LOGINเพราะความจำเป็น ทำให้เธอต้องแต่งงานกับคนรักของพี่สาว และเขาต้องทำเพื่อปกป้องคนรัก การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักจึงเกิดขึ้น
View Moreเสียงฝีเท้าดังแว่ว เจ้าของห้องชะงักเหลือบมองตรงประตู ไม่นานนักมันถูกเปิดออก ร่างสูงใหญ่ ดวงตาคม คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ผิวกายน้ำผึ้ง ก้าวเข้ามา ท่าทางเครียดขรึม ราวกับว่าการมาในห้องนี้สร้างความอึดอัดให้เขามากมาย เจ้าของห้องลุกจากเก้าอี้บุนวมสีครีม แล้วเดินมาหย่อนกายตรงโซฟา ช้อนสายตามองบุตรชายเพียงคนเดียว
“นั่งก่อนสิธัช” คนเป็นพ่อเอ่ยปาก
ธัชพลทรุดกายลงตรงข้าม แล้วระบายลมหายใจออกมา เขากับพ่อพูดคุยกันน้อย แม้อยู่บ้านเดียวกัน มันเป็นเพราะเหตุการณ์ในอดีต สร้างรอยร้าวให้ความสัมพันธ์
“พ่อมีอะไรครับถึงเรียกผมมา”
สีหน้าคนเป็นพ่อเครียดลง ช้อนสายตามองบุตรชาย
“พ่อต้องการให้แกหมั้นหมายกับหนูพิมพ์จันทร์”
คนฟังชะงักดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าไม่พอใจ
“แต่พ่อก็รู้ไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมกับพรรณเรศคบหากันอยู่!”
“แล้วยังไง คบกับพรรณเรศแล้วแต่งกับคนอื่นไม่ได้หรือไง”
“แต่คนที่พ่อให้ผมแต่งเป็นน้องของเรศนะครับพ่อ!” เขาบอกเสียงเครียด
ธเนศกระตุกยิ้มมุมปากทอดสายตามองบุตรชาย ผู้หญิงอย่างพรรณเรศหาได้ทั่วไป คิดสวมเขาให้ลูกชายเขาไม่มีทางเสียหรอก เขาไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงแบบนั้นมาเป็นสะใภ้เด็ดขาด ต่อให้ชาติตระกูลดีแค่ไหน แต่หากทำตัวส่ำส่อนไร้ยางอาย เขาก็ไม่อาจยอมรับได้
“ฉันอยากจะรู้นักว่า แกจะรักกับผู้หญิงอย่างพรรณเรศไปได้สักกี่น้ำ ถ้าหากแกรู้ความจริงของพรรณเรศได้สักครึ่งที่ฉันรู้”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจกับสิ่งที่บิดาเปรยออกมา
“พ่อหมายความว่ายังไง!”
“ฉันพูดขนาดนี้ แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ความรักมันทำให้แกหน้ามืดตามัว จนมองไม่เห็นความเป็นจริงเลยหรือไง แฟนแกเป็นดาราดัง มีหรือจะไม่มีคนหมายปอง วงการนั้นมีแต่คนหน้าตาดีๆ แกคิดว่าพรรณเรศจะไม่ไขว้เขวเลยหรือไง”
เขาลุกยืนเต็มความสูง มองบิดาแววตาปวดร้าว
“ผมไม่เชื่อสิ่งที่พ่อบอก ถ้าหากไม่มีหลักฐาน ผมไม่มีวันแต่งงานกับพิมพ์จันทร์แน่นอน ขอตัวก่อนครับ” เขาบอกเสียงหนัก แล้วเดินออกจากห้อง
คนเป็นพ่อมองตามแผ่นหลัง คนอย่างธเนศไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าหากตกลงปลงใจไม่รับพรรณเรศเป็นสะใภ้มันก็จะเป็นไปตามนั้น
ก๊อก ก๊อก
ประตูเปิดออก หญิงสาวรูปร่างอรชร ผิวกายขาวเนียน ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียว แพขนตายาว จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม สบตาแขกผู้มาเยือน เธอคลี่ยิ้มทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ก่อนโถมกายเข้าโอบกอดเขาไว้แน่น
“เรศคิดว่าธัชจะไม่มาแล้ว!”
ชายหนุ่มกอดตอบก่อนคลาย แล้วพากันเดินเข้าด้านใน สองคนทรุดกายลงบนโซฟา ธัชพลถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะปัญหาหนักอกในตอนนี้ เขารู้ดีว่าพ่อไม่ชอบพรรณเรศสักเท่าไหร่ อาจเพราะเธอไม่เก่งกาจเหมือมพิมพ์จันทร์ พ่อคงอยากสานต่อธุรกิจเลยคิดให้เขาแต่งงานกับน้องสาวเรศ แต่เขาหักหลังคนรักแบบนั้นไม่ได้
พรรณเรศสังเกตอาการแฟนหนุ่ม สีหน้าดูไม่ปกติ ราวกับมีเรื่องอะไรในใจ วันนี้คงเกิดปัญหาที่บ้านมาแน่ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ทำหน้าอมทุกข์แบบนี้ มือบางเอื้อมกุมมือหนาไว้ แล้วสบตาก่อนยิ้มอ่อนโยน
“มีเรื่องที่บ้านมาเหรอคะธัช” เธอถามเสียงเบา
ธัชพลช้อนสายตา แล้วระบายลมหายใจ
“ก็นิดหน่อยน่ะเรศ”
พรรณเรศเม้มริมฝีปาก ดูท่าแล้วคงเป็นเรื่องเธอ รู้ดีว่าบิดาของคนรักไม่ชอบตนสักเท่าไหร่ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเธอกับธัชพลรักกัน อีกอย่างหนุ่มหล่อเพียบพร้อมแบบนี้คงหาได้ยาก ถ้าหากไม่รีบตะครุบไว้เสียก่อน เสียไปคงเสียดายแย่
“เรื่องเรศใช่ไหม พ่อคุณคงอยากคุณเลิกกับเรศ” หญิงสาวหลุบตามองพื้น น้ำตาเริ่มคลอ
ร่างบางถูกรั้งมากอดไว้ เพื่อปลอบ
“อย่าคิดมากเลยเรศ ยังไงผมก็ไม่มีวันทิ้งคุณ ถ้าหากผมไม่ยอมพ่อจะทำอะไรได้”
“จริงนะคะธัช คุณจะไม่ทิ้งเรศไปใช่ไหม”
“จริงครับ ไม่ต้องห่วงนะ”
ชายหนุ่มโอบรัดร่างบางไว้แนบแน่น ก่อนผละห่าง สองคนสบตากันหัวใจสั่นไหว ความต้องการตามธรรมชาติเรียกร้องเข้าหา สองร่างกอดกระหวัดบนเตียงกว้างแลกจุมพิตดูดดื่ม พร้อมบรรเลงเพลงรักที่ช่วยกันสรรสร้าง
ตีสอง... ธัชพลลุกนั่งแล้วสะบัดผ้าห่มออกจากร่างกายเปลือยเปล่า เดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ พรรณเรศพลิกกายแล้วมองแสงไฟในห้องน้ำ ระบายลมหายใจแล้วกัดฟันแน่น ต่อให้เขามาหาบ่อยครั้งแค่ไหน แต่ธัชก็แทบไม่เคยค้างคืนที่นี่เลย ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร
ชายหนุ่มก้าวออกจากห้องน้ำ แล้วแต่งตัว เสร็จเรียบร้อยหันกลับมามองคนรักแล้วทรุดกายลงบนเตียงจุมพิตหน้าผากแผ่วเบา ลุกยืนเดินมาหน้าประตูแล้วเปิด สาวเท้าออกจากห้องพร้อมระบายลมหายใจ บางทีการเป็นลูกเพียงคนเดียวก็ทำให้เขาเหนื่อยมากเหลือเกิน ถ้าหากเขาค้างคืนอยู่กับคนรักมาเท่าไหร่ พ่อยิ่งรังเกียจเธอมากเท่านั้น เขาไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น
เที่ยงคืนพิมพ์จันทร์ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟด้านนอกส่องสว่าง เธอมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าข้างใน วางกระเป๋า เปิดไฟ แล้วปลดกระดุมเสื้อด้วยความเหนื่อยอ่อน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ร่างบางหันมาทางเตียงกว้างดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง“คุณธัช!” เธอร้องลั่น รีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายตนเองเขายิ้มเย็น แล้วเลิ่กคิ้วมองคนตรงหน้า“ทำไมกลับดึก!”“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” หญิงสาวร้อง สีหน้าซีดเผือด“ผัวเข้าห้องเมียผิดตรงไหน ความจริงเราต้องนอนด้วยกัน ด้วยซ้ำไป” เขาย้อนเจ้าของห้องหวั่นวิตก เธอพยายามรักษาระยะห่าง มือบางกำสาบเสื้อไว้แน่น อย่างไรเสียต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้เสียก่อน“ฉันขอร้องคุณดีๆ คุณธัช ฉันไม่เคยต้องการสร้างปัญหาให้คุณ ต่อให้คุณจะเกลียดฉันแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้!”เขายิ้มเย็น แล้วหัวเราะในลำคอ“ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยพิมพ์!”คนฟังกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพราะกลัวจะถูกลวนลามเหมือนที่ผ่านมา“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้ามาทำไม ต้องการอะไร!”เขาชะงัก แล้วครุ่นคิด“ผมมีเรื่องอยาก
เขาโน้มกายเข้าหาบดเบียดร่างกับช่วงขาเรียว คนถูกกระทำดวงตาเบิกกว้าง“ปล่อยฉันนะได้ยินไหม ที่นี่มันบริษัทคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์จันทร์เริ่มกรีดร้อง“ร้องไปเลย ให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรา เพราะผมไม่ได้รู้สึกอายเลย!” เขาเข่นเขี้ยว แล้วยิ้มเยาะ เธอรับรู้ในทันทีว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องดีแน่คนสวยเก็บความคับแค้นไว้ในอก ครุ่นคิดว่าตนเองควรเอาตัวรอดอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างกายเธอกลับถูกบดเบียดมากขึ้น จนนอนราบไปบนโต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลจญ์ไม่คุ้นเคยลอยแตะจมูก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง“ฉันบอกให้คุณหยุดไม่ได้ยินหรือไงคุณธัช หรือคุณจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยรักพี่สาวฉันมากแค่ไหน!” เมื่อหมดหนทาง เธอเลยเลือกรื้อฟื้นความหลัง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉุกคิดคนฟังขบกรามกัดฟันกรอด จ้องมองแววตาวาวโรจน์“เธอไม่ควรพูดเรื่องพี่สาวออกมาเลยพิมพ์จันทร์!”“ฉันจำเป็นต้องพูดเพราะมันจะได้ไปกระตุ้นต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณไงคะ!” หญิงสาวย้อนแววตาแข็งกร้าว เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย“ฉันทำผิดตรงไหนอยากจะรู้นัก ฉักกับพี่สาวเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!”พิมพ์จันทร์ชะงัก เห็นรอยรวดร้าวในดวงตา“ถึงคุณไม่คิดอ
เธอเลือกเมินใส่ แล้วบอกเส้นทางรถแท็กซี่ จนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบริษัท หญิงสาวก้าวลงแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องประธาน พนักงานต่างจ้องมองสีหน้าตื่นเต้น ระคนแปลกใจกับการปรากฏตัวของเจ้านายคนเก่าซึ่งหายหน้าหายตาไปหลายปีหญิงสาวเปิดห้องทำงานของพ่อสามีแล้วก้าวเข้าด้านใน โดยมีคนตัวใหญ่ตามมาติดๆ เธอหงุดหงิดจนกระทั่งหันหลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้า แต่เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เธอชะงักผงะถอยหลังจนแทบล้มดีที่ถูกเขารวบเอวบางเพื่อประคองเอาไว้ มือบางยกขึ้นผลักดันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ธัชพลกลับไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเชื้อโรค เลยโอบรัดเอวบางกระชากเข้ามาหาตนเองแล้วยิ้มยียวน“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!” เธอร้องบอก สีหน้าตระหนก“ทำไมผมจะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน”“แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคุณธัช!”“ก็ผมพอใจ”คนฟังกัดฟันแน่น ตั้งแต่กลับมาทำไมเขาถึงได้ทำตัววุ่นวายกับเธอนัก หรือต้องการกลั่นแกล้งกัน“ปล่อยฉันนะคุณธัช คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เธอบอกเสียงแข็ง แล้วพยายามขัดขืนดิ้นรนทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่ฟังเสียง กอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งท
รถจอดเทียบหน้าบ้าน พิมพ์จันทร์เดินไปตรงประตู แต่ทว่ามันกลับถูกเปิดออก พร้อมด้วยคนเปิดนั่งลงตรงเบาะหลังเรียบร้อย หญิงสาวชะงักจ้องมองไปยังลูกน้องพ่อสามีด้วยความไม่เข้าใจ“ยืนทำอะไร เข้ามานั่งซะสิ!” ธัชพลตะโกนออกมา พิมพ์จันทร์ขมวดคิ้ว“เอ่อ คุณธัชจะเดินทางไปเยี่ยมท่านกับเราครับ”หญิงสาวกัดริมฝีปากชักสีหน้าไม่พอใจ ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจพ่อตัวเอง ทีนี้ดันอยากไปรับขึ้นมาเชียว พิมพ์จันทร์ไม่มีทางเลือก นอกจากหย่อนกายลง เคียงข้างสามีทางนิตินัย รถเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน ระหว่างเส้นทางเขาเหลือบมอง แต่เธอแสร้งดูวิวด้านนอกรถแทน“ไปทำคะแนนเหรอ กลัวพ่อผมไม่ยกสมบัติให้หรือไง” เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบเธอหันขวับจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ“ทำไมฉันต้องอยากได้สมบัติของท่านด้วย ฉันมีปัญญาหาเอง!”เขายักไหล่ “อ้าว ใครจะรู้ก็ผมเห็นว่าคุณทำงานแทนพ่อ แทนผัว จนได้นั่งตำแหน่งประธานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ฉันแค่ทำหน้าที่แทนระหว่างคุณพ่อป่วย ฉันไม่เคยต้องการตำแหน่งประธานเลยสักนิด แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่ผัวฉัน!”“แล้วทะเบียนสมรสที่ลงชื่อคุณด้วย มันไม่ได้บอกว่าผมเป็นผัวหรือไง!”หญิงสาวสะอึกกัดฟันเก็บความฉุนเฉียวเอาไว้ คุณท่านห





