Masuk"งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ"
"ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน"
"ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน"
"จ้ะพี่ ไปเถอะ"
จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ
"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ"
"ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว"
"ขอบคุณค่ะ"
"แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม"
"ได้ค่ะฉันไม่กลัว"
"งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก
"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ"
"เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา"
"อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเขามีความจริงใจ จึงทำให้ความระแวงเขาในเรื่องของลูกสาวลดน้อยลงทันที เพราะดูท่าเขาก็ไม่ได้ดูเป็นตาเฒ่าหัวงูอย่างที่เธอคิด
และหลังจากฝากฝังลูกสาวกับคนเป็นนายเสร็จ เข็มมุกก็เดินไปหาลูกสาวของเธอ ก่อนจะนั่งลงคุยกับลูก
"ขวัญลูก แม่ง่วงแล้วแม่จะกลับก่อน ถ้าลูกอยากอยู่สนุกกับเพื่อนก็อยู่ต่อได้เลยนะ แม่ฝากน้าบัวไว้แล้ว มีอะไรก็บอกน้าบัวนะ ส่วนตอนกลับก็กลับกับนายหัว แม่บอกนายหัวไว้แล้ว"
สิ้นคำบอกกล่าวของคนเป็นแม่ ของขวัญก็หันไปมองอีกคนทันที พอเห็นว่าเขามองมาอยู่ก่อนแล้ว เธอจึงยิ้มให้เขาตามปกติ ซึ่งเขาก็ยิ้มบางๆตอบกลับมาให้เธอ จากนั้นเธอจึงหันกลับมาคุยกับคนเป็นแม่
"ได้ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงหนูนะหนูไม่ซนหรอก"
"จ้ะลูก แม่รู้ว่าลูกแม่เป็นเด็กดีอยู่แล้ว" เข็มมุกลูบศีรษะเล็กของลูกสาวเบาๆอย่างรักใคร่เอ็นดู
"แล้วแม่กลับคนเดียวได้เหรอคะ แม่ไม่กลัวเหรอ หนูเป็นห่วง"
"แม่ไม่กลัวสิ่งที่มองไม่เห็นหรอก ส่วนไอ้ที่เป็นคนมองเห็นได้ ขวัญไม่ต้องห่วงหรอกนะลูก ที่นี่เป็นเขตของนายหัวไม่มีใครกล้าเข้ามาทำเรื่องไม่ดีหรอก" เข็มมุกพูดขณะลูบศีรษะเล็กของลูกสาวเบาๆให้ลูกสาวคลายความกังวล
"งั้นถ้าแม่เดินกลับถึงบ้านแล้วโทรบอกหนูด้วยนะคะ หรือไลน์บอกก็ได้"
"ได้เดี๋ยวแม่ถึงบ้านแล้วแม่ไลน์บอกนะ งั้นแม่ไปล่ะ"
"ค่ะ เดินกลับดีๆนะคะ ระวังทางด้วย"
เข็มมุกจึงพยักหน้าให้ลูกสาวด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินกลับไปทางบ้านของเจ้านาย โดยมีคนเป็นลูกมองตามหลังอย่างเป็นห่วง ก่อนจะหันกลับมานั่งสังสรรค์กับเพื่อนในวงต่อ โดยทุกอิริยาบถของเธอตกอยู่ในสายตาคู่คมของนายหัวจอมทัพตลอดเวลา
...
เวลาผ่านไปสักพักคนเป็นแม่ก็ไลน์มาบอกว่าถึงบ้านแล้ว รับรู้เช่นนั้นคนเป็นลูกก็สบายใจ นั่งดื่มกับเพื่อนต่อโดยไม่ต้องพะวงห่วงคนเป็นแม่ที่ยามนี้กลับบ้านไปนอนหลับสบายแล้ว
ขณะเดียวกันทางด้านโก้หลานชายลุงแสงที่รอจังหวะเหมาะๆเพื่อจะเข้าหาของขวัญ พอเห็นทางสะดวกก็รีบหันไปชวนเพื่อนอีกสองคนที่นั่งข้างๆให้ไปเป็นเพื่อนทันที จะเข้าไปขอเบอร์สาวแต่ก็เขิน ไม่กล้าไปคนเดียว
"ไอ้พีไอ้เจพวกมึงสองตัวไปเป็นเพื่อนกูที กูอิไปขอเบอร์น้องของขวัญ" (ไอ้พีไอ้เจพวกมึงสองตัวไปเป็นเพื่อนกูหน่อย กูจะไปขอเบอร์น้องของขวัญ)
...พีก็คือลูกชายของนิด ส่วนเจก็คือลูกชายของน้อย นิดกับน้อยก็คือคนงานผู้หญิงที่คุยกับของขวัญเมื่อตอนบ่าย พีกับเจอายุสิบเก้าเท่ากันกับโก้
"พอแม่น้องเขาไม่อยู่กะเอาเลยนะมึงไอ้โก้" (พอแม่น้องเขาไม่อยู่ก็เอาเลยนะมึงไอ้โก้) เป็นพีที่พูดขึ้นมา
"เออหน่า ไปเป็นเพื่อนกูทีไปๆ" (เออหน่า ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยไปๆ) โก้เซ้าซี้ต่อ พีกับเจก็ไม่คิดจะขัดเพราะอยากจะไปเชยชมของขวัญใกล้ๆอยู่แล้ว มีคนสวยๆมาให้มองก็ต้องเข้าไปมองให้ชัดๆ มองให้อิ่มตากันไปเลย
และเมื่อทั้งสามคนพากันเดินมาถึงกลุ่มที่ของขวัญนั่งอยู่ แต่ทว่าไม่ทันที่โก้จะได้ย่อตัวนั่งลงคุยกับของขวัญ เสียงทุ้มคุ้นเคยของคนที่ทุกคนต่างยำเกรงก็ดังขึ้นมา ราวกับเสียงปืนที่ทำให้โก้กับพีและเจได้ยินถึงกับสะดุ้ง
"พวกมึงสามตัวใครเข้าใกล้ยัยหนูของขวัญกูจะจับไปอยู่คอกม้าคอกวัวหลังสวนปาล์มให้หมด! อยู่เลี้ยงม้าเลี้ยงวัวสักสองปีไม่ต้องออกมา!"
สิ้นคำประกาศกร้าวของนายหัวจอมทัพ ใครจะอยู่ก็อยู่แต่โก้ไม่อยู่ครับ วิ่งป่าราบกลับวงไปก่อนเพื่อน พีกับเจจะมัวรอช้าอยู่ไยก็เผ่นตามโก้กลับไปยังวงเหล้าของตัวเองเช่นกัน ก่อนจะพากันนั่งก้มหน้าหัวหด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหันไปมองของขวัญอีกเลย
แน่นอนว่าพวกของโก้ไม่มีใครอยากไปอยู่เลี้ยงวัวเลี้ยงม้าหลังสวนปาล์มที่มองไปทางไหนก็มีแต่ป่าปาล์ม ไม่มีสาวๆให้มอง ไม่มีอะไรให้ครึกครื้น ไม่มีสิ่งเร้าใจให้น่าตื่นเต้น มีเพียงแค่วัวกับม้าใครเลยจะไปอยากอยู่ ซึ่งแค่เพียงคำขู่แค่นี้ก็สามารถหยุดพวกของโก้ได้แล้ว
ขณะเดียวกันหลายคนในที่นี้ก็พร้อมใจพากันหัวเราะพวกของโก้อย่างสมน้ำหน้า แต่จะมีบางคนที่พากันเอะใจกับสรรพนามที่นายหัวจอมทัพเรียกเด็กสาวว่า 'ยัยหนูของขวัญ' ที่ไม่เคยมีใครได้ยินนายหัวจอมทัพผู้นี้เรียกใครได้น่าเอ็นดูเช่นนี้มาก่อน ขนาดเด็กเล็กๆหรือเด็กแรกเกิดนายหัวก็เรียกแค่ชื่อเท่านั้น ยิ่งแทนตัวเองกับลูกหลานคนงานไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะมึงกูทุกคำ แต่กระนั้นคนที่เอะใจก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ ใครเลยจะกล้าถามหรือกล้าพูดออกมา
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได
"งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ""ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน""ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน""จ้ะพี่ ไปเถอะ"จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ""ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว""ขอบคุณค่ะ""แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม" "ได้ค่ะฉันไม่กลัว""งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ""เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา""อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเข
ช่วงหัวค่ำด้านสองแม่ลูกที่รอนายหัวจอมทัพอยู่ด้านล่างเพื่อจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับคนงานที่บ้านพักด้านหลัง ไม่นานคนที่พวกเธอรอก็เดินลงมาจากห้อง"จะไปกันเลยไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไม่ได้เจาะจงว่าถามคนลูกหรือถามคนแม่"ค่ะ" เป็นคนลูกที่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังบ้านพักคนงาน โดยจอมทัพถือไฟฉายคาดหัวที่ใช้ส่องสำหรับตอนตัดยางที่เขามีติดบ้านเอาไว้อยู่หลายอัน แต่วันนี้กะจะเอามาให้สองแม่ลูกใช้ส่องนำทางกลับหาไม่เจอ จึงได้มาแค่อันเดียวที่เขาถือส่องนำทางให้สองแม่ลูกอยู่ขณะที่ของขวัญเดินกอดแขนคนเป็นแม่ตามหลังอีกคน สายตาของเธอก็กวาดมองไปทั่วสวนยางที่มืดไปหมดอย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบๆมีเพียงแค่เสียงสัตว์เล็กในยามค่ำคืนที่ส่งเสียงร้องประสานกัน ลมเย็นๆที่พัดผ่านกระทบผิวกายพาให้รู้สึกเย็นยะเยือก ไหนจะเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ทุกอย่างรวมกันพาให้บรรยากาศดูวังเวงจนเธอขนลุกซู่ แม้จะเห็นแสงไฟจากบ้านพักคนงานอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยาศตรงที่ที่เดินอยู่น่ากลัวน้อยลงเลย"แม่ สวนยางตอนกลางคืนน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนตอนกลางวันเลยนะคะ" แม้ปากจะบอกแม่ว่ากลัว แต่สายตาก็ยังคงกวา
หลังจากซื้อของเสร็จ บัวก็มาส่งของขวัญที่หน้าบ้านของนายหัว ด้านของขวัญที่ลงจากท้ายรถของน้าสาว ก็ไม่ลืมที่จะถอดเสื้อคลุมแขนยาวคืนให้น้าสาวของเธอที่ให้ยืมมาใส่กันแดดก่อน จากนั้นก็เอ่ยขอบคุณพร้อมกับพนมมือไหว้"ขอบคุณน้าบัวมากนะคะที่พาหนูไปซื้อของ""ไม่เป็นไร คราวหลังอยากไปไหนก็มาบอกน้าได้ตลอด เดี๋ยวน้าพาไปเอง""ค่ะ ขอบคุณนะคะ""จ้ะ แล้วอย่าลืมบอกแม่ให้แวะไปกินเลี้ยงด้านหลังคืนนี้ด้วยล่ะ ถ้าไม่ไปน้าจะมาตามถึงที่นะบอกก่อน""ค่ะ หนูกับแม่ไปแน่นอนค่ะไม่ต้องห่วง""จ้ะ งั้นน้าไปก่อนนะ""ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นบัวก็ขับรถกลับไปทางบ้านพักด้านหลังทันที ส่วนของขวัญก็เดินกลับเข้าบ้านโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมกริบคู่หนึ่งแอบมองเธอตั้งแต่ที่เธอซ้อนท้ายรถของบัวกลับบ้านมาแล้ว กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มดังมาจากด้านข้าง..."ไปไหนมาเหรอ"สองเท้าเล็กจึงหยุดชะงักทันทีโดยไม่ทันจะเดินถึงประตูบ้าน ก่อนจะหันไปมองตามเสียง ขณะที่เจ้าของเสียงกำลังเดินมาหาเธอ"นายหัว" เธอดูมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเขา"ว่าไง ไปไหนมาหื้ม" น้ำเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยถามย้ำกับสีหน้าของเขาที่ดูใจดีผิดกับเมื่อคืน ทำให้เด็กสาวรู
"แม่ขาคุณยายอนุญาตแล้วค่ะ ว่าแต่น้าบัวพักอยู่ห้องไหนเหรอคะหนูจะได้ไปหาถูก" ขณะที่ปากขยับถามคนเป็นแม่ สายตาก็สอดส่องชะเง้อคอมองไปยังบ้านพักห้องแถวของคนงานที่อยู่ไม่ไกลมากนัก สามารถมองเห็นคนงานที่บ้านพักกำลังเดินไปเดินมา บ้างก็นั่งกันอยู่หน้าห้องพักที่มองเห็นได้ในระยะสายตา เมื่อคนเป็นแม่เอ่ยตอบจึงหันกลับมามองแม่ของตน"แม่เองก็ไม่เคยไปหาน้าบัวที่บ้านพักหรอก แต่เหมือนน้าบัวของลูกเคยบอกแม่ว่าพักอยู่ห้องกลางๆน่ะ ขวัญลองเดินไปดูก่อน ถ้าไม่เห็นก็ค่อยถามคนงานแถวนั้นดู""ค่ะแม่ งั้นหนูไปหาน้าบัวก่อนนะคะ"เข็มมุกจึงพยักหน้าให้ลูกสาวด้วยใบหน้ายิ้มๆ จากนั้นของขวัญก็เดินไปหาน้าบัวของเธอที่บ้านพักคนงานทันที เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านพักคนงานที่มีทั้งหมดราวสิบสองห้อง ก็เห็นคนเป็นน้าสาวนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าห้องพักหลังที่หกนับมาจากด้านซ้ายของเธอ โดยมีคนงานผู้หญิงหลายช่วงอายุนั่งอยู่กับน้าเธอประมาณสี่ถึงห้าคน และยังมีที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่หลายจุด บ้างก็นั่งกันบนแคร่หน้าบ้านพักใต้ล่มไม้ยาง บ้างก็นั่งปูเสื่อกัน ขณะที่เธอกำลังนึกเอะใจว่าทำไมถึงมีแต่คนงานผู้หญิง ไม่เห็นคนงานผู้ชายเลยนอกจากเด็กเล็กๆที่วิ่งกัน
เช้าวันต่อมา"ข้าวเช้าเสร็จยัง"สองแม่ลูกที่กำลังวุ่นอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นก็ทำเอาคนเป็นลูกที่กำลังยืนล้างอุปกรณ์ทำครัวอยู่หยุดชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเลือกไม่สนใจยืนล้างของต่อ"เสร็จแล้วค่ะ นายหัวจะกินข้าวเช้าเลยไหมคะ" เป็นเข็มมุกที่หันมาเอ่ยตอบก่อนจะถามกลับ โดยไม่ทันได้สนใจสังเกตท่าทีของลูกสาว"ไม่ต้อง จัดใส่ปิ่นโตมาให้ฉันก็พอ""นายหัวจะพาปิ่นโตไปวัดเหรอคะ""เปล่า วันนี้ฉันจะไปช่วยคนงานใส่ปุ๋ยยาง เลยจะเอาข้าวไปกินกับคนงานที่สวน""อ๋อได้ค่ะ งั้นรอสักครู่นะคะ"จอมทัพพยักหน้ารับ ก่อนจะชำเลืองมองไปยังเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ ดูเธอกำลังวุ่นกับสิ่งที่ทำหรือตั้งใจหลบหน้าเขาก็ไม่รู้ด้านเข็มมุกที่สังเกตเห็นสายตาของนายหัวจอมทัพขณะที่พูดกับเธอเมื่อครู่ แต่ลอบมองไปยังลูกสาวของเธออยู่ตลอด เธอไม่ไว้ใจกับสายตาคู่นี้ที่มองลูกสาวของเธอแปลกๆตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แม้สองสามวันมานี้ที่เธอคอยสังเกตเห็นว่าเขาดูเป็นคนดีอย่างที่ลูกสาวเธอพูดยกยอ แต่เธอก็ยังรู้สึกระแวงเขาอยู่ดี กลัวว่าเขาจะคิดไม่ดีกับลูกสาวของเธอ หากเป็นเช่นนั้นเธอก็พร้อมจะย้ายออกจากที่นี่ทันทีเพื่อความปลอดภัยข