Masukตกเย็น ด้านจอมทัพที่เพิ่งกลับมาจากดูสวนทุเรียนของตน ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นมายืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านเขานับสิบคนเห็นจะได้ ซึ่งเด็กหนุ่มพวกนี้ก็เป็นเด็กที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่แล้วเพราะเป็นลูกหลานคนงานของเขาทั้งนั้น หนึ่งในนั้นก็มีโก้หลานชายลุงแสงอยู่ด้วย และเมื่อลงจากรถเขาก็เดินเข้าไปถามโก้ทันที
"ไอ้โก้ พวกมึงพากันมาทำอะไรที่หน้าบ้านกูเยอะแยะวะ"
"พวกผมกะมาแลลูกสาวแม่บ้านนายหัวนั่นแหละ เทชื่อของขวัญเห็นเขาแหลงเขาลือกันว่าน่ารักหนัด" (พวกผมก็มาดูลูกสาวแม่บ้านนายหัวนั่นแหละ ที่ชื่อของขวัญเห็นเขาพูดเขาลือกันว่าน่ารักมาก) โก้ตอบด้วยท่าทางระริกระรี้อยากจะเห็นหน้าลูกสาวแม่บ้านที่ว่าเต็มทน ก่อนที่เด็กหนุ่มอีกคนจะพูดสมทบโก้ทันที
"นั่นแหละนายหัว พวกผมกะเลยพากันมาแลสักหีดว่าน่ารักจริงหม้าย" (นั่นแหละนายหัว พวกผมก็เลยพากันมาดูสักหน่อยว่าน่ารักจริงไหม)
จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาจึงพูดออกไปน้ำเสียงแข็ง ใบหน้าเข้มดุ
"คนเหมือนกันจะอยากดูอยากเห็นไปทำไม พวกมึงกลับบ้านไปได้แล้วไป กลับไปให้หมดเลย อย่ามายืนขวางทางหน้าบ้านกู"
สิ้นเสียงทุ้มที่ทุกคนต่างต้องยำเกรง พวกเด็กหนุ่มทั้งหมดก็พากันถอยกรูไปด้านหลัง แต่ทว่าก็ไม่มีใครยอมไปไหน เพราะยังไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวแม่บ้านที่ว่าเลย แม้ต่างคนต่างก็เกรงกลัวนายหัว แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงทำให้พวกเด็กหนุ่มทั้งหมดยังดึงดันที่จะอยู่จนกว่าจะได้เจอคนที่อยากเจอ
กระทั่งเด็กสาวเจ้าตัวที่ทุกคนต่างอยากเจอ เดินออกมาหน้าบ้านพร้อมกับถุงขยะในมือ
"อ้าว นายหัวกลับมาแล้วเหรอคะ พอดีเลยแม่หนูทำกับข้าวเย็นเสร็จแล้ว นายหัวจะกินเลยไหมคะเดี๋ยวหนูไปตักข้าวให้"
สิ้นเสียงหวาน ไม่ทันที่จอมทัพจะได้ตอบอะไร โก้ที่ยืนมองของขวัญตาค้างก็พูดขึ้นมาราวกับคนตกอยู่ในภวังค์
"น่ารักอย่างแรง" (น่ารักมาก)
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงชื่นชมของเด็กหนุ่มคนอื่นๆที่ต่างพูดไปในทางเดียวกัน...
"น่ารักหนัด" (น่ารักมาก)
"น่ารักจริงเหมือนที่เขาแหลงกันเลยว่ะ" (น่ารักจริงเหมือนที่เขาพูดกันเลยว่ะ)
"โหมสูแลน้องเขาน่ารักหนัด เหมือนตุ๊กตายางเลย" (พวกมึงดูน้องเขาน่ารักมาก เหมือนตุ๊กตายางเลย)
"เออจริง ตัวกะขาวตากะกลม ผมสั้นสเปกกูเลยว่ะ" (เออจริง ตัวก็ขาวตาก็กลม ผมสั้นสเปกกูเลยว่ะ)
"น่ารักพันนี้อยากให้แม่มาขอเลยกู" (น่ารักแบบนี้อยากให้แม่มาขอเลยกู)
ขณะเดียวกันด้านของขวัญที่กวาดสายตามองเหล่าชายหนุ่มทั้งหมดที่จ้องมองมาทางตัวเองก็รู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมา เธอจึงเบี่ยงตัวไปหลบด้านหลังของร่างสูงกำยำทันทีอย่างต้องการที่กำบังราวกับรู้สึกปลอดภัยเมื่อหลบอยู่หลังเขา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาเอาตัวเองมาบังตัวเธอเอาไว้เช่นกัน ก่อนที่เขาจะเอี้ยวหน้ามาพูดกับเธอ
"ยัยหนูเอาถุงขยะมาให้ฉันเดี๋ยวฉันเอาไปทิ้งให้เอง หนูกลับเข้าบ้านไปก่อน"
จอมทัพหยิบถุงขยะจากมือเด็กสาวมาถือไว้เอง ก่อนที่เธอจะเดินเข้าบ้านไปอย่างเชื่อฟัง
ขณะเดียวกันเสียงโห่ร้องของเหล่าเด็กหนุ่มก็ดังประสานกันกระหึ่มอย่างแสนเสียดายที่เห็นของขวัญเดินเข้าบ้านไป ไม่อยู่ให้พวกเขามองให้ชื่นตาชื่นใจก่อน
ด้านจอมทัพแทบจะเหลืออดกับเด็กหนุ่มพวกนี้ ไหนจะคำพูดของอีกฝ่ายที่พูดถึงเด็กสาวเมื่อครู่ แต่ละคำเขาทนฟังแทบไม่ได้
"พวกมึงกลับบ้านไปได้แล้ว แล้วอย่ามายืนเต็มกันอยู่หน้าบ้านกูอีก มึงเลยไอ้โก้ไอ้ตัวดี คราวหลังถ้ามึงพาพวกมาเยอะแบบนี้อีกกูจะให้มึงไปเลี้ยงวัวเลี้ยงม้าอยู่ท้ายสวนปาล์มสักเดือนไม่ต้องออกไปไหน อยู่กับม้ากับวัวไปเลยมึง" ไม่เพียงแค่ขู่ แต่หากเด็กหนุ่มพวกนี้ยังไม่เชื่อฟังเขาคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด โดยเฉพาะโก้ที่เป็นหัวโจก ถึงจะเป็นหลานชายของลุงแสงที่ตนเคารพและนับถือเสมือนพ่ออีกคนก็ไม่เว้น
"ไม่เอานายหัว ผมโร้แล้วครับ ผมไปกะได้ ไปพวกมึงหลบๆ" (ไม่เอานายหัว ผมรู้แล้วครับ ผมไปก็ได้ ไปพวกมึงกลับๆ) โก้พูดขึ้นอย่างเซ็งๆ ก่อนจะหันไปชวนเหล่าเพื่อนกลับ จากนั้นเด็กหนุ่มนับสิบก็พากันกลับอย่างเสียไม่ได้ เพราะใครเลยจะกล้าต่อกรกับนายหัวจอมทัพผู้นี้ แม้ทุกคนที่รู้จักต่างรู้ดีว่านายหัวจอมทัพที่หน้าตาอาจจะดูโหดแต่ลึกๆกลับเป็นคนจิตใจดี แต่เมื่อเวลาบทจะเด็ดขาดก็ไม่มีใครกล้าต่อกรหรือกล้าลองดีกับเขา
...
เวลาต่อมา 23:05 น.
"อ้าวนายหัว ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีกคะ"
จอมทัพที่กำลังยืนกอดอกอยู่หน้าบ้านโดยแหงนหน้ามองทองฟ้าขณะที่ในหัวกำลังคิดถึงเด็กคนหนึ่งที่อยู่ๆก็โผล่เข้ามาในชีวิตเขา กระทั่งได้ยินเสียงหวานดังมาจากด้านหลัง มุมปากหนาจึงยกยิ้มทันทีเพราะรู้ดีว่าเจ้าของเสียงหวานใสนี้เป็นคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ ซึ่งไม่บ่อยนักที่คนอย่างเขาจะยิ้มออกมาง่ายๆ แต่พอเป็นเธอกลับทำให้เขายิ้มออกมาอย่างง่ายดายโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ
เขาจึงหันมามองเด็กสาวแล้วเอ่ยถามกลับน้ำเสียงอ่อนโยน...
"ยัยหนูนั่นแหละ ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีก"
"หนูนอนไม่หลับค่ะมันแปลกที่ เมื่อคืนกว่าจะนอนหลับก็ดึกเหมือนกันค่ะ"
"อยู่ไปอีกหน่อยเดี๋ยวก็ชิน"
สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญจึงยิ้มให้คนตัวโตตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถามถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นอย่างนึกสงสัยใคร่รู้
"ว่าแต่พี่ๆผู้ชายเมื่อตอนเย็นใครเหรอคะ พวกเขามาทำอะไรกันที่นี่เยอะเชียว"
"พวกลูกหลานคนงานนี่แหละ มันมาดูยัยหนูกันไง"
"ดูหนู หนูเนี่ยเหรอคะ?" เธอถามย้ำพร้อมกับนิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย เอียงคอเล็กน้อย มองคนตัวโตตรงหน้าตาแป๋วอย่างรอคำตอบ จนเขาเห็นแล้วก็นึกเอ็นดู ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยตอบเธอน้ำเสียงอ่อนโยน
"อือ พวกมันมาดูหนูนั่นแหละ"
"แล้วมาดูหนูทำไมคะ หนูไม่ใช่ดาราซะหน่อยถึงต้องพากันมาดู"
"เวลาใครไปใครมาชาวบ้านก็มักจะอยากรู้อยากเห็นกันเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งเป็นคนสวยคนน่ารักแบบยัยหนูมาอยู่ใหม่ พอรู้ถึงหูไอ้เด็กพวกนั้นมันก็เลยแห่กันมาดูน่ะ"
"แล้วพี่ๆเขาเป็นคนดีไหมคะ" ของขวัญถามด้วยสีหน้าระแวง บ่งบอกถึงความหวั่นกลัวจนอีกคนเห็นได้ชัด
"ไอ้เด็กพวกนั้นมันก็เป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไปนี่แหละ ดีบ้างเกเรบ้างตามประสาพวกมัน"
สิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยตอบ เด็กสาวก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจ มือใหญ่ข้างหนึ่งจึงวางลงบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างทะนุถนอม ก่อนที่เสียงทุ้มจะพูดขึ้นต่อขณะที่ยังคงลูบศีรษะเล็กอยู่
"ยัยหนูไม่ต้องกลัวพวกมันหรอกนะ หนูเป็นคนของบ้านนี้ เป็นคนของฉัน ไม่มีใครกล้าทำอะไรหนูหรอก" เขาพูดเน้นคำว่า 'เป็นคนของฉัน' ชัดถ่อยชัดคำ แต่เด็กสาวใสซื่อเกินกว่าจะรู้ถึงเจตนาของเขา
หลังจากซื้อของเสร็จ บัวก็มาส่งของขวัญที่หน้าบ้านของนายหัว ด้านของขวัญที่ลงจากท้ายรถของน้าสาว ก็ไม่ลืมที่จะถอดเสื้อคลุมแขนยาวคืนให้น้าสาวของเธอที่ให้ยืมมาใส่กันแดดก่อน จากนั้นก็เอ่ยขอบคุณพร้อมกับพนมมือไหว้"ขอบคุณน้าบัวมากนะคะที่พาหนูไปซื้อของ""ไม่เป็นไร คราวหลังอยากไปไหนก็มาบอกน้าได้ตลอด เดี๋ยวน้าพาไปเอง""ค่ะ ขอบคุณนะคะ""จ้ะ แล้วอย่าลืมบอกแม่ให้แวะไปกินเลี้ยงด้านหลังคืนนี้ด้วยล่ะ ถ้าไม่ไปน้าจะมาตามถึงที่นะบอกก่อน""ค่ะ หนูกับแม่ไปแน่นอนค่ะไม่ต้องห่วง""จ้ะ งั้นน้าไปก่อนนะ""ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นบัวก็ขับรถกลับไปทางบ้านพักด้านหลังทันที ส่วนของขวัญก็เดินกลับเข้าบ้านโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมกริบคู่หนึ่งแอบมองเธอตั้งแต่ที่เธอซ้อนท้ายรถของบัวกลับบ้านมาแล้ว กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มดังมาจากด้านข้าง..."ไปไหนมาเหรอ"สองเท้าเล็กจึงหยุดชะงักทันทีโดยไม่ทันจะเดินถึงประตูบ้าน ก่อนจะหันไปมองตามเสียง ขณะที่เจ้าของเสียงกำลังเดินมาหาเธอ"นายหัว" เธอดูมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเขา"ว่าไง ไปไหนมาหื้ม" น้ำเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยถามย้ำกับสีหน้าของเขาที่ดูใจดีผิดกับเมื่อคืน ทำให้เด็กสาวรู
"แม่ขาคุณยายอนุญาตแล้วค่ะ ว่าแต่น้าบัวพักอยู่ห้องไหนเหรอคะหนูจะได้ไปหาถูก" ขณะที่ปากขยับถามคนเป็นแม่ สายตาก็สอดส่องชะเง้อคอมองไปยังบ้านพักห้องแถวของคนงานที่อยู่ไม่ไกลมากนัก สามารถมองเห็นคนงานที่บ้านพักกำลังเดินไปเดินมา บ้างก็นั่งกันอยู่หน้าห้องพักที่มองเห็นได้ในระยะสายตา เมื่อคนเป็นแม่เอ่ยตอบจึงหันกลับมามองแม่ของตน"แม่เองก็ไม่เคยไปหาน้าบัวที่บ้านพักหรอก แต่เหมือนน้าบัวของลูกเคยบอกแม่ว่าพักอยู่ห้องกลางๆน่ะ ขวัญลองเดินไปดูก่อน ถ้าไม่เห็นก็ค่อยถามคนงานแถวนั้นดู""ค่ะแม่ งั้นหนูไปหาน้าบัวก่อนนะคะ"เข็มมุกจึงพยักหน้าให้ลูกสาวด้วยใบหน้ายิ้มๆ จากนั้นของขวัญก็เดินไปหาน้าบัวของเธอที่บ้านพักคนงานทันที เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านพักคนงานที่มีทั้งหมดราวสิบสองห้อง ก็เห็นคนเป็นน้าสาวนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าห้องพักหลังที่หกนับมาจากด้านซ้ายของเธอ โดยมีคนงานผู้หญิงหลายช่วงอายุนั่งอยู่กับน้าเธอประมาณสี่ถึงห้าคน และยังมีที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่หลายจุด บ้างก็นั่งกันบนแคร่หน้าบ้านพักใต้ล่มไม้ยาง บ้างก็นั่งปูเสื่อกัน ขณะที่เธอกำลังนึกเอะใจว่าทำไมถึงมีแต่คนงานผู้หญิง ไม่เห็นคนงานผู้ชายเลยนอกจากเด็กเล็กๆที่วิ่งกัน
เช้าวันต่อมา"ข้าวเช้าเสร็จยัง"สองแม่ลูกที่กำลังวุ่นอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นก็ทำเอาคนเป็นลูกที่กำลังยืนล้างอุปกรณ์ทำครัวอยู่หยุดชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเลือกไม่สนใจยืนล้างของต่อ"เสร็จแล้วค่ะ นายหัวจะกินข้าวเช้าเลยไหมคะ" เป็นเข็มมุกที่หันมาเอ่ยตอบก่อนจะถามกลับ โดยไม่ทันได้สนใจสังเกตท่าทีของลูกสาว"ไม่ต้อง จัดใส่ปิ่นโตมาให้ฉันก็พอ""นายหัวจะพาปิ่นโตไปวัดเหรอคะ""เปล่า วันนี้ฉันจะไปช่วยคนงานใส่ปุ๋ยยาง เลยจะเอาข้าวไปกินกับคนงานที่สวน""อ๋อได้ค่ะ งั้นรอสักครู่นะคะ"จอมทัพพยักหน้ารับ ก่อนจะชำเลืองมองไปยังเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ ดูเธอกำลังวุ่นกับสิ่งที่ทำหรือตั้งใจหลบหน้าเขาก็ไม่รู้ด้านเข็มมุกที่สังเกตเห็นสายตาของนายหัวจอมทัพขณะที่พูดกับเธอเมื่อครู่ แต่ลอบมองไปยังลูกสาวของเธออยู่ตลอด เธอไม่ไว้ใจกับสายตาคู่นี้ที่มองลูกสาวของเธอแปลกๆตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แม้สองสามวันมานี้ที่เธอคอยสังเกตเห็นว่าเขาดูเป็นคนดีอย่างที่ลูกสาวเธอพูดยกยอ แต่เธอก็ยังรู้สึกระแวงเขาอยู่ดี กลัวว่าเขาจะคิดไม่ดีกับลูกสาวของเธอ หากเป็นเช่นนั้นเธอก็พร้อมจะย้ายออกจากที่นี่ทันทีเพื่อความปลอดภัยข
"จริงด้วย น้าบัวเคยบอกหนูว่าคนงานและชาวบ้านที่นี่ต่างเคารพและเกรงกลัวนายหัวกันทั้งนั้น งั้นหนูกับแม่ก็อยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจแล้วสินะคะ" ของขวัญพูดตอบกลับไปน้ำเสียงใสแจ๋ว พูดไปยิ้มไปอย่างคลายความกังวลเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าน้าบัวของเธอเคยบอกถึงกิตติศัพท์ของคนตรงหน้าไว้ว่าอย่างไร"ใช่ ยัยหนูอยู่ที่นี่สบายใจได้เลย มีฉันอยู่ฉันไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรหนูกับแม่หนูหรอก ว่าแต่บัวเล่าถึงฉันให้หนูฟังว่ายังไงบ้างเหรอ" อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่าเด็กสาวรู้อะไรเกี่ยวกับตัวของเขาบ้าง โดยไม่ได้คิดถือโทษโกรธบัวที่เล่าเรื่องของตนให้เด็กสาวฟัง กลับกันอยากจะขอบคุณบัวเสียอีก"น้าบัวเล่าถึงนายหัวให้หนูฟังเยอะเลยค่ะ เกี่ยวกับคุณตาคุณยายก็ด้วย น้าบัวบอกว่าคุณยายเป็นคนกรุงเทพเหมือนหนู ส่วนคุณตาเป็นคนใต้ คุณยายย้ายมาอยู่กับคุณตาตั้งแต่ยังสาวจนมีนายหัว แต่หนูไม่รู้ว่าคุณตากับคุณยายไปเจอกันแล้วรักกันได้ยังไง เพราะน้าบัวก็ไม่รู้เลยไม่ได้เล่าให้หนูฟังค่ะ" "เล่าต่อสิ" ขณะที่เด็กสาวกำลังพูดเจื้อยแจ้ว เขาก็เอาแต่มองหน้าเธอไม่ละสายตา ราวกับโดนต้องมนต์สะกดให้เขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้"น้าบัวบอกว่านายหัวพูดกลางติดคุณยาย เ
ตกเย็น ด้านจอมทัพที่เพิ่งกลับมาจากดูสวนทุเรียนของตน ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นมายืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านเขานับสิบคนเห็นจะได้ ซึ่งเด็กหนุ่มพวกนี้ก็เป็นเด็กที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่แล้วเพราะเป็นลูกหลานคนงานของเขาทั้งนั้น หนึ่งในนั้นก็มีโก้หลานชายลุงแสงอยู่ด้วย และเมื่อลงจากรถเขาก็เดินเข้าไปถามโก้ทันที"ไอ้โก้ พวกมึงพากันมาทำอะไรที่หน้าบ้านกูเยอะแยะวะ""พวกผมกะมาแลลูกสาวแม่บ้านนายหัวนั่นแหละ เทชื่อของขวัญเห็นเขาแหลงเขาลือกันว่าน่ารักหนัด" (พวกผมก็มาดูลูกสาวแม่บ้านนายหัวนั่นแหละ ที่ชื่อของขวัญเห็นเขาพูดเขาลือกันว่าน่ารักมาก) โก้ตอบด้วยท่าทางระริกระรี้อยากจะเห็นหน้าลูกสาวแม่บ้านที่ว่าเต็มทน ก่อนที่เด็กหนุ่มอีกคนจะพูดสมทบโก้ทันที"นั่นแหละนายหัว พวกผมกะเลยพากันมาแลสักหีดว่าน่ารักจริงหม้าย" (นั่นแหละนายหัว พวกผมก็เลยพากันมาดูสักหน่อยว่าน่ารักจริงไหม)จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาจึงพูดออกไปน้ำเสียงแข็ง ใบหน้าเข้มดุ"คนเหมือนกันจะอยากดูอยากเห็นไปทำไม พวกมึงกลับบ้านไปได้แล้วไป กลับไปให้หมดเลย อย่ามายืนขวางทางหน้าบ้านกู"สิ้นเสียงทุ้มที่ทุกคนต่างต้องยำเกรง พวกเด็ก
ในขณะที่สองแม่ลูกช่วยกันทำกับข้าวก็พลางพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งคนเป็นลูกพูดถึงอีกคนขึ้นมา"แม่ขา นายหัวเขาดูใจดีเนอะแม่ว่าไหม ถึงหน้าตาเขาจะดุไปหน่อย แต่เท่าที่หนูได้พูดคุยกับเขา หนูรู้สึกว่านายหัวเป็นคนใจดีมากค่ะ""ไม่รู้สิ แม่ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับเขาเลย" เข็มมุกพูดตอบลูกสาวกลับไปขณะที่มือจับตะหลิวกำลังทำผัดผักอยู่หน้าเตา ไม่ได้สนใจเรื่องที่ลูกสาวพูดไปมากกว่าการทำกับข้าวเลยด้านของขวัญที่กำลังล้างมือหลังจากเพิ่งหันเนื้อหมูเสร็จ ก็รีบหยิบทิชชู่มาซับมือให้แห้งก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดเอวของคนเป็นแม่จากด้านข้างท่าทางออเซาะราวกับจะขออะไร เหมือนที่เคยทำเวลาต้องการหรืออยากได้อะไรจากแม่"แม่ขา~ หนูอยากมีพ่อใจดีแบบนายหัวค่ะ"แต่ทว่าสิ่งที่เธอต้องการ กลับทำให้คนเป็นแม่ที่ได้ยินเช่นนั้นหยุดมือในการทำอาหารฉับพลัน ก่อนจะหันมาดุเธอทันที"พูดอะไรน่ะของขวัญ หยุดความคิดของลูกเอาไว้เลยนะ""ทำไมล่ะคะ นายหัวกับแม่อายุก็น่าจะพอๆกัน แม่หนูก็ออกจะสวย นายหัวก็หล่อ แล้วนายหัวก็ดูเป็นคนดีด้วย ทำไมหนูจะอยากมีนายหัวเป็นพ่อไม่ได้" ของขวัญเถียงกลับตาใส"หยุดเดี๋ยวนี้นะของขวัญ เลิกพูดจาไร้สาระแล้วก็เลิกคิดอะ