Home / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 3 การผูกมัดด้วยหยกและอำนาจ

Share

ตอนที่ 3 การผูกมัดด้วยหยกและอำนาจ

last update Last Updated: 2025-12-17 06:35:51

ฮองเฮาซูผิงอัน ไม่ปล่อยให้ความเงียบในท้องพระโรงอึดอัดยืดยาวนาน นางขยับกายเพียงเล็กน้อย แต่การเคลื่อนไหวนั้นกลับดึงสายตาทั้งหมดให้หันตามราวถูกสะกด 

“ท่านแม่ทัพมู่หรง ข้าได้ยินว่าการจัดการศึกชายแดนครั้งนี้สำเร็จลุล่วง สมควรได้รับคำชมเชยอย่างยิ่ง ความกล้าหาญและความเด็ดขาดของท่านยังคงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วใต้หล้า"

ดวงตาเย็นเฉียบของนางทอดมองไปยังแถวขุนนางฝ่ายทหารด้านหน้า

ตรงจุดที่ ท่านแม่ทัพมู่หรง หรงอู่ ยืนอยู่ด้วยท่าทีเคร่งขรึม มั่นคง ดุจเสาหลักของแผ่นดิน

“ท่านแม่ทัพมู่หรง” เสียงอ่อนนุ่มดังขึ้น ทว่าแฝงคมดุจปลายเข็ม

“ข้าได้ยินว่า การจัดการศึกชายแดนครั้งนี้สำเร็จลุล่วง จบลงอย่างงดงามยิ่งนัก ความกล้าหาญ ความเด็ดขาด และความจงรักภักดีของท่าน ยังคงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วใต้หล้า สมกับเป็นเสาหลักของราชวงศ์ต้าเหยียนโดยแท้ และสมควรได้รับคำชมเชยอย่างยิ่ง” 

คำว่า เสาหลัก ทำให้ขุนนางหลายคนเผลอกลั้นหายใจ

มู่หรง หรงอู่ ก้าวออกมาค้อมกายลงอย่างงดงามตามแบบทหาร สีหน้ายังคงนิ่งสนิทไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทว่าดวงตาลึกล้ำ กลับซ่อนคลื่นอารมณ์ความรู้สึกที่หนักอึ้งไว้ภายใน 

“เป็นวาสนาของกระหม่อม และตระกูลมู่หรง ที่ได้รับใช้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

ซูผิงอัน พยักหน้าเล็กน้อย คลี่ยิ้มเย็น รอยยิ้มนั้นคล้ายพอพระทัยในอำนาจ จากนั้นสายตาของนางจึงกวาดเลื่อน ไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนอยู่แถวองค์ชายทั้งหลายด้านหนึ่งของท้องพระโรง องค์ชายใหญ่ เยล่วี่ซุ่น กำลังยืนหาวอย่างเหนื่อยล้า

“ความดีความชอบเช่นนี้” นางเอ่ยช้า ๆ

 “หากไม่ตอบแทน ย่อมทำให้ขุนนางทั้งหลายหนาวใจ และเป็นที่ครหา ไม่รู้จักบุญคุณ” ฮองเฮาหยุด เสี้ยววินาทีนั้นเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของผู้คน

“ตามสัญญาที่ฮ่องเต้เคยประทานไว้…ถึงเวลาแล้ว ที่ราชวงศ์จะต้องแสดงความจริงใจต่อผู้ภักดี” เสียงนั้นเบาลง แต่กลับกดทับหนักยิ่งกว่าเดิม นางหยุดไปครู่หนึ่ง คำพูดของนางทำให้ขุนนางหลายคนเริ่มมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

“อีกไม่นานนัก… บุตรีแห่งตระกูลมู่หรง ผู้มีสัญญาหมั้นหมายกับราชวงศ์มาเนิ่นนาน ก็ถึงเวลาที่จะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับอ๋องติ้ง…โอรสองค์โตของเรา” ฮองเฮาหยุดเล็กน้อยเพียงเพื่อให้ทุกคน ตั้งใจฟัง เสียงนางทอดเย็นหนักหน่วง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด

“สัญญานี้ เป็นโองการ เป็นเกียรติ และเป็นหน้าที่ของตระกูลมู่หรง นี่คือการรวมตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดิน เป็นการผูกมัดราชวงศ์ต้าเหยียนเข้ากับเหล่าทหารกล้าอย่างมั่นคง เรื่องนี้ต้องถึงเวลาเดินหน้าอย่างไม่มีข้อกังขาแล้ว” 

น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทุกถ้อยคำคือคำสั่ง แม้จะนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์มีความเด็ดขาดดุจคำประกาศิตหนักยิ่งกว่ากลองศึก

คำประกาศนั้นตกลงกลางท้องพระโรงอย่างไม่ปิดบังความหมายทางการเมือง... หนักแน่น เด็ดขาดไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง มู่หรง หรงอู่ ก้มศีรษะยอมรับลงอย่างช้า ๆ เพื่อซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจดุจไฟสุม หมัดที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนเส้นเอ็นตึง ใบหน้ายังคงนิ่งสงบดุจขุนเขา แต่ในอกเหมือนถูกกรีดเป็นแผลยาว คลื่นความเสียดายซัดสาดอย่างรุนแรง 

  บุตรสาวที่เปรียบดั่งหยกขาวของตระกูล ต้องถูกส่งไปเป็นเครื่องผูกอำนาจ ต้องแต่งงานกับองค์ชายที่ทั้งราชสำนักตราหน้าว่าไร้ค่า องค์ชายที่กำลังทำลายอนาคตของตนเองด้วยสุราและสตรี... ตอนนี้ ความรู้สึกของแม่ทัพใหญ่มู่หรง หรงอู่ รู้สึก ไม่ต่างจากถูกตบหน้ากลางท้องพระโรง ต่อหน้าผู้คนทั้งแผ่นดิน 

เยล่วี่ซุ่นชะงักไปเพียงชั่วลมหายใจ แรงกดดันถาโถมใส่ไหล่กว้างอย่างเงียบงัน เขารู้สึกถึงความกดดันที่หนักอึ้งกว่าเดิม เขารู้ดี นี่ไม่ใช่รางวัล แต่คือโซ่ตรวนทองคำที่ผูกมัดเขากับตระกูลมู่หรงที่แข็งแกร่ง และหมากที่วางไว้ให้ตระกูลมู่หรงนั้นเดินต่อ กระนั้น รอยยิ้มเหลาะแหละก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาอย่างพอดี รอยยิ้มที่ไม่มีผู้ใดอ่านออก เขารีบกล่าวแทรกขึ้นอย่างบุรุษผู้สมหวังด้วยแววตาเคลิ้มฝัน

“จริงสิพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูใหญ่มู่หรงเซียน งดงามดุจเทพธิดา การที่ลูกได้อภิเษกกับนาง ถือเป็นพรที่สวรรค์ประทานให้ลูกพ่ะย่ะค่ะ บุตรชายผู้นี้จะดูแลนางอย่างดี ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง จะยกให้นางเป็นชายาเอกเลย"

คำพูดนั้น…ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ องค์ชายเจ้าสำราญผู้หลงใหลในรูปงาม ผู้ไม่สนใจอำนาจการเมืองถูกตอกย้ำให้แน่นหนาขึ้น ฮองเฮาซูผิงอัน พึงพอใจในคำตอบของเขา รอยยิ้มเย็นจางปรากฏในดวงตา

ส่วนท่านแม่ทัพมู่หรง ยังคงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย เพราะเขารู้ดีตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บุตรสาวของเขาไม่ใช่เพียงบุตรีของตระกูลมู่หรงอีกต่อไป หากแต่เป็นหมากบนกระดานของวังหลวง

แต่นั่น...ยังไม่เจ็บเท่า บุตรสาวที่เขาทะนุุถนอมต้องแต่งให้กับองค์ชายที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนไร้ค่า...ซ้ำยังได้เป็นชายาเอก บ่งถึงว่าบุตรสาวอันเป็นที่รักของเขาเป็นเพียงหนึ่งในสตรีขององค์ชายไร้ค่าผู้นี้เท่านั้น สีหน้าของแม่ทัพใหญ่หาได้รอดพ้นสายตาของฮองเฮาไปได้แม้แต่น้อย 

มุมปากของเยล่วี่เฉิงกระตุกเล็กน้อย องค์ชายรองหันไปมองผู้พี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง ตระกูลมู่หรงเป็นทรัพย์สินทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่กลับถูกมอบให้กับพี่ชายที่ไร้ค่า ไร้ความสามารถไปครอง นัยน์ตาเขาคำนวณบางสิ่งเงียบงัน แต่ต่อให้ตระกูลมู่หรง…ถูกบีบให้ยกบุตรีให้พี่ชาย เขาย่อมหาหนทางดึงพวกเขากลับมาอยู่ภายใต้อำนาจของตนให้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 23 งิ้วซ้อนงิ้ว

    “ฮ่องเต้เสด็จ”ในเสี้ยววินาทีที่สุ้มเสียงแหลมกังวานขานของขันทีหน้าตำหนัก ดังก้องโสตประสาท มู่หรงเซียนที่กำลังเหยียดยิ้มหยันและกำลังถอยห่างพลัน ฝีเท้าเบา ๆ ของนางเพิ่งขยับได้เพียงครึ่งก้าวก็ต้องชะงักงันไปชั่วครู่ หัวใจนางร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาตื่นตระหนกไปเสี้ยวลมหายใจเดียว เสี้ยวเดียวเท่านั้น ก็ถูกแทนที่ด้วยประกายตาแห่งเล่ห์เหลี่ยม ทุกอย่างบนใบหน้าเปลี่ยนกลับไปราวกับไม่เคยมีความเย็นชาหรือความรังเกียจใดหลงเหลืออยู่กิริยาหยิ่งผยองและเหยียดหยามเมื่อมลายหายไปสิ้นราวกับไม่เคยเกิดขึ้น นางหมุนตัวกลับไปยังเก้าอี้ข้างแท่นบรรทมรวดเร็วดุจสายลม ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าอาดูร ท่าทางนางดูอ่อนระทวย มือหนึ่งคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนงามขึ้นมาซับดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่นางสั่งได้ดั่งใจนึกในพริบตาเดียว ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อยกับการกลั้นสะอื้น อีกมือหนึ่งเอื้อมไปจัดขอบผ้าห่มที่เลื่อนหลุดให้เขาอย่างทะนุถนอม ราวกับนางกำลังปรนนิบัติเขาด้วยความรักสุดหัวใจมาเนิ่นนานบานประตูใหญ่ถูกผลักออก แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ซ่าน ร่างสง่าในชุดมังกรสีเหลืองทองของ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 22 หน้ากากงิ้ว

    “ข้าจะอยู่ดูแลท่านอ๋องเอง อยากจะลองเรียกขานท่านอ๋องดูสักครา เผื่อว่าวาสนาของข้าจะช่วยดึงปลุกพระองค์กลับมาได้บ้าง... พวกเจ้าทุกคนถอยออกไปเถิด ให้ข้าได้อยู่กับพระองค์ตามลำพังสักครู่” สิ้นคำสั่ง ขันทีและนางกำนัลต่างพากันค้อมกายทยอยถอยออกห่างอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้นางนั่งเฝ้าอ๋องติ้งอย่างใกล้ชิด เหลือเพียงความเงียบสงัดก็กลายเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียว รอยยิ้มอาทรบนใบหน้าของมู่หรงเซียนพลันเลือนหายไป ราวกับหน้ากากงิ้วที่ถูกกระชากออกอย่างไม่ไยดี ความอ่อนโยนบนใบหน้านั้นราวกับไม่เคยมีอยู่ ดวงตาที่เคยฉ่ำชื้นกลับเปลี่ยนเป็นความเฉยชาในพริบตา นางปล่อยผ้าเช็ดหน้าลายกิ่งเหมยลงบนตัก ทอดสายตามองพระคู่หมั้น สายตานั้น… ไม่ใช่จากความห่วงใย แต่คือการประเมินค่า นางมิได้ก้มลงมองพระพักตร์อันหล่อเหลาทว่าซีดเซียวของเขา แต่กลับจดจ้องไปที่ขาซ้ายซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มที่ฟูไห่ไม่ได้ห่มปิดให้ ด้วยแววตารังเกียจ “ท่านอ๋องเพคะ... พระองค์ทรงได้ยินหม่อมฉันหรือไม่” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานดุจเคลือบน้ำผึ้ง ทว่าเนื้อแท้กลับเย็นชาเสียดกระดูก ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความอาทร “ติ้งอ๋อง…เพคะ” นางเรียกซ้ำอีกครั

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 21 การตัดสินใจของห่านป่า

    “และที่สำคัญ...” เสียงของนางที่เคยนุ่มนวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ทว่าคมกริบจนบาดใจดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งพ้นฝัก“สินเดิมของท่านแม่ ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดนำไปใช้ปูทางสู่อำนาจประดับหน้าตาตนเองได้อีกต่อไป ข้าจะกลับไปทวงคืนทุกสิ่งทั้งที่เป็นของข้า...และของท่านแม่ รวมถึงทวงคืนหนี้เลือดที่พวกเขาสลักไว้บนดวงใจท่านแม่ และพวกเขาต้องชดใช้คืนร้อยเท่า”แม่เฒ่าจางนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน รอยย่นบนใบหน้าลึกขึ้นราวกับถูกกาลเวลากรีดซ้ำนางมองดูคุณหนูที่ตนชุบเลี้ยงด้วยความขมขื่นใจ ก่อนจะถอนใจยาว เอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าครั้งใด“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้แล้ว ข้าก็มิอาจฉุดรั้งหงส์ให้กลายเป็นเป็ดในปลักโคลนได้อีกต่อไป... แต่ หลิงเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ จวนแม่ทัพคือรังหมาป่าที่กินคนโดยไม่คายกระดูก... เจ้าจะเดินเข้าไปเพียงลำพังมิได้”หญิงชราหันไปทางประตูม่านไม้ไผ่ด้านหลังเรือน “อาหนิง... เข้ามานี่ซิ”เด็กสาวร่างบางก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว นางมิได้มีกิริยาอ่อนช้อยดุจสาวใช้ในเมืองหลวง มิได้ก้มหน้าดูอ่อนแออย่างสาวใช้ทั่วไป ทว่าดวงตาซุกซนฉายแววเฉียบคมเกินวัย และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อาหนิงทรุดกายลงคุ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 20 จดหมายจากเงามืด

    ลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านทิวสนแห้ง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วราวเสียงกระซิบของฤดูหนาวที่มาเยือน จางเยี่ยนหลิงในชุดผ้ากระสอบสีหม่น กำลังตากสมุนไพรบนตะแกรงไม้ด้วยท่วงท่าชำนาญ นางใช้ชีวิตเช่นนี้มาเนิ่นนาน เรียบง่าย เงียบงัน และห่างไกลจากชื่อสกุลที่ผู้คนในเมืองหลวงเคยเอ่ยถึง หมู่บ้านชายป่าแดนสวรรค์ที่นางใช้เป็นเกราะคุ้มภัยมาตลอดหลายปีทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าเร็วก็ทำลายความสงัด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย ร่างบุรุษในชุดองครักษ์หยุดม้าหน้าเรือนอย่างแม่นยำ ฝุ่นดินยังไม่ทันจาง เขาก็ลงจากหลังม้า คุกเข่าข้างหนึ่งตามพิธี พร้อมยื่นจดหมายผนึกครั่งสีแดงฉานขึ้นเหนือศีรษะ “คารวะ คุณหนูรอง…มีจดหมายด่วนจากจวนแม่ทัพ” น้ำเสียงนั้นสุภาพ เรียบร้อย และห่างเหิน ไม่ต่างจากการทำหน้าที่ตามคำสั่งนางเปิดอ่าน จางเยี่ยนหลิงรับจดหมายมาโดยไม่กล่าวคำใด นิ้วเรียวลูบผ่านตราครั่งเพียงแผ่วเบา ก่อนจะคลี่ออกอ่านอย่างช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สายตานางกวาดผ่านเนื้อความในจดหมายกล่าวถึงอาการป่วยปางตายของบิดา และความจำเป็นที่นางต้องกลับไปจัดการงานในจวน เพื่อให้คุณหนูใหญ่ของจวนได้ทำหน้าที่พระคู่หมั้นอย่างหมดห่วง“ท่าน

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 19 หมากกระดานคุนหนิง

    ณ ตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา“อ๋องหย่ง... เสด็จ”เสียงขานกังวานของหานจง ขันทีหน้าตำหนัก ดึงให้ ซูผิงอันฮองเฮาตื่นจากภวังค์ นางประทับบนตั่งไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองคำสลักลายหงส์ประคองจอกชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าเนิบนาบ ทว่ากลับดูน่าเกรงขามจนเหล่านางกำนัลมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง สีหน้าของนางสงบเยือกเย็น ราวกับทุกสิ่งในใต้หล้าล้วนอยู่ในอุ้งมือเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เยล่วี่เฉิง ในฉลองพระองค์หรูหราก้าวเข้ามาภายในโถง แววตาที่เคยนิ่งสงบต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับทอประกายแห่งความสมหวังอย่างปิดไม่มิด เขาหยุดยืนประสานมือและค้อมกายลงอย่างนอบน้อม“ลูกถวายบังคมเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”จอกชาถูกวางลงกระทบถาดหยกเบาๆ เสียงนั่นดุจคำสั่งประกาศิต นางพลางปรายตามองนางกำนัลรอบข้างด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ“พวกเจ้าออกไปให้หมด...”“เพคะ” เหล่านางกำนัลรับคำสั่งด้วยตัวสั่นเทา ก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ฮองเฮาปรายตามอง เว่ยอิ้นกงกง เพียงเล็กน้อย “ท่านกงกง... ไปเฝ้าหน้าประตูด้วยตนเอง อย่าให้ใครเข้าใกล้ที่พักของข้าและลูก แม้แต่ก้าวเดียว”คำว่าลูกที่นางเน้นย้ำ ทำให้อ๋องหย่งชะง

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 18 เล่ห์นางหงส์

    ณ ห้องโถงจวนแม่ทัพใหญ่ บรรยากาศหนักอึ้งดุจก้อนหินนับหมื่นชั่ง แม่ทัพมู่หรง หรงอู่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นรอยลึก ในมือถือราชโองการสีเหลืองทองที่เพิ่งมาถึง เนื้อความในนั้นชัดเจนจนน่าใจหาย... มีรับสั่งให้ มู่หรงเซียน เข้าวังเพื่อปรนนิบัติอ๋องติ้งเยล่วี่ซุ่นในฐานะพระคู่หมั้นอย่างใกล้ชิด“ท่านพ่อ... จะให้ข้าไปดูแลบุรุษไร้ค่าผู้นั้นจริงๆ หรือเจ้าคะ” มู่หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยโทสะและสะอิดสะเอียน “ราชโองการนี้มิเท่ากับมัดมือชกให้ข้าต้องแต่งกับคนพิการหรอกหรือ เกียรติยศของตระกูลแม่ทัพจะเอาไปไว้ที่ใดกัน”มู่หรง หรงอู่ ถอนใจยาวพลางลูบเครา “เซียนเอ๋อร์ ใจเย็นก่อน... ราชโองการลงมาแล้ว หากเราขัดขืนย่อมเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ฝ่าบาททรงใช้ความเมตตาบีบให้เราแสดงความกตัญญู ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังจับจ้องว่าตระกูลมู่หรงจะทอดทิ้งท่านอ๋องที่ตกยากหรือไม่ หากเราถอนหมั้นหรือขัดขืนยามนี้ ชื่อเสียงที่ข้าสะสมมาทั้งชีวิตย่อมป่นปี้”“ข้ามิได้บอกว่าจะไม่ไปเจ้าค่ะ...” มู่หรงเซียนเเค่นยิ้มบาง แววตาที่เคยอ่อนหวานกลับนิ่งสงบจนน่าขนลุก นางหยิบแท่งหมึกมาฝนอย่างใจเย็น ท่วงท่าเนิบนาบแต่กดดัน “ในเมื่อฝ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status