Masukเช้าวันต่อมา
"ข้าวเช้าเสร็จยัง"
สองแม่ลูกที่กำลังวุ่นอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นก็ทำเอาคนเป็นลูกที่กำลังยืนล้างอุปกรณ์ทำครัวอยู่หยุดชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเลือกไม่สนใจยืนล้างของต่อ
"เสร็จแล้วค่ะ นายหัวจะกินข้าวเช้าเลยไหมคะ" เป็นเข็มมุกที่หันมาเอ่ยตอบก่อนจะถามกลับ โดยไม่ทันได้สนใจสังเกตท่าทีของลูกสาว
"ไม่ต้อง จัดใส่ปิ่นโตมาให้ฉันก็พอ"
"นายหัวจะพาปิ่นโตไปวัดเหรอคะ"
"เปล่า วันนี้ฉันจะไปช่วยคนงานใส่ปุ๋ยยาง เลยจะเอาข้าวไปกินกับคนงานที่สวน"
"อ๋อได้ค่ะ งั้นรอสักครู่นะคะ"
จอมทัพพยักหน้ารับ ก่อนจะชำเลืองมองไปยังเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ ดูเธอกำลังวุ่นกับสิ่งที่ทำหรือตั้งใจหลบหน้าเขาก็ไม่รู้
ด้านเข็มมุกที่สังเกตเห็นสายตาของนายหัวจอมทัพขณะที่พูดกับเธอเมื่อครู่ แต่ลอบมองไปยังลูกสาวของเธออยู่ตลอด เธอไม่ไว้ใจกับสายตาคู่นี้ที่มองลูกสาวของเธอแปลกๆตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แม้สองสามวันมานี้ที่เธอคอยสังเกตเห็นว่าเขาดูเป็นคนดีอย่างที่ลูกสาวเธอพูดยกยอ แต่เธอก็ยังรู้สึกระแวงเขาอยู่ดี กลัวว่าเขาจะคิดไม่ดีกับลูกสาวของเธอ หากเป็นเช่นนั้นเธอก็พร้อมจะย้ายออกจากที่นี่ทันทีเพื่อความปลอดภัยของลูกสาว แม้อีกใจไม่อยากคิดอคติกับเขา แต่ความเป็นแม่ก็อดห่วงลูกไม่ได้อยู่ดี
"ขวัญลูก" เข็มมุกเอ่ยเรียกลูกสาวขณะกำลังจัดกับข้าวใส่ปิ่นโตอยู่ ด้านคนเป็นลูกที่มือไม้กำลังวุ่นอยู่กับการล้างอุปกรณ์เครื่องครัวยังไม่เสร็จก็หันมาขานรับคนเป็นแม่
"คะแม่"
"เมื่อวานแม่เห็นมีรังผึ้งอยู่ที่ต้นมังคุดหน้าบ้าน รดน้ำต้นไม้ก็ระวังหน่อยนะลูกเดี๋ยวโดนมันต่อยเอาจะยุ่ง หรือให้แม่ไปรดแทนไหม"
"ไม่ต้องค่ะ ที่จริงหนูเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวตอนไปรดน้ำต้นไม้หนูจะระวังก็แล้วกันค่ะ"
"อือ งั้นก็ระวังๆนะลูก"
"ค่ะแม่"
บทสนทนาของสองแม่ลูก มีอีกคนที่นั่งมองอยู่ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี และหลังจากที่ได้ปิ่นโตมาแล้ว ร่างสูงก็ดันตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัวพร้อมกับปิ่นโตในมือ
...
ไม่นานนักนายใหญ่ศรกับคุณนายจันทร์ทิพย์ก็เดินเข้ามาในครัวขณะที่สองแม่ลูกกำลังนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่ ด้านของขวัญจึงดันตัวลุกขึ้นก่อนจะลากเก้าอี้อีกสองตัวออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงชายชราได้นั่ง พร้อมกับเอ่ยถามท่านทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"คุณตาคุณยายจะกินข้าวเช้าเลยไหมคะเดี๋ยวหนูไปตักให้"
"จ้ะ ไปตักมาเลยลูก ของยายไม่ต้องเยอะนะ กินมากเดี๋ยวแน่นท้องอีก"
"ได้ค่ะ ของคุณตาล่ะคะเอาเยอะหรือน้อยบอกหนูมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูจัดให้ตามคำขอ" รับคำหญิงชราจบ ของขวัญก็หันไปถามชายชราต่อด้วยท่าทางร่าเริงสดใสตามประสาเธอ จนหญิงชายชราทั้งสองที่มองอยู่ยิ้มตามด้วยความเอ็นดู เช่นเดียวกับเข็มมุกที่นั่งยิ้มมองลูกสาวตัวเองด้วยความรู้สึกภมูิใจ
"ของตาเอาพอดีๆพอลูก กินน้อยไปก็ไม่อิ่ม กินเยอะไปก็แน่นท้องเหมือนที่ยายว่านั่นแหละ"
"โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูไปจัดมาให้นะคะ" รับคำจบของขวัญก็เดินไปหยิบจานข้าวมาสองใบก่อนจะเปิดหม้อหุงข้าวแล้วจัดการตักข้าวใส่จานในปริมาณตามที่หญิงชายชราบอก ก่อนจะนำมาเสิร์ฟให้ท่านทั้งสอง
จากนั้นทั้งสี่คนก็นั่งกินข้าวกัน พลางพูดคุยกันไปด้วยอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งที่สองฝ่ายต่างรู้จักกันได้แค่เพียงสามวัน แต่เพราะต่างฝ่ายมีความจริงใจและไว้ใจต่อกัน ความสัมพันธ์จึงเป็นไปในทางที่ดีได้ง่าย
"จริงสิ ของขวัญเช้านี้ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้นะลูก แล้วก็อยู่แต่ในบ้านไม่ต้องออกไปหน้าบ้านก่อนนะ ลูกชายตามันบอกว่าเดี๋ยวจะให้คนงานมาจับผึ้ง ปล่อยไว้ก็กลัวจะมาต่อยคนในบ้านเอา" นายใหญ่ศรพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ที่ลูกชายบอกไว้ตอนเดินสวนกันในบ้านก่อนที่ลูกชายตนจะเดินถือปิ่นโตออกไป
"ได้ค่ะคุณตา" ของขวัญตอบรับอย่างเชื่อฟัง ส่วนเข็มมุกที่นั่งฟังอยู่เงียบๆก็รู้สึกโล่งอกที่จะมีคนมาเอาแมลงผึ้งออกไป เธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงลูกสาวมากในตอนที่ไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน
"ที่จริงผึ้งรังนั้นมันอยู่มาเป็นเดือนแล้วล่ะ แต่เจ้าทัพเพิ่งจะมานึกให้คนงานจับออกไป คงเห็นว่ามีเข็มมุกกับหนูของขวัญมาอยู่น่ะ เลยกลัวเราสองคนจะโดนผึ้งต่อยเอา"
ด้านเข็มมุกที่นั่งฟังอยู่เมื่อได้ยินคุณนายจันทร์ทิพย์พูดมาเช่นนั้น เธอกลับคิดว่าเหตุที่นายหัวจอมทัพสั่งให้คนงานมาจับแมลงผึ้งออกไปนั้นเป็นเพราะลูกสาวของเธอคนเดียวเสียมากกว่า แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความคิดของเธอที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ แต่ทว่าพอรับรู้ว่าอีกคนเป็นห่วงเป็นใยลูกสาวเธอขนาดนี้ เธอก็รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะลดความระแวงลง
เวลาต่อมา 13:35 น."แม่ขา หนูอยากออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวข้างนอกจัง มีหลายอย่างเลยที่อยากซื้อ เราออกไปข้างนอกได้ไหมคะ" ของขวัญเดินเข้ามาถามคนเป็นแม่ที่กำลังนั่งทำอะไรไปเรื่อยอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนข้างหลังบ้าน
"ถ้าจะออกไปข้างนอกก็ไปขอคุณยายก่อน ถ้าคุณยายอนุญาตก็ไปชวนน้าบัวให้น้าบัวพาไป แม่จะอยู่เฝ้าบ้านเผื่อคุณตาคุณยายจะใช้อะไร"
"ได้ค่ะ งั้นหนูไปหาคุณยายก่อนนะคะ"
เข็มมุกพยักหน้ารับด้วยใบหน้ายิ้มๆ จากนั้นของขวัญก็เดินเข้าบ้านไปหาคุณนายจันทร์ทิพย์เพื่อจะขออนุญาตให้เธอออกไปซื้อของข้างนอก
"คุณยายขา~" เสียงหวานเอ่ยเรียกมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างบางจะเดินมานั่งลงที่พื้นข้างโซฟาที่มีหญิงชรานั่งอยู่
"ว่าไงลูก"
"หนูขอออกไปข้างนอกได้ไหมคะ หนูจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวค่ะ"
"ได้สิลูก แล้วจะไปยังไงล่ะ เพิ่งมาอยู่ยังไม่รู้จักร้านค้าแถวนี้ไม่ใช่เหรอเรา เอาอย่างนี้ดีไหม รอให้ลูกชายยายกลับมาจากสวนก่อน แล้วเดี๋ยวยายจะให้เจ้าทัพพาไปซื้อ"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูให้น้าบัวพาไปก็ได้ค่ะ"
"อ๋อจริงด้วย ยายลืมไปว่ามีบัวอยู่ งั้นหนูก็ไปเถอะลูก"
"ขอบคุณนะคะคุณยาย งั้นหนูไปก่อนนะคะ"
"จ้ะลูก"
หลังจากยกมือไหว้ขอบคุณหญิงชราตรงหน้า ของขวัญก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นเดินออกไป ทว่า...
"เดี๋ยวลูก"
เมื่อหญิงชราเอ่ยรั้ง ของขวัญจึงนั่งลงอย่างเดิมพร้อมกับเอ่ยถาม
"คะ"
"อะ ยายให้เอาไว้ซื้อขนม" จันทร์ทิพย์ยื่นธนบัตรสีม่วงที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเงินของตัวเองให้เด็กสาว ทว่าเด็กสาวปฏิเสธกลับมาทันที
"ไม่เป็นไรค่ะหนูพอมีเงินอยู่"
"เงินหนูก็ส่วนของหนูสิ อันนี้ยายอยากให้เองไม่เกี่ยวกัน" ไม่พูดเปล่า จันทร์ทิพย์จับมือเด็กสาวขึ้นมาแล้วยัดธนบัตรใบสีม่วงใส่มือของเด็กสาวอย่างมัดมือชก จนเด็กสาวต้องรับเงินมาอย่างเสียไม่ได้ โดยไม่ลืมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ใจดี
"ขอบคุณนะคะคุณยาย คุณยายใจดีกับหนูมากเลยค่ะ"
"ก็หนูน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ยายจะไม่ใจดีกับหนูได้ยังไงล่ะ ไปเถอะรีบไปซื้อของที่หนูอยากได้ อย่าลืมใส่เสื้อคลุมแขนยาวด้วยล่ะ แดดช่วงบ่ายมันร้อนเดี๋ยวผิวสวยๆของหนูเสียหมด"
"ค่ะคุณยาย งั้นหนูไปก่อนนะคะ"
"จ้ะลูก ไปเถอะ"
จากนั้นของขวัญก็เดินกลับไปหาคนเป็นแม่เพื่อบอกกล่าวอีกครั้งก่อนจะออกไปข้างนอกกับน้าบัวของเธอ
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ
ด้านเข็มมุกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนนั่งกันอยู่ครบตรงโซฟาหน้าทีวี เธอจึงเดินเข้าไปพูดกับจอมทัพและคนรักเก่า“นายหัวคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย นายด้วยราเชนทร์”“ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับเธอเหมือนกัน” เป็นจอมทัพที่เอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยราเชนทร์“ฉันก็ด้วย”“งั้นพวกเราไปหาที่คุยกันหน่อยไหม” เพราะเห็น
ซึ่งหลังจากที่เข็มมุกได้ฟังลูกสาวเล่ามาก็ตกใจไม่น้อย เพราะไม่คาดคิดว่าคนที่คิดทำร้ายลูกของเธอจะเป็นเขา คนที่รักและเอ็นดูลูกสาวของเธอ ดีกับลูกสาวของเธอมาตลอด ซึ่งมันยากที่จะทำใจยอมรับ แต่กระนั้นเมื่อคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องในอดีตที่เธอเองก็ไม่อยากจะไปผูกใจเจ็บอะไรแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเคืองโกรธอะไร เพรา
"หนูจูบไม่เป็นค่ะ นายหัวคงไม่ชอบเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างหนู"สิ้นเสียงหวาน จอมทัพถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คราแรกเขาคิดไปต่างๆนาๆว่าเด็กสาวเป็นอะไร ที่แท้เธอก็กลัวเขาจะไม่ชอบที่เธอไร้ประสบการณ์เรื่องบนเตียง นึกแล้วก็อยากจะเขกกระโหลกเล็กๆของเธอสักทีสองทีที่คิดอะไรแบบนี้ ใครๆต่างก็ชอบความบริส
"คือ... คือทั้งหมดที่หนูทำไป เพราะ เพราะหนูชอบนายหัวค่ะ หนูคิดว่าหนูชอบนายหัว ชอบแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขาชอบกันค่ะ" พูดจบของขวัญก็เม็มปากแน่น ก้มหน้างุดกลัวว่าอีกคนจะโกรธที่เธอคิดไม่ซื่อแต่หารู้ไม่ว่าคำตอบของเธอทำเอาใจแกร่งเต้นแรงแทบจะกระโจนออกมานอกอก จอมทัพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่







