Se connecterชะตารักนายหัวจอมทัพ
เช้าวันต่อมา
"ทัพเช้านี้จะเข้าสวนไหมลูก" คุณนายจันทร์ทิพย์เอ่ยถามลูกชายที่เดินเข้ามาในครัว ขณะที่เธอกับเข็มมุกเพิ่งจะทานข้าวเช้าเสร็จพอดี
"ไม่ครับ แต่ช่วงบ่ายผมว่าจะเข้าไปดูทุเรียน"
"งั้นแม่ฝากดูหนูของขวัญหน่อยสิ แม่จะไปตลาดกับเข็มมุกน่ะ ไม่นานก็กลับแล้ว"
"ยัยหนูของขวัญเป็นอะไร"
สิ้นเสียงทุ้มที่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เข็มมุกจึงเป็นคนเอ่ยตอบ
"เมื่อคืนสงสัยนั่งตากน้ำค้างนานไปหน่อย เช้ามาเลยไม่สบายน่ะค่ะ"
จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยพูดต่อ
"งั้นเธอไปตลาดกับแม่ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันดูยัยหนูให้ไม่ต้องห่วง"
"ขอบคุณนะคะนายหัว"
สิ้นเสียงของเข็มมุก จอมทัพจึงพยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นสองสาวต่างวัยก็พากันไปตลาดนัดตอนเช้าเพื่อซื้อพวกผักและของสดมาตุนไว้ ในบ้านจึงเหลือแค่จอมทัพกับของขวัญ ส่วนนายใหญ่ศรตื่นเช้ามากินข้าวเสร็จก็ออกไปทำกิจของตัวเองตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่มีอะไรให้ทำจิปาถะไปเรื่อย
ด้านจอมทัพที่ลังเลว่าจะเข้าไปดูเด็กสาวในห้องหรือจะนั่งเฝ้าเธออยู่ด้านนอกดี แต่ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องของเด็กสาว โดยไม่ได้เคาะประตูเรียกเจ้าของห้อง เพราะเกรงว่าเธอจะหลับเดี๋ยวจะไปรบกวนการพักผ่อนของเธอ
แกรก!
แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นเด็กสาวกำลังจะลุกออกจากเตียงพอดี เขาจึงรีบเข้าไปประคองร่างบางที่มีใบหน้าซีดเซียวโดยมีแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆสีขาวแปะอยู่ที่หน้าผากมนให้นั่งลงยังเตียงนอนเช่นเดิม
"นะ นายหัว"
"ยัยหนูจะลุกไปไหน หนูไม่สบายอยู่นะ"
ของขวัญไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่กลับมองอีกคนด้วยสีหน้าสงสัยที่เต็มไปด้วยคำถาม จอมทัพเห็นเช่นนั้นก็รับรู้ได้ทันทีจึงรีบอธิบายออกไปก่อนที่เธอจะเข้าใจเขาผิด
"พอดีแม่หนูไปตลาดกับแม่ฉัน เลยฝากหนูไว้กับฉันน่ะ ฉันเป็นห่วงก็เลยเข้ามาดูในห้อง"
สิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยอธิบาย ของขวัญก็พยักหน้าให้เล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไร เสียงทุ้มจึงเอ่ยพูดต่อ
"แล้วเมื่อกี้ยัยหนูจะลุกไปไหน" ถามจบก็ถือวิสาสะนั่งลงข้างเด็กสาวบนเตียงนอนของเธอ เด็กสาวจึงหันมาตอบด้วยน้ำเสียงเบา เนื่องจากพิษไข้จึงไม่ค่อยมีแรงพูด
"หนูหิวน้ำค่ะ เลยจะลุกไปกินน้ำ"
"งั้นยัยหนูนั่งรอนี่แหละ เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้"
จากนั้นจอมทัพก็ดันตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปจากห้อง ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว เขานั่งลงข้างเด็กสาวเช่นเดิม ก่อนจะป้อนน้ำให้เธอดื่ม
ด้านเด็กสาวจึงยกมือสองข้างที่ไม่ค่อยจะมีแรงขึ้นมาจับแก้วน้ำที่อีกคนกำลังป้อนให้เธอ ก่อนจะค่อยๆกระดกดื่มน้ำในแก้วลงคอสองสามอึกแล้วดันแก้วน้ำออกจากปากเบาๆ ขณะนั้นเองมือใหญ่จึงยื่นมาเช็ดปากให้เธอทันทีอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
"ยัยหนูกินข้าวกินยาหรือยัง"
"กินแล้วค่ะ"
"งั้นยัยหนูก็นอนพักต่อเถอะ"
"หนูเพิ่งตื่นจะให้นอนอีกแล้วเหรอคะ หนูอยากออกไปข้างนอก นอนอยู่แต่ในห้องหนูเบื่อ"
"แต่คนไม่สบายก็ต้องนอนพักผ่อน จะออกไปข้างนอกได้ไง"
"ออกไปได้ค่ะหนูเดินไหว" ไม่พูดเปล่า ของขวัญพยายามดันสังขารของตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก ขณะที่อีกคนนั่งกอดอกมองความดื้อรั้นและความอวดเก่งของเธอโดยไม่คิดจะช่วย ในเมื่อเด็กมันดื้อก็ปล่อยให้ดื้อไปก่อน แต่ทว่า...
พรึ่บ!
หมับ!
ด้วยความที่ร่างกายอ่อนแรงจากพิษไข้จึงทำให้ของขวัญเสียหลักจะล้มลงไป แต่โชคดีที่อีกคนคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทัน จนตัวเธอเซลงไปนั่งบนตักแกร่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ
"ดื้อจริง เห็นไหมเกือบล้มเลย" ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงเผลอดุเธอไป ทำเอาใบหน้าน่ารักงองำทันทีที่โดนเขาดุ ก่อนที่เสียงหวานจะพูดออกมาเบาๆด้วยท่าทีออดอ้อน
"ไม่ดุได้ไหม หนูไม่สบายอยู่นะคะ"
"ยิ่งไม่สบายยิ่งต้องดุ นี่ขนาดไม่สบายยังดื้อขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ฉันดุหนูได้ยังไงหื้ม ไหนบอกว่าตัวเองเป็นเด็กดีเชื่อฟังไง แล้วนี่อะไรดื้ออยู่เห็นๆ" น้ำเสียงเข้มไม่ต่างจากใบหน้าเข้มดุ
ด้านของขวัญที่โดนดุเข้ามากๆบวกกับพิษไข้จึงทำให้เธอทำอะไรลงไปอย่างไม่คิด เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเข้มของคนอายุมาก พร้อมกับแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างที่อ่อนแรงเลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ ก่อนจะใช้ปากแตะปากเขาเป็นการปิดปากไม่ให้เขาพูดหรือดุเธอได้อีก ทำเอาคนอายุมากหัวใจแทบวาย ขณะดวงตาคู่คมเบิกกว้าง รู้สึกใจคอไม่ดีไปหมดกับการกระทำของเด็กสาว ไม่นานเธอก็ผละใบหน้าออก ก่อนจะบ่นอุบอิบออกมา
"นายหัวพูดมาก ชอบดุหนูแล้วก็ขี้บ่นเหมือนตาแก่เลย"
เมื่อสิ้นเสียงหวานที่แหบแห้งเพราะพิษไข้ ร่างบางก็ทิ้งตัวซบลงบนอกแกร่งทันทีอย่างคนหมดแรง ดวงตากลมโตหลับพริ้มและหลับลึกไปอย่างง่ายดายด้วยพิษไข้
ด้านจอมทัพที่ตอนนี้หายใจไม่ทั่วท้อง ยังคงตั้งรับไม่ทันกับการกระทำของเด็กสาวเมื่อครู่ เขาหลุบตามองเด็กน้อยบนตัก ไม่นานปากหนาก็ระบายยิ้มบางๆออกมาอย่างนึกชอบใจกับการกระทำของเธอ แม้จะรู้ว่าที่เธอทำไปอาจจะเป็นเพราะพิษไข้ แต่เขาก็อดรู้สึกดีไม่ได้ และมีหวังกับเด็กคนนี้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
"ยัยหนูน้อย ถ้าหนูตื่นขึ้นมาแล้วหายจากไข้หนูจะจำได้ไหมว่าทำอะไรกับฉันไว้บ้าง"
ทั้งจูบทั้งด่าว่าเขาขี้บ่นเป็นตาแก่ ยิ่งคิดก็ยิ่งหมั่นเขี้ยว เขาจึงบีบปากน้อยๆของเธอเบาๆเป็นการทำโทษ โดยที่เด็กสาวก็ยังคงนิ่งไม่ไหวติง เห็นเช่นนั้นเขาจึงช้อนอุ้มร่างบางให้นอนลงบนเตียง ก่อนจะจัดการเช็ดตัวให้เธอเมื่อรู้สึกว่าตัวเธอเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าเขาเช็ดตัวให้เด็กสาวแค่บริเวณแขนขา ลำคอและใบหน้าเท่านั้น ที่อยู่ใต้ร่มผ้าเขาไม่ได้ล่วงเกินเข้าไปเลย แม้ใจจะอยากล่วงเกินแต่ก็ไม่อยากรังแกเด็ก เว้นแต่เธอจะอนุญาตและเต็มใจให้เขารังแก
และเมื่อร่างกายของเด็กสาวอุ่นลงเขาจึงหยุดเช็ด จากนั้นก็จัดการห่มผ้าให้เด็กสาวเรียบร้อย ก่อนจะตัดใจยอมเดินออกไปจากห้องแม้จะไม่อยากออกไปก็ตาม หากไม่กลัวว่าเธอจะเสียหายเขาคงอยู่เฝ้าเธอในห้อง จะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว
เช้าวันต่อมาหลังจากหายไข้ของขวัญก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เช้าวันนี้เธอช่วยแม่ทำกับข้าวและทานข้าวพร้อมแม่ของเธอ จากนั้นก็มารดน้ำต้นไม้พลางคิดถึงเรื่องเมื่อวานไปด้วย"บ้าไปแล้วแน่ๆเลยเรา เมื่อวานทำไมถึงฝันว่าจูบนายหัวได้นะ ไข้จนเพี้ยนไปแล้วแน่เลย" เสียงหวานบ่นอุบอิบพึมพำอยู่คนเดียวเพราะคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานคือความฝัน ขณะที่มือก็ถือสายยางรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านไปด้วย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าบุคคลที่เธอนึกถึงอยู่กำลังเดินมาทางด้านหลังของเธอ"บ่นอะไรยัยหนู"!ของขวัญที่กำลังตีกับเสียงในหัวของตัวเองก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันไปมองคนด้านหลัง"นะ นายหัว มาเงียบๆหนูตกใจหมดเลยค่ะ""ฉันก็เดินมาปกตินะ ยัยหนูนั่นแหละมัวแต่ใจลอย คิดอะไรอยู่เหรอ หื้ม""ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูก็แค่คิดอะไรไปเรื่อย""แล้วนี่เพิ่งจะหายไข้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมารดน้ำต้นไม้ หนูควรจะพักอีกหน่อยนะ งานบ้านยังไม่ต้องทำก่อนก็ได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไม่ต่างจากสีหน้า"หนูหายดีแล้วค่ะ แค่นี้สบายมาก" ของขวัญพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่อีกคนจะยิ้มตามด้วยความเอ็นดูกับท่าทางร่าเริงสดใสของเธอในตอนนี้ ต่างจากเมื่อวานที่นอนซมใบหน้าซี
ชะตารักนายหัวจอมทัพเช้าวันต่อมา"ทัพเช้านี้จะเข้าสวนไหมลูก" คุณนายจันทร์ทิพย์เอ่ยถามลูกชายที่เดินเข้ามาในครัว ขณะที่เธอกับเข็มมุกเพิ่งจะทานข้าวเช้าเสร็จพอดี "ไม่ครับ แต่ช่วงบ่ายผมว่าจะเข้าไปดูทุเรียน""งั้นแม่ฝากดูหนูของขวัญหน่อยสิ แม่จะไปตลาดกับเข็มมุกน่ะ ไม่นานก็กลับแล้ว""ยัยหนูของขวัญเป็นอะไร"สิ้นเสียงทุ้มที่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เข็มมุกจึงเป็นคนเอ่ยตอบ"เมื่อคืนสงสัยนั่งตากน้ำค้างนานไปหน่อย เช้ามาเลยไม่สบายน่ะค่ะ"จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยพูดต่อ"งั้นเธอไปตลาดกับแม่ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันดูยัยหนูให้ไม่ต้องห่วง""ขอบคุณนะคะนายหัว"สิ้นเสียงของเข็มมุก จอมทัพจึงพยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นสองสาวต่างวัยก็พากันไปตลาดนัดตอนเช้าเพื่อซื้อพวกผักและของสดมาตุนไว้ ในบ้านจึงเหลือแค่จอมทัพกับของขวัญ ส่วนนายใหญ่ศรตื่นเช้ามากินข้าวเสร็จก็ออกไปทำกิจของตัวเองตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่มีอะไรให้ทำจิปาถะไปเรื่อยด้านจอมทัพที่ลังเลว่าจะเข้าไปดูเด็กสาวในห้องหรือจะนั่งเฝ้าเธออยู่ด้านนอกดี แต่ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องของเด็กสาว โดยไม่ได้เคาะประตูเรียกเจ้าข
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได้
"งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ""ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน""ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน""จ้ะพี่ ไปเถอะ"จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ""ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว""ขอบคุณค่ะ""แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม" "ได้ค่ะฉันไม่กลัว""งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ""เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา""อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเข
ช่วงหัวค่ำด้านสองแม่ลูกที่รอนายหัวจอมทัพอยู่ด้านล่างเพื่อจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับคนงานที่บ้านพักด้านหลัง ไม่นานคนที่พวกเธอรอก็เดินลงมาจากห้อง"จะไปกันเลยไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไม่ได้เจาะจงว่าถามคนลูกหรือถามคนแม่"ค่ะ" เป็นคนลูกที่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังบ้านพักคนงาน โดยจอมทัพถือไฟฉายคาดหัวที่ใช้ส่องสำหรับตอนตัดยางที่เขามีติดบ้านเอาไว้อยู่หลายอัน แต่วันนี้กะจะเอามาให้สองแม่ลูกใช้ส่องนำทางกลับหาไม่เจอ จึงได้มาแค่อันเดียวที่เขาถือส่องนำทางให้สองแม่ลูกอยู่ขณะที่ของขวัญเดินกอดแขนคนเป็นแม่ตามหลังอีกคน สายตาของเธอก็กวาดมองไปทั่วสวนยางที่มืดไปหมดอย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบๆมีเพียงแค่เสียงสัตว์เล็กในยามค่ำคืนที่ส่งเสียงร้องประสานกัน ลมเย็นๆที่พัดผ่านกระทบผิวกายพาให้รู้สึกเย็นยะเยือก ไหนจะเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ทุกอย่างรวมกันพาให้บรรยากาศดูวังเวงจนเธอขนลุกซู่ แม้จะเห็นแสงไฟจากบ้านพักคนงานอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยาศตรงที่ที่เดินอยู่น่ากลัวน้อยลงเลย"แม่ สวนยางตอนกลางคืนน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนตอนกลางวันเลยนะคะ" แม้ปากจะบอกแม่ว่ากลัว แต่สายตาก็ยังคงกวา







