Share

บทที่ 3

Author: คุณชายสายฝน
โจวซือเหย่เดินทางกลับบ้านพร้อมกับสร้อยคอที่เลขาหลู่เลือกซื้อมาให้ แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าเจียงซู่ไม่อยู่ และเพิ่งนึกถึงเรื่องที่เธอออกไปทำงานนอกสถานที่

โดยปกติแล้วเจียงซู่ออกไปทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อย ๆ อยู่แล้ว เขาเลยไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเป็นพิเศษ และวันนั้นเขาก็ทานอาหารมื้อค่ำคนเดียวในห้องอาหาร

เมื่อเขาทานเสร็จ เขารอให้คนเอาผ้าเช็ดมือมาให้ด้วยความเคยชิน แต่เมื่อนึกได้ว่าเจียงซู่ไม่อยู่ เขาจึงต้องเช็ดมือด้วยตัวเอง

โจวซือเหย่ถามขึ้น “เธอได้บอกไหมว่าจะกลับมาเมื่อไหร่? ”

แม่บ้านเฉินตอบกลับว่า “คุณผู้หญิงไม่ได้บอกค่ะ”

เมื่อก่อนเวลาเจียงซู่ออกไปทำงานนอกสถานที่เขาจะบอกกำหนดการเดินทางให้เขาเสมอ แต่ครั้งนี้กลับไม่บอก โจวซือเหย่จึงขมวดคิ้วขึ้นด้วยความไม่พอใจ

ส่วนเจียงซู่ผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดก็นั่งทานอาหารมื้อค่ำเพียงคนเดียวเช่นกัน เธอเก็บกวาดขยะในบ้านก่อนจะไปล้างหน้าแปรงฟันและเข้านอน

เตียงใหม่ สถานที่ใหม่ แต่กลับไม่ได้ทำให้เจียงซู่รู้สึกแปลกที่แปลกทางเลยสักนิด เธอสามารถนอนได้อย่างสบาย

เช้าวันถัดมา

ในช่วงเช้าเจียงซู่ไม่ได้ไปทำงาน แต่เธอตั้งใจไปเยี่ยมคุณย่าที่โรงพยาบาล

คุณย่าเป็นโรคหายากชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องใช้ยาราคาแพงเพื่อประคองอาการไว้ทุกวัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามว่า โรคของคนรวย

เมื่อเห็นเจียงซู่ คุณย่าก็ดีใจยกใหญ่ จากนั้นก็ถามด้วยความเป็นห่วงขึ้นมาว่า “ทำไมผอมลง? ตระกูลโจวเขาไม่ดีกับหนูเหรอ? ”

เจียงซู่ยิ้มอ่อนก่อนจะตอบคุณย่าว่า “เปล่าค่ะ แม่สามีและคนอื่น ๆ ดีกับหนูมาก”

คุณย่าอี้พูดต่อว่า “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็อย่าเก็บไว้คนเดียว เล่าให้ย่าฟังได้นะ”

เธอรู้จักหลานสาวตัวเองดีว่าชอบเก็บความทุกข์ไว้ในใจคนเดียว

แต่กลับเป็นครอบครัวตระกูลเจียงเองที่ทำไม่ดีกับเด็กคนนี้

เรื่องการแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดให้โจวซือเหย่ความจริงแล้วเธอไม่เต็มใจเลยไม่แต่น้อย แต่เธอรู้ดีว่าหากพูดคัดค้านไปก็ไม่มีใครฟังเธออยู่ดี

โชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีติดขัด เธอจึงไม่ต้องได้ชื่อว่าเป็นหญิงหม้าย

เจียงซู่ตอบกลับคุณย่าว่า “คุณย่าคะ หนูสบายดีค่ะ”

ตอนนั้นที่เธอแต่งงานกับโจวซือเหย่ความจริงเธอก็ไม่ได้ลำบากใจอะไรมากนัก เพราะเธอรู้ดีว่านั้นเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้แต่งงานกับเขา

และในตอนนี้ที่เธอตัดสินใจหย่า ตัวเธอเองก็รู้สึกเหมือนกับตอนนั้น ไม่ได้รู้สึกลำบากใจและทุกอย่างเป็นความสมัครใจของเธอเอง

เธอยังไม่ทันได้ออกจากโรงพยาบาล ก็ได้รับการติดต่อจากโจวซือเหย่ ซึ่งเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายโทรมาด้วยเหตุใด ดูจากเวลาแล้ว ไต้ซานเหอน่าจะส่งเอกสารหย่าไปถึงมือเขาพอดี

ทันทีที่รับสาย โจวซือเหย่ก็ถามโจมตีเธอ “คุณอยู่ไหน?! ”

เจียงซู่ไม่สนใจคำถามของอีกฝ่ายและตอบกลับไปว่า “คุณเซ็นเอกสารแล้วใช่ไหม? ”

“คุณจะพอได้หรือยัง? ”

โจวซือเหย่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

เจียงซู่ “ตอนนี้ไปสำนักเขตก็น่าจะจัดการเรื่องหย่าได้เรียบร้อยพอดี”

เมื่อจบประโยค เธอรู้สึกได้ถึงเสียงลมหายใจอันหนักอึ้งจากปลายสาย แม้จะอยู่คนละที่ แต่เธอรับรู้ได้ถึงความโกรธของเขาได้อย่างชัดเจน

เจียงซู่นะเจียงซู่ เธอชักจะเก่งเกินไปแล้วนะที่กล้าทำให้โจวซือเหย่โกรธเป็นฝืนเป็นไฟได้ขนาดนี้

แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ความโกรธที่เอ่อล้มในสายก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง โจวซือเหย่ยังคงถามคำถามเดิมว่า “ตอนนี้คุณอยู่ไหน? ”

เจียงซู่อยากให้การหย่าร้างครั้งนี้สำเร็จลุล่วง จึงไม่อยากทำตัวยั่วโมโหเขาอีกและบอกที่อยู่ไปในที่สุด

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถของโจวซือเหย่มาจอดอยู่ที่หน้าประตูโรงพยาบาล

เจียงซู่เปิดประตูขึ้นรถไป

ทันทีที่อีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว โจวซือเหย่จึงถามขึ้นว่า “ช่วงนี้คุณย่าเป็นไงบ้าง? ”

เจียงซู่พูดขึ้นว่า “เวิงอี๋เอาโซ่มาล็อคขาคุณไว้หรือไง? ”

เป็นคำพูดที่กำลังจิกกัดว่า ขึ้นไปเยี่ยมคุณย่าด้วยตัวเองไม่เป็นหรือไง?

โจวซือเหย่มองเธอด้วยสายตาเคร่งขรึมก่อนจะเริ่มปริปากไต่สวนเธอทันที

“เมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา? ทำไมไม่กลับบ้าน? ”

เขาได้รู้ความจริงแล้วว่าเธอไม่ได้ออกไปทำงานนอกสถานที่จริง ๆ

การกระทำของเขามันแสดงถึงความไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ที่ตัวเองจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ แต่คนอื่นกลับทำอะไรไม่ได้เลยแม่แต่นิด เขาคงลืมไปแล้วว่าตัวเองไม่ได้กลับบ้านบ่อยแค่ไหน

เจียงซู่พูดขึ้นว่า “ฉันไม่เหมือนคุณหรอกนะ ฉันมีคุณธรรมมากพอ ใบหย่ายังไม่มาถึงมือ ฉันไม่นอกใจคุณหรอก”

เมื่อได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยความประชดประชัน โจวซือเหย่จึงโต้กลับไปว่า “เพียงแค่คุณเชื่อฟัง ตำแหน่งคุณผู้หญิงโจวก็ไม่มีใครสามารถมาแทนที่คุณได้”

คำพูดนั้นของเขากำลังหมายความว่า เขาจะให้เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยตัวเขาก็ไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นไปเรื่อย ๆ เช่นกัน แบบนี้สินะ?

แต่เธอไม่อยากเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์มองดูสามีตัวเองไปมีคนอื่นอีกแล้ว

“คืนนี้กลับไปนอนบ้าน”

เมื่อเขาพูดเสร็จก็ไม่รอให้อีกคนได้มีโอกาสปฏิเสธ โจวซือเหย่พูดต่อขึ้นมาทันทีว่า “แม่ให้พวกเรากลับไปกินข้าวที่บ้าน”

เมื่อเธอได้ยินดังนั้นจึงเงียบลง ไม่ต่อปากต่อคำอีก เพราะก่อนที่จะได้ใบหย่า เธอไม่อยากให้เรื่องไปถึงหูแม่สามี จะได้ไม่เพิ่มความยุ่งยาก

บริเวณทางทิศเหนือของเมือง ณ คฤหาสน์ตระกูลโจว

ตระกูลโจวเป็นตระกูลเก่าแก่ของเมืองเป่ยเชิงที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยสาธารณรัฐจีนมาจนถึงปัจจุบันนี้ อำนาจของตระกูลเหลือล้นฟ้า

โจวซือเหย่เป็นลูกชายของบ้านใหญ่ นอกจากนี้ยังแบ่งแยกย่อยเป็นบ้านสอง บ้านสาม และญาติพี่น้องห่าง ๆ อีกมากมาย

ในปัจจุบัน ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจของตระกูลโจวคือ คุณปู่ของโจวซือเหย่ นามว่า โจวซื่อสง

ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านใหญ่

พ่อของโจวซือเหย่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อนจากอุบัติเหตุเดียวกันกับเขา ตอนนี้ในบ้านใหญ่จึงเหลือแค่เขาที่เป็นผู้ชายคนเดียว นอกนั้นเป็นผู้หญิงหมด

ด้วยเหตุผลนี้เอง ที่ทำให้เธอในฐานะผู้ที่ช่วยเขาดึงเขาออกมาจากความตาย แม่สามีจึงให้ ‘ความสำคัญ’ เธอเป็นอย่างมาก

สำคัญถึงขนาดที่ว่าพอเธอเข้าไปในบ้านก้าวแรก ก็ได้ยาบำรุงครรภ์มาหนึ่งถ้วยทันที

เวินเหยาฉินเอ่ยขึ้นมาว่า “นี่เป็นยาที่แม่ให้คนไปหามาจากฮ่องกง เขาบอกว่าดื่มแล้วเตรียมตัวมีลูกชายได้เลย”

“รีบดื่มตอนยังอุ่น ๆ นะ”

และในชั่วขณะ แม่บ้านก็ยื่นถ้วยยามาให้ กลิ่นฉุนของยาก็แทบจะทำให้เธอหยุดหายใจ

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องดื่มยาอะไรแบบนี้

ตั้งแต่คืนแรกที่พวกเขาเริ่มนอนด้วยกัน เวินเหยาฉินก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้อุ้มหลานชายทันที

เวลาผ่านไปสี่ปีครึ่งแห่งการตั้งหน้าตั้งตารอคอย หากไม่ใช่ดวงชะตาที่แข็งแกร่งของเธอ บางทีเธออาจจะถูกเขี่ยทิ้งไปตั้งแต่ปีแรกที่ไม่มีลูกแล้วก็ได้

ในช่วงสี่ปีครึ่งที่ผ่านมา ไม่ได้มีเพียงแค่เวินเหยาฉินที่รออยู่คนเดียว แม้แต่เจียงซู่เองก็หวังว่าจะได้อุ้มครรภ์ลูกที่เกิดจากเธอกับโจวซือเหย่เช่นกัน

เธอคิดว่ากาลเวลาจะพิสูจน์คน และหากมีลูกด้วยกัน ข้อผูกมัดของพวกเขาก็จะมากยิ่งขึ้น

แต่เธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อพบว่า กาลเวลาพิสูจน์คน มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกในความสัมพันธ์เลย

คนจะไม่ชอบ ต่อให้ทำอย่างไรมันก็คือไม่ชอบ

และในตอนนี้ เจียงซู่ไม่คิดอยากมีลูกที่เกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไปแล้ว

เจียงซู่หันตัวหลบ หลีกเลี่ยงถ้วยยาด้วยท่าทางปฏิเสธ ก่อนจะหันไปมองโจวซือเหย่ เพื่อต้องการสื่อเป็นนัยยะให้เขาช่วยปฏิเสธแทนเธอ

แต่โจวซือเหย่กำลังถอดเสื้อโค้ชอยู่พอดี จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าเธอกำลังขอความช่วยเหลือ

เมื่อเห็นดังนั้น เธอจึงหันกลับมาและพูดตอบกลับว่า “แม่คะ พอดีหนูกำลังทานยาแก้หวัดอยู่ ทานยาตัวอื่นไม่ได้ค่ะ”

ได้ยินดังนั้น เวินเหยาฉินขมวดคิ้วจนเป็นปม และถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า “ทำไมเป็นหวัดอีกแล้วล่ะ? แม่ว่าที่เธอท้องไม่ติดสักที คงเป็นเพราะร่างกายเธอไม่แข็งแรงแน่เลย”

“พวกเธอกลับมาอยู่ที่บ้านเถอะ เดี๋ยวแม่ให้ป้าอู๋ทำอาหารบำรุงให้อย่างดีเลย จะได้บำรุงร่างกายให้พร้อมกับการมีลูกเสียก่อน เธอก็อายุยี่สิบแปดแล้ว ถ้ายังปล่อยไว้อยู่อย่างนี้เดี๋ยวจะเข้าข่ายภาวะตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก”

ขณะที่พูด สายตาของเวินเหยาฉินก็เพ่งเล็งไปที่โจวซืออเหย่ ซึ่งเขาตอบกลับว่า “ผมไม่มีปัญหาครับ”

เจียงซู่ “...”

เขาจะมาเล่นบทลูกแสนกตัญญูอะไรตอนนี้?

จะได้หย่ากันอยู่แล้ว ทำไมเธอต้องกลับมาอยู่บ้านที่ราวกับเป็นนรกเพื่อเพิ่มความลำบากใจให้ตัวเองด้วย? หรือชีวิตในตอนนี้มันยังทุกข์ไม่พออีกเหรอ ถึงยังต้องคอยเติมไฟหาเรื่องใส่ตัวเองแบบนี้?
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 570

    “ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว รู้ไหม ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน ฉันกลัวมากจริง ๆ ...”หยาดน้ำตาไหลพรากจนเปียกชุ่มเสื้อของโจวซือเหย่ ความร้อนผ่าวจากน้ำตานั้นราวกับเพลิงที่จ้องจะแผดเผาเข้าไปถึงอกของเขาโจวซือเหย่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เรื่องที่เซียวซูอี้เริ่มมีสติยาวนานขึ้นนั้น หมอเคยบอกเขาไว้ก่อนหน้าแล้ว เขานิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วตบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม “ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”เมื่อถูกเธอกอดไว้แน่นขนาดนี้ โจวซือเหย่เริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงรีบเปลี่ยนประเด็น “หมอให้คุณทานยา ทำไมคุณถึงไม่ยอมทาน?”เซียวซูอี้ยังคงจำฝังใจกับเหตุการณ์ที่เวิงอี๋สั่งให้คนบังคับกรอกยาใส่ปากเธอ เธอจึงปฏิเสธตามสัญชาตญาณ “ฉันไม่ได้ป่วย ทำไมต้องกินยา? ไม่กิน! สั่งให้พวกเขาเอาออกไปเดี๋ยวนี้!”โจวซือเหย่ใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลเกลี้ยกล่อม “ตอนนี้คุณกำลังไม่สบายนะ ต้องฟังคำสั่งหมอ ทานยาให้ครบ ร่างกายถึงจะกลับมาแข็งแรง”ทว่าทันทีที่สิ้นคำพูด เซียวซูอี้กลับผลักเขาออกอย่างแรงด้วยอาการตื่นตระหนก “บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ป่วย ฉันไม่กินยา คุณเป็นพวกเดียวกับเวิงอี๋ใช่ไหม?”“ต้

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 569

    “ซือเหย่...”ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังคุมเชิงกันอย่างไม่ลดละ เวิงกั๋วเฉียง พ่อของเวิงอี๋ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ช่วยเซียวซูอี้กลับมาได้ โจวซือเหย่ได้แจ้งข่าวให้เวิงกั๋วเฉียงทราบ และตอนนี้เขากับลูกสาวคนโตก็พักอยู่ที่บ้านหลังย่อยของคฤหาสน์จิ่งหยวนการให้พ่อลูกได้กลับมาพบหน้ากันก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกแง่หนึ่งคือโจวซือเหย่ต้องการให้เซียวซูอี้รับรู้ว่าเธอยังมีญาติอย่างพ่ออยู่ เพราะเขาเองก็ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตลอดเวลาเวิงกั๋วเฉียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความประจบประแจงเล็กน้อย “ซูอี้ไม่เห็นหน้านาย เธอเลยไม่ยอมทานยาเลย นายช่วยไปเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยได้ไหม”เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เดิมทีเขาเองก็อยากให้ร่างกายของเซียวซูอี้ฟื้นฟูโดยเร็วอยู่แล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินตามเวิงกั๋วเฉียงไปเจียงซู่เงียบนิ่ง เธอมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ท่าทีของโจวซือเหย่นั้นเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ แต่ที่น่าประหลาดใจคือเวิงกั๋วเฉียง...ลูกสาวคนเล็กตายด้วยน้ำมือของโจวซือเหย่ เมียก็ถูกโจวซือเหย่ส่งเข้าคุก แต่เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สามารถติดต่อคบค้าสมาคมกับชายคนนี้ต่อได้อย่างไร้ความตะข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 568

    “ผมขอโทษ”โจวซือเหย่เอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างจริงใจเจียงซู่สวนกลับทันควัน “ถ้าคุณรู้สึกผิดจริง ๆ ก็ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”คำปฏิเสธของเขาเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ โจวซือเหย่เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่คิดลังเล “ข้างนอกนั่นยังไม่ปลอดภัย”เจียงซู่ไม่ยอมรับการกระทำจอมปลอมนี้ของเขา เธอแค่นเสียงเย็นยะเยือก “คุณใช้คำว่าดูแลมาบังหน้าเพื่อกักขังฉันไว้ที่นี่ ความจริงคุณไม่ได้เป็นห่วงฉัน มันก็แค่การตอบสนองความต้องการส่วนตัวของคุณเท่านั้น”“คุณบอกว่าไม่อยากให้คนตระกูลเหลียงมารังแกฉัน พูดให้ถูกก็คือ คุณแค่ไม่อยากเสียผลประโยชน์เพื่อไปสงบโทสะของตระกูลเหลียงต่างหาก”เธอชะงักคำพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากเผยแววเย้ยหยัน “ในเมื่อคุณไม่ได้แคร์ฉันเหมือนที่แสดงออกมา แล้วจะมาแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าฉันทำไม?”ตลอด 5 ปีที่ใช้ชีวิตในตระกูลโจว เจียงซู่รู้ซึ้งถึงวิธีการจัดการปัญหาของพวกเขาดีถ้าทำผิดก็ใช้เงินแก้ปัญหา ถ้าเงินแก้ไม่ได้ก็ใช้อำนาจ นี่คือสันดานดิบของพวกเขาเสมอมาในตอนนี้ โจวซือเหย่ปากก็บอกว่าห่วงความปลอดภัยของเธอ แต่กลับขังเธอไว้ที่นี่ พูดง่าย ๆ คือเขาไม่ได้กดดันหรือยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับตระกูลเหลียงเลยแ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 567

    เจียงซู่เดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคยจนถึงมุมกำแพงแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มปีนป่ายขึ้นไปโดยไม่มีความหวาดกลัวในค่ำคืนที่มืดมิด เธอไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว เจียงซู่ออกแรงปีนขึ้นไปจนถึงยอดกำแพง ทว่าในขณะที่กำลังเตรียมจะกระโดดลงไปฝั่งตรงข้าม กลับต้องมานั่งจ้องตาเขม็งกับบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ข้างล่างก่อนหน้าเสียแล้วเจียงซู่ “...”บอดี้การ์ดคนนั้นยืนตัวตรงแน่วราวกับกำลังฝึกระเบียบวินัยทหาร ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณผู้หญิง คุณละเมอเดินออกมาอีกแล้วเหรอครับ?”เจียงซู่รู้ทันทีว่าแผนการหนีครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่า เธอถูกชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนกึ่งลากกึ่งประคองกลับเข้าบ้านไปอย่างแข็งกร้าวความโกรธทำให้ความดันโลหิตของเจียงซู่พุ่งปรี๊ด เธออยากจะรู้นักว่าโจวซือเหย่วางกำลังคนไว้รอบ ๆ นี้มากขนาดไหนกันเชียว?ความอัดอั้นตันใจที่แผนการหลบหนีล้มเหลว ทำให้เธอรู้สึกว่าทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องที่ปรากฏต่อสายตาภายในบ้านนั้นขวางหูขวางตาไปหมด กลางดึกคืนนั้นเจียงซู่คว้าไม้กอล์ฟของโจวซือเหย่ ก่อนจะจัดการฟาดทำลายข้าวของในคฤหาสน์จิ่งหยวนจนเละเทะไม่มีชิ้นดีบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ทว่าก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 566

    สมองที่เคยถูกตัณหาและฤทธิ์สุราครอบงำพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที โจวซือเหย่เลียริมฝีปากพลางแสดงสีหน้าสำนึกผิด “ผม...”เขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเธอ เขาเพียงแค่... ห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่โจวซือเหย่ตั้งท่าจะขอโทษ แต่เจียงซู่ไม่เปิดโอกาสให้เขาแม้แต่น้อย เธอคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนจะฟาดเข้าที่ศีรษะของโจวซือเหย่อย่างแรงโดยไม่สนว่าโจวซือเหย่จะคือเทพบุตรจากสรวงสวรรค์หรือมัจจุราชจากขุมนรกเพล้งไม่รู้ว่าหัวของโจวซือเหย่แข็งเกินไป หรือแก้วใบนี้มันเปราะบางกันแน่ แก้วใบนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่กระทบเป้าหมายคำขอโทษที่ติดอยู่ที่ลำคอของโจวซือเหย่จึงถูกกลืนกลับลงไป เขาได้แต่มองเธอตาค้าง ราวกับยังตั้งตัวไม่ทันว่าเพิ่งโดนอะไรไปในจังหวะที่เขาพะวักพะวน เจียงซู่ก็จัดการทวงคืนลูกถีบที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่บนรถ เธอถีบเข้าที่ใบหน้าของโจวซือเหย่เต็มแรงจนเขาหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นหลังจากจัดการเสร็จ เจียงซู่ยังแสดงท่าทีรังเกียจด้วยการเอาเท้าไปเช็ดถูบนผ้าปูเตียงซ้ำ ๆ จนผ้ายับยู่ยี่ไปหมดลูกถีบนี้ของเจียงซู่หนักหน่วงเอาการ เพราะหลังจากโจวซือเหย่ล้มลงไป

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 565

    ครั้งนี้ โจวซือเหย่อ่านเกมของเจียงซู่ออกล่วงหน้า ในจังหวะที่เธอตั้งท่าจะพุ่งไปคว้าตัวเซียวซูอี้เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองนั้น เขากลับเป็นฝ่ายรวบตัวเธอไว้ได้ก่อน แล้วกดเธอกลับลงบนโซฟาอย่างแรง“...” เจียงซู่ถลึงตาใส่พลางพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการพันธนาการในขณะที่เซียวซูอี้รีบมุดไปหลบข้างหลังโจวซือเหย่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และมีความหวาดระแวงต่อเจียงซู่อย่างเห็นได้ชัดเธอยังจำผู้หญิงคนนี้ได้ เหมือนกับคนพวกนั้นที่ชอบดุด่าตบตีเธอ เธอไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยเมื่อเห็นเหยื่อที่ใช้ข่มขู่โจวซือเหย่หลุดมือไป เจียงซู่ก็รู้สึกเดือดดาล เธอหรี่ตาลงพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “คุณคิดจะขังฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ?”โจวซือเหย่ตอบไม่ตรงคำถาม “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ”ปลอดภัยกับผีน่ะสิการอยู่ข้างกายเขานี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุดเจียงซู่ตอกกลับ “คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง?”เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าความฉิบหายทุกอย่างในชีวิตเธอ มันเป็นเพราะใคร?โจวซือเหย่ไม่ใช่แค่มีหน้าด้าน แต่เขายังหน้าด้านไร้ยางอาย “ผมทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวคุณเอง”เจียงซู่มองเขา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status