Share

ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก
ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก
Author: คุณชายสายฝน

บทที่ 1

Author: คุณชายสายฝน
เจียงซู่ถือรายงานผลการตั้งครรภ์นอกมดลูกไว้ในมือด้วยสีหน้าซีดเผือด ก่อนที่เธอจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อติดต่อสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ

เสียงโทรศัพท์ดังอยู่หลายวิก่อนปลายสายจะรับโทรศัพท์ โจวซือเหย่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างที่เคยเป็นมาตลอดว่า “มีอะไร?”

เจียงซู่กำผลรายงานแน่น เธอรู้สึกจุกจนแทบพูดไม่ออก ไม่รู้ต้องทำอย่างไรต่อไป และได้แต่ถามคนในสายออกมาว่า “คุณมาที่โรงพยาบาลได้ไหม?”

โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ จู่ ๆ ในสายก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาจากไกล ๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ซือเหย่ นี่คือของขวัญวันเกิดที่พี่ให้ฉัน...”

โจวซือเหย่เลือกที่จะจบบทสนทนาอย่างเร่งรีบโดยไม่ถามอะไรเพิ่ม “ผมมีธุระ มีอะไรก็ติดต่อเลขาหลู่เอาแล้วกัน”

ก่อนที่อีกฝ่ายจะกดวางสาย เจียงซู่ได้ยินเสียงที่แสนอ่อนโยนของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า “ชอบไหมเอ่ย?”

“โจวซือ...”

เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพูด เสียงสัญญาณวางสายก็ดังขึ้น เธอทำได้เพียงกำผลรายงานในมือแน่นขึ้นอีก จนข้อนิ้วของเธอซีดขาวไปหมด

เจียงซู่จำเจ้าของเสียงของผู้หญิงคนนั้นได้ว่าคือใคร เธอคือรักแรกของโจวซือเหย่ ชื่อเวิงอี๋

“ญาติคุณมาได้หรือเปล่า? ”

คุณหมอเอ่ยถามเจียงซู่ที่เดินกลับมาเพียงลำพัง

เจียงซู่พูดขึ้นด้วยใบหน้าซีดไร้สีเลือดว่า “ฉันเซ็นเองค่ะ”

คุณหมอผู้มีประสบการณ์โชกโชนเห็นดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรสักเท่าไหร่

เธอขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดที่เย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองของเธอมองไปยังเพดานอย่างว่างเปล่า เครื่องมืออุปกรณ์ที่เย็นยะเยือกค่อย ๆ สอดเข้ามาในร่างกายของเธอ น้ำตาสีใสหยดหนึ่งเอ่อล้นออกมาจากหางตาและไหลลงหายไปในเส้นผมเงาดำของเธอ

ก็ใช่สิ เขาแต่งงานกับฉันก็เพื่อแก้เคล็ดเพียงเท่านั้น จะไปสู้คนที่อยู่ในใจเขาได้อย่างไรกัน เธอพูดเย้ยหยันตัวเองในใจ

ความจริงแล้ว การแต่งงานของเธอกับโจวซือเหย่จัดขึ้นเพียงเพราะเป็นความเชื่อโบราณเท่านั้น

เมื่อห้าปีก่อน โจวซือเหย่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ หมอบอกว่าโอกาสรอดต่ำมาก แต่ทางครอบครัวตระกูลโจว ไม่อยากให้เขาจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนั้น อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ก่อนตาย

และเธอคือผู้ที่ถูกเลือกให้แต่งงานแก้เคล็ดเพียงเพราะว่าเธอตรงกับเงื่อนไขพอดี หากดูจากฐานะทางสังคมของเธอแล้ว เธอไม่มีทางที่จะได้แต่งเข้าบ้านของตระกูลโจวอย่างเด็ดขาด

แต่เรื่องเหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้น หลังจากที่เขาแต่งงานได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน โจวซือเหย่ไม่เพียงแต่มีชีวิตรอดเท่านั้น แต่อาการเจ็บป่วยของเขาดีขึ้นทันตาอีกด้วย

เรื่องนี้การแพทย์ไม่สามารถช่วยได้ แต่เรื่องไสยศาสตร์กลับช่วยได้ และบุญคุณการช่วยชีวิตในครั้งนี้เองที่ทำให้เธอได้ครองตำแหน่งคุณผู้หญิงโจวอย่างไม่มีสั่นคลอน

ใครใช้ให้เธอมี ‘บุญวาสนา’ ล่ะ

ความจริงแล้ว ช่วงที่เวิงอี๋ยังไม่กลับจากต่างประเทศ โจวซือเหย่ค่อนข้างดีกับเธอ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาจากความรู้สึกรักใคร่ แต่ก็ถือว่ายังเคารพซึ่งกันและกัน

แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นก็เปลี่ยนไป

ชีวิตของเธอเป็นเหมือนดั่งทะเลสาบที่เคยสงบนิ่ง แต่ถูกปาด้วยหินจนเกิดระลอกคลื่น มันไม่สงบอีกต่อไป

นับจากวินาทีที่ลงจากเตียงผ่าตัด จนถึงตอนเดินออกจากโรงพยาบาล ใบหน้าเจียงซู่ซีดขาวราวกับหิมะ

“คุณผู้หญิงครับ”

เธอหันไปตามเสียงและตกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวอย่างกระทันหันของอีกฝ่าย และเมื่อเธอเห็นรถสีดำที่อยู่ของหลังของอีกคน สายตาอันมืดมนของเธอเหมือนได้จุดประกายขึ้น

เลขาหลู่ “ท่านประธานโจวไม่ว่างครับ”

เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ ประโยคนั้น ทำให้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเธอกลับมามืดมนขึ้นอีกครั้ง เธอยกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนแรง นึกเยาะเย้ยตัวเองในใจว่า คิดเข้าข้างตัวเองอะไรอยู่นะ

ระหว่างทางที่กำลังนั่งรถกลับบ้าน เจียงซู่ได้รับข้อความของใครคนหนึ่ง

นั่นก็คือรูปเซลฟี่ของเวิงอี๋ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้รับข้อความอะไรแบบนี้ ความจริงเธอควรจะลบรายชื่อการติดต่อไปตั้งนานแล้ว แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บมันไว้

เธอมองดูภาพของอีกคนที่ส่งมา และเมื่อเทียบกับรอยยิ้มที่แสนภาคภูมิใจของอีกฝ่ายแล้ว เธอกลับสนใจสร้อยคอบนคอของอีกฝ่ายเสียมากกว่า

[สวยไหม? ซือเหย่ให้ฉันน่ะ]

เจียงซู่จำสร้อยคอเพชรเส้นนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะนั้นเป็นสร้อยที่เธอไปประมูลมากับโจวซือเหย่เมื่อเดือนที่แล้ว

ตอนแรกเธอคิดว่านั่นเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานห้าปีของพวกเขาเสียอีก ที่ไหนได้ เธอคิดไปเองคนเดียว

ณ คฤหาสน์จิ่งหยวน

เมื่อก้าวเท้าเข้ามาได้บ้าน ป้าเฉินก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับเธอทันที “คุณผู้หญิงคะ วัตุดิบได้เตรียมไว้ครบเรียบร้อยแล้วค่ะ”

เจียงซู่หยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยิน และตอบกลับไปว่า “เก็บของเถอะค่ะ ไม่ทำแล้ว”

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานห้าปีของเธอกับโจวซือเหย่ เธอจึงตั้งใจจะทำอาหารค่ำมื้อพิเศษเพื่อฉลองกับเขาเสียหน่อย

แต่ระหว่างวันครบรอบกับวันเกิดของคนในใจเขา เห็นได้ชัดว่าสำหรับโจวซือเหย่ อย่างสองสำคัญกับเขามากกว่า

เมื่อป้าเฉินเห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดีนัก กำลังจะเอ่ยปากเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อหันมาอีกที เธอก็เดินขึ้นไปข้างบนแล้ว

ก่อนจะเดินจากไปเจียงซู่ได้พูดทิ้งท้ายว่า “ไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นให้ฉันนะคะ”

เมื่อดวงจันทร์เต็มดวงส่องสว่างกลางท้องฟ้า โจวซือเหย่ก็กลับมาถึงบ้าน

แม่บ้านเฉินเดินไปรับเสื้อโค้ชที่เขายื่น

เมื่อเขาไม่เห็นคนที่ปกติออกมารอรับเขาเหมือนทุกที โจวซือเหย่จึงถามขึ้นมาว่า “เธอล่ะ?”

แม่บ้านเฉินตอบกลับว่า “คุณผู้หญิงขึ้นไปพักผ่อนแล้วค่ะ”

ณ ห้องนอนใหญ่

เจียงซู่นอนตะแคงอยู่บนเตียง เดิมทีเธอก็นอนไม่ค่อยสนิทอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเสียงรถดับเครื่องจึงทำให้เธอตื่นขึ้น ซึ่งเธอนึกว่าคืนนี้เขาจะไม่กลับบ้านมาแล้วเสียอีก

เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกดังได้ไม่นาน พื้นที่เตียงนอนข้าง ๆ เธอก็ยุบลงไปตามแรงน้ำหนักของอีกคน กลิ่นที่เธอคุ้นเคยดีลอยเข้ามาสัมผัสกับจมูก พร้อมกับลมหายใจร้อนระอุที่กำลังรนช่วงต้นคอของเธอ

พวกเขาร่วมเตียงกันมาเป็นเวลาหลายปี แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายของการกระทำอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

เจียงซู่จับมือที่กำลังซุกซนของเขาไว้ แสดงออกถึงการปฏิเสธอย่างชัดเจน

โจวซือเหย่รู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เพราะปกติที่ผ่านมา เธอจะมีอาการกระตือรือร้นโดยตลอด

“เป็นอะไรไป?”

เจียงซู่ตอบด้วยเสียงเรียบนิ่งว่า “ฉันมีประจำเดือน”

“วันนี้ไม่ใช่วันไข่ตกเหรอ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความเย้ยหยันก็ปรากฏในนัยน์ตาของเจียงซู่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อก่อนเธอหลอกตัวเอง คิดว่า ‘การเอาใจใส่’ ของเขา คือเขากำลังสนใจในตัวเธอ

แต่เปล่าเลย ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่า เธอต้องตื่นจากฝันลม ๆ แล้ง ๆ ได้แล้ว

ความจริงแล้วเธอรู้เหตุผลดี ที่โจวซือเหย่จำวันไข่ตกของเธอได้ ก็เป็นเพราะตระกูลโจวอยากให้พวกเขามีลูกด้วยกัน และเขาก็คงไม่อยากพลาดโอกาสทองเช่นวันนี้อย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้น ในทุกเดือนของช่วงเวลานี้ เขาจะทำตัวเหมือนหมาติดสัตว์ ทำการบ้านอย่างไม่ลืมหูลืมตา

แต่เขากลับไม่รู้เลย ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งได้สูญเสียโอกาสที่จะได้เป็นพ่อคนไปเสียแล้ว

เจียงซู่แอบลูบท้องตัวเองเบา ๆ และเมื่อเธอนึกถึงเด็กที่ไม่มีวาสนาต่อกัน หัวใจเธอก็เจ็บปวดขึ้นมาราวกับมีใครมาบีบคั้นหัวใจ เธอเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก

ช่วงเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง นับตั้งแต่วินาทีที่เธอรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ จนได้รับการยืนยันว่าเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก สำหรับเธอแล้วมันเหมือนกับการตกจากสวรรค์สู่นรกชัด ๆ

ในขณะที่เธอรู้สึกสิ้นหวังและเจ็บปวด แต่สามีของเธอกลับทอดทิ้งเธอไปเสวยสุขอยู่กับชู้รัก

เจียงซู่กลั้นน้ำตาจนก้อนสะอื้นจุกอยู่ในลำคอ จมูกเริ่มแสบร้อนราวกับมีเปลวไฟ

โจวซือเหย่มองไปยังใบหน้าซีดเซียวของเธอและถามขึ้นว่า “วันนี้คุณไปโรงพยาบาลทำไม ไม่สบายตรงไหน?”

คำถามที่มาไม่ถูกเวลา มันสายเกินกว่าที่จะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เธอรับรู้ได้เพียงความเยือกเย็นในใจที่ไม่มีสิ้นสุด

เธอจ้องมองไปยังชายที่ทำให้ชีวิตเธอตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน แอบหลงรักมาห้าปี แต่งงานอีกห้าปี สิบปีแล้วสินะ ที่เธอใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตไปกับการหยุดอยู่ที่เขา

“เราหย่ากันเถอะ”

เธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายรอให้เขาหันกลับมาอีกต่อไป

สีหน้าของโจซือเหย่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นแตะที่หน้าผากเธอและถามต่อว่า “ไข้ขึ้นเหรอ?”

เจียงซู่ปัดมือของอีกคนออก และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ฉันไม่อยากเป็นมารที่คอยขัดขว้างความรักของคุณอีกแล้ว เมื่อหย่ากันแล้ว คุณจะได้เปิดตัวกับเวิงอี๋ ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบไม่เห็นรอยย่นระหว่างคิ้ว “คุณกำลังหึงผมเหรอ?”

หึงหวง? เธอมีสิทธิ์นั้นด้วยเหรอ?

ก็เหมือนที่เวิงอี๋เคยพูดไว้ คนที่ไม่ถูกรักต่างหากคือมือที่สาม ซึ่งเธอก็คือ ‘มือที่สาม’ จะไปมีสิทธิ์อะไร

“ผมกับเวิงอี๋เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ ”

เพื่อน? เพื่อนที่ขึ้นเตียงกันได้อะนะ?

เจียงซู่พยายามอดกลั้นเก็บความรู้สึกขมขื่นไว้ในใจ และยังคงพูดยืนยันคำเดิม “พรุ่งนี้ฉันจะหาทนายมาร่างข้อตกลงการหย่า ฉันเป็นคนขอหย่า แต่คุณเป็นฝ่ายผิด เพราะฉะนั้นค่าชดเชยที่ฉันควรได้ ฉันจะเอา”

เธอไม่ได้เป็นแม่พระ ที่จะยอมจากไปแบบตัวเปล่า

ในเมื่อไม่ได้ความรัก งั้นอย่างน้อยก็ต้องได้เงินมา

เธอไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้เงิน เพราะตัวเธอรู้ดีว่า ชีวิตหลังการหย่าของเธอคงไม่ได้สุขสบายเหมือนกับการอยู่ที่บ้านตระกูลโจว

สีหน้าของโจวซือเหย่ที่เคยเรียบเฉยมาตลอดดั่งน้ำนิ่ง ในที่สุดตอนนี้เขาเริ่มเปลี่ยนสีหน้าราวกับคลื่นลูกใหญ่ ใบหน้าแสดงความไม่พอใจอีกฝ่ายที่ทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล “อยู่ดี ๆ คุณมาโมโหอะไร? เพราะว่าผมไม่ได้ไปหาคุณที่โรงพยาบาล? ผมก็ให้หลู่เหยียนไปรับคุณแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เมื่อก่อนคุณไม่ได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยขี้ระแวงแบบนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความเจ็บปวดท่วมท้นในใจเธอ เหมือนหัวใจของเจียงซู่ถูกบีบคั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ความเยาะเย้ยออกมาจากสายตาของเธอ ฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้ว ราวกับว่าการที่เขาส่งเลขามารับเธอมันคือบุญคุณอันใหญ่หลวง

“คุณรู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร”

ดวงตาของโจวซือเหย่เต็มไปด้วยความสับสน ซึ่งเจียงซู่เองก็รู้คำตอบของอีกฝ่ายอย่างเต็มอก นั้นมันทำให้เขายิ่งรู้สึกเยาะหยันตัวเองมากขึ้น “วันเกิดคุณ?”

เจียงซู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดและแฝงไปด้วยความประชดประชันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนว่า “ในใจของท่านประธานโจวกำลังคิดถึงใครอยู่นะ?”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Latdawan
โง่จริงโง่มากโง่ไม่ใครแบ่งก็นางเอกก
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 630

    แรงเหวี่ยงของโจวซือเหย่ในครั้งนี้ไร้ซึ่งการออมแรง มันคือการระบายโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างป่าเถื่อน ส่งผลให้เซียวซูอี้เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทว่าเธอยังไม่ทันจะหายจากอาการมึนงง เสียงประตูก็ถูกปิดกระแทกใส่หน้าดัง ปัง โจวซือเหย่ตัดขาดเธอออกไปจากโลกของเขาอย่างเลือดเย็นและไร้เยื่อใยร่างของเซียวซูอี้กองอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดทางกายเปรียบไม่ได้เลยกับแผลลึกในใจที่กำลังถาโถมม่านน้ำตาที่เอ่อล้นบดบังทัศนียภาพ ก่อนจะร่วงหล่นลงสัมผัสพื้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ป้าเฉินที่เร่งรุดมาตามเสียงเอะอะ จึงทันได้เห็นภาพความน่าเวทนาของหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนเธอเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท พลางนึกเสียดายที่ในเวลานี้ไม่มีใครอยู่ชื่นชมบทละครนารีหยาดน้ำตานี้เลยสักคนเดียวในขณะที่คนอื่นกำลังดิ้นรนอยู่กับพายุอารมณ์ที่ถาโถม โจวซือเหย่กลับนิ่งงันดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกเซตระบบให้แสดงออกมาเพียงสีหน้าเดียว นั่นก็คือใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกชุยจี้เหิงมองสภาพกึ่งซากศพของคนตรงหน้าด้วยความระอา หนวดเคราที่ปล่อยให้รกรุงรังบวกกับเสื้อผ้ายับยู่ยี่จนดูเหมือนผ้าขี้ริ้วเช็ดก้นครัว ทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วมุ่

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 629

    แค่คืนเดียว ขอแค่เธอทนอีกเพียงคืนเดียวเขาก็จะจัดการทุกอย่างให้จบสิ้น เขาตั้งมั่นว่าพอรุ่งสางจะรีบไปรับเธอออกมาสู่อิสรภาพ และนับจากนี้เขาจะเป็นดั่งเกราะกำบังให้เธอ จะไม่มีใครหน้าไหนบังอาจมารังแกเธอได้อีกต่อไปทว่าเขากลับพลาดไปเพียงก้าวเดียว เพียงก้าวเดียวที่ทำให้เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์คำพร่ำเพ้อที่เปี่ยมไปด้วยความรักสุดอาลัยที่ดังวนเวียนอยู่ข้างหูนั้น คอยทิ่มแทงหัวใจของเซียวซูอี้ทีละนิดจนร้าวรานไปหมด ปลายจมูกของเธอร้อนผ่าวจนยากจะกลั้นหยาดน้ำตามือที่เคยขยุ้มแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ค่อย ๆ คลายออกและโอบรับอ้อมกอดที่ไม่ได้เป็นของเธออย่างเชื่องช้า“เสี่ยวซู่ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน คุณกลับมาหาผมได้ไหม?”“เสี่ยวซู่...”เซียวซูอี้ลอบกลืนก้อนความขมขื่นลงลำคอที่ตีบตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อาเหย่ นี่ฉันเอง ซูอี้...”เธอไม่ใช่เจียงซู่เสียงกระซิบที่เคยอ่อนหวานพลันเงียบกริบลงในวินาทีนั้น และวินาทีต่อมา ร่างบอบบางกลับถูกผลักออกอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานีโจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาที่เคยอาวรณ์พลันกลายเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ “คุณมาทำอะไรที่นี่? ออก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 628

    เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ใบหน้าของโจวซือเหย่กลับไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา หลงเหลือเพียงความหม่นทึมที่เกาะกินหัวใจจนยากจะสลัดพ้นเขาละทิ้งการงานและหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์จิ่งหยวน เพราะพื้นที่แห่งนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาได้สัมผัสถึงตัวตนของเจียงซู่ตราบใดที่ยังได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เคยใช้ร่วมกัน ได้สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่เธอเคยหยิบจับ กลิ่นอายจาง ๆ ที่ยังอบอวลอยู่เหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังไม่จากไปไหนหากแต่กลิ่นอายเหล่านั้นกลับเริ่มเจือจางลงทุกวัน มันค่อย ๆ เลือนหายไปจนเขาแทบจะไขว่คว้าไว้ไม่ได้อีกแล้ว...“ป้าเฉิน? ป้าเฉิน!”โจวซือเหย่ตะโกนเสียงดังลั่นพลางกอดขวดเหล้าไว้แนบอกป้าเฉินรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดมาทันทีด้วยความตระหนก “ค่ะ คุณผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นคะ?”โจวซือเหย่ถลาเข้าไปเอ่ยถามคาดคั้นเสียงเข้ม “ป้าเปลี่ยนปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอนใช่ไหม?!”ป้าเฉินเหลือบมองผ้าปูที่นอนที่เริ่มมีรอยยับย่นและไม่เคยได้รับการซักมานานร่วมครึ่งเดือนพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัว “ป้าไม่ได้แตะเลยค่ะคุณผู้ชาย”นับตั้งแต่เจียงซู่เกิดเรื่อง ข้าวของทุกอย่างที่เธอเคยสัมผัส ป้าเฉิ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 627

    สำหรับคุณปู่โจว เมื่อชีวิตดับสูญสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ควรกำจัดให้สิ้นซาก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหาก คือสิ่งที่หลานชายของเขาควรทำ!ทว่าเขากลับประเมินค่าความคลั่งของโจวซือเหย่ต่ำไป เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าบังอาจแตะต้องข้าวของของเจียงซู่แม้เพียงปรายนิ้ว เขาพร้อมจะพุ่งเข้าทำร้ายร่างกายอย่างไม่ไว้หน้าราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่งเนื่องจากคนที่คุณปู่โจวส่งมาล้วนไม่กล้าลงมือโต้กลับ จึงทำได้เพียงหลบหลีกและยอมเป็นกระสอบทรายให้เขาซัดด้วยความจำยอมโจวซือเหย่คำรามสั่งให้คนของเขาเข้าไปล็อกตัวคุณปู่โจวไว้ ก่อนจะจัดการลากตัวออกไปนอกคฤหาสน์ทันทีอย่างเหี้ยมเกริมเมื่อไร้หัวโจกคอยสั่งการ เหล่าบริวารที่เหลือจำต้องถอยร่นออกไปตาม ๆ กันการถูกหลานชายแท้ ๆ ไล่ตะเพิดออกจากบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้คุณปู่โจวโกรธจัดจนหน้าเขียวหน้าแดง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอยจนด่าทอออกมาไม่เป็นภาษาหลู่เหยียนลอบปาดเหงื่อพลางมองตามแผ่นหลังของผู้อาวุโสที่กำลังระเบิดเพลิงโทสะอย่างรุนแรงราวกับลาวาที่พวยพุ่งและไหลบ่าพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นบอสเสียสติ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 626

    สุดท้าย โลกก็ต้องโคจรตามเขา พิธีศพของเจียงซู่ก็ถูกรื้อถอนจนสิ้นซากตามความประสงค์ของโจวซือเหย่ เขาประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่าเจียงซู่ยังมีชีวิตอยู่ความดื้อรั้นป่าเถื่อนของเขาราวกับกำแพงหนาที่ก่อตัวเพื่อปิดกั้นเสียงของคนทั้งโลก เขามุดตัวอยู่ในโลกอันมืดมิดและเลือกเชื่อเพียงสิ่งที่ใจปรารถนาจะให้เป็นเท่านั้นเมื่อต้องเผชิญกับลูกชายที่สติแตกกระเจิงไปแล้วเช่นนี้ เวินเหยาฉินในฐานะแม่แท้ ๆ ก็หมดปัญญาจะฉุดรั้ง ไม่ว่าเธอจะตบตีหรือด่าทออย่างไรก็ไม่สามารถเรียกสติเขากลับมาได้แม้แต่เศษเสี้ยวโจวซือเหย่ประคองรูปถ่ายของเจียงซู่กลับมายังคฤหาสน์จิ่งหยวน ราวกับเป็นการจูงมือเธอกลับบ้านทันทีที่ป้าเฉินเห็นรูปตั้งหน้าศพในอ้อมกอดของเขา ขอบตาที่เพิ่งแห้งผากก็กลับมาเปียกชื้นอีกครั้งข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของเจียงซู่ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนเคว้งจนเธอคิดว่าตัวเองหูฝาดไป เหตุใดถึงด่วนจากไปเช่นนี้?คุณผู้หญิงแสนดีที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกลเช่นนั้น ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายพรากเธอไปก่อนเวลาอันควรเช่นนี้เมื่อนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนดวงนั้น ก้อนเนื้อในอกพลันบีบรัดจนรู้สึกปวดร้าว

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 625

    “เจียงซู่ยังไม่ตาย ใครอนุญาตให้จัดงานศพให้?”ท่ามกลางซากความพินาศของงานศพ ความจริงประจักษ์แก่สายตาทุกคนในวินาทีนั้นว่า เขาไม่ได้เกลียดเธอจนตามมาทำลายงาน แต่นี่คืออาการของคนหัวใจสลายที่ยอมรับความตายของเธอไม่ได้เลยต่างหากสภาพของโจวซือเหย่ที่ตัวสั่นเทิ้มในชุดผู้ป่วยซีดเซียวเป็นสิ่งที่ฟ้องชัดแก่ผู้คน ณ ที่แห่งนี้ว่า เขายอมรับความจริงไม่ได้จนเริ่มเสียสติไปแล้วทว่าอาการคลุ้มคลั่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า กลับไม่ได้ทำให้หลู่เหยียนรู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยเขารู้จักเจ้านายคนนี้ดีกว่าใคร สำหรับคนอย่างโจวซือเหย่ ถ้าไม่คลุ้มคลั่งขนาดนี้สิ ถึงจะเรียกว่าผิดปกติโจวซือเหย่โอบกอดรูปถ่ายหน้าศพไว้แนบอก ปลายนิ้วสั่นเทาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวในรูปอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังอันนุ่มนวลของคนที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ แววตาของเขาฉายชัดถึงความรักอันลึกซึ้งที่บิดเบี้ยวจนเกินเยียวยา “หลู่เหยียน รื้อทุกอย่างที่นี่ทิ้งให้หมด!”เขาไม่ต้องการให้เจียงซู่ต้องมาแปดเปื้อนกับสิ่งของอัปมงคลพวกนี้แม้แต่นิดเดียวหลู่เหยียนทำเพียงนิ่งรับคำสั่ง งานกู้ซากที่ไม่มีวันจบสิ้นแบบนี้กลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว ทุกวันนี้การทำงานข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 195

    เว่ยชิงหางที่วิ่งวุ่นจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้กลับมาพร้อมกับโจ๊กที่ซื้อเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยเว่ยชิงหางกล่าวอย่างอ่อนโยน “กินอะไรหน่อยนะ จะได้มีแรง”เมื่อมองเจียงซู่ที่มีสีหน้าซึมเซา พร้อมทั้งหันไปมองเว่ยชิงหางที่อ่อนโยนและใส่ใจ ป้าเฉินก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยแม้ว่าคนที่จ่ายเงินเดือนให้เธอคือโจวซือเห

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 205

    โจวซือเหย่ลดสายตาลง มองไปยังเวิงอี๋ผู้มีรูปลักษณ์คล้ายกับความทรงจำในอดีต อารมณ์ของเขาก็เริ่มล่องลอยไปทีละน้อยความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้เนิ่นนานเริ่มกลับมาฉายซ้ำอีกครั้ง คนในความทรงจำนั้นช่างสดใสและมีชีวิตชีวาเหลือเกิน จากภาพที่พร่าเลือนค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ทุกช่วงขณะล้วนดึงรั้งหัวใจของเขาเอาไว้ไม่ให้ห

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 210

    ดูเหมือนโจวซือเหย่จะสนิทสนมกับเวิงอี๋ถึงขั้นที่คุยกันได้ทุกเรื่องแล้ว ถึงได้เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังเวิงอี๋เฝ้ามองสีหน้าของเจียงซู่อยู่ตลอด ในใจแวบผ่านความรู้สึกดีใจที่เธอเดาไม่ผิดเวิงอี๋กล่าวอีกครั้ง “ฉันช่วยเธอได้นะ”เจียงซู่: “เธอจะช่วยฉัน?”เวิงอี๋พยักหน้า “ใช่ ฉันช่วยเธอได้”เจียงซู่ดึงมือ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 209

    การที่โจวซือเหย่จากไปกลางคันนั้น เจียงซู่ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เพราะมันอยู่ในความคาดหมายของเธอทั้งหมด เธอหันกลับไปซุกตัวใต้ผ้าห่ม กอดตัวเองแน่นวันรุ่งขึ้น ที่หน้ากระจกในห้องน้ำผ่านไปหนึ่งคืน รอยจูบที่โจวซือเหย่ทิ้งไว้ไม่เพียงแต่ไม่จางลง แต่กลับเข้มขึ้นอีก เจียงซู่จึงใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดมันทั้งหม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status