LOGIN“ไอ้ณะ ไอ้ณะ เปลี่ยนเสื้อผ้าไหวไหม”
เขาตบแก้มหล่อนเบาๆ ให้ณรินทร์เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เพราะมีเศษอาเจียนและเสื้อผ้าของหล่อนเปียกเป็นหย่อมๆ ให้นอนแบบนี้คงไม่ดีแน่ๆ ณรินทร์ถูกอุ้มมานั่งตรงริมเตียง เธอเงยหน้าแล้วส่งยิ้มเบลอๆ ให้กับภาคพล แล้วก่อนที่เขาจะหันห้ามปรามอะไรเพราะเขามัวแต่หันไปรื้อเสื้อผ้าที่เธอพอจะใส่ได้ของเขา มาให้กับเธอ เมื่อเขาหันกลับไปอีกที ก็เจอกับภาพที่ทำให้เลือดลมแล่นพล่าน
ณรินทร์ในสภาพเปลือยเปล่านั่งหลับตายิ้มบนเตียงเขาแล้วยื่นส่งเสื้อผ้าหล่อนให้กับเขา
“เอ้า เอาไป...ค่ะคุณเมด”
“เฮ้ย ไอ้ณะ”
เขาอุทานลั่น หน้าแดงเถือกไปหมด ตาเบิกโตกับภาพที่เห็น ณรินทร์ทิ้งเสื้อผ้าแล้วนอนแผ่ลงบนเตียงเขาอย่างหมดสภาพจริงๆ
“ตาย ตายแน่ๆ กู”
เขาสบถกับตนเอง มองเมินภาพที่น่ามองที่สุด...ใช่...หล่อนน่ามองมากที่สุดในตอนนี้ เขาจะทำยังไงดีวะ หลับหูหลับตาเดินไปใกล้ๆ เธอ ตั้งใจจะตลบผ้าคลุมให้กับเธอเสีย กันเธอไว้จากสายตาเขา จากอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังเริ่มก่อเกิด เมื่อเห็นเธอในสภาพนั้น
ต่อไปนี้เขาจะมองหน้าเพื่อนซี้ได้เต็มตาไหมนะ
ขาวผ่อง น่าฟัดไปทั้งตัวแบบนั้น
เห็นแค่แวบเดียว ก็เสียวซ่านไปถึงไหนต่อไหน
ไม่ได้นะไอ้ภาค
บอกตัวเองแล้วคว้าเอาผ้าห่มมาคลี่ เจ้ากรรมชายผ้าห่มดันพันขาทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุไม่เจตนา ล้มทับลงบนร่างนุ่มนิ่มขาวผ่องนั้นพอดี
“อุ๊ย เจ็บนะ”
หล่อนบ่น แล้วลืมตาขึ้นมา สบสายตาเข้ากับภาคพลพอดี ตามองตานิ่งแบบนั้นก่อนที่ภาคพลจะบังคับตัวเองให้มองแค่หน้าสวยๆ นั่น ไม่ให้วอกแวกลงต่ำไปยังเต้าขาวสล้างที่แต้มยอดด้วยปลายทับทิมน่าลิ้มชิมเหลือเกิน
ไหนจะเอวคอดกิ่วนั่นอีก มันโค้งเว้าน่าจับรวบแล้ว...
ดีที่หล่อนยังสวมกางเกงในติดกายไว้ แต่แบบของกางเกงในนั้น มันเป็นแบบที่เขาแพ้มาก คือกางเกงในแบบลูกไม้ และมีสายผูกด้านข้าง เห็นแบบนี้ทีไรก็คันมืออยากดึงโบที่ผูกไว้ออกแล้วเปิด...ออก มันเหมือนกล่องของขวัญในความคิดของเขา ไม่น่าเชื่อว่าณรินทร์ผู้แต่งตัวแบบสตรีท จะใส่ข้างในน่ารักปุ๊กปิ๊กเซ็กซี่ขนาดนี้
เขาอยากจะแกะ...สายออกด้วยปากของเขา
ไอ้ณะ ไปเมาแบบนี้ที่ไหนไหมนี่ โอ๊ยน่ะ น่าตีจริงๆ
นึกหมั่นเขี้ยวหล่อนในใจ ก่อนจะเมินหน้าหนีเสีย
“ใครอะ”
เสียงถามจากปากหล่อน ภาคพลหันขวับกลับมา แล้วเอ็ดเพื่อนซี้เสียงห้วน
“ไอ้ณะ นี่เมาขนาดจำเพื่อนไม่ได้เลยหรือวะ แกนี่ เมาทุกทีเป็นงี้ทุกหนมะ ถ้าเป็นขนาดนี้ ปล่อยไปไหนไม่ได้แล้วนะ”
“ฮี่ๆ ทำไมอะ แหมก็เมา งงๆ ไปแป๊บ”
เธอประคองหน้าเขาไว้ ภาคพลใจเต้นสั่นรัว มองสบกับนัยน์ตาเยิ้มหยาดคู่นั้น อย่างลืมตัว
“ก็เพื่อนรักของเค้าเองงะ คุณภาคพล แกล้งจำไม่ได้แป๊บเดียว”
“ไอ้ณะเมาเลอะเทอะเกิน”
เขาทำเสียงสูง ใจยังคงสั่น เมื่อทาบทับครึ่งๆ บนตัวเธอ แล้วเธอก็ไม่ยอมปล่อยเขาเสียด้วย ณรินทร์เคลื่อนมือจากหน้าเขา ไปเป็นโน้มคอของเขา ยิ่งทำให้ภาคพลใจสั่น
ณรินทร์ด้วยความเมา เลยพูดสิ่งที่อยู่ลึกๆ ในใจออกมา สิ่งที่มันอัดอั้นตันใจของเธอ
“ไอ้ภาค”
“เอ่อ มีอะไร”
ท่าทางช่างสุ่มเสี่ยงเหลือเกิน ณ จุดนี้ ถ้าหล่อนไม่ปล่อยเขาไป เขามีหวังได้ฟัดเพื่อนตัวเองเข้าจริงๆ
เขาไม่ควรทำ
สติสุดท้ายสั่งไว้เหมือนใยบางๆ ที่ยึดเขาไว้ไม่ให้ทำในสิ่งที่ใจกำลังปรารถนาขั้นสุด
“แกว่า ฉันห่วยแตกตรงไหนวะ ทำไมพี่เค้าถึงไม่เลือกฉันอะ”
“แกมันไม่ได้ห่วยแตกนะไอ้ณะ แกมันเป็นผู้หญิงสุดยอดต่างหาก แล้ว...พี่เค้าหนีจากแกไปคบผู้ชายเหมือนกันไม่ใช่หรือ? เค้าเป็นเกย์อะ ก็ปรกติที่จะไม่ชอบผู้หญิง”
“ไม่ๆ ม่าย”
ณรินทร์พยายามอธิบาย ถึงสิ่งที่ติดในใจ และโดนตราหน้ามา เพราะงี้แหละเธอถึงมาเมายั้งกะหมา อ้วกแตก สิ้นสภาพแบบนี้
“ยังไง”
เขาพยายามจ้องแต่ตาเธอ แต่ทำโคตรยาก ไอ้ณะเอ๊ย นอนนมชี้หน้าเพื่อนขนาดนี้ เพื่อนจะไม่ไหวแล้วนะ...
“เค้าบอกว่าเค้าคบซ้อน แบบว่า...สารภาพว่าแบบนั้นอะ แล้วเค้าก็เลือกทางนั้นเพราะว่าฉันอะเหอๆ อมไม่เก่ง”
“เฮ้ย...”
หน้าของเขาแดงก่ำไปหมด สมองก็นึกเตลิดไปโน่นแล้ว ณรินทร์ย่นจมูกแล้วหัวเราะออกมากับสีหน้าของภาคพล
“จริงนะ ฉันไม่ชินอะ ไม่เคยทำ อะไรก็ไม่รู้ ให้ทำ เลยงับโดนไปที เค้าร้องจ๊าก แล้วเราก็ไม่เคยโอโบะจามะกันอีกเลย ฮ่าๆ”
“ไอ้ณะเอ๊ย ไอ้บ้า”
เขาหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ แล้วก็เกิดหยุดหัวเราะไม่ได้จนต้องซบลงไปกับตัวของณรินทร์เพราะหมดแรง ไม่รู้บังเอิญหรือผีผลัก ดันแขนอ่อนซบลงตรงหน้าอกข้างหนึ่งของณรินทร์พอดิบพอดี
ขาว นุ่ม หอม
ล่อตาหลอกใจขนาดนี้
เพื่อนไม่ทนแล้วนะ
ตบะของภาคพลแตกกระจายเสียแล้ว
ภาคพลเดินผิวปากขึ้นมายังคอนโด เขาแวะที่ห้องของตัวเองก่อน เขามีแผนสำหรับวันหยุดสองวันนี้...แน่ล่ะ แม่ตัวดีข้างห้อง จะต้องร่วมแผนไปกับเขาด้วยตั้งแต่วันนั้น...เขาก็มีเวลายามเย็นไปจนถึงค่ำคืนกับเธอเช้ามาทุกวัน ยัยตัวแสบก็จะรีบออกไปจากห้องแล้วไปทำงานก่อนเขา ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับห้องตัวเอง แถมบางอาทิตย์ยังล็อคห้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปหาด้วย เขาต้องหาวิธีล่อหลอกให้ออกมา ยอมเปิดประตูรับเขานั่นแหละแม้จะไม่เคยพูดเอ่ย บอกรัก หรือถึงความสัมพันธ์ว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่เขาก็เริ่มทำเหมือนเปิดตัวกลายๆ ว่าสำหรับเขากับณรินทร์ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว คนในออฟฟิศเริ่มสังเกต ยัยเจ๊จิกเป็นคนแรกที่อำ แล้วก็แซวดังมาทุกวัน ณรินทร์นั้นเวลาโดนล้อก็ปฏิเสธเสียงหลงทุกหน เขามองเธอแล้วก็เม้มปากนิดๆ เคืองแหละ บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่มีทางขนาดนั้น ตอนเย็นเลยโดนเขาจับจัดท่าหนักแก้โมโหเขาจะเอายังไงกับเธอดีนะ ปากแข็งจริงๆ แหะไม่ยอมถามเขาก่อนด้วย จะทำตีเนียนเพื่อนไปอีกนานเท่าไหร่กันเขาเม้มปากแล้วมองกล่องถุงยางในมือที่คืนนี้เขาจะพกไปด้วยที่ห้องของเธอเปิดตู้เสื้อผ้าออก เขาจำได้ว่าแม่เคยเอากล่องเคร
ไอ้มินมีเรื่องจะปรึกษาหืม...เรื่องอะไรอะมันเป็นเรื่องของเพื่อนฉันในออฟฟิศ มาปรึกษาฉัน ฉันก็เลยมาปรึกษาแกอีกทีณรินทร์หน้าแดงก่ำ เธอตกลงใจปรึกษากับน้องสาวของเธอ อ้างเรื่องคนอื่นแบบนี้ มินตราจะเชื่อไหมนะ ทางนั้นยิ่งรู้ทันเธออยู่ด้วยเอ้าว่ามา ยังไงไหนเล่า วีดีโอคลอปะพี่สาวพิมพ์ดีกว่า พี่ไม่สะดวกคุยมาๆ งั้นก็ว่ามาขืนวีดีโอคลอโดนจับผิดแหงๆ แหละว่าเป็นเรื่องของเธอ ณรินทร์เลยเริ่มพิมพ์ข้อกังขา ที่ต้องการที่ปรึกษา ก่อนที่จะวุ่นวือหัวใจไปกว่านี้คือว่าเพื่อนของพี่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายแล้วแบบว่า วันหนึ่งเกิดไปมีอะไรกัน แล้วก็มีอะไรกันมาเรื่อยๆ โดยไม่พูดเรื่องสถานะกัน แบบนี้ความสัมพันธ์มันจะเรียกว่าอะไรอะหืม...เค้าก็เรียกว่า FWB ไงล่ะคุณพี่ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ฟินๆ ฟันๆ กันไป ถึงเวลามีแฟนก็ต่างคนต่างไป เกมนี้ใครอย่าเอาใจลงมาเล่น ไม่งั้นก็แพ้อะ เค้าเรียกว่ามีความสุขในเรื่องเซ็กซ์ด้วยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันไปด้วย แต่อิสระทางใจไม่ผูกมัดเป็นเจ้าของกันพี่สงสัยว่ามันจะได้ไปแค่ไหนไอ้ความสัมพันธ์แบบนี้ โดยไม่ให้ตัวเองเจ็บ...ไม่ให้เผลอไปหลงรักเพื่อนตัวเองเข้ามินว่ายากว่ะ เพรา
“อะไร เฮ้! เฮ้ เดี๋ยวๆ จะพาไปไหนอะ”“ไปเอาของ” เสียงทุ้มเอ่ยฟังแหบต่ำนิดๆ ณรินทร์สงสัยแต่ก็เดินตามเขาไปแต่โดยดี พอถึงรถของเขาภาคพลก็กดรีโมทเปิดประตูหลังออก สตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์ แล้วดึงเธอเข้าไปในนั้น รถเอสยูวีของเขากว้างขวาง มีที่นอนปูไว้เสร็จสรรพ เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาไปที่บ้าน และแม่ของเขายืมรถเขาไปใช้ เบาะหลังเลยโดนปรับเป็นเตียงชั่วคราวมีที่นอนเรียบร้อย ไม่ได้ถามว่าแม่เอารถไปใช้ทำอะไร เพราะรีบกลับมาทำงาน และเขาก็ยังไม่ได้รื้อมันออก เนื่องจากไม่มีเวลา ตอนนี้มันกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับอาการที่เกิดกะทันหันของเขานี่ รถของเขาติดฟิล์มดำ คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่ มันสะดวก...กับสถานการณ์นี้ ณรินทร์ถูกดึงไปจูบอย่างเร่งร้อน เธอดิ้นอึกอักในตอนแรก ก่อนจะตัวอ่อนยอมตามรสจูบราวกับจะกลืนเธอนั่น มือไม้ของเขาไต่วุ่นวายไปหมดบนเนื้อตัวเธอ เธออยู่บนตัวเขาตอนนี้ กางเกงของเธอถูกรูดลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับกางเกงของเขา ส่วนนั้นผงาดสู้ทันทีเมื่อหลุดจากปราการด่านสุดท้ายมือของเธอถูกจับให้ไปกุมตรงนั้นของเขา เขากระซิบสั่งเสียงพร่าชิดปากเธอ“จับมันเบาๆ นะจ๊ะ ณะจ๋า ค่อยๆ จับ ค่อยๆ ลูบ”“อื
ภาคพลตื่นมา พบว่าตัวเองนอนเพียงลำพัง สาวที่นอนก่ายกกอยู่เกือบทั้งคืนหายตัวไปแล้ว กลายเป็นหมอนข้างแทนเขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก เมื่อคืนเขาอยากจะจัดต่อ แต่ก็ระงับใจไว้ เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังวันนี้ไม่ได้ไปทำงานกันแน่ๆเขาอาบน้ำแต่งตัว ฮัมเพลงในลำคอเบาๆ มันเป็นเพลงรัก...ไม่ใช่เพลงแอบรัก พอมาที่ลานจอดรถ รถสีชมพูของเพื่อนสนิทหายไปแล้ว หล่อนคงไปถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วนั่นแหละ มองนาฬิกาตอนนี้ยังทันถ้าเขาจะแวะซื้อขนมจีบปูเจ้าอร่อยไปฝากเธอ แต่ฝากณรินทร์คนเดียว เดี๋ยวก็โดนแขวะอีก เขาเลยซื้อพวกฮะเก๋า ขนมจีบแบบอื่นคละๆ กันไปอีกสองกล่อง เผื่อเพื่อนร่วมงานในแผนก และสำหรับบอสอีกหนึ่งกล่อง แล้วพอไปถึงออฟฟิศ ก็พบว่าณรินทร์อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนยาวสีแดงเลือดนก กางเกงยีนขาห้าส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ตอนนี้ทุกคนกำลังประสบปัญหาความร้อน เพราะแอร์ในออฟฟิศเสีย ต้องรอช่างมาซ่อมบ่าย คนที่ดูว่าจะร้อนสุดก็คือณรินทร์ ที่นั่งเหงื่อตกอยู่เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมเธอตวัดตามองค้อนภาคพลทันทีอย่างพาลๆ เมื่อเขามานั่งใกล้แล้วส่งกล่องขนมจีบกล่องพิเศษให้เธอ หลังจากที่แจกจ่ายคนอื่นไปแล้ว เธอรับไว้ก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะ
เบียร์หมดไปแล้วสองขวดกำลังจะเกินลิมิตที่เธอบอกไว้กับตัวเอง แล้วเธอก็อยู่กับเขาด้วยสองคนตอนนี้ เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา ภาคพลเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เสียงเพลงที่เขาเปิดไว้ดังคลอ คือเพลงเพื่อนสนิท...เปิดเพลงนี้ตอนนี้ทำไมหว่าเอาจริงเธอไม่ได้เมาอะไรนัก สองขวดนี่กำลังดี กำลังตึง และกำลังต่อ ตัวของณรินทร์ก็เป็นสาวนักดื่มคนหนึ่ง เอาจริงดื่มเก่งก็ตั้งแต่มาคบกับภาคพลเป็นเพื่อนซี้นี่แหละ “เมาแล้วอะ ขอกลับห้องได้ปะ”พอเธอเอ่ยออกไปแบบนี้ คนรู้คอรู้ดีกรีก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วอมยิ้มตาพราว เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาเลย มันทำให้ใจสั่นหวั่นไหวงือ...ยอมรับแหละว่าใจสั่น“อย่างแกน่ะเหรอเมา ไอ้ณะ”“ก็...เมาสิ เชื้อมันมีก็เลยเมาค้างอะ วันนี้ก็เมาค้างทั้งวันนะ”“เอาดีๆ” ภาคพลทำเสียงนุ่ม ขณะที่มองตาเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม สายตาของเขาทำให้ณรินทร์ใจเต้นแรง และหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาในทันทีมือของเขาจับมือของเธอไปคลึงเล่น ณรินทร์ไม่ได้เมาเบียร์ตอนนี้เธอกำลังเมาสายตาและร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสของภาคพล“เมาเบียร์ หรือว่าเมาภาค”“อื้อ...” ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วเผลอจ้องตาเขาราวกับถูกสะกดภาคพลดึง
“ซื้อมาทำไมเป็นลัง” มองเบียร์ที่เขายกขึ้นหลังรถมา ณรินทร์ก็ตาเหลือก ภาคพลทำหน้านิ่ง แล้วทำเสียงสูงใส่เธอ“อะไร้ ไอ้ณะ กลัวเหรอ ป๊อดนี่หว่า”“ไม่เคยป๊อดนะ แต่แบบ เมามากก็ไม่ไหวปะวะ แล้วแกจะฉลองอะไรอะไอ้ภาค มีอะไรให้ฉลอง”เธอมองหน้าเขาอย่างจับจ้อง ภาคพลเอ่ยหน้าตาย“ฉันอกหัก”“หืม?”“เอ่อ ก็อกหัก อกหักช้ำรักแบบแกงะ ทำไมล่ะไอ้ณะ ทีแกฉันไปกินเป็นเพื่อน ลากแกกลับ แล้วก็ต้องมาเก็บสภาพแกยามเมาปลิ้นอีก แล้วทีเพื่อนอกหักบ้าง ขอให้กินด้วยแค่นี้ แค่เนี้ยะ ปฏิเสธเพื่อนเหรอ?” แล้วก็ทำเบะปาก ทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเป็นเด็กชายแล้วจะร้องไห้ เล่นเอาณรินทร์รีบห้ามเพราะรับสภาพเพื่อนทำแบบนี้ไม่ได้“พอๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น อย่าทำปากเปะ ไอ้ภาค”“ทำไมล่ะ เห็นแล้วแกเกิดอารมณ์ กับหน้าตาเวอร์ชั่นนี้ของฉันเหรอ” “อารมณ์เสียน่ะสิ ทำหน้าตายังกับเด็กสามขวบงอแงอะ ทุเรศ รับไม่ได้”เธอว่า เธอกับเขาหยอกกันแรงๆ แบบนี้ตลอด แต่ก็ไม่เคยโกรธกัน ภาคพลชอบด้วยซ้ำ ที่เธอด่า ไม่รู้โรคจิตไหมนะ เขาชอบตอนเธอมีอารมณ์แว้นๆ โมโหแล้วเพื่อนสาวคนสนิทจะหน้าแดง น่ารักจะตายไปแต่คนอื่นมาด่าแบบนี้คงมีอย่างอื่นมากกว่าจะมามองว่าน่ารัก







