ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน

ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน

last updateDernière mise à jour : 2026-01-30
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
7 Notes. 7 commentaires
31Chapitres
5.2KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เหตุใดเล่า... เหตุใดนางจึงต้องทะลุเข้ามาเป็นนางร้ายในนิยาย ที่พระเอกผู้โหดร้ายมีธงแดงโบกสะบัดอยู่เหนือหัว เขา แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา ร้ายกาจกับผู้อื่นไม่เลือกหน้าเว้นเสียแต่นางเอกในนิยาย ผู้เป็นดั่งรักแรกอันไม่อาจแตะต้องของเขา นาง ผู้เคราะห์ร้ายที่สวรรค์ทอดทิ้ง ส่งลงมาเผชิญกับความเอาแต่ใจของบุรุษเช่นเขา โดยไม่แม้แต่ได้โอกาสตั้งตัว ระหว่าง ความอดทนของนาง กับ ความอหังการของเขา สิ่งใดกันเล่า ที่จะถูกบดขยี้ไปก่อน!? แต่ไม่ว่าสวรรค์จะเล่นตลกเพียงใด นางก็ไม่มีวันก้มหัวให้โชคชะตาบ้าบอนี้เด็ดขาด!

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ โชคชะตาของนางร้าย

บทนำ

โชคชะตาของนางร้าย

ในชาติก่อน นางคือเด็กหญิงผู้ไร้ที่พึ่งอย่างแท้จริง เติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้าที่ไร้ผู้อุปถัมภ์ เกิดมานางไม่เคยเห็นหน้าบิดา มารดา ไม่เคยถูกใครเรียกนางว่า ลูก และไม่เคยได้สัมผัสคำว่าครอบครัว

วันเวลาแต่ละวันผ่านไปเชื่องช้าท่ามกลางความโดดเดี่ยว ชีวิตของนางดำเนินเช่นนั้น ใช้ชีวิตหาเงินทุกวิถีทางทำทุกอย่างเพื่อให้สามารถมีเงินส่งตัวเองเรียน จนกระทั่งนางเรียนจบและมีงานทำ...

แต่แล้วในคืนหนึ่ง เมื่อนางหลับตาพร้อมหนังสือนิยายเล่มแรกของชีวิตที่นางซื้อมันด้วยเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตนแรง นางยังอ่านไม่ทันจบพลันลืมตาขึ้นมา... นางก็กลับกลายเป็น ลู่ชิงหรู ฮูหยินเอกแห่งจวนแม่ทัพเซียวเหยียนหลง ผู้มีบทบาทในนิยายเป็นถึงพระเอกของเรื่อง

...น่าเสียดายที่ลู่ชิงหรูผู้นี้มิใช่นางเอกของนิยายเรื่องนี้ แต่นางคือนางร้ายที่อิจฉานางเอกจนเผลอพลั้งวางยาให้อีกฝ่ายตายตกไป ทว่าอย่างไรนางเอกก็คือนางเอก

ใช่แล้ว นางร้ายเช่นลู่ชิงหรูถูกจับได้ก่อนและถูกพระเอกในนิยายที่เป็นสามีของตนจบชีวิตลงด้วยมือของเขาเอง !

บทนางร้ายผู้น่าเวทนาผู้นี้จบชีวิตลงตั้งแต่เรื่องดำเนินไปไม่ถึงครึ่งเรื่องด้วยซ้ำ

เนื้อหาในนิยายที่นางรู้ก็จบลงเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งเรื่องเช่นกัน เป็นเพราะนางไม่อยากอ่านต่อกับนิยายน้ำเน่าเช่นนั้น แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าลืมตาขึ้นมาอีกที นางจะกลายเป็นตัวละครในนิยายไปเสียแล้ว...

“คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”

เสียงของลู่ชิงหรูดังเดิมทว่าในกายนั้นมีวิญญาณของคนจากศตวรรษที่ 20 อยู่แทนแล้ว ชิงหรูยื่นถ้วยน้ำชาอุ่นกำลังดีไปเบื้องหน้า สตรีวัยกลางคนผู้เปี่ยมด้วยอำนาจ เวินซื่อฟาง ผู้เป็นมารดาของสามี ดวงหน้าของนางเรียบเฉยดังผืนน้ำในฤดูคิมหันต์ ไร้ซึ่งแววเมตตา ไร้รอยยิ้มเอ็นดู

ตำแหน่งถัดจากผู้อาวุโส คือ สตรีผู้หนึ่ง ใบหน้าอ่อนวัยแต่แววตาเฉียบคมเย่อหยิ่ง เซียวอี้หลัน บุตรีคนรองของตระกูลเซียว น้องสาวสามีของนาง

เมื่อถ้วยชาถูกยื่นต่อหน้าแล้วทว่าซื่อฟางมิได้เอ่ยคำใด ยื่นมือรับและเพียงยกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนกล่าวเรียบ ๆ

“ชานี้...เย็นไปแล้ว”

เพียงคำเดียว บ่าวในห้องพลันพากันเงียบงัน ทุกคนต่างก้มหน้า ไม่มีใครขยับแม้จะรู้ว่าหน้าที่นั้นควรเป็นของพวกตนก็ตาม ชิงหรูนั้นเมื่อเห็นผู้อื่นนิ่งตนก็นิ่งตาม เพราะการที่นางมาเกิดในร่างตัวละครในนิยายนี้หากไม่ตามน้ำผู้อื่นไปจะถูกเปิดโปงว่ามีใครอื่นเอาได้ แย่สุดก็คือถูกกล่าวว่าเป็นผีสางมาสิงร่างและอาจถูกฆ่าตายเร็วยิ่งกว่าในนิยายเสียอีก

ท่ามกลางความเงียบงันนี้ก็เป็นอี้หลันที่ถอนหายใจก่อนวางถ้วยชาในมือตนและเอียงคอมองมาทางพี่สะใภ้ของตน รอยยิ้มของนางนั้นหยักยกมุมปากคล้ายเย้ยหยัน

“พี่สะใภ้เจ้าคะ…ท่านนิ่งเช่นนี้ทำอย่างกับไม่เคยมาคารวะท่านแม่มาก่อนอย่างไรอย่างนั้น หรือท่านจะรอให้ท่านแม่ไปอุ่นน้ำชาเอง?”

ชิงหรูเหลือบตามองอีกฝ่ายที่มองสบมา เมื่อย้อนคิดก็มีความเข้าใจบางอย่างแล้ว ฉับพลันหัวใจที่เคยเจือความอบอุ่นและมีความหวังพลันหนักอึ้งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อคืนวานนางเพิ่งวาดฝันว่าตนได้โอกาสมีชีวิตใหม่ที่ไม่โดดเดี่ยว ไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวอีกต่อไป ยามเมื่อเผชิญกับความแปลกใหม่เหล่านี้จึงคาดหวังผิดทางไปบ้าง

ที่แท้การที่นางมีญาติผู้ใหญ่ก็ต้องตามมาด้วยการแสดงความกตัญญูนี่เอง... ก็ไม่ใช่ว่านางจะทำไม่ได้ เพียงแต่นี่เป็นเรื่องใหม่ที่นางไม่เคยทำเท่านั้น ไหนจะในนิยายที่อ่านไปเพียงน้อยนิดก็มิได้ลงรายละเอียดสำหรับความเป็นอยู่ของนางร้ายผู้นี้อยู่แล้ว

“…ท่านแม่รอสักครู่ ข้าจะรีบนำชาไปอุ่นมาใหม่เจ้าค่ะ”

ชิงหรูย่อตัวรับถาดชาแล้วเดินออกจากห้องไป...

ระหว่างเดินมุ่งหน้าไปครัวนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเสียงแหบพร่าของหญิงสูงวัยผู้หนึ่ง นางคือ ป้าม่อ บ่าวอาวุโสข้างกายซื่อฟางนั่นเอง

“ฮูหยินน้อย ท่านคงไม่คิดน้อยใจไปใช่ไหมเจ้าคะ” เสียงกล่าวขึ้นอย่างเชื่องช้า “ฮูหยินใหญ่ล้วนให้ท่านปรนนิบัติใกล้ชิดเช่นนี้ล้วนเพราะความเอ็นดูรที่มีต่อสะใภ้เช่นนั้นท่านทั้งนั้น อนุญาติ ให้ท่านเดินเข้าเดินออกเรือนหลักได้ถึงเพียงนี้แสดงว่าวางใจและรักใคร่มากเจ้าคะ”

ชิงหรูเพียงพยักหน้าเข้าใจแล้วก็หมุนกายไปทำหน้าที่ของตนต่อเท่านั้น ในใจของนางที่เคยเป็นผืนดินแห้งแล้งเมื่อได้คำปลอบประโลมดั่งน้ำเพียงหยดเดียวก็ย่อมสามารถมีชีวิตต่อได้แล้ว...

เท่าที่ชิงหรูรู้เกี่ยวกับนางร้ายผู้นี้จากการอ่านนิยายนั้น การที่ลู่ชิงหรูได้แต่งเข้ามาเป็นภรรยาเอกของเซียวเหยียนหลงนั้นเป็นเพราะเขาถูกมารดาบังคับ สามีของนางหาได้เต็มใจรับนางเป็นภรรยาของตนไม่ เช่นนั้นแล้วก็ไม่แปลกที่บทบรรยายของนักเขียนในนิยายจะบอกไว้ว่านางร้ายผู้นี้พยายามเอาใจและเป็นที่รักของซื่อฟางจนทำให้บุตรชายของเขาไม่พอใจอยู่หลายครา

ที่แท้เบื้องหลังของการถูกเอ็นดูรนั้นเป็นผลพวงมาจากการที่ลู่ชิงหรูต้องปรนนิบัติแม่สามีไม่ต่างจากบ่าวผู้หนึ่งนั่นเอง

ชิงหรูจัดการอุ่นน้ำชาและนำไปให้แม่สามีเสร็จก็ต้องไปจัดการเรื่องภายในจวนกับพ่อบ้านฉีผู้มีหน้าที่ดูแลจวนอีก จนกระทั้งฟ้าเริ่มมืดนางถึงได้เพิ่งกลับมาเหยียบเรือนหลักของจวน

...ค่ำคืนนี้ล่วงเลยจนน้ำชาข้างเตียงเย็นเฉียบก็ยังไม่เห็นเงาของเขาดังที่คาดไว้

ไม่รู้ว่านางกำลังฝันลม ๆ แล้ง ๆกับสิ่งใดอยู่กันแน่ ในเมื่อสามีของนาง มิได้กลับมาที่เรือนนี้ตั้งแต่วันแต่งงาน

ในชาติก่อน นางไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัว ในชาตินี้...มีสามีเป็นของตนเองแต่ก็ได้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเดิมหรือนี่

หากนี่ คือโชคชะตาที่นางต้องเป็นนางร้ายในนิยายที่ไม่มีเหลียวแล ชีวิตสิ้นลงเพราะแรงริษยา

เช่นนั้น…นางก็จะไม่เดินซ้ำรอยเดิม

หากแม่ทัพเซียวเหยียนหลงยอมอ่อนโยนให้แก่นางเอกในนิยายเพียงผู้เดียว

นางร้ายเช่นนาง ก็จะเป็น ผู้เดียว นั้นแทน

ในเมื่อนางจะเปลี่ยนชะตาของนางร้ายที่ตายตั้งแต่ต้นเรื่องนี้

การเริ่มจากเปลี่ยนความรู้สึกของสามีผู้เป็นพระเอกนิยายที่มีนิสัยธงแดงต่อภรรยาเช่นนาง ก็เป็นแผนการที่ดีมิใช่หรือ...

ลมยามค่ำหอบเอากลิ่นดินและฝุ่นลอยปะปนในอากาศ  ค่ายทหารที่อยู่ในการดูแลของแม่ทัพเซียวตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองหลวงไม่ไกลนัก กระโจมพักของแม่ทัพตั้งอยู่กลางค่าย รูปทรงธรรมดา ปราศจากการตกแต่งที่เกินจำเป็น

เซียวเหยียนหลงนั่งอยู่หน้ากองงานที่ตั้งสูง เสื้อคลุมสีเข้มไร้ลวดลายปัก ดวงหน้าเคร่งขรึมแฝงรัศมีผู้นำยากให้คนอยากเข้าหา แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนดวงตาคมลึกที่เย็นชาดุจเหล็กกล้าจนหากใครได้สบตาเป็นต้องเข่าอ่อนเสียทุกลาย

เสียงฝีเท้าหนักแน่นหยุดลงหน้ากระโจม ก่อนร่างของชายผู้หนึ่งจะเข้ามา

“ท่านแม่ทัพขอรับ”

ผู้พูดคือ หานเจิ้งหลิว ทหารคนสนิทควบคู่ตำแหน่งผู้ช่วยไปในตัว เขาติดตามแม่ทัพเซียวมาตั้งแต่ยามยังเป็นเพียงนายกอง ด้วยเพราะเขามีนิสัยเฉียบขาด เงียบขรึม และรู้ขอบเขตดีจึงเข้าตากับท่านแม่ทัพเซียวในที่สุด

เหยียนหลงเหลือบสายตาจากแผนที่ตรงหน้าอย่างเฉยชา “ว่ามา”

ผู้ช่วยหานรายงานความเรียบร้อยของค่ายตามลำดับอย่างที่เขาทำเป็นประจำ

...และก็เข้าสู่เรื่องสุดท้าย

“วันนี้มีใต้เท้าหวังจากกรมพิธีการ ส่งนำของกำนัลมาให้ท่านแม่ทัพขอรับ”

“...” เซียวเหยียนหลงเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้หานเจิ้งหลิวกล่าวต่อ

“เป็นสตรีวัยเพิ่งพ้นช่วงปักปิ่นสองนาง ใต้เท้าหวังได้ฝากคำพูดไว้อีกว่า เขาเห็นว่าท่านแม่ทัพมุ่งอยู่แต่กับกองทัพ ฝึกปรือทหารจึงอยากมอบความรื่นเริงไว้คลายเครียดท่านแม่ทัพขอรับ”

ความเงียบปกคลุมกระโจมอีกครา เซียวเหยียนหลงไม่ได้เปลี่ยนอารมณ์ไปจากเดิมเท่าไร เขาเพียงเปิดปากพูดขึ้นช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเย็น

“ส่งกลับไป”

หานเจิ้งหลิวก้มศีรษะอย่างไม่ต่อความอีก เขาเองเพียงมาบอกกล่าวเท่านั้นในหัวได้เดาคำสั่งของผู้เป็นนายไว้เรียบร้อยแล้ว

“ฝากบอกหวังอี้ซานไปด้วย หากยังเหลือเวลาสนใจเรื่องความรื่นเริงของผู้อื่น งานส่วนที่เขารับผิดของคงไม่สนใจทำแล้วกระมัง”

คำขู่นี้ถือว่าเขาเอ่ยเตือนเป็นคราสุดท้าย ด้วยเพราะเซียวเหยียนหลงนั้นถือว่าเป็นบุตรชายในตระกูลชั้นกลางที่สำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่ม เพียงวัยยี่สิบต้น ๆ เขาก็ก้าวขึ้นตำแหน่งท่านแม่ทัพใหญ่ที่เป็นที่โปรดปราณของฝ่าบาทเสียแล้ว ไม่แปลกที่จะมีตระกูลขุนนางมากมายอยากผูกสัมพันธ์ด้วย

เวลาผ่านไปจวบจนดวงจันทร์ลอยสูงขึ้นสุดฟ้า เหยียนหลงก็วางพู่กันในมือลงก่อนเอ่ยคำสั่งท้ายสุดโดยไม่หันมองเพราะเขารู้ว่าอย่างไรผู้ช่วยหานก็ยืนอยู่

คืนนี้ข้าไม่กลับจวน จัดที่นอนเช่นเดิม...

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentairesPlus

แม่พี่ชิลว์กับน้อง
แม่พี่ชิลว์กับน้อง
เรื่องนี้ลงไม่จบ ขอเพิ่มด้วยคะ
2026-04-25 23:01:10
0
0
ชยพล
ชยพล
ไม่จบนะ อ่านยังไงว่าจบ
2026-04-23 00:43:45
0
0
Rattiya
Rattiya
อ่านมะกี้ ยังลงไม่จบ
2026-04-13 14:16:03
0
0
มายุมายูมายา
มายุมายูมายา
ลงจบแล้วนะคะเรื่องนี้
2026-04-12 22:47:08
0
0
P α i nT۫۰۪ ꪔ̤̮
P α i nT۫۰۪ ꪔ̤̮
เงียบจัง ไม่เทใช่ไหม
2026-02-08 23:22:16
0
0
31
บทที่ 1 นางดูถูกพระเอกธงแดงเกินไปแล้ว (1)
บทที่ 1นางดูถูกพระเอกธงแดงเกินไปแล้วช่วงหลายวันที่ผ่านมา ลู่ชิงหรูก้มหน้าทำหน้าที่ของตนอย่างไม่มีข้ออ้าง นางตื่นก่อนบ่าวในจวน ขะมักเขม้นตรวจสอบบัญชี จัดการและดูแลทั้งจวนคู่กับพ่อบ้านฉี ทำงานอย่างสงบเสงี่ยมแต่ก็ไม่ถึงขนาดก้มหัวให้ใครเฉกเช่นลู่ชิงหรูคนเก่าเหนื่อยก็ยิ้มไม่ได้รับการยอมรับก็เพียงพิสูจน์ตัวเอง นั่นคือประสบการณ์ชีวิตของคนที่เคยผ่านการทำงานพาร์ตไทม์มานับไม่ถ้วนในโลกก่อนหน้า จะเสิร์ฟอาหาร ล้างจาน หรือแบกกล่องหนักกว่าตัว นางก็ทำมาแล้ว เพียงเรียนรู้การดูแลจวนและจัดการสายตาของพวกบ่าวที่ง่ายกว่ากันเยอะเหตุใดนางจะทำไม่ได้ในที่สุดจากฮูหยินเอกของจวนที่ไร้ค่าทำได้เพียงก้มหน้ากลืนความเจ็บปวดก็กลายเป็นฮูหยินเอกที่บ่าวไพร่และคนรอบข้างเข้าหา พวกเขาชื่นชมในความสามารถของนางจนตอนนี้ชิงหรูกลายเป็นฮูหยินเอกของจวนเซียวที่เกือบสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะความสามารถในการดูแลจวน การดูแลปรนนิบัติแม่สามี ขาดก็แต่เพียงเรื่องเดียวก็คือการได้รับใช้และเป็นทียอมรับของผู้เป็นสามีจะให้ทำอย่างไรเล่าก็ไอ้สามีผู้นั้นไม่กลับจวนมาให้นางได้เห็นหน้าเลย นางรู้เพียงว่าสามีหน้าตาดีอย่างไรผ่านตัวอักษรที่นักเขียนบรรยายไว้
Read More
บทที่ 1 นางดูถูกพระเอกธงแดงเกินไปแล้ว (2)
เสี่ยวเฉินนั้นขมวดคิ้วชั่วครู่แต่พอสบตาเจ้านายก็ทำตาโตทันใดก่อนพยักหน้าไว“ใช่เจ้าค่ะ! ในบัญชีของจวนเราระบุว่าแท่นละเกือบร้อยตำลึงด้วยซ้ำ!”ชิงหรูยิ้มบางอย่างสมใจ และหันกลับไปหาพ่อค้าจอมสร้างเรื่อง“เจ้ามาปาไข่เน่าตรงหน้ารูปสลักคู่นี้ นอกจากจะทำให้สกปรกไม่พอ ยังไม่เกรงใจเทพเฝ้าจวนที่ท่านแม่ทัพเซียวอัญเชิญมาปกปักษ์อีก ! หึ ไหนจะชุดปักลายที่เปรอะเปื้อนกลิ่นเหม็นนี่อีก เราจวนเซียวไม่ติดเรื่องจ่ายเงินที่ซื้อของไปอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเช่นกัน!”ชิงหรูใช้น้ำเสียงเปี่ยมอำนาจแต่ไม่กดข่มอีกฝ่ายจนเกินไป พอเห็นพ่อค้าผู้นั้นอ้าปากค้างมองผลงานของตนเองอย่างไม่รู้จะทำอะไรก็รีบพูดต่อทันที“เสี่ยวเฉินไปนำเงินห้าสิบตำลึงมาให้เถ้าแก่ที แต่ข้าก็ขอเรียกเก็บค่าเสียหายกลับมาด้วยเช่นกัน พี่น้องถ้วนทั่วเป็นพยายานให้ข้าได้!”สีหน้าชายผู้นั้นเปลี่ยนสีคราแล้วคราเล่าก่อนตะโกนขึ้นด้วยเสียงเบากว่าเดิม“นี่...ข้าก็แค่ เอ่อ คราบพวกนี้เพียงแค่ล้างน้ำทำความสะอาดก็ได้แล้วมิใช่หรือ? เหตุใดถึงเรียกเก็บมากเพียงนั้นด้วยเล่า นี่มันรังแกกันชัดๆ!”ชิงหรูรู้ว่าอีกฝ่ายไม่คิดว่าจะกลายเป็นว่าตนเองต้องเสียเงินและก
Read More
บทที่ 2 ชุดนอนไม่ได้นอน
บทที่ 2ชุดนอนไม่ได้นอนชิงหรูคนใหม่นี้บอกเลยว่านางไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้หรอกความขมในใจบัดนี้กำลังถูกกลบด้วย... แผนการใหม่ที่นางเตรียมไว้สำหรับค่ำคืนนี้นางก็สั่งให้เสี่ยวเฉินไปนำหีบใส่ชุดที่นางออกแบบและให้คนตัดใหม่“นี่คือชุดที่ฮูหยินให้บ่าวนำไปส่งที่ร้านชุด และตัดตามที่ท่านวาดไว้เจ้าค่ะ”ฝาหีบเปิดออก เผยให้เห็นผ้าโปร่งบางสีชมพูสดเนื้อดีนุ่มลื่นมือยามสัมผัส ชุดเศษผ้านี้ตกแต่งด้วยลายปักดอกไม้สีแดงสด บริเวณอกมีสายคาดไขว้เป็นรูปผีเสื้อเผยเนินอกได้รูปอย่างมีชั้นเชิงนี่คือชุดนอนไม่ได้นอนแบบร่วมสมัยเกินกว่าหญิงใดในยุคนี้จะกล้าใส่...ชาติก่อนนางหาได้มีโอกาสใส่ของพวกนี้ไม่ นางทำงานจนเล็บแทบจะหัก ขนาดกางเกงนอนยังหมุนใช้สามวันซักที ทว่าตอนนี้นางสั่งตัดเพียงวันเดียวชุดใหม่ที่นางต้องการก็มาอยู่ตรงหน้าแล้วลู่ชิงหรูอาบน้ำอย่างละเอียด ล้างเนื้อล้างตัวด้วยน้ำสมุนไพรอุ่นที่แช่ด้วยกลีบดอกไม้ ทาเนื้อตัวด้วยน้ำอบกลิ่นหอมละมุน นางยืนหน้ากระจกทองเหลือง ค่อย ๆ สวมชุดนั้นทีละชิ้น ด้วยใจที่เต้นแรงขึ้นทุกคราที่เนื้อผ้าสัมผัสผิวร่างของนางในกระจกช่างงดงามเกินหญิงธรรมดา ผิวขาวเนียนไม่ต่างจากหยกขัด รูปร่างเพรี
Read More
บทที่ 3 การกระทำแสนหยาบช้า
บทที่ 3การกระทำแสนหยาบช้าแสงแรกของรุ่งเช้ารำไรผ่านม่านบางสีอ่อนของเรือนใหญ่ ลู่ชิงหรูกำลังนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง หวีผมอย่างประณีต ดวงใจกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเช้าวันนี้นางตั้งใจจะไปส่งสามีที่หน้าจวนก่อนที่เขาจะออกไปทำงานที่ค่ายทหารเมื่อคืนถูกผลักไสอย่างไร้เยื่อใย แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลให้นางถอย การจะชิงตำแหน่งสตรีเพียงหนึ่งเดียวของพระเอกธงแดงนั้นคงไม่อาจอาศัยเพียงเสน่ห์หรือน้ำตา แต่ต้องอาศัยความพยายามที่มากขึ้นด้วยทว่าในขณะที่นางเพิ่งจะรวบผมปักปิ่นเรียบร้อย เสี่ยวเฉินก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมบ่าวอีกคนที่ส่งไปเฝ้าดูเรือนท่านแม่ทัพ“ฮูหยินเจ้าคะ...” บ่าวนางคุกเข่าหอบเบา ๆ “ท่านแม่ทัพ...ขี่ม้าออกจากจวนไปแล้วเจ้าค่ะ เห็นว่าออกตั้งแต่ยามเหม่า (05.00 – 06.59 น.) เลย...”มือที่ถือหวีของชิงหรูหยุดค้างกลางอากาศ นางไม่หัน ไม่ตอบ เพียงนั่งนิ่งอยู่หน้าคันฉ่อง เส้นผมยาวสลวยยังหล่นอยู่ข้างไหล่ เงาสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นแววตานิ่งสงบ แต่กลับวูบไหวภายใน“เช่นนั้นหรือ...” น้ำเสียงของนางเบา เหมือนไม่ตั้งใจให้ใครได้ยินเสี่ยวเฉินลอบมองสีหน้านายหญิง แล้วรีบเดินมาเก็บหวีด้วยท่าทางระวัง กลัวจะพูดผิดจ
Read More
บทที่ 4 ความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง
บทที่ 4ความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงชิงหรูส่ายหน้าพัลวัน “เรื่องเมื่อครู่นั้นช่างเถอะไม่คิดทำให้เกิดเรื่องใหญ่ เป็นข้าที่ผิดเองที่มาโดยไม่บอกท่านแม่ทัพล่วงหน้า ขอให้ท่านช่วยเก็บเป็นความลับไว้ก็พอ...”จื่อเฉินชะงักมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าหากนางเป็นสตรีของท่านแม่ทัพจริงคงกลัวผู้เป็นสามีลำบากแน่นอน จะเอ่ยโต้แย้งก็ต้องยอมกลืนคำพูดไปเพราสีหน้าที่ดูคล้ายจะร้องไห้นั่น มันทำให้เขาเลือกเงียบและทำตามที่นางขอไปทันใดชิงหรูกลัวว่าหากเรื่องนี้ใหญ่โตจะทำให้ตระกูลเซียวเสื่อเสียชื่อเสียง ไหนนางอาจจะถูกแม่สามีดุอีกเล่า ในเมื่อนางมิได้ถูกกระทำเกินเลใดใดก็ปล่อยให้เงียบมากที่สุดเท่าที่จทำได้ดีกว่าต่อมานางก็ขอให้เขาพานางไปส่งที่กระโจมแม่ทัพ ไม่มีถ้อยคำใดระหว่างทาง แต่ความรู้สึกภายในอกของชิงหรูกลับหนาหนักจนเงียบงันตลอดทางก่อนออกเดิน นางหยุดเพียงครู่หนึ่ง มือเรียวปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้ออย่างเบามือ พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แม้ปลายนิ้วจะสั่นไม่คลาย นางไม่อยากให้ใครเห็นว่าเพิ่งเจอเรื่องเลวร้ายมา ไม่อยากให้ดูน่าสมเพชจนเกินไป อย่างน้อย...ก็เพื่อเก็บศักดิ์ศรีสุดท้ายของการเป็นฮูหยินเอกไว้บ้าง
Read More
บทที่ 5 ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที
บทที่ 5ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียทีเสียงล้อบดดินดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนหยุดลงใกล้พอให้เห็นรถม้าสีเข้มเต็มสองตา ประตูไม้สลักลายเรียบหรูไม่มีตราตระกูลใดประทับไว้ม่านผ้าด้านข้างถูกรวบเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็น เจ้าของรถม้าเป็นบุรุษในชุดยาวสีเทาเรียบสะอาด เขามีใบหน้าคมรับกับแนวคิ้วเรียวตรง จมูกโด่งและริมฝีปากบางที่ขยับเพียงน้อย ดวงตาคมกริบเป็นประกาย แต่แฝงไว้ด้วยความสุขุมและนุ่มนวลไปในตัว“ต้องการเข้าเมืองหรือ?”เขาเอ่ย น้ำเสียงทุ้มแต่ไม่เย็นชา แฝงความระแวดระวังไว้เบื้องหลังเสี่ยวเฉินรีบค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมทันใด “เจ้าค่ะคุณชาย ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วย...”เขามองพวกนางเงียบ ๆ ดวงตาหลุบลงมองที่เสื้อผ้าอาภรณ์ ซึ่งแม้จะเปื้อนฝุ่นอยู่บ้าง แต่เนื้อผ้ากลับบ่งบอกว่าเป็นของชั้นสูงน่าประหลาดที่สวมชุดดูดี ...แต่กลับมาเดินอยู่กลางแดดไร้รถม้าสัญจร เขาได้แต่คิดในใจโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา“ขึ้นมาก่อนเถิด ข้างนอกร้อนนัก” เขาเอ่ยเบา ๆ พลางเลื่อนม่านปิดลงชิงหรูที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ด้านหลังเพียงขยับร่างกายตามแรงที่เสี่ยวเฉินดึงให้ขึ้นรถ นางหลบหน้าไว้ใต้ผ้าคลุมยาวที่ใช้บังแดดระหว่างทางมาตลอดตามเดิม มืออีกข้างประ
Read More
บทที่ 6 จะให้นางสร้างทายาทกับผ้าห่มหรืออย่างไร
บทที่ 6จะให้นางสร้างทายาทกับผ้าห่มหรืออย่างไรยามโหย่ว (17.00 – 18.59 น.) ล่วงเลยไป ค่ายทหารแสงจากตะเกียงน้ำมันที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละดวง ท่ามกลางสายลมหนาวเยียบที่พัดผ่านต่างจากช่วงกลางวันสุดโต่งภายในกระโจมแม่ทัพ เสียงสนทนาอันหนักแน่นที่เคยกึกก้องเมื่อครู่ค่อย ๆ ซาลง บรรดารองแม่ทัพและนายกองต่างทยอยล่าถอยออกจากกระโจมบัญชาการ ทิ้งไว้เพียงร่างสูงในชุดสีเข้มได้นั่งลงพักผ่อนเสียทีเซียวเหยียนหลงทอดกายพิงพนัก หยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ดวงตาคมคิ้มเข้มทอดมองแผนที่เมืองเบื้องหน้าโดยไร้อารมณ์ มุมปากเฉยเมยอย่างผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อผู้ใดในใต้หล้ากระทั่งเสียงทหารยามหน้ากระโจมดังขึ้น“นายทหารหวังมาขอเข้าพบขอรับ!”คิ้วเข้มของเขาขมวดเล็กน้อยเพียงชั่ววูบ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำตอบรับ“ให้เข้ามา”หวังจื่อเฉินก้าวเข้ากระโจมมาด้วยท่วงท่าระมัดระวัง ค้อมกายให้ตามธรรมเนียม ไม่พูดอ้อมค้อมให้เสียเวลาเพราะตามจริงเขารออยู่นานตั้งแต่เลิกฝึกประจำวัน กว่าจะหักใจมาที่นี่ได้ใช้ความกล้าไปมาก“ข้าน้อยมีเรื่องจำเป็นต้องเรียนท่านแม่ทัพขอรับ” เขากล่าวเสียงเข้ม “เมื่อช่วงกลางวันฮูหยินของท่านแม่ทัพ…นางถูกนายทะ-”เซียวเหยียนหลงวางถ้
Read More
บทที่ 7 องค์ชายสามขอความช่วยเหลือ
บทที่ 7องค์ชายสามขอความช่วยเหลือเซียวอี้หลันมาหานางแต่เช้าในวันหนึ่งก่อนวันเลี้ยงตระกูลหลี่จะมาถึง“พี่สะใภ้ วันนี้พอจะว่างหรือไม่เจ้าคะ?” นางเอ่ยถามด้วยดวงตาวาววับ “ข้าคิดจะออกไปเลือกเครื่องประดับใส่ไปงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ อยากให้พี่สะใภ้ไปช่วยเลือกด้วยหน่อยเจ้าค่ะ”ลู่ชิงหรูวางพู่กันในมือ สีหน้าเรียบสงบแย้มยิ้มรับเล็กน้อย นางเพิ่งจัดการบัญชีร้านค้าแห่งหนึ่งเสร็จไปครึ่งส่วน พอเห็นอีกฝ่ายเข้ามาหาก็พยักหน้าตกลงอย่างง่ายดายเพราะนางก็อยากออกไปข้างนอกอยู่แล้ว นางได้โอกาสไปสำรวจความต้องการตลาดเผื่อลู่ทางในอนาคตด้วยก็ย่อมดีกว่าฟังคำรายงานของผู้อื่น“ดี ข้าก็ยังมิได้เลือกเครื่องประดับให้เข้ากับชุดเลยเช่นกัน ถือโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตาก็ไม่เลว”ไม่นาน รถม้าสลักลายประณีตของจวนเซียวก็เคลื่อนตัวออกจากประตูหน้าจวน เจ้านายสาวทั้งสองนั่งเคียงกันด้านใน ส่วนบ่าวสองคนของทั้งสองก็นั่งร่วมอยู่ข้างสารถีที่นอกรถม้ารถม้าหยุดลงหน้าร้านเครื่องประดับขึ้นชื่อ หงส์หยูหลง ร้านขนาดใหญ่ ด้านหน้าประดับม่านไหมสีชมพูอ่อนที่ปลิวเบา ๆ ตามลม แสดงออกชัดเจนว่าภายในร้านนี้มีแต่สิ่งงดงามเหมาะกับสตรีและคนที่มาซื้อของให้สต
Read More
บทที่ 8 ร่วมงานเลี้ยงในฐานะฮูหยินเซียวคราแรก
บทที่ 8ร่วมงานเลี้ยงในฐานะฮูหยินเซียวคราแรกกลิ่นหอมอ่อนจากดอกไม้ลอยล่องในอากาศยามราตรี แสงไฟจากตะเกียงส่องลอดกิ่งไม้สร้างเงาริ้วลงบนพื้นทางเดินหินดูงดงามชวนมองเสียงหัวเราะและบทสนทนาจากเรือนเลี้ยงด้านในค่อย ๆ จางหาย เมื่อชิงหรูกับเสวี่ยหยางเดินห่างออกมาชิงหรูเดินสำรวมกว่าเคย ใบหน้างามเรียบเฉย นางยอมเดินเคียงข้างเขาแม้รู้ว่าตนจะต้องสร้างศัตรูมากก็ตาม อย่างน้อยนางก็สามารถปลดพันธนาการบุญคุณได้ ถือว่าคุ้มอยู่ล่ะนะ“เอ้อ องค์ชายสามทรงทราบได้อย่างไรว่าหม่อมฉันเป็นฮูหยินสกุลเซียวเพคะ?”เสวี่ยหยางหยุดชะงักก้าวไปครู่หนึ่ง หันมามองนาง ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งเริ่มมีร่องรอยยิ้มฝืดฝืนปรากฏอยู่จาง ๆไม่ต้องรอฟังคำตอบ ชิงหรูก็เดาได้เสียแล้วเขาเป็นถึงองค์ชายสาม…มากอำนาจก็ย่อมหาวิธีสืบตัวตนของนางได้อยู่แล้ว การให้คนติดตามสืบคงมิใช่เรื่องลำบากสำหรับเขาเสวี่ยหยางทอดตามองนางต่อครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามต่ออย่างนุ่มนวล “แล้ว…ท่านแม่ทัพเซียวเล่า เข้าไปในบริเวณจัดเลี้ยงแล้วหรือ?”คำถามนั้นดูธรรมดาทั่วไป ทว่าเมื่อเป็นเรื่องนี้สำหรับฮูหยินที่ขึ้นชื่อว่าสามีไม่ยอมรับเช่นนางกลับเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มแทงโดยตรงชิงห
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status