LOGINภาคพลเดินผิวปากขึ้นมายังคอนโด เขาแวะที่ห้องของตัวเองก่อน เขามีแผนสำหรับวันหยุดสองวันนี้...แน่ล่ะ แม่ตัวดีข้างห้อง จะต้องร่วมแผนไปกับเขาด้วย
ตั้งแต่วันนั้น...เขาก็มีเวลายามเย็นไปจนถึงค่ำคืนกับเธอ
เช้ามาทุกวัน ยัยตัวแสบก็จะรีบออกไปจากห้องแล้วไปทำงานก่อนเขา ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับห้องตัวเอง แถมบางอาทิตย์ยังล็อคห้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปหาด้วย เขาต้องหาวิธีล่อหลอกให้ออกมา ยอมเปิดประตูรับเขานั่นแหละ
แม้จะไม่เคยพูดเอ่ย บอกรัก หรือถึงความสัมพันธ์ว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่เขาก็เริ่มทำเหมือนเปิดตัวกลายๆ ว่าสำหรับเขากับณรินทร์ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว คนในออฟฟิศเริ่มสังเกต ยัยเจ๊จิกเป็นคนแรกที่อำ แล้วก็แซวดังมาทุกวัน ณรินทร์นั้นเวลาโดนล้อก็ปฏิเสธเสียงหลงทุกหน เขามองเธอแล้วก็เม้มปากนิดๆ เคืองแหละ บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่มีทางขนาดนั้น ตอนเย็นเลยโดนเขาจับจัดท่าหนักแก้โมโห
เขาจะเอายังไงกับเธอดีนะ
ปากแข็งจริงๆ แหะ
ไม่ยอมถามเขาก่อนด้วย จะทำตีเนียนเพื่อนไปอีกนานเท่าไหร่กัน
เขาเม้มปากแล้วมองกล่องถุงยางในมือที่คืนนี้เขาจะพกไปด้วยที่ห้องของเธอ
เปิดตู้เสื้อผ้าออก เขาจำได้ว่าแม่เคยเอากล่องเครื่องเย็บปักมาเก็บไว้ เขาไม่ได้ใช้หรอก เพราะเย็บอะไรไม่เป็น เขาต้องการเข็ม
หรือจะต้องเล่นแผนนี้...
เขาเปิดกล่องถุงยางออกแล้วดึงถุงฟลอย์สีเงินออกมา
...............................................................................................................................................................................
เสียงเคาะประตูห้องในตอนค่ำ ทำเอาคนที่กำลังมองเงาสะท้อนของตัวเองอยู่หน้ากระจกสะดุ้ง เธอหน้าแดงก่ำ แต่ก็ทำใจกล้า แล้วเดินไปเปิดประตู...
ภาคพลที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูนั้น ถึงกับตะลึงพรึงเพริด กับภาพของณรินทร์ที่เขาเห็น วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับหล่อนกันนะ ถึงได้กล้า...ใส่ชุดแบบนี้มารับเขา
หล่อนสวมบอดี้สูทสีดำซีทรู มีลูกไม้ประดับไว้ตรงยอดถัน และตรงเป้านาง เธอแต่งหน้าด้วย...ทาลิปสติกสีแดง มันทำให้หน้าเธอดูสวยเซ็กซี่ กลิ่นน้ำหอมนั่น...มันคือกลิ่นที่เขาห้ามเธอใช้ พอเธอใช้แล้วมันก็ทำให้เขาอารมณ์พุ่งปรี๊ด เพียงแค่ได้กลิ่น
“มาแล้วหรือคะ?”
“ณะ อื้ม มานี่”
เธอยังไม่ทันพูดขาดคำดี เขาก็กระชากเธอสู่อ้อมแขน เธอเผยอปากรับจูบจากเขา อา...เขาช่างร้อนแรงมากวันนี้ เขากระชากเสื้อของตัวเองออกจนกระดุมหลุดขาดกระเด็น ถุงยางที่ถือมาตกลงพื้นแบบเขาไม่ได้สนใจ ลืมไปหมดถึงแผนที่เตรียมมา ใครจะไหวกับการต้อนรับแบบนี้กัน
“ใครใช้ให้แต่งตัวแบบนี้”
เขาจับเธอพลิกหันหลัง ให้เธอจับโซฟาไว้เป็นหลัก หื่นกระหายจนต้องจัดตรงนี้ตอนนี้ โอ...เธอมันเซ็กซี่เกินต้านจริงๆ
“อะ ยะ อยากลองเทสต์ ดะ ดู”
เสียงของเธอแทบไม่เป็นคำ เมื่อเขากระชากเป้าของบอดี้สูทออก แล้วเปิดเนื้อกลมขาวๆ นั่น เห็นแล้วหมั่นเขี้ยวหนัก เลยก้มลงกัดเบาๆ แล้วตีก้นเธอแถมอีกด้วย ณรินทร์หันไปประท้วงเขาเสียงอ่อย
“โอ๊ย ทำอะไรอะ คนบ้า กัดก้นเค้าทำไม”
“หมั่นเขี้ยว หอมไปทั้งตัวเลยณะจ๋า บอกแล้วอย่าใช้น้ำหอมกลิ่นนี้”
“มันหอมดีนี่นา ทีภาคยังใช้ได้เลย อะ อ๊า”
ประโยคสุดท้ายหลุดครางออกมา เมื่อเขาจับปลายยอดมนอวบถูไถกลีบร่อง ที่ฉ่ำพร้อมแล้วเรียบร้อย
“หอม แล้วยั่ว...ยั่วให้ภาคเย ภาคหมดแรงแน่ๆ คืนนี้ ซี๊ด”
“อะ อุ๊ย อือ”
เขาทะลวงเข้าไปแบบรวดเดียวหมดลำ แล้วเสยสะโพกเร่งกระหน่ำ จนเธอตัวสั่นคลอนแทบยืนไม่อยู่ เธอเสร็จสมไปอย่างรวดเร็ว เพราะจังหวะกระแทกดุดันนั้น
ก่อนที่เขาจะดึงออกมา แล้วจับเธอให้เอาขาโอบรอบเอวเขา โอบอุ้มสะโพกเธอไว้แล้วจับลงบนความแข็งชูชันผงาด ณรินทร์ผู้ไม่เคยโดนทำรักท่านี้ ถึงกับเสียวจนตัวสั่น เธอถึงแล้วถึงอีก ระหว่างที่โดนเขาจับกระแทกเดินกลับเข้าไปยังห้องนอนของเธอ
เขายังไม่ถอดบอดี้สูทออกจากตัวเธอด้วยซ้ำ
แล้วคืนนั้นภาคพลก็ทำตามที่พูด คือจัดหนักเธอทั้งคืน หลายท่า ข้าวปลาลืมกินไปเลย แล้วเขาก็ไม่ยอมใช้ถุงยาง บางจังหวะไม่ยอมดึงออกมาด้วย แตกล้นในตัวเธอนั่นแหละ
“ภาค ไอ้ภาค แก ตะ แตกใน”
เธอทุบอกเขา เมื่อรับรู้ว่าเขาหลั่งเข้าไปในกายเธอจนล้นทะลักออกมา
“แล้วไง”
เขาเอ่ยตอบเสียงหอบ ยังคงแช่ตัวตรงนั้น ไม่ยอมดึงออก ณรินทร์เม้มปากแล้วทุบอกเขารัวๆ
“เดี๋ยวก็ท้องหรอก”
“ท้องก็แต่งไง”
“เอ๊ะ...”
เธอมองตาเขา ขณะที่เขายิ้มใส่ตาเธอ แล้วพรมจูบทั่วหน้าเธอไปด้วย
“อื้อ ยังไงอะ จะแต่งได้ยังไง ก็เราเป็น...”
“สำหรับแก ฉันเป็นอะไร”
เขาถามตรงๆ ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วทำตาปริบๆ จะตอบว่ายังไงดีล่ะ ยอมให้ขนาดนี้ จะบอกว่าเป็นแค่เพื่อน มันก็จะปากไม่ตรงกับใจ
เห็นเธออึกอัก หน้าแดงไปหมดแบบนั้น เขาก็ชิงพูดเสียเอง
“สำหรับฉันแกเป็นมากกว่าเพื่อน แกเป็นเมีย จำไว้นะไอ้ณะ แล้วแกก็ห้ามคิดแค่เพื่อนกับฉันแล้วด้วย”
“แกก็เป็นผัวฉันแล้ว ไอ้ภาค ห้ามไปวอกแวกกับคนอื่น”
เธอว่าบ้าง แล้วหลับตาพริ้มเมื่อเขาก้มลงจูบเธอ
สถานะเพื่อนเคลื่อนสู่สถานะอื่น อย่างฉ่ำหวามไปด้วยความสุข
พวกเขาใช้เวลาวันหยุดอยู่ด้วยกัน และตั้งใจจะประกาศสถานะใหม่นี้ กับเพื่อนๆ และบอส แม้อาจจะมีใครคนหนึ่งอาจจะต้องลาออกเพราะมีกฎบริษัทตั้งไว้ว่าจะไม่รับคนเป็นสามีภรรยามาทำงานด้วยกัน พวกเขามีครอบครัวรองรับอยู่แล้ว และแน่นอนว่า ทั้งเขาและเธอจะกอดคอกันไปในงานที่รัก กอดคอกันไปกับชีวิตครอบครัว ในฐานะเพื่อนชีวิตหลังจากนี้ไป
จบ
ภาคพลเดินผิวปากขึ้นมายังคอนโด เขาแวะที่ห้องของตัวเองก่อน เขามีแผนสำหรับวันหยุดสองวันนี้...แน่ล่ะ แม่ตัวดีข้างห้อง จะต้องร่วมแผนไปกับเขาด้วยตั้งแต่วันนั้น...เขาก็มีเวลายามเย็นไปจนถึงค่ำคืนกับเธอเช้ามาทุกวัน ยัยตัวแสบก็จะรีบออกไปจากห้องแล้วไปทำงานก่อนเขา ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับห้องตัวเอง แถมบางอาทิตย์ยังล็อคห้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปหาด้วย เขาต้องหาวิธีล่อหลอกให้ออกมา ยอมเปิดประตูรับเขานั่นแหละแม้จะไม่เคยพูดเอ่ย บอกรัก หรือถึงความสัมพันธ์ว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่เขาก็เริ่มทำเหมือนเปิดตัวกลายๆ ว่าสำหรับเขากับณรินทร์ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว คนในออฟฟิศเริ่มสังเกต ยัยเจ๊จิกเป็นคนแรกที่อำ แล้วก็แซวดังมาทุกวัน ณรินทร์นั้นเวลาโดนล้อก็ปฏิเสธเสียงหลงทุกหน เขามองเธอแล้วก็เม้มปากนิดๆ เคืองแหละ บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่มีทางขนาดนั้น ตอนเย็นเลยโดนเขาจับจัดท่าหนักแก้โมโหเขาจะเอายังไงกับเธอดีนะ ปากแข็งจริงๆ แหะไม่ยอมถามเขาก่อนด้วย จะทำตีเนียนเพื่อนไปอีกนานเท่าไหร่กันเขาเม้มปากแล้วมองกล่องถุงยางในมือที่คืนนี้เขาจะพกไปด้วยที่ห้องของเธอเปิดตู้เสื้อผ้าออก เขาจำได้ว่าแม่เคยเอากล่องเคร
ไอ้มินมีเรื่องจะปรึกษาหืม...เรื่องอะไรอะมันเป็นเรื่องของเพื่อนฉันในออฟฟิศ มาปรึกษาฉัน ฉันก็เลยมาปรึกษาแกอีกทีณรินทร์หน้าแดงก่ำ เธอตกลงใจปรึกษากับน้องสาวของเธอ อ้างเรื่องคนอื่นแบบนี้ มินตราจะเชื่อไหมนะ ทางนั้นยิ่งรู้ทันเธออยู่ด้วยเอ้าว่ามา ยังไงไหนเล่า วีดีโอคลอปะพี่สาวพิมพ์ดีกว่า พี่ไม่สะดวกคุยมาๆ งั้นก็ว่ามาขืนวีดีโอคลอโดนจับผิดแหงๆ แหละว่าเป็นเรื่องของเธอ ณรินทร์เลยเริ่มพิมพ์ข้อกังขา ที่ต้องการที่ปรึกษา ก่อนที่จะวุ่นวือหัวใจไปกว่านี้คือว่าเพื่อนของพี่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายแล้วแบบว่า วันหนึ่งเกิดไปมีอะไรกัน แล้วก็มีอะไรกันมาเรื่อยๆ โดยไม่พูดเรื่องสถานะกัน แบบนี้ความสัมพันธ์มันจะเรียกว่าอะไรอะหืม...เค้าก็เรียกว่า FWB ไงล่ะคุณพี่ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ฟินๆ ฟันๆ กันไป ถึงเวลามีแฟนก็ต่างคนต่างไป เกมนี้ใครอย่าเอาใจลงมาเล่น ไม่งั้นก็แพ้อะ เค้าเรียกว่ามีความสุขในเรื่องเซ็กซ์ด้วยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันไปด้วย แต่อิสระทางใจไม่ผูกมัดเป็นเจ้าของกันพี่สงสัยว่ามันจะได้ไปแค่ไหนไอ้ความสัมพันธ์แบบนี้ โดยไม่ให้ตัวเองเจ็บ...ไม่ให้เผลอไปหลงรักเพื่อนตัวเองเข้ามินว่ายากว่ะ เพรา
“อะไร เฮ้! เฮ้ เดี๋ยวๆ จะพาไปไหนอะ”“ไปเอาของ” เสียงทุ้มเอ่ยฟังแหบต่ำนิดๆ ณรินทร์สงสัยแต่ก็เดินตามเขาไปแต่โดยดี พอถึงรถของเขาภาคพลก็กดรีโมทเปิดประตูหลังออก สตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์ แล้วดึงเธอเข้าไปในนั้น รถเอสยูวีของเขากว้างขวาง มีที่นอนปูไว้เสร็จสรรพ เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาไปที่บ้าน และแม่ของเขายืมรถเขาไปใช้ เบาะหลังเลยโดนปรับเป็นเตียงชั่วคราวมีที่นอนเรียบร้อย ไม่ได้ถามว่าแม่เอารถไปใช้ทำอะไร เพราะรีบกลับมาทำงาน และเขาก็ยังไม่ได้รื้อมันออก เนื่องจากไม่มีเวลา ตอนนี้มันกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับอาการที่เกิดกะทันหันของเขานี่ รถของเขาติดฟิล์มดำ คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่ มันสะดวก...กับสถานการณ์นี้ ณรินทร์ถูกดึงไปจูบอย่างเร่งร้อน เธอดิ้นอึกอักในตอนแรก ก่อนจะตัวอ่อนยอมตามรสจูบราวกับจะกลืนเธอนั่น มือไม้ของเขาไต่วุ่นวายไปหมดบนเนื้อตัวเธอ เธออยู่บนตัวเขาตอนนี้ กางเกงของเธอถูกรูดลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับกางเกงของเขา ส่วนนั้นผงาดสู้ทันทีเมื่อหลุดจากปราการด่านสุดท้ายมือของเธอถูกจับให้ไปกุมตรงนั้นของเขา เขากระซิบสั่งเสียงพร่าชิดปากเธอ“จับมันเบาๆ นะจ๊ะ ณะจ๋า ค่อยๆ จับ ค่อยๆ ลูบ”“อื
ภาคพลตื่นมา พบว่าตัวเองนอนเพียงลำพัง สาวที่นอนก่ายกกอยู่เกือบทั้งคืนหายตัวไปแล้ว กลายเป็นหมอนข้างแทนเขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก เมื่อคืนเขาอยากจะจัดต่อ แต่ก็ระงับใจไว้ เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังวันนี้ไม่ได้ไปทำงานกันแน่ๆเขาอาบน้ำแต่งตัว ฮัมเพลงในลำคอเบาๆ มันเป็นเพลงรัก...ไม่ใช่เพลงแอบรัก พอมาที่ลานจอดรถ รถสีชมพูของเพื่อนสนิทหายไปแล้ว หล่อนคงไปถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วนั่นแหละ มองนาฬิกาตอนนี้ยังทันถ้าเขาจะแวะซื้อขนมจีบปูเจ้าอร่อยไปฝากเธอ แต่ฝากณรินทร์คนเดียว เดี๋ยวก็โดนแขวะอีก เขาเลยซื้อพวกฮะเก๋า ขนมจีบแบบอื่นคละๆ กันไปอีกสองกล่อง เผื่อเพื่อนร่วมงานในแผนก และสำหรับบอสอีกหนึ่งกล่อง แล้วพอไปถึงออฟฟิศ ก็พบว่าณรินทร์อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนยาวสีแดงเลือดนก กางเกงยีนขาห้าส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ตอนนี้ทุกคนกำลังประสบปัญหาความร้อน เพราะแอร์ในออฟฟิศเสีย ต้องรอช่างมาซ่อมบ่าย คนที่ดูว่าจะร้อนสุดก็คือณรินทร์ ที่นั่งเหงื่อตกอยู่เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมเธอตวัดตามองค้อนภาคพลทันทีอย่างพาลๆ เมื่อเขามานั่งใกล้แล้วส่งกล่องขนมจีบกล่องพิเศษให้เธอ หลังจากที่แจกจ่ายคนอื่นไปแล้ว เธอรับไว้ก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะ
เบียร์หมดไปแล้วสองขวดกำลังจะเกินลิมิตที่เธอบอกไว้กับตัวเอง แล้วเธอก็อยู่กับเขาด้วยสองคนตอนนี้ เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา ภาคพลเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เสียงเพลงที่เขาเปิดไว้ดังคลอ คือเพลงเพื่อนสนิท...เปิดเพลงนี้ตอนนี้ทำไมหว่าเอาจริงเธอไม่ได้เมาอะไรนัก สองขวดนี่กำลังดี กำลังตึง และกำลังต่อ ตัวของณรินทร์ก็เป็นสาวนักดื่มคนหนึ่ง เอาจริงดื่มเก่งก็ตั้งแต่มาคบกับภาคพลเป็นเพื่อนซี้นี่แหละ “เมาแล้วอะ ขอกลับห้องได้ปะ”พอเธอเอ่ยออกไปแบบนี้ คนรู้คอรู้ดีกรีก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วอมยิ้มตาพราว เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาเลย มันทำให้ใจสั่นหวั่นไหวงือ...ยอมรับแหละว่าใจสั่น“อย่างแกน่ะเหรอเมา ไอ้ณะ”“ก็...เมาสิ เชื้อมันมีก็เลยเมาค้างอะ วันนี้ก็เมาค้างทั้งวันนะ”“เอาดีๆ” ภาคพลทำเสียงนุ่ม ขณะที่มองตาเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม สายตาของเขาทำให้ณรินทร์ใจเต้นแรง และหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาในทันทีมือของเขาจับมือของเธอไปคลึงเล่น ณรินทร์ไม่ได้เมาเบียร์ตอนนี้เธอกำลังเมาสายตาและร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสของภาคพล“เมาเบียร์ หรือว่าเมาภาค”“อื้อ...” ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วเผลอจ้องตาเขาราวกับถูกสะกดภาคพลดึง
“ซื้อมาทำไมเป็นลัง” มองเบียร์ที่เขายกขึ้นหลังรถมา ณรินทร์ก็ตาเหลือก ภาคพลทำหน้านิ่ง แล้วทำเสียงสูงใส่เธอ“อะไร้ ไอ้ณะ กลัวเหรอ ป๊อดนี่หว่า”“ไม่เคยป๊อดนะ แต่แบบ เมามากก็ไม่ไหวปะวะ แล้วแกจะฉลองอะไรอะไอ้ภาค มีอะไรให้ฉลอง”เธอมองหน้าเขาอย่างจับจ้อง ภาคพลเอ่ยหน้าตาย“ฉันอกหัก”“หืม?”“เอ่อ ก็อกหัก อกหักช้ำรักแบบแกงะ ทำไมล่ะไอ้ณะ ทีแกฉันไปกินเป็นเพื่อน ลากแกกลับ แล้วก็ต้องมาเก็บสภาพแกยามเมาปลิ้นอีก แล้วทีเพื่อนอกหักบ้าง ขอให้กินด้วยแค่นี้ แค่เนี้ยะ ปฏิเสธเพื่อนเหรอ?” แล้วก็ทำเบะปาก ทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเป็นเด็กชายแล้วจะร้องไห้ เล่นเอาณรินทร์รีบห้ามเพราะรับสภาพเพื่อนทำแบบนี้ไม่ได้“พอๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น อย่าทำปากเปะ ไอ้ภาค”“ทำไมล่ะ เห็นแล้วแกเกิดอารมณ์ กับหน้าตาเวอร์ชั่นนี้ของฉันเหรอ” “อารมณ์เสียน่ะสิ ทำหน้าตายังกับเด็กสามขวบงอแงอะ ทุเรศ รับไม่ได้”เธอว่า เธอกับเขาหยอกกันแรงๆ แบบนี้ตลอด แต่ก็ไม่เคยโกรธกัน ภาคพลชอบด้วยซ้ำ ที่เธอด่า ไม่รู้โรคจิตไหมนะ เขาชอบตอนเธอมีอารมณ์แว้นๆ โมโหแล้วเพื่อนสาวคนสนิทจะหน้าแดง น่ารักจะตายไปแต่คนอื่นมาด่าแบบนี้คงมีอย่างอื่นมากกว่าจะมามองว่าน่ารัก







