Accueil / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 9 พยัคฆ์ซ่อนคม

Partager

ตอนที่ 9 พยัคฆ์ซ่อนคม

last update Date de publication: 2025-12-24 22:18:01

     ภายในห้องทรงอักษรอันโอ่อ่า ผ้าไหมม่วงเข้มปักดิ้นเงินสะท้อนแสงตะเกียงเป็นลวดลายเมฆมงคลซ้อนทับกัน เงาไฟสั่นไหวราวสิ่งมีชีวิตที่แฝงกายอยู่ในม่านหมอก บนตั่งไม้จันทน์แกะลายมังกร องค์ชายเยล่วี่ซุ่น นั่งนิ่งลำพัง ชาบ๊วยในถ้วยแทบไม่พร่อง ดวงตาคมกริบทอดมองความมืดนอกหน้าต่าง นิ่งสงบ ไร้แววมึนเมาอย่างที่คนภายนอกตราหน้า

     เสียงฝีเท้าเบาจนแทบจับไม่ได้ดังขึ้นจากด้านข้าง ประตูด้านข้างเปิดออกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปิดลงอย่างไร้เสียง ร่างสูงในชุดองครักษ์สีดำก้าวเข้ามา คุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างมั่นคง 

     “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ หวังเย่” หลี่เหยียน องครักษ์คู่ใจ ก้มศีรษะต่ำจนแทบแนบอก

     เยล่วี่ซุ่นไม่หันกลับ เพียงกล่าวเสียงเรียบ “มีเรื่องใดเร่งด่วน หลี่เหยียน”

     “ทูลหวังเย่…ข่าวจากตำหนักคุนหนิงพ่ะย่ะค่ะ... หลังที่ฮองเฮาทรงประกาศเรื่องอภิเษกของพระองค์กับคุณหนูจวนแม่ทัพ ฮองเฮาก็ทรงเริ่มเคลื่อนไหวทันที” หลี่เหยียนรายงานด้วยเสียงทุ้มหนักแน่น 

     “เขา... เริ่มเคลื่อนไหวอย่างไร” เสียงต่ำเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

      “คนของพระนางเริ่มแพร่กระจาย…ข่าวเรื่องพระองค์หมกมุ่นในสุรานารี ไม่สนกิจการใด ตอนนี้ข่าวลือแพร่สะพัดดั่งไฟลามทุ่ง  อีกเรื่องที่น่ากังวล... คนคุมรถม้าในวันพรุ่งนี้ยังถูกสับเปลี่ยนเป็นคนจากตำหนักกลางทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงว่า...”

     “เสด็จแม่…เร่งมือกว่าที่ข้าคิด” เยล่วี่ซุ่นแค่นเสียงหัวเราะไร้อารมณ์ 

     “นางคงคิดว่า หากข้ายังไม่อยู่... ตำแหน่งรัชทายาทย่อมเป็นของอ๋องหย่ง”

     ในจังหวะนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็แทรกตัวผ่านม่านมุกเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ฟู่ไห่ ขันทีชราผู้มีรอยยิ้มลึกลับ ก้าวเข้ามาสมทบด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเกินปกติ ในมือเขาไม่มีถาดน้ำชาเหมือนทุกครั้ง แต่กลับถือม้วนกระดาษแผ่นเล็กที่ขอบมีรอยไหม้ เขาคุกเข่าลงทันที

     “ทูลหวังเย่... ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนคุมรถม้าพ่ะย่ะค่ะ สายของเรารายงานว่ามีการเบิกเหล็กชนิดพิเศษจากคลังหลวงเมื่อสองวันก่อนหน้า คาดว่า…หากเพลาล้อของรถม้า ถูกสับเปลี่ยนเป็นเหล็กที่ผ่านการรมไฟจนเปราะ...หากวิ่งบนทางราบจะไม่เห็นความต่าง แต่ถ้าเจอแรงกระแทกต่อเนื่อง... มันจะหักสะบั้นทันที”

      เยล่วี่ซุ่นรับม้วนกระดาษมา มองเพียงแวบเดียว ก่อนจะยื่นเข้าใกล้ตะเกียง ไฟลามเลียกระดาษอย่างเงียบงัน เศษเถ้าร่วงหล่นลงบนพื้นโดยไร้ผู้เหลียวแล 

     “เหล็กเปราะกับคนคุมชุดใหม่...”  เยล่วี่ซุ่นเอ่ยเสียงต่ำ“พรุ่งนี้ข้ามีกำหนดการไปเดินทางไปหออวี้เหยียนและไป๋เหม่ยรบเร้าข้าให้พาไปไหว้พระที่วัดบนเขาชิงซาน…” 

     “เส้นทางพรุ่งนี้”เขาเอ่ย พลางเดินไปที่แผนที่ยุทธศาสตร์ผนัง

     “เส้นทางไปศาลเจ้าบนเขาชิงซานมีเพียงทางเดียวที่รถม้าวิ่งได้ เส้นทางแคบ ต้องผ่านโค้งพันลี้ที่ขนาบด้วยเหวชัน และผ่านช่องเขาอวี๋หลง” ฟู่ไห่เผลอกล่าวออกมาเบาๆ ทันที

     เยล่วี่ซุ่นพยักหน้าเพียงเล็กน้อย

     “เพียงพอแล้ว”

     “โค้งพันลี้...มันเป็นทางลาดชันที่รถม้าต้องใช้แรงส่งสูง หากเพลาล้อไม่แข็งแรงพอ มันจะหักสะบั้นลงในจังหวะที่รถเหวี่ยงตัวพอดี บริเวณช่องเขาอวี๋หลง เป็นจุดอับที่เหมาะสำหรับการลอบจู่โจมสังหารมากที่สุด พ่ะย่ะค่ะ” นิ้วของหลี่เหยียนลากไปหยุดที่เส้นทางหักศอกริมหน้าผา

     เยล่วี่ซุ่นหมุนจอกชาในมือช้าๆ แววตาคมวาบเย็นราวเหล็กกล้า “พวกเขาวางบทให้ข้าหายไปในก้นเหว เพื่อให้เรื่องนี้จบลงด้วยอุบัติเหตุที่ตรวจสอบไม่ได้หรือไม่ก็โดนลอบสังหารสินะ นอกกำแพงวัง... อุบัติเหตุไม่เคยมีเจ้าของ ไม่มีใครเรียกร้องความยุติธรรมได้ งดงามดี...ตกเขาตายไม่ก็โจรป่าชิงทรัพย์ ตายโดยไร้ร่องรอย และไร้ผู้ต้องรับผิด”

      “หากพระองค์มีพระบัญชา กระหม่อมจะสั่งให้เปลี่ยนรถม้าเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หลี่เหยียนกำหมัดแน่น 

     “ไม่ได้” เสียงเฉียบขาดสวนกลับทันควัน 

     คำสั่งนั้นสั้น เฉียบ และตัดบททุกอย่าง แววตาคมปลาบ ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองคน

      “หากเจ้าเปลี่ยนรถม้า พวกนั้นก็จะรู้ว่าข้าตื่นรู้ และครั้งหน้ามันจะมาในรูปแบบที่เราคาดเดาไม่ได้...แผนการจะยิ่งซับซ้อนจนยากจะรับมือ... ในเมื่อเขาอยากให้ข้าตกเหวนัก ข้าก็จะตกให้ดู อยากให้ข้าโดนปล้นข้าก็จะถูกปล้นให้ดู”

     ฟู่ไห่และหลี่เหยียนสบตากันด้วยความตกใจ แต่เพียงครู่เดียวพวกเขาก็เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเจ้านาย

     หลี่เหยียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “เช่นนั้น…กระหม่อมจะจัดกำลังลับไปดักซุ่มที่โค้งหน้าผาและช่องเขาอวี๋หลง หากหวังเย่มีพระบัญชา กระหม่อมจะปลิดชีพไอ้พวกคนขับชั่วกับพวกโจรนั่นก่อนที่มันจะลงมือ”

     “ไม่ต้อง” คำสั่งนั้นสั้นและเด็ดขาดจนหลี่เหยียนต้องชะงัก ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เยล่วี่ซุ่นจะแค่นยิ้มเย็น

     “ความตายทำให้คนถูกจดจำ แต่ความพิการทำให้คนถูกลืม” เยล่วี่ซุ่นหยัดกายขึ้นยืน ชายเสื้อคลุมสะบัดไหวอย่างทรนง เขาเดินไปหยุดที่หน้าต่าง มองออกไปยังความมืดที่ไร้ดาว

     “นางต้องการกำจัดข้ามิใช่หรือ ข้าจะมอบสิ่งที่นางต้องการให้... ทว่า ผลลัพธ์จะไม่ใช่ความตายตามที่นางหวัง หากเป็นความพิการที่ไร้เขี้ยวเล็บ... เพื่อให้นางหมดความระแวงในตัวข้าไปตลอดชีวิต”

     ฟู่ไห่ขันทีชราหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ท้วงทันที“แต่…หวังเย่...มันเสี่ยงเกินไปพะยะค่ะ ถ้าจังหวะพลาดเพียงเสี้ยวเล็บ... ความพิการมิใช่เรื่องเล็กน้อย พระวรกายต้องเจ็บปวดแสนสาหัสพ่ะย่ะค่ะ แม้กระทั่งพระชนม์ชีพจะ...” 

     “เอาเถิด...ในเมื่อพวกเขาเตรียมบทละครมาให้ข้าแล้ว” เขากล่าวช้า ๆ

      “ผู้แสดงย่อมไม่ควรปฏิเสธโอกาส ข้าก็จะเล่นตามน้ำไป... แต่ตอนจบของเรื่องนี้ ข้าจะเป็นคนเขียนเอง เราก็มาเตรียมโรงละครให้พร้อมเถิด ฟู่ไห่..."

     เยล่วี่ซุ่นกวักมือเรียกทั้งสองให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะเริ่มกระซิบแผนการด้วยเสียงที่เบาจนมีเพียงพวกเขาที่ได้ยิน

     บทสนทนาต่อจากนั้นถูกกลืนหายไปในความสลัว มีเพียงแววตาของหลี่เหยียนที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความทึ่งและความหวาดหวั่นในความเด็ดเดี่ยวของเจ้านายตนเอง

     ฟู่ไห่ขมวดคิ้ว “หวังเย่... ได้โปรดเปลี่ยนใจ...”

      เยล่วี่ซุ่นไม่ตอบทันที เขาเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย ขันทีชราก็เงียบลงในบัดดล

     “บางครั้ง” เสียงของเขาเย็นนิ่ง

      “การถูกมองว่าไร้ค่า… ปลอดภัยกว่าการถูกมองว่าเป็นภัย”

     หลี่เหยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่เอ่ยคำใด แต่เข้าใจแล้ว

     เยล่วี่ซุ่นหันกลับมา แววตาคมกริบดุจมังกรที่ยังซ่อนเล็บ

     “เตรียมตัวให้พร้อม”

      “พรุ่งนี้… อย่าให้มีความผิดพลาด ความปลอดภัยของข้าฝากไว้ที่พวกเจ้า”

     “รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งฟู่ไห่และหลี่เหยียนคุกเข่าลงพร้อมกันขานรับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกดดัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ชื่อตอน 116 ผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

    “พบสิ่งนี้ในตัวมันพ่ะย่ะค่ะ”เยล่วี่ซุ่นรับมันมาอย่างช้า ๆ พลิกดูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ป้ายทองแดงมีขนาดเท่าฝ่ามือ ผิวด้านหนึ่งสลักลวดลายพยัคฆ์คาบดาบไร้หัว ส่วนอีกด้านกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยบากเล็ก ๆ สามรอยอยู่ตรงขอบ เขาหรี่ตาลง“เคยเห็นหรือไม่” ทั้งฟางซูและหลี่เหยียนต่างส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นพ่ะย่ะค่ะ แต่จากเนื้อทองแดงและวิธีการหล่อ ดูมิใช่สิ่งที่โจรป่าทั่วไปจะมีได้”“พระองค์ทรงรู้จักป้ายนี้หรือเพคะ” เซี่ยเยี่ยนหลิงเอ่ยถาม พลางจ้องมองตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คาบดาบไร้หัวที่สลักอยู่อย่างถี่ถ้วน“ข้าไม่เคยเห็นตรานี้มาก่อน... แต่เคยเห็นป้ายลักษณะเดียวกันในคดีหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...” เยล่วี่ซุ่นใช้นิ้วลูบผ่านรอยสลักบนป้ายอย่างแผ่วเบา“นี่ไม่ใช่ป้ายของโจร”“ท่านอ๋องหมายความว่า...”ลวดลายบนป้ายนี้ตัดเส้นทางไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงได้โดยง่าย... ผู้ที่วางแผนนี้มีความแยบคายและระมัดระวังตัวยิ่งนัก พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยที่จะสาวถึงผู้สั่งการได้เลยแม้แต่น้อย การที่พวกมันเลือกใช้คนจากตลาดมืด ให้ทำลายชื่อเสียงสตรีมากกว่าการลอบสังหารเอาชีวิต ยิ่งเป็นตัวยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า...เป้าหมายอันโสม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 115 กับดักกลางป่า

    ล้อรถม้าสั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติจนถ้วยชาบนโต๊ะเล็กสั่นกระทบกันเบา ๆ รอยยิ้มหยอกเย้าบนใบหน้าของเยล่วี่ซุ่นเลือนหายไปในพริบตา แววตาอบอุ่นเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มล่า เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตาผ่านม่านรถม้าออกไปยังเส้นทางเบื้องหน้า“หลี่เหยียน หยุดรถ” น้ำเสียงนั้นมิได้ตวาดดัง ทว่ากลับเย็นเยียบและทรงพลังจนคนฟังไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาที หลี่เหยียนซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าชะงักกึก ก่อนรีบดึงบังเหียนม้าเต็มแรง“ท่านอ๋อง...”“สั่งให้หยุด!” คราวนี้เสียงหนักแน่นและเด็ดขาดขึ้นเอี๊ยด! เสียงคมไม้และเหล็กครูดยึดลงกับพื้นดิน รถม้าคันหน้าหยุดลงทันที ส่งผลให้รถม้าทั้งขบวนหยุดนิ่งตามกันเป็นทอด ๆ เงียบ... ทั่วทั้งผืนป่าพลันเงียบสงัดอย่างผิดธรรมชาติ เซี่ยเยี่ยนหลิงขมวดคิ้วเรียวสวย นางใช้นิ้วสะกิดเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองผืนป่าสองข้างทางด้วยความระวังภัย เมื่อครู่ยังยินเสียงนกและแมลงร้องขานรับกันเป็นระยะ ทว่ายามนี้กลับเงียบงันราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตพากันหลบหนีไปหมดแล้ว เยล่วี่ซุ่นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเตือน “หลี่เหยียน...” “พ่ะย่ะค่ะ” “มีคนซุ่มบนเนินเขา”สิ้นคำ…ฟึ่บ!

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 114 ศึกร้อยเล่ห์ตำหนักคุนหนิง

    “การทำให้สตรีผู้หนึ่งตาย... ถือเป็นเมตตาที่มากเกินไปสำหรับนาง”ร่างระหงก้าวลงจากแท่นประทับทีละก้าว พระนางยกยิ้มบาง ๆ ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น “หากทำให้สตรีที่ถือดีผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องอยู่ด้วยชื่อเสียงที่พังทลาย”มู่หรงเซียนหัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึก เบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายความว่า...”“สตรีผู้หนึ่งสามารถทนต่อการสูญเสียทรัพย์สินได้ ทนต่อการถูกดูหมิ่นได้ แต่หากทั้งเมืองหลวงเริ่มสงสัยในความบริสุทธิ์ของนาง...” พระองค์หยุด“เมื่อนั้น ต่อให้นางยังเป็นติ้งอ๋องเฟย ตำแหน่งนั้นก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอนางเอง นางจะกรีดร้องขอความตายยิ่งกว่าตกฮวงซุ้ย แม้แต่สุนัขข้างถนนยังไม่อยากมอง”มู่หรงเซียนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ดวงตาเบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายถึง...”“ข้าได้ข่าวว่าจวนแม่ทัพส่งคนไปจัดการเรื่อง ระหว่างทาง แล้วมิใช่หรือ” ฮองเฮาปรายตามองมู่หรงเซียนอย่างรู้ทัน ทำให้มู่หรงเซียนกับเยล่วี่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ปล่อยให้โจรป่าพวกนั้นทำหน้าที่ปู้ยี่ปู้ยำนางให้สะใจไปก่อน... ส่วนข้า จะเตรียมงิ้วฉากใหญ่ รอรับนางอยู่ที่นี่!” พระหัตถ์เรียวค่อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 113 แค้นนี้มิอาจอภัย

    ตำหนักคุนหนิงยามบ่าย แสงแดดอุ่นทอดตัวผ่านแนวกำแพงสูงใหญ่ของวังหลวง ทว่าความเย็นเยียบภายในตำหนักคุนหนิงกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ฮองเฮาในชุดหงส์ปักทอดแทรกดิ้นทองสง่างามประทับอยู่บนพระเก้าอี้ประธานฝ่ายใน นัยน์ตาเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทอดมองถ้วยชาในพระหัตถ์ที่เย็นชืดไปนานแล้วด้วยรอยยิ้มลึกล้ำยากคาดเดา “หย่งอ๋อง และมู่หรงเช่อเฟย ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงาน “ให้พวกเขาเข้ามา” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ เยล่วี่เฉิงและมู่หรงเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงตำหนัก ทันทีที่เห็นพระพักตร์ของฮองเฮา ทั้งคู่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงทำความเคารพตามราชประเพณี “ถวายพระพรเสด็จแม่” “ลุกขึ้นเถิด”“ขอบพระทัยเสด็จแม่” “พวกเจ้ามีสิ่งใดจึงมาหาข้าพร้อมกันยามนี้”มู่หรงเซียนเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ทันไร ก็ทิ้งตัวลงสะอื้นไห้โฮราวกับหัวใจสลาย ร่างสั่นสะท้านดูน่าสงสารจับใจ “เสด็จแม่เพคะ! โปรดทรงคืนความเป็นธรรมให้จวนแม่ทัพและหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!” ฮองเฮายกจอกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองอย่างเย็นชา “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เช่อเฟย... เหตุใดจึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 112 กลอุบายมู่หรง

    จวนมู่หรง“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”น้ำเสียงของมู่หรงเซียนแผดลึก แฝงไอสังหารเย็นเยียบพายในโถงรับรองของจวนแม่ทัพมู่หรง บรรยากาศกดดันจนแทบไร้อากาศหายใจ กลิ่นคาวเลือดที่มู่หรงหรงอู่กระอักออกมาคละคลุ้งผสมกับกลิ่นชาเข้มข้น รังสีอาฆาตพุ่งสูงขึ้นจนทาสรับใช้รอบนอกต่างสั่นสะท้าน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“นังเซี่ยเยี่ยนหลิงมันบีบเราถึงเพียงนี้... ข้าจะไม่ยอมให้นังลูกอนุขยะนั่นได้เสพสุขในฐานะติ้งอ๋องเฟยเป็นอันขาด มันกล้าเหยียดหยามเช่อเฟยอย่างข้า!”นัยน์ตาของมู่หรงเซียนแดงฉานด้วยความคลั่งแค้น นางกำหมัดแน่นจนเล็บยาวที่เคลือบสีชาดจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัปยศมู่หรงหรงอู่ซึ่งเพิ่งถูกพยุงขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ปาดคราบเลือดตรงมุมปากอย่างช้า ๆ ใบหน้าของแม่ทัพผู้ผ่านศึกกลับยิ่งทวีความเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต“นังเด็กเนรคุณนั่น ผู้ใดให้ความกล้ามันเหยียบย่ำตระกูลมู่หรงได้ถึงเพียงนี้! มันกล้าสลัดจวนแม่ทัพต่อหน้าคนทั้งเมือง ทั้งยังนำคนมายึดกิจการของเราไปจนหมด...” เสียงของเขาต่ำลงทุกขณะจนฟังดูดุจเสียงขู่คำรามของปีศาจในเงามืด “หากปล่อยให้มันกลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แล้วเรื่องนี้จะ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 111 คมมีดของติ้งอ๋อง

    รุ่งอรุณเยือนสู่เรือนไม้ป่าไผ่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้กระทบผ้าม่านสลัว ละอองหมอกไอเย็นยังคงลอยเอื่อยอยู่ด้านนอก เซี่ยเยี่ยนหลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือไอร้อนแผ่ซ่านรอบกาย เมื่อหลุบสายตาลงมองก็พบว่า นิ้วมือเรียวของตนยังคงถูกประสานและกุมไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่ของเยล่วี่ซุ่นตลอดทั้งคืน อ๋องหนุ่มยังคงหลับใหล ลมหายใจของเขาปรับเป็นสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดประหนึ่งหิมะยามดึกเริ่มมีสีเลือดฝาดคืนกลับมา พิษเหมันต์ในกายถูกสกัดไว้ได้สำเร็จแล้ว นางพยายามจะถอนมือออกอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำให้เขาตื่น ทว่าเพียงแค่นิ้วมือขยับเล็กน้อย ฝ่ามือหนากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ “จะรีบไปไหน...” น้ำเสียงทุ้มแหบต่ำของคนข้างกายดังขึ้นทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท “ท่านอ๋อง...” เซี่ยเยี่ยนหลิงชะงัก ช้อนสายตามอง “ทรงตื่นนานแล้วหรือเพคะ”เยล่วี่ซุ่นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบคู่เดิมฉายแววลุ่มลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอเมื่อคืนก่อน เขาเบือนหน้ามามองสตรีที่นอนเคียงข้างในระยะห่างเพียงคืบ “ตื่นทันได้เห็นคนบางคนแอบมองข้าอยู่นานสองนาน” แก้มเนียนของเซี่ยเยี่ยนหลิงร้อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 53 พันธะลวงใต้แสงอรุณ

    เมื่อแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า กลืนกินความมืดมิดและลมหนาวภายนอก กลิ่นกำยานในเรือนชิงซินที่เคยหอมขจร กลับกลายเป็นกลิ่นหอมขื่นเย็นเยียบกว่าเดิม ทว่าอากาศภายในยังคงอบอวลด้วยไอร้อนจากบทรักที่เพิ่งมอดดับลงเพียงชั่วครู่ เสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเนิ่นนาน ทิ้งร่องรอยแห่งความลุ่มหลงไว้จนเกือบรุ่งสางเยล

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 52 พันธสัญญาใต้ม่านมุ้ง

    “หย่งอ๋อง…เพคะ” “หึม…ว่าอย่างไรเซียนเอ๋อร์ เจ้าต้องการสิ่งใดอีก”“หม่อมฉัน…เอ่อ อยากยืนข้างพระองค์โดยมิต้องหลบซ่อน…เพคะ” นางช้อนตางามขึ้นมองใบหน้าคม ฝ่ามือยังคงวางบนอกแน่น ปลายนิ้วเรียวยังคงวนเวียนที่อกว้าง และหยุดอยู่ที่ยอดอกของบุรุษ นางไล้เล่น เพื่อสลักสัมผัสนี้ไว้ในใจเขาจนวันตาย“หากนังลูกอนุ ม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 51 เพลิงราคะกลางธรณีสงฆ์ NC

    มู่หรงเซียนมิได้ถอยหนี นางกลับยกมือขึ้นจับสาบฉลองพระองค์ของเขาแน่นกว่าเดิม ปลายนิ้วเย็นเฉียบตัดกับไอร้อนจากเรือนกายบุรุษ“ไฟเช่นนี้…” นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา “…หม่อมฉันจะเป็นผู้จุดมันขึ้นเองเพคะ”เยล่วี่เฉิงหัวเราะต่ำในลำคอ มือหนากระชับเอวบางเข้าหาตัวจนไร้ระยะห่าง ร่างบางแนบชิดอกกว้างจนสัมผัสได้ถึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 50 กลลวงหลังม่านศีล

    ท่ามกลางความสงัดเงียบของ วัดฉือเอิน ในยามวิกาล กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ลอยล่องปนไปกับเสียงระฆังที่แว่วมาตามลม เรือนพักรับรองชิงซินที่ตั้งอยู่ท้ายเขตสังฆาวาสถูกความมืดมิดโอบล้อม มีเพียงแสงเทียนวับแวมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักออกมาเพียงรำไร เสียงสวดมนต์จากวิหารใหญ่แว่วมาเป็นจังหวะเนิบช้า ราวกับโลกภายนอก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status