مشاركة

บทที่ 5

“เรื่องอะไรหรือลูก” หลังจิบน้ำอุ่นลงคอเส้นเสียงของเมิ่งหลิงก็ดีขึ้น “แม่ครับผมกับเสี่ยวเหยากำลังจะมีหลานให้แม่อีกคนหนึ่ง”

“อาเหยาท้องเหรอ เรื่องนี้นับว่าน่ายินดีเหลือเกิน” ดวงตาของเมิ่งหลิงเปล่งประกาย

จ้าวเหยาผู้กำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนใบหน้าแดงซ่านด้วยความอาย “มะ..ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะแม่สามี”

ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนฉายแววงุนงง “แม่ครับ ผมกับอาเหยาขึ้นภูเขาแล้วบังเอิญเจอเข้ากับเด็กคนหนึ่ง แม่ดูใบหน้าน้อย ๆ ของเธอสิครับน่ารักมากขนาดไหน” หรูจื่อกวักมือให้ภรรยาเข้ามาใกล้ตนก่อนจะรับห่อผ้าที่มีหรูฟู่ซิงอยู่ด้านในส่งให้มารดาดู

หรูฟู่ซิงก็ถือโอกาสนี้ทำคะแนนโดยการเผยรอยยิ้มทั้งปากและตา อีกทั้งยังพยายามเอามือเล็กของตนจับนิ้วของหญิงวัยกลางคนด้วย

ปากเล็กสีแดงของเด็กน้อยขมุบขมิบไปมาดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ได้ทำให้หัวใจของเมิ่งหลิงพลันอ่อนยวบ

“เด็กคนนี้น่ารักเหลือเกินว่าแต่ใครกันนะช่างโหดเหี้ยมทิ้งเจ้าตัวเล็กได้ลงคอ”

‘แค่ก ๆ’ เสียงไอจากระบบดังขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

ในขณะเมิ่งหลิงกำลังหยอกล้อกับเจ้าตัวเล็กเสียงท้องของเจ้าตัวก็ดังขึ้น

“โอ้! หล่อนคงจะหิวแล้ว อาจื่อรีบไปหานมมาให้เจ้าตัวน้อยกินเถอะบ้านเรายังพอมีเงินหรือเปล่า”

“แม่ครับ ไม่ใช่ผมเพิ่งบอกไปเหรอว่าผมเจอเห็ดแดง อีกทั้งเรื่องนมนั้นแม่ไม่ต้องห่วงเพราะผมก็มีเช่นกันเอาไว้ผมจะเล่าเรื่องหนึ่งให้แม่ฟังด้วย” คำพูดแฝงเลศนัยของบุตรชายได้ทำให้เมิ่งหลิงรู้สึกกังขา

ถึงกระนั้นหล่อนก็ไม่คิดถามออกมาเพราะคิดว่าบุตรชายย่อมต้องมีเหตุผล เมื่อหรูฟู่ซิงรู้ว่าย่าของตนเป็นคนดีดังนั้นเธอจึงไม่รอช้าที่จะถามหายากับระบบ

‘เป๋าเอ๋อร์ รู้หรือยังว่าย่าป่วยเป็นอะไร’ เจ้าตัวถามขึ้นระหว่างรอน้ำนมจากมารดาที่กำลังเตรียมให้ตน

‘เจ้านายไม่ต้องเป็นห่วงยารักษาของคุณย่าในระบบของผมย่อมมีอยู่แล้วเดี๋ยวผมจะแลกเปลี่ยนให้เดี๋ยวนี้เลย ว่าแต่เจ้านายยังต้องการอะไรเพิ่มอีกไหมผมจะได้จัดการให้ทีเดียว’

หรูฟู่ซิงได้ร่ายยาวถึงรายการที่ตัวเองต้องการตั้งแต่ขวดนม น้ำยาทำความสะอาด ผ้าตัดชุด ผ้าอ้อม ไข่ไก่ แป้ง เนื้อสัตว์ ที่นอน หมอน มุ้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตทั้งสิ้น

ซึ่งในระหว่างที่เธอสนทนาอยู่กับระบบจ้าวเหยาก็ได้พาหล่อนออกมาวางไว้ตรงห้องกลางของบ้านโดยให้เสี่ยวเฉินเป็นคนเฝ้าน้องน้อยเอาไว้

“แม่!! น้อง ๆ” เจ้าตัวเล็กเสี่ยวเฉินตะโกนเรียกมารดาเสียงดัง

ทั้งจ้าวเหยากับหรูจื่อรวมถึงนางเมิ่งต่างพากันตกใจว่าลูก/หลานของตนเป็นอะไร

“เกิด...” น้ำเสียงของจ้าวเหยาขาดหาย

“ภรรยา!” หรู่จื่อที่กำลังดูแลมารดาวิ่งมาทางต้นเสียงก่อนที่เจ้าตัวจะตื่นตะลึงไปอีกคน

“ภรรยารีบไปปิดหน้าต่าง ปิดประตูบ้าน” น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นอย่างที่จ้าวเหยาไม่เคยได้ยินมาก่อน กระนั้นเธอก็รีบไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

“ลูกชาย เสี่ยวเฉินเป็นอะไร” เมื่อนางเมิ่งไม่ได้ยินคำตอบจากทั้งบุตรชายและลูกสะใภ้ดังนั้นเธอจึงฝืนลุกจากเตียงเดินมาทางเขาอย่างกังวล

“นี่มันอะไร ลูกเอาของพวกนี้มาจากไหน”

ข้าวของจำนวนมากกองอยู่กับพื้นบ้านทำให้นางเมิ่งแทบไม่อาจครองสติของตนได้ถามอย่างหวาดกลัว

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเธอเกรงว่าหากมีคนไม่หวังดีมาเห็น บ้านของเธอคงไม่แคล้วถูกคนเหล่านั้นลากไปวิพากษ์วิจารณ์

‘เป๋าเอ๋อร์ นายทำเรื่องใหญ่อะไรลงไปหรือเปล่าทำไมทุกคนถึงดูเหมือนตกใจกันขนาดนี้ล่ะ’

หรูฟู่ซิงผู้มองไม่เห็นสถานการณ์จึงได้ถามขึ้นอย่างสงสัยระคนหวาดหวั่น

‘เจ้านาย ผมคิดว่าพวกเขาคงจะไม่เคยเห็นสิ่งของที่ผมนำออกมา’

เมื่อหรูฟู่ซิงรู้ถึงสาเหตุนางจึงได้แต่ถอนหายใจก่อนจะตอบโต้กับระบบถึงสาเหตุอาการของคนในครอบครัว

‘นายนำออกมาโต้ง ๆ โดยไม่ได้บอกฉันก่อน ถ้าอย่างนั้นไม่แปลกที่พวกเขาจะแตกตื่น’

‘อ้าวที่เจ้านายบอกผมให้แลก ไม่ใช่ว่าให้ผมนำออกมาเลยหรอกหรือครับ’ เสียงน้ำนมของระบบย้อนด้วยความงุนงง

(เหอะ ๆ ระบบนายไม่ได้กวนฉันอยู่จริง ๆ ใช่ไหม) หรูฟู่ซิงคิดพลางกรอกตาไปมาและยังไม่ทันที่ครอบครัวหรูจะตั้งสติได้พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นจากห่อผ้าของเจ้าตัวน้อย

หรูฟู่ซิงแผดเสียงร้องดั่งลั่นด้วยความอายเมื่อเธอได้ปล่อยของเหลวอุ่นร้อนออกมาจนทำให้ร่างกายรู้สึกไม่สบาย

“แม่ น้องฉี่” เสี่ยวเฉินจับห่อผ้าของน้องพูดขึ้น

ดังนั้นจ้าวเหยาจึงได้เดินเข้ามาดูและพบว่าเด็กหญิงกำลังสะอึกสะอื้นดวงตาของเธอยังคงฉ่ำน้ำแวววาวประดุจคริสตัล

“โอ๋ ๆ ไม่ต้องร้องนะลูกเดี๋ยวแม่จะเปลี่ยนผ้าให้” น้ำเสียงของจ้าวเหยาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“ภรรยา ผมจะไปหาผ้ามาฉีกเป็นผ้าอ้อมให้ลูก” หรูจื่อ พูดทว่า “ลูกชาย บ้านของเราจะมีผ้าได้ยังไง แม่ว่าลูกไปดูกองสิ่งของพวกนั้นเถอะแม่เห็นว่ามีผ้าด้วย” เมิ่งหลิงกล่าวห้ามพลางชี้นิ้วไปทางกองสิ่งของราวกับภูเขาขนาดย่อมตรงหน้า

‘พี่ชาย บอกพ่อว่าในกองนั้นมีผ้าอ้อมสำเร็จรูปวิธีใช้ให้เขาอ่านข้างห่อ’ หรูฟู่ซิงกลัวว่าหรูจื่อจะฉีกผ้าที่เธอให้ระบบนำออกมาตัดเสื้อจึงรีบสื่อสารกับหรูเฉินทันที

“พ่อ น้องสาวบอกว่า” คำพูดของเจ้าตัวเล็กได้ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามภายในบ้านรู้สึกต่างกันแต่ทั้งนี้มีเรื่องเดียวที่พวกเขากลับคิดเหมือนกันก็คือ “เด็กคนนี้ย่อมไม่ใช่เด็กธรรมดา”

“ลูกชาย ลูกสะใภ้ เรื่องของเซียวอ้ายพวกลูกต้องเก็บเอาไว้เป็นความลับนะอย่าได้บอกใครเด็ดขาด” น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนเข้มงวดเฉียบขาด

“ครับ/ค่ะ แต่แม่ตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยแล้วหรือครับ” สองสามีภรรยาตอบรับอย่างเชื่อฟังจากนั้นหรูจื่อจึงได้ถามออกมาในคราวเดียว

“ใช่ เซียวเค่ออ้าย เจ้าตัวน้อยที่รักลูกไม่คิดว่าชื่อนี้ดีหรอกหรือ” ใบหน้าของเมิ่งหลิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“แล้วชื่อเต็มของหล่อนล่ะคะ แม่คิดว่าควรให้ชื่อว่าอะไร”

“หรูฟู่ซิงดีไหม ในเมื่อหลังจากพวกเธอเจอเด็กคนนี้บ้านของเราก็เจอแต่โชคดีดังนั้นก็ให้ชื่อนี้เถอะ”

หรูฟู่ซิงที่ได้ยินคำพูดของย่าหมาด ๆ เจ้าตัวก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างพออกพอใจ “อ้ายอ้ายของเราฉลาดมาก” เมิ่งหลิงรู้สึกว่าเด็กคนนี้เป็นหลานสาวตามสายเลือดอย่างแท้จริงกล่าวชม

“น้องสาวเก่งที่ซู๊ด” คำพูดของเสี่ยวเฉินได้เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนในบ้านพร้อมกัน

หลังจากจ้าวเหยาป้อนนมให้เจ้าตัวน้อยดวงตาเล็ก ๆ ของหรูฟู่ซิงก็เริ่มปรือก่อนที่เธอจะหลับโดยมีขวดนมคาปาก

“ลูกคงจะหิวนะคะ ขนาดหลับแล้วปากยังดูดนมไม่หยุดเลย” จ้าวเหยาพูดขึ้นกับสามีที่กำลังจัดเก็บสิ่งของที่กองอยู่บนพื้นให้เข้าที

“นั่นสิครับ ลูกของเราช่างมีความอดทนเหลือเกิน ทั้งหิวทั้งง่วงก็ยังไม่ร้องไห้งอแง” หรูจื่อตอบกลับและในขณะที่มือของเจ้าตัวกำลังเก็บสิ่งของเขาก็เห็นกล่องยาอันแปลกตาดังนั้นชายหนุ่มจึงได้นำมาอ่าน

“แม่!” เสียงของเขาได้ทำให้หรูฟู่ซิงสะดุ้ง

“พ่อ น้องตกใจ” เสี่ยวเฉินผู้เฝ้าน้องน้อยในทุกอิริยาบถส่งเสียงตำหนิ

หรูจื่อจึงได้ยกมือขึ้นปิดปากแทบจะทันที “พ่อขอโทษนะครับ” ไม่เพียงสายตาตำหนิจากบุตรชายเท่านั้นเพราะตอนนี้หรูจื่อก็ได้รับสายตาไม่พอใจมาจากทั้งแม่และเมียเหมือนกัน

“ลูกชาย แม่อยู่ใกล้แค่นี้แกจะเสียงดังทำไม” เมิ่งหลิงพูดราวกับกระซิบ

“แม่พูดอะไร ผมไม่ได้ยินเลย” หรูจื่อเองก็พูดเสียงเบาไม่ต่างกัน

ระบบที่เฝ้ามองการกระทำของพวกเขาค่อนข้างรู้สึกงงงวยกับการกระทำเช่นนี้เป็นอย่างมาก

(เขาพูดกันเสียงเบาเช่นนี้จะได้ยินกันอย่างนั้นเหรอ)
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 177

    เพียงไม่นานหลังจากนั้นซุนชิงก็จากไปอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่รักเธอและเธอเองก็รักทุกคนมากที่สุด ซึ่งในตอนนี้ผู้อาวุโสที่สุดทั้งบ้านเหลือเพียงเมิ่งหลิงคนเดียวหญิงชราผมขาวโพลนดวงตาเริ่มขุ่นมัวตามวัยแต่กระนั้นใบหน้าของเธอก็ยังคงสดใสอิ่มเอิบ เมิ่งหลิงเป็นคนโชคดีมากเธอไม่ได้มีโรคประจำตัวเฉกเช่นคนวัยเด

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 176

    เสียงหัวเราะของทารกตัวน้อยยังคงดังก้องไปทั่วบ้านตระกูลจ้าว ความสดใสของชีวิตใหม่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวัง แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศในบ้านกลับแฝงด้วยความเศร้าจากการที่หยูเทียนเจี๋ยชายชราผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในตระกูลหรู กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตหยูเทียนเจี๋ยเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายเดือน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 175

    “ย่ารู้อะไรเกี่ยวกับพี่ทุกอย่างนั่นแหละค่ะ” อ้ายอ้ายหัวเราะในช่วงเวลานั้นเหมียวเหมี่ยวที่ต้องเข้ามาวัดไข้ของเขาเธอชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวของย่า ครอบครัวนี้ช่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก ต่างจากชีวิตเธอที่ต้องย้ายมาอยู่ในที่ใหม่และไม่มีใครให้ปรึกษาสายตาของเธอเหลือบมองไปยังต้าโถวที่พูดถึงย

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 174

    เสียงฝีเท้าดังสะท้อนในโถงทางเดินขาวสะอาดในโรงพยาบาลของกองทัพ ต้าโถวนั่งพิงหมอนบนเตียงผู้ป่วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย แม้บาดแผลตามร่างกายจะยังสร้างความเจ็บปวดแต่แววตาคมของเขาก็ไม่ได้แสดงอาการอ่อนแอออกมาเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเหมียวเหมี่ยว พยาบาลสาวหน้าใหม่ที่เดินเข้ามา ท่าทีของเธอรีบร้อนเ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 173

    หลังจากการแต่งงานของอ้ายอ้ายและหลานฉีผ่านไปได้ครบหนึ่งปี ชีวิตคู่ของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขและความรักที่มั่นคง อ้ายอ้ายตัดสินใจวางแผนการเดินทางพิเศษครั้งนี้เพื่อตอบแทนครอบครัวเธอต้องการให้ปู่กับย่า รวมถึงสมาชิกทุกคนได้พักผ่อนและสัมผัสกับความสงบสุขของทะเลในประเทศไทย อีกทั้งยังถือโอกาสนี้เป็นการฮันน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 172

    หลานฉีที่ยืนอยู่ตรงหน้าใช้เวลาชั่วครู่ประเมินสถานการณ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“พวกเรายังต้องค้นหาต่อ แม้มันจะเสี่ยงแต่ผมเชื่อว่าเธอยังรอพวกเราอยู่”ต้าโถวที่ยืนอยู่ข้างเขาพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันไม่มีวันทิ้งน้องสาวไว้แน่นอน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”หลังจากพูดคุยกับผู้รอดชีวิต ทีมของหลานฉีได้

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 1

    หรูฟู่ซิงอินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยวไม่รู้เลยว่าการ มายังหมู่บ้านแห่งหุบเขาชื่อดังกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของตนไปตลอดกาลในขณะที่เจ้าตัวกำลังชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามริมหน้าผาก็ได้ปรากฏการณ์ประหลาดทำให้หญิงสาวก้าวเท้าพลาดจึงเป็นเหตุให้ร่างของเธอร่วงสู่หุบเหวเบื้องล่างทันทีเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างยาวน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 4

    เสียงก่นด่าดังขึ้นจากลานหน้าบ้านของครอบครัวหรูจึงทำให้หรูจื่อพยายามใช้ไม้ค้ำของตนเดินให้เร็วขึ้น “เกิดอะไรขึ้น! โกวซุ่นนายมาทำอะไรที่บ้านของฉัน” “แกกลับมาก็ดี หรูจื่อแกคิดใช่ไหมว่าแกเคยเป็นทหารแล้วจะสามารถเอาเปรียบฉันได้” คำพูดของชายหนุ่มวัยเดียวกันนำพามาซึ่งใบหน้าอันฉงนให้แก

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 3

    ‘พี่ชาย! คุณฟังฉันนะ ให้คุณชวนพ่อแม่ไปยังหลังต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นจากนั้นจะมีขอนไม้ผุ ๆ อยู่จำนวนมาก ด้านหลังของพวกมันมีเห็ดและสมุนไพรล้ำค่าอยู่’ แม้ว่าเสี่ยวเฉินจะมีอายุยังน้อยทว่าเขากลับรู้ความมากกว่าเด็กวัยเดียวกันและหลังจากได้ยินจากน้องสาวว่ามีของล้ำค่าดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง‘น้องสาวของล

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 2

    สองแม่ลูกจูงมือกันรีบเดินไปทางชายหนุ่มสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวขี้ม้าที่กำลังเก็บฟืนอยู่ห่างออกไป“สามี ฉันกับลูกต้องการให้คุณเดินไปกับพวกเราค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของคนเป็นภรรยาทำให้หรูจื่อหันมามองเธอด้วยสีหน้าสงสัย“ไปไหนหรือครับ” เขาถามพลางเก็บฟืนใส่ลงในกระบุงของตน“พ่อฮับ ผมได้ยินเสียงร้องมาจากทางป่าไ

فصول أخرى

قد تعجبك أيضًا

استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status