Share

บทที่ 3

Penulis: คุณชายสายฝน
โจวซือเหย่เดินทางกลับบ้านพร้อมกับสร้อยคอที่เลขาหลู่เลือกซื้อมาให้ แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าเจียงซู่ไม่อยู่ และเพิ่งนึกถึงเรื่องที่เธอออกไปทำงานนอกสถานที่

โดยปกติแล้วเจียงซู่ออกไปทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อย ๆ อยู่แล้ว เขาเลยไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเป็นพิเศษ และวันนั้นเขาก็ทานอาหารมื้อค่ำคนเดียวในห้องอาหาร

เมื่อเขาทานเสร็จ เขารอให้คนเอาผ้าเช็ดมือมาให้ด้วยความเคยชิน แต่เมื่อนึกได้ว่าเจียงซู่ไม่อยู่ เขาจึงต้องเช็ดมือด้วยตัวเอง

โจวซือเหย่ถามขึ้น “เธอได้บอกไหมว่าจะกลับมาเมื่อไหร่? ”

แม่บ้านเฉินตอบกลับว่า “คุณผู้หญิงไม่ได้บอกค่ะ”

เมื่อก่อนเวลาเจียงซู่ออกไปทำงานนอกสถานที่เขาจะบอกกำหนดการเดินทางให้เขาเสมอ แต่ครั้งนี้กลับไม่บอก โจวซือเหย่จึงขมวดคิ้วขึ้นด้วยความไม่พอใจ

ส่วนเจียงซู่ผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดก็นั่งทานอาหารมื้อค่ำเพียงคนเดียวเช่นกัน เธอเก็บกวาดขยะในบ้านก่อนจะไปล้างหน้าแปรงฟันและเข้านอน

เตียงใหม่ สถานที่ใหม่ แต่กลับไม่ได้ทำให้เจียงซู่รู้สึกแปลกที่แปลกทางเลยสักนิด เธอสามารถนอนได้อย่างสบาย

เช้าวันถัดมา

ในช่วงเช้าเจียงซู่ไม่ได้ไปทำงาน แต่เธอตั้งใจไปเยี่ยมคุณย่าที่โรงพยาบาล

คุณย่าเป็นโรคหายากชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องใช้ยาราคาแพงเพื่อประคองอาการไว้ทุกวัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามว่า โรคของคนรวย

เมื่อเห็นเจียงซู่ คุณย่าก็ดีใจยกใหญ่ จากนั้นก็ถามด้วยความเป็นห่วงขึ้นมาว่า “ทำไมผอมลง? ตระกูลโจวเขาไม่ดีกับหนูเหรอ? ”

เจียงซู่ยิ้มอ่อนก่อนจะตอบคุณย่าว่า “เปล่าค่ะ แม่สามีและคนอื่น ๆ ดีกับหนูมาก”

คุณย่าอี้พูดต่อว่า “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็อย่าเก็บไว้คนเดียว เล่าให้ย่าฟังได้นะ”

เธอรู้จักหลานสาวตัวเองดีว่าชอบเก็บความทุกข์ไว้ในใจคนเดียว

แต่กลับเป็นครอบครัวตระกูลเจียงเองที่ทำไม่ดีกับเด็กคนนี้

เรื่องการแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดให้โจวซือเหย่ความจริงแล้วเธอไม่เต็มใจเลยไม่แต่น้อย แต่เธอรู้ดีว่าหากพูดคัดค้านไปก็ไม่มีใครฟังเธออยู่ดี

โชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีติดขัด เธอจึงไม่ต้องได้ชื่อว่าเป็นหญิงหม้าย

เจียงซู่ตอบกลับคุณย่าว่า “คุณย่าคะ หนูสบายดีค่ะ”

ตอนนั้นที่เธอแต่งงานกับโจวซือเหย่ความจริงเธอก็ไม่ได้ลำบากใจอะไรมากนัก เพราะเธอรู้ดีว่านั้นเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้แต่งงานกับเขา

และในตอนนี้ที่เธอตัดสินใจหย่า ตัวเธอเองก็รู้สึกเหมือนกับตอนนั้น ไม่ได้รู้สึกลำบากใจและทุกอย่างเป็นความสมัครใจของเธอเอง

เธอยังไม่ทันได้ออกจากโรงพยาบาล ก็ได้รับการติดต่อจากโจวซือเหย่ ซึ่งเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายโทรมาด้วยเหตุใด ดูจากเวลาแล้ว ไต้ซานเหอน่าจะส่งเอกสารหย่าไปถึงมือเขาพอดี

ทันทีที่รับสาย โจวซือเหย่ก็ถามโจมตีเธอ “คุณอยู่ไหน?! ”

เจียงซู่ไม่สนใจคำถามของอีกฝ่ายและตอบกลับไปว่า “คุณเซ็นเอกสารแล้วใช่ไหม? ”

“คุณจะพอได้หรือยัง? ”

โจวซือเหย่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

เจียงซู่ “ตอนนี้ไปสำนักเขตก็น่าจะจัดการเรื่องหย่าได้เรียบร้อยพอดี”

เมื่อจบประโยค เธอรู้สึกได้ถึงเสียงลมหายใจอันหนักอึ้งจากปลายสาย แม้จะอยู่คนละที่ แต่เธอรับรู้ได้ถึงความโกรธของเขาได้อย่างชัดเจน

เจียงซู่นะเจียงซู่ เธอชักจะเก่งเกินไปแล้วนะที่กล้าทำให้โจวซือเหย่โกรธเป็นฝืนเป็นไฟได้ขนาดนี้

แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ความโกรธที่เอ่อล้มในสายก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง โจวซือเหย่ยังคงถามคำถามเดิมว่า “ตอนนี้คุณอยู่ไหน? ”

เจียงซู่อยากให้การหย่าร้างครั้งนี้สำเร็จลุล่วง จึงไม่อยากทำตัวยั่วโมโหเขาอีกและบอกที่อยู่ไปในที่สุด

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถของโจวซือเหย่มาจอดอยู่ที่หน้าประตูโรงพยาบาล

เจียงซู่เปิดประตูขึ้นรถไป

ทันทีที่อีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว โจวซือเหย่จึงถามขึ้นว่า “ช่วงนี้คุณย่าเป็นไงบ้าง? ”

เจียงซู่พูดขึ้นว่า “เวิงอี๋เอาโซ่มาล็อคขาคุณไว้หรือไง? ”

เป็นคำพูดที่กำลังจิกกัดว่า ขึ้นไปเยี่ยมคุณย่าด้วยตัวเองไม่เป็นหรือไง?

โจวซือเหย่มองเธอด้วยสายตาเคร่งขรึมก่อนจะเริ่มปริปากไต่สวนเธอทันที

“เมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา? ทำไมไม่กลับบ้าน? ”

เขาได้รู้ความจริงแล้วว่าเธอไม่ได้ออกไปทำงานนอกสถานที่จริง ๆ

การกระทำของเขามันแสดงถึงความไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ที่ตัวเองจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ แต่คนอื่นกลับทำอะไรไม่ได้เลยแม่แต่นิด เขาคงลืมไปแล้วว่าตัวเองไม่ได้กลับบ้านบ่อยแค่ไหน

เจียงซู่พูดขึ้นว่า “ฉันไม่เหมือนคุณหรอกนะ ฉันมีคุณธรรมมากพอ ใบหย่ายังไม่มาถึงมือ ฉันไม่นอกใจคุณหรอก”

เมื่อได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยความประชดประชัน โจวซือเหย่จึงโต้กลับไปว่า “เพียงแค่คุณเชื่อฟัง ตำแหน่งคุณผู้หญิงโจวก็ไม่มีใครสามารถมาแทนที่คุณได้”

คำพูดนั้นของเขากำลังหมายความว่า เขาจะให้เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยตัวเขาก็ไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นไปเรื่อย ๆ เช่นกัน แบบนี้สินะ?

แต่เธอไม่อยากเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์มองดูสามีตัวเองไปมีคนอื่นอีกแล้ว

“คืนนี้กลับไปนอนบ้าน”

เมื่อเขาพูดเสร็จก็ไม่รอให้อีกคนได้มีโอกาสปฏิเสธ โจวซือเหย่พูดต่อขึ้นมาทันทีว่า “แม่ให้พวกเรากลับไปกินข้าวที่บ้าน”

เมื่อเธอได้ยินดังนั้นจึงเงียบลง ไม่ต่อปากต่อคำอีก เพราะก่อนที่จะได้ใบหย่า เธอไม่อยากให้เรื่องไปถึงหูแม่สามี จะได้ไม่เพิ่มความยุ่งยาก

บริเวณทางทิศเหนือของเมือง ณ คฤหาสน์ตระกูลโจว

ตระกูลโจวเป็นตระกูลเก่าแก่ของเมืองเป่ยเชิงที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยสาธารณรัฐจีนมาจนถึงปัจจุบันนี้ อำนาจของตระกูลเหลือล้นฟ้า

โจวซือเหย่เป็นลูกชายของบ้านใหญ่ นอกจากนี้ยังแบ่งแยกย่อยเป็นบ้านสอง บ้านสาม และญาติพี่น้องห่าง ๆ อีกมากมาย

ในปัจจุบัน ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจของตระกูลโจวคือ คุณปู่ของโจวซือเหย่ นามว่า โจวซื่อสง

ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านใหญ่

พ่อของโจวซือเหย่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อนจากอุบัติเหตุเดียวกันกับเขา ตอนนี้ในบ้านใหญ่จึงเหลือแค่เขาที่เป็นผู้ชายคนเดียว นอกนั้นเป็นผู้หญิงหมด

ด้วยเหตุผลนี้เอง ที่ทำให้เธอในฐานะผู้ที่ช่วยเขาดึงเขาออกมาจากความตาย แม่สามีจึงให้ ‘ความสำคัญ’ เธอเป็นอย่างมาก

สำคัญถึงขนาดที่ว่าพอเธอเข้าไปในบ้านก้าวแรก ก็ได้ยาบำรุงครรภ์มาหนึ่งถ้วยทันที

เวินเหยาฉินเอ่ยขึ้นมาว่า “นี่เป็นยาที่แม่ให้คนไปหามาจากฮ่องกง เขาบอกว่าดื่มแล้วเตรียมตัวมีลูกชายได้เลย”

“รีบดื่มตอนยังอุ่น ๆ นะ”

และในชั่วขณะ แม่บ้านก็ยื่นถ้วยยามาให้ กลิ่นฉุนของยาก็แทบจะทำให้เธอหยุดหายใจ

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องดื่มยาอะไรแบบนี้

ตั้งแต่คืนแรกที่พวกเขาเริ่มนอนด้วยกัน เวินเหยาฉินก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้อุ้มหลานชายทันที

เวลาผ่านไปสี่ปีครึ่งแห่งการตั้งหน้าตั้งตารอคอย หากไม่ใช่ดวงชะตาที่แข็งแกร่งของเธอ บางทีเธออาจจะถูกเขี่ยทิ้งไปตั้งแต่ปีแรกที่ไม่มีลูกแล้วก็ได้

ในช่วงสี่ปีครึ่งที่ผ่านมา ไม่ได้มีเพียงแค่เวินเหยาฉินที่รออยู่คนเดียว แม้แต่เจียงซู่เองก็หวังว่าจะได้อุ้มครรภ์ลูกที่เกิดจากเธอกับโจวซือเหย่เช่นกัน

เธอคิดว่ากาลเวลาจะพิสูจน์คน และหากมีลูกด้วยกัน ข้อผูกมัดของพวกเขาก็จะมากยิ่งขึ้น

แต่เธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อพบว่า กาลเวลาพิสูจน์คน มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกในความสัมพันธ์เลย

คนจะไม่ชอบ ต่อให้ทำอย่างไรมันก็คือไม่ชอบ

และในตอนนี้ เจียงซู่ไม่คิดอยากมีลูกที่เกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไปแล้ว

เจียงซู่หันตัวหลบ หลีกเลี่ยงถ้วยยาด้วยท่าทางปฏิเสธ ก่อนจะหันไปมองโจวซือเหย่ เพื่อต้องการสื่อเป็นนัยยะให้เขาช่วยปฏิเสธแทนเธอ

แต่โจวซือเหย่กำลังถอดเสื้อโค้ชอยู่พอดี จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าเธอกำลังขอความช่วยเหลือ

เมื่อเห็นดังนั้น เธอจึงหันกลับมาและพูดตอบกลับว่า “แม่คะ พอดีหนูกำลังทานยาแก้หวัดอยู่ ทานยาตัวอื่นไม่ได้ค่ะ”

ได้ยินดังนั้น เวินเหยาฉินขมวดคิ้วจนเป็นปม และถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า “ทำไมเป็นหวัดอีกแล้วล่ะ? แม่ว่าที่เธอท้องไม่ติดสักที คงเป็นเพราะร่างกายเธอไม่แข็งแรงแน่เลย”

“พวกเธอกลับมาอยู่ที่บ้านเถอะ เดี๋ยวแม่ให้ป้าอู๋ทำอาหารบำรุงให้อย่างดีเลย จะได้บำรุงร่างกายให้พร้อมกับการมีลูกเสียก่อน เธอก็อายุยี่สิบแปดแล้ว ถ้ายังปล่อยไว้อยู่อย่างนี้เดี๋ยวจะเข้าข่ายภาวะตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก”

ขณะที่พูด สายตาของเวินเหยาฉินก็เพ่งเล็งไปที่โจวซืออเหย่ ซึ่งเขาตอบกลับว่า “ผมไม่มีปัญหาครับ”

เจียงซู่ “...”

เขาจะมาเล่นบทลูกแสนกตัญญูอะไรตอนนี้?

จะได้หย่ากันอยู่แล้ว ทำไมเธอต้องกลับมาอยู่บ้านที่ราวกับเป็นนรกเพื่อเพิ่มความลำบากใจให้ตัวเองด้วย? หรือชีวิตในตอนนี้มันยังทุกข์ไม่พออีกเหรอ ถึงยังต้องคอยเติมไฟหาเรื่องใส่ตัวเองแบบนี้?
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 433

    โจวซือเหย่กุมมือเธอไว้แน่น ประคองไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนจัด “มีผมอยู่ทั้งคน ผมจะปกป้องคุณกับลูกเอง”สัมผัสจากเขานั้นอุ่นวาบ ทว่าเจียงซู่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ ราวกับถูกงูพิษเย็นชืดเลื้อยผ่าน ผิวหนังที่ถูกเขาแตะต้องเริ่มร้อนรุ่มและเจ็บแปลบ คล้ายกำลังถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนไหม้เกรียมเจียงซู่สะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างแรง เธอถอยกรูดราวกับเห็นสัตว์มีพิษร้ายตัวฉกาจโจวซือเหย่น่ากลัวเกินไป ทั้งความแข็งกร้าว ความอำมหิต ความลำเอียง หรือแม้แต่ความใส่ใจที่เขาหยิบยื่นให้ในตอนนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลย แต่มันขึ้นอยู่กับกระแสอารมณ์ที่แปรปรวนของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครที่มีค่าพอสำหรับเขาจริง ๆ ในวินาทีนั้นเอง เจียงซู่เพิ่งตระหนักชัดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครเลย คนเดียวที่เขารักมาตลอด คือ ตัวเขาเอง ใครก็ตามที่กล้าทำลายสิ่งที่เขากำลังให้ค่า เขาจะกวาดล้างทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้นเจียงซู่เอนกายถอยห่างเพื่อสร้างระยะพ้นภัยจากเขาด้วยท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง “โจวซือเหย่ คุณอยู่ห่าง ๆ จากฉันเถอะ นั่นแหละคือการปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว”

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 432

    “ผมแนะนำให้คุณรับเงินนี่ไว้ดีกว่าครับ ธุรกิจของพ่อคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เงินก้อนนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจก็ได้ครับ”สิ้นประโยคที่แสนเย็นชาพอกับสายตาของหลู่เหยียนนั้น เขาหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะรั้งรอแม้แต่วินาทีเดียวไช่หลานปรี่เข้าไปหาลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก “เสี่ยวอี๋ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมลูกถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้?”เวิงอี๋หน้าซีดเผือด ทว่าดวงตากลับแดงก่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยกก่อนจะโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ “ลูกของหนูไม่อยู่แล้ว! เขาพรากลูกไปจากหนูแล้ว!”คำบอกเล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ไช่หลานหน้าถอดสี ร่างทั้งร่างชาวาบในทันทีทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?ท่ามกลางความโศกเศร้า เปลวไฟแห่งความเคียดแค้นเริ่มสุมทรวงเวิงอี๋ เธอเกลียดความไร้เยื่อใยของโจวซือเหย่สุดหัวใจที่ผ่านมาเขาเคยพะเน้าพะนอตามใจเธอมากยิ่งกว่าใครไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมมาวันนี้ถึงได้สวมวิญญาณคนใจดำอำมหิตเช่นนี้? ก็แค่เด็กเพียงคนเดียว ทำไมเขาถึงปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาดูโลกไม่ได้?เพียงเพราะเจียงซู่ก็กำลังตั้งครรภ์อย่าง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 431

    “อะไรนะ?!”เวิงอี๋เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เลย เธอถึงขั้นคิดสงสัยว่าตนอาจจะหูฝาดไปหรือเปล่าหลู่เหยียนไม่ได้แยแสกับปฏิกิริยาของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปกำชับกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหมอเตรียมการได้เลยครับ”เมื่อได้ยินคำสั่งการที่หลุดออกมาจากปากของหลู่เหยียนเมื่อครู่ ราวกับเป็นการดึงสติที่พร่าเลือนของเธอกลับมาสู่ความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดว่า เธอไม่ได้หูฝาด ใบหน้าของเวิงอี๋พลันเปลี่ยนสีในฉับพลัน “กล้าดียังไงมาแตะต้องฉัน พี่ซือเหย่ไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่” หลู่เหยียนมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับกำลังมองคนโง่เขลาคนหนึ่งที่ยังจมปลักอยู่กับความเพ้อฝัน “คุณคิดว่าถ้าประธานโจวไม่สั่ง ผมจะขยันถึงขั้นยอมสละเวลามาที่นี่กับคุณงั้นเหรอครับ?”เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เธอสำคัญตัวเองผิดไปว่าเขาจะยอมเสียเวลามาปรนนิบัติเธอด้วยความเต็มใจอย่างนั้นหรือสิ้นประโยคนั้นของเขา ใบหน้าของเวิงอี๋ก็ซีดเผือดลงทันที เธอได้แต่พึมพำอย่างไม่ยอมรับความจริงที่รับรู้ “ไม่มีทาง! พี่ซือเหย่ไม่มีวันทำแบบนี้กับฉัน! พี่ซือเหย่ตกลงแล้วว่าจะให้ฉันเก็บเด็กไว้ นายโกหก พี่ซือเหย่ไม่ม

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 430

    ลูกหลานตระกูลโจวทุกคนล้วนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เธอเคยบอกไว้ตั้งนานแล้วว่าเธอจะไม่ไป และพวกเขาก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูดเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขนตาของเวิงอี๋สั่นระริกพลางเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “พี่ซือเหย่พูดเพราะกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า?”“ไม่ใช่ค่ะ”ถ้ามันเป็นแค่คำพูดประชดประชันก็คงดี แต่นี่เห็นชัด ๆ ว่าพี่ชายเธอเอาจริง!นัยน์ตาของเวิงอี๋หม่นแสงลง เจียงซู่มีความสำคัญในใจของโจวซือเหย่ขนาดนี้เลยหรือ? กระทั่งโจวหว่านซินที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ยังต้องถอยไปอยู่อันดับหลังเธอ!ขนาดโจวหว่านซินยังถูกเนรเทศไปไกลขนาดนั้น แล้วหมากในมือเธอตัวนี้ก็คงต้องเสียเปล่า ดูท่าเธอคงต้องหาโอกาสลงมือกับเจียงซู่ใหม่อีกครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เวิงอี๋ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่วงนี้ไม่มีเรื่องไหนราบรื่นเลยจริง ๆพอนึกถึงชะตากรรมของโจวหว่านซิน เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่า ในเมื่อเขาโกรธเคืองน้องสาวแท้ ๆ ได้ขนาดนั้น เขาจะสงสัยไหมว่าเธอเป็นคนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง?เพราะเรื่องที่เธอไปพบกับโจวหว่านซินนั้น แค่สืบดูก็รู้ความจริงแล้วทว่าความคิดที่วูบไหวขึ้นมานั้นก็ถูกกด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 429

    ถ้าไม่มีอะไร อยู่ดี ๆ เธอคงไม่ไปที่จิ่งหยวน และคงไม่ไปหาเจียงซู่ด้วยโจวหว่านซินสบเข้ากับดวงตาที่แผ่กลิ่นอายกดดันของโจวซือเหย่ เธอพยายามปลุกปลอบขวัญตัวเองพลางเอ่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ “เรื่องวันนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ขาหนูเองก็เจ็บจนเดินกะเผลกแล้ว พี่จะมาดุด่าอะไรหนูนักหนา?”ทว่าโจวซือเหย่ในยามนี้กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนดังวันวาน เขาเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ที่ขาพิการนั่นไม่ใช่ว่าเธอทำตัวเองหรอกเหรอ?”“พี่คะ—”โจวหว่านซินคราวนี้ไม่ได้แสร้งบีบน้ำตา แต่เธอเสียใจจริง ๆ พี่ชายพูดกับเธอแบบนี้ได้อย่างไร?โจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้ม “อย่ามาพูดไร้สาระกับพี่!”“...”โจวหว่านซินใจสั่นวูบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจวซือเหย่ที่กำลังเดือดจัด เธอก็อดที่จะหวาดกลัวไม่ได้“พูดมา!”เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า โจวหว่านซินก็ยื่นปากออกมาอย่างแง่งอนก่อนจะโพล่งว่า “หนูก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่น! แค่เพราะยัยนั่นท้อง ทุกคนก็เอาแต่รุมล้อมเอาใจยัยนั่นจนเมินหนูไปหมด หนูอิจฉานี่!”สิ้นเสียงนั้น โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เวินเหยาฉินก็เอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาวพลาง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 428

    สิ้นคำพูดนั้น โจวหว่านซินก็เหมือนถูกจี้เข้าที่จุดตาย สีหน้าของเธอในตอนนี้เกินกว่าจะใช้คำว่าดูไม่ได้มาบรรยายแล้ว ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับว่าน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีถัดไปยามที่โจวซือเหย่ตามใจ เธอจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อเขาเริ่มใช้อำนาจสยบ เธอก็ไม่มีปัญญาจะขัดขืนได้เลยโจวหว่านซินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเตียงของเจียงซู่ด้วยความอัปยศอดสู ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับซ่อนเร้นความเกลียดชังที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้เจียงซู่สัมผัสถึงความเกลียดชังนั้นได้อย่างชัดเจน เธอจึงเอ่ยกับโจวซือเหย่ตรง ๆ ว่า “คุณจะเล่นละครหรืออยากจะสั่งสอนกันจริง ๆ ก็ตาม ไม่ต้องมาทำโชว์ต่อหน้าฉันหรอก ฉันไม่รับมุกนี้”อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจวางแผนไว้ เธอย่อมดูออกโจวหว่านซินคิดว่าการยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงจะช่วยให้พ้นจากข้อสงสัยได้งั้นเหรอ? เธออาจจะเป็นคนโง่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะโง่ตามไปด้วยเจียงซู่แค่นหัวเราะพลางกล่าวต่อ “คุณไม่ต้องมาทำเป็นแสนดีเสแสร้งแบบนี้หรอก ฉันไม่แจ้งความ และคุณก็ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาลากตัวเธอไป อีกอย่าง ต่อให้ฉันแจ้งความจริง ๆ มีคุณอยู่ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status