Mag-log in"งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ"
"ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน"
"ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน"
"จ้ะพี่ ไปเถอะ"
จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ
"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ"
"ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว"
"ขอบคุณค่ะ"
"แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม"
"ได้ค่ะฉันไม่กลัว"
"งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก
"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ"
"เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา"
"อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเขามีความจริงใจ จึงทำให้ความระแวงเขาในเรื่องของลูกสาวลดน้อยลงทันที เพราะดูท่าเขาก็ไม่ได้ดูเป็นตาเฒ่าหัวงูอย่างที่เธอคิด
และหลังจากฝากฝังลูกสาวกับคนเป็นนายเสร็จ เข็มมุกก็เดินไปหาลูกสาวของเธอ ก่อนจะนั่งลงคุยกับลูก
"ขวัญลูก แม่ง่วงแล้วแม่จะกลับก่อน ถ้าลูกอยากอยู่สนุกกับเพื่อนก็อยู่ต่อได้เลยนะ แม่ฝากน้าบัวไว้แล้ว มีอะไรก็บอกน้าบัวนะ ส่วนตอนกลับก็กลับกับนายหัว แม่บอกนายหัวไว้แล้ว"
สิ้นคำบอกกล่าวของคนเป็นแม่ ของขวัญก็หันไปมองอีกคนทันที พอเห็นว่าเขามองมาอยู่ก่อนแล้ว เธอจึงยิ้มให้เขาตามปกติ ซึ่งเขาก็ยิ้มบางๆตอบกลับมาให้เธอ จากนั้นเธอจึงหันกลับมาคุยกับคนเป็นแม่
"ได้ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงหนูนะหนูไม่ซนหรอก"
"จ้ะลูก แม่รู้ว่าลูกแม่เป็นเด็กดีอยู่แล้ว" เข็มมุกลูบศีรษะเล็กของลูกสาวเบาๆอย่างรักใคร่เอ็นดู
"แล้วแม่กลับคนเดียวได้เหรอคะ แม่ไม่กลัวเหรอ หนูเป็นห่วง"
"แม่ไม่กลัวสิ่งที่มองไม่เห็นหรอก ส่วนไอ้ที่เป็นคนมองเห็นได้ ขวัญไม่ต้องห่วงหรอกนะลูก ที่นี่เป็นเขตของนายหัวไม่มีใครกล้าเข้ามาทำเรื่องไม่ดีหรอก" เข็มมุกพูดขณะลูบศีรษะเล็กของลูกสาวเบาๆให้ลูกสาวคลายความกังวล
"งั้นถ้าแม่เดินกลับถึงบ้านแล้วโทรบอกหนูด้วยนะคะ หรือไลน์บอกก็ได้"
"ได้เดี๋ยวแม่ถึงบ้านแล้วแม่ไลน์บอกนะ งั้นแม่ไปล่ะ"
"ค่ะ เดินกลับดีๆนะคะ ระวังทางด้วย"
เข็มมุกจึงพยักหน้าให้ลูกสาวด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินกลับไปทางบ้านของเจ้านาย โดยมีคนเป็นลูกมองตามหลังอย่างเป็นห่วง ก่อนจะหันกลับมานั่งสังสรรค์กับเพื่อนในวงต่อ โดยทุกอิริยาบถของเธอตกอยู่ในสายตาคู่คมของนายหัวจอมทัพตลอดเวลา
...
เวลาผ่านไปสักพักคนเป็นแม่ก็ไลน์มาบอกว่าถึงบ้านแล้ว รับรู้เช่นนั้นคนเป็นลูกก็สบายใจ นั่งดื่มกับเพื่อนต่อโดยไม่ต้องพะวงห่วงคนเป็นแม่ที่ยามนี้กลับบ้านไปนอนหลับสบายแล้ว
ขณะเดียวกันทางด้านโก้หลานชายลุงแสงที่รอจังหวะเหมาะๆเพื่อจะเข้าหาของขวัญ พอเห็นทางสะดวกก็รีบหันไปชวนเพื่อนอีกสองคนที่นั่งข้างๆให้ไปเป็นเพื่อนทันที จะเข้าไปขอเบอร์สาวแต่ก็เขิน ไม่กล้าไปคนเดียว
"ไอ้พีไอ้เจพวกมึงสองตัวไปเป็นเพื่อนกูที กูอิไปขอเบอร์น้องของขวัญ" (ไอ้พีไอ้เจพวกมึงสองตัวไปเป็นเพื่อนกูหน่อย กูจะไปขอเบอร์น้องของขวัญ)
...พีก็คือลูกชายของนิด ส่วนเจก็คือลูกชายของน้อย นิดกับน้อยก็คือคนงานผู้หญิงที่คุยกับของขวัญเมื่อตอนบ่าย พีกับเจอายุสิบเก้าเท่ากันกับโก้
"พอแม่น้องเขาไม่อยู่กะเอาเลยนะมึงไอ้โก้" (พอแม่น้องเขาไม่อยู่ก็เอาเลยนะมึงไอ้โก้) เป็นพีที่พูดขึ้นมา
"เออหน่า ไปเป็นเพื่อนกูทีไปๆ" (เออหน่า ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยไปๆ) โก้เซ้าซี้ต่อ พีกับเจก็ไม่คิดจะขัดเพราะอยากจะไปเชยชมของขวัญใกล้ๆอยู่แล้ว มีคนสวยๆมาให้มองก็ต้องเข้าไปมองให้ชัดๆ มองให้อิ่มตากันไปเลย
และเมื่อทั้งสามคนพากันเดินมาถึงกลุ่มที่ของขวัญนั่งอยู่ แต่ทว่าไม่ทันที่โก้จะได้ย่อตัวนั่งลงคุยกับของขวัญ เสียงทุ้มคุ้นเคยของคนที่ทุกคนต่างยำเกรงก็ดังขึ้นมา ราวกับเสียงปืนที่ทำให้โก้กับพีและเจได้ยินถึงกับสะดุ้ง
"พวกมึงสามตัวใครเข้าใกล้ยัยหนูของขวัญกูจะจับไปอยู่คอกม้าคอกวัวหลังสวนปาล์มให้หมด! อยู่เลี้ยงม้าเลี้ยงวัวสักสองปีไม่ต้องออกมา!"
สิ้นคำประกาศกร้าวของนายหัวจอมทัพ ใครจะอยู่ก็อยู่แต่โก้ไม่อยู่ครับ วิ่งป่าราบกลับวงไปก่อนเพื่อน พีกับเจจะมัวรอช้าอยู่ไยก็เผ่นตามโก้กลับไปยังวงเหล้าของตัวเองเช่นกัน ก่อนจะพากันนั่งก้มหน้าหัวหด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหันไปมองของขวัญอีกเลย
แน่นอนว่าพวกของโก้ไม่มีใครอยากไปอยู่เลี้ยงวัวเลี้ยงม้าหลังสวนปาล์มที่มองไปทางไหนก็มีแต่ป่าปาล์ม ไม่มีสาวๆให้มอง ไม่มีอะไรให้ครึกครื้น ไม่มีสิ่งเร้าใจให้น่าตื่นเต้น มีเพียงแค่วัวกับม้าใครเลยจะไปอยากอยู่ ซึ่งแค่เพียงคำขู่แค่นี้ก็สามารถหยุดพวกของโก้ได้แล้ว
ขณะเดียวกันหลายคนในที่นี้ก็พร้อมใจพากันหัวเราะพวกของโก้อย่างสมน้ำหน้า แต่จะมีบางคนที่พากันเอะใจกับสรรพนามที่นายหัวจอมทัพเรียกเด็กสาวว่า 'ยัยหนูของขวัญ' ที่ไม่เคยมีใครได้ยินนายหัวจอมทัพผู้นี้เรียกใครได้น่าเอ็นดูเช่นนี้มาก่อน ขนาดเด็กเล็กๆหรือเด็กแรกเกิดนายหัวก็เรียกแค่ชื่อเท่านั้น ยิ่งแทนตัวเองกับลูกหลานคนงานไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะมึงกูทุกคำ แต่กระนั้นคนที่เอะใจก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ ใครเลยจะกล้าถามหรือกล้าพูดออกมา
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ
ด้านเข็มมุกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนนั่งกันอยู่ครบตรงโซฟาหน้าทีวี เธอจึงเดินเข้าไปพูดกับจอมทัพและคนรักเก่า“นายหัวคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย นายด้วยราเชนทร์”“ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับเธอเหมือนกัน” เป็นจอมทัพที่เอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยราเชนทร์“ฉันก็ด้วย”“งั้นพวกเราไปหาที่คุยกันหน่อยไหม” เพราะเห็น
ซึ่งหลังจากที่เข็มมุกได้ฟังลูกสาวเล่ามาก็ตกใจไม่น้อย เพราะไม่คาดคิดว่าคนที่คิดทำร้ายลูกของเธอจะเป็นเขา คนที่รักและเอ็นดูลูกสาวของเธอ ดีกับลูกสาวของเธอมาตลอด ซึ่งมันยากที่จะทำใจยอมรับ แต่กระนั้นเมื่อคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องในอดีตที่เธอเองก็ไม่อยากจะไปผูกใจเจ็บอะไรแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเคืองโกรธอะไร เพรา
"หนูจูบไม่เป็นค่ะ นายหัวคงไม่ชอบเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างหนู"สิ้นเสียงหวาน จอมทัพถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คราแรกเขาคิดไปต่างๆนาๆว่าเด็กสาวเป็นอะไร ที่แท้เธอก็กลัวเขาจะไม่ชอบที่เธอไร้ประสบการณ์เรื่องบนเตียง นึกแล้วก็อยากจะเขกกระโหลกเล็กๆของเธอสักทีสองทีที่คิดอะไรแบบนี้ ใครๆต่างก็ชอบความบริส
"คือ... คือทั้งหมดที่หนูทำไป เพราะ เพราะหนูชอบนายหัวค่ะ หนูคิดว่าหนูชอบนายหัว ชอบแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขาชอบกันค่ะ" พูดจบของขวัญก็เม็มปากแน่น ก้มหน้างุดกลัวว่าอีกคนจะโกรธที่เธอคิดไม่ซื่อแต่หารู้ไม่ว่าคำตอบของเธอทำเอาใจแกร่งเต้นแรงแทบจะกระโจนออกมานอกอก จอมทัพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่







