Share

บทที่ 4

เสียงก่นด่าดังขึ้นจากลานหน้าบ้านของครอบครัวหรูจึงทำให้หรูจื่อพยายามใช้ไม้ค้ำของตนเดินให้เร็วขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น! โกวซุ่นนายมาทำอะไรที่บ้านของฉัน”

“แกกลับมาก็ดี หรูจื่อแกคิดใช่ไหมว่าแกเคยเป็นทหารแล้วจะสามารถเอาเปรียบฉันได้” คำพูดของชายหนุ่มวัยเดียวกันนำพามาซึ่งใบหน้าอันฉงนให้แก่เจ้าของชื่อ

“โกวซุ่น นายพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง”

“ถุย! ยังจะมาตีหน้าซื่อ จะหมายความว่าอะไรล่ะ ครอบครัวของแกไม่ใช่ว่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคอกสัตว์หรอกหรือ”

“ก็ใช่ แต่ฉันได้ลาพักกับหัวหน้าหน่วยเอาไว้แล้วนี่”

“นายไม่กลัวว่าพอถึงสิ้นเดือนจะไม่มีข้าวกินใช่ไหม ถึงได้ลางานโดยไม่สนใจถึงความลำบากของคนอื่น”

“นายเองก็เคยลาไม่ใช่เหรอ แล้วงานของนายในตอนนั้นก็เป็นฉันรับผิดชอบแทน พอถึงคราวฉันลาบ้างทำไมถึงได้กลายเป็นสร้างความเดือดร้อนให้นายกันล่ะ แล้วอีกอย่างฉันมีเหตุผลอันสมควรไม่เหมือนนายที่นึกจะหยุดก็หยุด

ซึ่งหัวหน้าหน่วยก็อนุญาตเอง หากนายไม่พอใจก็ไปทวงถามเอากับเขาสิ จะมาโวยวายอยู่หน้าบ้านของฉันทำไม หากว่าแม่ของฉันเกิดตกใจและอาการป่วยกำเริบนายจะรับผิดชอบไหวไหม” คำพูดยืดยาวอันเหลืออดดังออกมาจากปากของหรูจื่อผู้ที่ใคร ๆ ต่างก็คิดว่าเขาไม่มีปากมีเสียงจึงทำให้เจ้าตัวมักถูกเอาเปรียบอยู่เสมอ

“แกพูดพร่ำอะไรไอ้พิการ ครอบครัวของแกแต่ละคนหากไม่ทำงานก็คงอดตายมีอย่างที่ไหนยังกล้าหยุด” ชายหนุ่มคนนั้นเถียงขึ้นอย่างข้าง ๆ คู ๆ

“สหายโกวซุ่น หากคุณพูดจาดี ๆ ไม่ได้ฉันแนะนำว่าอย่าได้พูดออกมาเลยดีกว่า อีกอย่างเรื่องครอบครัวของฉันก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคุณด้วย” จ้าวเหยาก้าวเท้าเดินมาเคียงข้างสามีพูดขึ้นด้วยความโกรธ

“เหอะ! เป็นแค่ผู้หญิงที่ถูกซื้อมาราคาถูก กล้ามาตีฝีปากกับฉันอย่างนั้นเหรอ”

“โกวซุ่น! มันจะมากไปแล้วนะ หากวันนี้นายไม่ขอโทษภรรยาฉัน พวกเราก็ไปพบหัวหน้าหน่วยด้วยกัน” หรูจื่อโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาจึงได้ชี้ไม้ค้ำของตนไปตรงหน้าของชายหนุ่มคนนั้นพลางตะเบ็งเสียงดัง

“ฉันไม่ไปแกจะทำอะไรฉันได้ ถึงแกจะเคยเป็นทหารแล้วยังไงในเมื่อตอนนี้แกเป็นแค่คนพิการไร้ค่า ฉันขอบอกแกเอาไว้เลยนะ วันนี้แกต้องไปล้างคอกสัตว์ไม่อย่างนั้นฉันจะโวยวายอยู่หน้าบ้านแกให้แม่แกรำคาญตายไปเลย” ชายชั่วคนนี้ยังคงลอยหน้าลอยตาพ่นคำพูดออกมาอีก

“แกกล้า ในเมื่อฉันขอลาแล้วฉันจะไม่ไป เรื่องนี้ฉันจะให้หัวหน้าหน่วยตัดสิน” หรูจื่อเองก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมันในเรื่องที่ไร้เหตุผลเช่นนี้เขาก็พร้อมจะท้าชน

“แกไม่ไปใช่ไหม แกคอยดูให้ดีว่าฉันจะทำอะไรกับแกบ้าง มีอย่างที่ไหนมาให้ฉันคนนี้ทำงานสกปรก”

“หากนายไม่อยากทำก็ไปพูดกับหัวหน้าหน่วยสิ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉัน ถอยออกไปได้แล้วไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

คำพูดของหรูจื่อยิ่งนำพามาซึ่งความขบขันให้ชายคนนี้ไม่น้อย “คนพิการอย่างแกแม้แต่แรงจะเดินยังไม่มี แล้วจะทำอะไรฉันได้”

หรูฟู่ซิงฟังคำพูดของผู้ชายคนนี้ด้วยความรู้สึกโกรธเคือง ‘เป๋าเอ๋อร์มีอะไรสั่งสอนคนบ้านั้นได้บ้าง’

‘เจ้านายต้องการแบบไหนล่ะ จะให้เขานอนหยอดน้ำข้าวต้มหรือสั่งสอนให้พูดไม่ได้สักสองสามวัน’

‘เธอมีวิธีอย่างนั้นเหรอ’

‘ไม่มี’

‘แล้วเธอจะคุยโวออกมาทำไม’ หรูฟู่ซิงกลอกตาขาววนไปมาพร้อมกันนั้นเจ้าตัวยังได้ส่งเสียงอ้อแอ้ออกมาอย่างไม่พอใจด้วย

‘ผมไม่มี แต่ในระบบของผมมี’

‘รีบพูด’

‘ของที่อยู่ในห่อนี้เรียกว่าผงคัน หากว่าใครโดนเข้าไปผมรับรองได้เลยว่าหากไม่เกาจนผิวหนังอักเสบอย่ามาเรียกผมว่าระบบ’ เสียงราวน้ำนมของเป๋าเอ๋อร์ดังขึ้นอย่างโอ้อวด

‘ดีมาก แต่ปัญหามันอยู่ที่พวกเราจะทำยังไงถึงให้ชายคนนั้นโดนผงคันของเธอ’ หรูฟู่ซิงตอบโต้อย่างท้อใจในรูปร่างของตนตอนนี้

‘พี่ชายของเจ้านายยังไงล่ะครับ เด็กคนนั้นฉลาดมากเดี๋ยวผมจะส่งห่อผงคันเข้าไปในมือเขา จากนั้นเจ้านายก็อธิบายว่าของสิ่งนี้ใช้ยังไงเท่านั้นเอง’ น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของระบบดังขึ้น

‘มันจะดีเหรอ ฉันกลัวว่าจะทำให้ผ้าขาวอย่างพี่ชายแปดเปื้อน’ คนตัวเล็กทำปากขมุบขมิบพร้อมกับถูมือของตนไปมาด้วยท่าทางลังเล

‘หรือเจ้านายจะปล่อยให้คนเลวลอยนวลโดยไม่สั่งสอนกันล่ะ แต่เท่าที่ผมดูพี่ชายของเจ้านายกำลังตรงดิ่งไปทางชายคนนั้นนะอีกทั้งเจ้าตัวยังถือไม้ไปด้วย’ หรูฟู่ซิงตกใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของระบบ ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าตัวอยู่ในอ้อมแขนของคนเป็นแม่จึงทำให้หล่อนไม่อาจมองเห็นการกระทำของพี่ชายผู้มีอายุเพียงสามปี

‘พี่ชาย! ฉันมีวิธีที่ดีกว่าที่พี่จะเอาไม้ตีชายคนนั้นนะ’

เสี่ยวเฉินรีบทิ้งไม้ในมือ ‘น้องสาว คนเลวรังแกพ่อ’ เจ้าตัวเล็กรีบฟ้อง

‘ฉันรู้ พี่ชายคุณแบมือออกนะฉันจะส่งของบางอย่างไปให้ ของในห่อนั้นคือผงคัน พี่หาวิธีสาดลงไปบนตัวของชายคนนั้นเลยแต่ต้องระวังด้วยเพราะผงชนิดนี้หากใครโดนเข้าไปจะทำให้คันคะเยอทีเดียว’

‘น้องสาว เธอเก่งที่สุด’ เสี่ยวเฉินจับห่อผงคันในมืออย่างระมัดระวังก่อนจะตัดสินใจวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นที่กำลังเงื้อหมัดขึ้นสูงหมายจะชกหน้าของผู้เป็นพ่อ

‘ย๊าก!!’ เด็กชายส่งเสียงร้องในขณะพุ่งตัวประดุจลูกกระสุนเล็ก ๆ เข้าชนช่วงส่วนล่างของชายคนนั้นเข้าเต็มเปาและเจ้าตัวก็ไม่ลืมเทผงคันลงไปด้วย

“เสี่ยวเฉิน!” ทั้งพ่อและแม่ของเด็กชายต่างพากันเรียกเขาออกมาด้วยความตกใจ

ภาพนี้หรูฟู่ซิงไม่อาจเห็นทว่าแต่ไม่ใช่กับระบบ หากว่าเจ้าตัวมีร่างกายใบหน้ายามนี้คงจะดูตลกเป็นอย่างยิ่ง

‘เจ้านาย! คุณต้องเห็นภาพนี้’

‘ภาพอะไร! เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชาย เธอรีบพูดมาไม่ได้เหรอ’ น้ำเสียงของหรูฟู่ซิงเต็มไปด้วยความร้อนใจ

‘พี่ชายของคุณไม่เป็นอะไร เขาปลอดภัยดี เพียงแต่อาจจะมีแผลถลอกเล็กน้อย แต่กลับคนเลวนั้นไม่แน่’

‘เธอจะรีบพูดมาทีเดียวไม่ได้เหรอ เกิดอะไรขึ้นกับคนเลวนั่น พี่ชายทำสำเร็จใช่ไหม’ หรูฟู่ซิงเร่ง

‘สำเร็จอย่างงดงามแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียวและผมเกรงว่าคนเลวคนนี้จะต้องไม่กล้ามีหน้าออกมาปรากฏตัวอีกนาน’ เสียงน้ำนมของระบบกล่าวอย่างมีเลศนัย

หรูฟู่ซิงที่กำลังอยากรู้ใจจะขาดจึงได้เผลอส่งเสียงร้องออกมา “เจ้าตัวเล็กเป็นห่วงพี่เหรอลูก พี่ของหนูปลอดภัยดี” จ้าวเหยากล่อมคนตัวเล็กในอ้อมแขนไปมาอย่างอ่อนโยน

หรูฟู่ซิงจึงได้ส่งเสียงอ้อ ๆ แอ้ ๆ ของตนพร้อมเผยรอยยิ้มไร้เดียงสา ‘ระบบ สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่’

‘พี่ชายของเจ้านายได้เทผงคันไปที่ช่วงล่างของชายคนนั้นครับ และดูเหมือนว่าตอนนี้ผงคันกำลังออกฤทธิ์เพราะใบหน้าของคนเลวกำลังเปลี่ยนไปมาเดี๋ยวซีดเดี๋ยวคล้ำ เขาพยายามอดกลั้นไม่เอามือล้วงลงไปเกาในกางเกง ฮ่า ๆ’ เสียงหัวเราะเริงร่าจากระบบทำให้หรูฟู่ซิงเผลอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมา

ซึ่งการกระทำเช่นนี้ของเจ้าตัวได้เรียกความสนใจจากคนในครอบครัวทั้งสามเป็นอย่างมากยกเว้นเพียงผู้มาหาเรื่อง

“ฝะ...ฝากไว้ก่อนเถอะ” โกวซุ่นชี้นิ้วพยายามอดกลั้นต่อความคันของตนก่อนจะผลุนผลันวิ่งออกมาจากลานดินบ้านหรูท่ามกลางความงุนงงของหรูจื่อและจ้าวเหยา

เสียงไออย่างหนักจากภายในบ้านดังขึ้นทำให้หรูจื่อรีบเดินโขยกเขยกเข้าไปทางต้นเสียง

“แม่! ผมมีเงินพาแม่ไปหาหมอแล้ว” หรูจื่อไม่อาจปิดบังความดีใจที่เขาเจอสมุนไพรพูดขึ้นในขณะเข้าไปช่วยพยุงหญิงวัยกลางคนให้ลุกขึ้นเพื่อเอาหลังพิงกับเตียงคัง

“ลูกไปเอาเงินมาจากไหน” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามก่อนจะไอออกมาติด ๆ กัน

“ผมไปเจอเห็ดแดงมาครับ ผมคิดว่าจะนำไปขายที่ร้านขายยาของรัฐ”

“เห็ดแดง! ไม่ใช่ว่าลูกเข้าใจผิดไปเองหรอกนะ” มือของหญิงวัยกลางคนจับท่อนแขนของเขาถามเสียงสั่น

“ไม่ครับ แม่ดื่มน้ำก่อนเพราะผมยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องจะบอก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 177

    เพียงไม่นานหลังจากนั้นซุนชิงก็จากไปอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่รักเธอและเธอเองก็รักทุกคนมากที่สุด ซึ่งในตอนนี้ผู้อาวุโสที่สุดทั้งบ้านเหลือเพียงเมิ่งหลิงคนเดียวหญิงชราผมขาวโพลนดวงตาเริ่มขุ่นมัวตามวัยแต่กระนั้นใบหน้าของเธอก็ยังคงสดใสอิ่มเอิบ เมิ่งหลิงเป็นคนโชคดีมากเธอไม่ได้มีโรคประจำตัวเฉกเช่นคนวัยเด

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 176

    เสียงหัวเราะของทารกตัวน้อยยังคงดังก้องไปทั่วบ้านตระกูลจ้าว ความสดใสของชีวิตใหม่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวัง แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศในบ้านกลับแฝงด้วยความเศร้าจากการที่หยูเทียนเจี๋ยชายชราผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในตระกูลหรู กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตหยูเทียนเจี๋ยเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายเดือน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 175

    “ย่ารู้อะไรเกี่ยวกับพี่ทุกอย่างนั่นแหละค่ะ” อ้ายอ้ายหัวเราะในช่วงเวลานั้นเหมียวเหมี่ยวที่ต้องเข้ามาวัดไข้ของเขาเธอชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวของย่า ครอบครัวนี้ช่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก ต่างจากชีวิตเธอที่ต้องย้ายมาอยู่ในที่ใหม่และไม่มีใครให้ปรึกษาสายตาของเธอเหลือบมองไปยังต้าโถวที่พูดถึงย

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 174

    เสียงฝีเท้าดังสะท้อนในโถงทางเดินขาวสะอาดในโรงพยาบาลของกองทัพ ต้าโถวนั่งพิงหมอนบนเตียงผู้ป่วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย แม้บาดแผลตามร่างกายจะยังสร้างความเจ็บปวดแต่แววตาคมของเขาก็ไม่ได้แสดงอาการอ่อนแอออกมาเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเหมียวเหมี่ยว พยาบาลสาวหน้าใหม่ที่เดินเข้ามา ท่าทีของเธอรีบร้อนเ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 173

    หลังจากการแต่งงานของอ้ายอ้ายและหลานฉีผ่านไปได้ครบหนึ่งปี ชีวิตคู่ของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขและความรักที่มั่นคง อ้ายอ้ายตัดสินใจวางแผนการเดินทางพิเศษครั้งนี้เพื่อตอบแทนครอบครัวเธอต้องการให้ปู่กับย่า รวมถึงสมาชิกทุกคนได้พักผ่อนและสัมผัสกับความสงบสุขของทะเลในประเทศไทย อีกทั้งยังถือโอกาสนี้เป็นการฮันน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 172

    หลานฉีที่ยืนอยู่ตรงหน้าใช้เวลาชั่วครู่ประเมินสถานการณ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“พวกเรายังต้องค้นหาต่อ แม้มันจะเสี่ยงแต่ผมเชื่อว่าเธอยังรอพวกเราอยู่”ต้าโถวที่ยืนอยู่ข้างเขาพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันไม่มีวันทิ้งน้องสาวไว้แน่นอน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”หลังจากพูดคุยกับผู้รอดชีวิต ทีมของหลานฉีได้

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 10

    “ย่าจ๋า เอาข้าวไปให้พ่อกับแม่กันเถอะ“ ปากเล็ก ๆ ของเด็กน้อยในห่อผ้าขมุบขมิบ“ย่าเข้าใจแล้วลูก” เมิ่งหลิงที่ยังคงคิดไม่ตกกับสิ่งที่เพิ่งเจอตอบรับหลานสาวเสียงแผ่วเจ้านาย ผมรู้สึกว่าย่าดูอารมณ์ไม่ดีนะอืม ฉันเองก็รู้ แต่เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้เธอค่อย ๆ คิดผมอยากสั่งสอนหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นเหลือเกิน เ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 9

    “ผู้ใหญ่บ้าน! หัวหน้าหน่วย! พวกคุณมาทำอะไรที่บ้านของฉัน” เสียงของนางหวังดังขึ้นทางด้านหลังในสภาพตัวเปียก “สหายหวัง คุณไปทำอะไรมาทำไม..” เซี่ยฉางอันชี้นิ้วของตนถามขึ้นอย่างสังสัยส่วนหม่าหาวหวังกับซ่งจือเทียนต่างกำลังยกนิ้วบีบจมูกของตน “กลิ่นเหม็นนี่มันอะไรกัน แล้วมาจากไหน” น้ำเสียงของซ่งจือเทียนดังข

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 8

    หน้าที่ทำการคอมมูนในตอนนี้ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมายืนออกันเพื่อรับงานที่หัวหน้าหน่วยจะทำการแจกจ่ายเสียงพูดคุยดังขึ้นราวนกกระจอกแตกรังจนกระทั่งดวงตาของพวกเขาเห็นหญิงวัยกลางคนที่เดินอุ้มห่ออะไรบางอย่างในอ้อมแขนตามติดมาด้วยเด็กชายตัวเล็กรูปร่างผอมบางไม่แตกต่างจากเด็กในหมู่บ้านคนอื่น“อัยโย่! ฉันก็นึกว

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 7

    ภายในบ้านดินผสมอิฐหลังน้อยที่ตอนนี้กำลังสว่างด้วยแสงตะเกียงจ้าวพายุ“หิวหรือลูก” จ้าวเหยาถามลูกสาวตัวเล็กที่กำลังทำปากขมุบขมิบ“แอ๊” (แม่จ๋า ให้พี่ชายกินนมผงด้วยนะ) จู่ ๆ จ้าวเหยาก็นิ่งงันเธอกำลังคิดว่าตัวเองหูแว่ว “ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ” เธอคิด ทว่าสำหรับอ้ายอ้าย (แม่จ๋า ได้ยินหนูไหม) คนตัวเล็กยัง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status