Share

บทที่ 2

Author: คุณชายสายฝน
โจวซือเหย่เคยชินและชอบที่เจียงซู่เป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำเขามาโดยตลอด การที่เธอแสดงท่าทีต่อต้านไม่เหมือนดั่งเก่าอย่างกระทันหันเช่นนี้ จึงทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เจียงซู่รู้สึกเหมือนตัวเองหาเรื่องใส่ตัว ถามคำถามที่ตัวเองนั้นรู้คำตอบอยู่แก่ใจอยู่แล้ว และยังจะทำให้ตัวเองรู้สึกอับอายอีก

คนเราเมื่ออ่อนแอลง มักจะรู้สึกน้อยใจได้ง่าย สิ่งต่าง ๆ ที่เก็บซ่อนไว้ในใจ มันเริ่มจะกลั้นไว้ไม่อยู่ ควบคุมไม่ได้ เจียงซู่มองหน้าเขาอย่างไม่หลบสายตา และพูดต่อว่า “วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานห้าปีของเรา”

สิ้นเสียงของอีกคน โจวซือเหย่ถึงกับยืนอึ้ง เขาลืมเรื่องนี้ไปจริง ๆ

เมื่อเห็นสีหน้าของเขาตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดต่ออีกแล้ว

จริง ๆ การที่เขาจำไม่ได้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอย่างไรเสีย ในปีนั้นตัวเธอก็แต่งงานกับไก่ตัวผู้

โจวซือเหย่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบลง “เดี๋ยวชดเชยให้ทีหลัง”

คำตอบของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอใจเย็นลง

เรื่องมันก็ดำเนินมาถึงตอนนี้แล้ว เธอจึงไม่อยากจะทะเลาะอะไรกับเขาอีก เจียงซู่จึงเป็นคนเลือกการจบบทสนทนานี้โดยการ “พรุ่งนี้ไปทำเรื่องหย่ากันเถอะ”

เมื่อเขาได้ยินเธอยังคงพูดถึงเรื่องหย่าขึ้นมาอีกครั้ง ก็ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจและพูดเสียงต่ำว่า “พอได้แล้ว คำพวกนั้นผมไม่อยากได้ยินมันเป็นรอบที่สาม”

ถ้าเป็นปกติตัวเธอในเมื่อก่อน เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าท่าทีไม่พอใจ ก็จะยอมทำตามใจเขาทุกครั้ง แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ เจียงซู่ไม่อ่อนข้อให้เขาแล้ว “ฉันไม่ได้ล้อคุณเล่นนะ”

ทันทีที่คำพูดนั้นถูกเอ่ยขึ้นมา อากาศในห้องราวกับถูกดูดจนไม่เหลือ พวกเขาทั้งคู่แทบจะหยุดหายใจ

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของโจวซือเหย่ดังขึ้น ภายในห้องที่เงียบสงัดทำให้เขาได้ยินเสียงสะอื้นร้องไห้ในลำคอของเวิงอี๋เล็ดรอดออกมาจากปลายสาย

“ซือเหย่ ฉันล้มในห้องน้ำ เหมือนข้อเท้าจะพลิก...”

โจวซือเหย่ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เขาก็ตอบกลับในทันที “พี่ไปหาเดี๋ยวนี้”

เมื่อวางสายเขาพลิกตัวลุกออกไปจากเตียงทันทีทันใด

หลังจากลุกออกจากเตียง โจวซือเหย่ก็ไม่หันมามองเจียงซู่อีกแม้แต่หางตา ท่าทีของเธอในคืนนี้ทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขาเลยตั้งใจทิ้งให้เธออยู่อย่างนั้น

เมื่อเห็นว่าร่างสูงของอีกคนกำลังจะเดินออกไป ในใจเจียงซู่อยากจะคว้าตัวเขา รั้งไว้ไม่ให้ไปเหลือเกิน แต่เธอทำได้แค่กระตุกนิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหักห้ามใจไว้ได้ในที่สุด

เสียงเครื่องยนต์จากข้างล่างดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่าเขาได้ออกไปแล้ว

เจียงซู่ได้แต่ขดตัวบนเตียง ใบหน้าของเธอค่อย ๆ จมลงไปในผ้าห่ม

.......

เช้าวันถัดมา เวลาเจ็ดโมงครึ่ง เจียงซู่ถูกปลุกขึ้นด้วยจังหวะที่คุ้นเคยในทุกเช้า

เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียงตั้งใจจะลงไปข้างล่างเตรียมอาหารเช้าให้โจวซือเหย่ แต่ร่างกายเธอก็หยุดชะงักแข็งทื่อขึ้นทันที ดูเหมือนว่าเธอจะต้องปรับเปลี่ยนนิสัยความเคยชินที่ทำมาตลอดห้าปีแล้ว

เธอหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาพร้อมกับเก็บทรัพย์สินของมีค่าต่าง ๆ รวมถึงของจำเป็นลงกระเป๋า สร้อยคอเงินทองที่อยู่ในกระเป๋าพวกนั้นล้วนแล้วคือโจวซือเหย่ซื้อให้กับเธอทั้งนั้น

ตลอดห้าปีของการแต่งงาน ถึงแม้เธอจะไม่ได้รับความรักเลยแม้แต่นิด แต่ในเรื่องของสิ่งของต่าง ๆ โจวซือเหย่ก็ไม่เคยปล่อยให้เธอขาดมือ

ถ้าเวิงอี๋ไม่เข้ามาปรากฏตัวในชีวิตของพวกเขา บางทีเธออาจจะยังคงอยู่ต่อไป

แต่ในเมื่อการแต่งงานนี้มันไม่มีทั้งความรักและความซื่อสัตย์ งั้นเธอจะประคองความสัมพันธ์ต่อไปอย่างไง จะเอาอะไรมาหลอกตัวเองต่อไปอีก?

ป้าเฉินเมื่อเห็นเจียงซู่หิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นบนจึงถามด้วยความสงสัยว่า “คุณผู้หญิงจะไปดูงานนอกสถานที่เหรอคะ?”

เจียงซู่ทำท่าเห็นด้วยไปตามน้ำ และไม่ได้บอกว่าตัวเองกำลังจะย้ายออก ขืนเธอพูดออกไป รับรองได้เลยว่าข่าวจะไปถึงหูแม่สามีในวินาทีถัดไปอย่างแน่นอน

ถ้าแม่สามีรู้ขึ้นมา เขาจะต้องออกมาขัดขว้างยืนกร่านไม่ให้เธอไป แต่ไม่ใช่เพราะชื่นชอบในตัวเธอหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่า ‘โชคลาภ’ ในตัวเธอต่างหากที่มีล้นหลาม จนแม่สามีคงไม่อยากจะเสียบุคคลที่นำโชคมาให้หรอก

เมื่อออกจากคฤหาสน์จิ่งหยวนได้เรียบร้อยแล้ว เธอตรงดิ่งไปยังเรือนหอของเธอก่อนจะจัดการของสัมภาระต่าง ๆ และออกไปหาเพื่อนสนิทของเธออย่างซานเหอทันที

“แกจะหย่าจริง ๆ เหรอ?”

เจียงซู่พยักหน้า “แกช่วยฉันเจรจาขอทรัพย์สินมาให้ได้มากที่สุด”

เธอไม่ได้มีเจตนาอยากแย่งชิงทรัพย์สินครอบครัวของโจวซือเหย่หรอก แค่เธอได้มาหนึ่งในห้าก็พอใจแล้ว

เพราะจริง ๆ แล้วเธอจะไม่เอาเงินก็ได้ แต่คุณย่าที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาลต้องการเงินเป็นจำนวนมาก

หากยึดตามหลักทางเหตุผล ไต้ซานเหอไม่เห็นด้วย เพราะไม่ว่าจะในด้านไหนโจวซือเหย่ก็ถือได้ว่าเป็นคู่แต่งงานที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด

แต่เมื่อยึดความรู้สึกเป็นหลักแล้ว เธอก็พร้อมที่จะซัพพอร์ตเพื่อนอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในเรื่องความรัก ใครตกหลุมรักใครก่อน คนนั้นเป็นผู้เสียเปรียบทันที

เพราะความหลงใหล จึงทำให้เธอถึงแม้รู้ตัวดีว่ามีสิทธิกลายเป็นหม้าย และอาจถึงขั้นต้องติดอยู่ในตระกูลโจวอย่างทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต เจียงซู่ก็ยังคงยินดีที่จะเป็นเจ้าสาวปัดเป่าโชคร้ายให้อย่างไม่ลังเล ไต้ซานเหอรู้ดีว่าเจียงซู่รักโจวซือเหย่มากแค่ไหน

จนถึง ณ เวลานี้ ที่เจียงซู่ต้องการหย่าล้าง เธอก็รู้ซึ้งถึงเหตุผลนั้นเช่นกัน

ไต้ซานเหอถ่มน้ำลาย “ชายโฉดหญิงชั่ว!”

เธอไม่สนหรอกว่าใครจะโฉดหรือใครจะชั่ว เจียงซู่ไม่อยากลงไป play ในเกมของทั้งคู่อีกต่อไป เธอขอเลือกที่จะหลีกทางและถอยออกมา

เมื่อเธอได้คุยกับไต้ซานเหอเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเธอก็กลับไปที่บริษัท

ตอนนี้เธอทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทกั่งรุ่ย

ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของตระกูลโจว

ในตอนแรกแม่สามีจะให้เธอทำตำแหน่งผู้ช่วยโจวซือเหย่ โดยบอกว่าเธอจะได้คอยนำโชคมาให้ แต่โจวซือเหย่ไม่ยอม เพราะเหตุนี้ สุดท้ายเธอจึงต้องทำงานในตำแหน่งรองลงมา

ในเมื่อตั้งใจจะหย่ากันแล้ว เธอก็ไม่มีความจำเป็นที่จะทำงานที่นี่อีกต่อไป

เมื่อถึงบริษัท ใบขอลาออกก็อยู่ในกำมือของเธอแล้ว

หัวหน้าประหลาดใจกับการลาออกของเธอ

“ทำไมจู่ ๆ ถึงลาออก? ”

เจียงซู่ไม่ได้ตอบลงรายละเอียด “เหตุผลส่วนตัวค่ะ”

“คิดดีแล้วใช่ไหม? ”

“ค่ะ”

เจียงซู่เป็นคนเก่งและมีความสามารถ การลาออกของเธอจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก แต่ในเมื่อรั้งไว้ไม่อยู่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพูดรั้งอีกต่อไป

ในขณะที่เธอเริ่มขั้นตอนการลาออก เจียงซู่ก็เริ่มจัดการงานที่ค้างคาทั้งหมดเช่นกัน

เวลาเที่ยงตรง ณ โรงอาหารของบริษัท

ในขณะที่เธอกำลังรับประทานอาหารอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นที่ข้างหู

“ทำไมท่านประธานโจวถึงมาทานข้าวที่โรงอาหารล่ะ? แล้วผู้หญิงที่อยู่อยู่ข้าง ๆ คือใครอ่ะ? ”

ได้ยินดังนั้น เจียงซู่จึงหันไปมองอัตโนมัติ เธอเห็นโจวซือเหย่กับเวิงอี๋อยู่ด้วยกันท่ามกลางหมู่คนมากมาย

“ฉันได้ยินมาว่าเธอคือผู้ช่วยคนใหม่ของท่านประธานโจว”

“ไม่เห็นจะเหมือนเลย”

เวิงอี๋พูดบางสิ่งบางอย่างขึ้นข้างหูโจวซือเหย่ จนทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ความสนิทสนมของทั้งคู่เกินเลยคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปแล้ว

“ท่านประธานโจวแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ เธอคือคุณผู้หญิงโจวหรือเปล่า?”

เจียงซู่จ้องมองไปที่พวกเขาอย่างไม่หลบสายตา

ในตอนที่เธอเข้ามาทำงานที่บริษัทวันแรก โจวซือเหย่กำชับย้ำเตือนตลอดไม่ให้เธอเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ ซึ่งเธอเองก็เชื่อฟังและทำตามมาโดยตลอด

ดังนั้น จนมาถึงทุกวันนี้ ก็ไม่มีใครเคยรู้เลยว่าเธอคือคุณผู้หญิงโจว

“ฉันว่าก็เป็นไปได้นะ ไม่เคยเห็นท่านประธานโจวสนิทกับผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย?”

ในตอนนั้นเอง เลขาหลู่ที่นำข้าวมาเสิร์ฟให้โจวซือเหย่เป็นคนหยิบตะเกียบยื่นให้กับเวิงอี๋ และเธอตอบรับการดูแลของอีกฝ่ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ มองจากดาวอังคารก็ดูออกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกอย่างแน่นอน

เจียงซู่กำมือที่ถือตะเกียบอยู่แน่นจนข้อนิ้วมือขาวซีด

เขาแต่งงานกับโจวซือเหย่มาห้าปี เป็นเขาตลอดที่ดูแลอีกฝ่าย เธอไม่เคยได้รับการดูแลแบบนั้นมาก่อนเลย

แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าเขาทำไม่เป็น แต่เป็นตัวเขาเองที่ไม่มีค่ามากพอที่จะได้รับมัน

“เจียงซู่ เป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ?”

ได้ยินดังนั้นเธอจึงรีบก้มหน้าเก็บซ่อนความรู้สึกในใจที่ออกมาทางดวงตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มฝืน

“ไม่มีอะไร ฉันอิ่มแล้ว พวกเธอค่อย ๆ กินนะ”

เมื่อพูดจบ เธอจึงยกถาดอาหารตนเองรีบเดินออกจากโรงอาหารทันที

โจวซือเหย่นั่งหันไปทางประตูทางออกพอดี เมื่อเงยหน้าขึ้นสายตาจึงเห็นการเดินออกไปที่ดูร้อนรนของเจียงซู่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนไม่อาจะสังเกตุเห็นได้

เวิงอี๋ที่สังเกตุเห็นเช่นนั้น จึงหันไปมองตามสายตาของอีกคน แต่เมื่อเห็นเจียงซู่ที่ท่าทางดูร้อนรนเพียงเท่านั้น จากสายตาที่ขุ่นมัวของเธอก็หายไปทันที และตามมาด้วยสายตาแห่งความภาคภูมิใจ

โจวซือเหย่ถามเลขาหลู่ “เมื่อวานที่โรงพยาบาลเกิดอะไรขึ้น?”

เลขาหลู่ตอบกลับว่า “คุณผู้หญิงเป็นหวัดครับ”

และนี่คือคำตอบของเจียงซู่

โจวซือเหย่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจได้ทันที และไม่แปลกใจว่าเมื่อคืนทำไมเธอถึงอารมณ์ไม่คงที่

“ฉันได้ยินมาว่า tiii มีเพชรสีชมพูเข้ามาใหม่ นายช่วยไปเลือกสร้อยคอสักเส้นแล้วเอาไปให้เธอ”

เมื่อจบประโยคนั้นแล้ว เลขาหลู่ยังไม่ทันได้ตอบกลับ โจวซือเหย่ก็พูดต่ออีกว่า “เอามาให้ฉันดูก่อน”

เวิงอี๋เอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกายว่า “เมื่อคืนฉันเรียกพี่ออกมา พี่สะใภ้โกรธหรือเปล่าคะ? ถ้าฉันทำให้เธอเข้าใจผิดอะไร เดี๋ยวฉันไปอธิบายให้เองค่ะ”

โจวซือเหย่ “ไม่ต้อง”

เวิงอี๋แอบยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ

........

ตอนเย็นเมื่อเลิกงานแล้ว เจียงซู่ตั้งใจว่าจะทำหม้อไฟกินในคืนนี้ จึงไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อของ

หลังจากแต่งงาน เธอก็ไม่ได้กินสิ่งนี้อีกเลย เพราะโจวซือเหย่ไม่ชอบ

ในห้องขนาดเก้าสิบตารางเมตร ไฟที่ส่องสว่าง ภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของหม้อไฟ มีเพียงเจียงซู่ที่อยู่โต๊ะกินข้าวเพียงคนเดียว

เธอไม่ได้ทำอาหารมาเป็นเวลานาน แต่ทุกอย่างยังคงคุ้นเคยอยู่ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่ค่อยจะคุ้นชินเสียเท่าไหร่

แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเวลาจะแปรเปลี่ยนทุกอย่างไปเอง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
อังคณา โพธิ์มี
เดินเรื่องเร็วดีชอบ
goodnovel comment avatar
Piengmas Sangapong
Very interesting story, I like it very much.
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 570

    “ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว รู้ไหม ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน ฉันกลัวมากจริง ๆ ...”หยาดน้ำตาไหลพรากจนเปียกชุ่มเสื้อของโจวซือเหย่ ความร้อนผ่าวจากน้ำตานั้นราวกับเพลิงที่จ้องจะแผดเผาเข้าไปถึงอกของเขาโจวซือเหย่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เรื่องที่เซียวซูอี้เริ่มมีสติยาวนานขึ้นนั้น หมอเคยบอกเขาไว้ก่อนหน้าแล้ว เขานิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วตบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม “ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”เมื่อถูกเธอกอดไว้แน่นขนาดนี้ โจวซือเหย่เริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงรีบเปลี่ยนประเด็น “หมอให้คุณทานยา ทำไมคุณถึงไม่ยอมทาน?”เซียวซูอี้ยังคงจำฝังใจกับเหตุการณ์ที่เวิงอี๋สั่งให้คนบังคับกรอกยาใส่ปากเธอ เธอจึงปฏิเสธตามสัญชาตญาณ “ฉันไม่ได้ป่วย ทำไมต้องกินยา? ไม่กิน! สั่งให้พวกเขาเอาออกไปเดี๋ยวนี้!”โจวซือเหย่ใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลเกลี้ยกล่อม “ตอนนี้คุณกำลังไม่สบายนะ ต้องฟังคำสั่งหมอ ทานยาให้ครบ ร่างกายถึงจะกลับมาแข็งแรง”ทว่าทันทีที่สิ้นคำพูด เซียวซูอี้กลับผลักเขาออกอย่างแรงด้วยอาการตื่นตระหนก “บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ป่วย ฉันไม่กินยา คุณเป็นพวกเดียวกับเวิงอี๋ใช่ไหม?”“ต้

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 569

    “ซือเหย่...”ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังคุมเชิงกันอย่างไม่ลดละ เวิงกั๋วเฉียง พ่อของเวิงอี๋ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ช่วยเซียวซูอี้กลับมาได้ โจวซือเหย่ได้แจ้งข่าวให้เวิงกั๋วเฉียงทราบ และตอนนี้เขากับลูกสาวคนโตก็พักอยู่ที่บ้านหลังย่อยของคฤหาสน์จิ่งหยวนการให้พ่อลูกได้กลับมาพบหน้ากันก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกแง่หนึ่งคือโจวซือเหย่ต้องการให้เซียวซูอี้รับรู้ว่าเธอยังมีญาติอย่างพ่ออยู่ เพราะเขาเองก็ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตลอดเวลาเวิงกั๋วเฉียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความประจบประแจงเล็กน้อย “ซูอี้ไม่เห็นหน้านาย เธอเลยไม่ยอมทานยาเลย นายช่วยไปเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยได้ไหม”เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เดิมทีเขาเองก็อยากให้ร่างกายของเซียวซูอี้ฟื้นฟูโดยเร็วอยู่แล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินตามเวิงกั๋วเฉียงไปเจียงซู่เงียบนิ่ง เธอมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ท่าทีของโจวซือเหย่นั้นเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ แต่ที่น่าประหลาดใจคือเวิงกั๋วเฉียง...ลูกสาวคนเล็กตายด้วยน้ำมือของโจวซือเหย่ เมียก็ถูกโจวซือเหย่ส่งเข้าคุก แต่เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สามารถติดต่อคบค้าสมาคมกับชายคนนี้ต่อได้อย่างไร้ความตะข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 568

    “ผมขอโทษ”โจวซือเหย่เอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างจริงใจเจียงซู่สวนกลับทันควัน “ถ้าคุณรู้สึกผิดจริง ๆ ก็ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”คำปฏิเสธของเขาเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ โจวซือเหย่เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่คิดลังเล “ข้างนอกนั่นยังไม่ปลอดภัย”เจียงซู่ไม่ยอมรับการกระทำจอมปลอมนี้ของเขา เธอแค่นเสียงเย็นยะเยือก “คุณใช้คำว่าดูแลมาบังหน้าเพื่อกักขังฉันไว้ที่นี่ ความจริงคุณไม่ได้เป็นห่วงฉัน มันก็แค่การตอบสนองความต้องการส่วนตัวของคุณเท่านั้น”“คุณบอกว่าไม่อยากให้คนตระกูลเหลียงมารังแกฉัน พูดให้ถูกก็คือ คุณแค่ไม่อยากเสียผลประโยชน์เพื่อไปสงบโทสะของตระกูลเหลียงต่างหาก”เธอชะงักคำพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากเผยแววเย้ยหยัน “ในเมื่อคุณไม่ได้แคร์ฉันเหมือนที่แสดงออกมา แล้วจะมาแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าฉันทำไม?”ตลอด 5 ปีที่ใช้ชีวิตในตระกูลโจว เจียงซู่รู้ซึ้งถึงวิธีการจัดการปัญหาของพวกเขาดีถ้าทำผิดก็ใช้เงินแก้ปัญหา ถ้าเงินแก้ไม่ได้ก็ใช้อำนาจ นี่คือสันดานดิบของพวกเขาเสมอมาในตอนนี้ โจวซือเหย่ปากก็บอกว่าห่วงความปลอดภัยของเธอ แต่กลับขังเธอไว้ที่นี่ พูดง่าย ๆ คือเขาไม่ได้กดดันหรือยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับตระกูลเหลียงเลยแ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 567

    เจียงซู่เดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคยจนถึงมุมกำแพงแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มปีนป่ายขึ้นไปโดยไม่มีความหวาดกลัวในค่ำคืนที่มืดมิด เธอไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว เจียงซู่ออกแรงปีนขึ้นไปจนถึงยอดกำแพง ทว่าในขณะที่กำลังเตรียมจะกระโดดลงไปฝั่งตรงข้าม กลับต้องมานั่งจ้องตาเขม็งกับบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ข้างล่างก่อนหน้าเสียแล้วเจียงซู่ “...”บอดี้การ์ดคนนั้นยืนตัวตรงแน่วราวกับกำลังฝึกระเบียบวินัยทหาร ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณผู้หญิง คุณละเมอเดินออกมาอีกแล้วเหรอครับ?”เจียงซู่รู้ทันทีว่าแผนการหนีครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่า เธอถูกชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนกึ่งลากกึ่งประคองกลับเข้าบ้านไปอย่างแข็งกร้าวความโกรธทำให้ความดันโลหิตของเจียงซู่พุ่งปรี๊ด เธออยากจะรู้นักว่าโจวซือเหย่วางกำลังคนไว้รอบ ๆ นี้มากขนาดไหนกันเชียว?ความอัดอั้นตันใจที่แผนการหลบหนีล้มเหลว ทำให้เธอรู้สึกว่าทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องที่ปรากฏต่อสายตาภายในบ้านนั้นขวางหูขวางตาไปหมด กลางดึกคืนนั้นเจียงซู่คว้าไม้กอล์ฟของโจวซือเหย่ ก่อนจะจัดการฟาดทำลายข้าวของในคฤหาสน์จิ่งหยวนจนเละเทะไม่มีชิ้นดีบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ทว่าก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 566

    สมองที่เคยถูกตัณหาและฤทธิ์สุราครอบงำพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที โจวซือเหย่เลียริมฝีปากพลางแสดงสีหน้าสำนึกผิด “ผม...”เขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเธอ เขาเพียงแค่... ห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่โจวซือเหย่ตั้งท่าจะขอโทษ แต่เจียงซู่ไม่เปิดโอกาสให้เขาแม้แต่น้อย เธอคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนจะฟาดเข้าที่ศีรษะของโจวซือเหย่อย่างแรงโดยไม่สนว่าโจวซือเหย่จะคือเทพบุตรจากสรวงสวรรค์หรือมัจจุราชจากขุมนรกเพล้งไม่รู้ว่าหัวของโจวซือเหย่แข็งเกินไป หรือแก้วใบนี้มันเปราะบางกันแน่ แก้วใบนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่กระทบเป้าหมายคำขอโทษที่ติดอยู่ที่ลำคอของโจวซือเหย่จึงถูกกลืนกลับลงไป เขาได้แต่มองเธอตาค้าง ราวกับยังตั้งตัวไม่ทันว่าเพิ่งโดนอะไรไปในจังหวะที่เขาพะวักพะวน เจียงซู่ก็จัดการทวงคืนลูกถีบที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่บนรถ เธอถีบเข้าที่ใบหน้าของโจวซือเหย่เต็มแรงจนเขาหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นหลังจากจัดการเสร็จ เจียงซู่ยังแสดงท่าทีรังเกียจด้วยการเอาเท้าไปเช็ดถูบนผ้าปูเตียงซ้ำ ๆ จนผ้ายับยู่ยี่ไปหมดลูกถีบนี้ของเจียงซู่หนักหน่วงเอาการ เพราะหลังจากโจวซือเหย่ล้มลงไป

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 565

    ครั้งนี้ โจวซือเหย่อ่านเกมของเจียงซู่ออกล่วงหน้า ในจังหวะที่เธอตั้งท่าจะพุ่งไปคว้าตัวเซียวซูอี้เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองนั้น เขากลับเป็นฝ่ายรวบตัวเธอไว้ได้ก่อน แล้วกดเธอกลับลงบนโซฟาอย่างแรง“...” เจียงซู่ถลึงตาใส่พลางพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการพันธนาการในขณะที่เซียวซูอี้รีบมุดไปหลบข้างหลังโจวซือเหย่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และมีความหวาดระแวงต่อเจียงซู่อย่างเห็นได้ชัดเธอยังจำผู้หญิงคนนี้ได้ เหมือนกับคนพวกนั้นที่ชอบดุด่าตบตีเธอ เธอไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยเมื่อเห็นเหยื่อที่ใช้ข่มขู่โจวซือเหย่หลุดมือไป เจียงซู่ก็รู้สึกเดือดดาล เธอหรี่ตาลงพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “คุณคิดจะขังฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ?”โจวซือเหย่ตอบไม่ตรงคำถาม “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ”ปลอดภัยกับผีน่ะสิการอยู่ข้างกายเขานี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุดเจียงซู่ตอกกลับ “คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง?”เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าความฉิบหายทุกอย่างในชีวิตเธอ มันเป็นเพราะใคร?โจวซือเหย่ไม่ใช่แค่มีหน้าด้าน แต่เขายังหน้าด้านไร้ยางอาย “ผมทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวคุณเอง”เจียงซู่มองเขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status