Share

บทที่ 2

Author: คุณชายสายฝน
โจวซือเหย่เคยชินและชอบที่เจียงซู่เป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำเขามาโดยตลอด การที่เธอแสดงท่าทีต่อต้านไม่เหมือนดั่งเก่าอย่างกระทันหันเช่นนี้ จึงทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เจียงซู่รู้สึกเหมือนตัวเองหาเรื่องใส่ตัว ถามคำถามที่ตัวเองนั้นรู้คำตอบอยู่แก่ใจอยู่แล้ว และยังจะทำให้ตัวเองรู้สึกอับอายอีก

คนเราเมื่ออ่อนแอลง มักจะรู้สึกน้อยใจได้ง่าย สิ่งต่าง ๆ ที่เก็บซ่อนไว้ในใจ มันเริ่มจะกลั้นไว้ไม่อยู่ ควบคุมไม่ได้ เจียงซู่มองหน้าเขาอย่างไม่หลบสายตา และพูดต่อว่า “วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานห้าปีของเรา”

สิ้นเสียงของอีกคน โจวซือเหย่ถึงกับยืนอึ้ง เขาลืมเรื่องนี้ไปจริง ๆ

เมื่อเห็นสีหน้าของเขาตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดต่ออีกแล้ว

จริง ๆ การที่เขาจำไม่ได้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอย่างไรเสีย ในปีนั้นตัวเธอก็แต่งงานกับไก่ตัวผู้

โจวซือเหย่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบลง “เดี๋ยวชดเชยให้ทีหลัง”

คำตอบของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอใจเย็นลง

เรื่องมันก็ดำเนินมาถึงตอนนี้แล้ว เธอจึงไม่อยากจะทะเลาะอะไรกับเขาอีก เจียงซู่จึงเป็นคนเลือกการจบบทสนทนานี้โดยการ “พรุ่งนี้ไปทำเรื่องหย่ากันเถอะ”

เมื่อเขาได้ยินเธอยังคงพูดถึงเรื่องหย่าขึ้นมาอีกครั้ง ก็ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจและพูดเสียงต่ำว่า “พอได้แล้ว คำพวกนั้นผมไม่อยากได้ยินมันเป็นรอบที่สาม”

ถ้าเป็นปกติตัวเธอในเมื่อก่อน เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าท่าทีไม่พอใจ ก็จะยอมทำตามใจเขาทุกครั้ง แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ เจียงซู่ไม่อ่อนข้อให้เขาแล้ว “ฉันไม่ได้ล้อคุณเล่นนะ”

ทันทีที่คำพูดนั้นถูกเอ่ยขึ้นมา อากาศในห้องราวกับถูกดูดจนไม่เหลือ พวกเขาทั้งคู่แทบจะหยุดหายใจ

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของโจวซือเหย่ดังขึ้น ภายในห้องที่เงียบสงัดทำให้เขาได้ยินเสียงสะอื้นร้องไห้ในลำคอของเวิงอี๋เล็ดรอดออกมาจากปลายสาย

“ซือเหย่ ฉันล้มในห้องน้ำ เหมือนข้อเท้าจะพลิก...”

โจวซือเหย่ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เขาก็ตอบกลับในทันที “พี่ไปหาเดี๋ยวนี้”

เมื่อวางสายเขาพลิกตัวลุกออกไปจากเตียงทันทีทันใด

หลังจากลุกออกจากเตียง โจวซือเหย่ก็ไม่หันมามองเจียงซู่อีกแม้แต่หางตา ท่าทีของเธอในคืนนี้ทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขาเลยตั้งใจทิ้งให้เธออยู่อย่างนั้น

เมื่อเห็นว่าร่างสูงของอีกคนกำลังจะเดินออกไป ในใจเจียงซู่อยากจะคว้าตัวเขา รั้งไว้ไม่ให้ไปเหลือเกิน แต่เธอทำได้แค่กระตุกนิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหักห้ามใจไว้ได้ในที่สุด

เสียงเครื่องยนต์จากข้างล่างดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่าเขาได้ออกไปแล้ว

เจียงซู่ได้แต่ขดตัวบนเตียง ใบหน้าของเธอค่อย ๆ จมลงไปในผ้าห่ม

.......

เช้าวันถัดมา เวลาเจ็ดโมงครึ่ง เจียงซู่ถูกปลุกขึ้นด้วยจังหวะที่คุ้นเคยในทุกเช้า

เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียงตั้งใจจะลงไปข้างล่างเตรียมอาหารเช้าให้โจวซือเหย่ แต่ร่างกายเธอก็หยุดชะงักแข็งทื่อขึ้นทันที ดูเหมือนว่าเธอจะต้องปรับเปลี่ยนนิสัยความเคยชินที่ทำมาตลอดห้าปีแล้ว

เธอหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาพร้อมกับเก็บทรัพย์สินของมีค่าต่าง ๆ รวมถึงของจำเป็นลงกระเป๋า สร้อยคอเงินทองที่อยู่ในกระเป๋าพวกนั้นล้วนแล้วคือโจวซือเหย่ซื้อให้กับเธอทั้งนั้น

ตลอดห้าปีของการแต่งงาน ถึงแม้เธอจะไม่ได้รับความรักเลยแม้แต่นิด แต่ในเรื่องของสิ่งของต่าง ๆ โจวซือเหย่ก็ไม่เคยปล่อยให้เธอขาดมือ

ถ้าเวิงอี๋ไม่เข้ามาปรากฏตัวในชีวิตของพวกเขา บางทีเธออาจจะยังคงอยู่ต่อไป

แต่ในเมื่อการแต่งงานนี้มันไม่มีทั้งความรักและความซื่อสัตย์ งั้นเธอจะประคองความสัมพันธ์ต่อไปอย่างไง จะเอาอะไรมาหลอกตัวเองต่อไปอีก?

ป้าเฉินเมื่อเห็นเจียงซู่หิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นบนจึงถามด้วยความสงสัยว่า “คุณผู้หญิงจะไปดูงานนอกสถานที่เหรอคะ?”

เจียงซู่ทำท่าเห็นด้วยไปตามน้ำ และไม่ได้บอกว่าตัวเองกำลังจะย้ายออก ขืนเธอพูดออกไป รับรองได้เลยว่าข่าวจะไปถึงหูแม่สามีในวินาทีถัดไปอย่างแน่นอน

ถ้าแม่สามีรู้ขึ้นมา เขาจะต้องออกมาขัดขว้างยืนกร่านไม่ให้เธอไป แต่ไม่ใช่เพราะชื่นชอบในตัวเธอหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่า ‘โชคลาภ’ ในตัวเธอต่างหากที่มีล้นหลาม จนแม่สามีคงไม่อยากจะเสียบุคคลที่นำโชคมาให้หรอก

เมื่อออกจากคฤหาสน์จิ่งหยวนได้เรียบร้อยแล้ว เธอตรงดิ่งไปยังเรือนหอของเธอก่อนจะจัดการของสัมภาระต่าง ๆ และออกไปหาเพื่อนสนิทของเธออย่างซานเหอทันที

“แกจะหย่าจริง ๆ เหรอ?”

เจียงซู่พยักหน้า “แกช่วยฉันเจรจาขอทรัพย์สินมาให้ได้มากที่สุด”

เธอไม่ได้มีเจตนาอยากแย่งชิงทรัพย์สินครอบครัวของโจวซือเหย่หรอก แค่เธอได้มาหนึ่งในห้าก็พอใจแล้ว

เพราะจริง ๆ แล้วเธอจะไม่เอาเงินก็ได้ แต่คุณย่าที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาลต้องการเงินเป็นจำนวนมาก

หากยึดตามหลักทางเหตุผล ไต้ซานเหอไม่เห็นด้วย เพราะไม่ว่าจะในด้านไหนโจวซือเหย่ก็ถือได้ว่าเป็นคู่แต่งงานที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด

แต่เมื่อยึดความรู้สึกเป็นหลักแล้ว เธอก็พร้อมที่จะซัพพอร์ตเพื่อนอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในเรื่องความรัก ใครตกหลุมรักใครก่อน คนนั้นเป็นผู้เสียเปรียบทันที

เพราะความหลงใหล จึงทำให้เธอถึงแม้รู้ตัวดีว่ามีสิทธิกลายเป็นหม้าย และอาจถึงขั้นต้องติดอยู่ในตระกูลโจวอย่างทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต เจียงซู่ก็ยังคงยินดีที่จะเป็นเจ้าสาวปัดเป่าโชคร้ายให้อย่างไม่ลังเล ไต้ซานเหอรู้ดีว่าเจียงซู่รักโจวซือเหย่มากแค่ไหน

จนถึง ณ เวลานี้ ที่เจียงซู่ต้องการหย่าล้าง เธอก็รู้ซึ้งถึงเหตุผลนั้นเช่นกัน

ไต้ซานเหอถ่มน้ำลาย “ชายโฉดหญิงชั่ว!”

เธอไม่สนหรอกว่าใครจะโฉดหรือใครจะชั่ว เจียงซู่ไม่อยากลงไป play ในเกมของทั้งคู่อีกต่อไป เธอขอเลือกที่จะหลีกทางและถอยออกมา

เมื่อเธอได้คุยกับไต้ซานเหอเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเธอก็กลับไปที่บริษัท

ตอนนี้เธอทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทกั่งรุ่ย

ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของตระกูลโจว

ในตอนแรกแม่สามีจะให้เธอทำตำแหน่งผู้ช่วยโจวซือเหย่ โดยบอกว่าเธอจะได้คอยนำโชคมาให้ แต่โจวซือเหย่ไม่ยอม เพราะเหตุนี้ สุดท้ายเธอจึงต้องทำงานในตำแหน่งรองลงมา

ในเมื่อตั้งใจจะหย่ากันแล้ว เธอก็ไม่มีความจำเป็นที่จะทำงานที่นี่อีกต่อไป

เมื่อถึงบริษัท ใบขอลาออกก็อยู่ในกำมือของเธอแล้ว

หัวหน้าประหลาดใจกับการลาออกของเธอ

“ทำไมจู่ ๆ ถึงลาออก? ”

เจียงซู่ไม่ได้ตอบลงรายละเอียด “เหตุผลส่วนตัวค่ะ”

“คิดดีแล้วใช่ไหม? ”

“ค่ะ”

เจียงซู่เป็นคนเก่งและมีความสามารถ การลาออกของเธอจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก แต่ในเมื่อรั้งไว้ไม่อยู่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพูดรั้งอีกต่อไป

ในขณะที่เธอเริ่มขั้นตอนการลาออก เจียงซู่ก็เริ่มจัดการงานที่ค้างคาทั้งหมดเช่นกัน

เวลาเที่ยงตรง ณ โรงอาหารของบริษัท

ในขณะที่เธอกำลังรับประทานอาหารอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นที่ข้างหู

“ทำไมท่านประธานโจวถึงมาทานข้าวที่โรงอาหารล่ะ? แล้วผู้หญิงที่อยู่อยู่ข้าง ๆ คือใครอ่ะ? ”

ได้ยินดังนั้น เจียงซู่จึงหันไปมองอัตโนมัติ เธอเห็นโจวซือเหย่กับเวิงอี๋อยู่ด้วยกันท่ามกลางหมู่คนมากมาย

“ฉันได้ยินมาว่าเธอคือผู้ช่วยคนใหม่ของท่านประธานโจว”

“ไม่เห็นจะเหมือนเลย”

เวิงอี๋พูดบางสิ่งบางอย่างขึ้นข้างหูโจวซือเหย่ จนทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ความสนิทสนมของทั้งคู่เกินเลยคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปแล้ว

“ท่านประธานโจวแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ เธอคือคุณผู้หญิงโจวหรือเปล่า?”

เจียงซู่จ้องมองไปที่พวกเขาอย่างไม่หลบสายตา

ในตอนที่เธอเข้ามาทำงานที่บริษัทวันแรก โจวซือเหย่กำชับย้ำเตือนตลอดไม่ให้เธอเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ ซึ่งเธอเองก็เชื่อฟังและทำตามมาโดยตลอด

ดังนั้น จนมาถึงทุกวันนี้ ก็ไม่มีใครเคยรู้เลยว่าเธอคือคุณผู้หญิงโจว

“ฉันว่าก็เป็นไปได้นะ ไม่เคยเห็นท่านประธานโจวสนิทกับผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย?”

ในตอนนั้นเอง เลขาหลู่ที่นำข้าวมาเสิร์ฟให้โจวซือเหย่เป็นคนหยิบตะเกียบยื่นให้กับเวิงอี๋ และเธอตอบรับการดูแลของอีกฝ่ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ มองจากดาวอังคารก็ดูออกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกอย่างแน่นอน

เจียงซู่กำมือที่ถือตะเกียบอยู่แน่นจนข้อนิ้วมือขาวซีด

เขาแต่งงานกับโจวซือเหย่มาห้าปี เป็นเขาตลอดที่ดูแลอีกฝ่าย เธอไม่เคยได้รับการดูแลแบบนั้นมาก่อนเลย

แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าเขาทำไม่เป็น แต่เป็นตัวเขาเองที่ไม่มีค่ามากพอที่จะได้รับมัน

“เจียงซู่ เป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ?”

ได้ยินดังนั้นเธอจึงรีบก้มหน้าเก็บซ่อนความรู้สึกในใจที่ออกมาทางดวงตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มฝืน

“ไม่มีอะไร ฉันอิ่มแล้ว พวกเธอค่อย ๆ กินนะ”

เมื่อพูดจบ เธอจึงยกถาดอาหารตนเองรีบเดินออกจากโรงอาหารทันที

โจวซือเหย่นั่งหันไปทางประตูทางออกพอดี เมื่อเงยหน้าขึ้นสายตาจึงเห็นการเดินออกไปที่ดูร้อนรนของเจียงซู่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนไม่อาจะสังเกตุเห็นได้

เวิงอี๋ที่สังเกตุเห็นเช่นนั้น จึงหันไปมองตามสายตาของอีกคน แต่เมื่อเห็นเจียงซู่ที่ท่าทางดูร้อนรนเพียงเท่านั้น จากสายตาที่ขุ่นมัวของเธอก็หายไปทันที และตามมาด้วยสายตาแห่งความภาคภูมิใจ

โจวซือเหย่ถามเลขาหลู่ “เมื่อวานที่โรงพยาบาลเกิดอะไรขึ้น?”

เลขาหลู่ตอบกลับว่า “คุณผู้หญิงเป็นหวัดครับ”

และนี่คือคำตอบของเจียงซู่

โจวซือเหย่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจได้ทันที และไม่แปลกใจว่าเมื่อคืนทำไมเธอถึงอารมณ์ไม่คงที่

“ฉันได้ยินมาว่า tiii มีเพชรสีชมพูเข้ามาใหม่ นายช่วยไปเลือกสร้อยคอสักเส้นแล้วเอาไปให้เธอ”

เมื่อจบประโยคนั้นแล้ว เลขาหลู่ยังไม่ทันได้ตอบกลับ โจวซือเหย่ก็พูดต่ออีกว่า “เอามาให้ฉันดูก่อน”

เวิงอี๋เอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกายว่า “เมื่อคืนฉันเรียกพี่ออกมา พี่สะใภ้โกรธหรือเปล่าคะ? ถ้าฉันทำให้เธอเข้าใจผิดอะไร เดี๋ยวฉันไปอธิบายให้เองค่ะ”

โจวซือเหย่ “ไม่ต้อง”

เวิงอี๋แอบยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ

........

ตอนเย็นเมื่อเลิกงานแล้ว เจียงซู่ตั้งใจว่าจะทำหม้อไฟกินในคืนนี้ จึงไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อของ

หลังจากแต่งงาน เธอก็ไม่ได้กินสิ่งนี้อีกเลย เพราะโจวซือเหย่ไม่ชอบ

ในห้องขนาดเก้าสิบตารางเมตร ไฟที่ส่องสว่าง ภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของหม้อไฟ มีเพียงเจียงซู่ที่อยู่โต๊ะกินข้าวเพียงคนเดียว

เธอไม่ได้ทำอาหารมาเป็นเวลานาน แต่ทุกอย่างยังคงคุ้นเคยอยู่ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่ค่อยจะคุ้นชินเสียเท่าไหร่

แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเวลาจะแปรเปลี่ยนทุกอย่างไปเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
อังคณา โพธิ์มี
เดินเรื่องเร็วดีชอบ
goodnovel comment avatar
Piengmas Sangapong
Very interesting story, I like it very much.
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 630

    แรงเหวี่ยงของโจวซือเหย่ในครั้งนี้ไร้ซึ่งการออมแรง มันคือการระบายโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างป่าเถื่อน ส่งผลให้เซียวซูอี้เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทว่าเธอยังไม่ทันจะหายจากอาการมึนงง เสียงประตูก็ถูกปิดกระแทกใส่หน้าดัง ปัง โจวซือเหย่ตัดขาดเธอออกไปจากโลกของเขาอย่างเลือดเย็นและไร้เยื่อใยร่างของเซียวซูอี้กองอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดทางกายเปรียบไม่ได้เลยกับแผลลึกในใจที่กำลังถาโถมม่านน้ำตาที่เอ่อล้นบดบังทัศนียภาพ ก่อนจะร่วงหล่นลงสัมผัสพื้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ป้าเฉินที่เร่งรุดมาตามเสียงเอะอะ จึงทันได้เห็นภาพความน่าเวทนาของหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนเธอเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท พลางนึกเสียดายที่ในเวลานี้ไม่มีใครอยู่ชื่นชมบทละครนารีหยาดน้ำตานี้เลยสักคนเดียวในขณะที่คนอื่นกำลังดิ้นรนอยู่กับพายุอารมณ์ที่ถาโถม โจวซือเหย่กลับนิ่งงันดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกเซตระบบให้แสดงออกมาเพียงสีหน้าเดียว นั่นก็คือใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกชุยจี้เหิงมองสภาพกึ่งซากศพของคนตรงหน้าด้วยความระอา หนวดเคราที่ปล่อยให้รกรุงรังบวกกับเสื้อผ้ายับยู่ยี่จนดูเหมือนผ้าขี้ริ้วเช็ดก้นครัว ทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วมุ่

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 629

    แค่คืนเดียว ขอแค่เธอทนอีกเพียงคืนเดียวเขาก็จะจัดการทุกอย่างให้จบสิ้น เขาตั้งมั่นว่าพอรุ่งสางจะรีบไปรับเธอออกมาสู่อิสรภาพ และนับจากนี้เขาจะเป็นดั่งเกราะกำบังให้เธอ จะไม่มีใครหน้าไหนบังอาจมารังแกเธอได้อีกต่อไปทว่าเขากลับพลาดไปเพียงก้าวเดียว เพียงก้าวเดียวที่ทำให้เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์คำพร่ำเพ้อที่เปี่ยมไปด้วยความรักสุดอาลัยที่ดังวนเวียนอยู่ข้างหูนั้น คอยทิ่มแทงหัวใจของเซียวซูอี้ทีละนิดจนร้าวรานไปหมด ปลายจมูกของเธอร้อนผ่าวจนยากจะกลั้นหยาดน้ำตามือที่เคยขยุ้มแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ค่อย ๆ คลายออกและโอบรับอ้อมกอดที่ไม่ได้เป็นของเธออย่างเชื่องช้า“เสี่ยวซู่ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน คุณกลับมาหาผมได้ไหม?”“เสี่ยวซู่...”เซียวซูอี้ลอบกลืนก้อนความขมขื่นลงลำคอที่ตีบตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อาเหย่ นี่ฉันเอง ซูอี้...”เธอไม่ใช่เจียงซู่เสียงกระซิบที่เคยอ่อนหวานพลันเงียบกริบลงในวินาทีนั้น และวินาทีต่อมา ร่างบอบบางกลับถูกผลักออกอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานีโจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาที่เคยอาวรณ์พลันกลายเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ “คุณมาทำอะไรที่นี่? ออก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 628

    เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ใบหน้าของโจวซือเหย่กลับไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา หลงเหลือเพียงความหม่นทึมที่เกาะกินหัวใจจนยากจะสลัดพ้นเขาละทิ้งการงานและหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์จิ่งหยวน เพราะพื้นที่แห่งนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาได้สัมผัสถึงตัวตนของเจียงซู่ตราบใดที่ยังได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เคยใช้ร่วมกัน ได้สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่เธอเคยหยิบจับ กลิ่นอายจาง ๆ ที่ยังอบอวลอยู่เหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังไม่จากไปไหนหากแต่กลิ่นอายเหล่านั้นกลับเริ่มเจือจางลงทุกวัน มันค่อย ๆ เลือนหายไปจนเขาแทบจะไขว่คว้าไว้ไม่ได้อีกแล้ว...“ป้าเฉิน? ป้าเฉิน!”โจวซือเหย่ตะโกนเสียงดังลั่นพลางกอดขวดเหล้าไว้แนบอกป้าเฉินรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดมาทันทีด้วยความตระหนก “ค่ะ คุณผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นคะ?”โจวซือเหย่ถลาเข้าไปเอ่ยถามคาดคั้นเสียงเข้ม “ป้าเปลี่ยนปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอนใช่ไหม?!”ป้าเฉินเหลือบมองผ้าปูที่นอนที่เริ่มมีรอยยับย่นและไม่เคยได้รับการซักมานานร่วมครึ่งเดือนพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัว “ป้าไม่ได้แตะเลยค่ะคุณผู้ชาย”นับตั้งแต่เจียงซู่เกิดเรื่อง ข้าวของทุกอย่างที่เธอเคยสัมผัส ป้าเฉิ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 627

    สำหรับคุณปู่โจว เมื่อชีวิตดับสูญสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ควรกำจัดให้สิ้นซาก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหาก คือสิ่งที่หลานชายของเขาควรทำ!ทว่าเขากลับประเมินค่าความคลั่งของโจวซือเหย่ต่ำไป เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าบังอาจแตะต้องข้าวของของเจียงซู่แม้เพียงปรายนิ้ว เขาพร้อมจะพุ่งเข้าทำร้ายร่างกายอย่างไม่ไว้หน้าราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่งเนื่องจากคนที่คุณปู่โจวส่งมาล้วนไม่กล้าลงมือโต้กลับ จึงทำได้เพียงหลบหลีกและยอมเป็นกระสอบทรายให้เขาซัดด้วยความจำยอมโจวซือเหย่คำรามสั่งให้คนของเขาเข้าไปล็อกตัวคุณปู่โจวไว้ ก่อนจะจัดการลากตัวออกไปนอกคฤหาสน์ทันทีอย่างเหี้ยมเกริมเมื่อไร้หัวโจกคอยสั่งการ เหล่าบริวารที่เหลือจำต้องถอยร่นออกไปตาม ๆ กันการถูกหลานชายแท้ ๆ ไล่ตะเพิดออกจากบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้คุณปู่โจวโกรธจัดจนหน้าเขียวหน้าแดง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอยจนด่าทอออกมาไม่เป็นภาษาหลู่เหยียนลอบปาดเหงื่อพลางมองตามแผ่นหลังของผู้อาวุโสที่กำลังระเบิดเพลิงโทสะอย่างรุนแรงราวกับลาวาที่พวยพุ่งและไหลบ่าพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นบอสเสียสติ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 626

    สุดท้าย โลกก็ต้องโคจรตามเขา พิธีศพของเจียงซู่ก็ถูกรื้อถอนจนสิ้นซากตามความประสงค์ของโจวซือเหย่ เขาประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่าเจียงซู่ยังมีชีวิตอยู่ความดื้อรั้นป่าเถื่อนของเขาราวกับกำแพงหนาที่ก่อตัวเพื่อปิดกั้นเสียงของคนทั้งโลก เขามุดตัวอยู่ในโลกอันมืดมิดและเลือกเชื่อเพียงสิ่งที่ใจปรารถนาจะให้เป็นเท่านั้นเมื่อต้องเผชิญกับลูกชายที่สติแตกกระเจิงไปแล้วเช่นนี้ เวินเหยาฉินในฐานะแม่แท้ ๆ ก็หมดปัญญาจะฉุดรั้ง ไม่ว่าเธอจะตบตีหรือด่าทออย่างไรก็ไม่สามารถเรียกสติเขากลับมาได้แม้แต่เศษเสี้ยวโจวซือเหย่ประคองรูปถ่ายของเจียงซู่กลับมายังคฤหาสน์จิ่งหยวน ราวกับเป็นการจูงมือเธอกลับบ้านทันทีที่ป้าเฉินเห็นรูปตั้งหน้าศพในอ้อมกอดของเขา ขอบตาที่เพิ่งแห้งผากก็กลับมาเปียกชื้นอีกครั้งข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของเจียงซู่ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนเคว้งจนเธอคิดว่าตัวเองหูฝาดไป เหตุใดถึงด่วนจากไปเช่นนี้?คุณผู้หญิงแสนดีที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกลเช่นนั้น ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายพรากเธอไปก่อนเวลาอันควรเช่นนี้เมื่อนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนดวงนั้น ก้อนเนื้อในอกพลันบีบรัดจนรู้สึกปวดร้าว

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 625

    “เจียงซู่ยังไม่ตาย ใครอนุญาตให้จัดงานศพให้?”ท่ามกลางซากความพินาศของงานศพ ความจริงประจักษ์แก่สายตาทุกคนในวินาทีนั้นว่า เขาไม่ได้เกลียดเธอจนตามมาทำลายงาน แต่นี่คืออาการของคนหัวใจสลายที่ยอมรับความตายของเธอไม่ได้เลยต่างหากสภาพของโจวซือเหย่ที่ตัวสั่นเทิ้มในชุดผู้ป่วยซีดเซียวเป็นสิ่งที่ฟ้องชัดแก่ผู้คน ณ ที่แห่งนี้ว่า เขายอมรับความจริงไม่ได้จนเริ่มเสียสติไปแล้วทว่าอาการคลุ้มคลั่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า กลับไม่ได้ทำให้หลู่เหยียนรู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยเขารู้จักเจ้านายคนนี้ดีกว่าใคร สำหรับคนอย่างโจวซือเหย่ ถ้าไม่คลุ้มคลั่งขนาดนี้สิ ถึงจะเรียกว่าผิดปกติโจวซือเหย่โอบกอดรูปถ่ายหน้าศพไว้แนบอก ปลายนิ้วสั่นเทาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวในรูปอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังอันนุ่มนวลของคนที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ แววตาของเขาฉายชัดถึงความรักอันลึกซึ้งที่บิดเบี้ยวจนเกินเยียวยา “หลู่เหยียน รื้อทุกอย่างที่นี่ทิ้งให้หมด!”เขาไม่ต้องการให้เจียงซู่ต้องมาแปดเปื้อนกับสิ่งของอัปมงคลพวกนี้แม้แต่นิดเดียวหลู่เหยียนทำเพียงนิ่งรับคำสั่ง งานกู้ซากที่ไม่มีวันจบสิ้นแบบนี้กลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว ทุกวันนี้การทำงานข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 381

    ฝ่ามือที่คาดว่าจะฟาดลงมากลับชะงักค้างกลางอากาศ ข้อมือของโจวหว่านซินถูกพันธนาการไว้แน่น ทว่าผู้ที่หยุดเธอไว้นั้นไม่ใช่คู่กรณีอย่างเจียงซู่ กลับเป็นโจวซือเหย่ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ใบหน้าเหยเกด้วยความโกรธแค้นของโจวหว่านซินก็เปลี่ยนเป็นความอัดอั้นตันใจในชั่วพริบตา เธอเงยห

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 390

    อวี้เจินพยายามปรับลมหายใจและควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนจะกดรับสาย “สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายโจว”เสียงของโจวซือเหย่ดังผ่านมาตามสาย “ภรรยาผมต้องไปกับผมด้วย คุณเตรียมตัวเดินทางไปกับเรา”เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวี้เจินก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะตอบรับ “รับทราบค่ะ”หลังจากวางสายไปแล้ว เธอถึงเพิ่ง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 384

    ภายใต้การกำราบอันป่าเถื่อนและเด็ดขาดของโจวซือเหย่ ในที่สุดเจียงซู่ก็ยอมยุติการประท้วงด้วยการอดอาหาร เธอกลับมาทานอาหารตามปกติราวกับตุ๊กตาไขลานที่ทำหน้าที่ไปตามกลไก ซึ่งผลลัพธ์นี้สร้างความพึงพอใจให้กับเขาเป็นอย่างมากในทุก ๆ วัน โจวซือเหย่จะสรรหาเมนูอาหารสารพัดอย่างมาบำรุงเธอประหนึ่งการขุนเหยื่อ ด้วย

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 400

    ร่างของเจียงซู่สวมทับด้วยชุดคลุมอาบน้ำ เธอนอนหลับตาแน่นิ่งราวกับคนที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ข้อเท้าที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นมีรอยแดงปื้นใหญ่ชัดเจน ซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดจากรอยมือที่โจวซือเหย่บีบเค้นลงไปทุกคนในที่นั้นต่างยึดถือคติ สิ่งใดไม่ควรดูย่อมไม่มอง พากันเบือนหน้าหนีไปทางอื่นโดยพร้อมเพรียงกันรถยนต์แล่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status