Share

ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก
ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก
Penulis: คุณชายสายฝน

บทที่ 1

Penulis: คุณชายสายฝน
เจียงซู่ถือรายงานผลการตั้งครรภ์นอกมดลูกไว้ในมือด้วยสีหน้าซีดเผือด ก่อนที่เธอจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อติดต่อสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ

เสียงโทรศัพท์ดังอยู่หลายวิก่อนปลายสายจะรับโทรศัพท์ โจวซือเหย่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างที่เคยเป็นมาตลอดว่า “มีอะไร?”

เจียงซู่กำผลรายงานแน่น เธอรู้สึกจุกจนแทบพูดไม่ออก ไม่รู้ต้องทำอย่างไรต่อไป และได้แต่ถามคนในสายออกมาว่า “คุณมาที่โรงพยาบาลได้ไหม?”

โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ จู่ ๆ ในสายก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาจากไกล ๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ซือเหย่ นี่คือของขวัญวันเกิดที่พี่ให้ฉัน...”

โจวซือเหย่เลือกที่จะจบบทสนทนาอย่างเร่งรีบโดยไม่ถามอะไรเพิ่ม “ผมมีธุระ มีอะไรก็ติดต่อเลขาหลู่เอาแล้วกัน”

ก่อนที่อีกฝ่ายจะกดวางสาย เจียงซู่ได้ยินเสียงที่แสนอ่อนโยนของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า “ชอบไหมเอ่ย?”

“โจวซือ...”

เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพูด เสียงสัญญาณวางสายก็ดังขึ้น เธอทำได้เพียงกำผลรายงานในมือแน่นขึ้นอีก จนข้อนิ้วของเธอซีดขาวไปหมด

เจียงซู่จำเจ้าของเสียงของผู้หญิงคนนั้นได้ว่าคือใคร เธอคือรักแรกของโจวซือเหย่ ชื่อเวิงอี๋

“ญาติคุณมาได้หรือเปล่า? ”

คุณหมอเอ่ยถามเจียงซู่ที่เดินกลับมาเพียงลำพัง

เจียงซู่พูดขึ้นด้วยใบหน้าซีดไร้สีเลือดว่า “ฉันเซ็นเองค่ะ”

คุณหมอผู้มีประสบการณ์โชกโชนเห็นดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรสักเท่าไหร่

เธอขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดที่เย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองของเธอมองไปยังเพดานอย่างว่างเปล่า เครื่องมืออุปกรณ์ที่เย็นยะเยือกค่อย ๆ สอดเข้ามาในร่างกายของเธอ น้ำตาสีใสหยดหนึ่งเอ่อล้นออกมาจากหางตาและไหลลงหายไปในเส้นผมเงาดำของเธอ

ก็ใช่สิ เขาแต่งงานกับฉันก็เพื่อแก้เคล็ดเพียงเท่านั้น จะไปสู้คนที่อยู่ในใจเขาได้อย่างไรกัน เธอพูดเย้ยหยันตัวเองในใจ

ความจริงแล้ว การแต่งงานของเธอกับโจวซือเหย่จัดขึ้นเพียงเพราะเป็นความเชื่อโบราณเท่านั้น

เมื่อห้าปีก่อน โจวซือเหย่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ หมอบอกว่าโอกาสรอดต่ำมาก แต่ทางครอบครัวตระกูลโจว ไม่อยากให้เขาจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนั้น อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ก่อนตาย

และเธอคือผู้ที่ถูกเลือกให้แต่งงานแก้เคล็ดเพียงเพราะว่าเธอตรงกับเงื่อนไขพอดี หากดูจากฐานะทางสังคมของเธอแล้ว เธอไม่มีทางที่จะได้แต่งเข้าบ้านของตระกูลโจวอย่างเด็ดขาด

แต่เรื่องเหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้น หลังจากที่เขาแต่งงานได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน โจวซือเหย่ไม่เพียงแต่มีชีวิตรอดเท่านั้น แต่อาการเจ็บป่วยของเขาดีขึ้นทันตาอีกด้วย

เรื่องนี้การแพทย์ไม่สามารถช่วยได้ แต่เรื่องไสยศาสตร์กลับช่วยได้ และบุญคุณการช่วยชีวิตในครั้งนี้เองที่ทำให้เธอได้ครองตำแหน่งคุณผู้หญิงโจวอย่างไม่มีสั่นคลอน

ใครใช้ให้เธอมี ‘บุญวาสนา’ ล่ะ

ความจริงแล้ว ช่วงที่เวิงอี๋ยังไม่กลับจากต่างประเทศ โจวซือเหย่ค่อนข้างดีกับเธอ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาจากความรู้สึกรักใคร่ แต่ก็ถือว่ายังเคารพซึ่งกันและกัน

แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นก็เปลี่ยนไป

ชีวิตของเธอเป็นเหมือนดั่งทะเลสาบที่เคยสงบนิ่ง แต่ถูกปาด้วยหินจนเกิดระลอกคลื่น มันไม่สงบอีกต่อไป

นับจากวินาทีที่ลงจากเตียงผ่าตัด จนถึงตอนเดินออกจากโรงพยาบาล ใบหน้าเจียงซู่ซีดขาวราวกับหิมะ

“คุณผู้หญิงครับ”

เธอหันไปตามเสียงและตกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวอย่างกระทันหันของอีกฝ่าย และเมื่อเธอเห็นรถสีดำที่อยู่ของหลังของอีกคน สายตาอันมืดมนของเธอเหมือนได้จุดประกายขึ้น

เลขาหลู่ “ท่านประธานโจวไม่ว่างครับ”

เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ ประโยคนั้น ทำให้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเธอกลับมามืดมนขึ้นอีกครั้ง เธอยกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนแรง นึกเยาะเย้ยตัวเองในใจว่า คิดเข้าข้างตัวเองอะไรอยู่นะ

ระหว่างทางที่กำลังนั่งรถกลับบ้าน เจียงซู่ได้รับข้อความของใครคนหนึ่ง

นั่นก็คือรูปเซลฟี่ของเวิงอี๋ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้รับข้อความอะไรแบบนี้ ความจริงเธอควรจะลบรายชื่อการติดต่อไปตั้งนานแล้ว แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บมันไว้

เธอมองดูภาพของอีกคนที่ส่งมา และเมื่อเทียบกับรอยยิ้มที่แสนภาคภูมิใจของอีกฝ่ายแล้ว เธอกลับสนใจสร้อยคอบนคอของอีกฝ่ายเสียมากกว่า

[สวยไหม? ซือเหย่ให้ฉันน่ะ]

เจียงซู่จำสร้อยคอเพชรเส้นนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะนั้นเป็นสร้อยที่เธอไปประมูลมากับโจวซือเหย่เมื่อเดือนที่แล้ว

ตอนแรกเธอคิดว่านั่นเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานห้าปีของพวกเขาเสียอีก ที่ไหนได้ เธอคิดไปเองคนเดียว

ณ คฤหาสน์จิ่งหยวน

เมื่อก้าวเท้าเข้ามาได้บ้าน ป้าเฉินก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับเธอทันที “คุณผู้หญิงคะ วัตุดิบได้เตรียมไว้ครบเรียบร้อยแล้วค่ะ”

เจียงซู่หยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยิน และตอบกลับไปว่า “เก็บของเถอะค่ะ ไม่ทำแล้ว”

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานห้าปีของเธอกับโจวซือเหย่ เธอจึงตั้งใจจะทำอาหารค่ำมื้อพิเศษเพื่อฉลองกับเขาเสียหน่อย

แต่ระหว่างวันครบรอบกับวันเกิดของคนในใจเขา เห็นได้ชัดว่าสำหรับโจวซือเหย่ อย่างสองสำคัญกับเขามากกว่า

เมื่อป้าเฉินเห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดีนัก กำลังจะเอ่ยปากเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อหันมาอีกที เธอก็เดินขึ้นไปข้างบนแล้ว

ก่อนจะเดินจากไปเจียงซู่ได้พูดทิ้งท้ายว่า “ไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นให้ฉันนะคะ”

เมื่อดวงจันทร์เต็มดวงส่องสว่างกลางท้องฟ้า โจวซือเหย่ก็กลับมาถึงบ้าน

แม่บ้านเฉินเดินไปรับเสื้อโค้ชที่เขายื่น

เมื่อเขาไม่เห็นคนที่ปกติออกมารอรับเขาเหมือนทุกที โจวซือเหย่จึงถามขึ้นมาว่า “เธอล่ะ?”

แม่บ้านเฉินตอบกลับว่า “คุณผู้หญิงขึ้นไปพักผ่อนแล้วค่ะ”

ณ ห้องนอนใหญ่

เจียงซู่นอนตะแคงอยู่บนเตียง เดิมทีเธอก็นอนไม่ค่อยสนิทอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเสียงรถดับเครื่องจึงทำให้เธอตื่นขึ้น ซึ่งเธอนึกว่าคืนนี้เขาจะไม่กลับบ้านมาแล้วเสียอีก

เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกดังได้ไม่นาน พื้นที่เตียงนอนข้าง ๆ เธอก็ยุบลงไปตามแรงน้ำหนักของอีกคน กลิ่นที่เธอคุ้นเคยดีลอยเข้ามาสัมผัสกับจมูก พร้อมกับลมหายใจร้อนระอุที่กำลังรนช่วงต้นคอของเธอ

พวกเขาร่วมเตียงกันมาเป็นเวลาหลายปี แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายของการกระทำอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

เจียงซู่จับมือที่กำลังซุกซนของเขาไว้ แสดงออกถึงการปฏิเสธอย่างชัดเจน

โจวซือเหย่รู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เพราะปกติที่ผ่านมา เธอจะมีอาการกระตือรือร้นโดยตลอด

“เป็นอะไรไป?”

เจียงซู่ตอบด้วยเสียงเรียบนิ่งว่า “ฉันมีประจำเดือน”

“วันนี้ไม่ใช่วันไข่ตกเหรอ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความเย้ยหยันก็ปรากฏในนัยน์ตาของเจียงซู่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อก่อนเธอหลอกตัวเอง คิดว่า ‘การเอาใจใส่’ ของเขา คือเขากำลังสนใจในตัวเธอ

แต่เปล่าเลย ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่า เธอต้องตื่นจากฝันลม ๆ แล้ง ๆ ได้แล้ว

ความจริงแล้วเธอรู้เหตุผลดี ที่โจวซือเหย่จำวันไข่ตกของเธอได้ ก็เป็นเพราะตระกูลโจวอยากให้พวกเขามีลูกด้วยกัน และเขาก็คงไม่อยากพลาดโอกาสทองเช่นวันนี้อย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้น ในทุกเดือนของช่วงเวลานี้ เขาจะทำตัวเหมือนหมาติดสัตว์ ทำการบ้านอย่างไม่ลืมหูลืมตา

แต่เขากลับไม่รู้เลย ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งได้สูญเสียโอกาสที่จะได้เป็นพ่อคนไปเสียแล้ว

เจียงซู่แอบลูบท้องตัวเองเบา ๆ และเมื่อเธอนึกถึงเด็กที่ไม่มีวาสนาต่อกัน หัวใจเธอก็เจ็บปวดขึ้นมาราวกับมีใครมาบีบคั้นหัวใจ เธอเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก

ช่วงเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง นับตั้งแต่วินาทีที่เธอรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ จนได้รับการยืนยันว่าเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก สำหรับเธอแล้วมันเหมือนกับการตกจากสวรรค์สู่นรกชัด ๆ

ในขณะที่เธอรู้สึกสิ้นหวังและเจ็บปวด แต่สามีของเธอกลับทอดทิ้งเธอไปเสวยสุขอยู่กับชู้รัก

เจียงซู่กลั้นน้ำตาจนก้อนสะอื้นจุกอยู่ในลำคอ จมูกเริ่มแสบร้อนราวกับมีเปลวไฟ

โจวซือเหย่มองไปยังใบหน้าซีดเซียวของเธอและถามขึ้นว่า “วันนี้คุณไปโรงพยาบาลทำไม ไม่สบายตรงไหน?”

คำถามที่มาไม่ถูกเวลา มันสายเกินกว่าที่จะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เธอรับรู้ได้เพียงความเยือกเย็นในใจที่ไม่มีสิ้นสุด

เธอจ้องมองไปยังชายที่ทำให้ชีวิตเธอตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน แอบหลงรักมาห้าปี แต่งงานอีกห้าปี สิบปีแล้วสินะ ที่เธอใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตไปกับการหยุดอยู่ที่เขา

“เราหย่ากันเถอะ”

เธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายรอให้เขาหันกลับมาอีกต่อไป

สีหน้าของโจซือเหย่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นแตะที่หน้าผากเธอและถามต่อว่า “ไข้ขึ้นเหรอ?”

เจียงซู่ปัดมือของอีกคนออก และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ฉันไม่อยากเป็นมารที่คอยขัดขว้างความรักของคุณอีกแล้ว เมื่อหย่ากันแล้ว คุณจะได้เปิดตัวกับเวิงอี๋ ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบไม่เห็นรอยย่นระหว่างคิ้ว “คุณกำลังหึงผมเหรอ?”

หึงหวง? เธอมีสิทธิ์นั้นด้วยเหรอ?

ก็เหมือนที่เวิงอี๋เคยพูดไว้ คนที่ไม่ถูกรักต่างหากคือมือที่สาม ซึ่งเธอก็คือ ‘มือที่สาม’ จะไปมีสิทธิ์อะไร

“ผมกับเวิงอี๋เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ ”

เพื่อน? เพื่อนที่ขึ้นเตียงกันได้อะนะ?

เจียงซู่พยายามอดกลั้นเก็บความรู้สึกขมขื่นไว้ในใจ และยังคงพูดยืนยันคำเดิม “พรุ่งนี้ฉันจะหาทนายมาร่างข้อตกลงการหย่า ฉันเป็นคนขอหย่า แต่คุณเป็นฝ่ายผิด เพราะฉะนั้นค่าชดเชยที่ฉันควรได้ ฉันจะเอา”

เธอไม่ได้เป็นแม่พระ ที่จะยอมจากไปแบบตัวเปล่า

ในเมื่อไม่ได้ความรัก งั้นอย่างน้อยก็ต้องได้เงินมา

เธอไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้เงิน เพราะตัวเธอรู้ดีว่า ชีวิตหลังการหย่าของเธอคงไม่ได้สุขสบายเหมือนกับการอยู่ที่บ้านตระกูลโจว

สีหน้าของโจวซือเหย่ที่เคยเรียบเฉยมาตลอดดั่งน้ำนิ่ง ในที่สุดตอนนี้เขาเริ่มเปลี่ยนสีหน้าราวกับคลื่นลูกใหญ่ ใบหน้าแสดงความไม่พอใจอีกฝ่ายที่ทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล “อยู่ดี ๆ คุณมาโมโหอะไร? เพราะว่าผมไม่ได้ไปหาคุณที่โรงพยาบาล? ผมก็ให้หลู่เหยียนไปรับคุณแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เมื่อก่อนคุณไม่ได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยขี้ระแวงแบบนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความเจ็บปวดท่วมท้นในใจเธอ เหมือนหัวใจของเจียงซู่ถูกบีบคั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ความเยาะเย้ยออกมาจากสายตาของเธอ ฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้ว ราวกับว่าการที่เขาส่งเลขามารับเธอมันคือบุญคุณอันใหญ่หลวง

“คุณรู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร”

ดวงตาของโจวซือเหย่เต็มไปด้วยความสับสน ซึ่งเจียงซู่เองก็รู้คำตอบของอีกฝ่ายอย่างเต็มอก นั้นมันทำให้เขายิ่งรู้สึกเยาะหยันตัวเองมากขึ้น “วันเกิดคุณ?”

เจียงซู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดและแฝงไปด้วยความประชดประชันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนว่า “ในใจของท่านประธานโจวกำลังคิดถึงใครอยู่นะ?”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Latdawan
โง่จริงโง่มากโง่ไม่ใครแบ่งก็นางเอกก
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 433

    โจวซือเหย่กุมมือเธอไว้แน่น ประคองไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนจัด “มีผมอยู่ทั้งคน ผมจะปกป้องคุณกับลูกเอง”สัมผัสจากเขานั้นอุ่นวาบ ทว่าเจียงซู่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ ราวกับถูกงูพิษเย็นชืดเลื้อยผ่าน ผิวหนังที่ถูกเขาแตะต้องเริ่มร้อนรุ่มและเจ็บแปลบ คล้ายกำลังถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนไหม้เกรียมเจียงซู่สะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างแรง เธอถอยกรูดราวกับเห็นสัตว์มีพิษร้ายตัวฉกาจโจวซือเหย่น่ากลัวเกินไป ทั้งความแข็งกร้าว ความอำมหิต ความลำเอียง หรือแม้แต่ความใส่ใจที่เขาหยิบยื่นให้ในตอนนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลย แต่มันขึ้นอยู่กับกระแสอารมณ์ที่แปรปรวนของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครที่มีค่าพอสำหรับเขาจริง ๆ ในวินาทีนั้นเอง เจียงซู่เพิ่งตระหนักชัดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครเลย คนเดียวที่เขารักมาตลอด คือ ตัวเขาเอง ใครก็ตามที่กล้าทำลายสิ่งที่เขากำลังให้ค่า เขาจะกวาดล้างทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้นเจียงซู่เอนกายถอยห่างเพื่อสร้างระยะพ้นภัยจากเขาด้วยท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง “โจวซือเหย่ คุณอยู่ห่าง ๆ จากฉันเถอะ นั่นแหละคือการปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว”

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 432

    “ผมแนะนำให้คุณรับเงินนี่ไว้ดีกว่าครับ ธุรกิจของพ่อคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เงินก้อนนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจก็ได้ครับ”สิ้นประโยคที่แสนเย็นชาพอกับสายตาของหลู่เหยียนนั้น เขาหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะรั้งรอแม้แต่วินาทีเดียวไช่หลานปรี่เข้าไปหาลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก “เสี่ยวอี๋ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมลูกถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้?”เวิงอี๋หน้าซีดเผือด ทว่าดวงตากลับแดงก่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยกก่อนจะโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ “ลูกของหนูไม่อยู่แล้ว! เขาพรากลูกไปจากหนูแล้ว!”คำบอกเล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ไช่หลานหน้าถอดสี ร่างทั้งร่างชาวาบในทันทีทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?ท่ามกลางความโศกเศร้า เปลวไฟแห่งความเคียดแค้นเริ่มสุมทรวงเวิงอี๋ เธอเกลียดความไร้เยื่อใยของโจวซือเหย่สุดหัวใจที่ผ่านมาเขาเคยพะเน้าพะนอตามใจเธอมากยิ่งกว่าใครไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมมาวันนี้ถึงได้สวมวิญญาณคนใจดำอำมหิตเช่นนี้? ก็แค่เด็กเพียงคนเดียว ทำไมเขาถึงปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาดูโลกไม่ได้?เพียงเพราะเจียงซู่ก็กำลังตั้งครรภ์อย่าง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 431

    “อะไรนะ?!”เวิงอี๋เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เลย เธอถึงขั้นคิดสงสัยว่าตนอาจจะหูฝาดไปหรือเปล่าหลู่เหยียนไม่ได้แยแสกับปฏิกิริยาของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปกำชับกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหมอเตรียมการได้เลยครับ”เมื่อได้ยินคำสั่งการที่หลุดออกมาจากปากของหลู่เหยียนเมื่อครู่ ราวกับเป็นการดึงสติที่พร่าเลือนของเธอกลับมาสู่ความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดว่า เธอไม่ได้หูฝาด ใบหน้าของเวิงอี๋พลันเปลี่ยนสีในฉับพลัน “กล้าดียังไงมาแตะต้องฉัน พี่ซือเหย่ไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่” หลู่เหยียนมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับกำลังมองคนโง่เขลาคนหนึ่งที่ยังจมปลักอยู่กับความเพ้อฝัน “คุณคิดว่าถ้าประธานโจวไม่สั่ง ผมจะขยันถึงขั้นยอมสละเวลามาที่นี่กับคุณงั้นเหรอครับ?”เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เธอสำคัญตัวเองผิดไปว่าเขาจะยอมเสียเวลามาปรนนิบัติเธอด้วยความเต็มใจอย่างนั้นหรือสิ้นประโยคนั้นของเขา ใบหน้าของเวิงอี๋ก็ซีดเผือดลงทันที เธอได้แต่พึมพำอย่างไม่ยอมรับความจริงที่รับรู้ “ไม่มีทาง! พี่ซือเหย่ไม่มีวันทำแบบนี้กับฉัน! พี่ซือเหย่ตกลงแล้วว่าจะให้ฉันเก็บเด็กไว้ นายโกหก พี่ซือเหย่ไม่ม

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 430

    ลูกหลานตระกูลโจวทุกคนล้วนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เธอเคยบอกไว้ตั้งนานแล้วว่าเธอจะไม่ไป และพวกเขาก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูดเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขนตาของเวิงอี๋สั่นระริกพลางเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “พี่ซือเหย่พูดเพราะกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า?”“ไม่ใช่ค่ะ”ถ้ามันเป็นแค่คำพูดประชดประชันก็คงดี แต่นี่เห็นชัด ๆ ว่าพี่ชายเธอเอาจริง!นัยน์ตาของเวิงอี๋หม่นแสงลง เจียงซู่มีความสำคัญในใจของโจวซือเหย่ขนาดนี้เลยหรือ? กระทั่งโจวหว่านซินที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ยังต้องถอยไปอยู่อันดับหลังเธอ!ขนาดโจวหว่านซินยังถูกเนรเทศไปไกลขนาดนั้น แล้วหมากในมือเธอตัวนี้ก็คงต้องเสียเปล่า ดูท่าเธอคงต้องหาโอกาสลงมือกับเจียงซู่ใหม่อีกครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เวิงอี๋ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่วงนี้ไม่มีเรื่องไหนราบรื่นเลยจริง ๆพอนึกถึงชะตากรรมของโจวหว่านซิน เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่า ในเมื่อเขาโกรธเคืองน้องสาวแท้ ๆ ได้ขนาดนั้น เขาจะสงสัยไหมว่าเธอเป็นคนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง?เพราะเรื่องที่เธอไปพบกับโจวหว่านซินนั้น แค่สืบดูก็รู้ความจริงแล้วทว่าความคิดที่วูบไหวขึ้นมานั้นก็ถูกกด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 429

    ถ้าไม่มีอะไร อยู่ดี ๆ เธอคงไม่ไปที่จิ่งหยวน และคงไม่ไปหาเจียงซู่ด้วยโจวหว่านซินสบเข้ากับดวงตาที่แผ่กลิ่นอายกดดันของโจวซือเหย่ เธอพยายามปลุกปลอบขวัญตัวเองพลางเอ่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ “เรื่องวันนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ขาหนูเองก็เจ็บจนเดินกะเผลกแล้ว พี่จะมาดุด่าอะไรหนูนักหนา?”ทว่าโจวซือเหย่ในยามนี้กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนดังวันวาน เขาเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ที่ขาพิการนั่นไม่ใช่ว่าเธอทำตัวเองหรอกเหรอ?”“พี่คะ—”โจวหว่านซินคราวนี้ไม่ได้แสร้งบีบน้ำตา แต่เธอเสียใจจริง ๆ พี่ชายพูดกับเธอแบบนี้ได้อย่างไร?โจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้ม “อย่ามาพูดไร้สาระกับพี่!”“...”โจวหว่านซินใจสั่นวูบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจวซือเหย่ที่กำลังเดือดจัด เธอก็อดที่จะหวาดกลัวไม่ได้“พูดมา!”เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า โจวหว่านซินก็ยื่นปากออกมาอย่างแง่งอนก่อนจะโพล่งว่า “หนูก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่น! แค่เพราะยัยนั่นท้อง ทุกคนก็เอาแต่รุมล้อมเอาใจยัยนั่นจนเมินหนูไปหมด หนูอิจฉานี่!”สิ้นเสียงนั้น โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เวินเหยาฉินก็เอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาวพลาง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 428

    สิ้นคำพูดนั้น โจวหว่านซินก็เหมือนถูกจี้เข้าที่จุดตาย สีหน้าของเธอในตอนนี้เกินกว่าจะใช้คำว่าดูไม่ได้มาบรรยายแล้ว ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับว่าน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีถัดไปยามที่โจวซือเหย่ตามใจ เธอจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อเขาเริ่มใช้อำนาจสยบ เธอก็ไม่มีปัญญาจะขัดขืนได้เลยโจวหว่านซินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเตียงของเจียงซู่ด้วยความอัปยศอดสู ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับซ่อนเร้นความเกลียดชังที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้เจียงซู่สัมผัสถึงความเกลียดชังนั้นได้อย่างชัดเจน เธอจึงเอ่ยกับโจวซือเหย่ตรง ๆ ว่า “คุณจะเล่นละครหรืออยากจะสั่งสอนกันจริง ๆ ก็ตาม ไม่ต้องมาทำโชว์ต่อหน้าฉันหรอก ฉันไม่รับมุกนี้”อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจวางแผนไว้ เธอย่อมดูออกโจวหว่านซินคิดว่าการยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงจะช่วยให้พ้นจากข้อสงสัยได้งั้นเหรอ? เธออาจจะเป็นคนโง่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะโง่ตามไปด้วยเจียงซู่แค่นหัวเราะพลางกล่าวต่อ “คุณไม่ต้องมาทำเป็นแสนดีเสแสร้งแบบนี้หรอก ฉันไม่แจ้งความ และคุณก็ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาลากตัวเธอไป อีกอย่าง ต่อให้ฉันแจ้งความจริง ๆ มีคุณอยู่ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status