แชร์

ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก
ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก
ผู้แต่ง: คุณชายสายฝน

บทที่ 1

ผู้เขียน: คุณชายสายฝน
เจียงซู่ถือรายงานผลการตั้งครรภ์นอกมดลูกไว้ในมือด้วยสีหน้าซีดเผือด ก่อนที่เธอจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อติดต่อสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ

เสียงโทรศัพท์ดังอยู่หลายวิก่อนปลายสายจะรับโทรศัพท์ โจวซือเหย่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างที่เคยเป็นมาตลอดว่า “มีอะไร?”

เจียงซู่กำผลรายงานแน่น เธอรู้สึกจุกจนแทบพูดไม่ออก ไม่รู้ต้องทำอย่างไรต่อไป และได้แต่ถามคนในสายออกมาว่า “คุณมาที่โรงพยาบาลได้ไหม?”

โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ จู่ ๆ ในสายก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาจากไกล ๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ซือเหย่ นี่คือของขวัญวันเกิดที่พี่ให้ฉัน...”

โจวซือเหย่เลือกที่จะจบบทสนทนาอย่างเร่งรีบโดยไม่ถามอะไรเพิ่ม “ผมมีธุระ มีอะไรก็ติดต่อเลขาหลู่เอาแล้วกัน”

ก่อนที่อีกฝ่ายจะกดวางสาย เจียงซู่ได้ยินเสียงที่แสนอ่อนโยนของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า “ชอบไหมเอ่ย?”

“โจวซือ...”

เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพูด เสียงสัญญาณวางสายก็ดังขึ้น เธอทำได้เพียงกำผลรายงานในมือแน่นขึ้นอีก จนข้อนิ้วของเธอซีดขาวไปหมด

เจียงซู่จำเจ้าของเสียงของผู้หญิงคนนั้นได้ว่าคือใคร เธอคือรักแรกของโจวซือเหย่ ชื่อเวิงอี๋

“ญาติคุณมาได้หรือเปล่า? ”

คุณหมอเอ่ยถามเจียงซู่ที่เดินกลับมาเพียงลำพัง

เจียงซู่พูดขึ้นด้วยใบหน้าซีดไร้สีเลือดว่า “ฉันเซ็นเองค่ะ”

คุณหมอผู้มีประสบการณ์โชกโชนเห็นดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรสักเท่าไหร่

เธอขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดที่เย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองของเธอมองไปยังเพดานอย่างว่างเปล่า เครื่องมืออุปกรณ์ที่เย็นยะเยือกค่อย ๆ สอดเข้ามาในร่างกายของเธอ น้ำตาสีใสหยดหนึ่งเอ่อล้นออกมาจากหางตาและไหลลงหายไปในเส้นผมเงาดำของเธอ

ก็ใช่สิ เขาแต่งงานกับฉันก็เพื่อแก้เคล็ดเพียงเท่านั้น จะไปสู้คนที่อยู่ในใจเขาได้อย่างไรกัน เธอพูดเย้ยหยันตัวเองในใจ

ความจริงแล้ว การแต่งงานของเธอกับโจวซือเหย่จัดขึ้นเพียงเพราะเป็นความเชื่อโบราณเท่านั้น

เมื่อห้าปีก่อน โจวซือเหย่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ หมอบอกว่าโอกาสรอดต่ำมาก แต่ทางครอบครัวตระกูลโจว ไม่อยากให้เขาจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนั้น อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ก่อนตาย

และเธอคือผู้ที่ถูกเลือกให้แต่งงานแก้เคล็ดเพียงเพราะว่าเธอตรงกับเงื่อนไขพอดี หากดูจากฐานะทางสังคมของเธอแล้ว เธอไม่มีทางที่จะได้แต่งเข้าบ้านของตระกูลโจวอย่างเด็ดขาด

แต่เรื่องเหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้น หลังจากที่เขาแต่งงานได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน โจวซือเหย่ไม่เพียงแต่มีชีวิตรอดเท่านั้น แต่อาการเจ็บป่วยของเขาดีขึ้นทันตาอีกด้วย

เรื่องนี้การแพทย์ไม่สามารถช่วยได้ แต่เรื่องไสยศาสตร์กลับช่วยได้ และบุญคุณการช่วยชีวิตในครั้งนี้เองที่ทำให้เธอได้ครองตำแหน่งคุณผู้หญิงโจวอย่างไม่มีสั่นคลอน

ใครใช้ให้เธอมี ‘บุญวาสนา’ ล่ะ

ความจริงแล้ว ช่วงที่เวิงอี๋ยังไม่กลับจากต่างประเทศ โจวซือเหย่ค่อนข้างดีกับเธอ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาจากความรู้สึกรักใคร่ แต่ก็ถือว่ายังเคารพซึ่งกันและกัน

แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นก็เปลี่ยนไป

ชีวิตของเธอเป็นเหมือนดั่งทะเลสาบที่เคยสงบนิ่ง แต่ถูกปาด้วยหินจนเกิดระลอกคลื่น มันไม่สงบอีกต่อไป

นับจากวินาทีที่ลงจากเตียงผ่าตัด จนถึงตอนเดินออกจากโรงพยาบาล ใบหน้าเจียงซู่ซีดขาวราวกับหิมะ

“คุณผู้หญิงครับ”

เธอหันไปตามเสียงและตกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวอย่างกระทันหันของอีกฝ่าย และเมื่อเธอเห็นรถสีดำที่อยู่ของหลังของอีกคน สายตาอันมืดมนของเธอเหมือนได้จุดประกายขึ้น

เลขาหลู่ “ท่านประธานโจวไม่ว่างครับ”

เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ ประโยคนั้น ทำให้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเธอกลับมามืดมนขึ้นอีกครั้ง เธอยกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนแรง นึกเยาะเย้ยตัวเองในใจว่า คิดเข้าข้างตัวเองอะไรอยู่นะ

ระหว่างทางที่กำลังนั่งรถกลับบ้าน เจียงซู่ได้รับข้อความของใครคนหนึ่ง

นั่นก็คือรูปเซลฟี่ของเวิงอี๋ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้รับข้อความอะไรแบบนี้ ความจริงเธอควรจะลบรายชื่อการติดต่อไปตั้งนานแล้ว แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บมันไว้

เธอมองดูภาพของอีกคนที่ส่งมา และเมื่อเทียบกับรอยยิ้มที่แสนภาคภูมิใจของอีกฝ่ายแล้ว เธอกลับสนใจสร้อยคอบนคอของอีกฝ่ายเสียมากกว่า

[สวยไหม? ซือเหย่ให้ฉันน่ะ]

เจียงซู่จำสร้อยคอเพชรเส้นนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะนั้นเป็นสร้อยที่เธอไปประมูลมากับโจวซือเหย่เมื่อเดือนที่แล้ว

ตอนแรกเธอคิดว่านั่นเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานห้าปีของพวกเขาเสียอีก ที่ไหนได้ เธอคิดไปเองคนเดียว

ณ คฤหาสน์จิ่งหยวน

เมื่อก้าวเท้าเข้ามาได้บ้าน ป้าเฉินก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับเธอทันที “คุณผู้หญิงคะ วัตุดิบได้เตรียมไว้ครบเรียบร้อยแล้วค่ะ”

เจียงซู่หยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยิน และตอบกลับไปว่า “เก็บของเถอะค่ะ ไม่ทำแล้ว”

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานห้าปีของเธอกับโจวซือเหย่ เธอจึงตั้งใจจะทำอาหารค่ำมื้อพิเศษเพื่อฉลองกับเขาเสียหน่อย

แต่ระหว่างวันครบรอบกับวันเกิดของคนในใจเขา เห็นได้ชัดว่าสำหรับโจวซือเหย่ อย่างสองสำคัญกับเขามากกว่า

เมื่อป้าเฉินเห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดีนัก กำลังจะเอ่ยปากเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อหันมาอีกที เธอก็เดินขึ้นไปข้างบนแล้ว

ก่อนจะเดินจากไปเจียงซู่ได้พูดทิ้งท้ายว่า “ไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นให้ฉันนะคะ”

เมื่อดวงจันทร์เต็มดวงส่องสว่างกลางท้องฟ้า โจวซือเหย่ก็กลับมาถึงบ้าน

แม่บ้านเฉินเดินไปรับเสื้อโค้ชที่เขายื่น

เมื่อเขาไม่เห็นคนที่ปกติออกมารอรับเขาเหมือนทุกที โจวซือเหย่จึงถามขึ้นมาว่า “เธอล่ะ?”

แม่บ้านเฉินตอบกลับว่า “คุณผู้หญิงขึ้นไปพักผ่อนแล้วค่ะ”

ณ ห้องนอนใหญ่

เจียงซู่นอนตะแคงอยู่บนเตียง เดิมทีเธอก็นอนไม่ค่อยสนิทอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเสียงรถดับเครื่องจึงทำให้เธอตื่นขึ้น ซึ่งเธอนึกว่าคืนนี้เขาจะไม่กลับบ้านมาแล้วเสียอีก

เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกดังได้ไม่นาน พื้นที่เตียงนอนข้าง ๆ เธอก็ยุบลงไปตามแรงน้ำหนักของอีกคน กลิ่นที่เธอคุ้นเคยดีลอยเข้ามาสัมผัสกับจมูก พร้อมกับลมหายใจร้อนระอุที่กำลังรนช่วงต้นคอของเธอ

พวกเขาร่วมเตียงกันมาเป็นเวลาหลายปี แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายของการกระทำอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

เจียงซู่จับมือที่กำลังซุกซนของเขาไว้ แสดงออกถึงการปฏิเสธอย่างชัดเจน

โจวซือเหย่รู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เพราะปกติที่ผ่านมา เธอจะมีอาการกระตือรือร้นโดยตลอด

“เป็นอะไรไป?”

เจียงซู่ตอบด้วยเสียงเรียบนิ่งว่า “ฉันมีประจำเดือน”

“วันนี้ไม่ใช่วันไข่ตกเหรอ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความเย้ยหยันก็ปรากฏในนัยน์ตาของเจียงซู่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อก่อนเธอหลอกตัวเอง คิดว่า ‘การเอาใจใส่’ ของเขา คือเขากำลังสนใจในตัวเธอ

แต่เปล่าเลย ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่า เธอต้องตื่นจากฝันลม ๆ แล้ง ๆ ได้แล้ว

ความจริงแล้วเธอรู้เหตุผลดี ที่โจวซือเหย่จำวันไข่ตกของเธอได้ ก็เป็นเพราะตระกูลโจวอยากให้พวกเขามีลูกด้วยกัน และเขาก็คงไม่อยากพลาดโอกาสทองเช่นวันนี้อย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้น ในทุกเดือนของช่วงเวลานี้ เขาจะทำตัวเหมือนหมาติดสัตว์ ทำการบ้านอย่างไม่ลืมหูลืมตา

แต่เขากลับไม่รู้เลย ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งได้สูญเสียโอกาสที่จะได้เป็นพ่อคนไปเสียแล้ว

เจียงซู่แอบลูบท้องตัวเองเบา ๆ และเมื่อเธอนึกถึงเด็กที่ไม่มีวาสนาต่อกัน หัวใจเธอก็เจ็บปวดขึ้นมาราวกับมีใครมาบีบคั้นหัวใจ เธอเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก

ช่วงเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง นับตั้งแต่วินาทีที่เธอรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ จนได้รับการยืนยันว่าเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก สำหรับเธอแล้วมันเหมือนกับการตกจากสวรรค์สู่นรกชัด ๆ

ในขณะที่เธอรู้สึกสิ้นหวังและเจ็บปวด แต่สามีของเธอกลับทอดทิ้งเธอไปเสวยสุขอยู่กับชู้รัก

เจียงซู่กลั้นน้ำตาจนก้อนสะอื้นจุกอยู่ในลำคอ จมูกเริ่มแสบร้อนราวกับมีเปลวไฟ

โจวซือเหย่มองไปยังใบหน้าซีดเซียวของเธอและถามขึ้นว่า “วันนี้คุณไปโรงพยาบาลทำไม ไม่สบายตรงไหน?”

คำถามที่มาไม่ถูกเวลา มันสายเกินกว่าที่จะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เธอรับรู้ได้เพียงความเยือกเย็นในใจที่ไม่มีสิ้นสุด

เธอจ้องมองไปยังชายที่ทำให้ชีวิตเธอตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน แอบหลงรักมาห้าปี แต่งงานอีกห้าปี สิบปีแล้วสินะ ที่เธอใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตไปกับการหยุดอยู่ที่เขา

“เราหย่ากันเถอะ”

เธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายรอให้เขาหันกลับมาอีกต่อไป

สีหน้าของโจซือเหย่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นแตะที่หน้าผากเธอและถามต่อว่า “ไข้ขึ้นเหรอ?”

เจียงซู่ปัดมือของอีกคนออก และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ฉันไม่อยากเป็นมารที่คอยขัดขว้างความรักของคุณอีกแล้ว เมื่อหย่ากันแล้ว คุณจะได้เปิดตัวกับเวิงอี๋ ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบไม่เห็นรอยย่นระหว่างคิ้ว “คุณกำลังหึงผมเหรอ?”

หึงหวง? เธอมีสิทธิ์นั้นด้วยเหรอ?

ก็เหมือนที่เวิงอี๋เคยพูดไว้ คนที่ไม่ถูกรักต่างหากคือมือที่สาม ซึ่งเธอก็คือ ‘มือที่สาม’ จะไปมีสิทธิ์อะไร

“ผมกับเวิงอี๋เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ ”

เพื่อน? เพื่อนที่ขึ้นเตียงกันได้อะนะ?

เจียงซู่พยายามอดกลั้นเก็บความรู้สึกขมขื่นไว้ในใจ และยังคงพูดยืนยันคำเดิม “พรุ่งนี้ฉันจะหาทนายมาร่างข้อตกลงการหย่า ฉันเป็นคนขอหย่า แต่คุณเป็นฝ่ายผิด เพราะฉะนั้นค่าชดเชยที่ฉันควรได้ ฉันจะเอา”

เธอไม่ได้เป็นแม่พระ ที่จะยอมจากไปแบบตัวเปล่า

ในเมื่อไม่ได้ความรัก งั้นอย่างน้อยก็ต้องได้เงินมา

เธอไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้เงิน เพราะตัวเธอรู้ดีว่า ชีวิตหลังการหย่าของเธอคงไม่ได้สุขสบายเหมือนกับการอยู่ที่บ้านตระกูลโจว

สีหน้าของโจวซือเหย่ที่เคยเรียบเฉยมาตลอดดั่งน้ำนิ่ง ในที่สุดตอนนี้เขาเริ่มเปลี่ยนสีหน้าราวกับคลื่นลูกใหญ่ ใบหน้าแสดงความไม่พอใจอีกฝ่ายที่ทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล “อยู่ดี ๆ คุณมาโมโหอะไร? เพราะว่าผมไม่ได้ไปหาคุณที่โรงพยาบาล? ผมก็ให้หลู่เหยียนไปรับคุณแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เมื่อก่อนคุณไม่ได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยขี้ระแวงแบบนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความเจ็บปวดท่วมท้นในใจเธอ เหมือนหัวใจของเจียงซู่ถูกบีบคั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ความเยาะเย้ยออกมาจากสายตาของเธอ ฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้ว ราวกับว่าการที่เขาส่งเลขามารับเธอมันคือบุญคุณอันใหญ่หลวง

“คุณรู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร”

ดวงตาของโจวซือเหย่เต็มไปด้วยความสับสน ซึ่งเจียงซู่เองก็รู้คำตอบของอีกฝ่ายอย่างเต็มอก นั้นมันทำให้เขายิ่งรู้สึกเยาะหยันตัวเองมากขึ้น “วันเกิดคุณ?”

เจียงซู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดและแฝงไปด้วยความประชดประชันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนว่า “ในใจของท่านประธานโจวกำลังคิดถึงใครอยู่นะ?”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Latdawan
โง่จริงโง่มากโง่ไม่ใครแบ่งก็นางเอกก
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 570

    “ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว รู้ไหม ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน ฉันกลัวมากจริง ๆ ...”หยาดน้ำตาไหลพรากจนเปียกชุ่มเสื้อของโจวซือเหย่ ความร้อนผ่าวจากน้ำตานั้นราวกับเพลิงที่จ้องจะแผดเผาเข้าไปถึงอกของเขาโจวซือเหย่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เรื่องที่เซียวซูอี้เริ่มมีสติยาวนานขึ้นนั้น หมอเคยบอกเขาไว้ก่อนหน้าแล้ว เขานิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วตบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม “ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”เมื่อถูกเธอกอดไว้แน่นขนาดนี้ โจวซือเหย่เริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงรีบเปลี่ยนประเด็น “หมอให้คุณทานยา ทำไมคุณถึงไม่ยอมทาน?”เซียวซูอี้ยังคงจำฝังใจกับเหตุการณ์ที่เวิงอี๋สั่งให้คนบังคับกรอกยาใส่ปากเธอ เธอจึงปฏิเสธตามสัญชาตญาณ “ฉันไม่ได้ป่วย ทำไมต้องกินยา? ไม่กิน! สั่งให้พวกเขาเอาออกไปเดี๋ยวนี้!”โจวซือเหย่ใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลเกลี้ยกล่อม “ตอนนี้คุณกำลังไม่สบายนะ ต้องฟังคำสั่งหมอ ทานยาให้ครบ ร่างกายถึงจะกลับมาแข็งแรง”ทว่าทันทีที่สิ้นคำพูด เซียวซูอี้กลับผลักเขาออกอย่างแรงด้วยอาการตื่นตระหนก “บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ป่วย ฉันไม่กินยา คุณเป็นพวกเดียวกับเวิงอี๋ใช่ไหม?”“ต้

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 569

    “ซือเหย่...”ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังคุมเชิงกันอย่างไม่ลดละ เวิงกั๋วเฉียง พ่อของเวิงอี๋ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ช่วยเซียวซูอี้กลับมาได้ โจวซือเหย่ได้แจ้งข่าวให้เวิงกั๋วเฉียงทราบ และตอนนี้เขากับลูกสาวคนโตก็พักอยู่ที่บ้านหลังย่อยของคฤหาสน์จิ่งหยวนการให้พ่อลูกได้กลับมาพบหน้ากันก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกแง่หนึ่งคือโจวซือเหย่ต้องการให้เซียวซูอี้รับรู้ว่าเธอยังมีญาติอย่างพ่ออยู่ เพราะเขาเองก็ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตลอดเวลาเวิงกั๋วเฉียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความประจบประแจงเล็กน้อย “ซูอี้ไม่เห็นหน้านาย เธอเลยไม่ยอมทานยาเลย นายช่วยไปเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยได้ไหม”เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เดิมทีเขาเองก็อยากให้ร่างกายของเซียวซูอี้ฟื้นฟูโดยเร็วอยู่แล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินตามเวิงกั๋วเฉียงไปเจียงซู่เงียบนิ่ง เธอมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ท่าทีของโจวซือเหย่นั้นเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ แต่ที่น่าประหลาดใจคือเวิงกั๋วเฉียง...ลูกสาวคนเล็กตายด้วยน้ำมือของโจวซือเหย่ เมียก็ถูกโจวซือเหย่ส่งเข้าคุก แต่เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สามารถติดต่อคบค้าสมาคมกับชายคนนี้ต่อได้อย่างไร้ความตะข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 568

    “ผมขอโทษ”โจวซือเหย่เอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างจริงใจเจียงซู่สวนกลับทันควัน “ถ้าคุณรู้สึกผิดจริง ๆ ก็ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”คำปฏิเสธของเขาเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ โจวซือเหย่เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่คิดลังเล “ข้างนอกนั่นยังไม่ปลอดภัย”เจียงซู่ไม่ยอมรับการกระทำจอมปลอมนี้ของเขา เธอแค่นเสียงเย็นยะเยือก “คุณใช้คำว่าดูแลมาบังหน้าเพื่อกักขังฉันไว้ที่นี่ ความจริงคุณไม่ได้เป็นห่วงฉัน มันก็แค่การตอบสนองความต้องการส่วนตัวของคุณเท่านั้น”“คุณบอกว่าไม่อยากให้คนตระกูลเหลียงมารังแกฉัน พูดให้ถูกก็คือ คุณแค่ไม่อยากเสียผลประโยชน์เพื่อไปสงบโทสะของตระกูลเหลียงต่างหาก”เธอชะงักคำพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากเผยแววเย้ยหยัน “ในเมื่อคุณไม่ได้แคร์ฉันเหมือนที่แสดงออกมา แล้วจะมาแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าฉันทำไม?”ตลอด 5 ปีที่ใช้ชีวิตในตระกูลโจว เจียงซู่รู้ซึ้งถึงวิธีการจัดการปัญหาของพวกเขาดีถ้าทำผิดก็ใช้เงินแก้ปัญหา ถ้าเงินแก้ไม่ได้ก็ใช้อำนาจ นี่คือสันดานดิบของพวกเขาเสมอมาในตอนนี้ โจวซือเหย่ปากก็บอกว่าห่วงความปลอดภัยของเธอ แต่กลับขังเธอไว้ที่นี่ พูดง่าย ๆ คือเขาไม่ได้กดดันหรือยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับตระกูลเหลียงเลยแ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 567

    เจียงซู่เดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคยจนถึงมุมกำแพงแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มปีนป่ายขึ้นไปโดยไม่มีความหวาดกลัวในค่ำคืนที่มืดมิด เธอไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว เจียงซู่ออกแรงปีนขึ้นไปจนถึงยอดกำแพง ทว่าในขณะที่กำลังเตรียมจะกระโดดลงไปฝั่งตรงข้าม กลับต้องมานั่งจ้องตาเขม็งกับบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ข้างล่างก่อนหน้าเสียแล้วเจียงซู่ “...”บอดี้การ์ดคนนั้นยืนตัวตรงแน่วราวกับกำลังฝึกระเบียบวินัยทหาร ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณผู้หญิง คุณละเมอเดินออกมาอีกแล้วเหรอครับ?”เจียงซู่รู้ทันทีว่าแผนการหนีครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่า เธอถูกชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนกึ่งลากกึ่งประคองกลับเข้าบ้านไปอย่างแข็งกร้าวความโกรธทำให้ความดันโลหิตของเจียงซู่พุ่งปรี๊ด เธออยากจะรู้นักว่าโจวซือเหย่วางกำลังคนไว้รอบ ๆ นี้มากขนาดไหนกันเชียว?ความอัดอั้นตันใจที่แผนการหลบหนีล้มเหลว ทำให้เธอรู้สึกว่าทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องที่ปรากฏต่อสายตาภายในบ้านนั้นขวางหูขวางตาไปหมด กลางดึกคืนนั้นเจียงซู่คว้าไม้กอล์ฟของโจวซือเหย่ ก่อนจะจัดการฟาดทำลายข้าวของในคฤหาสน์จิ่งหยวนจนเละเทะไม่มีชิ้นดีบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ทว่าก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 566

    สมองที่เคยถูกตัณหาและฤทธิ์สุราครอบงำพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที โจวซือเหย่เลียริมฝีปากพลางแสดงสีหน้าสำนึกผิด “ผม...”เขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเธอ เขาเพียงแค่... ห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่โจวซือเหย่ตั้งท่าจะขอโทษ แต่เจียงซู่ไม่เปิดโอกาสให้เขาแม้แต่น้อย เธอคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนจะฟาดเข้าที่ศีรษะของโจวซือเหย่อย่างแรงโดยไม่สนว่าโจวซือเหย่จะคือเทพบุตรจากสรวงสวรรค์หรือมัจจุราชจากขุมนรกเพล้งไม่รู้ว่าหัวของโจวซือเหย่แข็งเกินไป หรือแก้วใบนี้มันเปราะบางกันแน่ แก้วใบนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่กระทบเป้าหมายคำขอโทษที่ติดอยู่ที่ลำคอของโจวซือเหย่จึงถูกกลืนกลับลงไป เขาได้แต่มองเธอตาค้าง ราวกับยังตั้งตัวไม่ทันว่าเพิ่งโดนอะไรไปในจังหวะที่เขาพะวักพะวน เจียงซู่ก็จัดการทวงคืนลูกถีบที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่บนรถ เธอถีบเข้าที่ใบหน้าของโจวซือเหย่เต็มแรงจนเขาหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นหลังจากจัดการเสร็จ เจียงซู่ยังแสดงท่าทีรังเกียจด้วยการเอาเท้าไปเช็ดถูบนผ้าปูเตียงซ้ำ ๆ จนผ้ายับยู่ยี่ไปหมดลูกถีบนี้ของเจียงซู่หนักหน่วงเอาการ เพราะหลังจากโจวซือเหย่ล้มลงไป

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 565

    ครั้งนี้ โจวซือเหย่อ่านเกมของเจียงซู่ออกล่วงหน้า ในจังหวะที่เธอตั้งท่าจะพุ่งไปคว้าตัวเซียวซูอี้เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองนั้น เขากลับเป็นฝ่ายรวบตัวเธอไว้ได้ก่อน แล้วกดเธอกลับลงบนโซฟาอย่างแรง“...” เจียงซู่ถลึงตาใส่พลางพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการพันธนาการในขณะที่เซียวซูอี้รีบมุดไปหลบข้างหลังโจวซือเหย่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และมีความหวาดระแวงต่อเจียงซู่อย่างเห็นได้ชัดเธอยังจำผู้หญิงคนนี้ได้ เหมือนกับคนพวกนั้นที่ชอบดุด่าตบตีเธอ เธอไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยเมื่อเห็นเหยื่อที่ใช้ข่มขู่โจวซือเหย่หลุดมือไป เจียงซู่ก็รู้สึกเดือดดาล เธอหรี่ตาลงพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “คุณคิดจะขังฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ?”โจวซือเหย่ตอบไม่ตรงคำถาม “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ”ปลอดภัยกับผีน่ะสิการอยู่ข้างกายเขานี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุดเจียงซู่ตอกกลับ “คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง?”เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าความฉิบหายทุกอย่างในชีวิตเธอ มันเป็นเพราะใคร?โจวซือเหย่ไม่ใช่แค่มีหน้าด้าน แต่เขายังหน้าด้านไร้ยางอาย “ผมทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวคุณเอง”เจียงซู่มองเขา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status