่พูดถึงย

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 174

    เสียงฝีเท้าดังสะท้อนในโถงทางเดินขาวสะอาดในโรงพยาบาลของกองทัพ ต้าโถวนั่งพิงหมอนบนเตียงผู้ป่วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย แม้บาดแผลตามร่างกายจะยังสร้างความเจ็บปวดแต่แววตาคมของเขาก็ไม่ได้แสดงอาการอ่อนแอออกมาเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเหมียวเหมี่ยว พยาบาลสาวหน้าใหม่ที่เดินเข้ามา ท่าทีของเธอรีบร้อนเ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 173

    หลังจากการแต่งงานของอ้ายอ้ายและหลานฉีผ่านไปได้ครบหนึ่งปี ชีวิตคู่ของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขและความรักที่มั่นคง อ้ายอ้ายตัดสินใจวางแผนการเดินทางพิเศษครั้งนี้เพื่อตอบแทนครอบครัวเธอต้องการให้ปู่กับย่า รวมถึงสมาชิกทุกคนได้พักผ่อนและสัมผัสกับความสงบสุขของทะเลในประเทศไทย อีกทั้งยังถือโอกาสนี้เป็นการฮันน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 172

    หลานฉีที่ยืนอยู่ตรงหน้าใช้เวลาชั่วครู่ประเมินสถานการณ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“พวกเรายังต้องค้นหาต่อ แม้มันจะเสี่ยงแต่ผมเชื่อว่าเธอยังรอพวกเราอยู่”ต้าโถวที่ยืนอยู่ข้างเขาพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันไม่มีวันทิ้งน้องสาวไว้แน่นอน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”หลังจากพูดคุยกับผู้รอดชีวิต ทีมของหลานฉีได้

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 3

    ‘พี่ชาย! คุณฟังฉันนะ ให้คุณชวนพ่อแม่ไปยังหลังต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นจากนั้นจะมีขอนไม้ผุ ๆ อยู่จำนวนมาก ด้านหลังของพวกมันมีเห็ดและสมุนไพรล้ำค่าอยู่’ แม้ว่าเสี่ยวเฉินจะมีอายุยังน้อยทว่าเขากลับรู้ความมากกว่าเด็กวัยเดียวกันและหลังจากได้ยินจากน้องสาวว่ามีของล้ำค่าดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง‘น้องสาวของล

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 2

    สองแม่ลูกจูงมือกันรีบเดินไปทางชายหนุ่มสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวขี้ม้าที่กำลังเก็บฟืนอยู่ห่างออกไป“สามี ฉันกับลูกต้องการให้คุณเดินไปกับพวกเราค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของคนเป็นภรรยาทำให้หรูจื่อหันมามองเธอด้วยสีหน้าสงสัย“ไปไหนหรือครับ” เขาถามพลางเก็บฟืนใส่ลงในกระบุงของตน“พ่อฮับ ผมได้ยินเสียงร้องมาจากทางป่าไ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 4

    เสียงก่นด่าดังขึ้นจากลานหน้าบ้านของครอบครัวหรูจึงทำให้หรูจื่อพยายามใช้ไม้ค้ำของตนเดินให้เร็วขึ้น “เกิดอะไรขึ้น! โกวซุ่นนายมาทำอะไรที่บ้านของฉัน” “แกกลับมาก็ดี หรูจื่อแกคิดใช่ไหมว่าแกเคยเป็นทหารแล้วจะสามารถเอาเปรียบฉันได้” คำพูดของชายหนุ่มวัยเดียวกันนำพามาซึ่งใบหน้าอันฉงนให้แก

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 1

    หรูฟู่ซิงอินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยวไม่รู้เลยว่าการ มายังหมู่บ้านแห่งหุบเขาชื่อดังกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของตนไปตลอดกาลในขณะที่เจ้าตัวกำลังชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามริมหน้าผาก็ได้ปรากฏการณ์ประหลาดทำให้หญิงสาวก้าวเท้าพลาดจึงเป็นเหตุให้ร่างของเธอร่วงสู่หุบเหวเบื้องล่างทันทีเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างยาวน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status