Home / อื่น ๆ / ชะตารักนายหัวจอมทัพ / ตอนที่13 อุ้มเด็กกลับบ้าน

Share

ตอนที่13 อุ้มเด็กกลับบ้าน

last update Last Updated: 2026-01-11 14:00:56

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน

...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ

ด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได้ยืมของคนงานมาใช้ก่อนเพื่อส่องนำทางเดิน ฝั่งของขวัญขณะที่เดินอยู่เธอก็เอาแต่กวาดสายตามองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว ยิ่งดึกยิ่งมืดยิ่งพาให้บรรยากาศรอบๆวังเวง ทำเธอขนลุกซู่ไปหมดทั้งร่าง กระทั่งทนต่อความกลัวไม่ไหว จึงหันไปเอ่ยเรียกคนตัวโตที่เดินอยู่ข้างกัน

"นายหัวคะ"

"หื้ม" จอมทัพหันมาขานรับในลำคอ

"หนูกลัวค่ะ หนูขอเดินจับแขนนายหัวได้ไหมคะ"

"ได้สิ" ไม่พูดเปล่า เขายื่นแขนแกร่งไปให้เด็กสาวจับ เมื่อเธอเห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มอย่างน่ารัก ก่อนจะรีบคว้าแขนแกร่งของเขาเข้าไปกอดไว้ทันที

"ได้กอดนายหัวแบบนี้หนูค่อยอุ่นใจขึ้นมาหน่อยค่ะ" ของขวัญพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆขณะที่สองเท้าเล็กเดินเคียงคู่ไปกับอีกคนเรื่อยๆ

ด้านจอมทัพจึงยกมือใหญ่อีกข้างขึ้นมาวางบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างทะนุถนอม ขณะที่ภายในกายรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาเพราะเด็กสาวกอดแขนเขาแน่นจนไม่สนว่าหน้าอกหน้าใจของตัวเองจะมาเบียดเสียดกับแขนของเขา จะให้เขาบอกเขาเตือนก็ไม่รู้จะพูดยังไง เกรงว่าถ้าพูดออกไปเดี๋ยวเธอจะหาว่าเขาเป็นตาแก่โรคจิตที่คิดอะไรในทางไม่ดี จึงเลือกที่จะเงียบไว้เป็นดีที่สุด พยายามข่มใจไม่ให้รู้สึกไปกับสัมผัสของเจ้าก้อนนุ่นนิ่มที่เบียดแขนเขาอยู่ แต่ทว่ามันก็ทำยากมากเหลือเกินจนเขาเหงื่อแตกไปหมด ทั้งที่ตกดึกอากาศในไร่จะเย็นแต่ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายเขาเย็นไปด้วยเลย กระทั่งเสียงกิ่งไม้หักดังขึ้น...

!

"กรี๊ด!"

หมับ!

เสียงหวานร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจกลัวเมื่อได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก พร้อมกับร่างบางแต่สัดส่วนอวบอิ่มของเธอกอดหมับเอวสอบของอีกคนเอาไว้ทันที ใบหน้าน่ารักซุกเข้าหาอกแกร่ง กอดเขาแน่นอย่างต้องการที่กำบังและคนปกป้อง

ด้านจอมทัพจึงกอดปลอบเด็กสาวทันที...

"ไม่ต้องกลัวไปยัยหนู แค่เสียงกิ่งไม้หักเอง"

ของขวัญได้ยินเช่นนั้นจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาจากอกแกร่งขณะที่แขนเรียวเล็กทั้งสองข้างยังคงกอดเอวสอบเอาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าหวาดระแวง

"แค่เสียงกิ่งไม้หักแน่นะคะ ไม่ได้มีอะไรออกมาใช่ไหมคะ"

"หึ กลัวขนาดนี้เลยเหรอยัยหนูน้อย เอางี้ถ้าหนูไม่ถือให้ฉันอุ้มหนูเดินกลับบ้านก็ได้นะ" ขณะที่ปากเอ่ยพูดกับเด็กสาว มือใหญ่ก็คอยกอดปลอบและลูบศีรษะเล็กไปด้วย มองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู

"ได้เหรอคะ งั้นอุ้มเลยค่ะหนูไม่ถือหรอก" ในเมื่ออีกคนเสนอมา เธอก็ไม่คิดปฏิเสธเพราะสำหรับเธอเขาก็ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่งที่เธอให้ความเคารพดั่งพ่อ จึงไม่คิดจะถือตัวกับเขา

"ฉันอุ้มหนูได้ แต่หนูห้ามให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้หรืออุ้มหนูแบบที่จะให้ฉันอุ้มนะ เข้าใจใช่ไหม"

"เข้าใจค่ะ หนูรู้แม่หนูสอนตลอดว่าให้รักนวนสงวนตัว กับนายหัวหนูถือเป็นข้อยกเว้น เพราะหนูนับถือนายหัวเป็นพ่อ เอ่อ... หนูขอโทษค่ะ หนูลืมไปว่านายหัวไม่ชอบให้หนูคิดกับนายหัวแบบนี้" ของขวัญรีบถอยออกห่างก่อนจะก้มหน้างุดเมื่อลืมตัวเผลอพูดในสิ่งที่อีกคนไม่ชอบ

"ช่างเถอะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว มาให้ฉันอุ้มมา จะได้ถึงบ้านเร็วๆ"

"ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบ แล้วเข้าไปใกล้คนตัวโตตรงหน้า ก่อนที่เขาจะช้อนอุ้มร่างบางของเธอขึ้นมาในท่าอุ้มเด็กหันข้าง สองแขนเรียวเล็กจึงยกขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ จากนั้นเขาก็อุ้มเธอเดินต่อไปข้างหน้า

ขณะนั้นเธอก็คอยลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของคนอายุมากอยู่หลายครั้งต่อหลายครั้ง เธอเผลอมองเขาอย่างไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันก็ได้กลิ่นกายบุรุษตีกับกลิ่นเหล้าที่เขาดื่มไปก็พาให้รู้สึกร้อนรุ่มในกายแปลกๆ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร กระทั่งอีกคนแหงนหน้ามามองสบตากัน เธอจึงได้สติรีบหลบสายตาเขาฉับพลัน

"หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ เห็นยัยหนูมองหลายรอบแล้ว" 

"นะ หนูมองตอนไหนคะ หนูไม่ได้มองนายหัวซะหน่อย หนูก็มองไปเรื่อยแหละ" ของขวัญตอบปฏิเสธด้วยอาการเลิ่กลั่กเมื่อถูกอีกคนจับได้ว่าเธอเผลอมองเขา

และเมื่อเด็กสาวไม่ยอมรับ จอมทัพจึงอดหมั่นเขี้ยวเธอไม่ได้ ก็เลยแกล้งเสียหน่อย...

"อืม งั้นเหรอ ฉันคงคิดไปเองสินะว่ายัยหนูแอบมองฉัน แต่รู้ใช่ไหมว่าเป็นเด็กโกหกผู้ใหญ่มันบาป" 

"นะ หนูก็แค่มองเฉยๆเองค่ะ" เมื่ออีกคนยกเรื่องบุญบาปมาอ้าง ของขวัญจึงยอมรับแต่โดยดี 

"ยอมรับแล้วเหรอว่ามองฉัน แล้วเมื่อกี้ยัยหนูจะโกหกทำไม อยากมองก็มองสิฉันไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย"

ของขวัญได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่เลือกพูดเปลี่ยนเรื่องแทน

"นายหัวรีบเดินหน่อยค่ะหนูง่วงแล้ว"

"สั่งฉันเหรอหื้ม" ทว่าจอมทัพก็ยังอดที่จะพูดแกล้งไม่ได้

"เปล่าค่ะ งั้นนายหัวปล่อยหนูลงก็ได้ ใกล้ถึงบ้านแล้วหนูไม่ค่อยกลัวแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูลงเดินเอง"

"ใช้เสร็จแล้วจะถีบหัวส่งเหรอ"

"เปล่าค่ะ ทำไมนายหัวชอบพูดแกล้งหนูจัง"

"ก็ยัยหนูเป็นเด็กน่ารักหนิ ให้ฉันแกล้งหน่อยไม่ได้เหรอ หื้ม"

เมื่อโดนชมรอยยิ้มหวานก็ฉายขึ้นมาบนใบหน้าน่ารักทันทีราวกับคนบ้ายอ

"โอเคค่ะ ชมกันขนาดนี้งั้นหนูยอมให้นายหัวแกล้งหนูตลอดชีวิตเลยค่ะ"

สิ้นคำพูดประโยคนี้ของเด็กสาว ทำเอาจอมทัพชะงักนิ่งไปชั่วขณะ มองเธออย่างไม่ละสายตา ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาเบาๆราวกับคนตกอยู่ในภังค์

"อย่าพูดแบบนี้สิยัยหนูน้อย เหมือนหนูกำลังให้ความหวังคนแก่อย่างฉันเลยนะ"

"คะ?"

"ไม่มีอะไรหรอก ถึงบ้านแล้วรีบเข้าห้องไปนอนเถอะ"

"ค่ะ"

ขณะนั้นก็เดินมาถึงบ้านพอดี จอมทัพจึงวางเด็กสาวลงยืนบนพื้น ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยพูดต่อ

"งั้นหนูไปนอนก่อนนะคะ ฝันดีนะคะนายหัว"

"อือ ฝันดีเช่นกันนะยัยหนู" เขาพูดพลางยกมือใหญ่ข้างหนึ่งขึ้นมาวางบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างเอ็นดู 

จากนั้นเด็กสาวก็เดินเข้าห้องตัวเองไป โดยมีดวงตาคู่คมจับจ้องมองเธอไม่วางตา ขณะที่ในหัวของเขาเอาแต่คิดถึงคำพูดของเด็กสาวเมื่อครู่ที่ว่า 'ชมกันขนาดนี้งั้นหนูยอมให้นายหัวแกล้งหนูตลอดชีวิตเลยค่ะ' ประโยคนี้ของเธอดังก้องซ้ำๆอยู่ในหัวของเขา หากเธอจะอยู่ให้เขาแกล้งตลอดชีวิตอย่างที่เธอพูดมาจริงๆ นั่นก็แสดงว่าเธอจะไม่ไปไหน เธอจะอยู่กับเขาตลอดชีวิตงั้นเหรอ แต่คิดไปคิดมาก็นึกตลกตัวเองที่เก็บคำพูดของเด็กมาคิดจริงจัง ทั้งที่เธอแค่อาจจะพูดเล่นแต่เขาดันจริงจังไปเสียได้ โดยที่ยังคงยืนมองประตูห้องของเด็กสาวอยู่นานไม่ยอมไปไหน กระทั่งตัดใจเลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วเดินกลับขึ้นห้องของตัวเองไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่15 พาเด็กเข้าสวน

    เช้าวันต่อมาหลังจากหายไข้ของขวัญก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เช้าวันนี้เธอช่วยแม่ทำกับข้าวและทานข้าวพร้อมแม่ของเธอ จากนั้นก็มารดน้ำต้นไม้พลางคิดถึงเรื่องเมื่อวานไปด้วย"บ้าไปแล้วแน่ๆเลยเรา เมื่อวานทำไมถึงฝันว่าจูบนายหัวได้นะ ไข้จนเพี้ยนไปแล้วแน่เลย" เสียงหวานบ่นอุบอิบพึมพำอยู่คนเดียวเพราะคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานคือความฝัน ขณะที่มือก็ถือสายยางรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านไปด้วย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าบุคคลที่เธอนึกถึงอยู่กำลังเดินมาทางด้านหลังของเธอ"บ่นอะไรยัยหนู"!ของขวัญที่กำลังตีกับเสียงในหัวของตัวเองก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันไปมองคนด้านหลัง"นะ นายหัว มาเงียบๆหนูตกใจหมดเลยค่ะ""ฉันก็เดินมาปกตินะ ยัยหนูนั่นแหละมัวแต่ใจลอย คิดอะไรอยู่เหรอ หื้ม""ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูก็แค่คิดอะไรไปเรื่อย""แล้วนี่เพิ่งจะหายไข้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมารดน้ำต้นไม้ หนูควรจะพักอีกหน่อยนะ งานบ้านยังไม่ต้องทำก่อนก็ได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไม่ต่างจากสีหน้า"หนูหายดีแล้วค่ะ แค่นี้สบายมาก" ของขวัญพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่อีกคนจะยิ้มตามด้วยความเอ็นดูกับท่าทางร่าเริงสดใสของเธอในตอนนี้ ต่างจากเมื่อวานที่นอนซมใบหน้าซี

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่14 เป็นไข้แล้วดื้อ ดื้อจนได้เรื่อง

    ชะตารักนายหัวจอมทัพเช้าวันต่อมา"ทัพเช้านี้จะเข้าสวนไหมลูก" คุณนายจันทร์ทิพย์เอ่ยถามลูกชายที่เดินเข้ามาในครัว ขณะที่เธอกับเข็มมุกเพิ่งจะทานข้าวเช้าเสร็จพอดี "ไม่ครับ แต่ช่วงบ่ายผมว่าจะเข้าไปดูทุเรียน""งั้นแม่ฝากดูหนูของขวัญหน่อยสิ แม่จะไปตลาดกับเข็มมุกน่ะ ไม่นานก็กลับแล้ว""ยัยหนูของขวัญเป็นอะไร"สิ้นเสียงทุ้มที่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เข็มมุกจึงเป็นคนเอ่ยตอบ"เมื่อคืนสงสัยนั่งตากน้ำค้างนานไปหน่อย เช้ามาเลยไม่สบายน่ะค่ะ"จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยพูดต่อ"งั้นเธอไปตลาดกับแม่ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันดูยัยหนูให้ไม่ต้องห่วง""ขอบคุณนะคะนายหัว"สิ้นเสียงของเข็มมุก จอมทัพจึงพยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นสองสาวต่างวัยก็พากันไปตลาดนัดตอนเช้าเพื่อซื้อพวกผักและของสดมาตุนไว้ ในบ้านจึงเหลือแค่จอมทัพกับของขวัญ ส่วนนายใหญ่ศรตื่นเช้ามากินข้าวเสร็จก็ออกไปทำกิจของตัวเองตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่มีอะไรให้ทำจิปาถะไปเรื่อยด้านจอมทัพที่ลังเลว่าจะเข้าไปดูเด็กสาวในห้องหรือจะนั่งเฝ้าเธออยู่ด้านนอกดี แต่ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องของเด็กสาว โดยไม่ได้เคาะประตูเรียกเจ้าข

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่13 อุ้มเด็กกลับบ้าน

    งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่13 อุ้มเด็กกลับบ้าน

    งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได้

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่12 ยัยหนูของขวัญ

    "งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ""ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน""ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน""จ้ะพี่ ไปเถอะ"จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ""ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว""ขอบคุณค่ะ""แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม" "ได้ค่ะฉันไม่กลัว""งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ""เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา""อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเข

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่11 ยัยหนูอย่าซน

    ช่วงหัวค่ำด้านสองแม่ลูกที่รอนายหัวจอมทัพอยู่ด้านล่างเพื่อจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับคนงานที่บ้านพักด้านหลัง ไม่นานคนที่พวกเธอรอก็เดินลงมาจากห้อง"จะไปกันเลยไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไม่ได้เจาะจงว่าถามคนลูกหรือถามคนแม่"ค่ะ" เป็นคนลูกที่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังบ้านพักคนงาน โดยจอมทัพถือไฟฉายคาดหัวที่ใช้ส่องสำหรับตอนตัดยางที่เขามีติดบ้านเอาไว้อยู่หลายอัน แต่วันนี้กะจะเอามาให้สองแม่ลูกใช้ส่องนำทางกลับหาไม่เจอ จึงได้มาแค่อันเดียวที่เขาถือส่องนำทางให้สองแม่ลูกอยู่ขณะที่ของขวัญเดินกอดแขนคนเป็นแม่ตามหลังอีกคน สายตาของเธอก็กวาดมองไปทั่วสวนยางที่มืดไปหมดอย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบๆมีเพียงแค่เสียงสัตว์เล็กในยามค่ำคืนที่ส่งเสียงร้องประสานกัน ลมเย็นๆที่พัดผ่านกระทบผิวกายพาให้รู้สึกเย็นยะเยือก ไหนจะเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ทุกอย่างรวมกันพาให้บรรยากาศดูวังเวงจนเธอขนลุกซู่ แม้จะเห็นแสงไฟจากบ้านพักคนงานอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยาศตรงที่ที่เดินอยู่น่ากลัวน้อยลงเลย"แม่ สวนยางตอนกลางคืนน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนตอนกลางวันเลยนะคะ" แม้ปากจะบอกแม่ว่ากลัว แต่สายตาก็ยังคงกวา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status