แชร์

ตอนที่ 9 พยัคฆ์ซ่อนคม

ผู้เขียน: กุหลาบดิน
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-24 22:18:01

     ภายในห้องทรงอักษรอันโอ่อ่า ผ้าไหมม่วงเข้มปักดิ้นเงินสะท้อนแสงตะเกียงเป็นลวดลายเมฆมงคลซ้อนทับกัน เงาไฟสั่นไหวราวสิ่งมีชีวิตที่แฝงกายอยู่ในม่านหมอก บนตั่งไม้จันทน์แกะลายมังกร องค์ชายเยล่วี่ซุ่น นั่งนิ่งลำพัง ชาบ๊วยในถ้วยแทบไม่พร่อง ดวงตาคมกริบทอดมองความมืดนอกหน้าต่าง นิ่งสงบ ไร้แววมึนเมาอย่างที่คนภายนอกตราหน้า

     เสียงฝีเท้าเบาจนแทบจับไม่ได้ดังขึ้นจากด้านข้าง ประตูด้านข้างเปิดออกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปิดลงอย่างไร้เสียง ร่างสูงในชุดองครักษ์สีดำก้าวเข้ามา คุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างมั่นคง 

     “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ หวังเย่” หลี่เหยียน องครักษ์คู่ใจ ก้มศีรษะต่ำจนแทบแนบอก

     เยล่วี่ซุ่นไม่หันกลับ เพียงกล่าวเสียงเรียบ “มีเรื่องใดเร่งด่วน หลี่เหยียน”

     “ทูลหวังเย่…ข่าวจากตำหนักคุนหนิงพ่ะย่ะค่ะ... หลังที่ฮองเฮาทรงประกาศเรื่องอภิเษกของพระองค์กับคุณหนูจวนแม่ทัพ ฮองเฮาก็ทรงเริ่มเคลื่อนไหวทันที” หลี่เหยียนรายงานด้วยเสียงทุ้มหนักแน่น 

     “เขา... เริ่มเคลื่อนไหวอย่างไร” เสียงต่ำเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

      “คนของพระนางเริ่มแพร่กระจาย…ข่าวเรื่องพระองค์หมกมุ่นในสุรานารี ไม่สนกิจการใด ตอนนี้ข่าวลือแพร่สะพัดดั่งไฟลามทุ่ง  อีกเรื่องที่น่ากังวล... คนคุมรถม้าในวันพรุ่งนี้ยังถูกสับเปลี่ยนเป็นคนจากตำหนักกลางทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงว่า...”

     “เสด็จแม่…เร่งมือกว่าที่ข้าคิด” เยล่วี่ซุ่นแค่นเสียงหัวเราะไร้อารมณ์ 

     “นางคงคิดว่า หากข้ายังไม่อยู่... ตำแหน่งรัชทายาทย่อมเป็นของอ๋องหย่ง”

     ในจังหวะนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็แทรกตัวผ่านม่านมุกเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ฟู่ไห่ ขันทีชราผู้มีรอยยิ้มลึกลับ ก้าวเข้ามาสมทบด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเกินปกติ ในมือเขาไม่มีถาดน้ำชาเหมือนทุกครั้ง แต่กลับถือม้วนกระดาษแผ่นเล็กที่ขอบมีรอยไหม้ เขาคุกเข่าลงทันที

     “ทูลหวังเย่... ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนคุมรถม้าพ่ะย่ะค่ะ สายของเรารายงานว่ามีการเบิกเหล็กชนิดพิเศษจากคลังหลวงเมื่อสองวันก่อนหน้า คาดว่า…หากเพลาล้อของรถม้า ถูกสับเปลี่ยนเป็นเหล็กที่ผ่านการรมไฟจนเปราะ...หากวิ่งบนทางราบจะไม่เห็นความต่าง แต่ถ้าเจอแรงกระแทกต่อเนื่อง... มันจะหักสะบั้นทันที”

      เยล่วี่ซุ่นรับม้วนกระดาษมา มองเพียงแวบเดียว ก่อนจะยื่นเข้าใกล้ตะเกียง ไฟลามเลียกระดาษอย่างเงียบงัน เศษเถ้าร่วงหล่นลงบนพื้นโดยไร้ผู้เหลียวแล 

     “เหล็กเปราะกับคนคุมชุดใหม่...”  เยล่วี่ซุ่นเอ่ยเสียงต่ำ“พรุ่งนี้ข้ามีกำหนดการไปเดินทางไปหออวี้เหยียนและไป๋เหม่ยรบเร้าข้าให้พาไปไหว้พระที่วัดบนเขาชิงซาน…” 

     “เส้นทางพรุ่งนี้”เขาเอ่ย พลางเดินไปที่แผนที่ยุทธศาสตร์ผนัง

     “เส้นทางไปศาลเจ้าบนเขาชิงซานมีเพียงทางเดียวที่รถม้าวิ่งได้ เส้นทางแคบ ต้องผ่านโค้งพันลี้ที่ขนาบด้วยเหวชัน และผ่านช่องเขาอวี๋หลง” ฟู่ไห่เผลอกล่าวออกมาเบาๆ ทันที

     เยล่วี่ซุ่นพยักหน้าเพียงเล็กน้อย

     “เพียงพอแล้ว”

     “โค้งพันลี้...มันเป็นทางลาดชันที่รถม้าต้องใช้แรงส่งสูง หากเพลาล้อไม่แข็งแรงพอ มันจะหักสะบั้นลงในจังหวะที่รถเหวี่ยงตัวพอดี บริเวณช่องเขาอวี๋หลง เป็นจุดอับที่เหมาะสำหรับการลอบจู่โจมสังหารมากที่สุด พ่ะย่ะค่ะ” นิ้วของหลี่เหยียนลากไปหยุดที่เส้นทางหักศอกริมหน้าผา

     เยล่วี่ซุ่นหมุนจอกชาในมือช้าๆ แววตาคมวาบเย็นราวเหล็กกล้า “พวกเขาวางบทให้ข้าหายไปในก้นเหว เพื่อให้เรื่องนี้จบลงด้วยอุบัติเหตุที่ตรวจสอบไม่ได้หรือไม่ก็โดนลอบสังหารสินะ นอกกำแพงวัง... อุบัติเหตุไม่เคยมีเจ้าของ ไม่มีใครเรียกร้องความยุติธรรมได้ งดงามดี...ตกเขาตายไม่ก็โจรป่าชิงทรัพย์ ตายโดยไร้ร่องรอย และไร้ผู้ต้องรับผิด”

      “หากพระองค์มีพระบัญชา กระหม่อมจะสั่งให้เปลี่ยนรถม้าเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หลี่เหยียนกำหมัดแน่น 

     “ไม่ได้” เสียงเฉียบขาดสวนกลับทันควัน 

     คำสั่งนั้นสั้น เฉียบ และตัดบททุกอย่าง แววตาคมปลาบ ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองคน

      “หากเจ้าเปลี่ยนรถม้า พวกนั้นก็จะรู้ว่าข้าตื่นรู้ และครั้งหน้ามันจะมาในรูปแบบที่เราคาดเดาไม่ได้...แผนการจะยิ่งซับซ้อนจนยากจะรับมือ... ในเมื่อเขาอยากให้ข้าตกเหวนัก ข้าก็จะตกให้ดู อยากให้ข้าโดนปล้นข้าก็จะถูกปล้นให้ดู”

     ฟู่ไห่และหลี่เหยียนสบตากันด้วยความตกใจ แต่เพียงครู่เดียวพวกเขาก็เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเจ้านาย

     หลี่เหยียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “เช่นนั้น…กระหม่อมจะจัดกำลังลับไปดักซุ่มที่โค้งหน้าผาและช่องเขาอวี๋หลง หากหวังเย่มีพระบัญชา กระหม่อมจะปลิดชีพไอ้พวกคนขับชั่วกับพวกโจรนั่นก่อนที่มันจะลงมือ”

     “ไม่ต้อง” คำสั่งนั้นสั้นและเด็ดขาดจนหลี่เหยียนต้องชะงัก ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เยล่วี่ซุ่นจะแค่นยิ้มเย็น

     “ความตายทำให้คนถูกจดจำ แต่ความพิการทำให้คนถูกลืม” เยล่วี่ซุ่นหยัดกายขึ้นยืน ชายเสื้อคลุมสะบัดไหวอย่างทรนง เขาเดินไปหยุดที่หน้าต่าง มองออกไปยังความมืดที่ไร้ดาว

     “นางต้องการกำจัดข้ามิใช่หรือ ข้าจะมอบสิ่งที่นางต้องการให้... ทว่า ผลลัพธ์จะไม่ใช่ความตายตามที่นางหวัง หากเป็นความพิการที่ไร้เขี้ยวเล็บ... เพื่อให้นางหมดความระแวงในตัวข้าไปตลอดชีวิต”

     ฟู่ไห่ขันทีชราหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ท้วงทันที“แต่…หวังเย่...มันเสี่ยงเกินไปพะยะค่ะ ถ้าจังหวะพลาดเพียงเสี้ยวเล็บ... ความพิการมิใช่เรื่องเล็กน้อย พระวรกายต้องเจ็บปวดแสนสาหัสพ่ะย่ะค่ะ แม้กระทั่งพระชนม์ชีพจะ...” 

     “เอาเถิด...ในเมื่อพวกเขาเตรียมบทละครมาให้ข้าแล้ว” เขากล่าวช้า ๆ

      “ผู้แสดงย่อมไม่ควรปฏิเสธโอกาส ข้าก็จะเล่นตามน้ำไป... แต่ตอนจบของเรื่องนี้ ข้าจะเป็นคนเขียนเอง เราก็มาเตรียมโรงละครให้พร้อมเถิด ฟู่ไห่..."

     เยล่วี่ซุ่นกวักมือเรียกทั้งสองให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะเริ่มกระซิบแผนการด้วยเสียงที่เบาจนมีเพียงพวกเขาที่ได้ยิน

     บทสนทนาต่อจากนั้นถูกกลืนหายไปในความสลัว มีเพียงแววตาของหลี่เหยียนที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความทึ่งและความหวาดหวั่นในความเด็ดเดี่ยวของเจ้านายตนเอง

     ฟู่ไห่ขมวดคิ้ว “หวังเย่... ได้โปรดเปลี่ยนใจ...”

      เยล่วี่ซุ่นไม่ตอบทันที เขาเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย ขันทีชราก็เงียบลงในบัดดล

     “บางครั้ง” เสียงของเขาเย็นนิ่ง

      “การถูกมองว่าไร้ค่า… ปลอดภัยกว่าการถูกมองว่าเป็นภัย”

     หลี่เหยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่เอ่ยคำใด แต่เข้าใจแล้ว

     เยล่วี่ซุ่นหันกลับมา แววตาคมกริบดุจมังกรที่ยังซ่อนเล็บ

     “เตรียมตัวให้พร้อม”

      “พรุ่งนี้… อย่าให้มีความผิดพลาด ความปลอดภัยของข้าฝากไว้ที่พวกเจ้า”

     “รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งฟู่ไห่และหลี่เหยียนคุกเข่าลงพร้อมกันขานรับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกดดัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ชื่อตอน 116 ผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

    “พบสิ่งนี้ในตัวมันพ่ะย่ะค่ะ”เยล่วี่ซุ่นรับมันมาอย่างช้า ๆ พลิกดูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ป้ายทองแดงมีขนาดเท่าฝ่ามือ ผิวด้านหนึ่งสลักลวดลายพยัคฆ์คาบดาบไร้หัว ส่วนอีกด้านกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยบากเล็ก ๆ สามรอยอยู่ตรงขอบ เขาหรี่ตาลง“เคยเห็นหรือไม่” ทั้งฟางซูและหลี่เหยียนต่างส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นพ่ะย่ะค่ะ แต่จากเนื้อทองแดงและวิธีการหล่อ ดูมิใช่สิ่งที่โจรป่าทั่วไปจะมีได้”“พระองค์ทรงรู้จักป้ายนี้หรือเพคะ” เซี่ยเยี่ยนหลิงเอ่ยถาม พลางจ้องมองตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คาบดาบไร้หัวที่สลักอยู่อย่างถี่ถ้วน“ข้าไม่เคยเห็นตรานี้มาก่อน... แต่เคยเห็นป้ายลักษณะเดียวกันในคดีหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...” เยล่วี่ซุ่นใช้นิ้วลูบผ่านรอยสลักบนป้ายอย่างแผ่วเบา“นี่ไม่ใช่ป้ายของโจร”“ท่านอ๋องหมายความว่า...”ลวดลายบนป้ายนี้ตัดเส้นทางไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงได้โดยง่าย... ผู้ที่วางแผนนี้มีความแยบคายและระมัดระวังตัวยิ่งนัก พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยที่จะสาวถึงผู้สั่งการได้เลยแม้แต่น้อย การที่พวกมันเลือกใช้คนจากตลาดมืด ให้ทำลายชื่อเสียงสตรีมากกว่าการลอบสังหารเอาชีวิต ยิ่งเป็นตัวยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า...เป้าหมายอันโสม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 115 กับดักกลางป่า

    ล้อรถม้าสั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติจนถ้วยชาบนโต๊ะเล็กสั่นกระทบกันเบา ๆ รอยยิ้มหยอกเย้าบนใบหน้าของเยล่วี่ซุ่นเลือนหายไปในพริบตา แววตาอบอุ่นเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มล่า เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตาผ่านม่านรถม้าออกไปยังเส้นทางเบื้องหน้า“หลี่เหยียน หยุดรถ” น้ำเสียงนั้นมิได้ตวาดดัง ทว่ากลับเย็นเยียบและทรงพลังจนคนฟังไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาที หลี่เหยียนซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าชะงักกึก ก่อนรีบดึงบังเหียนม้าเต็มแรง“ท่านอ๋อง...”“สั่งให้หยุด!” คราวนี้เสียงหนักแน่นและเด็ดขาดขึ้นเอี๊ยด! เสียงคมไม้และเหล็กครูดยึดลงกับพื้นดิน รถม้าคันหน้าหยุดลงทันที ส่งผลให้รถม้าทั้งขบวนหยุดนิ่งตามกันเป็นทอด ๆ เงียบ... ทั่วทั้งผืนป่าพลันเงียบสงัดอย่างผิดธรรมชาติ เซี่ยเยี่ยนหลิงขมวดคิ้วเรียวสวย นางใช้นิ้วสะกิดเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองผืนป่าสองข้างทางด้วยความระวังภัย เมื่อครู่ยังยินเสียงนกและแมลงร้องขานรับกันเป็นระยะ ทว่ายามนี้กลับเงียบงันราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตพากันหลบหนีไปหมดแล้ว เยล่วี่ซุ่นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเตือน “หลี่เหยียน...” “พ่ะย่ะค่ะ” “มีคนซุ่มบนเนินเขา”สิ้นคำ…ฟึ่บ!

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 114 ศึกร้อยเล่ห์ตำหนักคุนหนิง

    “การทำให้สตรีผู้หนึ่งตาย... ถือเป็นเมตตาที่มากเกินไปสำหรับนาง”ร่างระหงก้าวลงจากแท่นประทับทีละก้าว พระนางยกยิ้มบาง ๆ ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น “หากทำให้สตรีที่ถือดีผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องอยู่ด้วยชื่อเสียงที่พังทลาย”มู่หรงเซียนหัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึก เบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายความว่า...”“สตรีผู้หนึ่งสามารถทนต่อการสูญเสียทรัพย์สินได้ ทนต่อการถูกดูหมิ่นได้ แต่หากทั้งเมืองหลวงเริ่มสงสัยในความบริสุทธิ์ของนาง...” พระองค์หยุด“เมื่อนั้น ต่อให้นางยังเป็นติ้งอ๋องเฟย ตำแหน่งนั้นก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอนางเอง นางจะกรีดร้องขอความตายยิ่งกว่าตกฮวงซุ้ย แม้แต่สุนัขข้างถนนยังไม่อยากมอง”มู่หรงเซียนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ดวงตาเบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายถึง...”“ข้าได้ข่าวว่าจวนแม่ทัพส่งคนไปจัดการเรื่อง ระหว่างทาง แล้วมิใช่หรือ” ฮองเฮาปรายตามองมู่หรงเซียนอย่างรู้ทัน ทำให้มู่หรงเซียนกับเยล่วี่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ปล่อยให้โจรป่าพวกนั้นทำหน้าที่ปู้ยี่ปู้ยำนางให้สะใจไปก่อน... ส่วนข้า จะเตรียมงิ้วฉากใหญ่ รอรับนางอยู่ที่นี่!” พระหัตถ์เรียวค่อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 113 แค้นนี้มิอาจอภัย

    ตำหนักคุนหนิงยามบ่าย แสงแดดอุ่นทอดตัวผ่านแนวกำแพงสูงใหญ่ของวังหลวง ทว่าความเย็นเยียบภายในตำหนักคุนหนิงกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ฮองเฮาในชุดหงส์ปักทอดแทรกดิ้นทองสง่างามประทับอยู่บนพระเก้าอี้ประธานฝ่ายใน นัยน์ตาเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทอดมองถ้วยชาในพระหัตถ์ที่เย็นชืดไปนานแล้วด้วยรอยยิ้มลึกล้ำยากคาดเดา “หย่งอ๋อง และมู่หรงเช่อเฟย ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงาน “ให้พวกเขาเข้ามา” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ เยล่วี่เฉิงและมู่หรงเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงตำหนัก ทันทีที่เห็นพระพักตร์ของฮองเฮา ทั้งคู่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงทำความเคารพตามราชประเพณี “ถวายพระพรเสด็จแม่” “ลุกขึ้นเถิด”“ขอบพระทัยเสด็จแม่” “พวกเจ้ามีสิ่งใดจึงมาหาข้าพร้อมกันยามนี้”มู่หรงเซียนเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ทันไร ก็ทิ้งตัวลงสะอื้นไห้โฮราวกับหัวใจสลาย ร่างสั่นสะท้านดูน่าสงสารจับใจ “เสด็จแม่เพคะ! โปรดทรงคืนความเป็นธรรมให้จวนแม่ทัพและหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!” ฮองเฮายกจอกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองอย่างเย็นชา “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เช่อเฟย... เหตุใดจึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 112 กลอุบายมู่หรง

    จวนมู่หรง“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”น้ำเสียงของมู่หรงเซียนแผดลึก แฝงไอสังหารเย็นเยียบพายในโถงรับรองของจวนแม่ทัพมู่หรง บรรยากาศกดดันจนแทบไร้อากาศหายใจ กลิ่นคาวเลือดที่มู่หรงหรงอู่กระอักออกมาคละคลุ้งผสมกับกลิ่นชาเข้มข้น รังสีอาฆาตพุ่งสูงขึ้นจนทาสรับใช้รอบนอกต่างสั่นสะท้าน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“นังเซี่ยเยี่ยนหลิงมันบีบเราถึงเพียงนี้... ข้าจะไม่ยอมให้นังลูกอนุขยะนั่นได้เสพสุขในฐานะติ้งอ๋องเฟยเป็นอันขาด มันกล้าเหยียดหยามเช่อเฟยอย่างข้า!”นัยน์ตาของมู่หรงเซียนแดงฉานด้วยความคลั่งแค้น นางกำหมัดแน่นจนเล็บยาวที่เคลือบสีชาดจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัปยศมู่หรงหรงอู่ซึ่งเพิ่งถูกพยุงขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ปาดคราบเลือดตรงมุมปากอย่างช้า ๆ ใบหน้าของแม่ทัพผู้ผ่านศึกกลับยิ่งทวีความเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต“นังเด็กเนรคุณนั่น ผู้ใดให้ความกล้ามันเหยียบย่ำตระกูลมู่หรงได้ถึงเพียงนี้! มันกล้าสลัดจวนแม่ทัพต่อหน้าคนทั้งเมือง ทั้งยังนำคนมายึดกิจการของเราไปจนหมด...” เสียงของเขาต่ำลงทุกขณะจนฟังดูดุจเสียงขู่คำรามของปีศาจในเงามืด “หากปล่อยให้มันกลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แล้วเรื่องนี้จะ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 111 คมมีดของติ้งอ๋อง

    รุ่งอรุณเยือนสู่เรือนไม้ป่าไผ่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้กระทบผ้าม่านสลัว ละอองหมอกไอเย็นยังคงลอยเอื่อยอยู่ด้านนอก เซี่ยเยี่ยนหลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือไอร้อนแผ่ซ่านรอบกาย เมื่อหลุบสายตาลงมองก็พบว่า นิ้วมือเรียวของตนยังคงถูกประสานและกุมไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่ของเยล่วี่ซุ่นตลอดทั้งคืน อ๋องหนุ่มยังคงหลับใหล ลมหายใจของเขาปรับเป็นสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดประหนึ่งหิมะยามดึกเริ่มมีสีเลือดฝาดคืนกลับมา พิษเหมันต์ในกายถูกสกัดไว้ได้สำเร็จแล้ว นางพยายามจะถอนมือออกอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำให้เขาตื่น ทว่าเพียงแค่นิ้วมือขยับเล็กน้อย ฝ่ามือหนากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ “จะรีบไปไหน...” น้ำเสียงทุ้มแหบต่ำของคนข้างกายดังขึ้นทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท “ท่านอ๋อง...” เซี่ยเยี่ยนหลิงชะงัก ช้อนสายตามอง “ทรงตื่นนานแล้วหรือเพคะ”เยล่วี่ซุ่นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบคู่เดิมฉายแววลุ่มลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอเมื่อคืนก่อน เขาเบือนหน้ามามองสตรีที่นอนเคียงข้างในระยะห่างเพียงคืบ “ตื่นทันได้เห็นคนบางคนแอบมองข้าอยู่นานสองนาน” แก้มเนียนของเซี่ยเยี่ยนหลิงร้อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 48 พิษในคราบรัก

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตำหนักชิงหลันอีกครั้ง มีเพียงเสียงถ่านปะทุเปรี๊ยะเบาๆ ในเตาผิง กับลมหายใจที่หนักแน่นของบุรุษบนรถเข็น เยล่วี่ซุ่นทอดสายตามองเปลวเพลิงนิ่งนาน ราวกับมันกำลังแผดเผาอดีตอันปริแตกในใจเขา ก่อนจะเบนสายตาคมปลาบมองสตรีตรงหน้า ปราการที่เขาขึงไว้พังทลายลงด้วยคำว่ารอเวลาเพียงสั้นๆ ของนาง

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 43 กรงเล็บพยัคฆ์

    ล้อไม้จันทน์บดเบาๆ ลงบนหินอ่อนขาวสะอาดท่ามกลางสวนอุทยานหลวงที่ขนาบข้างด้วยดอกเหม่ยที่เริ่มโรยรา มู่หรงหลิงเดินด้วยท่วงท่าที่ดูนอบน้อมทว่ามั่นคง มือเรียวบางเข็นรถให้อ๋องติ้งอย่างระมัดระวัง…ราวกับสิ่งล้ำค่าเยล่วี่ซุ่น นั่งนิ่งสงบ แผ่นหลังแกร่งพิงพนักไม้ด้วยท่าทีอ่อนแรง ทว่าดวงตาที่กึ่งหลับกึ่งตื่นกล

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 40 พันธสัญญาใต้แสงตะเกียง

    ดึกสงัด... ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างเรือนเหมยเหมันต์ เรือนพักข้างตำหนักชิงหลัน มู่หรงหลิง ที่เพิ่งชำระกายเสร็จสิ้น ก้าวออกจากอ่างไม้ร่างระหงที่ยังกรุ่นไปด้วยไออุ่นจากน้ำร้อน หยาดน้ำใสเกาะพราวอยู่ตามนวลผิว นางกำลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ผ้าแพรไหมเนื้อบางเบาหลุดเลื่อนลง เผยให้เห็นผิวไหล่ลาดเนียนละเอียดและแผ่น

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 38 มังกรไร้ขา

    “อาการของท่านอ๋อง… แม้จะรอดชีวิตมาได้ ทว่าเส้นเอ็นและกระดูกช่วงขาถูกทำลายรุนแรงเกินเยียวยา... เกรงว่านับจากนี้ไป ท่านอ๋องย่อมมิอาจยืนหยัดหรือก้าวเดินได้อีกพ่ะย่ะค่ะ”สิ้นคำวินิจฉัยของจางไท่อี ประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางตำหนัก ฮ่องเต้เยล่วี่ชางทรงชะงัก พระวรกายสั่นสะท้าน ก่อนจะทรงทรุดนั่งลงบนแท่นบรรทมด้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status