مشاركة

บทที่ 6

“เสี่ยวเฉิน หลานรักน้องสาวไหม” เมิ่งหลิงยกมือลูบหัวเล็ก ๆ ของหลานชายถามขึ้น หลังจากที่ได้กินยาอาการของหล่อนก็ดีขึ้นมาก

“รักฮับ” เจ้าตัวพูดขึ้นก่อนจะนอนหลับตามน้องสาวไปอีกคน

ในระหว่างนี้พ่อแม่ของพวกเขาก็กำลังแยกสิ่งของที่ลูกสาวคนใหม่ของพวกเขาเสกออกมา (ตามความเข้าใจของคนทั้งคู่) “แม่ครับ! คุณเป็นยังไงบ้าง”

นางหลิงหันไปส่งตาเขียวให้บุตรชาย “ดีขึ้นแล้ว แกเบาเสียงลงหน่อยไม่ได้เหรอ”

เมื่อถูกมารดาตำหนิเช่นนี้หรูจื่อจึงรีบยกมือปิดปากของตัวเองอีกครั้งโดยมีภรรยามองเขามองด้วยรอยยิ้มขำ

“คุณคะ สิ่งของพวกนี้เราควรซ่อนเอาไว้ให้ดี” จ้าวเหยาพูดขึ้นอย่างกังวล

ทั้งนี้เป็นเพราะบ้านหลังนี้มักมีคนนอกเข้ามาโดยที่ไม่เคยบอกกล่าว “เรื่องนี้เป็นความผิดของแม่เอง” นางหลิงโทษตัวเอง

“ไม่ใช่หรอกครับ พวกเราไม่ได้ทำผิด” หรูจื่อปฏิเสธความคิดของมารดา

“แต่การที่ลูกต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งและพวกเราต้องถูกส่งมาลงโทษก็เพราะว่าครอบครัวของเราเป็นนักวิชาการ” น้ำเสียงของเมิ่งหลิงหม่นลง

“แม่ครับ การที่พ่อเป็นครูไม่นับว่าเป็นเรื่องผิดอะไรเลยเพียงแต่แม่ก็รู้ว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร แม่เชื่อผมเถอะนะครับอีกไม่นานพวกเราจะต้องกลับไปที่นั่นได้อย่างสง่าผ่าเผย” หรูจื่อ โอบไหล่ของมารดาเอาไว้แน่นพลางเอ่ยปลอบ

“แต่พ่อของลูก” น้ำตาของเมิ่งหลิงไหลอาบร่องแก้มตอบยามเมื่อนึกถึงสามีผู้ล่วงลับ

“แม่ครับ เมื่อถึงวันแห่งความสุขผมจะทำให้ความฝันของพ่อเป็นจริง ผมจะกลับไปเรียน หากผมทำไม่ได้ก็ยังมีเสี่ยวเฉินกับอ้ายอ้ายนี่ครับ ผมสัญญาว่าจะทำให้ครอบครัวของเรามีความสุขให้ได้” หรูจื่อพูดออกมาแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจถึงข่าวที่พรรคพวกบอกมาก็ตาม กระนั้นเกิดเป็นคนควรมีความหวังไม่ใช่หรือ

บทสนทนาของสองแม่ลูกได้ถูกเป๋าเอ๋อร์บันทึกเอาไว้อย่างไม่ตกหล่นเพื่อเอาไว้ให้เจ้านายตัวเล็กฟัง

เวลาผ่านไปสามชั่วโมงในที่สุดเจ้าตัวเล็กอ้ายอ้ายก็ลืมตาตื่น “แอ้!” (น่าอายชะมัด) เจ้าตัวคิด

“อ้ายอ้ายเด็กดี แม่จะเช็ดทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าให้นะลูก” จ้าวเหยาวางงานในมือมาคลำก้นของบุตรสาวและเมื่อพบว่าผ้าอ้อมสำเร็จรูปตุงหล่อนก็จัดการแกะออกอย่างไม่รังเกียจอีกทั้งยังนำน้ำอุ่นมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้ลูกสาวคนใหม่ด้วย

“แม่ครับ ผมคิดว่าควรบอกเรื่องอ้ายอ้ายให้ผู้ใหญ่บ้านรู้” หรูจื่อนำเรื่องนี้พูดขึ้นหลังมื้ออาหารเย็น

“แม่เองก็เห็นด้วย ถ้าอย่างนั้นวันพรุ่งแม่จะนำเรื่องนี้ไปบอกเขาก็แล้วกัน”

“เขาจะไม่พูดมากใช่ไหมครับ” หรูจื่อค่อนข้างกังวล

“แม่จะบอกเขาว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของสหายในกองทัพของลูก เขาต้องการให้ลูกตอบแทนโดยการรับเธอเป็นบุตรดีไหม” คำพูดของเมิ่งหลิงทำให้หรูจื่อพยักหน้า

ทั้งนี้เป็นเพราะเรื่องของทหารผู้ใหญ่บ้านหรือว่าบุคคลอื่นไม่ค่อยอยากก้าวก่าย อีกทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ก็ห่างจากเมืองมณฑลค่อนข้างไกลยิ่งกับเมืองหลวงด้วยแล้วคงไม่กล้าฝันดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาสืบเรื่องของอ้ายอ้าย

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ครับ โชคดีนะครับที่เมื่อไม่กี่เดือนมีทหารมาป้วนเปี้ยนในหมู่บ้าน ดังนั้นพวกเขาอาจจะเพียงแค่คิดว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่เกิดมาจากความพลั้งเผลอ” หรูจื่อ เสนอความเห็น

“อืม แม่ก็คิดอย่างลูกนั่นแหละ แต่ใครกันนะกล้าทิ้งเด็กน่ารักและวิเศษอย่างอ้ายอ้ายได้ลงคอ” เมิ่งหลิงถอนหายใจ

ส่วนเจ้าของชื่อนั้นก็กำลังจ้องมารดาของตนตาแป๋วทั้งที่ภายในหัวสมองกำลังคิดทบทวนเรื่องที่ได้ยิน

‘เป๋าเอ๋อร์ นายว่าพ่อแม่ฉันเป็นใคร’

‘ไม่ทราบครับ เพราะหลังจากผมใช้ไทม์แมชชีนก็เจอเข้ากับร่างนี้แล้ว และก็อีกอย่างผมคิดว่าเจ้าของร่างเดิมคงหมดลมหายใจไปได้สักพักแล้วด้วย’ คำตอบของเป๋าเอ๋อร์ทำให้หรูฟู่ซิงตัวชาวาบ

“แง ๆ” จู่ ๆ เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของแม่ก็ร้องไห้ออกมา คราวนี้คนทั้งบ้านต่างก็วุ่นวายเลยทีเดียว

“น้อง โอ๋ ๆ” เสี่ยวเฉินตัวน้อยพยายามปลอบน้องด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ลูกสาว เงียบนะคะ/นะครับ” ทั้งพ่อและแม่ต่างสลับกันอุ้มเอ่ยเอาใจ

“พวกเธอส่งหลานมาให้แม่” เมิ่งหลิงยื่นมือทั้งสองข้างเพื่อไปรับห่อผ้าของหลานตัวเล็ก

“ฮึก ๆ” หยาดน้ำยังคงคลอหน่วย จมูกของเจ้าตัวแดงก่ำ

“หลานรัก ร้องทำไมหรือลูก” นางเมิ่งส่งเสียงเล็กเสียงน้อยถามพลางโยกห่อผ้าในมือเบา ๆ

“ย่าฮับ ให้ผมดูบ้าง” เสี่ยวเฉินเอามือน้อยดึงชายเสื้อของย่าพูดขึ้น

“ได้สิลูก” เมื่อคนเป็นพี่ได้เห็นน้ำตาของน้องสาวเขาก็เบะปากตาม

“น้องเจ็บตรงไหน” น้ำเสียงไม่ชัดดังขึ้นอย่างสงสารน้องน้อย

“แอ้ ๆ (ฮึก ๆ หนะ..หนูไม่เป็นไร แต่พี่ชายถ้าหนูเป็นวิญญาณพี่ยังจะรักหนูไหม)”

“วิญญาณคืออะไร” น้ำเสียงไม่ชัดดังขึ้นด้วยความฉงนแต่สำหรับผู้ใหญ่หลังจากได้ยินพวกเขากลับพากันหวาดกลัวและตื่นตระหนก

“เสี่ยวเฉิน ลูก/หลานพูดกับใคร” คนทั้งสามต่างถามคนตัวน้อยออกมาพร้อมกัน

“กับน้องสาวฮับ น้องถามว่าถ้าเธอเป็นวิญญาณผมจะรักน้องอยู่ไหม”

ผู้ใหญ่สามคนต่างแลกเปลี่ยนสายตากันไปมา “อ้ายอ้าย ลูกไม่ใช่วิญญาณแต่เป็นเทพต่างหาก” หรูจื่อรีบพูดออกมาจากความรู้สึกของตน

“ใช่ ๆ พ่อของหลานพูดถูกต่อให้หลานเป็นวิญญาณก็เป็นวิญญาณของเทพ” เมิ่งหลิงจึงพูดออกมาบ้าง

“วิญญาณคือไรฮับ” เจ้าตัวน้อยยังคงกังขา

“คือสิ่งที่น้องของลูกเป็น ดังนั้นเรื่องนี้ลูกห้ามบอกคนอื่นนะครับ” หรูจื่อไม่รู้จะอธิบายอย่างไรจึงได้บอกเขาออกไปแบบนั้น

“อืม ผมไม่บอกหรอก น้องสาวไม่ว่ายังไงพี่ก็รักน้องที่สุด” คำตอบแสนซื่อของเด็กชายได้เรียกน้ำตาของหรูฟู่ซิงออกมาอีกครั้ง

“ลูกสาวแม่ อย่าร้องเลยนะเจ้า แม่เห็นแล้วใจจะขาด ลูกตัวอุ่นนุ่มนิ่มถึงเพียงนี้จะเป็นวิญญาณได้อย่างไร”

“แม่ของลูกพูดถูก ลูกน่ารักถึงเพียงนี้จะเป็นสิ่งนั้นได้อย่างไร” หรูจื่อยกนิ้วปาดน้ำตาให้คนตัวเล็กอย่างทะนุถนอม

“หลานของย่าไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร ย่าก็จะปกป้องเจ้าเอง” เมิ่งหลิงเองก็หาได้น้อยหน้าทั้งลูกชายลูกสะใภ้

หรูฟู่ซิงคิดว่าครอบครัวนี้ดีที่สุดดังนั้นหล่อนจึงได้ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาซึ่งแต่ละคนก็มองเธออย่างโง่งม

นี่จึงนับว่าเป็นน้ำตาแห่งความสุขของเธอก็ว่าได้ (ในโลกนั้นกำพร้า มาโลกนี้ก็ยังเป็นกำพร้าแต่ทว่ากลับโชคดีที่ได้มาเป็นลูกหลานของคนบ้านนี้) เจ้าตัวคิดพลางมองใบหน้าของคนในครอบครัวก่อนจะหลับคาอ้อมแขนของย่าไปอีกครั้ง
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 177

    เพียงไม่นานหลังจากนั้นซุนชิงก็จากไปอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่รักเธอและเธอเองก็รักทุกคนมากที่สุด ซึ่งในตอนนี้ผู้อาวุโสที่สุดทั้งบ้านเหลือเพียงเมิ่งหลิงคนเดียวหญิงชราผมขาวโพลนดวงตาเริ่มขุ่นมัวตามวัยแต่กระนั้นใบหน้าของเธอก็ยังคงสดใสอิ่มเอิบ เมิ่งหลิงเป็นคนโชคดีมากเธอไม่ได้มีโรคประจำตัวเฉกเช่นคนวัยเด

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 176

    เสียงหัวเราะของทารกตัวน้อยยังคงดังก้องไปทั่วบ้านตระกูลจ้าว ความสดใสของชีวิตใหม่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวัง แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศในบ้านกลับแฝงด้วยความเศร้าจากการที่หยูเทียนเจี๋ยชายชราผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในตระกูลหรู กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตหยูเทียนเจี๋ยเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายเดือน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 175

    “ย่ารู้อะไรเกี่ยวกับพี่ทุกอย่างนั่นแหละค่ะ” อ้ายอ้ายหัวเราะในช่วงเวลานั้นเหมียวเหมี่ยวที่ต้องเข้ามาวัดไข้ของเขาเธอชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวของย่า ครอบครัวนี้ช่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก ต่างจากชีวิตเธอที่ต้องย้ายมาอยู่ในที่ใหม่และไม่มีใครให้ปรึกษาสายตาของเธอเหลือบมองไปยังต้าโถวที่พูดถึงย

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 174

    เสียงฝีเท้าดังสะท้อนในโถงทางเดินขาวสะอาดในโรงพยาบาลของกองทัพ ต้าโถวนั่งพิงหมอนบนเตียงผู้ป่วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย แม้บาดแผลตามร่างกายจะยังสร้างความเจ็บปวดแต่แววตาคมของเขาก็ไม่ได้แสดงอาการอ่อนแอออกมาเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเหมียวเหมี่ยว พยาบาลสาวหน้าใหม่ที่เดินเข้ามา ท่าทีของเธอรีบร้อนเ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 173

    หลังจากการแต่งงานของอ้ายอ้ายและหลานฉีผ่านไปได้ครบหนึ่งปี ชีวิตคู่ของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขและความรักที่มั่นคง อ้ายอ้ายตัดสินใจวางแผนการเดินทางพิเศษครั้งนี้เพื่อตอบแทนครอบครัวเธอต้องการให้ปู่กับย่า รวมถึงสมาชิกทุกคนได้พักผ่อนและสัมผัสกับความสงบสุขของทะเลในประเทศไทย อีกทั้งยังถือโอกาสนี้เป็นการฮันน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 172

    หลานฉีที่ยืนอยู่ตรงหน้าใช้เวลาชั่วครู่ประเมินสถานการณ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“พวกเรายังต้องค้นหาต่อ แม้มันจะเสี่ยงแต่ผมเชื่อว่าเธอยังรอพวกเราอยู่”ต้าโถวที่ยืนอยู่ข้างเขาพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันไม่มีวันทิ้งน้องสาวไว้แน่นอน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”หลังจากพูดคุยกับผู้รอดชีวิต ทีมของหลานฉีได้

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 10

    “ย่าจ๋า เอาข้าวไปให้พ่อกับแม่กันเถอะ“ ปากเล็ก ๆ ของเด็กน้อยในห่อผ้าขมุบขมิบ“ย่าเข้าใจแล้วลูก” เมิ่งหลิงที่ยังคงคิดไม่ตกกับสิ่งที่เพิ่งเจอตอบรับหลานสาวเสียงแผ่วเจ้านาย ผมรู้สึกว่าย่าดูอารมณ์ไม่ดีนะอืม ฉันเองก็รู้ แต่เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้เธอค่อย ๆ คิดผมอยากสั่งสอนหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นเหลือเกิน เ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 9

    “ผู้ใหญ่บ้าน! หัวหน้าหน่วย! พวกคุณมาทำอะไรที่บ้านของฉัน” เสียงของนางหวังดังขึ้นทางด้านหลังในสภาพตัวเปียก “สหายหวัง คุณไปทำอะไรมาทำไม..” เซี่ยฉางอันชี้นิ้วของตนถามขึ้นอย่างสังสัยส่วนหม่าหาวหวังกับซ่งจือเทียนต่างกำลังยกนิ้วบีบจมูกของตน “กลิ่นเหม็นนี่มันอะไรกัน แล้วมาจากไหน” น้ำเสียงของซ่งจือเทียนดังข

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 8

    หน้าที่ทำการคอมมูนในตอนนี้ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมายืนออกันเพื่อรับงานที่หัวหน้าหน่วยจะทำการแจกจ่ายเสียงพูดคุยดังขึ้นราวนกกระจอกแตกรังจนกระทั่งดวงตาของพวกเขาเห็นหญิงวัยกลางคนที่เดินอุ้มห่ออะไรบางอย่างในอ้อมแขนตามติดมาด้วยเด็กชายตัวเล็กรูปร่างผอมบางไม่แตกต่างจากเด็กในหมู่บ้านคนอื่น“อัยโย่! ฉันก็นึกว

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 1

    หรูฟู่ซิงอินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยวไม่รู้เลยว่าการ มายังหมู่บ้านแห่งหุบเขาชื่อดังกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของตนไปตลอดกาลในขณะที่เจ้าตัวกำลังชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามริมหน้าผาก็ได้ปรากฏการณ์ประหลาดทำให้หญิงสาวก้าวเท้าพลาดจึงเป็นเหตุให้ร่างของเธอร่วงสู่หุบเหวเบื้องล่างทันทีเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างยาวน

فصول أخرى

قد تعجبك أيضًا

استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status