로그인เช้าวันต่อมา
"ข้าวเช้าเสร็จยัง"
สองแม่ลูกที่กำลังวุ่นอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นก็ทำเอาคนเป็นลูกที่กำลังยืนล้างอุปกรณ์ทำครัวอยู่หยุดชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเลือกไม่สนใจยืนล้างของต่อ
"เสร็จแล้วค่ะ นายหัวจะกินข้าวเช้าเลยไหมคะ" เป็นเข็มมุกที่หันมาเอ่ยตอบก่อนจะถามกลับ โดยไม่ทันได้สนใจสังเกตท่าทีของลูกสาว
"ไม่ต้อง จัดใส่ปิ่นโตมาให้ฉันก็พอ"
"นายหัวจะพาปิ่นโตไปวัดเหรอคะ"
"เปล่า วันนี้ฉันจะไปช่วยคนงานใส่ปุ๋ยยาง เลยจะเอาข้าวไปกินกับคนงานที่สวน"
"อ๋อได้ค่ะ งั้นรอสักครู่นะคะ"
จอมทัพพยักหน้ารับ ก่อนจะชำเลืองมองไปยังเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ ดูเธอกำลังวุ่นกับสิ่งที่ทำหรือตั้งใจหลบหน้าเขาก็ไม่รู้
ด้านเข็มมุกที่สังเกตเห็นสายตาของนายหัวจอมทัพขณะที่พูดกับเธอเมื่อครู่ แต่ลอบมองไปยังลูกสาวของเธออยู่ตลอด เธอไม่ไว้ใจกับสายตาคู่นี้ที่มองลูกสาวของเธอแปลกๆตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แม้สองสามวันมานี้ที่เธอคอยสังเกตเห็นว่าเขาดูเป็นคนดีอย่างที่ลูกสาวเธอพูดยกยอ แต่เธอก็ยังรู้สึกระแวงเขาอยู่ดี กลัวว่าเขาจะคิดไม่ดีกับลูกสาวของเธอ หากเป็นเช่นนั้นเธอก็พร้อมจะย้ายออกจากที่นี่ทันทีเพื่อความปลอดภัยของลูกสาว แม้อีกใจไม่อยากคิดอคติกับเขา แต่ความเป็นแม่ก็อดห่วงลูกไม่ได้อยู่ดี
"ขวัญลูก" เข็มมุกเอ่ยเรียกลูกสาวขณะกำลังจัดกับข้าวใส่ปิ่นโตอยู่ ด้านคนเป็นลูกที่มือไม้กำลังวุ่นอยู่กับการล้างอุปกรณ์เครื่องครัวยังไม่เสร็จก็หันมาขานรับคนเป็นแม่
"คะแม่"
"เมื่อวานแม่เห็นมีรังผึ้งอยู่ที่ต้นมังคุดหน้าบ้าน รดน้ำต้นไม้ก็ระวังหน่อยนะลูกเดี๋ยวโดนมันต่อยเอาจะยุ่ง หรือให้แม่ไปรดแทนไหม"
"ไม่ต้องค่ะ ที่จริงหนูเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวตอนไปรดน้ำต้นไม้หนูจะระวังก็แล้วกันค่ะ"
"อือ งั้นก็ระวังๆนะลูก"
"ค่ะแม่"
บทสนทนาของสองแม่ลูก มีอีกคนที่นั่งมองอยู่ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี และหลังจากที่ได้ปิ่นโตมาแล้ว ร่างสูงก็ดันตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัวพร้อมกับปิ่นโตในมือ
...
ไม่นานนักนายใหญ่ศรกับคุณนายจันทร์ทิพย์ก็เดินเข้ามาในครัวขณะที่สองแม่ลูกกำลังนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่ ด้านของขวัญจึงดันตัวลุกขึ้นก่อนจะลากเก้าอี้อีกสองตัวออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงชายชราได้นั่ง พร้อมกับเอ่ยถามท่านทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"คุณตาคุณยายจะกินข้าวเช้าเลยไหมคะเดี๋ยวหนูไปตักให้"
"จ้ะ ไปตักมาเลยลูก ของยายไม่ต้องเยอะนะ กินมากเดี๋ยวแน่นท้องอีก"
"ได้ค่ะ ของคุณตาล่ะคะเอาเยอะหรือน้อยบอกหนูมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูจัดให้ตามคำขอ" รับคำหญิงชราจบ ของขวัญก็หันไปถามชายชราต่อด้วยท่าทางร่าเริงสดใสตามประสาเธอ จนหญิงชายชราทั้งสองที่มองอยู่ยิ้มตามด้วยความเอ็นดู เช่นเดียวกับเข็มมุกที่นั่งยิ้มมองลูกสาวตัวเองด้วยความรู้สึกภมูิใจ
"ของตาเอาพอดีๆพอลูก กินน้อยไปก็ไม่อิ่ม กินเยอะไปก็แน่นท้องเหมือนที่ยายว่านั่นแหละ"
"โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูไปจัดมาให้นะคะ" รับคำจบของขวัญก็เดินไปหยิบจานข้าวมาสองใบก่อนจะเปิดหม้อหุงข้าวแล้วจัดการตักข้าวใส่จานในปริมาณตามที่หญิงชายชราบอก ก่อนจะนำมาเสิร์ฟให้ท่านทั้งสอง
จากนั้นทั้งสี่คนก็นั่งกินข้าวกัน พลางพูดคุยกันไปด้วยอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งที่สองฝ่ายต่างรู้จักกันได้แค่เพียงสามวัน แต่เพราะต่างฝ่ายมีความจริงใจและไว้ใจต่อกัน ความสัมพันธ์จึงเป็นไปในทางที่ดีได้ง่าย
"จริงสิ ของขวัญเช้านี้ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้นะลูก แล้วก็อยู่แต่ในบ้านไม่ต้องออกไปหน้าบ้านก่อนนะ ลูกชายตามันบอกว่าเดี๋ยวจะให้คนงานมาจับผึ้ง ปล่อยไว้ก็กลัวจะมาต่อยคนในบ้านเอา" นายใหญ่ศรพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ที่ลูกชายบอกไว้ตอนเดินสวนกันในบ้านก่อนที่ลูกชายตนจะเดินถือปิ่นโตออกไป
"ได้ค่ะคุณตา" ของขวัญตอบรับอย่างเชื่อฟัง ส่วนเข็มมุกที่นั่งฟังอยู่เงียบๆก็รู้สึกโล่งอกที่จะมีคนมาเอาแมลงผึ้งออกไป เธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงลูกสาวมากในตอนที่ไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน
"ที่จริงผึ้งรังนั้นมันอยู่มาเป็นเดือนแล้วล่ะ แต่เจ้าทัพเพิ่งจะมานึกให้คนงานจับออกไป คงเห็นว่ามีเข็มมุกกับหนูของขวัญมาอยู่น่ะ เลยกลัวเราสองคนจะโดนผึ้งต่อยเอา"
ด้านเข็มมุกที่นั่งฟังอยู่เมื่อได้ยินคุณนายจันทร์ทิพย์พูดมาเช่นนั้น เธอกลับคิดว่าเหตุที่นายหัวจอมทัพสั่งให้คนงานมาจับแมลงผึ้งออกไปนั้นเป็นเพราะลูกสาวของเธอคนเดียวเสียมากกว่า แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความคิดของเธอที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ แต่ทว่าพอรับรู้ว่าอีกคนเป็นห่วงเป็นใยลูกสาวเธอขนาดนี้ เธอก็รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะลดความระแวงลง
เวลาต่อมา 13:35 น."แม่ขา หนูอยากออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวข้างนอกจัง มีหลายอย่างเลยที่อยากซื้อ เราออกไปข้างนอกได้ไหมคะ" ของขวัญเดินเข้ามาถามคนเป็นแม่ที่กำลังนั่งทำอะไรไปเรื่อยอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนข้างหลังบ้าน
"ถ้าจะออกไปข้างนอกก็ไปขอคุณยายก่อน ถ้าคุณยายอนุญาตก็ไปชวนน้าบัวให้น้าบัวพาไป แม่จะอยู่เฝ้าบ้านเผื่อคุณตาคุณยายจะใช้อะไร"
"ได้ค่ะ งั้นหนูไปหาคุณยายก่อนนะคะ"
เข็มมุกพยักหน้ารับด้วยใบหน้ายิ้มๆ จากนั้นของขวัญก็เดินเข้าบ้านไปหาคุณนายจันทร์ทิพย์เพื่อจะขออนุญาตให้เธอออกไปซื้อของข้างนอก
"คุณยายขา~" เสียงหวานเอ่ยเรียกมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างบางจะเดินมานั่งลงที่พื้นข้างโซฟาที่มีหญิงชรานั่งอยู่
"ว่าไงลูก"
"หนูขอออกไปข้างนอกได้ไหมคะ หนูจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวค่ะ"
"ได้สิลูก แล้วจะไปยังไงล่ะ เพิ่งมาอยู่ยังไม่รู้จักร้านค้าแถวนี้ไม่ใช่เหรอเรา เอาอย่างนี้ดีไหม รอให้ลูกชายยายกลับมาจากสวนก่อน แล้วเดี๋ยวยายจะให้เจ้าทัพพาไปซื้อ"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูให้น้าบัวพาไปก็ได้ค่ะ"
"อ๋อจริงด้วย ยายลืมไปว่ามีบัวอยู่ งั้นหนูก็ไปเถอะลูก"
"ขอบคุณนะคะคุณยาย งั้นหนูไปก่อนนะคะ"
"จ้ะลูก"
หลังจากยกมือไหว้ขอบคุณหญิงชราตรงหน้า ของขวัญก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นเดินออกไป ทว่า...
"เดี๋ยวลูก"
เมื่อหญิงชราเอ่ยรั้ง ของขวัญจึงนั่งลงอย่างเดิมพร้อมกับเอ่ยถาม
"คะ"
"อะ ยายให้เอาไว้ซื้อขนม" จันทร์ทิพย์ยื่นธนบัตรสีม่วงที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเงินของตัวเองให้เด็กสาว ทว่าเด็กสาวปฏิเสธกลับมาทันที
"ไม่เป็นไรค่ะหนูพอมีเงินอยู่"
"เงินหนูก็ส่วนของหนูสิ อันนี้ยายอยากให้เองไม่เกี่ยวกัน" ไม่พูดเปล่า จันทร์ทิพย์จับมือเด็กสาวขึ้นมาแล้วยัดธนบัตรใบสีม่วงใส่มือของเด็กสาวอย่างมัดมือชก จนเด็กสาวต้องรับเงินมาอย่างเสียไม่ได้ โดยไม่ลืมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ใจดี
"ขอบคุณนะคะคุณยาย คุณยายใจดีกับหนูมากเลยค่ะ"
"ก็หนูน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ยายจะไม่ใจดีกับหนูได้ยังไงล่ะ ไปเถอะรีบไปซื้อของที่หนูอยากได้ อย่าลืมใส่เสื้อคลุมแขนยาวด้วยล่ะ แดดช่วงบ่ายมันร้อนเดี๋ยวผิวสวยๆของหนูเสียหมด"
"ค่ะคุณยาย งั้นหนูไปก่อนนะคะ"
"จ้ะลูก ไปเถอะ"
จากนั้นของขวัญก็เดินกลับไปหาคนเป็นแม่เพื่อบอกกล่าวอีกครั้งก่อนจะออกไปข้างนอกกับน้าบัวของเธอ
"งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ""ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน""ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน""จ้ะพี่ ไปเถอะ"จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ""ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว""ขอบคุณค่ะ""แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม" "ได้ค่ะฉันไม่กลัว""งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ""เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา""อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเข
ช่วงหัวค่ำด้านสองแม่ลูกที่รอนายหัวจอมทัพอยู่ด้านล่างเพื่อจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับคนงานที่บ้านพักด้านหลัง ไม่นานคนที่พวกเธอรอก็เดินลงมาจากห้อง"จะไปกันเลยไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไม่ได้เจาะจงว่าถามคนลูกหรือถามคนแม่"ค่ะ" เป็นคนลูกที่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังบ้านพักคนงาน โดยจอมทัพถือไฟฉายคาดหัวที่ใช้ส่องสำหรับตอนตัดยางที่เขามีติดบ้านเอาไว้อยู่หลายอัน แต่วันนี้กะจะเอามาให้สองแม่ลูกใช้ส่องนำทางกลับหาไม่เจอ จึงได้มาแค่อันเดียวที่เขาถือส่องนำทางให้สองแม่ลูกอยู่ขณะที่ของขวัญเดินกอดแขนคนเป็นแม่ตามหลังอีกคน สายตาของเธอก็กวาดมองไปทั่วสวนยางที่มืดไปหมดอย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบๆมีเพียงแค่เสียงสัตว์เล็กในยามค่ำคืนที่ส่งเสียงร้องประสานกัน ลมเย็นๆที่พัดผ่านกระทบผิวกายพาให้รู้สึกเย็นยะเยือก ไหนจะเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ทุกอย่างรวมกันพาให้บรรยากาศดูวังเวงจนเธอขนลุกซู่ แม้จะเห็นแสงไฟจากบ้านพักคนงานอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยาศตรงที่ที่เดินอยู่น่ากลัวน้อยลงเลย"แม่ สวนยางตอนกลางคืนน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนตอนกลางวันเลยนะคะ" แม้ปากจะบอกแม่ว่ากลัว แต่สายตาก็ยังคงกวา
หลังจากซื้อของเสร็จ บัวก็มาส่งของขวัญที่หน้าบ้านของนายหัว ด้านของขวัญที่ลงจากท้ายรถของน้าสาว ก็ไม่ลืมที่จะถอดเสื้อคลุมแขนยาวคืนให้น้าสาวของเธอที่ให้ยืมมาใส่กันแดดก่อน จากนั้นก็เอ่ยขอบคุณพร้อมกับพนมมือไหว้"ขอบคุณน้าบัวมากนะคะที่พาหนูไปซื้อของ""ไม่เป็นไร คราวหลังอยากไปไหนก็มาบอกน้าได้ตลอด เดี๋ยวน้าพาไปเอง""ค่ะ ขอบคุณนะคะ""จ้ะ แล้วอย่าลืมบอกแม่ให้แวะไปกินเลี้ยงด้านหลังคืนนี้ด้วยล่ะ ถ้าไม่ไปน้าจะมาตามถึงที่นะบอกก่อน""ค่ะ หนูกับแม่ไปแน่นอนค่ะไม่ต้องห่วง""จ้ะ งั้นน้าไปก่อนนะ""ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นบัวก็ขับรถกลับไปทางบ้านพักด้านหลังทันที ส่วนของขวัญก็เดินกลับเข้าบ้านโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมกริบคู่หนึ่งแอบมองเธอตั้งแต่ที่เธอซ้อนท้ายรถของบัวกลับบ้านมาแล้ว กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มดังมาจากด้านข้าง..."ไปไหนมาเหรอ"สองเท้าเล็กจึงหยุดชะงักทันทีโดยไม่ทันจะเดินถึงประตูบ้าน ก่อนจะหันไปมองตามเสียง ขณะที่เจ้าของเสียงกำลังเดินมาหาเธอ"นายหัว" เธอดูมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเขา"ว่าไง ไปไหนมาหื้ม" น้ำเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยถามย้ำกับสีหน้าของเขาที่ดูใจดีผิดกับเมื่อคืน ทำให้เด็กสาวรู
"แม่ขาคุณยายอนุญาตแล้วค่ะ ว่าแต่น้าบัวพักอยู่ห้องไหนเหรอคะหนูจะได้ไปหาถูก" ขณะที่ปากขยับถามคนเป็นแม่ สายตาก็สอดส่องชะเง้อคอมองไปยังบ้านพักห้องแถวของคนงานที่อยู่ไม่ไกลมากนัก สามารถมองเห็นคนงานที่บ้านพักกำลังเดินไปเดินมา บ้างก็นั่งกันอยู่หน้าห้องพักที่มองเห็นได้ในระยะสายตา เมื่อคนเป็นแม่เอ่ยตอบจึงหันกลับมามองแม่ของตน"แม่เองก็ไม่เคยไปหาน้าบัวที่บ้านพักหรอก แต่เหมือนน้าบัวของลูกเคยบอกแม่ว่าพักอยู่ห้องกลางๆน่ะ ขวัญลองเดินไปดูก่อน ถ้าไม่เห็นก็ค่อยถามคนงานแถวนั้นดู""ค่ะแม่ งั้นหนูไปหาน้าบัวก่อนนะคะ"เข็มมุกจึงพยักหน้าให้ลูกสาวด้วยใบหน้ายิ้มๆ จากนั้นของขวัญก็เดินไปหาน้าบัวของเธอที่บ้านพักคนงานทันที เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านพักคนงานที่มีทั้งหมดราวสิบสองห้อง ก็เห็นคนเป็นน้าสาวนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าห้องพักหลังที่หกนับมาจากด้านซ้ายของเธอ โดยมีคนงานผู้หญิงหลายช่วงอายุนั่งอยู่กับน้าเธอประมาณสี่ถึงห้าคน และยังมีที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่หลายจุด บ้างก็นั่งกันบนแคร่หน้าบ้านพักใต้ล่มไม้ยาง บ้างก็นั่งปูเสื่อกัน ขณะที่เธอกำลังนึกเอะใจว่าทำไมถึงมีแต่คนงานผู้หญิง ไม่เห็นคนงานผู้ชายเลยนอกจากเด็กเล็กๆที่วิ่งกัน
เช้าวันต่อมา"ข้าวเช้าเสร็จยัง"สองแม่ลูกที่กำลังวุ่นอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นก็ทำเอาคนเป็นลูกที่กำลังยืนล้างอุปกรณ์ทำครัวอยู่หยุดชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเลือกไม่สนใจยืนล้างของต่อ"เสร็จแล้วค่ะ นายหัวจะกินข้าวเช้าเลยไหมคะ" เป็นเข็มมุกที่หันมาเอ่ยตอบก่อนจะถามกลับ โดยไม่ทันได้สนใจสังเกตท่าทีของลูกสาว"ไม่ต้อง จัดใส่ปิ่นโตมาให้ฉันก็พอ""นายหัวจะพาปิ่นโตไปวัดเหรอคะ""เปล่า วันนี้ฉันจะไปช่วยคนงานใส่ปุ๋ยยาง เลยจะเอาข้าวไปกินกับคนงานที่สวน""อ๋อได้ค่ะ งั้นรอสักครู่นะคะ"จอมทัพพยักหน้ารับ ก่อนจะชำเลืองมองไปยังเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ ดูเธอกำลังวุ่นกับสิ่งที่ทำหรือตั้งใจหลบหน้าเขาก็ไม่รู้ด้านเข็มมุกที่สังเกตเห็นสายตาของนายหัวจอมทัพขณะที่พูดกับเธอเมื่อครู่ แต่ลอบมองไปยังลูกสาวของเธออยู่ตลอด เธอไม่ไว้ใจกับสายตาคู่นี้ที่มองลูกสาวของเธอแปลกๆตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แม้สองสามวันมานี้ที่เธอคอยสังเกตเห็นว่าเขาดูเป็นคนดีอย่างที่ลูกสาวเธอพูดยกยอ แต่เธอก็ยังรู้สึกระแวงเขาอยู่ดี กลัวว่าเขาจะคิดไม่ดีกับลูกสาวของเธอ หากเป็นเช่นนั้นเธอก็พร้อมจะย้ายออกจากที่นี่ทันทีเพื่อความปลอดภัยข
"จริงด้วย น้าบัวเคยบอกหนูว่าคนงานและชาวบ้านที่นี่ต่างเคารพและเกรงกลัวนายหัวกันทั้งนั้น งั้นหนูกับแม่ก็อยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจแล้วสินะคะ" ของขวัญพูดตอบกลับไปน้ำเสียงใสแจ๋ว พูดไปยิ้มไปอย่างคลายความกังวลเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าน้าบัวของเธอเคยบอกถึงกิตติศัพท์ของคนตรงหน้าไว้ว่าอย่างไร"ใช่ ยัยหนูอยู่ที่นี่สบายใจได้เลย มีฉันอยู่ฉันไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรหนูกับแม่หนูหรอก ว่าแต่บัวเล่าถึงฉันให้หนูฟังว่ายังไงบ้างเหรอ" อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่าเด็กสาวรู้อะไรเกี่ยวกับตัวของเขาบ้าง โดยไม่ได้คิดถือโทษโกรธบัวที่เล่าเรื่องของตนให้เด็กสาวฟัง กลับกันอยากจะขอบคุณบัวเสียอีก"น้าบัวเล่าถึงนายหัวให้หนูฟังเยอะเลยค่ะ เกี่ยวกับคุณตาคุณยายก็ด้วย น้าบัวบอกว่าคุณยายเป็นคนกรุงเทพเหมือนหนู ส่วนคุณตาเป็นคนใต้ คุณยายย้ายมาอยู่กับคุณตาตั้งแต่ยังสาวจนมีนายหัว แต่หนูไม่รู้ว่าคุณตากับคุณยายไปเจอกันแล้วรักกันได้ยังไง เพราะน้าบัวก็ไม่รู้เลยไม่ได้เล่าให้หนูฟังค่ะ" "เล่าต่อสิ" ขณะที่เด็กสาวกำลังพูดเจื้อยแจ้ว เขาก็เอาแต่มองหน้าเธอไม่ละสายตา ราวกับโดนต้องมนต์สะกดให้เขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้"น้าบัวบอกว่านายหัวพูดกลางติดคุณยาย เ







