Beranda / อื่น ๆ / ชะตารักนายหัวจอมทัพ / ตอนที่7 ไม่อยากเป็นในสิ่งที่เธอต้องการ

Share

ตอนที่7 ไม่อยากเป็นในสิ่งที่เธอต้องการ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-06 10:45:02

"จริงด้วย น้าบัวเคยบอกหนูว่าคนงานและชาวบ้านที่นี่ต่างเคารพและเกรงกลัวนายหัวกันทั้งนั้น งั้นหนูกับแม่ก็อยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจแล้วสินะคะ" ของขวัญพูดตอบกลับไปน้ำเสียงใสแจ๋ว พูดไปยิ้มไปอย่างคลายความกังวลเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าน้าบัวของเธอเคยบอกถึงกิตติศัพท์ของคนตรงหน้าไว้ว่าอย่างไร

"ใช่ ยัยหนูอยู่ที่นี่สบายใจได้เลย มีฉันอยู่ฉันไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรหนูกับแม่หนูหรอก ว่าแต่บัวเล่าถึงฉันให้หนูฟังว่ายังไงบ้างเหรอ" อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่าเด็กสาวรู้อะไรเกี่ยวกับตัวของเขาบ้าง โดยไม่ได้คิดถือโทษโกรธบัวที่เล่าเรื่องของตนให้เด็กสาวฟัง กลับกันอยากจะขอบคุณบัวเสียอีก

"น้าบัวเล่าถึงนายหัวให้หนูฟังเยอะเลยค่ะ เกี่ยวกับคุณตาคุณยายก็ด้วย น้าบัวบอกว่าคุณยายเป็นคนกรุงเทพเหมือนหนู ส่วนคุณตาเป็นคนใต้ คุณยายย้ายมาอยู่กับคุณตาตั้งแต่ยังสาวจนมีนายหัว แต่หนูไม่รู้ว่าคุณตากับคุณยายไปเจอกันแล้วรักกันได้ยังไง เพราะน้าบัวก็ไม่รู้เลยไม่ได้เล่าให้หนูฟังค่ะ" 

"เล่าต่อสิ" ขณะที่เด็กสาวกำลังพูดเจื้อยแจ้ว เขาก็เอาแต่มองหน้าเธอไม่ละสายตา ราวกับโดนต้องมนต์สะกดให้เขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้

"น้าบัวบอกว่านายหัวพูดกลางติดคุณยาย เป็นคนกตัญญูรักพ่อรักแม่ แล้วก็จริงจังกับงานมากค่ะ"

"แล้วยังไงต่อ"

สิ้นเสียงทุ้ม เด็กสาวก็ทำหน้าครุ่นคิด จนคนที่มองอยู่รู้สึกเอ็นดูแล้วเอ็นดูอีกกับทุกอิริยาบถของเธอที่ช่างน่ารักน่าเอ็นดูไปเสียหมด จากนั้นเสียงหวานก็เอ่ยพูดต่อ

"ที่จริงน้าบัวเล่าให้หนูฟังเยอะมากเลยค่ะ แต่หนูจำไม่หมด"

"จำไม่หมดก็ไม่เป็นไร ไว้หนูนึกออกเมื่อไหร่ค่อยมาเล่าให้ฉันฟังว่าหนูรู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันอีกบ้าง" แอบเสียดายที่เด็กสาวจำเรื่องของเขาไม่หมด แต่ทว่าประโยคต่อมาของเธอก็ทำเอาคนแก่อย่างเขาใจฟูขึ้นมาทันที

"อ๋อ นายหัวหล่อแล้วก็ใจดี อันนี้หนูยืนยันอีกเสียงค่ะว่าจริงแท้แน่นอน คิกๆ~" ของขวัญพูดไปยิ้มไป หัวเราะคิกคัก ท่าทางน่ารักของเธอทำเอาคนแก่ที่โดนชมถึงกับกลั้นยิ้มไม่อยู่กันเลยทีเดียว

"หนูมีคำถามอยากจะถามนายหัวค่ะ แต่ไม่รู้ว่าควรถามไหม" หลังจากที่เล่าไปก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงพูดหยั่งเชิงไปก่อน เพราะกลัวว่าคำถามของตัวเองอาจจะไม่เหมาะสมถ้าเกิดถามออกไป

"ถามมาเถอะ ถ้ายัยหนูไม่ถามแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าควรถามหรือไม่ควรถาม"

"จริงด้วย แต่หนูถามได้ใช่ไหมคะ"

"ถามได้ทุกอย่าง ฉันจะตอบทุกคำถามที่ยัยหนูอยากรู้"

สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญก็ยิ้มกว้างออกมาทันที ก่อนจะไม่รอช้าเอ่ยถามคำถามแรกออกไป

"น้าบัวบอกว่านายหัวยังไม่มีแฟน เอ่อ หมายถึงเมียน่ะค่ะ จริงไหมคะที่นายหัวยังไม่มีเมีย"

"อือ ฉันยังไม่มีเมียจริงๆ ยัยหนูก็อยู่บ้านฉันมาสองวันแล้วเห็นเมียฉันไหมล่ะ" เขาตอบชัดถ้อยชัดคำอยากจะย้ำให้เด็กสาวรู้ว่าเขายังโสดแม้จะไม่ซิงก็ตาม แต่พอพูดถึงเรื่องนี้เขากลับกังวลไปถึงอีกเรื่อง มือใหญ่จึงเลื่อนไปจับไหล่มนทั้งสองข้างเอาไว้ แล้วเอ่ยถามเด็กสาวน้ำเสียงจริงจังไม่ต่างจากสีหน้า

"แล้วบัวได้พูดอะไรมากกว่านี้อีกไหม ได้เล่าถึงฉันให้ยัยหนูฟังในด้านไม่ดีหรือเปล่า"

"ไม่เลยค่ะ ไม่มีเรื่องไหนไม่ดีเลย น้าบัวพูดถึงนายหัวในด้านดีๆทั้งนั้นเลยค่ะ"

เมื่อได้ยินเด็กสาวตอบมาเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจ เพราะยังดีที่บัวรู้ว่าสิ่งไหนควรพูดหรือไม่ควรพูด แต่ทว่าเขาก็อดที่จะถามย้ำไม่ได้

"อย่างเช่นเรื่องผู้หญิง เอ่อ หมายถึง... ช่างเถอะ ดึกแล้วยัยหนูกลับเข้าบ้านไปนอนเถอะ" แม้อยากถามเด็กสาวให้แน่ใจว่าเธอไม่รู้เรื่องที่เขากำลังกังวลอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะถามออกไปยังไง จึงเลือกที่จะไม่ถามต่อ

"ค่ะ นายหัวก็รีบเข้านอนนะคะ ฝันดีค่ะ" ของขวัญเลือกที่จะเชื่อฟังอีกคนอย่างว่าง่าย เมื่อบอกฝันดีจบเธอก็ยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะหันหลังให้ แต่ทว่าก็ต้องหันกลับมาอีกครั้งเมื่อยังมีอีกเรื่องที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับเขาและอยากจะถามเขา

"นายหัวอายุเท่าไหร่เหรอคะ"

ด้านจอมทัพเมื่อได้ยินคำถามของเด็กสาวก็ชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกไม่อยากตอบคำถามนี้ออกไปเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้ที่ตัวเองแก่ย่างเข้าสี่สิบไปทุกวัน แต่เพราะเด็กสาวตรงหน้าเด็กเกินไปต่างหาก อายุห่างกับเขาเป็นยี่สิบปี พอคิดเรื่องนี้ใจแกร่งก็รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที แต่กระนั้นก็เลือกที่จะตอบออกไป

"สามสิบแปด"

"เท่าแม่หนูเลย แม่หนูปีนี้ก็สามสิบแปดค่ะ"

! สิ้นเสียงหวานราวกับเสียงแก้วที่ตกพื้นแตกดังก้องขึ้นมาในหัว คำพูดของเด็กสาวทำเอาคนแก่ถึงกับจุกอกจนพูดอะไรไม่ออกเลย เธอพูดออกมาหน้าตาใสซื่อ แถมยังดูตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเขาอายุเท่าแม่ของเธอ แต่คนฟังอย่างเขาแทบรับไม่ได้ ตัวเขาแก่เขายังพอรับได้ แต่ดันรุ่นเดียวกับแม่ของเธอ มันยิ่งตอกย้ำช่องว่างระหว่างวัยของเธอกับเขาชัดเจน

"นายหัวคะ นายหัวว่าแม่ของหนูสวยไหมคะ"

ทว่าคำถามต่อมาของเด็กสาว ทำให้เขาถึงกับเอะใจ เพราะเหมือนจะรู้ได้ถึงเจตนาของเด็กสาวที่ถามคำถามนี้ขึ้นมา ใจแกร่งยิ่งห่อเหี่ยวหนักกว่าเดิมปนไม่พอใจขึ้นมาที่เด็กสาวถามมาเช่นนี้เพราะมันบอกได้ถึงความคิดของเธอ ซึ่งเขาไม่ต้องการอยากจะเป็นในสิ่งที่เธอต้องการให้เขาเป็น แต่กระนั้นก็พยายามใจเย็น แล้วเลือกที่จะตอบออกไปตรงๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดียวกับใบหน้า คราแรกที่ยังยิ้มได้ ตอนนี้กลับยิ้มไม่ออกแล้ว

"ก็สวยดี"

"สวยพอที่นายหัวจะชอบได้ไหมคะ"

หมับ!

สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็กระชากแขนเรียวเล็กข้างหนึ่งดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรง ทำเอาเด็กสาวที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับตกใจกลัวขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะพูดออกมาเสียงเข้มไม่ต่างจากใบหน้าเข้มดุที่ดุอยู่แล้วยามนี้ยิ่งดูดุเข้าไปใหญ่

"ฉันไม่มีวันชอบแม่หนู อย่าคิดจะจับคู่ฉันกับแม่หนูอีกเพราะฉันไม่ชอบ เข้าใจไหมของขวัญ"

"ค่ะ ขะ เข้าใจแล้วค่ะ" ของขวัญตอบขณะที่เอาแต่ก้มหน้างุด น้ำเสียงตะกุกตะกักด้วยความกลัวคนตรงหน้า ไหนจะที่เขาบีบแขนของเธอจนรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่กล้าปริปากบอก ยามนี้เขาโกรธเขาน่ากลัวจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาด้วยซ้ำ

"เงยหน้าขึ้นมาของขวัญ! มองหน้าฉันแล้วพูดใหม่ว่าเข้าใจที่ฉันพูด!"

เมื่ออีกคนสั่งเสียงเข้ม ของขวัญจึงเงยหน้ามองเจ้าของคำสั่งทันทีก่อนจะพูดออกมาน้ำเสียงสั่นเครือตะกุกตะกักไปหมด ไม่ต่างจากร่างกายที่สั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีด

"นะ หนูเข้าใจแล้วค่ะ พะ พูดดีๆก็ได้ ทำไมต้องดุหนูด้วย ฮึ่ๆ หนูกลัว หนูเจ็บแขนด้วย ฮือ~" เธอปล่อยโฮออกมาทันทีเมื่อพูดจบ ปากบางเบะคว่ำ น้ำใสๆพร้อมใจกันหลั่งไหลออกจากตาลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง ทำเอาอีกคนได้สติพร้อมกับใจแกร่งกระตุกวูบ จึงรีบผละมือออกจากแขนเรียวเล็กทันที แล้วกะจะปลอบเธอ แต่ทว่า...

พรึ่บ!

เด็กสาวกลับหันหลังให้เขาแล้ววิ่งร้องไห้เข้าบ้านไปอย่างไวจนเขาคว้าตัวเอาไว้ไม่ทัน ได้แต่มองตามหลังเธอก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างคนคิดหนักกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น นึกโกรธตัวเองที่เรื่องอื่นเขาใช้เหตุผลเสมอ แต่พอเป็นเรื่องของเด็กสาวเขากลับใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แค่เธอไม่ชอบเขาอย่างที่เขาอยากให้เธอชอบก็พาลไม่พอใจจนเผลอทำเธอเจ็บตัว แต่เธอคงไม่รู้ว่าเป็นเขาเองที่เจ็บยิ่งกว่า

...อยู่บ้านเดียวกันยังไม่ถึงสองวันเต็ม ยังไม่ครบสี่สิบแปดชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่เด็กสาวคนนี้กลับทำให้เขาเสียความเป็นตัวเอง เข้ามามีผลต่อความรู้สึกต่อหัวใจของเขามากมายเหลือเกิน แม้จะพยายามหักห้ามใจแล้ว เพราะรู้ผิดชอบชั่วดีว่าตนไม่ควรคิดอกุศลกับเด็ก แต่ทว่ามันห้ามไม่อยู่จริงๆ ใจมันไม่รักดี มันไม่เชื่อฟังแม้กระทั่งเจ้าของมันเอง...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่14 เป็นไข้แล้วดื้อ ดื้อจนได้เรื่อง

    ชะตารักนายหัวจอมทัพเช้าวันต่อมา"ทัพเช้านี้จะเข้าสวนไหมลูก" คุณนายจันทร์ทิพย์เอ่ยถามลูกชายที่เดินเข้ามาในครัว ขณะที่เธอกับเข็มมุกเพิ่งจะทานข้าวเช้าเสร็จพอดี "ไม่ครับ แต่ช่วงบ่ายผมว่าจะเข้าไปดูทุเรียน""งั้นแม่ฝากดูหนูของขวัญหน่อยสิ แม่จะไปตลาดกับเข็มมุกน่ะ ไม่นานก็กลับแล้ว""ยัยหนูของขวัญเป็นอะไร"สิ้นเสียงทุ้มที่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เข็มมุกจึงเป็นคนเอ่ยตอบ"เมื่อคืนสงสัยนั่งตากน้ำค้างนานไปหน่อย เช้ามาเลยไม่สบายน่ะค่ะ"จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยพูดต่อ"งั้นเธอไปตลาดกับแม่ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันดูยัยหนูให้ไม่ต้องห่วง""ขอบคุณนะคะนายหัว"สิ้นเสียงของเข็มมุก จอมทัพจึงพยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นสองสาวต่างวัยก็พากันไปตลาดนัดตอนเช้าเพื่อซื้อพวกผักและของสดมาตุนไว้ ในบ้านจึงเหลือแค่จอมทัพกับของขวัญ ส่วนนายใหญ่ศรตื่นเช้ามากินข้าวเสร็จก็ออกไปทำกิจของตัวเองตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่มีอะไรให้ทำจิปาถะไปเรื่อยด้านจอมทัพที่ลังเลว่าจะเข้าไปดูเด็กสาวในห้องหรือจะนั่งเฝ้าเธออยู่ด้านนอกดี แต่ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องของเด็กสาว โดยไม่ได้เคาะประตูเรียกเจ้าข

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่13 อุ้มเด็กกลับบ้าน

    งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่13 อุ้มเด็กกลับบ้าน

    งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่12 ยัยหนูของขวัญ

    "งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ""ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน""ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน""จ้ะพี่ ไปเถอะ"จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ""ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว""ขอบคุณค่ะ""แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม" "ได้ค่ะฉันไม่กลัว""งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ""เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา""อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเข

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่11 ยัยหนูอย่าซน

    ช่วงหัวค่ำด้านสองแม่ลูกที่รอนายหัวจอมทัพอยู่ด้านล่างเพื่อจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับคนงานที่บ้านพักด้านหลัง ไม่นานคนที่พวกเธอรอก็เดินลงมาจากห้อง"จะไปกันเลยไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไม่ได้เจาะจงว่าถามคนลูกหรือถามคนแม่"ค่ะ" เป็นคนลูกที่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังบ้านพักคนงาน โดยจอมทัพถือไฟฉายคาดหัวที่ใช้ส่องสำหรับตอนตัดยางที่เขามีติดบ้านเอาไว้อยู่หลายอัน แต่วันนี้กะจะเอามาให้สองแม่ลูกใช้ส่องนำทางกลับหาไม่เจอ จึงได้มาแค่อันเดียวที่เขาถือส่องนำทางให้สองแม่ลูกอยู่ขณะที่ของขวัญเดินกอดแขนคนเป็นแม่ตามหลังอีกคน สายตาของเธอก็กวาดมองไปทั่วสวนยางที่มืดไปหมดอย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบๆมีเพียงแค่เสียงสัตว์เล็กในยามค่ำคืนที่ส่งเสียงร้องประสานกัน ลมเย็นๆที่พัดผ่านกระทบผิวกายพาให้รู้สึกเย็นยะเยือก ไหนจะเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ทุกอย่างรวมกันพาให้บรรยากาศดูวังเวงจนเธอขนลุกซู่ แม้จะเห็นแสงไฟจากบ้านพักคนงานอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยาศตรงที่ที่เดินอยู่น่ากลัวน้อยลงเลย"แม่ สวนยางตอนกลางคืนน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนตอนกลางวันเลยนะคะ" แม้ปากจะบอกแม่ว่ากลัว แต่สายตาก็ยังคงกวา

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่10 ง้อเด็ก

    หลังจากซื้อของเสร็จ บัวก็มาส่งของขวัญที่หน้าบ้านของนายหัว ด้านของขวัญที่ลงจากท้ายรถของน้าสาว ก็ไม่ลืมที่จะถอดเสื้อคลุมแขนยาวคืนให้น้าสาวของเธอที่ให้ยืมมาใส่กันแดดก่อน จากนั้นก็เอ่ยขอบคุณพร้อมกับพนมมือไหว้"ขอบคุณน้าบัวมากนะคะที่พาหนูไปซื้อของ""ไม่เป็นไร คราวหลังอยากไปไหนก็มาบอกน้าได้ตลอด เดี๋ยวน้าพาไปเอง""ค่ะ ขอบคุณนะคะ""จ้ะ แล้วอย่าลืมบอกแม่ให้แวะไปกินเลี้ยงด้านหลังคืนนี้ด้วยล่ะ ถ้าไม่ไปน้าจะมาตามถึงที่นะบอกก่อน""ค่ะ หนูกับแม่ไปแน่นอนค่ะไม่ต้องห่วง""จ้ะ งั้นน้าไปก่อนนะ""ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นบัวก็ขับรถกลับไปทางบ้านพักด้านหลังทันที ส่วนของขวัญก็เดินกลับเข้าบ้านโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมกริบคู่หนึ่งแอบมองเธอตั้งแต่ที่เธอซ้อนท้ายรถของบัวกลับบ้านมาแล้ว กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มดังมาจากด้านข้าง..."ไปไหนมาเหรอ"สองเท้าเล็กจึงหยุดชะงักทันทีโดยไม่ทันจะเดินถึงประตูบ้าน ก่อนจะหันไปมองตามเสียง ขณะที่เจ้าของเสียงกำลังเดินมาหาเธอ"นายหัว" เธอดูมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเขา"ว่าไง ไปไหนมาหื้ม" น้ำเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยถามย้ำกับสีหน้าของเขาที่ดูใจดีผิดกับเมื่อคืน ทำให้เด็กสาวรู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status