Se connecter"แม่ขาคุณยายอนุญาตแล้วค่ะ ว่าแต่น้าบัวพักอยู่ห้องไหนเหรอคะหนูจะได้ไปหาถูก" ขณะที่ปากขยับถามคนเป็นแม่ สายตาก็สอดส่องชะเง้อคอมองไปยังบ้านพักห้องแถวของคนงานที่อยู่ไม่ไกลมากนัก สามารถมองเห็นคนงานที่บ้านพักกำลังเดินไปเดินมา บ้างก็นั่งกันอยู่หน้าห้องพักที่มองเห็นได้ในระยะสายตา เมื่อคนเป็นแม่เอ่ยตอบจึงหันกลับมามองแม่ของตน
"แม่เองก็ไม่เคยไปหาน้าบัวที่บ้านพักหรอก แต่เหมือนน้าบัวของลูกเคยบอกแม่ว่าพักอยู่ห้องกลางๆน่ะ ขวัญลองเดินไปดูก่อน ถ้าไม่เห็นก็ค่อยถามคนงานแถวนั้นดู"
"ค่ะแม่ งั้นหนูไปหาน้าบัวก่อนนะคะ"
เข็มมุกจึงพยักหน้าให้ลูกสาวด้วยใบหน้ายิ้มๆ จากนั้นของขวัญก็เดินไปหาน้าบัวของเธอที่บ้านพักคนงานทันที เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านพักคนงานที่มีทั้งหมดราวสิบสองห้อง ก็เห็นคนเป็นน้าสาวนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าห้องพักหลังที่หกนับมาจากด้านซ้ายของเธอ โดยมีคนงานผู้หญิงหลายช่วงอายุนั่งอยู่กับน้าเธอประมาณสี่ถึงห้าคน และยังมีที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่หลายจุด บ้างก็นั่งกันบนแคร่หน้าบ้านพักใต้ล่มไม้ยาง บ้างก็นั่งปูเสื่อกัน ขณะที่เธอกำลังนึกเอะใจว่าทำไมถึงมีแต่คนงานผู้หญิง ไม่เห็นคนงานผู้ชายเลยนอกจากเด็กเล็กๆที่วิ่งกันให้ควัก ก็มีสายตาของทุกคนต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียวกัน ทำให้เธอรู้สึกประหม่าขึ้นมา แต่ก็ไม่ลืมยกมือไหว้ผู้คนเหล่านั้นแม้จะไม่รู้ชื่อนามก็ตาม และเมื่อได้รอยยิ้มของทุกคนตอบกลับมา ความประหม่าก็ลดน้อยลง กระทั่งได้ยินเสียงคนเป็นน้าเอ่ยเรียก
"อ้าวของขวัญ ไปยืนทำไรอยู่ตรงนั้นมานี่เร็ว เดี๋ยวน้าจะแนะนำพวกป้าๆน้าๆให้รู้จัก มาๆ"
เมื่อคนเป็นน้ากวักมือเรียก ของขวัญจึงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ก่อนจะนั่งลงบนแคร่ข้างน้าสาวของเธอ โดยยิ้มตอบคนงานผู้หญิงทุกคนที่ต่างส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร แล้วหนึ่งในนั้นที่มีนามว่านิดก็เอ่ยถามขึ้น
"นี่เนาะหลานสาวมึงอีบัว เทว่ามาทำงานบ้านนายหัวใช่หม้าย" (นี่เหรอหลานสาวมึงอีบัว ที่ว่ามาทำงานบ้านนายหัวใช่ไหม)
"ใช่จ้ะพี่นิดคนนี้แหละ ชื่อของขวัญ น่ารักไหมล่ะ" บัวออกอาการภูมิใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อหลานสาวตัวเองน่ารักจนใครได้เห็นเป็นต้องเอ็นดู
"เออ น่ารักเหมือนเทมึงยอไว้นั่นแหละ" (เออ น่ารักเหมือนที่มึงชมไว้นั่นแหละ)
หลังจากนั้นคนงานผู้หญิงที่นั่งอยู่บนแคร่เดียวกันก็ต่างพากันชื่อชมความน่ารักของของขวัญไม่ขาดปาก โดยที่ต่างคนต่างช่วยกันหั่นผักและเนื้อจัดเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารให้พวกหนุ่มๆที่ไปใส่ปุ๋ยยางกับนายหัว ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากทำงานหนักก็ต้องมีงานเลี้ยงค่าเหนื่อยเล็กๆน้อยเป็นประจำ ฝ่ายสปอนเซอร์ก็ไม่พ้นจะเป็นนายหัวจอมทัพ ที่ไม่ว่าเหล้าเบียร์อาหารกับแกล้มนายหัวก็จัดให้หมด
ขณะเดียวกันด้านบัวก็คอยแนะนำชื่อนามของเหล่าบรรดาคนงานผู้หญิงให้หลานสาวของเธอรู้จัก ส่วนของขวัญก็ยกมือไหว้ทุกคนที่น้าบัวของเธอแนะนำ พลางยิ้มไม่หุบเมื่อโดนป้าๆน้าๆชมกันยกใหญ่
ส่วนคนงานผู้หญิงที่นั่งอยู่อีกกลุ่มตามจุดต่างๆที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ก็ต่างพากันหันมามองกลุ่มของบัวที่มีของขวัญนั่งอยู่อย่างสนอกสนใจ อยากจะมาร่วมวงด้วยเพราะเห็นกลุ่มนี้ดูครึกครื้นดี แต่ก็ไม่รู้จะนั่งตรงไหนเพราะที่นั่งมันเต็มแล้ว แต่ทว่าก็ไม่ใช่ปัญหาในการร่วมแจม นั่งร่วมวงด้วยไม่ได้ก็ตะโกนคุยกันข้ามวงไปเลย ตามประสาคนบ้านๆที่แหกปากคุยกันเสียงดังเป็นเรื่องปกติ แต่หารู้ไม่ว่าอยู่กันแบบนี้แหละเป็นอะไรที่อบอุ่นและสนุกสุดแล้ว
"เออ ว่าแต่เรามาหาน้าเหรอ มัวแต่ชวนคุยเลยลืมถาม" บัวถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่หลานสาวมาหาถึงที่พักคงต้องมีเรื่องอะไร ด้านของขวัญจึงเอ่ยตอบเสียงใส
"ใช่ค่ะ หนูว่าจะมาชวนน้าบัวออกไปร้านค้า พอดีหนูมีของใช้ส่วนตัวที่ต้องซื้อค่ะ"
"อ๋อ ได้สิเดี๋ยวน้าพาไป" พูดกับหลานสาวจบ บัวก็หันไปพูดกับคนงานผู้หญิงในกลุ่ม
"ทำกันไปก่อนนะเดี๋ยวฉันมา พาหลานไปซื้อของก่อน"
"เออไม่พรื่อ ไปตะๆ พาหลานมึงไปซื้อของก่อนเดี๋ยวค่อยหลบมาช่วยทำต่อกะได้ไปตะ" (เออไม่เป็นไร ไปเถอะๆ พาหลานมึงไปซื้อของก่อนเดี๋ยวค่อยกลับมาช่วยทำต่อก็ได้ไปเถอะ) เป็นน้อยน้องสาวของนิดที่พูดขึ้น ก่อนที่นิดจะหันไปพูดกับของขวัญด้วยใบหน้ายิ้มๆเพราะมีความเอ็นดูเด็กสาวไม่น้อย
"ลูกสาว ซื้อของเสร็จแล้วกะชวนแม่มากันนะ คืนนี้หนุกแน่ เหล้าเบียร์นายหัวเลี้ยงจัดเต็มไม่ต้องห่วง อย่าลืมมานะลูกนะ" (ลูกสาว ซื้อของเสร็จแล้วก็ชวนแม่มาด้วยนะ คืนนี้สนุกแน่ เหล้าเบียร์นายหัวเลี้ยงจัดเต็มไม่ต้องห่วง อย่าลืมมานะลูกนะ)
"ค่ะป้านิด" ของขวัญตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มๆเช่นเดียวกัน
หลังจากนั้นบัวก็ขับรถมอเตอร์ไซค์พาของขวัญไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ข้างตลาดสดในตัวหมู่บ้าน
ทว่าเมื่อขับรถพ้นปากซอยมาได้ระยะหนึ่ง ก็สวนทางกับรถกระบะคันเก่าๆของนายหัวจอมทัพที่มีเหล่าเด็กหนุ่มลูกหลานคนงานอยู่เต็มท้ายกระบะด้านหลัง ตามมาด้วยรถมอเตอร์ไซค์และรถพ่วงข้างอีกหลายคันของเหล่าคนงานของนายหัว หนึ่งในนั้นมีรถของชินสามีของบัวด้วย
ซึ่งพวกเขาทั้งหมดต่างทยอยกันกลับมาจากใส่ปุ๋ยยางในสวนระแวกใกล้ๆของนายหัวจอมทัพ ส่วนสวนยางที่อยู่ไกลออกไปในพื้นที่อื่นจะมีคนงานย่อยดูแลอยู่แล้ว โดยมีหัวหน้าคนงานคอยคุมงานเป็นหลักแทนนายหัวจอมทัพ ซึ่งทำหน้าที่ไม่ต่างจากลุงแสง ส่วนตัวคนเป็นนายอย่างนายหัวจะเน้นอยู่กับคนงานที่พักอาศัษอยู่ด้านหลังบ้านของเขา เพราะอยู่กันมานานสนิทกันราวกับคนในครอบครัว ส่วนคนงานหยิบย่อยอีกหลายชีวิตที่พักอาศัยอยู่ตามสวนยางในพื้นที่ระแวกอื่นของเขาส่วนใหญ่เป็นคนงานที่เข้าๆออกๆ ใครสู้งานหนักก็อยู่นาน ใครสู้ไม่ไหวก็ออก ซึ่งมันก็วนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับคนงานสวนทุเรียนและสวนปาล์มก็ไม่ต่างกัน แต่ทว่านายหัวจอมทัพก็พร้อมรับคนเข้าทำงานเสมอถ้าใครเต็มใจที่จะทำงานให้เขา ทำไม่ไหวก็แค่ลาออก ขอแค่ไม่สร้างปัญหาก็พอ
และในขณะที่ของขวัญนั่งซ้อนท้ายรถของบัวสวนทางกับรถกระบะของนายหัว ก็ไม่พ้นเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่นั่งท้ายกระบะหันมาโห่แซวและผิวปากวี๊ดวิ่วใส่เธอกันใหญ่ ต่างพากันทำเสียงคึกคะนองเมื่อเห็นสาวสวย ชื่นชมโห่แซวของขวัญกันไม่หยุดปาก
"วี๊ดวิ่ว~ ไปไหนจ๊ะคนสวย"
"ให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะ แต่พี่ไม่มีรถนะ มีแค่ใจอีหนูจะเอาไหม"
"ฮิ้วๆ~" พร้อมใจกันประสานเสียง
"พี่ก็มีใจให้นะคนสวย ให้ฟรีไม่คิดตังค์ด้วย"
"ฮิ้วๆ~" พร้อมใจกันประสานเสียงอีกรอบ
"พี่ไม่มีหรอกใจ เพราะใจพี่อยู่ที่อีหนูหมดแล้ว"
"ฮิ้วๆ~"
แม้รถของบัวที่ของขวัญนั่งซ้อนท้ายอยู่จะขับพ้นห่างออกไปไกลแล้ว แต่พวกเด็กหนุ่มก็ยังไม่หยุดแซว จนนายหัวจอมทัพที่เป็นคนขับรถทนฟังต่อไปไม่ไหว เขาจึงยื่นมือออกมาด้านนอกก่อนจะเคาะประตูรถเสียงดังหลายทีพร้อมกับตะโกนบอกพวกเด็กหนุ่มด้านหลังให้หยุดแหกปาก
!!!!!
"พวกมึงจะหยุดแหกปากกันได้ยัง! ถ้ายังไม่หยุดกูจะจอดรถทิ้งพวกมึงไว้ตรงนี้! ถ้าพวกมึงอยากเดินกลับบ้านเองก็แหกปากต่อไป! อย่าหยุดแหกปากล่ะ!"
สิ้นคำประกาศกร้าวของนายหัว พวกเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ท้ายกระบะต่างพากันหุบปากเงียบกริบ ทว่าบางคนก็ทะเล้นพูดจาล้อเลียนนายหัวราวกับไม่เกรงกลัว
"พวกมึงจะหยุดแหกปากกันได้ยัง"
"ไม่หยุดกูจะจอดรถทิ้งพวกมึงไว้ตรงนี้"
"อย่าหยุดแหกปากล่ะ"
ฮ่าๆๆๆ~
ก่อนที่ทั้งหมดจะพร้อมใจกันหัวเราะเบาๆ ที่กล้าล้อเลียนกันเช่นนี้เพราะพูดเบาโดยที่อีกคนไม่ได้ยินไม่ได้เห็น หากเป็นต่อหน้าใครเลยจะกล้าล้อเลียนนายหัวจอมทัพผู้นี้ มีแต่จะพากันกลัวหัวหด
ด้านจอมทัพถึงแม้เมื่อครู่จะตะโกนด่าพวกเด็กหนุ่มด้านหลัง แต่สายตาของเขากลับมองตามเด็กสาวที่นั่งซ้อนท้ายรถของน้าเธอตลอด จนรถของเธอขับพ้นรถของเขาไปแล้ว เขาก็ยังคงมองตามแผ่นหลังของเธอผ่านกระจกมองข้างอยู่อย่างนั้น กระทั่งเธอห่างออกไปไกลเรื่อยๆจนพ้นสายตา เขาจึงหันกลับมาจดจอกับทางข้างหน้าต่อ ขณะที่ในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องของเธอ โดยมีคำถามผุดขึ้นมาว่าเธอกำลังออกไปไหน แต่เมื่อไม่ได้คำตอบก็รู้สึกหงุดหงิด ไว้เธอกลับบ้านคงต้องถามให้เคลียร์
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ
ด้านเข็มมุกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนนั่งกันอยู่ครบตรงโซฟาหน้าทีวี เธอจึงเดินเข้าไปพูดกับจอมทัพและคนรักเก่า“นายหัวคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย นายด้วยราเชนทร์”“ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับเธอเหมือนกัน” เป็นจอมทัพที่เอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยราเชนทร์“ฉันก็ด้วย”“งั้นพวกเราไปหาที่คุยกันหน่อยไหม” เพราะเห็น
ซึ่งหลังจากที่เข็มมุกได้ฟังลูกสาวเล่ามาก็ตกใจไม่น้อย เพราะไม่คาดคิดว่าคนที่คิดทำร้ายลูกของเธอจะเป็นเขา คนที่รักและเอ็นดูลูกสาวของเธอ ดีกับลูกสาวของเธอมาตลอด ซึ่งมันยากที่จะทำใจยอมรับ แต่กระนั้นเมื่อคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องในอดีตที่เธอเองก็ไม่อยากจะไปผูกใจเจ็บอะไรแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเคืองโกรธอะไร เพรา
"หนูจูบไม่เป็นค่ะ นายหัวคงไม่ชอบเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างหนู"สิ้นเสียงหวาน จอมทัพถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คราแรกเขาคิดไปต่างๆนาๆว่าเด็กสาวเป็นอะไร ที่แท้เธอก็กลัวเขาจะไม่ชอบที่เธอไร้ประสบการณ์เรื่องบนเตียง นึกแล้วก็อยากจะเขกกระโหลกเล็กๆของเธอสักทีสองทีที่คิดอะไรแบบนี้ ใครๆต่างก็ชอบความบริส
"คือ... คือทั้งหมดที่หนูทำไป เพราะ เพราะหนูชอบนายหัวค่ะ หนูคิดว่าหนูชอบนายหัว ชอบแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขาชอบกันค่ะ" พูดจบของขวัญก็เม็มปากแน่น ก้มหน้างุดกลัวว่าอีกคนจะโกรธที่เธอคิดไม่ซื่อแต่หารู้ไม่ว่าคำตอบของเธอทำเอาใจแกร่งเต้นแรงแทบจะกระโจนออกมานอกอก จอมทัพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่