Masukช่วงหัวค่ำด้านสองแม่ลูกที่รอนายหัวจอมทัพอยู่ด้านล่างเพื่อจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับคนงานที่บ้านพักด้านหลัง ไม่นานคนที่พวกเธอรอก็เดินลงมาจากห้อง
"จะไปกันเลยไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไม่ได้เจาะจงว่าถามคนลูกหรือถามคนแม่
"ค่ะ" เป็นคนลูกที่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ
จากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังบ้านพักคนงาน โดยจอมทัพถือไฟฉายคาดหัวที่ใช้ส่องสำหรับตอนตัดยางที่เขามีติดบ้านเอาไว้อยู่หลายอัน แต่วันนี้กะจะเอามาให้สองแม่ลูกใช้ส่องนำทางกลับหาไม่เจอ จึงได้มาแค่อันเดียวที่เขาถือส่องนำทางให้สองแม่ลูกอยู่
ขณะที่ของขวัญเดินกอดแขนคนเป็นแม่ตามหลังอีกคน สายตาของเธอก็กวาดมองไปทั่วสวนยางที่มืดไปหมดอย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบๆมีเพียงแค่เสียงสัตว์เล็กในยามค่ำคืนที่ส่งเสียงร้องประสานกัน ลมเย็นๆที่พัดผ่านกระทบผิวกายพาให้รู้สึกเย็นยะเยือก ไหนจะเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ทุกอย่างรวมกันพาให้บรรยากาศดูวังเวงจนเธอขนลุกซู่ แม้จะเห็นแสงไฟจากบ้านพักคนงานอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยาศตรงที่ที่เดินอยู่น่ากลัวน้อยลงเลย
"แม่ สวนยางตอนกลางคืนน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนตอนกลางวันเลยนะคะ" แม้ปากจะบอกแม่ว่ากลัว แต่สายตาก็ยังคงกวาดมองไปทั่วสวนป่ายางละคนอยากรู้อยากเห็น
"ยัยหนูอย่าซน อย่ามองไปทั่ว เดินตามฉันแล้วก็มองแค่ข้างหน้าก็พอ" เสียงทุ้มพูดขึ้นขณะเจ้าตัวยังคงมองไปด้านหน้า เดินนำสองแม่ลูกต่อไปเรื่อยๆ
"ค่ะ" แม้จะมีคำถามในประโยคที่คนตัวโตตรงหน้าสั่งห้าม แต่ของขวัญก็เลือกที่จะไม่ถามและเชื่อฟังเขา
กระทั่งทั้งสามเดินมาถึงบ้านพักคนงาน คนงานทั้งหมดก็กรูกันมาต้อนรับอย่างดี ด้านจอมทัพก็ไปนั่งสังสรรค์บนแคร่ไม้ไผ่ขนาดใหญ่กับคนงานที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา อาจจะมีบางคนที่รุ่นพ่อ ส่วนคนงานหนุ่มหรือพวกเด็กหนุ่มก็จะไปนั่งกันเป็นกลุ่มๆแล้วแต่ใครจะสนิทใจนั่งกับใคร คนงานผู้หญิงก็ไม่ต่างกัน ใครจะนั่งกับใครก็เอาที่ตัวเองสะดวกและสบายใจ แต่ทุกวงจะมีเหล้าเบียร์นำทางเสมอ
ด้านเข็มมุกที่มาใหม่เมื่อได้ทำความรู้จักกับคนงานทั้งหมดแล้ว ก็นั่งกันอย่างสนิทใจขึ้นมาในระดับหนึ่ง ส่วนของขวัญที่เมื่อตอนกลางวันได้ทำความรู้จักกับพวกคนงานผู้หญิงแล้วก็ไม่ต้องซักถามอะไรกันเยอะ มาถึงก็นั่งกินอย่างเป็นกันเอง เพราะคนงานที่นี่มีความเป็นกันเองกับเธอมาก เธอจึงสนิทใจได้ง่าย แต่ก็ไม่วายมีพวกเด็กหนุ่มหน้าเดิมกลุ่มเดิมที่เข้ามาแซวเข้ามาเต๊าะ ทว่าเธอก็จำหน้าไม่ได้สักคน โดยมีพวกบรรดาแม่ๆป้าๆน้าๆคอยช่วยกันท่าเหล่าเด็กหนุ่มลูกหลานของตนที่เข้ามาแซวเธอออกไป
...โดยทุกการกระทำและทุกอิริยาบถของของขวัญ ตกอยู่ในสายตาคู่คมของนายหัวจอมทัพทั้งหมด
"ของขวัญไปนั่งกับพวกพี่หม้าย" (ของขวัญไปนั่งกับพวกพี่ไหม) เป็นเสียงของแหวนหญิงสาวที่มีหน้าตาสระสวยพอตัว อายุยี่สิบต้นๆ เป็นลูกหลานของหนึ่งในคนงานที่นี่ แหวนเดินมาชวนของขวัญให้ไปนั่งด้วยกัน เพราะเห็นว่าของขวัญนั่งอยู่กับกลุ่มแม่ๆ น่าจะไม่สนุกเท่ามานั่งกับพวกเธอ
ด้านของขวัญจึงหันมามองแหวนที่ก่อนหน้านี้ได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว ก่อนจะหันไปมองแม่ของตนเป็นการขออนุญาตทางสายตา พอเห็นว่าคนเป็นแม่พยักหน้าให้ เธอจึงหันไปพยักหน้าให้แหวนแทนคำตอบ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นเดินไปกับแหวน ไปนั่งกับกลุ่มหญิงสาวที่ตั้งวงนั่งกันอยู่บนเสื่อ
"ของขวัญกินเหล้าได้หม้าย" (ของขวัญกินเหล้าได้ไหม) แหวนเอ่ยถามเมื่อพาของขวัญมานั่งลงบนเสื่อข้างเธอเรียบร้อยแล้ว
"หนูกินเหล้าไม่เป็นค่ะ"
เมื่อของขวัญกินเหล้าไม่เป็น แหวนก็ไม่ได้เซ้าซี้หรือคะยั้นคะยอ
"งั้นเอาน้ำโค้กนะ" (งั้นเอาน้ำโค้กนะ)
"ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ แหวนจึงจัดการรินน้ำโค้กใส่แก้วที่เติมน้ำแข็งไว้แล้วก่อนจะยื่นให้ของขวัญ ของขวัญจึงรับมาดื่มตามปกติ
จากนั้นทุกคนในวงก็นั่งดื่มกันไป พลางพูดคุยกันไม่หยุดปาก ส่วนของขวัญใครถามใครชวนคุยเธอก็คุยตอบไม่หยุดเช่นกัน เพราะตัวเองเป็นคนอัธยาศัยดีและพูดเก่งอยู่แล้ว จนทุกคนในวงต่างพากันเอ็นดูเธอหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่อายุเท่ากันและน้อยกว่าเธอ ต่างก็พากันเอ็นดูในความน่ารักของเธอ โดยที่ทุกคนในวงกินเหล้ากันหมด ยกเว้นเธอกับก้อยที่อายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปี นั่งกินน้ำอัดลมกันอยู่สองคน
ด้านเข็มมุกที่เริ่มง่วงนอนขึ้นมา เนื่องจากปกติเป็นคนนอนเร็ว ไม่เกินหนึ่งทุ่มเธอก็หลับแล้ว เธอจึงหันไปบอกบัวคนที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวหรือลูกสาวของน้องแม่เธอ
"บัวพี่ว่าจะกลับแล้วล่ะ"
"อะไรกันพี่เข็ม เพิ่งมาไม่นานเองนะจะกลับแล้วเหรอ"
"อือ พี่ง่วงแล้ว ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่พี่นอนดึกตลอด มันแปลกที่เลยนอนไม่ค่อยหลับ วันนี้ง่วงเร็วก็อยากเข้านอนแล้ว"
"พี่หันไปดูลูกพี่สิ ยังดูสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ถ้าพี่พากลับของขวัญก็อดสนุกน่ะสิ"
เข็มมุกจึงหันไปมองลูกสาวตัวเองตามที่บัวบอกก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ลูกสาวของเธอกำลังนั่งคุยและหัวเราะอยู่กับเพื่อนอย่างสนุกครึกครื้น จนเธอเห็นแล้วก็ไม่อยากขัดความสุขของลูก กระทั่งได้ยินเสียงบัวพูดต่อ เธอจึงหันกลับมามองบัว
"งั้นเอาแบบนี้ไหม พี่เข็มกลับบ้านไปนอนก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันไปส่งของขวัญเอง อีกอย่างนายหัวก็อยู่ ตอนมาก็มากับนายหัว ตอนกลับก็ให้ของขวัญกลับกับนายหัวก็ได้หนิ"
เมื่อฟังบัวพูดจบ เข็มมุกก็ชั่งใจคิดอยู่นานสองนาน เพราะเธอไม่ไว้ใจอีกคนถ้าจะให้เขาพาลูกสาวเธอกลับ แต่ถ้าจะให้บัวไปส่งก็เกรงใจบัวที่ต้องเดินกลับไปกลับมาอีก แม้ระยะทางจะไม่ได้ไกลมาก แต่มันก็ไม่ได้ใกล้เสียทีเดียว ยิ่งเดินกลับไปกลับมายามค่ำคืนอีกก็เกรงใจ แต่ถ้าจะให้พาลูกสาวกลับไปกับเธอตอนนี้ก็สงสารลูกที่กำลังสนุกอยู่กับเพื่อน คิดไปคิดมาจนกระทั่งตัดสินใจได้ในที่สุด
"งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ"
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ
ด้านเข็มมุกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนนั่งกันอยู่ครบตรงโซฟาหน้าทีวี เธอจึงเดินเข้าไปพูดกับจอมทัพและคนรักเก่า“นายหัวคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย นายด้วยราเชนทร์”“ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับเธอเหมือนกัน” เป็นจอมทัพที่เอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยราเชนทร์“ฉันก็ด้วย”“งั้นพวกเราไปหาที่คุยกันหน่อยไหม” เพราะเห็น
ซึ่งหลังจากที่เข็มมุกได้ฟังลูกสาวเล่ามาก็ตกใจไม่น้อย เพราะไม่คาดคิดว่าคนที่คิดทำร้ายลูกของเธอจะเป็นเขา คนที่รักและเอ็นดูลูกสาวของเธอ ดีกับลูกสาวของเธอมาตลอด ซึ่งมันยากที่จะทำใจยอมรับ แต่กระนั้นเมื่อคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องในอดีตที่เธอเองก็ไม่อยากจะไปผูกใจเจ็บอะไรแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเคืองโกรธอะไร เพรา
"หนูจูบไม่เป็นค่ะ นายหัวคงไม่ชอบเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างหนู"สิ้นเสียงหวาน จอมทัพถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คราแรกเขาคิดไปต่างๆนาๆว่าเด็กสาวเป็นอะไร ที่แท้เธอก็กลัวเขาจะไม่ชอบที่เธอไร้ประสบการณ์เรื่องบนเตียง นึกแล้วก็อยากจะเขกกระโหลกเล็กๆของเธอสักทีสองทีที่คิดอะไรแบบนี้ ใครๆต่างก็ชอบความบริส
"คือ... คือทั้งหมดที่หนูทำไป เพราะ เพราะหนูชอบนายหัวค่ะ หนูคิดว่าหนูชอบนายหัว ชอบแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขาชอบกันค่ะ" พูดจบของขวัญก็เม็มปากแน่น ก้มหน้างุดกลัวว่าอีกคนจะโกรธที่เธอคิดไม่ซื่อแต่หารู้ไม่ว่าคำตอบของเธอทำเอาใจแกร่งเต้นแรงแทบจะกระโจนออกมานอกอก จอมทัพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่







