Accueil / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 2 องค์ชายเจ้าสำราญ

Partager

ตอนที่ 2 องค์ชายเจ้าสำราญ

last update Date de publication: 2025-12-14 14:49:53

ท้องพระโรงยามเช้าปกคลุมด้วยบรรยากาศตึงเครียด ราชกิจดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ ขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊เรียงแถวตามตำแหน่ง เสียงฝีเท้าและการขยับกายค่อย ๆ สงบลง เมื่อฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งประทับบนบัลลังก์มังกร

ฎีกาที่ว่าด้วยภัยแล้งในมณฑลซานหนิงได้ถูกรวบรวมและถวายขึ้นล่วงหน้าแล้ว หลายวันมานี้ชื่อของซานหนิงปรากฏในราชสำนักไม่ขาดสาย

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมายังท้องพระโรง ดวงพระเนตรเย็นเฉียบ

“ภัยแล้งซานหนิง…ราษฎรเดือดร้อนหนัก” พระสุรเสียงราบเรียบ แต่กดทับทุกลมหายใจ

  “ฎีกาทั้งหมด เราได้อ่านแล้ว”

“วันนี้ เราต้องการมิใช่ถ้อยคำสวยหรู” พระเนตรกวาดผ่านขุนนางทีละคน ในท้องพระโรงช้า ๆ

 “ขุนนางทั้งหลาย ผู้ใดมีแนวทางที่เฉียบขาด พอจะบรรเทาความทุกข์ของราษฎรได้ในบัดนี้ จงกล่าวมา”

พระพักตร์ของฮ่องเต้อ่อนล้ากว่าทุกวัน พระหัตถ์ที่วางบนพนักบัลลังก์สั่นเล็กน้อย ทว่าพระสุรเสียงแม้จะอ่อนแรงและสั่นเครือ กลับยังคงรักษาความหนักแน่นไว้ได้

ยังไม่ทันที่ความเงียบจะจางหาย องค์ชายรอง เยล่วี่เฉิงไม่รอช้า รีบก้าวออกมากลางท้องพระโรงอย่างมั่นคง คำนับอย่างพอดีด้วยท่าทีสุขุมและนอบน้อม เสื้อคลุมครามเข้มขับให้ท่วงท่าสง่างาม ดุจผู้ที่คุ้นเคยกับการยืน ณ จุดศูนย์กลางอำนาจเขาถวายรายงานด้วยความมั่นใจ 

“ทูลเสด็จพ่อ... ลูกเห็นว่า การเร่งส่งเสบียงจากคลังหลวงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอพ่ะย่ะค่ะ ลูกขอเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานตรวจตราพิเศษ และจัดซื้อธัญพืชจากต่างแคว้นโดยเร็วที่สุด แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็สามารถบรรเทาความอดอยากได้ในคับขันอย่างทันท่วงที”

 เสียงเห็นพ้องดังขึ้นแทบจะในทันที ขุนนางฝ่ายบุ๋นหลายคนพยักหน้าโดยไม่ลังเล บางคนถึงกับก้าวออกมาค้อมกายสนับสนุน ซูผิงอัน ฮองเฮาผู้เป็นพระมารดาแย้มพระสรวลบางด้วยความภาคภูมิ ดวงตาเปล่งประกายพึงพอใจ และกล่าวสนับสนุนโอรสทันที

“ความคิดของอ๋องหย่ง รอบคอบยิ่งนักสมกับเป็นโอรสแห่งราชวงศ์” น้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงการประกาศสถานะ 

“ยามบ้านเมืองคับขัน แม้จะสิ้นเปลือง แต่ชีวิตราษฎรย่อมอยู่เหนือเงินตรา สมควรดำเนินการโดยเร็ว” หลายสายตาหันไปทางองค์ชายรองด้วยแววชื่นชม

แต่ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่ง กลับขยับพระวรกายเล็กน้อย พระเนตรหรี่ลงและตรัสขัดขึ้น

“การกว้านซื้อธัญพืชจากต่างแคว้น...จะนำมาซึ่งความผันผวนของราคาในระยะยาว” สุรเสียงแผ่ว แต่เย็น

“ทั้งยังเป็นการเปิดช่องให้พ่อค้าต่างเมืองกุมราคาไว้ในมือ และถือโอกาสเข้ามากดขี่ราษฎรต้าเหยียน... วิธีนี้มิใช่ทางแก้ของแผ่นดิน และเป็นการแก้ปัญหามิใช่วิธีที่ยั่งยืน” 

ความเงียบตกกระทบลงทันที แม้เสียงตรัสจะแผ่วเบา แต่คำพูดนั้นเฉียบคมคล้ายยังไม่ถูกใจนัก เยล่วี่เฉิงก้มศีรษะรับคำอย่างนอบน้อม ซ่อนความอับอายไว้ในใจ กับดวงตาจะมีประกายไม่ยินยอมวาบหนึ่ง

ก่อนที่ใครจะเอ่ยต่อ เสียงหนึ่งดังขึ้น นุ่ม ช้า และเฉือนลึก

“โอ...อ๋องติ้ง”

 ซูผิงอัน ฮองเฮาเอียงพระพักตร์ไปทางองค์ชายเยล่วี่ซุ่น ที่นางจะต้องใช้เป็นหมากกำบัง สายตาที่มองโอรสไม่ได้ถูกใจมากนัก แต่รอยยิ้มยังคงอยู่ ความอ่อนโยนนั้นฉาบใบหน้า

“เช้านี้… ดูเหมือนว่าโอรสองค์โตของข้าจะยังไม่ตื่นเต็มที่กระมัง” คำพูดเบา น้ำเสียงอ่อนหวาน แต่คำพูดกลับเหน็บแนม แทงบาดลึกยิ่งกว่าเหล็กร้อน ท้องพระโรงเงียบลงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอทุกคน

“เหมือนว่าวันนี้อ๋องติ้งจะรีบมาถึงท้องพระโรง อาภรณ์ถึงไม่เป็นระเบียบนัก สุราจากตำหนักคงแรงจนทำให้เจ้าอ่อนเพลียเกินจะฟังราชกิจสำคัญได้แล้วกระมัง... นี่ถึงกับละเลยความเรียบร้อยจนเสียรูปโฉมของเชื้อพระวงศ์ เห็นที...แม่คงต้องหาคนดูแลเจ้าเพิ่มกระมัง” 

ทุกสายตาขุนนางในท้องพระโรงหันไปถมเข้าใส่ องค์ชายใหญ่ทันที บางคนแย้มยิ้ม บางคนมองอย่างประเมินค่า แต่ล้วนเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและรังเกียจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเยล่วี่เฉิง ที่ได้รับความโปรดปรานจากพระมารดาเป็นพิเศษ เขายังยืนอยู่ด้านหน้าด้วยท่าทางหยิ่งยโสในใจ แต่ที่แสดงออกมาคือความห่วงใยผ่านเสียงกระซิบที่ดังพอให้ทุกคนได้ยิน

“พี่ใหญ่…เมื่อคืนตำหนักชิงหลันคงครึกครื้นมาก ข้าได้ยินมาว่า…เสียงขลุ่ยและเสียงหัวเราะไม่หยุดจนถึงยามโฉ่ว” 

เสียงหัวเราะเบา ๆ เสียงไอของผู้ที่พยายามกลั้นหัวเราะ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นแผ่วเบาเกินกว่าจะถือว่าเสียมารยาทไปทั่วแถวขุนนาง 

 เยล่วี่ซุ่นรับรู้ถึงความจงใจในการประชดประชันนี้ เขาคิดเพียงเสี้ยววินาที ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง คลึงขมับไล่ความมึนงง แล้วยิ้มขืน ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นตอบกลับด้วยท่าทางที่ดูเหลาะแหละและอ่อนแอที่สุด ราวกับเพิ่งตื่นจากอาการเมาค้าง ยิ่งตอกย้ำให้เขาดูเหมือนองค์ชายเจ้าสำราญไร้สมอง

“เสด็จแม่... ทรงมีสายตาเฉียบแหลมดังเดิม และทรงกล่าวถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยอย่างอ่อนแรง 

“ลูกขอทูลตามตรงว่า…เมื่อคืนลูกจัดงานเลี้ยงดึกไปหน่อย... ไป๋เหม่ย นางรำที่เสด็จแม่ประทานมา เต้นรำได้งดงามนัก ทำให้ลูกชายผู้นี้เผลอหลงใหลจนลืมวันลืมคืนไปเลยพ่ะย่ะค่ะ...เรื่องบ้านเมือง” เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนกล่าวต่อราวกับไม่ใส่ใจสายตารอบข้าง

“ลูกว่า...ก็ปล่อยให้เสด็จแม่กับน้องรอง ผู้มีความสามารถจัดการเถิดพ่ะย่ะค่ะ ลูกชายผู้นี้ขอแค่ได้ดื่มสุราดี ๆ และอยู่กับสาวงามก็เพียงพอแล้ว” เขาหัวเราะแผ่ว ๆ อย่างไร้พิษภัย คำพูดนั้นตกลงกลางท้องพระโรง เหมือนเขาสละบางสิ่งออกจากมืออย่างจงใจ

“หากเช้านี้หากมีสิ่งใดผิดพลาด บุตรชายผู้นี้ขอน้อมรับคำตำหนิทั้งหมด” น้ำเสียงของเขาไม่สู้ดีนัก ราบรื่นแต่แฝงความง่วงเฉื่อย ไหล่กว้างของเขาสั่นเล็กน้อยราวกับรับคำด่าด้วยความละอาย แต่แท้จริงแล้ว เขากำลังกลั้นหัวเราะเย้ยหยันในใจ

ขุนนางต่างมองหน้ากัน บางคนแย้มยิ้มกว้างขึ้น เหยียบซ้ำอย่างพึงใจ คำพูดที่ดูโง่เขลาไร้ความรับผิดชอบนี้ ทำให้ขุนนางบางคนต้องก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มเกือบหลุดหัวเราะ องค์ชายเจ้าสำราญ… โง่เขลา ปากพรั่งพรูยิ่งกว่าลิงในตลาด

เยล่วี่เฉิง ยิ้มเยาะอย่างได้ใจ ส่วนฮองเฮาซูผิงอัน พยักหน้าเล็กน้อยในใจอย่างพึงพอใจ นางหัวเราะเบา ๆ อย่างขบขันปนดูแคลนในคำสารภาพตรงๆ ของโอรสองค์โต ก่อนที่องค์ชายรองแสร้งกล่าวเหย้าผู้พี่ต่อ

 “พี่ใหญ่…วันนี้ถือว่าทรงมีเรี่ยวแรงฝืนยืนเข้าเฝ้าได้ตรงกว่าทุกวัน เห็นแบบนี้ข้าก็โล่งใจ นึกว่าจะต้องมีคนพยุงออกมาเหมือนคราวก่อน หรือว่าจะต้องเชิญหมอหลวงมาประจำท้องพระโรงเสียอีก”

“ใช่ๆ...อ๋องติ้ง…วันนี้ทรงยืนได้ตรงกว่าทุกวัน ทันได้ตื่นมาเข้าเฝ้าก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีแล้ว”

เสียงขุนนางบางส่วนสะกิดกันเบา ๆ หัวเราะหึในลำคอ เยล่วี่ซุ่นเงยหน้าขึ้นยิ้มรับเล็กน้อย ยิ้มที่ดูโง่เขลาในสายตาคนอื่น แต่ดวงตาดำสนิทใต้ขนตายาวทอแววไร้พิษสง และนิ่งสงบจนน่าประหลาด

ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งทอดพระเนตรพระโอรสองค์โตเนิ่นนาน พระโอษฐ์คล้ายจะตรัสอะไร แต่สุดท้ายสิ่งที่หลุดออกมากลับเป็นเพียง ลมหายใจอันแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอันหนักหน่วง ความผิดหวังนั้น ไม่ต้องมีคำใดอธิบาย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ชื่อตอน 116 ผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

    “พบสิ่งนี้ในตัวมันพ่ะย่ะค่ะ”เยล่วี่ซุ่นรับมันมาอย่างช้า ๆ พลิกดูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ป้ายทองแดงมีขนาดเท่าฝ่ามือ ผิวด้านหนึ่งสลักลวดลายพยัคฆ์คาบดาบไร้หัว ส่วนอีกด้านกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยบากเล็ก ๆ สามรอยอยู่ตรงขอบ เขาหรี่ตาลง“เคยเห็นหรือไม่” ทั้งฟางซูและหลี่เหยียนต่างส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นพ่ะย่ะค่ะ แต่จากเนื้อทองแดงและวิธีการหล่อ ดูมิใช่สิ่งที่โจรป่าทั่วไปจะมีได้”“พระองค์ทรงรู้จักป้ายนี้หรือเพคะ” เซี่ยเยี่ยนหลิงเอ่ยถาม พลางจ้องมองตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คาบดาบไร้หัวที่สลักอยู่อย่างถี่ถ้วน“ข้าไม่เคยเห็นตรานี้มาก่อน... แต่เคยเห็นป้ายลักษณะเดียวกันในคดีหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...” เยล่วี่ซุ่นใช้นิ้วลูบผ่านรอยสลักบนป้ายอย่างแผ่วเบา“นี่ไม่ใช่ป้ายของโจร”“ท่านอ๋องหมายความว่า...”ลวดลายบนป้ายนี้ตัดเส้นทางไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงได้โดยง่าย... ผู้ที่วางแผนนี้มีความแยบคายและระมัดระวังตัวยิ่งนัก พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยที่จะสาวถึงผู้สั่งการได้เลยแม้แต่น้อย การที่พวกมันเลือกใช้คนจากตลาดมืด ให้ทำลายชื่อเสียงสตรีมากกว่าการลอบสังหารเอาชีวิต ยิ่งเป็นตัวยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า...เป้าหมายอันโสม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 115 กับดักกลางป่า

    ล้อรถม้าสั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติจนถ้วยชาบนโต๊ะเล็กสั่นกระทบกันเบา ๆ รอยยิ้มหยอกเย้าบนใบหน้าของเยล่วี่ซุ่นเลือนหายไปในพริบตา แววตาอบอุ่นเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มล่า เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตาผ่านม่านรถม้าออกไปยังเส้นทางเบื้องหน้า“หลี่เหยียน หยุดรถ” น้ำเสียงนั้นมิได้ตวาดดัง ทว่ากลับเย็นเยียบและทรงพลังจนคนฟังไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาที หลี่เหยียนซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าชะงักกึก ก่อนรีบดึงบังเหียนม้าเต็มแรง“ท่านอ๋อง...”“สั่งให้หยุด!” คราวนี้เสียงหนักแน่นและเด็ดขาดขึ้นเอี๊ยด! เสียงคมไม้และเหล็กครูดยึดลงกับพื้นดิน รถม้าคันหน้าหยุดลงทันที ส่งผลให้รถม้าทั้งขบวนหยุดนิ่งตามกันเป็นทอด ๆ เงียบ... ทั่วทั้งผืนป่าพลันเงียบสงัดอย่างผิดธรรมชาติ เซี่ยเยี่ยนหลิงขมวดคิ้วเรียวสวย นางใช้นิ้วสะกิดเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองผืนป่าสองข้างทางด้วยความระวังภัย เมื่อครู่ยังยินเสียงนกและแมลงร้องขานรับกันเป็นระยะ ทว่ายามนี้กลับเงียบงันราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตพากันหลบหนีไปหมดแล้ว เยล่วี่ซุ่นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเตือน “หลี่เหยียน...” “พ่ะย่ะค่ะ” “มีคนซุ่มบนเนินเขา”สิ้นคำ…ฟึ่บ!

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 114 ศึกร้อยเล่ห์ตำหนักคุนหนิง

    “การทำให้สตรีผู้หนึ่งตาย... ถือเป็นเมตตาที่มากเกินไปสำหรับนาง”ร่างระหงก้าวลงจากแท่นประทับทีละก้าว พระนางยกยิ้มบาง ๆ ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น “หากทำให้สตรีที่ถือดีผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องอยู่ด้วยชื่อเสียงที่พังทลาย”มู่หรงเซียนหัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึก เบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายความว่า...”“สตรีผู้หนึ่งสามารถทนต่อการสูญเสียทรัพย์สินได้ ทนต่อการถูกดูหมิ่นได้ แต่หากทั้งเมืองหลวงเริ่มสงสัยในความบริสุทธิ์ของนาง...” พระองค์หยุด“เมื่อนั้น ต่อให้นางยังเป็นติ้งอ๋องเฟย ตำแหน่งนั้นก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอนางเอง นางจะกรีดร้องขอความตายยิ่งกว่าตกฮวงซุ้ย แม้แต่สุนัขข้างถนนยังไม่อยากมอง”มู่หรงเซียนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ดวงตาเบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายถึง...”“ข้าได้ข่าวว่าจวนแม่ทัพส่งคนไปจัดการเรื่อง ระหว่างทาง แล้วมิใช่หรือ” ฮองเฮาปรายตามองมู่หรงเซียนอย่างรู้ทัน ทำให้มู่หรงเซียนกับเยล่วี่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ปล่อยให้โจรป่าพวกนั้นทำหน้าที่ปู้ยี่ปู้ยำนางให้สะใจไปก่อน... ส่วนข้า จะเตรียมงิ้วฉากใหญ่ รอรับนางอยู่ที่นี่!” พระหัตถ์เรียวค่อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 113 แค้นนี้มิอาจอภัย

    ตำหนักคุนหนิงยามบ่าย แสงแดดอุ่นทอดตัวผ่านแนวกำแพงสูงใหญ่ของวังหลวง ทว่าความเย็นเยียบภายในตำหนักคุนหนิงกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ฮองเฮาในชุดหงส์ปักทอดแทรกดิ้นทองสง่างามประทับอยู่บนพระเก้าอี้ประธานฝ่ายใน นัยน์ตาเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทอดมองถ้วยชาในพระหัตถ์ที่เย็นชืดไปนานแล้วด้วยรอยยิ้มลึกล้ำยากคาดเดา “หย่งอ๋อง และมู่หรงเช่อเฟย ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงาน “ให้พวกเขาเข้ามา” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ เยล่วี่เฉิงและมู่หรงเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงตำหนัก ทันทีที่เห็นพระพักตร์ของฮองเฮา ทั้งคู่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงทำความเคารพตามราชประเพณี “ถวายพระพรเสด็จแม่” “ลุกขึ้นเถิด”“ขอบพระทัยเสด็จแม่” “พวกเจ้ามีสิ่งใดจึงมาหาข้าพร้อมกันยามนี้”มู่หรงเซียนเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ทันไร ก็ทิ้งตัวลงสะอื้นไห้โฮราวกับหัวใจสลาย ร่างสั่นสะท้านดูน่าสงสารจับใจ “เสด็จแม่เพคะ! โปรดทรงคืนความเป็นธรรมให้จวนแม่ทัพและหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!” ฮองเฮายกจอกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองอย่างเย็นชา “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เช่อเฟย... เหตุใดจึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 112 กลอุบายมู่หรง

    จวนมู่หรง“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”น้ำเสียงของมู่หรงเซียนแผดลึก แฝงไอสังหารเย็นเยียบพายในโถงรับรองของจวนแม่ทัพมู่หรง บรรยากาศกดดันจนแทบไร้อากาศหายใจ กลิ่นคาวเลือดที่มู่หรงหรงอู่กระอักออกมาคละคลุ้งผสมกับกลิ่นชาเข้มข้น รังสีอาฆาตพุ่งสูงขึ้นจนทาสรับใช้รอบนอกต่างสั่นสะท้าน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“นังเซี่ยเยี่ยนหลิงมันบีบเราถึงเพียงนี้... ข้าจะไม่ยอมให้นังลูกอนุขยะนั่นได้เสพสุขในฐานะติ้งอ๋องเฟยเป็นอันขาด มันกล้าเหยียดหยามเช่อเฟยอย่างข้า!”นัยน์ตาของมู่หรงเซียนแดงฉานด้วยความคลั่งแค้น นางกำหมัดแน่นจนเล็บยาวที่เคลือบสีชาดจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัปยศมู่หรงหรงอู่ซึ่งเพิ่งถูกพยุงขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ปาดคราบเลือดตรงมุมปากอย่างช้า ๆ ใบหน้าของแม่ทัพผู้ผ่านศึกกลับยิ่งทวีความเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต“นังเด็กเนรคุณนั่น ผู้ใดให้ความกล้ามันเหยียบย่ำตระกูลมู่หรงได้ถึงเพียงนี้! มันกล้าสลัดจวนแม่ทัพต่อหน้าคนทั้งเมือง ทั้งยังนำคนมายึดกิจการของเราไปจนหมด...” เสียงของเขาต่ำลงทุกขณะจนฟังดูดุจเสียงขู่คำรามของปีศาจในเงามืด “หากปล่อยให้มันกลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แล้วเรื่องนี้จะ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 111 คมมีดของติ้งอ๋อง

    รุ่งอรุณเยือนสู่เรือนไม้ป่าไผ่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้กระทบผ้าม่านสลัว ละอองหมอกไอเย็นยังคงลอยเอื่อยอยู่ด้านนอก เซี่ยเยี่ยนหลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือไอร้อนแผ่ซ่านรอบกาย เมื่อหลุบสายตาลงมองก็พบว่า นิ้วมือเรียวของตนยังคงถูกประสานและกุมไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่ของเยล่วี่ซุ่นตลอดทั้งคืน อ๋องหนุ่มยังคงหลับใหล ลมหายใจของเขาปรับเป็นสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดประหนึ่งหิมะยามดึกเริ่มมีสีเลือดฝาดคืนกลับมา พิษเหมันต์ในกายถูกสกัดไว้ได้สำเร็จแล้ว นางพยายามจะถอนมือออกอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำให้เขาตื่น ทว่าเพียงแค่นิ้วมือขยับเล็กน้อย ฝ่ามือหนากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ “จะรีบไปไหน...” น้ำเสียงทุ้มแหบต่ำของคนข้างกายดังขึ้นทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท “ท่านอ๋อง...” เซี่ยเยี่ยนหลิงชะงัก ช้อนสายตามอง “ทรงตื่นนานแล้วหรือเพคะ”เยล่วี่ซุ่นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบคู่เดิมฉายแววลุ่มลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอเมื่อคืนก่อน เขาเบือนหน้ามามองสตรีที่นอนเคียงข้างในระยะห่างเพียงคืบ “ตื่นทันได้เห็นคนบางคนแอบมองข้าอยู่นานสองนาน” แก้มเนียนของเซี่ยเยี่ยนหลิงร้อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 51 เพลิงราคะกลางธรณีสงฆ์ NC

    มู่หรงเซียนมิได้ถอยหนี นางกลับยกมือขึ้นจับสาบฉลองพระองค์ของเขาแน่นกว่าเดิม ปลายนิ้วเย็นเฉียบตัดกับไอร้อนจากเรือนกายบุรุษ“ไฟเช่นนี้…” นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา “…หม่อมฉันจะเป็นผู้จุดมันขึ้นเองเพคะ”เยล่วี่เฉิงหัวเราะต่ำในลำคอ มือหนากระชับเอวบางเข้าหาตัวจนไร้ระยะห่าง ร่างบางแนบชิดอกกว้างจนสัมผัสได้ถึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 50 กลลวงหลังม่านศีล

    ท่ามกลางความสงัดเงียบของ วัดฉือเอิน ในยามวิกาล กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ลอยล่องปนไปกับเสียงระฆังที่แว่วมาตามลม เรือนพักรับรองชิงซินที่ตั้งอยู่ท้ายเขตสังฆาวาสถูกความมืดมิดโอบล้อม มีเพียงแสงเทียนวับแวมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักออกมาเพียงรำไร เสียงสวดมนต์จากวิหารใหญ่แว่วมาเป็นจังหวะเนิบช้า ราวกับโลกภายนอก

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 38 มังกรไร้ขา

    “อาการของท่านอ๋อง… แม้จะรอดชีวิตมาได้ ทว่าเส้นเอ็นและกระดูกช่วงขาถูกทำลายรุนแรงเกินเยียวยา... เกรงว่านับจากนี้ไป ท่านอ๋องย่อมมิอาจยืนหยัดหรือก้าวเดินได้อีกพ่ะย่ะค่ะ”สิ้นคำวินิจฉัยของจางไท่อี ประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางตำหนัก ฮ่องเต้เยล่วี่ชางทรงชะงัก พระวรกายสั่นสะท้าน ก่อนจะทรงทรุดนั่งลงบนแท่นบรรทมด้ว

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 36 แผนลวงพยัคฆ์

    แสงอรุณยามเช้าทอแสงทองอ่อนๆ รำไร สาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุของตำหนักชิงหลัน มู่หรงหลิงเดินนำเข้ามาในห้องบรรทมชั้นในด้วยท่วงท่าสง่างามนางสวมอาภรณ์ชุดผ้าไหมจันทราสีฟ้าครามเข้ม ปักลวดลายดอกเหมยสีเงินพริ้วไหวตามจังหวะการย่างก้าว แขนเสื้อถูกออกแบบให้สอบเล็กน้อยเพื่อความคล่องตัวทว่ายังคงความอ่อนช้อยด้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status