LOGINภาคพลตื่นมา พบว่าตัวเองนอนเพียงลำพัง สาวที่นอนก่ายกกอยู่เกือบทั้งคืนหายตัวไปแล้ว กลายเป็นหมอนข้างแทน
เขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก เมื่อคืนเขาอยากจะจัดต่อ แต่ก็ระงับใจไว้ เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังวันนี้ไม่ได้ไปทำงานกันแน่ๆ
เขาอาบน้ำแต่งตัว ฮัมเพลงในลำคอเบาๆ มันเป็นเพลงรัก...ไม่ใช่เพลงแอบรัก พอมาที่ลานจอดรถ รถสีชมพูของเพื่อนสนิทหายไปแล้ว หล่อนคงไปถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วนั่นแหละ มองนาฬิกาตอนนี้ยังทันถ้าเขาจะแวะซื้อขนมจีบปูเจ้าอร่อยไปฝากเธอ
แต่ฝากณรินทร์คนเดียว เดี๋ยวก็โดนแขวะอีก เขาเลยซื้อพวกฮะเก๋า ขนมจีบแบบอื่นคละๆ กันไปอีกสองกล่อง เผื่อเพื่อนร่วมงานในแผนก และสำหรับบอสอีกหนึ่งกล่อง แล้วพอไปถึงออฟฟิศ ก็พบว่าณรินทร์อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนยาวสีแดงเลือดนก กางเกงยีนขาห้าส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ตอนนี้ทุกคนกำลังประสบปัญหาความร้อน เพราะแอร์ในออฟฟิศเสีย ต้องรอช่างมาซ่อมบ่าย คนที่ดูว่าจะร้อนสุดก็คือณรินทร์ ที่นั่งเหงื่อตกอยู่เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวม
เธอตวัดตามองค้อนภาคพลทันทีอย่างพาลๆ เมื่อเขามานั่งใกล้แล้วส่งกล่องขนมจีบกล่องพิเศษให้เธอ หลังจากที่แจกจ่ายคนอื่นไปแล้ว เธอรับไว้ก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะ ยังคงค้อนเขาขวับๆ ร้อนมาก...ร้อนแทบเป็นลม แต่เธอจะถลกแขนเสื้อขึ้น หรือดึงเสื้อลง เธอก็ทำไม่ได้สักสิ่ง...คนบ้าอะไร เล่นมาฝากรอยคิสมาร์คไว้ยันตรงท้องแขนเธอ
“แต่งตัวอะไรเหมือนกับอยู่ลอนดอนเลยนะไอ้ณะ”
“ใครทำให้ฉันต้องแต่งแบบนี้ล่ะ”
เธอขึงตาใส่เขา ภาคพลเอียงคอ เธอเม้มปากก่อนจะดึงเอาคอเสื้อลงนิดหนึ่ง เขาเบิกตาขึ้นเมื่อเห็นร่องรอยแดงๆ บนลำคอเธอ ก่อนจะทำตาพราวใส่เพื่อนซี้ ที่ทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเขา
“ไอ้ภาค อย่าทำแบบนี้กับร่างกายฉันอีกนะ” เธอว่าเสียงเหมือนคำรามแบบให้ได้ยินกันสองคน
“อื้ม...วันหลังจะเบาๆ ถ้าจะทำรอย จะทำแบบในร่มผ้า”
คำตอบของเขา ทำให้ณรินทร์หน้าแดงก่ำแล้วอ้าปากค้าง เธอทำปากพะงาบๆ ด่าเขาแบบไม่มีเสียง
ใครจะให้แกทำอีกวะ
เขาอ่านปากเธอได้แบบนี้
แต่หาได้สนใจไม่ เขาผิวปากหวือแล้วลอยหน้าลอยตากวนๆ อยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เห็นแล้วณรินทร์อยากไปหยุมหัวนัก
สับสนไปหมดแล้วเนี่ย
ตกลงว่าเธอกับเขา ความสัมพันธ์ตอนนี้มันคืออะไรอะ?
...............................................................................................................................................................
วันนั้นตกลงพนักงานแผนกของเธอที่แอร์เสียเลยจำต้องหอบงานไปนั่งทำที่คาเฟ่เป็นการชั่วคราว ณรินทร์เลยรอดจากการเป็นลมไปได้หวุดหวิด ตอนนี้เธอกำลังนั่งถกงานกับภาคพลอยู่ พอบทจะเข้าโหมดงาน เขากับเธอก็จะจริงจัง สมองจริงจังกันแต่เรื่องงาน ไม่มีวอกแวกแวะเรื่องอื่น
“แกคิดว่าโอเคหรือยัง งานนี้บอสจะซื้อมะ”
“ก็ทำเผื่อไปอีกอันก็ได้นะ ฉันว่าแกปรับตรงนี้หน่อย บอสก็น่าจะรับไว้ทั้งสองอันแหละ”
“อืม...ก็ดีนะ เพราะสินค้าของลูกค้าอะ มันขายผู้หญิงไม่เน้นอายุ มันก็หลากหลายในการนำเสนอดี”
“แต่มันก็เหนื่อยเราที่จะต้องทำไว้เผื่อ ให้ลูกค้าเลือก เพราะถ้าเราอ่านใจลูกค้าไม่ออก ก็เท่ากับเขาไม่ซื้อเลย”
“เดี๋ยวฉันจะลองหาเทรนในสื่อออนไลน์ดู ว่าเค้ากำลังฮิตอะไรกันจะได้เอามาปรับๆ ดู ลูกค้าเจ้าของแบรนด์เป็นเนตไอดอล โดนใจคงซื้อเลยแหละ เราทำเผื่อไว้ว่าเอาลงในติ๊กต่อก เฟซบุ๊ค อินสตาร์แกรมได้ด้วย ลูกค้าจะได้เอาไปใช้ได้เยอะเลย”
“เอาสิ...สมองของแกยอดเยี่ยมเสมอแหละ”
ภาคพลชม แล้วเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอเบาๆ เขาทำบ่อยแหละไอ้อาการนี้อะ แต่พอทำหลังจากที่ผ่านค่ำคืนมาด้วยกันมันทำให้สิ่งที่เขาทำ จากเธอรำคาญและไม่ชอบ กลายเป็นเขินแทน
งื้อ...
“เป็นอะไรไป ร้อนเหรอ หน้าแดงเชียว”
เขาทัก แล้วอมยิ้มกับอาการนั่งบิดแถมหน้าแดงถึงหูของณรินทร์ เธอน่ารักมาก ไม่ติดว่ายกกันมาทั้งแผนกนั่งกันอยู่เต็มร้าน เขามีดึงมาจูบแน่ๆ
“เอ่อ ร้อน”
โบ้ยให้อากาศไปเสีย แล้วขวางตากับอาการยิ้มตาเล็กตาน้อยของเขามาก เลยไล่ให้เขาไปหาชาเขียวกับขนมมาให้ เขาก็ไปแต่โดยดี หนนี้ไม่เก็บเงินเธอด้วย ไม่ทวงเงินเธอสักบาท
ขนมจีบปูเมื่อเช้าอีก
สายเปย์หรือยะ...
เธอปรายตามองเพื่อนตัวแสบ แล้วคิดจะแกล้งเขาเล็กๆ น้อยๆ อยากจะลองใจเขาด้วยแหละ ว่าจะยังไงกับเธอ
“ถ้างานวันนี้เคลียร์ อยากกินปิ้งย่างเกาหลีจังเลย”
เอ่ยลอยๆ คนที่เอาชาเขียวกับขนมเค้กมะพร้าวมาให้ เอ่ยตอบรับทันที
“เอาสิ...เดี๋ยวพาไป กินที่ร้านแถวๆ บ้านเรา แกอยากกินเนื้อด้วยไหมล่ะ เห็นเคยบอกว่าอยากลองกินเนื้อวากิว เดี๋ยวเพื่อนพาไปกินเอง”
“หืม”
เธอถึงกับเลิกคิ้วแล้วมองหน้าภาคพล ทางนั้นยิ้มหวานส่งให้เธอ แล้วหลิ่วตาให้เธอก่อนจะเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน
“กับณะอะ ทุ่มนะขอบอก”
“สายเปย์เหรอ เราอะ”
เธอทำตาโตใส่เขา ตาแป๋วๆ นั่นทำให้ภาคพลเกือบจะอดไม่ไหวแล้ว
“อื้ม...เปย์สิ ก็ของดีคุ้มค่า หอมหวานไปหมด ก็ต้องเปย์ต้องปะเหลาะไว้นานๆ”
“ไอ้ภาคมีอะไรจะถาม”
เธอกัดริมฝีปาก หน้าแดงไปหมดเมื่อเขาพูดแบบนั้น เธอกับเขายังไม่มีใครพูดถึงเรื่องสถานะอะไรนั่น เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี
“ว่าไง?”
เขายังคงยิ้มตาพราว อยากเอาจมูกไถแก้มแดงๆ นั่นจัง แล้วก็เลื่อนลงไปอีก ไปอีก...
โอ...
เขาเริ่มแข็งขึ้นมาจนปวดไปหมด
ตาคมนั้นหรี่ลง...ความยับยั้งชั่งใจของเขาหายไปเมื่อจับมือของเธอแล้วดึงให้เธอลุกขึ้นแล้วเดินตามเขาไปที่ลานจอดรถของคาเฟ่
ภาคพลเดินผิวปากขึ้นมายังคอนโด เขาแวะที่ห้องของตัวเองก่อน เขามีแผนสำหรับวันหยุดสองวันนี้...แน่ล่ะ แม่ตัวดีข้างห้อง จะต้องร่วมแผนไปกับเขาด้วยตั้งแต่วันนั้น...เขาก็มีเวลายามเย็นไปจนถึงค่ำคืนกับเธอเช้ามาทุกวัน ยัยตัวแสบก็จะรีบออกไปจากห้องแล้วไปทำงานก่อนเขา ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับห้องตัวเอง แถมบางอาทิตย์ยังล็อคห้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปหาด้วย เขาต้องหาวิธีล่อหลอกให้ออกมา ยอมเปิดประตูรับเขานั่นแหละแม้จะไม่เคยพูดเอ่ย บอกรัก หรือถึงความสัมพันธ์ว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่เขาก็เริ่มทำเหมือนเปิดตัวกลายๆ ว่าสำหรับเขากับณรินทร์ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว คนในออฟฟิศเริ่มสังเกต ยัยเจ๊จิกเป็นคนแรกที่อำ แล้วก็แซวดังมาทุกวัน ณรินทร์นั้นเวลาโดนล้อก็ปฏิเสธเสียงหลงทุกหน เขามองเธอแล้วก็เม้มปากนิดๆ เคืองแหละ บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่มีทางขนาดนั้น ตอนเย็นเลยโดนเขาจับจัดท่าหนักแก้โมโหเขาจะเอายังไงกับเธอดีนะ ปากแข็งจริงๆ แหะไม่ยอมถามเขาก่อนด้วย จะทำตีเนียนเพื่อนไปอีกนานเท่าไหร่กันเขาเม้มปากแล้วมองกล่องถุงยางในมือที่คืนนี้เขาจะพกไปด้วยที่ห้องของเธอเปิดตู้เสื้อผ้าออก เขาจำได้ว่าแม่เคยเอากล่องเคร
ไอ้มินมีเรื่องจะปรึกษาหืม...เรื่องอะไรอะมันเป็นเรื่องของเพื่อนฉันในออฟฟิศ มาปรึกษาฉัน ฉันก็เลยมาปรึกษาแกอีกทีณรินทร์หน้าแดงก่ำ เธอตกลงใจปรึกษากับน้องสาวของเธอ อ้างเรื่องคนอื่นแบบนี้ มินตราจะเชื่อไหมนะ ทางนั้นยิ่งรู้ทันเธออยู่ด้วยเอ้าว่ามา ยังไงไหนเล่า วีดีโอคลอปะพี่สาวพิมพ์ดีกว่า พี่ไม่สะดวกคุยมาๆ งั้นก็ว่ามาขืนวีดีโอคลอโดนจับผิดแหงๆ แหละว่าเป็นเรื่องของเธอ ณรินทร์เลยเริ่มพิมพ์ข้อกังขา ที่ต้องการที่ปรึกษา ก่อนที่จะวุ่นวือหัวใจไปกว่านี้คือว่าเพื่อนของพี่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายแล้วแบบว่า วันหนึ่งเกิดไปมีอะไรกัน แล้วก็มีอะไรกันมาเรื่อยๆ โดยไม่พูดเรื่องสถานะกัน แบบนี้ความสัมพันธ์มันจะเรียกว่าอะไรอะหืม...เค้าก็เรียกว่า FWB ไงล่ะคุณพี่ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ฟินๆ ฟันๆ กันไป ถึงเวลามีแฟนก็ต่างคนต่างไป เกมนี้ใครอย่าเอาใจลงมาเล่น ไม่งั้นก็แพ้อะ เค้าเรียกว่ามีความสุขในเรื่องเซ็กซ์ด้วยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันไปด้วย แต่อิสระทางใจไม่ผูกมัดเป็นเจ้าของกันพี่สงสัยว่ามันจะได้ไปแค่ไหนไอ้ความสัมพันธ์แบบนี้ โดยไม่ให้ตัวเองเจ็บ...ไม่ให้เผลอไปหลงรักเพื่อนตัวเองเข้ามินว่ายากว่ะ เพรา
“อะไร เฮ้! เฮ้ เดี๋ยวๆ จะพาไปไหนอะ”“ไปเอาของ” เสียงทุ้มเอ่ยฟังแหบต่ำนิดๆ ณรินทร์สงสัยแต่ก็เดินตามเขาไปแต่โดยดี พอถึงรถของเขาภาคพลก็กดรีโมทเปิดประตูหลังออก สตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์ แล้วดึงเธอเข้าไปในนั้น รถเอสยูวีของเขากว้างขวาง มีที่นอนปูไว้เสร็จสรรพ เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาไปที่บ้าน และแม่ของเขายืมรถเขาไปใช้ เบาะหลังเลยโดนปรับเป็นเตียงชั่วคราวมีที่นอนเรียบร้อย ไม่ได้ถามว่าแม่เอารถไปใช้ทำอะไร เพราะรีบกลับมาทำงาน และเขาก็ยังไม่ได้รื้อมันออก เนื่องจากไม่มีเวลา ตอนนี้มันกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับอาการที่เกิดกะทันหันของเขานี่ รถของเขาติดฟิล์มดำ คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่ มันสะดวก...กับสถานการณ์นี้ ณรินทร์ถูกดึงไปจูบอย่างเร่งร้อน เธอดิ้นอึกอักในตอนแรก ก่อนจะตัวอ่อนยอมตามรสจูบราวกับจะกลืนเธอนั่น มือไม้ของเขาไต่วุ่นวายไปหมดบนเนื้อตัวเธอ เธออยู่บนตัวเขาตอนนี้ กางเกงของเธอถูกรูดลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับกางเกงของเขา ส่วนนั้นผงาดสู้ทันทีเมื่อหลุดจากปราการด่านสุดท้ายมือของเธอถูกจับให้ไปกุมตรงนั้นของเขา เขากระซิบสั่งเสียงพร่าชิดปากเธอ“จับมันเบาๆ นะจ๊ะ ณะจ๋า ค่อยๆ จับ ค่อยๆ ลูบ”“อื
ภาคพลตื่นมา พบว่าตัวเองนอนเพียงลำพัง สาวที่นอนก่ายกกอยู่เกือบทั้งคืนหายตัวไปแล้ว กลายเป็นหมอนข้างแทนเขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก เมื่อคืนเขาอยากจะจัดต่อ แต่ก็ระงับใจไว้ เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังวันนี้ไม่ได้ไปทำงานกันแน่ๆเขาอาบน้ำแต่งตัว ฮัมเพลงในลำคอเบาๆ มันเป็นเพลงรัก...ไม่ใช่เพลงแอบรัก พอมาที่ลานจอดรถ รถสีชมพูของเพื่อนสนิทหายไปแล้ว หล่อนคงไปถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วนั่นแหละ มองนาฬิกาตอนนี้ยังทันถ้าเขาจะแวะซื้อขนมจีบปูเจ้าอร่อยไปฝากเธอ แต่ฝากณรินทร์คนเดียว เดี๋ยวก็โดนแขวะอีก เขาเลยซื้อพวกฮะเก๋า ขนมจีบแบบอื่นคละๆ กันไปอีกสองกล่อง เผื่อเพื่อนร่วมงานในแผนก และสำหรับบอสอีกหนึ่งกล่อง แล้วพอไปถึงออฟฟิศ ก็พบว่าณรินทร์อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนยาวสีแดงเลือดนก กางเกงยีนขาห้าส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ตอนนี้ทุกคนกำลังประสบปัญหาความร้อน เพราะแอร์ในออฟฟิศเสีย ต้องรอช่างมาซ่อมบ่าย คนที่ดูว่าจะร้อนสุดก็คือณรินทร์ ที่นั่งเหงื่อตกอยู่เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมเธอตวัดตามองค้อนภาคพลทันทีอย่างพาลๆ เมื่อเขามานั่งใกล้แล้วส่งกล่องขนมจีบกล่องพิเศษให้เธอ หลังจากที่แจกจ่ายคนอื่นไปแล้ว เธอรับไว้ก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะ
เบียร์หมดไปแล้วสองขวดกำลังจะเกินลิมิตที่เธอบอกไว้กับตัวเอง แล้วเธอก็อยู่กับเขาด้วยสองคนตอนนี้ เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา ภาคพลเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เสียงเพลงที่เขาเปิดไว้ดังคลอ คือเพลงเพื่อนสนิท...เปิดเพลงนี้ตอนนี้ทำไมหว่าเอาจริงเธอไม่ได้เมาอะไรนัก สองขวดนี่กำลังดี กำลังตึง และกำลังต่อ ตัวของณรินทร์ก็เป็นสาวนักดื่มคนหนึ่ง เอาจริงดื่มเก่งก็ตั้งแต่มาคบกับภาคพลเป็นเพื่อนซี้นี่แหละ “เมาแล้วอะ ขอกลับห้องได้ปะ”พอเธอเอ่ยออกไปแบบนี้ คนรู้คอรู้ดีกรีก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วอมยิ้มตาพราว เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาเลย มันทำให้ใจสั่นหวั่นไหวงือ...ยอมรับแหละว่าใจสั่น“อย่างแกน่ะเหรอเมา ไอ้ณะ”“ก็...เมาสิ เชื้อมันมีก็เลยเมาค้างอะ วันนี้ก็เมาค้างทั้งวันนะ”“เอาดีๆ” ภาคพลทำเสียงนุ่ม ขณะที่มองตาเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม สายตาของเขาทำให้ณรินทร์ใจเต้นแรง และหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาในทันทีมือของเขาจับมือของเธอไปคลึงเล่น ณรินทร์ไม่ได้เมาเบียร์ตอนนี้เธอกำลังเมาสายตาและร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสของภาคพล“เมาเบียร์ หรือว่าเมาภาค”“อื้อ...” ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วเผลอจ้องตาเขาราวกับถูกสะกดภาคพลดึง
“ซื้อมาทำไมเป็นลัง” มองเบียร์ที่เขายกขึ้นหลังรถมา ณรินทร์ก็ตาเหลือก ภาคพลทำหน้านิ่ง แล้วทำเสียงสูงใส่เธอ“อะไร้ ไอ้ณะ กลัวเหรอ ป๊อดนี่หว่า”“ไม่เคยป๊อดนะ แต่แบบ เมามากก็ไม่ไหวปะวะ แล้วแกจะฉลองอะไรอะไอ้ภาค มีอะไรให้ฉลอง”เธอมองหน้าเขาอย่างจับจ้อง ภาคพลเอ่ยหน้าตาย“ฉันอกหัก”“หืม?”“เอ่อ ก็อกหัก อกหักช้ำรักแบบแกงะ ทำไมล่ะไอ้ณะ ทีแกฉันไปกินเป็นเพื่อน ลากแกกลับ แล้วก็ต้องมาเก็บสภาพแกยามเมาปลิ้นอีก แล้วทีเพื่อนอกหักบ้าง ขอให้กินด้วยแค่นี้ แค่เนี้ยะ ปฏิเสธเพื่อนเหรอ?” แล้วก็ทำเบะปาก ทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเป็นเด็กชายแล้วจะร้องไห้ เล่นเอาณรินทร์รีบห้ามเพราะรับสภาพเพื่อนทำแบบนี้ไม่ได้“พอๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น อย่าทำปากเปะ ไอ้ภาค”“ทำไมล่ะ เห็นแล้วแกเกิดอารมณ์ กับหน้าตาเวอร์ชั่นนี้ของฉันเหรอ” “อารมณ์เสียน่ะสิ ทำหน้าตายังกับเด็กสามขวบงอแงอะ ทุเรศ รับไม่ได้”เธอว่า เธอกับเขาหยอกกันแรงๆ แบบนี้ตลอด แต่ก็ไม่เคยโกรธกัน ภาคพลชอบด้วยซ้ำ ที่เธอด่า ไม่รู้โรคจิตไหมนะ เขาชอบตอนเธอมีอารมณ์แว้นๆ โมโหแล้วเพื่อนสาวคนสนิทจะหน้าแดง น่ารักจะตายไปแต่คนอื่นมาด่าแบบนี้คงมีอย่างอื่นมากกว่าจะมามองว่าน่ารัก







