LOGINเบียร์หมดไปแล้วสองขวด
กำลังจะเกินลิมิตที่เธอบอกไว้กับตัวเอง แล้วเธอก็อยู่กับเขาด้วยสองคนตอนนี้
เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา ภาคพลเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เสียงเพลงที่เขาเปิดไว้ดังคลอ คือเพลงเพื่อนสนิท...
เปิดเพลงนี้ตอนนี้ทำไมหว่า
เอาจริงเธอไม่ได้เมาอะไรนัก สองขวดนี่กำลังดี กำลังตึง และกำลังต่อ ตัวของณรินทร์ก็เป็นสาวนักดื่มคนหนึ่ง เอาจริงดื่มเก่งก็ตั้งแต่มาคบกับภาคพลเป็นเพื่อนซี้นี่แหละ
“เมาแล้วอะ ขอกลับห้องได้ปะ”
พอเธอเอ่ยออกไปแบบนี้ คนรู้คอรู้ดีกรีก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วอมยิ้มตาพราว เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาเลย มันทำให้ใจสั่นหวั่นไหว
งือ...ยอมรับแหละว่าใจสั่น
“อย่างแกน่ะเหรอเมา ไอ้ณะ”
“ก็...เมาสิ เชื้อมันมีก็เลยเมาค้างอะ วันนี้ก็เมาค้างทั้งวันนะ”
“เอาดีๆ”
ภาคพลทำเสียงนุ่ม ขณะที่มองตาเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม สายตาของเขาทำให้ณรินทร์ใจเต้นแรง และหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาในทันที
มือของเขาจับมือของเธอไปคลึงเล่น
ณรินทร์ไม่ได้เมาเบียร์
ตอนนี้เธอกำลังเมาสายตาและร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสของภาคพล
“เมาเบียร์ หรือว่าเมาภาค”
“อื้อ...”
ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วเผลอจ้องตาเขาราวกับถูกสะกด
ภาคพลดึงเธอเข้าไปใกล้ ณรินทร์อ่อนโอนตามแรงรั้งนั้น แล้วริมฝีปากรุ่มร้อนก็กดลงมาบนกลีบปากที่แย้มเผยอของเธอ
เขาบดจูบลงมาแนบแน่น และสอดลิ้นเข้ามาควานหาความหวานละมุนในโพรงปากนุ่มนั่น ณรินทร์ตัวอ่อนในอ้อมแขนเขา เขาจูบเก่งมาก จูบเหมือนจะกินเธอเข้าไป ทำให้เธอจูบตอบเขาอย่างเงอะงะในตอนแรก ก่อนจะลองริทำแบบที่เขาทำแล้วเธอรู้สึกดี
หูฟังเสียงเขาครางเบาๆ มันทำให้เธอฮึกเหิม และรู้สึกดีที่ทำให้เขาสะท้านเหมือนที่เขาทำกับเธอบ้าง มือของเขาเลื่อนลูบไปตามร่างกายเธอ และกว่าที่เธอจะรู้ตัว เธอก็ถูกตวัดช้อนอุ้มทั้งที่ยังไม่ถอนจูบ ขณะที่เธอยังคงเมามัวไปกับจูบของเขานั้น เธอก็สะดุ้งนิดๆ เมื่อถูกวางลงบนเตียงนุ่ม...กลิ่นของเขา กลิ่นน้ำหอมประจำตัว ที่เขาเคยบอกว่ามันยั่วเย ตอนนี้ ณ นาทีนี้ ณรินทร์ถูกห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นนั้น ความปรารถนาของเธอกำลังคุกรุ่น แล่นไหลไปรวมอยู่ตรงที่เดียว ที่กำลังฉ่ำหวาม หวานเพื่อเขา
ณรินทร์ถูกปลดเปลื้องจากเสื้อผ้าของตน เขาจูบไปด้วยถอดไปด้วย เธอมัวแต่หลับตาพริ้มปริ่มกับรสจูบ ที่เพียงแค่จูบมันราวกับถูกเขาร่วมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จูบนั้นมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้เลยหรือ ไม่เคยรู้มาก่อนถ้าไม่เจอะเจอเข้ากับเขา
เพื่อนตัวแสบของเธอ
“อื้ม อะ”
“น่าฟัดมาก หื้ม หอมไปหมดเลย ทำไมซ่อนรูปแบบนี้นะ”
ไม่พูดแค่ปาก แต่ยังเอาปากไปจูบ ไปดูดทั้งสองเต้าไปด้วยอย่างเมามัน มือของเขาเลื่อนไล้ต่ำลงไปด้านล่าง แทรกไปยังกลีบสาวแน่นแนบ ที่เมื่อคืนนี้ทำให้เขาเซอร์ไพรส์สุดๆ กับความฟิต ความฟินยังกับสาวบริสุทธิ์นั่น
“อะ อ๊า”
“ชอบไหม หืม...ณะ”
ปากถาม แล้วก็ไม่รอคำตอบ เขารับรู้จากภาษากายว่าเธอนั้นชอบสิ่งที่เขากำลังทำ คือดูดหน้าอกเธอแรงๆ และเสียดสีนิ้วเข้าออกกับกลีบสาวแฉะฉ่ำไปด้วย
“อุ๊ย อื้ม”
“ณะจ๋า ณะหอมไปหมดทั้งตัวเลย ใช้น้ำหอมของภาคใช่ไหม? หืม...กลิ่นนี้หอมละมุน เหมือนณะเป็นขนมเลย ขนมของผม”
เขาตวัดลิ้นเลียผิวเนื้อของเธอไปด้วย แล้วขบเม้มบางแห่งเหมือนจะกินเธอจริงๆ เล่นเอาณรินทร์สะดุ้งเป็นระยะ ที่เขาฟัดเธอ อา...ทำแบบนั้นเธอจะเป็นรอยอีกไหมนะ
“อื้อ...ชะ ใช่”
“น่ารัก น่ารักไปหมด”
เขาคำราม เริ่มไล้หน้าลงต่ำ ไปตามผิวลาดละมุนของณรินทร์ หล่อนช่างเป็นของล้ำค่า ที่ดันบังเอิญตกลงมาในมือเขา และภาคพลก็ไม่มีทางปล่อยเธอไปได้ง่ายๆ อย่างที่เคยปล่อยให้ลอยหน้าลอยตายั่วน้ำลายเขาอยู่ทุกวันแน่ๆ
ยอมรับก็ได้ว่าเขาลึกๆ แอบชอบเธอ
แต่เพราะอยากเก็บเธอไว้ข้างตัว ไม่อยากเสียไปถ้าเกิดเผลอไปคิดเยอะฝ่ายเดียว
ตอนนี้อะไรก็รั้งไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว
หน้ามึนเนียนอุ้มขึ้นเตียง จับฟัดจับปรนเปรอด้วยเซ็กซ์สุดเหวี่ยง ทำให้เธอติดเขา เหมือนที่เขากำลังขาดเธอไม่ได้ แล้วค่อยตีเนียนเพิ่มขยับสถานะเอาวะ บอกกับตัวเองแบบนั้น แล้วตั้งใจจริงที่จะทำด้วย
“ภาค ยะ อย่า จะทำอะไรอะ”
“กางเกงในแบบเมื่อคืนวาน ณะใส่อีกทุกวันนะ ไม่เอากางเกงในแบบนี้ เดี๋ยวภาคซื้อให้เลยสองโหล”
เขาว่า เมื่อดึงบิกินี่ตัวจิ๋วของเธอให้หลุดออกจากสะโพก ณรินทร์กำลังจะค้านว่าเขามายุ่งอะไรกับกางเกงในของเธอ...แล้วก็ต้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เมื่อเขาจับเธอแหกขา ออกกว้างแล้วซบหน้าลงไปกับกลีบสาวอิ่มอูมฉ่ำน้ำ แล้วทำการกินเธอ จนเธอถึงกับสะโพกลอยขึ้นจากเตียงด้วยลีลาตวัดลิ้นของเขา ครางออกมาลั่น หลับตาแน่น...ดวงดาวแตกพร่าละลานไปหมดในสมองของเธอ
เธอถึงกับเกร็งกระตุก น้ำใสไหลเอ่อเต็มปากเขาจนล้นไปหมด เขาเงยหน้าจากตรงนั้น มือของเขาจับกุมสาวรูดความเป็นชายไปด้วย มันพองแข็งเต็มที่ เต็มกำลังรบ
“ภาค...” เธอเบิกตาขึ้นนิดๆ เมื่อเห็นว่าเขากำลังคุกเข่า แล้วจับตรงนั้นไว้ในอุ้งมือ
“โอ...มันใหญ่มาก”
“ไม่เจ็บหรอก เมื่อคืน มันเข้าไปในตัวของณะตั้งหลายครั้ง”
เขาว่าแล้วยิ้มร้าย ณรินทร์กลืนน้ำลาย แล้วเหมือนตัวเหลวไปถึงกระดูกเมื่อเขาพูดแบบนั้น
เมื่อคืนจำไม่ได้
ตอนนี้จำได้ทุกอย่างเลย
แล้วก็อยากรู้...อยากเห็น ว่าถ้าเกิดเขาเข้าไปในตัวเธอ ณรินทร์จะลอยคว้างไปถึงสวรรค์ เหมือนกับปากลิ้นของเขาที่ส่งเธอไปถึงเมื่อครู่ไหม
“อา...”
เธอหลับตาแน่น แล้วกัดริมฝีปาก แต่ไม่ได้ถอยหนี ยังคงนอนระทวยรอเขา...ภาคพลค่อยเคลื่อนตัวเหนือร่างเธอ โน้มตัวลงจูบเธอ จับขาของเธอให้พาดบนต้นขาเขา เปิดกว้างเธอ คลึงเคล้นเธอ และถูไถทักทายส่วนชายกับส่วนหญิง แล้วค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปทีละน้อย เพราะเธอยังคงใหม่กับขนาดของเขา แต่ปากยังคงคลอเคลียจูบซับ สร้างความหวามหวิวให้ไม่ขาด
“อื้ม อา”
“ณะจ๋า แน่นมาก อูย...”
“อื้อ...มันแน่นไปหมดเลย”
เธอปรือตามองเขา เขายิ้มชิดปากเธอก่อนจะเม้มงับปากล่างเธอเล่น สะโพกเริ่มไหวเคลื่อน จังหวะจากช้าๆ ไปก่อน แล้วค่อยๆ เร็วขึ้น เร็วขึ้น
เธอถูกพาไต่บันไดสวรรค์ ทีละขั้นทีละขั้น
จนเปิดประตูไปสู่ความเจิดจ้า เปี่ยมสุดในอ้อมแขนเขาและจังหวะส่งท้ายของเขา แล้วค่อยๆ ร่วงรินลงมาพร้อมกับเขา หายใจแทบไม่เป็นส่ำ แล้วค่อยเป็นจังหวะเดียวกันในอ้อมแขนของภาคพล
อา...
อีกแล้ว
หนนี้ไม่เมา
แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะถ้าตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้...
ภาคพลเดินผิวปากขึ้นมายังคอนโด เขาแวะที่ห้องของตัวเองก่อน เขามีแผนสำหรับวันหยุดสองวันนี้...แน่ล่ะ แม่ตัวดีข้างห้อง จะต้องร่วมแผนไปกับเขาด้วยตั้งแต่วันนั้น...เขาก็มีเวลายามเย็นไปจนถึงค่ำคืนกับเธอเช้ามาทุกวัน ยัยตัวแสบก็จะรีบออกไปจากห้องแล้วไปทำงานก่อนเขา ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับห้องตัวเอง แถมบางอาทิตย์ยังล็อคห้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปหาด้วย เขาต้องหาวิธีล่อหลอกให้ออกมา ยอมเปิดประตูรับเขานั่นแหละแม้จะไม่เคยพูดเอ่ย บอกรัก หรือถึงความสัมพันธ์ว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่เขาก็เริ่มทำเหมือนเปิดตัวกลายๆ ว่าสำหรับเขากับณรินทร์ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว คนในออฟฟิศเริ่มสังเกต ยัยเจ๊จิกเป็นคนแรกที่อำ แล้วก็แซวดังมาทุกวัน ณรินทร์นั้นเวลาโดนล้อก็ปฏิเสธเสียงหลงทุกหน เขามองเธอแล้วก็เม้มปากนิดๆ เคืองแหละ บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่มีทางขนาดนั้น ตอนเย็นเลยโดนเขาจับจัดท่าหนักแก้โมโหเขาจะเอายังไงกับเธอดีนะ ปากแข็งจริงๆ แหะไม่ยอมถามเขาก่อนด้วย จะทำตีเนียนเพื่อนไปอีกนานเท่าไหร่กันเขาเม้มปากแล้วมองกล่องถุงยางในมือที่คืนนี้เขาจะพกไปด้วยที่ห้องของเธอเปิดตู้เสื้อผ้าออก เขาจำได้ว่าแม่เคยเอากล่องเคร
ไอ้มินมีเรื่องจะปรึกษาหืม...เรื่องอะไรอะมันเป็นเรื่องของเพื่อนฉันในออฟฟิศ มาปรึกษาฉัน ฉันก็เลยมาปรึกษาแกอีกทีณรินทร์หน้าแดงก่ำ เธอตกลงใจปรึกษากับน้องสาวของเธอ อ้างเรื่องคนอื่นแบบนี้ มินตราจะเชื่อไหมนะ ทางนั้นยิ่งรู้ทันเธออยู่ด้วยเอ้าว่ามา ยังไงไหนเล่า วีดีโอคลอปะพี่สาวพิมพ์ดีกว่า พี่ไม่สะดวกคุยมาๆ งั้นก็ว่ามาขืนวีดีโอคลอโดนจับผิดแหงๆ แหละว่าเป็นเรื่องของเธอ ณรินทร์เลยเริ่มพิมพ์ข้อกังขา ที่ต้องการที่ปรึกษา ก่อนที่จะวุ่นวือหัวใจไปกว่านี้คือว่าเพื่อนของพี่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายแล้วแบบว่า วันหนึ่งเกิดไปมีอะไรกัน แล้วก็มีอะไรกันมาเรื่อยๆ โดยไม่พูดเรื่องสถานะกัน แบบนี้ความสัมพันธ์มันจะเรียกว่าอะไรอะหืม...เค้าก็เรียกว่า FWB ไงล่ะคุณพี่ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ฟินๆ ฟันๆ กันไป ถึงเวลามีแฟนก็ต่างคนต่างไป เกมนี้ใครอย่าเอาใจลงมาเล่น ไม่งั้นก็แพ้อะ เค้าเรียกว่ามีความสุขในเรื่องเซ็กซ์ด้วยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันไปด้วย แต่อิสระทางใจไม่ผูกมัดเป็นเจ้าของกันพี่สงสัยว่ามันจะได้ไปแค่ไหนไอ้ความสัมพันธ์แบบนี้ โดยไม่ให้ตัวเองเจ็บ...ไม่ให้เผลอไปหลงรักเพื่อนตัวเองเข้ามินว่ายากว่ะ เพรา
“อะไร เฮ้! เฮ้ เดี๋ยวๆ จะพาไปไหนอะ”“ไปเอาของ” เสียงทุ้มเอ่ยฟังแหบต่ำนิดๆ ณรินทร์สงสัยแต่ก็เดินตามเขาไปแต่โดยดี พอถึงรถของเขาภาคพลก็กดรีโมทเปิดประตูหลังออก สตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์ แล้วดึงเธอเข้าไปในนั้น รถเอสยูวีของเขากว้างขวาง มีที่นอนปูไว้เสร็จสรรพ เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาไปที่บ้าน และแม่ของเขายืมรถเขาไปใช้ เบาะหลังเลยโดนปรับเป็นเตียงชั่วคราวมีที่นอนเรียบร้อย ไม่ได้ถามว่าแม่เอารถไปใช้ทำอะไร เพราะรีบกลับมาทำงาน และเขาก็ยังไม่ได้รื้อมันออก เนื่องจากไม่มีเวลา ตอนนี้มันกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับอาการที่เกิดกะทันหันของเขานี่ รถของเขาติดฟิล์มดำ คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่ มันสะดวก...กับสถานการณ์นี้ ณรินทร์ถูกดึงไปจูบอย่างเร่งร้อน เธอดิ้นอึกอักในตอนแรก ก่อนจะตัวอ่อนยอมตามรสจูบราวกับจะกลืนเธอนั่น มือไม้ของเขาไต่วุ่นวายไปหมดบนเนื้อตัวเธอ เธออยู่บนตัวเขาตอนนี้ กางเกงของเธอถูกรูดลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับกางเกงของเขา ส่วนนั้นผงาดสู้ทันทีเมื่อหลุดจากปราการด่านสุดท้ายมือของเธอถูกจับให้ไปกุมตรงนั้นของเขา เขากระซิบสั่งเสียงพร่าชิดปากเธอ“จับมันเบาๆ นะจ๊ะ ณะจ๋า ค่อยๆ จับ ค่อยๆ ลูบ”“อื
ภาคพลตื่นมา พบว่าตัวเองนอนเพียงลำพัง สาวที่นอนก่ายกกอยู่เกือบทั้งคืนหายตัวไปแล้ว กลายเป็นหมอนข้างแทนเขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก เมื่อคืนเขาอยากจะจัดต่อ แต่ก็ระงับใจไว้ เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังวันนี้ไม่ได้ไปทำงานกันแน่ๆเขาอาบน้ำแต่งตัว ฮัมเพลงในลำคอเบาๆ มันเป็นเพลงรัก...ไม่ใช่เพลงแอบรัก พอมาที่ลานจอดรถ รถสีชมพูของเพื่อนสนิทหายไปแล้ว หล่อนคงไปถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วนั่นแหละ มองนาฬิกาตอนนี้ยังทันถ้าเขาจะแวะซื้อขนมจีบปูเจ้าอร่อยไปฝากเธอ แต่ฝากณรินทร์คนเดียว เดี๋ยวก็โดนแขวะอีก เขาเลยซื้อพวกฮะเก๋า ขนมจีบแบบอื่นคละๆ กันไปอีกสองกล่อง เผื่อเพื่อนร่วมงานในแผนก และสำหรับบอสอีกหนึ่งกล่อง แล้วพอไปถึงออฟฟิศ ก็พบว่าณรินทร์อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนยาวสีแดงเลือดนก กางเกงยีนขาห้าส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ตอนนี้ทุกคนกำลังประสบปัญหาความร้อน เพราะแอร์ในออฟฟิศเสีย ต้องรอช่างมาซ่อมบ่าย คนที่ดูว่าจะร้อนสุดก็คือณรินทร์ ที่นั่งเหงื่อตกอยู่เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมเธอตวัดตามองค้อนภาคพลทันทีอย่างพาลๆ เมื่อเขามานั่งใกล้แล้วส่งกล่องขนมจีบกล่องพิเศษให้เธอ หลังจากที่แจกจ่ายคนอื่นไปแล้ว เธอรับไว้ก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะ
เบียร์หมดไปแล้วสองขวดกำลังจะเกินลิมิตที่เธอบอกไว้กับตัวเอง แล้วเธอก็อยู่กับเขาด้วยสองคนตอนนี้ เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา ภาคพลเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เสียงเพลงที่เขาเปิดไว้ดังคลอ คือเพลงเพื่อนสนิท...เปิดเพลงนี้ตอนนี้ทำไมหว่าเอาจริงเธอไม่ได้เมาอะไรนัก สองขวดนี่กำลังดี กำลังตึง และกำลังต่อ ตัวของณรินทร์ก็เป็นสาวนักดื่มคนหนึ่ง เอาจริงดื่มเก่งก็ตั้งแต่มาคบกับภาคพลเป็นเพื่อนซี้นี่แหละ “เมาแล้วอะ ขอกลับห้องได้ปะ”พอเธอเอ่ยออกไปแบบนี้ คนรู้คอรู้ดีกรีก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วอมยิ้มตาพราว เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาเลย มันทำให้ใจสั่นหวั่นไหวงือ...ยอมรับแหละว่าใจสั่น“อย่างแกน่ะเหรอเมา ไอ้ณะ”“ก็...เมาสิ เชื้อมันมีก็เลยเมาค้างอะ วันนี้ก็เมาค้างทั้งวันนะ”“เอาดีๆ” ภาคพลทำเสียงนุ่ม ขณะที่มองตาเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม สายตาของเขาทำให้ณรินทร์ใจเต้นแรง และหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาในทันทีมือของเขาจับมือของเธอไปคลึงเล่น ณรินทร์ไม่ได้เมาเบียร์ตอนนี้เธอกำลังเมาสายตาและร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสของภาคพล“เมาเบียร์ หรือว่าเมาภาค”“อื้อ...” ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วเผลอจ้องตาเขาราวกับถูกสะกดภาคพลดึง
“ซื้อมาทำไมเป็นลัง” มองเบียร์ที่เขายกขึ้นหลังรถมา ณรินทร์ก็ตาเหลือก ภาคพลทำหน้านิ่ง แล้วทำเสียงสูงใส่เธอ“อะไร้ ไอ้ณะ กลัวเหรอ ป๊อดนี่หว่า”“ไม่เคยป๊อดนะ แต่แบบ เมามากก็ไม่ไหวปะวะ แล้วแกจะฉลองอะไรอะไอ้ภาค มีอะไรให้ฉลอง”เธอมองหน้าเขาอย่างจับจ้อง ภาคพลเอ่ยหน้าตาย“ฉันอกหัก”“หืม?”“เอ่อ ก็อกหัก อกหักช้ำรักแบบแกงะ ทำไมล่ะไอ้ณะ ทีแกฉันไปกินเป็นเพื่อน ลากแกกลับ แล้วก็ต้องมาเก็บสภาพแกยามเมาปลิ้นอีก แล้วทีเพื่อนอกหักบ้าง ขอให้กินด้วยแค่นี้ แค่เนี้ยะ ปฏิเสธเพื่อนเหรอ?” แล้วก็ทำเบะปาก ทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเป็นเด็กชายแล้วจะร้องไห้ เล่นเอาณรินทร์รีบห้ามเพราะรับสภาพเพื่อนทำแบบนี้ไม่ได้“พอๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น อย่าทำปากเปะ ไอ้ภาค”“ทำไมล่ะ เห็นแล้วแกเกิดอารมณ์ กับหน้าตาเวอร์ชั่นนี้ของฉันเหรอ” “อารมณ์เสียน่ะสิ ทำหน้าตายังกับเด็กสามขวบงอแงอะ ทุเรศ รับไม่ได้”เธอว่า เธอกับเขาหยอกกันแรงๆ แบบนี้ตลอด แต่ก็ไม่เคยโกรธกัน ภาคพลชอบด้วยซ้ำ ที่เธอด่า ไม่รู้โรคจิตไหมนะ เขาชอบตอนเธอมีอารมณ์แว้นๆ โมโหแล้วเพื่อนสาวคนสนิทจะหน้าแดง น่ารักจะตายไปแต่คนอื่นมาด่าแบบนี้คงมีอย่างอื่นมากกว่าจะมามองว่าน่ารัก







