LOGIN“บนสุด” น้ำเสียงทุ้มต่ำมากเสน่ห์พูดตอบมาอย่างเย็นเยียบสั้นๆ
“หือ...บนสุด” อิงอิงทวนคำพร้อมทั้งกดปุ่มในลิฟต์ให้อย่างมึนๆ แต่กลับคลี่ยิ้มกว้างขวาง “อย่าบอกนะว่าคุณอานนท์อยู่ที่คอนโดนี้”
“...”
เงียบ
ยังไม่มีคำตอบออกมาจากริมฝีปากสีแดงๆ ของอานนท์ แต่อิงอิงไม่สนใจอาการเงียบงันนั้น เธอยังคงกระดี้กระด๊ายินดีปรีดายืนเฝ้าคนตัวโตด้วยกิริยาแสดงออกว่ารักฉายชัด
“ถอยออกไป!” น้ำเสียงคล้ายคมมีดบาดเข้าเนื้อของอิงอิงอีกแล้ว อานนท์พูดกระแทกใส่หน้าอิงอิงที่ยืนจนจะสิงเข้ามาในร่างของเขา
อิงอิงถึงกับกะพริบตาปริบๆ ถอยหลังออกไปนิดนึง
แค่นิดนึง
เธอมึนได้ใจ
และเพียงไม่นาน เสียงดังติ้งของลิฟต์ที่บ่งบอกว่าถึงจุดหมายปลายทางก็ดังขึ้น อานนท์รีบเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก อิงอิงก็เช่นกัน เธอแทบจะพุ่งตัวตามเขาออกมาเลยก็ว่าได้ อานนท์ถึงกับชะงักแล้วหรี่ตามอง
ที่ชั้นบนสุดนี้มีเพียงห้องของเขา ไม่มีห้องของใคร
ทั้งชั้นนี้เป็นคอนโดของเขา ไม่มีทางที่จะเป็นห้องของเธอ แล้วที่พุ่งตัวตามออกมาติดๆ นี่คืออะไร?
ภายในคอนโดแห่งนี้ ตรงทางเดินระหว่างประตูหน้าลิฟต์กับประตูห้องหนึ่งเดียวของชั้นบนสุด
อิงอิงยังคงยืนมองอาหมิงของเธอตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจในชีวิต ถึงแม้ว่าเขาจะกำลังด่าเธอด้วยสายตาเรียวคม
แต่ไม่ว่าเขาจะมองเธอด้วยสายตายังไง เธอก็ยอม ถ้าเขาอยากมอง เธอก็จะให้เขามองจนพอใจ
ให้สมกับที่เธอทิ้งเขาไปไม่สามารถให้เขามองเธอได้เมื่อยามที่เขาอยากจะมอง
อิงอิงคิดอย่างนั้นด้วยใจที่มีจุดยืนแน่วแน่มั่นคง
อานนท์ยังคงยืนจ้องมองผู้หญิงที่หน้าด้านที่สุดในชีวิตของเขา นี่เธอคงยังกินกับพ่อของเขายังไม่อิ่มล่ะสิ ถึงได้ตามมาคิดจะกินเขาเข้าไปอีกคน
“ตามติดกันอย่างนี้ ไม่คิดจะกลับห้องแบบนี้ เธอคงอยากจะกลายร่างเป็นพญาเทครัวเต็มที” น้ำเสียงเย็นเยียบราวมีดคมกริบเอ่ยออกมาอย่างที่คิด อีกแล้ว…
“พญาเทครัวเหรอ” อิงอิงทวนคำเอียงหน้าน้อยๆ “เขาใช้กับผู้ชายที่คิดจะได้เสียกับผู้หญิงทุกคนในบ้านหรือเปล่า”
“เธอก็ไม่ต่างนักหรอก” ประโยคนี้อานนท์ทิ่มอิงอิงเต็มๆ
อิงอิงไม่โง่ เธอแน่ใจว่าอาหมิงมองเห็นเธอกำลังเดินอยู่กับเจ้าสัวเทียนชัยตรงทางเดินหน้าคอนโดด้านล่าง เขาคงเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นอีหนูของท่านเจ้าสัวแน่ๆ
“คุณหมายถึงฉัน” อิงอิงพูดพร้อมยกนิ้วชี้ใบหน้าของตนเอง
“กับท่านเจ้าสัว พ่อของคุณ” เธอว่าพร้อมกับวาดนิ้วชี้กลับไปที่เขา
อานนท์ส่งเสียงฮึในลำคอเบาๆ บ่งบอกอารมณ์ดูถูกอิงอิงชัดเจน
อิงอิงเห็นอย่างนั้นจึงถอนหายใจออกมาคำโต แล้วรีบปฏิเสธเสียงแข็ง “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับท่านเจ้าสัวนะ”
“ผมไม่ใช่ควาย” อานนท์กระแทกเสียงใส่
“แน่นอน ควายไม่หล่ออย่างนี้” อิงอิงตอบกลับ
“...!”
“เอาเป็นว่าฉันไม่ใช่เมียน้อยพ่อของคุณ”
“คุณสองคนรู้จักกัน พ่อของผมฝากงานให้ ซื้อคอนโดให้ และเดินเข้ามาพร้อมกันในคอนโดแห่งนี้ หรือไม่จริง” อานนท์พูดจายาวเหยียดใส่หน้าอิงอิงอย่างไม่คิดจะถูกหลอกด้วยคำปฏิเสธแบบหน้าซื่อตาใสนั่น
“เอ่อ...ก็”
คราวนี้อิงอิงถึงกับเถียงไม่ออกบอกไม่ถูก
แน่นอนว่าเธอไม่มีทางยอมรับหรอกว่าเธอเป็นเมียน้อยของท่านเจ้าสัว แต่เธอจะปฏิเสธยังไงดี ดูๆ ไปแล้วอาหมิงของเธอกำลังคิดไปไกล ขืนเสียงแข็งต่อไปคงถูกต้อนไปจนพากันเดินถึงหน้าห้องแล้วเผลอๆ เขาอาจจะใช้สิทธิ์ความเป็นลูกชายเข้าห้องนั้นจนไปเจอกับท่านเจ้าสัวและน้ากัญญาแน่ๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้นน้ากัญญาอาจจะเดือดร้อนเอาได้
อานนท์เห็นผู้หญิงตรงหน้าทำแววตาครุ่นคิดอย่างนั้นจึงส่งเสียงในลำคอแกร่งเบาๆ อีกหนึ่งทีอย่างต้องการเย้ยหยัน
หากจะโกหกกันก็ให้มันแนบเนียนหน่อย หน้าด้านเสียจริง
“ที่จริงเธอน่าจะไปเป็นเลขาให้พ่อมากกว่า ไม่ใช่มาเป็นเลขาให้รองประธานต่ำต้อยอย่างนี้” อานนท์ยังคงพูดจากระแทกกระทั้นน้ำเสียงประชดประชัน
“ไม่ได้หรอก จะทำอย่างนั้นได้ไงกันคะ” อิงอิงรีบพูดปฏิเสธทันที ท่านเจ้าสัวมีเลขากิติมาศักดิ์อยู่แล้ว และถ้าเธอไปเป็นเลขาให้ท่านเจ้าสัวคนคงสงสัยว่าเธอเป็นเมียน้อยของท่านเจ้าสัวอย่างไม่ต้องป่าวประกาศแน่ๆ แค่นี้คนตรงหน้ายังเข้าใจผิดอย่างแรงเลย
“แน่นอนเธอทำไม่ได้ เพราะกลัวว่าคนจะรู้เรื่องระหว่างเธอกับพ่อ” อานนท์พูดตามจริงอย่างที่ใจคิด ปกติเขาเป็นคนถนอมคำพูด และไม่ชอบจะพูดจาเสวนายาวเหยียดกับใคร แต่กับผู้หญิงตรงหน้า ขอหน่อยเถอะ“เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง นั่นรุ่นพ่อเธอเลย”“หือ...”อิงอิงถึงกับหน้าเหวอ นี่เขาคิดไปกันใหญ่แล้วอานนท์ที่กำลังมึนเมาจากฤทธิ์ของน้ำเหล้าที่ดื่มมากับเพื่อนก่อนหน้ารวมกับอารมณ์คุกรุ่นที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนจึงทำให้เขาไม่คิดจะถนอมคำพูดกับผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด เขายังคงพูดต่อ “ผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอ ไปให้ห่าง ออกไป”อิงอิงเจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับจุกแต่เธอจะหน้าด้านใครจะทำไม“ไม่ไป!” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเด่นชัดคราวนี้เป็นอานนท์บ้างที่รู้สึกจุกจนพูดไม่ออก“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะไม่ทำผิดอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณต้องอยู่คนเดียว อาหมิง” อิงอิงพูดจาชัดเจนทุกคำโดยไม่ทันได้คิดอะไร ทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งอึ้งไปคล้ายกับเหวอไปชั่วขณะ“ฉันจะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีกแล้ว อาหมิง ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป”อิงอิงพูดเสียงเบามากกว่าเดิมเพิ่มเติมคือความหมายที่ลึกซึ้ง“คุณจะไม่ต้องอยู่อย่างเดียวดายท
“บนสุด” น้ำเสียงทุ้มต่ำมากเสน่ห์พูดตอบมาอย่างเย็นเยียบสั้นๆ“หือ...บนสุด” อิงอิงทวนคำพร้อมทั้งกดปุ่มในลิฟต์ให้อย่างมึนๆ แต่กลับคลี่ยิ้มกว้างขวาง “อย่าบอกนะว่าคุณอานนท์อยู่ที่คอนโดนี้”“...”เงียบยังไม่มีคำตอบออกมาจากริมฝีปากสีแดงๆ ของอานนท์ แต่อิงอิงไม่สนใจอาการเงียบงันนั้น เธอยังคงกระดี้กระด๊ายินดีปรีดายืนเฝ้าคนตัวโตด้วยกิริยาแสดงออกว่ารักฉายชัด“ถอยออกไป!” น้ำเสียงคล้ายคมมีดบาดเข้าเนื้อของอิงอิงอีกแล้ว อานนท์พูดกระแทกใส่หน้าอิงอิงที่ยืนจนจะสิงเข้ามาในร่างของเขา อิงอิงถึงกับกะพริบตาปริบๆ ถอยหลังออกไปนิดนึงแค่นิดนึงเธอมึนได้ใจและเพียงไม่นาน เสียงดังติ้งของลิฟต์ที่บ่งบอกว่าถึงจุดหมายปลายทางก็ดังขึ้น อานนท์รีบเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก อิงอิงก็เช่นกัน เธอแทบจะพุ่งตัวตามเขาออกมาเลยก็ว่าได้ อานนท์ถึงกับชะงักแล้วหรี่ตามองที่ชั้นบนสุดนี้มีเพียงห้องของเขา ไม่มีห้องของใครทั้งชั้นนี้เป็นคอนโดของเขา ไม่มีทางที่จะเป็นห้องของเธอ แล้วที่พุ่งตัวตามออกมาติดๆ นี่คืออะไร?ภายในคอนโดแห่งนี้ ตรงทางเดินระหว่างประตูหน้าลิฟต์กับประตูห้องหนึ่งเดียวของชั้นบนสุด อิงอิงยังคงยืนมองอาหมิงขอ
“หนูไม่เป็นไรค่ะ น้า อย่าสนใจหนูเลย”อิงอิงบอกปัดไปพร้อมทั้งเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อเข้าห้องส่วนตัวของตนกัญญามองตามหลังหลานสาวอย่างนึกขัดตาก่อนส่งเสียงแหลมให้อิงอิง “นี่อิง ทำไมไม่แต่งตัวให้มันดูดีกว่านี้หน่อย แต่งตัวเฉยระเบิด น้าจะเป็นลม” เธอพูดไปพลางเดินไปรินน้ำชาให้ท่านเจ้าสัวที่เดินไปนั่งตรงส่วนของเคาเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายบาร์เหล้าตรงกลางห้องถัดจากห้องครัว“หนูชอบแต่งแบบนี้ น้าเลิกบ่นได้แล้ว” อิงอิงยังคงบอกปัดไปก่อนหายตัวเข้าไปในห้อง เธอไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอของคู่รักต่างวัยเมื่ออิงอิงเข้ามาในห้องส่วนตัวแล้วเธอจึงถอดชุดที่น้ากัญญาบอกว่าเชยระเบิดออกจากลำตัว เธอต้องแต่งตัวอย่างนี้ก็เพื่อน้ากัญญาและตัวของเธอเองเธอต้องทำตัวเฉิ่มเฉยระเบิดตลอดเวลาก็เพราะว่าไม่อยากทำตัวให้สวยโดดเด่นจนเกินไป เมื่อตอนสมัยเรียนมีผู้ชายมาขายขนมจีบให้เธอเยอะแยะไปจนเธอนึกรำคาญ ยิ่งถ้าเธอแต่งตัวแบบที่สาวๆ สมัยใหม่เขาชอบใส่กัน เมื่อนั้นหนุ่มๆ ได้ตามเธอเป็นพรวนจนเธอไม่เป็นอันทำอะไรมีคนบอกว่าเธอสวย แน่นอนว่าเธอชอบที่มีคนชม แต่ยิ่งมีคนชมคนเกลียดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอจึงเลือกที่จะทำตัวเชยๆ เฉิ่มๆ แบบนี้ตลอดเวลา
ครู่หนึ่งต่อมาเขาจึงได้เห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนที่แสนจะคุ้นหน้ากำลังเดินปรี่เข้าหาอิงอิงป๊า!อานนท์เรียกขานบุคคลนั้นอยู่ในใจท่านเจ้าสัวเทียนชัยกำลังเดินออกมาจากอาคารจอดรถภายในคอนโดและกำลังเดินเข้าหาอิงอิงที่กำลังเดินเข้าไปในคอนโด อานนท์ถึงกับเพ่งสายตาคมเข้มจ้องมอง เขานึกโกรธอิงอิงเพิ่มขึ้นมาจับใจพ่อของเขาก็รู้ว่าเขาอยู่คอนโดนี้ แต่ไม่เคยเลยที่จะไปมาหาสู่เขาที่เป็นลูกชาย แต่กับผู้หญิงไร้ยางอายกลับมาหาอย่างหน้าชื่นตาบานเมื่ออานนท์คิดอย่างนั้นจึงหยิบมือถือขึ้นมาจากกระเป๋าด้านในสูทแล้วกดเบอร์ต่อสายตรงหาพ่อของเขาในทันทีชายหนุ่มรอสัญญาณสายเรียกเข้าอยู่ครู่หนึ่งก็มีการกดรับจากปลายสาย “ว่าไงเจ้าลูกชาย”เจ้าสัวเทียนชัยหยุดยืนรับสายจากโทรศัพท์มือถือในขณะที่อิงอิงหยุดชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน อานนท์ที่นั่งอยู่ในรถตรงหน้าลานจอดรถนอกอาคารสังเกตได้อย่างนั้น“ป๊าอยู่ไหน” อานนท์กรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถืออย่างลองเชิงเสียงของเจ้าสัวเทียนชัยอึกอักบางเบาก่อนตอบ “ป๊าอยู่ภัตตาคารกำลังสังสรรค์กับเพื่อน มีอะไรหรือเปล่า”อานนท์ได้ฟังถึงกับมุมปากกระตุก แน่นอนว่าพ่อของเขาต้องโกหก พ่อของเขาแอบเลี้ยงต้อย
ภายในรถคันหรูของอานนท์ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนนในยามค่ำคืนใจกลางกรุงอิงอิงนั่งอยู่ด้านข้างคนขับในสภาพมอมแมม เสื้อเชิ้ตสีขาวมีรอยฉีกขาดเนื่องจากล้มไปกองกับพื้นถนน ช่วงไหล่กลมมนและลำแขนเรียวสวยมีริ้วรอยแผลถลอก กระโปรงทรงสอบสีดำที่สวมใส่ก็มีรอยขาดวิ่นเหมือนกันเธอถูกรถพุ่งเข้าชนอย่างจังหากเป็นคนอื่นคงได้แผลมากกว่านี้แต่เธอที่เป็นวิญญาณไป๋กุ้ยอิงอดีตแม่ทัพหญิงฝีมือฉกาจกำลังอาศัยร่างบอบบางของอิงอิงเธอจึงสามารถกลิ้งไปกับพื้นด้วยวิทยายุทธ์ที่อยู่ในจิตสำนึกมาเนิ่นนานเอาตัวรอดจากบาดแผลฉกรรจ์ได้ไม่ยากแต่สมองน้อยๆ นี้กลับกระแทกกับฟุตบาทเสียได้ เธอคงจะสลบไปนานเลยเชียว อิงอิงคิดอะไรเพลินๆ สายตายังคงแอบมองผู้ชายคุ้นตาในอดีตชาติอย่างเหม่อลอย ใบหน้าของเขายังคงคมคายหล่อเหลาไม่เปลี่ยนแปลง ดวงตาเรียวคม จมูกเป็นสันตั้งตรง ริมฝีปากสีแดงๆ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าผมจะไม่ยาวเท่ากับเมื่อก่อนแต่มันก็ไม่สามารถลดทอนความเป็นตัวตนของเขาไปได้ ท่าทางเย็นชาแลดูสูงศักดิ์สูงค่านั่นอีก เขายังคงเป็นจ้าวหยางหมิงเซียนไม่เคยเปลี่ยนไปแต่ที่เปลี่ยนไป ก็คงเป็นความทรงจำของเขาที่ลืมเลือนไป๋กุ้ยอิงไป
อานนท์ยังคงยืนนิ่งๆ หรี่สายตาคมก้มมองเลขาของตนอย่างต้องการประเมินเธอคนนี้มีชื่อว่าอิงเอมหรืออิงอิง มาทำงานวันนี้เป็นวันแรกในตำแหน่งเลขาของเขาเมื่อเลขาคนเก่าถูกเขาไล่ออกไป เนื่องจากทำตัวอยากเคลมเจ้านายอย่างเขา อยู่ตลอดเวลาอิงอิงคนนี้ก็คงไม่ต่าง เธอคงอยากเคลมเขาใจจะขาดไม่ต่างจากเลขาคนเก่า สังเกตตั้งแต่นาทีแรกที่เธอเจอกับเขาตอนที่แนะนำตัว สายตาของเธอตกตะลึงเมื่อเห็นหน้าเขาแล้วเปลี่ยน เป็นพราวระยับเหม่อมองเขาไม่วางตา ทุกกิริยาท่าทางของเธอไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นเลยสักนิดแต่ที่ต่าง คือเธอเข้ามาทำงานโดยผ่านการคัดเลือกจากท่านประธานใหญ่หรือเจ้าสัวเทียนชัย พ่อของเขาเลือกเธอให้มาทำงานด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้เขาสงสัยว่าอิงอิงคนนี้อาจจะเป็นอีหนูที่พ่อของเขาแอบเลี้ยงต้อยส่งเสียกันจนโตให้เรียนจนจบและหางานให้ทำเสร็จสรรพฮึ! เป็นราชสีห์แต่ฝากเนื้อแกะเอาไว้กับเสือ คอยดูเถอะว่าเขาจะตลบหลังพ่อบังเกิดเกล้าที่ขยันทำให้แม่ช้ำใจอย่างไรบ้างอานนท์คิดอย่างนั้นก่อนจะก้มหน้าลงอีกนิดเพื่อประชิดใบหน้าของเลขาของเขา “ท่าทางเธอ คงยังไม่อยากกลับบ้าน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบนัยน์ตาคมปลาบ“หือ?” อิงอิง







